มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 124 : บทที่ 124 มารดาของมากเมฆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 457 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

บทที่ 124 มารดาของมากเมฆ

 

            ภายหลังที่จัดการปัญหากับกองกำลังพันธมิตรของสามตระกูลใหญ่จบแล้ว ทั้งหมดก็พากันไปยังสเปซโคโลนีอันเป็นสถานที่ลับที่โคจรอยู่ใกล้ๆ ดวงจันทร์ในทันที

 

            ส่วนกองกำลังเมฆอัคคีทั้งหมดที่ยังเหลือรอด และกองกำลังยานบินรบส่วนตัวของไพศาลที่ได้นำมาด้วย ต่างก็ให้ไปรอที่เขตปกครองพิเศษบนดวงจันทร์ เขตที่ตั้งส่วนตัวที่ตระกูลเมฆาเทพเป็นเจ้าของ

 

ส่วนตัวของไพศาลนั้น มากเมฆได้พาคุณพ่อไปยังโคโลนีที่ว่า เพื่อพบกับคุณแม่ที่นอนพักรักษาตัวอยู่

 

จากนั้นตนเองก็จะได้ขอตัวไปจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลก

 

            ภายในโคโลนีลับของเฒ่าปริศนา โคโลนีที่มากเมฆจับรากไม้กับ ZERO มาเล่นเป็นแมลงสาบ

 

            โดยปกติแล้วโคโลนีลับแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นดวงใจทั้งดวงของเฒ่าปริศนาเทเวศร์เลยก็ว่าได้

 

เพราะเป็นสถานที่ที่ลูกสาวสุดที่รักทั้งสามคนของเฒ่าเทเวศร์ ได้ใช้ในการพักผ่อนและนอนหลับใหลมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา และที่โคโลนีแห่งนี้เอง ยังเต็มไปด้วยวิทยาการล้ำสมัยมากมาย เป็นสถานที่ลับอันสำคัญสุดยอดในการศึกษาวิจัยและทดลองต่างๆ ของทีมผู้สร้าง GOD ระดับสูงด้วยนั่นเอง

 

            บุคคลภายนอกต่างก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในได้ ผู้บุกรุกจะถูกฆ่าตายในทันที

 

แม้แต่รัฐบาลโลกหรือแม้แต่สหพันธรัฐสุริยะผู้มีอำนาจต่างๆ มากมาย เมื่อหลายร้อยปีก่อนนั้น

 

ต่างก็เคยคิดและหาเหตุผลข้ออ้างแบบหน้าด้านๆ อยากจะขอเข้าไปตรวจสอบเพื่อขโมยบางสิ่งออกมา

 

แต่ทว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้น ชนชั้นผู้นำผู้มีอำนาจมากมายล้นฟ้าหลายร้อยคน ที่มีความเห็นและความต้องการเหมือนๆ กันในช่วงเวลานั้น ต่างก็ถูกเฒ่าปริศนาเทเวศร์เล่นงานจนเกือบจะตายทั้งเป็น อยากตายก็ไม่ได้ตาย

 

และนั่นก็เป็นเพียงความโกรธไม่พอใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ยังไม่นับรวมที่เฒ่าปริศนาได้สร้างแรงกดดันต่างๆ นาๆ ให้กับคนทั้งโลกและอาณานิคมอวกาศต่างๆ ด้วยวิธีการสารพัดอันเลวร้าย เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใครในเวลานั้นอีกด้วย เล่นงานลับหลังแบบแสบๆ นั่นเอง

 

จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงหลายร้อยปีก่อน

 

จึงทำให้รัฐบาลโลกและทางสหพันธรัฐสุริยะ ต่างก็ได้ตั้งกฎบังคับขึ้นมาหนึ่งข้ออย่างลับๆ

 

โดยที่ไม่ต้องมาลงมติเอกฉันท์ใดๆ แม้แต่น้อย ว่าทั้งหมดทุกคนของรัฐบาลโลกและมนุษย์ทุกคน หรือใครก็ตามจากภายในภายนอก ห้ามไปสร้างความไม่พอใจแก่เฒ่าปริศนาโดยเด็ดขาด ผู้ใดละเมิดเท่ากับตาย.. และจะไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นอีกด้วย

 

แต่ในภายหลังหลังจากที่ไม่ได้มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน จึงเริ่มทำให้ใครหลายคนผู้มีอำนาจรุ่นใหม่ๆ ได้หลงลืมกฎข้อนี้ไปแล้วตามกาลเวลาที่ผ่านมา

 

แต่ทว่าพวกคนใหญ่คนโตที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ล้วนแล้วแต่ยังจำได้ดีทั้งสิ้น แม้แต่ตระกูลเมฆาเทพก็ตาม

 

