THE END l พัดผ่านรัก [ สำนักพิมพ์ Princess ]

ตอนที่ 5 : พัดผ่านรัก...ตอนที่ 5(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 พ.ค. 58

 


บทที่ 5

 

                วาตีกำลังครุ่นคิดเรื่องในอดีตจนลอบถอนหายใจออกมา เมื่อเสียงประตูห้องนอนเปิดกว้าง ครู่เดียวจึงสัมผัสได้ว่าบนเตียงนอนกำลังยวบลงเป็นกระหย่อม พร้อมกับแก้มเนียนถูกลิ้นสากๆเลียแผล็บสองสามครั้ง ตามด้วยเสียงเห่าเล็กๆของเจ้าโดมิโน สุนัขเพศผู้พันธุ์ชิวาวาขนสั้นสีแบล็กแทนตัวเล็ก

                หล่อนจึงพลิกตัวขึ้นมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเจ้าโดมิโน ทั้งหอมทั้งจูบพร้อมกับลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ชอบให้เลียหน้า เดี๋ยวเถอะ...แล้วนี่ใครปล่อยให้ขึ้นมาข้างบนกันฮึ

                แม่เองแหละลูก

                วารียืนอยู่ที่กรอบประตู ในมือถือนมร้อนบรรจุใส่แก้วทรงสูง มองหล่อนด้วยแววตาอาทร...เพียงครู่ก็ก้าวมาใกล้ชิดขอบเตียง ยื่นแก้วนมนั้นส่งให้

                แม่อุ่นนมขึ้นมาให้ เห็นหนูทานข้าวไปได้นิดเดียวเอง น่าจะยังไม่อิ่ม

                แม่ของหล่อนเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงสิ่งกระทบจิตใจของหล่อนเมื่อครู่ ทำให้หล่อนรู้สึกกระดากใจไม่น้อย แต่ก็ขยับตัวเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่ง แล้วรับนมแก้วนั้นมาถือเอาไว้

                เจ้าโดมิโนที่สั่นหางกระดุกกระดิกอยู่ใกล้ๆ ส่งสายตามองไปยังแก้วนมในมือด้วยความอยากกินตามธรรมชาติของสุนัข ทำให้หล่อนต้องละมือข้างหนึ่งที่ว่างเอื้อมไปลูบหัวมันอีกครั้งพลางเอ่ยแหย่เย้า

                แก้วนี้ของฉัน...ถ้าแกอยากกิน ก็ไปอ้อนขอแม่เอาเองสิ

                ว่าแล้วหล่อนก็เป่าไออุ่นไล่ความร้อนในแก้ว ก่อนจะดื่มนมแก้วนั้นทีละนิดจนหมด หันไปมองทางเจ้าโดมิโนที่ตอนนี้ขยับไปอยู่ปลายเท้า นอนหมอบด้วยความผิดหวัง

                แม่ดูสิคะ...โดมิโนมันแอบงอนตุ๊บป่องแล้ว

                ผู้เป็นแม่ยิ้มบางๆ ลากเก้าอี้ดีไซน์เก๋ไก๋สีดำมานั่งสนทนากับลูกใกล้ๆ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ก็เล่าให้แม่ฟังได้นะลูก

                แต่แล้วจู่ๆแม่ของหล่อนก็ชวนคุยเข้าประเด็น ทำให้หล่อนได้แต่ยิ้มฝืนเฝืออย่างช่วยไม่ได้...

                แม่อย่าไปคิดมากเลยค่ะ มันก็แค่เรื่องเท่าขี้ผงบังตา นางเอกในนิยายของวาเจอเรื่องเลวร้ายตั้งร้อยแปดอย่าง หนักหนาสาหัสมากกว่านี้ตั้งหลายเท่า ก็ยังผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

                แต่นั่นมันนิยายนะจ๊ะวา...นี่มันชีวิตจริง เหมือนกันที่ไหน

                หล่อนไหวไหล่ ทำท่าไม่แยแส ไม่รู้สึกรู้สาต่อความเจ็บปวดในส่วนลึกที่ซุกซ่อนไว้เหล่านั้น นิยายที่วาเขียน มันก็มีหลายส่วนมาจากชีวิตคนเราจริงๆนี่คะ แม้ว่าหลายสิ่งอาจจะเพิ่มเติมเข้าไปด้วยจินตนาการก็เถอะ

                แล้วแววตาของวารีก็หม่นแสงลง...

