มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 125 : บทที่ 125 ครอบครัวพร้อมหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 418 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

บทที่ 125 ครอบครัวพร้อมหน้า

 

อย่าว่าแต่คุณลูกๆ ทั้งสองเลย แม้แต่คุณพ่อไพศาลเองก็ไม่ต่างกัน หลังจากที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ และที่นี่ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น หากให้ไปเห็นภูเขาไพจำลอง และอื่นๆ ที่ถูกสร้างเอาไว้ภายในโคโลนีลับแห่งนี้ เชื่อได้ว่าทั้งหมดทุกคนคงเต็มไปด้วยคำถามที่ว่า สร้างขึ้นมาได้ยังไงแน่ๆ เพราะแม้แต่มากเมฆเองก็อยากรู้ แต่ก็มีมารยาทจึงไม่กล้าที่จะถามออกไปเช่นกัน

 

มากเมฆมองดูน้องๆ ทั้งสองก็อดที่จะขำไม่ได้

 

ถึงแม้ทั้งคู่จะมีสติปัญญาและฉลาดมากแค่ไหน เก่งกาจไม่ธรรมดาเกินเด็กในวัยเดียวกันไปไกลโข

 

แต่ยังไงทั้งคู่ก็ยังเป็นแค่เด็กน้อย และหากมากเมฆจำไม่ผิดหากเขาอายุได้ 20 ปีในปีนี้ น้องทั้งสองของเขาก็สมควรจะมีอายุเพียงแค่ 13-14 ปีเท่านั้น ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพวกลูกศิษย์หายนะน้อยๆ ของเขาเลย

 

ทั้งสามคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก เพราะน้องทั้งสองยังคงระวังตัวอยู่ไม่น้อย

 

และถึงแม้ทั้งคู่จะมองเห็นท่านพ่อไพศาลได้จากที่ไกลๆ สุดสายตา

 

แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปหาใกล้ๆ เนื่องจากเห็นว่าท่านพ่อไพศาลกำลังกอดกับใครบางคนอยู่จากที่ไกลๆ จึงไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ถูกกอดอยู่นั้นเป็นแม่แท้ๆ ของพวกเขาและเธอ

 

เพราะตั้งแต่ทั้งคู่อายุได้ 12 ปีได้ไม่นานนัก อยู่ๆ คุณแม่พิมนภาก็หายตัวไปอย่างลึกลับติดต่อไม่ได้ และพอไปถามคำตอบเอากับคุณพ่อในเวลานั้นพร้อมน้ำตา กับได้รับเพียงความเย็นชากลับมาอย่างไร้หัวใจ

 

จากนั้นเด็กทั้งสองก็ถูกย้ายให้ออกจากตระกูลหลัก และให้ไปอยู่อาศัยในสเปซโคโลนีหรูหราของตระกูลเมฆาเทพใกล้ดาวโลกแทน อย่างไม่มีเหตุผลจนถึงวันนี้

 

พอเป็นแบบนั้น เด็กทั้งสองจึงพยายามทำให้ตนเองมีคุณค่า ในสายตาของคุณพ่อไพศาลมาโดยตลอด

 

โดยได้ใช้เงินที่ได้รับมาในแต่ละเดือนพวกเงินค่าขนม ไปกับการลงทุนในสิ่งต่างๆ มากมาย จนกลายเป็นเด็กอัจฉริยะผู้ร่ำรวยที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยๆ

 

มีบริษัทในเครือของตัวเองจำนวนมาก และมีชื่อเสียงในหลายๆ ด้าน จากความสามารถของพวกเขาและเธอในสิ่งที่ได้สร้างขึ้นมาเป็นของตัวเอง

 

แต่ถึงแบบนั้นเด็กทั้งสองคนก็ยังไม่ได้รับความรัก และความเอาใจใส่อยู่ดี

 

แม้แต่ตอนที่จะขอเข้าไปพบกับพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ยังจะต้องทำเรื่องเดินเอกสารยุ่งยากผ่านเหล่าผู้อาวุโส เพื่อขออนุญาตเข้าพบก่อนเสมออีกด้วย ถูกทำราวกับเป็นคนอื่นคนไกลมาโดยตลอด

 

