มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 116 : บทที่ 116 ที่สุดของพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

บทที่ 116 ที่สุดของพลัง

 

            เสียงตะโกนดังลั่นของบรรพบุรุษเมฆาเทพ ได้ส่งกระจายออกไปทั่วระบบสุริยะจักรวาล ในเวลาอันรวดเร็วเกือบเท่าความคิด

 

เสียงตะโกนที่ไม่น่าจะเดินทางไปไหนมาไหนในอวกาศได้ ในเวลานี้ทุกๆ ทฤษฎีล้วนแล้วแต่ไร้ความหมาย

 

เสียงตะโกนของเฒ่าชราที่ดูเหมือนจะเดินทางได้เร็วกว่าแสง ต่างได้ยินกันไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือหมูหมากาไก่ และเกิดการคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จากสถานที่ต่างๆ อันไกลแสนไกล

 

 

            ใกล้วงโคจรของดาวพฤหัสบดี

 

            สเปซโคโลนีขนาดใหญ่ยักษ์รูปทรงคล้ายกับต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ธรรมดา ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการอันล้ำสมัยนอกพิภพมารวมกันไว้ที่นี่ และถูกควบคุมดูแล พร้อมกับจัดสร้างจัดการ ทั้งหมดโดยทีมผู้สร้าง GOD อันลึกลับและผู้นำระดับสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว

 

และโคโลนีแห่งนี้ แต่เดิมเป็นของเฒ่าเทเวศร์แบบ 100% ที่สร้างเอาไว้เพื่อให้ลูกๆ ของเขาได้มาพักและอยู่อาศัยหลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว

 

            แต่ทว่าในภายหลังสเปซโคโลนีแห่งนี้ ได้ถูกยกให้กับมากเมฆผู้เป็นบุตรเขยในชะตากรรม

 

ด้วยจุดประสงค์บางอย่างแบบอ้อมๆ และโคโลนีแห่งนี้ยังได้ถูกอัพเกรด ต่อเติมเสริมแต่งเข้าไปอีกเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันโคโลนี่แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ อยากจะย้ายเข้ามาอยู่อาศัยยังสถานที่แห่งนี้มากกว่าหมื่นล้านคน

 

            ภายในห้องตรวจสอบใจกลางโคโลนี ขณะที่เฒ่าเทเวศร์กำลังควบคุมการจัดสร้าง และออกแบบเรือนหอให้กับลูกสาวทั้งสามอยู่นั้น

 

            เสียงตะโกนอันป่าเถื่อนเรียกหาได้ดังขึ้น !!

 

            ".. ไอ้เจ้าบ้านั่นกลับมายังพิภพแห่งนี้ได้ยังไง หรือว่าจะ เวรละไง .." ผู้เฒ่าเทเวศร์แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเปิดเผยพลังของตนเองมาก่อน แต่ในเวลานี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

 

            มือสองข้างตัดผ่านไปในอากาศอย่างราบเรียบ ก่อเป็นประตูมิติรอยแยกก็เปิดออก จนแม้แต่บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานกับท่านผู้เฒ่าปริศนามานานหลายสิบปี ยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

            ".. ไม่ต้องตกใจ พวกเจ้าทำงานกันต่อไป อ้อ เกือบลืม เรื่องในวันนี้เก็บเป็นความลับไว้ด้วย พวกเจ้าทั้ง 3 คนเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุด อย่าได้ทำให้ผิดหวัง .."

 

            พอพูดจบท่านผู้เฒ่าเทเวศร์ ก็หายเข้าไปภายในมิติรอยแยกที่ถูกเปิดขึ้น

 

ก่อนที่มันจะปิดลงอย่างช้าๆ ช่างเป็นการกระทำที่อยู่เหนือเหตุและผลอย่างแท้จริง ตัดมิติสร้างทางเดิน !!