                นั่นสินะ แม่ก็ลืมไปเสียสนิทว่าชีวิตคนเรากับชีวิตตัวละครในนิยาย บางทีมันก็แยกกันไม่ออก ขนาดชีวิตของแม่ก็ยังไปโลดแล่นอยู่ในนิยายของลูกเลย

                แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือแค่ตั้งใจเอานมแวะมาให้วา

                วารีนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะชวนหล่อนคุย แม่แค่อยากจะขึ้นมาถามลูกน่ะสิว่าตอนนี้กำลังเขียนนิยายเรื่องอะไรอยู่ แล้วเรื่องสาปสวรรค์ลวงที่ให้แม่อ่านต้นฉบับไปสิบกว่าตอน เขียนจบหรือยังลูก...แม่อยากจะอ่านต่ออีกสักหน่อย ไม่อยากรอตอนรวมเล่ม ที่อ่านค้างไว้มันคาใจจัง ถึงตอนที่พระเอกกำลังทำโทษนางเอกแล้วด้วยสิ

                หล่อนยิ้มอย่างโล่งใจ เพราะมารดาของหล่อนนั้นเป็นนักอ่านนิยายตัวยงมาแต่ไหนแต่ไร นอกจากนิยายของลูกสาว แม่อ่านนิยายของนักเขียนเก่าและใหม่ทุกประเภท จนตอนนี้ชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่ใน ห้องสมุดส่วนตัว วางเรียงกันจนแทบจะล้นชั้น

                แล้วต้นฉบับนิยายทุกเรื่องที่หล่อนเขียน ก็ได้แม่นี่แหละที่คอยเป็นผู้ตรวจทานจำเป็น เรื่องไหนสนุกถูกใจ แม่ก็พูดถึงไม่ขาดปาก แต่ถ้าเรื่องไหนขัดใจ แม่ก็มักจะบ่นนานติดกันหลายวัน จนหล่อนเคยชินเสียแล้ว...ยกเว้นก็แต่นิยายเรื่องที่มีชีวิตของพ่อกับแม่อยู่ในนั้น เป็นเรื่องเดียวที่ท่านไม่เคยแสดงความคิดเห็นใด

                เรื่องนั้นวาเขียนจบไปหลายวันแล้วค่ะแม่ แต่เพิ่งส่งต้นฉบับไปไม่นานนี้เองค่ะ

                พูดจบหล่อนก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังโต๊ะทำงาน วางแก้วเปล่าที่ถือติดมือลงบนโต๊ะ แล้วย่อตัวลงไปชั้นเตี้ยข้างๆโต๊ะทำงาน หยิบต้นฉบับสมบูรณ์ที่พริ้นท์เอาไว้เป็นเล่มสำหรับตรวจทานรอบสุดท้ายส่งให้มารดา

                นี่ค่ะแม่

                วารีรับต้นฉบับสวรรค์ลวงที่หนาเกือบ 250 หน้าขึ้นมาวางแนบตัก พลิกไปมาคร่าวๆ ก่อนจะถามหล่อนต่อว่า แล้วตอนนี้เขียนเรื่องอะไรอยู่ล่ะ

                หล่อนจึงเล่าถึงงานแพ็กคู่ล่าสุดที่เพิ่งไปคุยกับเลอฉวีมาวันนี้...

                มารดาของหล่อนมีสีหน้าตื่นเต้นแกมแปลกใจ ก่อนจะออกปากอย่างงุนงงอยู่บ้าง นิยายชุดนี้น่าสนใจดีนะลูก แต่นายแบบคนที่ลูกพูดถึง ก็คือคนเดียวกับที่ป้าของหนูพูดเมื่อครู่ใช่ไหม...ก็ตัวจริงเขาเป็นเกย์ไม่ใช่เหรอ แล้วจะต้องแก้ข่าวไปทำไมกัน

                หล่อนเห็นหัวคิ้วของมารดาย่นเข้าหากัน ก็มองเห็นว่าเครื่องหมายคำถามลอยเต็มไปหมด...ดูเอาเถอะ ขนาดแม่ของหล่อน ซึ่งไม่ได้สนใจเรื่องของชาวบ้านสักนิด ยังเข้าใจแบบเดียวกับที่ป้ารุ่งพูดทุกประการ

                พลางเสียงของเจ้าโดมิโนก็เห่าขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย...หรือว่าเจ้าโดมิโนจะคิดเหมือนแม่กับป้ากันนะ?