แถมพอได้มารู้ว่ามีพี่ชายคนโตที่หลุดมาจากไหนก็ไม่รู้ มาแย่งเอาความรักความสนใจจากคุณพ่อไปทั้งหมด เด็กทั้งสองก็ยิ่งถูกทำให้รู้สึกด้อยค่าลงไปอีก และมักจะมองพี่ชายแท้ๆ มากเมฆเป็นศัตรู มากกว่าพี่ชายแท้ๆ ทางสายเลือดอย่างที่ควรจะเป็น

 

สิ่งต่างๆ ที่น้องทั้งสองได้คิดและเผลอปล่อยผ่านออกมาทางสายตา ระหว่างที่มองมายังมากเมฆนั้น

 

เขาสังเกตได้ทั้งหมดและยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

 

แต่เขาเองก็ไม่ได้ต่อว่าหรือใส่ใจอะไรแม้แต่น้อย เพราะเรื่องพวกนี้มันต้องใช้เวลาปรับเข้าหากัน ความสนิทสนมความเป็นพี่เป็นน้อง มันไม่ใช่อะไรที่จะสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ นอกจากความสัมพันธ์แท้จริงจากใจของกันและกัน ที่มอบให้กันผ่านทางการกระทำไม่ใช่คำพูดที่เลื่อนลอย

 

*****************

 

ระหว่างนั้นเองคุณพ่อไพศาลและคุณแม่พิมนภาที่ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ทั้งสองก็ได้แอบเดินเข้าไปหาพวกลูกๆ อย่างเงียบ เนื่องจากเห็นว่าเด็กๆ ทั้งสามคนกำลังเหมือนทำสงครามประสาททางสายตากันอยู่

 

จ้องตากันแต่ไม่พูดไม่จาอะไรกันเลย

 

".. เป็นไงพอใจหรือยัง ยอมแพ้ก็ได้ .." มากเมฆเป็นฝ่ายพูดก่อน

 

เพราะในเวลานี้น้องสาวคนเล็กอารียาได้หน้าแดงกลายเป็นลูกแอปเปิลไปแล้ว

 

แม้แต่กายเมฆเองก็ยังหน้าแดงไปด้วยเช่นกัน

 

กายเมฆและอารียาทั้งสองคนไม่เคยเจอใครที่หน้าตาหล่อเหลาและงดงามสมบูรณ์แบบ มากขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

 

เพราะไม่ว่าจะมองยังไงจากมุมไหนก็ตาม ไม่ว่าจะจมูก ฟัน ดวงตา คิ้ว คาง ทรงผมและอื่นๆ คนตรงหน้าก็หล่อและดูดีเกินไปแบบสุดๆ ราวกับเป็นผลงานของพระเจ้าเป็นผู้สร้างอย่างไงอย่างงั้น

 

ถึงแม้ในใจทั้งสองคนจะคอยบอกและหลอกตัวเองอยู่เสมอว่า พวกเรายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ และยังสามารถพัฒนาการความหล่อความสวยได้อีกมากหลังจากนี้

 

แต่สำหรับในเวลานี้ต้องยกให้พี่ชายแท้ๆ แต่ไม่สนิทตรงหน้า ว่าเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดในจักรวาลจริงๆ

 

พอไพศาลและพิมนภาเห็นกายเมฆและอารียาหน้าแดงด้วยความเขินอาย แถมยังหลงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าเข้าเต็มๆ ทั้งสองคนก็อดที่จะหัวเราะและขำออกมาไม่ได้เบาๆ ในความไร้เดียงสาของเด็กทั้งสอง ที่ถึงแม้จะเป็นเด็กที่ฉลาดมากความสามารถ มากกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันหลายเท่าตัวก็ตาม

 

แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องใช้ประสบการณ์จริงๆ มากกว่าความรู้ความเข้าใจจากสื่อการเรียนรู้ที่หาได้ในปัจจุบัน

 

พิมนภาในเวลานี้ยังไม่รู้ว่ามากเมฆเป็นบุตรชายของตัวเอง เพราะในความทรงจำของเธอมากเมฆยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น และเธอก็ให้ความสนใจต่างๆ ของเธอไปอยู่กับเด็กทั้งสองที่เธอเลี้ยงดูมาตลอดหลายปีด้วยรักและคิดถึง

 

มากเมฆหันไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ที่หัวเราะอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มสัมผัสได้แต่แรกว่าทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้