 

**********

 

            บนยานอวกาศหลักของตระกูลเมฆาเทพ ที่ถูกมากเมฆบุกทะลวงจนได้รับความเสียหาย

 

            ภายในห้องบังคับการ

 

            เซเลเน่กับราริอัส หญิงสาวทั้งสองเข้ามาภายในยานได้โดยง่าย เพราะระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ รวมไปถึง จักรกลต่อต้านผู้บุกรุกจำนวนมาก ต่างก็ถูกคุณสามีทำลายไปหมดแล้วไม่มีเหลือ

 

            แถมบรรดาผู้นำระดับสูงเหล่าอาวุโสที่ติดตามมาด้วยในครั้งนี้ และพอจะอำนาจในการสั่งการได้ ต่างก็ถูกโยนเข้าไปภายในห้องพักด้านข้างที่เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ถูกไฟคลอกตายไปจนหมด

 

ดังนั้นสถานการณ์ในปัจจุบันจึงไร้ผู้นำในการควบคุมและสั่งการ ส่วนเอไอหลักที่ทำหน้าที่ในการดูแล เหมือนจะถูกปิดการทำงานไปทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว ในระหว่างที่มากเมฆกับวิญญาณร้ายนอกพิภพได้ต่อสู้กัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบันทึกภาพและหลักฐานใดๆ ได้นั่นเอง

 

 ".. เจอแล้ว พี่เจอคุณแม่สามีแล้ว สัญญาณชีพอยู่ใกล้ๆ นี่เอง มาทางพี่เร็วน้องรัก .." ราริอัสพูดบอกน้องสาวของเธอที่แยกตัวออกไปคนล่ะทางภายในยาน

 

เพียงเวลาไม่ถึง 3 นาที ทั้งราริอัสและเซเลเน่ก็มาถึงห้องบังคับการขนาดใหญ่ ที่คุณแม่ของคุณสามีนอนหลับอยู่

 

รอบข้างบริเวณโดยรอบของห้อง ต่างก็ถูกทำลายเสียหายเป็นอย่างมาก และมีการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้น พร้อมกับร่องรอยของพลังมิติหลงเหลืออยู่เล็กน้อยให้พอสัมผัสได้

 

".. หวังว่ามากเมฆจะปลอดภัยนะ .." เซเลเน่อดที่จะเป็นห่วงสามีของเธอไม่ได้

 

".. เราพาคุณแม่สามีออกไปก่อน พี่เชื่อว่ามากเมฆจะไม่เป็นอะไร พวกเราไปกันเถอะ คุณแม่สมควรได้รับการดูแลให้เร็วที่สุด ถึงแม้ร่างกายจะดูปกติแต่ก็ไม่อาจจะวางใจได้ พวกเราไปกันเถอะ .."

 

ราริอัสอยากจะทำให้คุณสามีสบายใจให้ได้มากที่สุด จึงรีบพาคุณแม่ออกไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยก่อน

 

ทว่าในระหว่างนั้นเองทั้งสองคนกับได้ยินเสียงตะโกนที่ดังผ่านมา

 

".. ใครกันสามารถส่งเสียงผ่านห้วงอวกาศได้ แถมยังไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้ยินอีกด้วย .." เซเลเน่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมองไปยังทิศทางที่เสียงตะโกนที่ว่าจากมา

 

".. คนคนนั้น น่าจะเป็นสหายเก่าแก่กับคุณพ่อ ดูจากน้ำเสียงแล้วน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่ทิศทางที่จากมาดูเหมือนมากเมฆจะอยู่ในบริเวณนั้นด้วย พวกเรารีบพาคุณแม่สามีไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยก่อน ที่เหลือพวกเรามาคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไง .."

 

ราริอัสพูดบอกน้องสาวของเธอที่ดูเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และพาร่างหมดสติของคุณแม่สามีกลับไปยังโคโลนีของพวกเธอก่อนเป็นอันดับแรก

 

พร้อมๆ กับแวะรับรากไม้กลับไปด้วย เพราะเจ้ารากไม้แสบได้ทำภารกิจสำเร็จหมดแล้วอย่างงดงาม แถมยังได้พิมพ์เขียวของประตูมิติซูร่าดอร์มาด้วยเช่นกัน ช่างเป็นผู้ติดตามรับใช้ที่มีประโชยน์เสียจริงๆ

 

            **************

 

            หน้าประตูมิติหินโบราณ

 

            ".. เชื่อมจิตผสานกายสินะ เพราะมีสายเลือดของเจ้าไหลเวียนอยู่ภายใน แต่จะสักเท่าไหร่กันเชียว .." วิญญาณร้ายนอกพิภพในร่างของไพศาลพูดขึ้น และเป็นฝ่ายโจมตีเข้ามาก่อนเป็นอันดับแรก หมายจะจบปัญหาทั้งหมดโดยเร็ว

 