                หล่อนจึงได้แต่ถอนใจ พร้อมกับจนใจที่จะตอบออกไป

//////////////////////////////////////////////////

มารดาอุ้มเจ้าโดมิโนออกไปพร้อมกับต้นฉบับสาปสวรรค์ลวงทั้งปึก วาตีจึงได้อยู่ตามลำพัง ภายในห้องนอนขนาดกว้างที่เต็มไปด้วยสีขาวกับสีดำตามความนิยมชมชอบส่วนตัว หล่อนนั่งทิ้งขาอยู่ขอบเตียง สายตาจับจ้องไปยังชั้นหนังสือสีขาวที่ตั้งชิดผนัง เห็นสันหนังสือนิยายเรียงกันเป็นตับ ส่วนใหญ่จะเป็นนิยายแปลของสำนักพิมพ์หนึ่งที่เน้นงานประเภทโรมานซ์

                แล้วหล่อนก็ตะบันอ่านนิยายแทบทุกประเภท นอกเหนือไปจากนิยายโรมานซ์ที่มีความชอบเป็นทุนเดิม ดังนั้นในห้องสมุดส่วนตัวที่อยู่ชั้นล่าง ชั้นหนังสือที่ออกแบบให้เข้ากับห้องโดยตั้งชิดผนังทั้งสี่ด้าน จึงเต็มไปด้วยนิยายหลากหลายแนว ทั้งที่เป็นงานดราม่าเข้มข้นหรืองานพาฝันของนักเขียนชั้นครู รวมถึงงานสมัยใหม่ของนักเขียนในยุคปัจจุบัน

                ซึ่งคติของหล่อน...การอ่านนิยายหรือหนังสือทุกประเภทนั้น เป็นการเติมคำ เพิ่มกลวิธีในการเขียน มองเห็นโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น ยังได้พล็อตใหม่ๆเก็บเข้า ไหความคิด อีกด้วย

                หล่อนลุกจากเตียงลงไปนั่งที่เก้าอี้ประจำ นั่งเอนหลังจนสบายใจ ปลดปล่อยความวุ่นวายใจเรื่องความรักในอดีตจนสิ้น  หล่อนจึงเอื้อมมือไปกดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ จับเมาส์เลื่อนไปยังหน้ากูเกิ้ล แล้วปลายนิ้วก็ขยับไปบนแป้นพิมพ์

                ...ภูพัด ชาติพงศ์...

                เพียงเท่านั้น ข้อมูลและภาพของนายแบบหนุ่มก็ปรากฏเรียงกันเป็นพรืด หล่อนจึงเริ่มค้นหาข่าวสารเกี่ยวกับตัวของเขาไล่ไปเรื่อยๆ โดยที่เก็บข้อมูลสำคัญลงในไฟล์หนึ่ง

                ข้อมูลแรกเกี่ยวกับตัวภูพัด เขาเป็นนายแบบหนุ่มหน้ามนซึ่งโด่งดังข้ามคืนในช่วงเวลาเพียงปีเศษ จากการถ่ายแบบแนวเซ็กซี่จากนิตยสาร อีเมล์-จิ้น จากนั้นบรรดาแมวมองทั้งหลายแหล่ก็พยายามเกี้ยวให้เขาไปอยู่ในสังกัด

                แต่จะมีใครเร็วเท่าเสือปืนไวอย่าง เอบี นักปั้นมือทองคนดังเจ้าของฉายา จอมฉก

                นับแต่นั้นมา คิวงานของภูพัดก็แน่นเอี้ยด มีทั้งงานเดินแบบ ถ่ายแบบ ที่ช่วงหลังนิตยสารทุกฉบับต่างพร้อมใจให้เขาต้องถอดเสื้อเพื่อโชว์หุ่นอันกำยำและขาวจั๊วะ งานโฆษณาที่ต่างรุมแย่งตัวให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยเรียกค่าตัวสูงถึงเจ็ดหลัก พร้อมข่าวคราวว่าเขากำลังควงกับนางแบบสาวร่วมสังกัดอย่างเพลงดาว

                วาตีมองภาพของเพลงดาว...จริงๆแล้วหล่อนผู้นั้นก็สวยใช่หยอก แต่ทำไมข่าวต่อจากนั้นถึงระบุว่าเขาเลิกกับเพลงดาวเพราะฝ่ายหญิงหันไปคบหากับผู้กำกับหนุ่มแทน โดยมีกระแสทำนองว่าที่ผ่านมา เอบีเป็นคนวางแผนรักโปรโมทครั้งนี้