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ไพศาลรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในระหว่างที่กำลังเดินตามลูกชายคนโตมากเมฆ เข้าไปภายในสถานที่ต่างๆ ด้วยความกังวล และรู้สึกตลอดเวลาว่ามีใครบางคนเฝ้ามองดูอยู่จากระยะไกล แต่ไม่สามารถบอกได้เลยว่ามาจากที่ไหน

 

บ้านพักริมหาดทรายธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการสมัยใหม่

 

บรรยากาศโดยรอบของทะเลสาบและหาดทราย กับเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ของธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นให้มีระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งหมดทั้งมวลไม่แตกต่างไปจากดาวโลกเลยแม้แต่น้อย

 

บนชายหาดของทะเลสาบอันเงียบสงบงดงาม ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้เดินๆ หยุดๆ อยู่นานสองนาน ราวกับกำลังใช้ความคิดต่างๆ มากมาย จนแลดูเหมือนคนที่เหม่อลอยไร้สติ

 

หญิงสาวคนนั้นมีชื่อว่า พิมนภา เมฆาเทพ เป็นมารดาแท้ๆ ของมากเมฆนั่นเอง

 

เนื่องจากเป็นเรื่องภายในครอบครัวและเป็นเรื่องส่วนตัวสุดๆ ทาง ซีโร่ รากไม้ ราริอัสและเซเลเน่จึงไม่ได้ติดตามมาด้วย และคนทั้งหมดก็กลับไปยังคฤหาสน์หรูหราใกล้ภูเขาไฟจำลองแล้วก่อนหน้านี้

 

เพื่อพักผ่อนและตรวจสอบสภาพความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอีกครั้งกับกองกำลังจักรกลของคุณพ่อเทเวศร์

 

ส่วนรากไม้กับโลลิน้อยซีโร่ ทั้งสองคนต่างก็กำลังทะเลาะกันอยู่ ในเรื่องของพิมพ์เขียวประตูมิติซูร่าดอร์ก่อนหน้านี้ ว่าใครสมควรเป็นเจ้าของนั่นเอง

           

 

            แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องเป็นอันจบลงโดยทันที หลังจากที่อาเจ๊เซเลเน่ของพิมพ์เขียวที่ว่าไปศึกษา

 

เพื่อตัดปัญหาที่ทั้งสองคน จะมาทะเลาะกันอย่างไร้สาระเกินเลยไปมากกว่านี้

 

            แน่นอนว่าทั้งรากไม้และโลลิน้อยซีโร่ ต่างก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง และต้องยอมให้คุณพี่สาวที่ราวกับแม่แต่โดยดีนั่นเอง

 

***********

           

ไพศาลมองเห็นภรรยาสาวพิมนภาเดินอยู่คนเดียวอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย

 

เขาจึงได้เดินเข้าไปใกล้ๆ เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความละอายใจ

 

แต่ก็เต็มไปด้วยความรักหนึ่งเดียวที่มีให้กับเธอ

 

พิมนภาได้ยินเสียงร้องเรียกอันคุ้นเคย จึงได้หันกลับมามองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างช้าๆ

 

พิมนภามองดูอีกฝ่ายอย่างเหม่อลอยไร้อารมณ์ ราวกับอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วสำหรับเธอ ก่อนที่อยู่ๆ ดวงตาทั้งสองจะเต็มไปด้วยน้ำตาใสๆ อันมากมาย ที่ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองของเธออย่างไม่เชื่อฟัง

 

".. พิม ผมขอโทษ ทุกอย่างมันเป็นเพราะผมเอง .."

 

".. ผมเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเราต้องเจอเรื่องแบบนี้ .."

 

ไพศาลพุ่งเข้าไปสวดกอดภรรยาสุดที่รักหนึ่งเดียวของเขา ความรู้สึกของเขาในเวลานี้ล้วนมากมายจนเหลือจะกล่าวออกมาได้ทั้งหมด

 

จนแม้แต่น้ำตาของลูกผู้ชายที่แข็งแกร่งยังต้องไหลริน ใครบ้างไม่เคยทำผิดพลาด ใครบ้างไม่เคยสำนึกและเสียใจในสิ่งที่กระทำผิดพลาดไป ตราบใดที่ยังมีหัวใจของความเป็นคนอยู่ สักวันคนคนนั้นจะรู้และเข้าใจมันเอง แต่กระนั้นถึงแม้ไพศาลไม่ได้เป็นคนทำ แต่ร่างกายของเขาก็เป็นผู้กระทำ .. เรื่องบางเรื่องมันช่างยากที่จะพูดและบอกให้ใครได้รับรู้รับฟังเสียจริงๆ

 

ไออุ่นแห่งรักที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่เคยเรียกหาและแววตาที่เต็มไปด้วยความรักที่มีให้เธอ