            พลังวิญญาณแกร่งกล้าหาใดเปรียบของวิญญาณร้ายนอกพิภพ ได้ก่อรูปร่างจนมองเห็นได้ สัมผัสได้ถึงความเป็นจริงอย่างไม่ธรรมดา กลายเป็นฝ่ามือปีศาจขนาดใหญ่ยักษ์ ตบฟาดจากที่สูงอัดกระแทกเข้าใส่อย่างไร้ปราณี

 

            ถึงแม้อีกฝ่ายจะเร็ว ตัดสินใจโจมตีก่อนแทนการตั้งรับ

 

แต่กระนั้นบรรพบุรุษเมฆาเทพก็หาได้เป็นเสือกระดาษเก่าๆ ที่รังแกได้ง่าย

 

หลังจากที่ผสานจิตกับร่างกายของมากเมฆได้เล็กน้อยแล้ว พร้อมกับระเบิดพลังนำพาสิ่งที่ไม่สมควรจะมี มาสู่พิภพวัยเยาว์แห่งนี้ ด้วยพลังเหนือภพมากมายมหาศาลรอบข้าง ราวกับเป็นโลกใบที่สองหรือสามจนสัมผัสได้

 

ร่างกายของลูกหลานไม่ได้ความอย่างมากเมฆ กับเคลื่อนไหวไปเองตามความคิดของผู้เป็นปู่

 

สองมือวาดผ่านกลางเวหาไร้สิ้นสุด ก่อเกิดเป็นเส้นแสง เป็นเส้นทาง เป็นมายาจากปลายนิ้ว

 

สิ่งใดคิดว่าไม่กับมี สิ่งใดคิดว่ามีกับไม่ จริงเป็นจริง แท้เป็นแท้ กฎเกณฑ์ของโลกหล้าสวรรค์และนรก ถูกปรับเปลี่ยนตามใจนึกและเห็นชอบ ผ่านปลายนิ้วของเขาราวกับกำลังสร้างสรรค์ พระมหาวิถีที่ยากจะเป็นไปได้ ให้เกิดเป็นจริงขึ้นมาอยู่ตรงหน้า

 

บรรพบุรุษเมฆาเทพยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากเฝ้ามองการมาถึงของฝ่ามือวิญญาณ หลังจากปรับเปลี่ยนบางสิ่งให้เป็นตามประสงค์ได้สำเร็จ มองดูฝ่ามือขนาดใหญ่ยักษ์ใกล้เข้ามาอย่างเฉยชา

 

".. ไม่เลว พลังที่เจ้ามอบให้ข้า ข้าจะใช้ให้คุ้ม ทฤษฎีพระเจ้าทรราชย์ แลกเปลี่ยนเป็นจริง .."

 

เสียงคำรามของชายชราดังขึ้น พร้อมๆ กับวงแหวนพระเวทโบราณ

 

พระมหามนตราอันไม่สมควรจะมีอยู่จริงในเอกภพแห่งนี้ ได้กลับด้านดูดกลืนพลังวิญญาณจากฝ่ามือยักษ์มาเป็นแหล่งพลังงานของมันเองอย่างหิวกระหาย

 

แปรเปลี่ยนตามการวาดนิ้วลื่นไหลดุจสายน้ำวารีวิญญาณ อันจับต้องได้ ปรากฏเป็นวงแหนเวทเคลื่อนย้ายพร้อมโซ่วิญญาณสีดำทมิฬทรงพลัง ดังมังกรฟ้านับหมื่นพัน เข้าผูกมัดวิญญาณร้ายนอกพิภพไม่ให้หลบหนี

 

วงแหวนเวทเคลื่อนย้ายขยายยักษ์ ได้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กินพื้นที่ราวกับเด็กน้อยที่หิวนม ชักนำทั้งวิญญาณร้ายนอกพิภพและมากเมฆที่ถูกบรรพบุรุษเมฆาเทพเชื่อมจิตผสานกาย นำพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งอันห่างไกลในพริบตา

 

*************

 

ณ ดาวพฤหัสบดี ใจกลางพายุที่ใหญ่ที่สุดของดวงดาว สภาพอากาศเลวร้ายระดับหายนะ แม้แต่อากาศให้หายใจยังไม่มี ทั้งสองคนได้มาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ผ่านวงแหวนเวท ที่ใจกลางหายนะที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนเคยมาถึง หรือรอดออกไปได้เลยสักคน

 