                นี่แหละนะ...ที่เขาว่าวงการบันเทิงมันคือภาพมายา

                กระทั่งข่าวของภูพัดกับเพลงดาวเริ่มซา ถึงได้มีข่าวว่าเขากำลังเข้าไปเจรจากับผู้ใหญ่ทางช่อง 13 เพื่อวางตัวลงละครเรื่องใหม่กับนางเอกวัยใสมาแรงของช่อง ทำให้คิดได้ว่า...บางทีข่าวพวกนั้นอาจเป็นการปั่นกระแสเพื่อสร้างชื่อเสียงก็ได้

                แต่ดูเหมือนความดังของภูพัดจะถูกสกัดดาวรุ่ง ไม่รู้มือดีที่ไหนปล่อยข่าวว่าเขาไม่ใช่แมนทั้งแท่ง คบกับเพลงดาวบังหน้าเพื่อสร้างภาพ ระยะหลังเริ่มมีภาพหลุดว่าเขาไปไหนมาไหนกับผู้ชายด้วยกันบ่อยครั้ง ซึ่งนักข่าวก็พยายามเล่นประเด็นนี้ชนิดกัดไม่ปล่อย โดยเฉพาะนิตยสาร Gossip Celeb ...เมื่อโดนตอกย้ำภาพลักษณ์มากเข้า ข่าวการจะได้เล่นละครก็พลอยเงียบหายตามไปด้วย

                ดูสิ...ทั้งภาพทั้งข่าวที่เขียนว่าเขาเป็นเกย์แอบเต็มไปหมด!

                หล่อนมองดูภาพของนายแบบหนุ่มทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทีละภาพ พยายามมองอย่างเป็นกลาง...แต่ในที่สุด ใจของหล่อนก็ยังคงอคติ ตั้งแง่อยู่แต่ว่า ถ้าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน ทำไมถึงได้มีข่าวทำนองนี้บ่อยนัก

                คิดไปคิดมา มือก็จับเมาส์เลื่อนไปยังเนื้อข่าวข้างใต้ภาพ...ถึงได้รู้ว่า

                ...ภูพัด นายแบบหนุ่มกำลังจะได้เป็นแอมบาสเดอร์คนใหม่กับเครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลี แบรนด์

Y- Kiss

                เครื่องสำอางของผู้ชายอย่างนั้นหรือ?

                จะให้แก้ข่าวยังไงกันนะ ก็เล่นรับแต่งานที่ส่อเค้าแบบนี้!

//////////////////////////////////////////////////

ขณะกำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของหล่อนก็ดังขึ้น ภาพบนหน้าจอเป็นรูปผู้หญิงผมสีม่วงกำลังยิ้มหวานอย่างเก๋ไก๋ แต่การที่ปลายสายโทร.กลับมาอีกรอบในตอนดึก เห็นทีว่าคงจะมีงานด่วนอีกแน่นอน

                สวัสดีค่ะพี่ฉวีขา...โทร.หาวารอบดึก มีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ

                หล่อนวางเครื่องโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วกดสปีคโฟนให้เสียงดังลอดออกมา โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงจับเมาส์เลื่อนขึ้นลงเพื่ออ่านเนื้อข่าวต่างๆเกี่ยวกับนายแบบหนุ่มผู้อยู่ตรงหน้าจอ

                พี่โทร.มา...ก็แปลว่าพี่มีธุระสิจ๊ะ

                “ค่ะ พี่ฉวีพูดมาเลยค่ะ วากำลังตั้งใจฟังอยู่ ปากพูดไปพลางสายตายังสอดส่องกับข่าวซุบซิบของภูพัดที่ปรากฏบนหน้าจออย่างสนใจ

                คืออย่างนี้นะจ๊ะ บังเอิญว่าวันนี้พี่ได้มีโอกาสเจอกับน้องพัดพอดี พี่ก็เลยถามความคืบหน้าว่าเขาจะให้วาเข้าไปสัมภาษณ์ได้เมื่อไหร่ เลอฉวีพูดไปก็ไขว้นิ้วกลางทับนิ้วชี้เอาไว้ น้องพัดเลยบอกกับพี่ว่า เขาพร้อมสำหรับวาทุกวัน