 

จึงได้เป็นฝ่ายพูดบอกพวกน้องๆ ก่อน แกล้งทำเป็นแพ้การจ้องตา เพื่อให้ทั้งสองคนรู้สึกตัวและจบการละเล่นนี้ลง

 

กายเมฆและอารียาแข็งค้างไปเล็กน้อย ด้วยความประหลาดใจและดีใจอย่างที่สุดในชีวิต

 

หลังจากที่ได้เห็นว่าบุคคลที่ตนเองเฝ้าคิดถึงและถามหามาตลอดหลายปี และไม่เคยได้รับคำตอบใดๆ กลับมาเลย แถมยังถูกส่งให้ไปอยู่ในสถานที่ห่างไกล และไม่เคยได้รับความรักจากพ่อและแม่อีกเลย ได้มาปรากฏตรงหน้าด้วยกันทั้งคู่ ความน้อยเนื้อต่ำใจต่างๆ ก็ดูเหมือนจะไม่อาจเก็บกดลงได้อีก ปะทุออกมาอย่างไม่ปิดบังใดๆ ผ่านทางน้ำตาที่ไหล และเสียงพูดที่ฟังดูเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่ก็เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายมากมายในแต่ละคำที่พูดออกมา

 

".. แม่ครับ / แม่คะ .." เด็กทั้งสองร้องเรียกหาแม่ราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ อายุเจ็ดแปดขวดอย่างไงอย่างงั้น

 

ทั้งสองคนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความคิดถึง ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้รับความรักใดๆ เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด

 

".. แม่ไปไหนมา แม่รู้มั้ยคุณพ่อใจร้ายมาก คุณพ่อไม่ยอมมาหา ไม่ยอมให้กอด ไม่ให้คุยด้วยเลย พวกหนูต้องถูกส่งไปอยู่ในที่ไกลๆ และไม่เคยได้กลับบ้าน  .."

 

กายเมฆและอารียาสลับกันพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่ปิดบังใดๆ เสียงร้องไห้ และเสียงสะอื้นของเด็กน้อยทั้งสองช่างดูน่าสงสารจับใจอย่างมาก

 

พิมนภาเข้าไปโอบกอดบุตรทั้งสองของเธอ พร้อมกับร้องไห้ไปด้วยอย่างทุกข์ระทม

 

เธอเองก็อยากจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้รู้ แต่ก็ไม่อยากจะเปิดเผยออกไปเช่นกัน ไม่อยากให้เด็กทั้งสองต้องมารับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น และยังเป็นเรื่องราวอันดำมืดของตระกูลที่ไม่ควรเปิดเผยออกไป

 

".. ไม่เป็นไรแล้วนะ แม่กลับมาแล้ว ไม่ร้องนะไม่ร้อง .." พิมนภาปลอบโยนเด็กทั้งสองที่ยังร้องไห้เหมือนเด็กๆ ด้วยความอ่อนโยนจากหัวใจของผู้เป็นแม่ ที่มอบความรักแท้ให้กับบุตรของเธอด้วยหัวใจและชีวิตที่เหลือ

 

".. เป็นความผิดของพ่อเอง ยกโทษให้พ่อได้มั้ย กายเมฆ อารียา .."

 

ไพศาลเองก็เจ็บปวดอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้น เขาเองก็เดินเข้าไปโอบกอดเด็กทั้งสองเอาไว้เช่นกัน ด้วยความรักที่มีอย่างหมดหัวใจจากผู้เป็นพ่อ

 

กายเมฆ อารียาทั้งสองเหมือนจะอดทนกับความเหงา และความผิดหวังมาโดยตลอด

 

เอาแต่ร้องไห้ปลดปล่อยสิ่งต่างๆ ที่ถูกเก็บเอาไว้ออกมา เสียงร้องไห้ของเด็กทั้งสองช่างดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่มากเมฆก็ยังสัมผัสได้ว่าน้องๆ ทั้งสองของเขาก็คงเจ็บปวดมาไม่น้อยเช่นกัน ต่างคนก็ต่างถูกเจ้าวิญญาณร้ายนั้นกระทำแตกต่างกันไป

 

จากเด็กที่เคยได้รับความรักเติบโตมากับสิ่งต่างๆ ที่สมบูรณ์พร้อมในทุกๆ อย่างในชีวิต