กระแสไพฟ้าอสนีบาตนับล้านล้าน ราวกับมังกรคลั่งเสียสติกลางเวหาท้องนภา แหวกว่ายทำลายไม่สนสิ่งใด คลื่นลมพายุที่คมดุจมีดประหารจากนรกเหนือนรก เหนือสวรรค์อื่นใด พัดผ่านทำลายสรรพสิ่งไม่มีเหลือแม้แต่เท่าธุรี

 

สถานที่แห่งนี้ มันเลวร้ายยิ่งกว่าเลวร้ายหายนะเสียอีก

 

".. ใช้พลังวิญญาณของข้า มาเป็นแหล่งพลังของวงแหวนเวทเคลื่อนย้ายโบราณ ข้าน่าจะนึกให้ได้เร็วกว่านี้ ว่าวิชาและทักษะพลังพิเศษต่างๆ ของเจ้ามันน่ารังเกียจขนาดไหน .."

 

".. เจ้าคงกลัวสินะว่าหากต่อสู้กันจริงๆ ณ ที่ตั้งของตระกูลหลักที่เจ้าสร้างเอาไว้ มันจะถูกทำลายหายไปในอวกาศ .."

 

".. จากที่ข้าเห็น ดูเหมือนเจ้าจะเชื่อมจิตผสานกายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และการที่เจ้าบังคับให้ดวงจิตวิญญาณมาปรากฏยังพิภพแห่งนี้ได้ เจ้าต้องแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งที่คุ้มค่าเสมอเหมือนด้วยกันทั้งสองฝ่าย กับ วงแหวนพระเจ้าลี้ลับบรรพกาลหมื่นสังสารวัฏอมตะ ที่เจ้าขโมยไป .."

 

แม้จะอยู่ท่ามกลางพายุที่สามารถทำลายล้างดาวโลกได้ไม่รู้จบ แต่กับไม่สามารถทำอะไรวิญญาณร้ายนอกพิภพได้แม้แต่น้อย การพูดการจาและการกระทำใดๆ ล้วนดูสงบจนน่าแปลกใจ

 

".. อ้อ อ้อ จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ได้แล้วสินะ เพราะเจ้าได้ทำให้ วงแหวนพระเจ้าลี้ลับบรรพกาลหมื่นสังสารวัฏอมตะ ได้แตกออกจากกัน และในปัจจุบันมันถูกเรียกว่า วงแหวนพระเจ้าหมื่นสังสารวัฏอมตะ แบบเป็นชิ้นๆ .."

 

หลังจากที่ได้ฟังคำพูดมากมายที่คิดไปเอง หลงไปเองของอีกฝ่ายแล้ว

 

บรรพบุรุษเมฆาเทพอยากจะบอกให้เจ้าวิญญาณร้ายนอกพิภพรู้เหลือเกิน ว่าวงแหวนพระเจ้าลี้ลับบรรพกาลหมื่นสังสารวัฏอมตะ เป็นตนเองที่ได้มาอย่างสุจริต จากกล่องสมบัติที่ชื่อ เทพเกินฝัน หรืออีกชื่อก็คือ กล่องสมบัติทมิฬโบราณ เจ้าตัวไม่ได้ขโมยอย่างที่ถูกกล่าวหาแม้แต่น้อย แต่ด้วยเหตุที่ต่อให้อธิบายไปก็ใช่ว่ามันจะฟัง ดังนั้นก็ช่างหัวมันไปแล้วกัน

 

".. พูดก็พูดเถอะ ทฤษฎีพระเจ้าทรราชย์ ของเจ้า ทักษะวิชาที่ไม่สมควรจะมีอยู่ และเกิดขึ้นมาได้ แต่มันก็ทำให้ข้าคิดถึงวันเก่าๆ เสียจริง เจ้า รามนภาน้อยในวันวาน เด็กน้อยที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากเลือดและความตาย จนได้รับความสนใจและพระเมตตาจากพระองค์เจ้าของข้า แต่เจ้าก็ยังทรยศ และไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งกับพระองค์ ช่างน่าเสียดายจริงๆ หากเป็นข้า ข้าจะยอมแลกได้กับทุกๆ สิ่ง เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าลี้ลับบรรพกาลผู้สูงสุดหาใดเปรียบของข้า  .."