                ทุกวันเลยหรือคะ...นี่เขาไม่ต้องทำการทำงานหรือคะ ไหนข่าวลงว่าคิวงานเขาออกจะแน่นเอี้ยด

                คิวงานของน้องพัดเขาก็แน่นเกือบทุกวันนั่นแหละ แต่หมายความว่าน้องพัดเขาพร้อมเสมอถ้าวาจะเข้าไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลการทำงานของเขาในแต่ละวันน่ะจ้ะ

                หล่อนเผลอไหวไหล่โดยอัตโนมัติ ถ้าอย่างนั้นวาควรจะไปพบเขาเมื่อไหร่คะ

                พรุ่งนี้จ้ะ

                พรุ่งนี้!!” หล่อนกระชากเสียงตามความชินปาก ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นคะ วาเพิ่งจะคุยกับพี่ฉวีเมื่อตอนบ่ายๆนี้เอง เพิ่งจะเตรียมตัวหาข้อมูลของเขาได้แค่นิดเดียว วาไม่พร้อมหรอกค่ะ พี่ฉวีทำนัดให้วาสักอาทิตย์หน้าไม่ดีเหรอคะ

                หล่อนใส่อารมณ์ไม่หยุด เพราะรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกบีบบังคับเรื่องกำหนดเวลาให้กระชั้นชิดจนเกินไป ความรู้สึกเหนื่อยจากต้นฉบับเรื่องที่แล้วยังไม่ทันหาย จู่ๆก็คิดจะลากให้หล่อนไปพบหน้าพบตัวเพียงแค่ข้ามคืน

                พรุ่งนี้แหละจ้ะวา พี่ติดต่อคุณเอบี ผู้จัดการของน้องพัดเขาไว้แล้ว

                หล่อนถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะบ่นยุบยิบ นี่พี่ฉวีตกลงกับคุณเอบีไว้แล้วอย่างนั้นหรือคะ ทำไมไม่ถามความสมัครใจของวาก่อน

                ถึงตรงนี้ บอกอคนเก่งจึงใช้ลูกล่อลูกชนด้วยเสียงอ่อนหวาน หลังจากที่หลอกล่อให้หล่อนอารมณ์เสียจนติดหมัด พี่ขอโทษด้วยนะจ๊ะวา ที่ต้องตัดสินใจโดยพลการ ไม่ได้บอกกับวาก่อน แต่พี่เห็นว่ามันเป็นโอกาสดีนะ เพราะว่าพรุ่งนี้ ทางคุณเอบีแจ้งว่าน้องพัดจะเปิดแถลงข่าวที่ไปรับงานเป็นแอมบาสเดอร์ให้เครื่องสำอางของเกาหลีที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยน่ะ

                เครื่องสำอางแนววายขายพวกผู้ชายอ่อนไหวน่ะเหรอคะ หล่อนจิกกัดเพราะความไม่สบอารมณ์ที่ถูกบีบบังคับชนิดสายฟ้าแลบ

                เลอฉวีหัวเราะแปร่งปร่าไปเล็กน้อย ก่อนจะแก้ต่างขึ้นว่า วาพูดเล่นใช่ไหมจ๊ะ...เครื่องสำอางแบรนด์วายคิส กำลังโด่งดังมากในเกาหลีเชียวนะ เห็นว่ายอดขายพุ่งทะลุเป้าจนขาดตลาดไปเกือบเดือน แล้วพี่ก็ยืนยันนะจ๊ะว่าเจ้าของสินค้านี้ เขาไม่ได้เจาะจงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทั้งชายทั้งหญิง หรือชายไม่จริงหญิงไม่แท้

                หล่อนแค่นเสียงหัวเราะเนิบๆก่อนจะตอบกลับ วาก็พูดเล่นไปอย่างนั้นเอง

                ว่าแต่พรุ่งนี้วาสะดวกนะ พี่ทำนัดไว้ตอนเที่ยงตรง เดี๋ยวพี่จะให้เบอร์โทรศัพท์ทั้งของคุณเอบีแล้วก็ของน้องพัด วาพร้อมจดไหมจ๊ะ

                วาตีจึงละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ งึมงำขณะหยิบปากกาใกล้มือจดเบอร์โทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขลงบนแผ่นกระดาษโน้ตเล็กๆ ตั้งใจว่าวางสายเมื่อไหร่จะคัดลอกสองเบอร์นั้นลงในสมุดบันทึกส่วนตัวที่พกติดกระเป๋าอีกทีหนึ่ง

                แต่สุดท้ายก็ลืม!