 

แต่แล้ววันหนึ่งกับต้องมาสูญเสีย ทุกสิ่งทุกอย่างไป ถึงแม้จะมีที่อยู่ที่อาศัยหรูหรา มีเงินมีทองให้ใช้มากมายไม่ต้องลำบากอะไร แต่น้องทั้งสองของเขา ก็ยังคงโหยหาความรักความอบอุ่นจากบิดามารดาอยู่เช่นกัน

 

มากเมฆเฝ้ามองดูน้องทั้งสองร้องไห้ออกมาอย่างกับเด็กๆ พ่อและแม่ก็เช่นกันทั้งหมดต่างก็มีน้ำตาแห่งความสุขและทุกข์ให้ไหลรินบนใบหน้า

 

เขาเองก็ไม่แตกต่างกันนัก เพราะได้ผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมาย

 

จึงทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าทุกๆ วินาทีนั้น มันช่างมีค่ามากแค่ไหน การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์นั้น มันมีความสำคัญและมีความหมายต่อเขาอย่างมาก

ความสุข ความอบอุ่น ความปลอดภัยไร้กังวล เมื่อได้อยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รักแล้ว

 

มันช่างเป็นความสุขอย่างที่สุดจริงๆ

 

พิมนภามองเห็นมากเมฆยืนมองอยู่ใกล้ๆ ในตอนแรกเธอก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เห็นเพียงแต่ว่าเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลามากก็เท่านั้น

 

แต่ด้วยสายใยที่ผูกพันและตัดไม่ขาดของคนเป็นแม่ที่มีต่อลูกๆ

 

ความรู้สึกมากมายที่โหยหามาโดยตลอด ถึงบุตรชายคนโตที่ถูกทำร้ายในเวลานั้น จนเธอยินดีเป็นที่ระบายความบ้าคลั่งแทนบุตรชาย จนได้รับความทุกข์ทรมานต่างๆ นาๆ

 

พิมนภามองดูชายหนุ่มตรงหน้า และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายมากกว่าเดิม

 

มากเมฆคิดว่าคุณแม่อาจจะจำเขาไม่ได้ เพราะเด็กน้อยในเวลานั้น ได้กลายเป็นชายหนุ่มที่เติบโตขึ้นมากแล้วในเวลานี้

 

ด้วยเหตุนี้เองมากเมฆจึงได้ใช้พลังมิติรังสรรค์ แปลงเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นมากเมฆเด็กน้อยสี่ขวบในวันนั้นอีกครั้ง ในวันที่ยังได้รับความรักและความอบอุ่นอย่างที่สุดจากทั้งพ่อและแม่

 

เมื่ออยู่ๆ ชายหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นเด็กชายตัวน้อยในความทรงจำ ที่ทั้งรักและคิดถึงมาโดยตลอด

 

พิมนภาที่ปลอบโยนลูกทั้งสองจนสงบลงแล้ว ถึงกับพุ่งไปสวมกอดเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ถึงห้าขวบเอาไว้

 

เธอกลัวเหลือเกิน เธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไป เธอกลัวว่าสิ่งที่เธอเห็นและสัมผัสอยู่ในเวลานี้ มันจะเป็นเพียงแค่ความฝันที่ตื่นมาก็หายไปอย่างที่แล้วๆ มา

 

".. แม่ครับ มากเมฆกลับมาแล้ว .."

 

มากเมฆที่อยู่ในรูปร่างของเด็กน้อยวัย 4-5 ขวบได้พูดบอก น้ำตาน้อยๆ ไหลรินจากดวงตาทั้งสองอย่างช้าๆ ความรู้สึกอันคุ้นเคยและโหยหามาตลอด ในที่สุดเขาก็ได้สัมผัสมันอีกครั้ง ความรักของแม่ที่เขาคิดถึง ความรักของแม่ที่ทำทุกๆ อย่างเพื่อเขา

 

".. ขอโทษด้วยนะครับ เพราะมากเมฆไม่ดีเอง ปล่อยให้คุณแม่ต้องทรมาน ต่อไปหากมีใครมารังแกคุณแม่อีก มากเมฆจะจัดการมันทั้งหมด และไม่ให้คุณแม่ร้องไห้อีกแล้ว .." มากเมฆที่อยู่ในอ้อมกอดของมารดา ความรู้สึกต่างๆ นาๆ ความทุกข์ทรมานที่เคยได้รับ ทั้งหมดมันได้สลายหายไปแล้ว