 

วิญญาณร้ายนอกพิภพลอยตัวใจกลางพายุทำลายล้าง ไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับบรรยากาศรอบข้างแม้แต่น้อย

 

".. เฮ้อ ๆ ข้าพูดสิ่งต่างๆ ออกไปตั้งมากมาย แต่เจ้ากลับเงียบมาโดยตลอด คงจะเหนื่อยสิท่า กับการบังคับเชื่อมต่อที่เกินความสามารถของเจ้าในเวลานี้ .."

 

ในระหว่างที่พูดอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีสายฟ้าอสนีบาตนับล้านล้าน ฟาดลงมายังร่างของวิญญาณร้ายนอกพิภพ จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จนสีหน้าที่เคยสงบและใจเย็นถึงกับเปลี่ยนไป

 

".. ดี ดีมาก เจ็บได้นิดๆ กำลังดี  ข้าเริ่มจะรำคาญพายุอสนีบาตบ้าๆ นี่แล้วสิ แช่แข็งมันชั่วนิรันดร์ไปเลยแล้วกัน  ฮ่าฮ่าฮ่า .."

 

วิญญาณร้อยนอกพิภพไม่เพียงพูดปากเปล่าเท่านั้น

 

แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อได้เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน พายุหายนะขนาดใหญ่ยักษ์ ดวงดาวขนาดมหึมาในระบบสุริยะดวงนี้ เพียงเศษเสี้ยวของเวลาที่กระพริบตาแล้วผ่านไป

 

ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็ถูกแช่แข็งทั้งหมดในทันที ชั้นน้ำแข็งใสบริสุทธิ์สีฟ้าอ่อนผสมม่วง สุดลูกหูลูกตาไม่มีใครเกิน

 

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไม่ขยับหรือเคลื่อนไหว ดาวทั้งดวงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลก่อนหน้านี้ ได้สงบลงในพริบตา โดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีเท่าที่รู้สึกได้ พลังวิญญาณเยือกแข็งสุดแกร่งกล้าของมัน ได้ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น ..

 

".. เชี่ยยยยย แม่งจะเทพเกินไปแล้ว .."  มากเมฆผู้ที่มองสิ่งต่างๆ จากภายในมิติความคิดไร้สิ้นสุด

 

ถึงกับพูดอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว มันบ้ามาก แต่ถึงแบบนั้น มันก็เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว

 

พลังอะไรของมันกัน ถึงขนาดแช่แข็งดวงดาวขนาดใหญ่ได้ง่ายเพียงนี้ แม้กระทั่งพายุ หรือแม้แต่สายฟ้าจำนวนมาก สายลมและอากาศ ต่างก็ถูกแช่แข็งไปด้วยทั้งหมดไม่มีเหลือ

 

".. เป็นยังไงสมใจเจ้าหรือยัง การที่เจ้าพาข้ามาที่นี่ ก็เพราะวางแผนจะให้ข้าถูกสายฟ้าจำนวนมากฟาดใส่ แต่เสียใจด้วย ตัวข้าในวันนี้ไม่เหมือนกับตัวข้าเก่าก่อนในอดีต สหายน้อยรามนภา เจ้ายังมีอันใดจะพูดก็พูดเถอะ เพียงเจ้าที่เชื่อมจิตได้เล็กน้อย และตัวตนจริงๆ ของเจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้ารู้สึกเสียเวลาจริงๆ ความตื่นเต้นก่อนหน้าก็หมดไปแล้ว จากสภาพที่เห็นของเจ้าในปัจจุบัน เจ้าอ่อนแอเกินไป .."

 

".. ร่างกายของเจ้าเด็กน้อยมากเมฆนั่น ไม่อาจจะทนรับกับพลังสุดขีดของเจ้าได้ ทำใจเสียเถอะ ยังไงพิภพวัยเยาว์แห่งนี้ก็ต้องเป็นแหล่งพลังงานให้ข้าได้กลืนกิน และเปิดประตูให้ข้ากลับไปยังสถานที่ที่จากมา .."

 

วิญญาณร้ายนอกพิภพยังคงเหนือกว่า และแข็งแกร่งอย่างไร้จำกัด ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็เป็นตัวตนที่โหดแบบสุดๆ ของจริง

 

ทว่าเสียงหัวเราะกับดังขึ้น ช่างเป็นเสียงหัวเราะอันเย็นชาไปถึงกระดูก

 

".. ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าสิ่งที่ข้าแลกเปลี่ยนตั้งมากมาย เพื่อมาที่นี่ เพื่อพบกับความพ่ายแพ้หรือยังไง เจ้าโง่ .." บรรพบุรุษเมฆาเทพพูดตอบโต้หลังจากที่เงียบมานาน

 

".. มันแค่ยกแรกเท่านั้น เจ้าจะรีบไปตายที่ไหน  หรือกลัวแพ้จนพูดพล่ามไม่หยุด .."