//////////////////////////////////////////////////

เลอฉวีลอบถอนใจเมื่อวาตีวางสายเรียบร้อย พร้อมกับเอ่ยถามปลายสายอีกทางหนึ่งซึ่งประชุมสามสายเพื่อรับฟังการสนทนาระหว่างหล่อนกับวาตีตั้งแต่ต้นจนจบ!

                “น้องพัดยังฟังอยู่หรือเปล่าจ๊ะ

                ปลายสายผู้ถูกเรียกชื่อถึงกับหัวเราะเบาๆลอดโทรศัพท์เข้ามา ได้ยินชัดเจนทุกคำครับพี่ฉวี

                พี่ละกลั๊ว กลัว ว่าวาจะจับได้แทบแย่ นี่ถ้าพี่ไม่เห็นแก่น้องพัด พี่ไม่ยอมทำแบบนี้หรอกนะ ถ้าวารู้ว่าพี่แอบประชุมสายร่วมกับน้องพัดอีกคน รับประกันได้ว่าพี่คงถูกถอนหงอกจนไม่เหลือไว้ให้ย้อมสีม่วงอีกแน่

                ผมต้องขอบคุณพี่ฉวีมากเลยครับที่เป็นธุระให้ทุกอย่าง

                “เรื่องเล็กน้อยน่ะค่ะน้องพัด ว่าแต่ได้ฟังเวลาวาพูดถึงน้องพัดแล้วเป็นยังไงบ้างคะ ไม่โกรธใช่ไหมคะที่นักเขียนของพี่พูดตรงๆแบบนั้น

                ไม่โกรธหรอกครับ แต่ผมกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้คุณวาเธอลบอคติเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับ เพื่อให้เธอเปิดใจมากขึ้นว่าตัวตนของผมจริงๆแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกเต้าข่าวสักนิด

                “พี่ยืนข้างเดียวกับน้องพัดนะจ๊ะ

                เลอฉวีทอดเสียงแผ่วเบาอย่างเห็นใจ หล่อนรู้ว่าภูพัดเป็นอย่างไร...ข่าวที่เกิดขึ้นจริงหรือเท็จ และเขามีเหตุผลอะไรซุกซ่อนอยู่ ถึงได้เจาะจงให้หล่อนเป็นผู้กำหนดทิศทางเลือกวาตีมารับหน้าเสื่อเป็นนักเขียนนิยายเพื่อแก้ข่าวให้เขา

                ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ถ้ายังไงแล้วผมจะเลี้ยงข้าวพี่ฉวีเป็นการตอบแทน

                บอกอสาวหัวเราะร่าทันใด ข้าวมื้อเดียวเองเหรอ ไม่คุ้มเลยนะ

                แล้วต้องแลกด้วยอะไรดีครับ

                เลอฉวีจึงเอ่ยถึงข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของวาตี ซึ่งหล่อนได้เกริ่นไว้กับเขามาก่อนหน้านี้ น้องพัดไม่เห็นต้องแลกอะไรเลยนี่จ๊ะ เพราะถ้าสิ่งที่เราคุยกันประสบความสำเร็จ นอกจากน้องพัดจะพ้นมลทินจากข่าวบ้าๆพวกนั้นแล้ว น้องพัดยังช่วยให้วาได้ลืมอดีตเกี่ยวกับคนรักเก่าอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว

                สองตัวที่ไหนครับพี่ฉวี เสียงเขาซ่อนความยินดีเอาไว้ไม่มิด

                นั่นสินะ...นกตัวที่สาม น้องพัดของพี่ก็จะได้สมหวังในความรักอีกด้วย

                นกตัวที่สาม! กับความรักที่ภูพัดปรารถนา...