 

พิมนภาในตอนแรกคล้ายกับตกอยู่ในห้วงความฝันอันยาวนาน

 

ฝันร้ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยากจะยอมรับ และไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เธอต้องกำลังเผชิญ มาตลอดหลายปี ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของคนที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ คนที่เธอเลือกที่จะฝากชีวิตเอาไว้จนวันตายจากกัน

 

แต่ในวันนี้แววตา น้ำเสียง และความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้

 

มันช่างแตกต่างกันมาก ทั้งๆ ที่เป็นคนคนเดียวกัน หน้าตาเหมือนกัน แต่ทำไมความรู้สึกถึงได้ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกับยักษ์มารโรคจิตคนนั้น ที่ทำร้ายได้แม้แต่ลูกแท้ๆ ของตัวเอง ทำร้ายได้แม้แต่ภรรยาที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

 

พิมนภายอมให้อีกฝ่ายสวมกอด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ราวกับตกอยู่ในวังวนของบางสิ่ง

 

คล้ายกับเธอกำลังคิดและก็คิดไปเรื่อยๆ  

 

สัมผัสอุ่นไอรักที่ไม่ได้สัมผัสมานานของชายคนรักของเธอ

 

แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ที่ต้องการให้อีกฝ่ายอธิบาย

 

แต่ในเวลานี้เธอขอแค่ให้สามีของเธอ กลับมาเป็นเหมือนเดิม กลับมาเป็นคนเดิมที่รักเธอและรักครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น

 

ไม่ใช่ปล่อยให้เธอเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวมาตลอดหลายปี

 

แถมยังจับบุตรชายคนโตไปทดลอง และทรมานอย่างโหดร้ายทารุณ

 

****************

 

สองสามีภรรยาต่างก็หาสถานที่อันเงียบสงบ และค่อยๆ พูดคุยกัน ปรับความเข้าใจเข้าหากัน ถึงแม้เรื่องราวต่างๆ มันจะน่าเหลือเชื่อ แต่หลังจากที่ไพศาลได้บอกเล่าสิ่งต่างๆ ออกไป พิมนภาก็รับฟังแต่โดยดี ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เชื่อในตอนแรก แต่หลังจากที่ทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เธอจึงเชื่อในสิ่งที่สามีของเธอพูดบอกอย่างหมดใจ  

 

ไพศาลได้บอกกล่าวเรื่องราวทั้งหมด ให้ภรรยารับรู้โดยไม่ปิดบังใดๆ แม้แต่น้อยนิดก็ไม่มี

 

และยังได้สลายพลังวิญญาณแปลกปลอม ที่ผนึกความทรงจำบางส่วนของอีกฝ่ายออกไปอีกด้วย ความทรงจำที่ผนึกการมีอยู่ของมากเมฆนั่นเอง

 

".. ในเมื่อทุกๆ อย่าง มันได้ผ่านไปแล้ว พวกเราก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะนะคะ วิญญาณร้ายนอกพิภพอะไรนั่น ก็ถูกจัดการไปแล้วด้วย แต่ว่ามากเมฆไม่รู้ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง .."

 

".. ฉันไม่โกรธคุณอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่ยกโทษให้ง่ายๆ หรอกนะ .." พิมนภาในอ้อมกอดของสามีไพศาลได้พูดตอบ และในเมื่อทุกอย่างได้รับคำตอบแล้ว เธอก็ไม่ถือโทษโกรธสามีของเธออีก

 

พิมนภาเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมาก

 

หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ถูกทรมานด้วยการตัดแขนตัดขา และให้ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายราวกับหนูทดลองมากมายหลายปี และยังถูกสามีอันเป็นที่รักทรมานมาโดยตลอด ปกติคนคนนั้นก็สมควรจะเป็นบ้าไปแล้ว จากการถูกทรมายทั้งร่างกายและจิตใจ

 

แต่สำหรับพิมนภา เธอยังสามารถเอาชนะด้านมืดในจิตใจเธอได้ และรับได้กับทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเวรกรรม และด้วยความหวังที่ว่าสักวันหนึ่ง เธอจะได้รู้ความจริงและคำตอบทุกๆ อย่าง เธอจึงได้พยายามอดทนและผ่านสิ่งต่างๆ มาได้จนถึงทุกวันนี้

 

ส่วนไพศาลเองที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา จำต้องมาเห็นภรรยาสุดที่รักและลูกชายคนโตถูกทรมานต่างๆ นาๆ ตั้งแต่ยังเด็ก โดยที่เขาช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

 

เพราะดวงวิญญาณของเขาถูกผนึกไว้ที่ดวงตาข้างซ้ายตลอดเวลา

 