 

ร่างกายของมากเมฆขยับไปเองอีกครั้ง แต่ดูเหมือนในครั้งนี้ บางสิ่งบางอย่างจะไม่ง่ายอีกแล้ว เพราะวิญญาณร้ายนอกพิภพคงไม่ยอมให้ทำอะไรง่ายๆ ได้อีกครั้ง

 

สองมนุษย์ที่ถูกหยิบยืมร่างกาย ต่อสู้โรมรันกันอย่างดุเดือด

 

ถึงแม้วิญญาณร้ายนอกพิภพจะใช้พลังไปมากมายมหาศาลในพริบตา ในการแช่แข็งดวงดาวพฤหัสบดีทั้งดวงให้อยู่ในสภาพหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว

 

แต่ทว่ากับไม่เห็นอาการอ่อนล้าใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นตัวตนที่เหนือล้ำเกินกว่าจะเข้าใจได้เสียจริงๆ

 

บรรพบุรุษเมฆาเทพเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าอีกฝ่ายเท่าไรนัก

 

ถึงแม้จะไม่อาจจะมีชัยเหนือกว่าได้อย่างชัดเจน แต่ทุกครั้งที่ใช้ทักษะตะลึงโลกออกมา ก็ล้วนแล้วแต่มีชัยเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ในด้านของฝีมือและการแก้เกมที่เหนือกว่า หากไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายเจ้าวิญญาณร้ายนอกพิภพมีพลังเกินคาดเดา และดูเหมือนไร้สิ้นสุดล่ะก็ ปานนี้คงจบไปนานแล้ว

 

รูปแบบการต่อสู้ของทั้งสองแตกต่างกันมาก

 

วิญญาณร้ายนอกพิภพมักใช้แต่ทักษะทรงพลังดิบเถื่อนโบราณเข้าว่า และเข้าแรกให้ตกตายอย่างไม่ใส่ใจ

 

แต่ก็ถูกบรรพบุรุษเมฆาเทพแก้เกมได้ ด้วยการสร้างวงแหวนเวทที่ไม่สมควรมีอยู่จริงออกมา แก้ทางได้อย่างเด็ดขาดอยู่เรื่อยๆ

 

แต่ถึงอย่างงั้น คนหนึ่งมีขีดจำกัดเริ่มอ่อนล้าให้เห็น อีกคนไร้จำกัดและดูเหมือนจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมา เหตุแห่งผลที่คิดได้ มันก็ชัดเจนที่สุดแล้ว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ บรรพบุรุษเมฆาเทพได้พ่ายแพ้อย่างแน่นอน

 

มากเมฆถูกพลังหมัดวิญญาณเพลิงชกเข้าใส่ในสภาพที่อ่อนล้า

 

จนกระเด็นไปชนกับชั้นเมฆที่ถูกแช่แข็งจนได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อย

 

แต่ถึงแบบนั้นก็ยังลุกขึ้นมาได้ และใช้ทั้งสองมือวาดวงแหวนเวทโบราณออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดภาพเหตุการณ์โลกไม่รู้ออกมามากมาย

 

พลังทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด และยากจะสรุปผล..

 

ทว่า ...

 

".. นานๆ ครั้งข้าจะเห็นเจ้าอยู่ในสภาพนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะเจ้าเฒ่ารามนภา ฮ่าฮ่าฮ่า  .."

 

เสียงของชายชราเทเวศร์ดังขั้นอย่างอารมณ์ดี พร้อมๆ กับมิติรอยแยกที่ปรากฏขึ้น

 

 

 

สองต่อ 1 หากเป็นพระเอกเขาเรียกร่วมแรงร่วมใจ  แต่หากเป็นฝั่งตัวร้ายเขาเรียกหมาหมู่ ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2796 KurouNeko (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 08:19
    จะรอดไหมเนี่ย
    #2,796
    0
  2. #2795 joelamtan (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:55
    ขอบคุณครับ
    #2,795
    0