                ชายหนุ่มปลายสายอมยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับชวนสนทนาต่อ แล้วพรุ่งนี้พี่ฉวีคิดว่าคุณวาเธอจะไปตามนัดหรือเปล่าครับ

                ไปสิจ๊ะ...วาเป็นคนที่ตรงต่อเวลานะ ทำงานกับพี่มาหลายปี พี่รู้จักนิสัยใจคอกันพอสมควร ถ้าเป็นเรื่องงานเขียน นอกจากวาจะเป็นคนมุ่งมั่นจริงจังแล้ว วาไม่เคยผิดนัดพี่เลยสักครั้ง

                บอกอคนเก่งออกปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ รับรองนิสัยและการันตีฝีมืออีกเป็นชุด ก่อนจะวกกลับเข้ามาถามเรื่องงานของวันพรุ่งนี้

                น้องพัดจ๊ะ...พี่ถามเรื่องงานวันพรุ่งนี้หน่อยสิ ตกลงคุณเอบีเขาทราบแล้วใช่ไหมว่าน้องพัดจะทำนัดให้นักเขียนของพี่ไปพบ

                ภูพัดอุทานเสียงเบา โอย...ผมยังไม่ได้แจ้งกับพี่เอบีเลยครับ ลืมไปสนิท แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการบอกพี่เอบีเอง พี่ฉวีสบายใจได้

                นี่แสดงว่าคุณเอบียังไม่รู้เรื่อง ที่น้องพัดตกลงจะให้พี่เขียนแก้ข่าวชีวิตของน้องพัดในรูปแบบนิยายอีกหรือจ๊ะ

                เขาหัวเราะแหะๆ รับสารภาพเสียงอ่อย...

                พี่เอบียังไม่ทราบเลยครับ แต่ผมเชื่อว่าพี่เอบีไม่มีปัญหาแน่ เชื่อมือผมเถอะครับ

                เมื่ออีกฝ่ายตอบรับแข็งขัน เลอฉวีจึงเบาใจอยู่บ้าง เพราะหล่อนรู้กิตติศัพท์ชื่อเสียงเรียงนามของนักปั้นมือทองรายนี้ดี ถ้าเป็นเรื่องคิวงานของดารานักแสดงในสังกัดแต่ละคนที่ดูแล เรื่องผลประโยชน์ตอบแทนนั้นมักจะมาก่อนเสมอ เพราะมันหมายถึงเปอร์เซ็นต์การแบ่งค่าหัวคิวที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยหลังจากหักภาษีเรียบร้อย

                ดังนั้นผู้จัดการดารานามว่าเอบีรายนี้ นอกจากจะมีข่าวเรื่อง ฉกเด็ก เป็นว่าเล่น เอบียังขึ้นชื่อเรื่องเขี้ยวลากดิน ไม่ยอมให้เม็ดเงินกระเด็นหายไปจากค่าเหนื่อยแม้แต่บาทเดียว

                หล่อนไม่ค่อยเชื่อข่าวลือนี้เท่าไหร่...ถ้าไม่ได้เห็นภาพถ่ายพร้อมคำสัมภาษณ์ของนักปั้นคนดังลงนิตยสาร ซึ่งมีภาพของเอบีนั่งอยู่กลางโซฟาตัวยาวแนววินเทจสีแดงเพลิง รายล้อมไปด้วยเด็กในสังกัดนับสิบชีวิต พร้อมกับกระเป๋า

แบรนด์ดัง สนนราคาใบหนึ่งไม่น้อยกว่าหกหลัก วางเรียงกันร่วมสามสิบใบ!

                ถ้าเอบีไม่เขี้ยวจริง...คงไม่เจียดเงินที่ได้จากการหักหัวคิวไปซื้อกระเป๋ากองพะเนินได้เยอะขนาดนี้หรอก!

                นึกถึงเอบีปุ๊บ ภาพ กระเป๋าถุงปุ๋ย ก็ลอยมาทาบอยู่ตรงหน้า พลางนึกต่อไปอีกว่า...ขอให้วันพรุ่งนี้ การนัดพบของวาตีกับภูพัดเป็นไปอย่างราบรื่นทีเถอะ

                คิดดังนั้นจึงลอบถอนใจบางเบา ก่อนจะวางโทรศัพท์รุ่นพระเจ้าเหาลงบนโต๊ะทำงาน แล้วทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ สายตาเลื่อนไปจับแฟ้มสีดำที่รวบรวมข้อมูลเซเลบทั้งหมด พลางหยิบมันขึ้นมาเปิดพลิกดูเอกสารข้างในทีละแผ่น

                ได้แต่ภาวนาในใจขอให้งานแพ็กคู่ชิ้นนี้ดังเป็นพลุแตกสมใจด้วยเถิด

//////////////////////////////////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 20:35
    รออ่านต่อนะคะ
    #16
    0
  2. #13 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 14:44
    ภูพัดน่ารักอ่ะ หญิงวาลบอคติใหม่นะแจ๊ะ อิอิ
    #13
    0