 

พิมนภาได้แต่สวมกอดบุตรชายที่น่าสงสารของเธอเอาไว้ ร้องไห้ออกมาทั้งดีใจและเสียใจ มากเมฆเป็นบุตรชายที่เธอรัก รักยิ่งกว่าชีวิตของเธอเสียอีก

 

เธอรู้ดีกว่าใครๆ ว่ามากเมฆน้อยในเวลานั้น ต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง ต้องผ่านความทุกข์ยากมากแค่ไหน ถูกทำให้ป่วย และยังถูกส่งให้ไปอยู่ไกลๆ ให้รอคอยความตายอย่างทรมานไร้ผู้คนเหลียวแลและใส่ใจ คนเป็นแม่ที่ได้รับรู้ความจริงในตอนนั้น หัวใจของเธอแทบจะแตกสลายและขาดใจตายด้วยความทุกข์ระทมหาใดเปรียบ

 

มากเมฆสัมผัสได้ถึงความเสียใจและทุกข์ระทมของผู้เป็นมารดาที่มีต่อเขา ชายหนุ่มจึงได้แต่พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้อีก ไม่แสดงความอ่อนแอให้เห็น

 

ก่อนที่เขาจะวาร์ปหายตัวออกมาจากอ้อมกอดของมารดา และกลับมามีร่างกายสมวัยดังเดิม

 

".. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อหรือของคุณแม่หรอกนะครับ ทั้งหมดมันเป็นเพราะผมเอง อย่าร้องไห้เลยนะครับ มากเมฆในวันนี้ไม่ใช่คนที่อ่อนแอในวันวานอีกแล้ว .."

 

มากเมฆยิ้มให้กับมารดาของตน และนี่คงจะเป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มของมากเมฆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นจากใจอย่างแท้จริง เป็นรอยยิ้มแห่งรักบริสุทธิ์ที่มีให้กับผู้เป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิด

 

".. ผมดีใจมากเลยนะครับ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ผมได้เกิดมา .."

 

มากเมฆยังคงยิ้มถึงแม้ดวงตาทั้งสองของเขา จะห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ก็ตาม

 

แต่เพื่อไม่ให้มารดาและบิดาต้องเห็นเขาเป็นทุกข์จากสิ่งที่แล้วมา ก็มีเพียงแต่เขาต้องเข้มแข็งให้ได้อย่างแท้จริงเท่านั้น

 

น้องทั้งสองมองเห็นปฏิกิริยาของคุณแม่พิมนภาต่างก็สงสัยและต้องการคำตอบเช่นกัน ว่าแท้ที่จริงแล้วตระกูลเมฆาเทพมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

 

และทั้งสองก็ได้เข้าไปแอบถามคุณพ่อไพศาลใกล้ๆ

 

จริงอยู่เรื่องพวกนี้ไม่ควรเปิดเผย แต่เรื่องราวที่เกิดกับมากเมฆนั้น น้องทั้งสองสมควรรับรู้ ด้วยเหตุนี้เองไพศาลจึงได้เอานิ้วไปชี้ที่หน้าผากของบุตรทั้งสอง ก่อนที่จะส่งความทรงจำบางส่วนที่พอเปิดเผยให้ได้ ให้เด็กทั้งสองคนได้รับรู้

 

เรื่องราวที่เกี่ยวกับมากเมฆ พี่ชายแท้ๆ ของพวกเขา ที่ถูกทรมานและถูกจับไปทดลองตั้งแต่ยังเล็ก โดยพ่อแท้ๆ ที่ในเวลานั้นถูกวิญญาณร้ายนอกพิภพสิงร่าง และเรื่องราวต่อจากนั้นที่นำพี่ชายแท้ๆ ของทั้งสองไปทิ้งไว้บนเกาะอันห่างไกล และให้ตายอย่างช้าๆ

 

กายเมฆและอรียาได้เห็นความทรงจำที่ว่าทั้งสองถึงกับดวงตาแดงก่ำ เจ็บปวดทรมานไปด้วย เพราะภายในความทรงจำเหล่านั้น มันชัดเจนอย่างมาก

 