เขาเองก็ได้รับความทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจไม่ใช่น้อยๆ ใครบ้างอยากจะเห็นลูกชายและภรรยารัก ถูกทรมานต่อหน้าต่อตากันอย่างโหดร้ายและไม่ใช่มนุษย์ และสำหรับไพศาลที่เห็นและรู้ทุกๆ อย่างมาตลอดหลายปีนี้ ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจได้ถูกทำร้ายไปมากน้อยแค่ไหนแล้วเหมือนกัน

 

หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว สองสามีภรรยาเหมือนจะมีโลกส่วนตัวของกันและกันเกิดขึ้นมา ไม่สนใจสิ่งใดๆ รอบข้างเลยแม้แต่น้อย พูดคุยหัวเราะและร้องไห้กันอยู่สองคน

 

แม้แต่บุตรชายแท้ๆ ที่นั่งมองทั้งสองจากที่ไกลๆ ในเวลานี้ ยังถูกลืมไปแล้วอย่างสมบูรณ์

 

คุณพ่อลืมลูกชาย แต่คุณแม่พิมนภาไม่รู้ว่าลูกชายมาหา ความผิดเลยไปลงที่คุณพ่อไพศาลเต็มๆ

 

และก่อนหน้านี้เล็กน้อย มากเมฆได้นึกไปถึงน้องๆ ทั้งสองของเขาที่อยู่ใกล้ๆ นี้เอง และคนทั้งคู่คงอยากจะเจอคุณพ่อคุณแม่ด้วยแน่ๆ ชายหนุ่มจึงได้ขอให้รากไม้กับโลลิน้อยซีโร่ออกไปรับทั้งสองคน มายังสถานที่แห่งนี้ให้หน่อยโดยเร็วที่สุด

 

และเพียงเวลาไม่ถึง 30 นาทีทั้งสองคนก็มาถึงในสภาพสั่นกลัวเล็กน้อย เพราะสถานที่แห่งนี้มันไม่แตกต่างอะไรกับแดนประหารนั่นเอง เป็นสถานที่ที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาได้ และแน่นอนว่าคนของตระกูลเมฆาเทพทั้งหมด กองกำลังเมฆอัคคีต่างก็ไม่กล้าต่อต้านใดๆ แม้แต่น้อย หลังจากที่รู้ว่าเป็นคำสั่งเรียกหาให้ไปพบของบุตรชายคนโตมากเมฆ เมฆาเทพ ว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป

 

พี่ชายกับน้องทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ทั้งสองคนยังสั่นกลัวไม่เลิก เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องเหลือเชื่อมากเกินไป ตั้งแต่ได้ก้าวเข้ามาและเห็นทุกสิ่งทุกอย่างกับสายตาของตัวเอง

 

".. ที่นี่มันใช่โคโลนีจริงๆ เหรอ ทำไมถึงได้มีระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติไม่แตกต่างจากดาวโลกเลย แม้แต่ท้องฟ้าก็มีด้วย เป็นไปได้ยังไง .." กายเมฆพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจใคร่รู้

 

".. พี่กายเมฆคะ ระวังตัวด้วยที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเราจะมาทำเป็นเล่นได้นะ .." อารียาพูดเตือนสติพี่ชายของเธอ เพราะแม้แต่เธอเองก็อดที่จะหวาดหวั่นในใจไม่ได้เช่นกัน

 

เพราะหากนำมหาตระกูลเมฆาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ไปเปรียบเทียบกับทีมผู้สร้าง GOD ของเฒ่าปริศนาแล้วในเวลานี้

 

มันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน ราวกับสวรรค์และโลกก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ หรือแม้แต่ทางด้านอำนาจทางการทหาร และทรัพย์สินเงินทองในปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุนี้เองอารียาและกายเมฆจึงรู้สึกกดดันและระวังตัวอย่างมากตลอดเวลา

 

และที่สำคัญพวกเธอยังไม่ไว้วางใจ พี่ชายแท้ๆ แต่ไม่สนิทตรงหน้า ที่เอาแต่มองพวกเธอด้วยสายตาแปลกๆ ที่ยากจะเข้าใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 457 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2872 MewThanayot (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:59
    ใครบ้าง? ใครบาง? ผมไม่รู้ใช้อันไหนอะ
    #2,872
    1
    • #2872-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 124)
      4 มกราคม 2562 / 13:34
      แก้ไขแล้วนะครับขอบคุณมาก
      #2872-1
  2. #2867 tomjr (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 02:04
    มองด้วยถ้าทางแปลกๆหรือมองด้วยสายตาโรคจิตครับไรท์ ถ้าอย่างหลังพี่หมีคนนี่จะไม่ยอม
    #2,867
    0
  3. #2865 nuhma (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 01:45
    เม้นแรก
    #2,865
    0