เด็กทั้งสองรู้สึกเลยว่าตนเองโชคดีมากแค่ไหนแล้ว ที่เพียงถูกไล่ให้ไปอยู่ไกลๆ เท่านั้น

 

แต่กับพี่ชายแท้ๆ มากเมฆคนนี้ กับถูกทรมาน ถูกฆ่าให้ตายแต่ก็ไม่ตาย .. ถูกแย่งชิงพลังพิเศษไปอีก ถูกนำไปทิ้งให้อยู่อย่างอดๆ อยากๆ ไร้คนเอาใส่ดูแล

 

เด็กทั้งสองดูเหมือนจะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายแท้ๆ มากเมฆจากเดิมไปอย่างมาก

 

มากเมฆสัมผัสได้ว่าน้องๆ ทั้งสองเปลี่ยนไป ทั้งสายตาที่มองกลับมาและความรู้สึกที่มีให้

 

ชายหนุ่มจึงได้มองไปยังคุณพ่อไพศาล และถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่พูดบอก แต่มากเมฆก็เข้าใจและไม่ได้กล่าวว่าอะไร เรื่องบางเรื่องสักวันยังไงก็ต้องบอกให้รู้อยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าเรื่องบางเรื่องก็สมควรเก็บเงียบไปตลอดกาลเช่นกัน

 

-------------

สวัสดีปีใหม่ 2019 อีกรอบนะครับ ช่วงนี้ต้นเดือนแต่ไรท์กับยุ่งมากๆ เลย 

จึงอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะอัพนิยายช้าไปบ้างในช่วงนี้ ขออภัยไว้นะที่นี้นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 418 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3844 lills (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    ฮือ สนุกค่ะ
    #3,844
    0
  2. #2961 KIZUkinada (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:40
    แล้วจะได้คืนไม่พลังพิเศษ ตูไม่ลืมน่ะ
    #2,961
    2
    • #2961-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 125)
      15 มกราคม 2562 / 18:26
      ตอนที่ 125 ไม่มีอะไรเกี่ยวกับพลังพิเศษที่ได้คืนนะครับ
      มีแต่กล่าวถึงว่าในตอนที่มากเมฆเป็นเด็กถูกชิงพลังไป
      แต่สำหรับตอนที่ได้พลังพิเศษคืนมา อยู่ในบทที่ 114-116 ครับ อาจจะอ่านข้ามมาก็ได้
      ลองกลับไปไร่อ่านดูนะครับ
      #2961-1
    • #2961-2 000 (จากตอนที่ 125)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:29
      พลังไม่ได้ถูกขโมยไปแต่ปิดกั้นไว้ ทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ พอผนึกคลายออกพลังก็ใช้ได้เหมือนเดิม
      #2961-2
  3. #2877 Meemiza (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 08:26
    เป็นตอนที่อบอุ่นหัวใจมากค่ะ
    #2,877
    0
  4. #2876 RazeLosT (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 16:38
    น้ำตาซึมเลยตู
    #2,876
    0
  5. #2875 Nazzga2 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 11:44
    ทำไมผมเห็นนิมิตว่า คุณแม่ของมากเมฆเป็นลมเมื่อมากเมฆเล่าเรื่องเมียมัน แล้วน้องๆของมันเป็นลมไปอีก 2 เพราะมันบอกว่าตัวเองเป็นหายณะสีเงิน
    #2,875
    0
  6. #2874 ปลาทองมะเขือเทศ (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 10:57
    ฮื้อออออ ร้องไห้ตามเลยสงสาร T^T
    #2,874
    0
  7. #2873 ford042 (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 08:35
    ขอบคุณครับ
    #2,873
    0
  8. #2871 joelamtan (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:16
    ขอบคุณครับ สวัสดีปีใหม่ คร้าบ
    #2,871
    1
  9. #2870 neonna (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 06:27

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ไรท์มีสุขภาพแข็งแรง มีความคิดแจ่มใส เพื่อสร้างผลงานที่ดีออกมาให้พวกเราด้วยค่ะ

    #2,870
    0
  10. #2869 kthongkanya (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 06:14
    อบอุ่นจัง ขอบคุณครับ
    #2,869
    0
  11. #2868 torahoshi (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 06:01
    ขอบคุณครับ รอมานาน สนุกครับ
    #2,868
    0