THE END l พัดผ่านรัก [ สำนักพิมพ์ Princess ]

ตอนที่ 4 : พัดผ่านรัก...ตอนที่ 4(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 พ.ค. 58


 
 

บทที่ 4

 

เมื่อคล้อยหลังหญิงสาวผู้กางร่มสีขาวสลับดำก้าวพ้นเขตเรือนโบราณอันเป็นที่ตั้งร้านกาแฟและเบเกอรีเรียบร้อยแล้ว เลอฉวีถึงกับถอนหายใจเสียยกใหญ่ เหมือนยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอก ไม่นึกว่าเพียงเริ่มต้นติดต่อนักเขียนมาร่วมงานนิยายแพ็กคู่ แค่ยกแรกก็เล่นเอาแทบหอบเหมือนวิ่งรอบสนาม

                ทั้งเชรี ทั้งวาตี...กว่าแต่ละคนจะยอมตกลงใจ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อม ในใจจึงหวังว่าจะราบรื่นสำเร็จไปด้วยดี จะได้เริ่มวางแผนการทำงานในส่วนอื่นต่อไป

                เลอฉวีมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังสีเทา บอกเวลาเกือบสี่โมงเย็น...ถนนหนทางข้างนอกยังคงมีฝนโปรยเม็ดร่วงลงมาไม่ขาดสาย จึงนึกไปถึงบุคคลผู้ที่สนทนากับหล่อนทางโทรศัพท์เมื่อชั่วโมงก่อนหน้า เสียดายอยู่ครามครันที่คนผู้นั้นไม่สามารถมาตามนัดหมายได้เหมือนแต่แรกที่คุยกันไว้

                เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนนั่นแท้ๆ!

                ถ้าวาตีรู้ว่าหล่อนตั้งใจให้ภูพัดมาพบกับนักเขียนโดยตรง จะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ...ปฏิกิริยาตรงนี้ต่างหากที่ทำให้หล่อนลุ้นระทึก...

                เสียดายก็ใช่อยู่หรอก แต่คนอย่างหล่อน ปัญหามีไว้ให้แก้...ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม!

                จึงตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะหลังจากจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มเรียบร้อย ขณะกำลังหิ้วกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ มองเห็นแวบๆว่านอกประตูกระจกสำหรับห้องติดเครื่องปรับอากาศ มีชายหนุ่มหน้าตาดีวิ่งฝ่าสายฝนมาจากด้านนอกด้วยสภาพที่ตัวเปียกละอองฝน มีรอยชื้นเป็นกระหย่อม

                พลันเขาผลักประตูกระจกเข้ามา เมื่อเงยหน้าขึ้น หล่อนจึงร้องทักเสียงหลง...

                น้องพัดนี่เอง ช้าไปแค่ก้าวเดียว มาไม่ทันแล้วจ้ะ

                ภูพัดขยับแว่นกันแดดเมื่อดึงหมวกแก๊ปออกจากศีรษะ มือข้างหนึ่งนั้นยีผมเบาๆพลางถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะยกมือสวัสดีผู้ที่สูงวัยกว่า

                เสียดายจังครับ กว่าจะปลีกตัวออกมาได้...ว่าแต่คุณวา เธอยอมเขียนแก้ข่าวของผมในนิยายให้หรือเปล่าครับพี่ฉวี

                เสียงอ้อมแอ้มของภูพัด ถึงกับทำให้บอกอสาวอมยิ้มแทนคำตอบทีเดียว...

                มือชั้นนี้แล้วจ้ะ ว่าแต่น้องพัดเถอะ เตรียมรับมือนักเขียนสาวอีโก้สูงคนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะจ๊ะ

                เมื่อสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า จึงเห็นว่าดวงตาของเขามีประกายบางอย่างฝ่าละอองไอฝนบ่งบอกความคิดออกมาได้ดีทีเดียว

//////////////////////////////////////////////////

วาตีขับรถฝ่าสายฝนปรอยไปตามถนนที่มีรถสัญจรติดอยู่ทุกเส้นทาง นึกถึงคำตอบของตนเองเมื่อครู่ แล้วจึงถอนใจอย่างบางเบา

                วารับปากแล้วกันค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีขนาดไหนนะคะ

                นิยายของวาไม่เคยทำให้พี่ผิดหวัง ถ้ายังไงพี่จะทำนัดให้วาอีกทีนะ...อ้อ แล้วก็เรื่องกำหนดส่ง พี่ขอให้ช่วงเวลาของการเขียนทำควบคู่ไปกับการเก็บข้อมูลตั้งแต่ตอนนี้ไปอีกสามเดือนน่าจะพอไหวอยู่นะ เพราะว่าแผนงานที่วางเอาไว้ พี่อยากให้ออกขายช่วงงานหนังสือเดือนมีนาคมปีหน้าน่ะจ้ะ

                สามเดือนเองหรือนี่!

                สามเดือนสำหรับการเขียนนิยายหนึ่งเรื่อง รวมทั้งต้องหาข้อมูลจากการสัมภาษณ์โดยตรง หรือจากสื่อแขนงต่างๆที่เกี่ยวกับนายแบบคนนั้น ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นเอาการ ฉะนั้นหล่อนจะมัวเอ้อระเหยลอยชายไม่ได้ เพราะคนอย่างหล่อน เมื่อรับปากแล้วก็จะต้องทำงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตนเองกำหนด

                ตอนนี้ในหัวสมองของหล่อน จึงวางแผนการคร่าวๆสำหรับตนเองว่าจะต้องทำอะไรบ้าง...ดังนั้นหล่อนจึงขับเคลื่อนรถยนต์ส่วนตัวเบนทิศทางจากที่ตั้งใจจะกลับบ้านแวะไปยังร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

                หลังจากวนรถหาที่จอดอยู่นาน จึงโชคดีเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเลื่อนแผงเหล็กที่กั้นรถออกให้ หล่อนขอบคุณเขาหลังลงจากรถโดยไม่ทันสังเกตว่ารถของหล่อนจอดอยู่ด้านขวาของรถเอนกประสงค์เจ็ดที่นั่งสีขาวของใครบางคน!

                กระทั่งเดินเข้าด้านในห้างสรรพสินค้า วาตีก็มุ่งตรงไปยังร้านหนังสือซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสาม ปราดเข้าไปยังแผงด้านหน้าที่วางเรียงนิตยสารหลากยี่ห้อทั้งไทยและต่างประเทศ หล่อนเลือกหยิบหนังสือแนวกอสซิปทุกเล่มหอบไว้แนบแผงอกแล้วไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์

                เมื่อเดินออกมานอกร้าน วาตีดึงหนังสือเล่มหนึ่งจากถุงขึ้นมา เป็นหนังสือแนวกอสซิปชื่อดัง ภาพใหญ่บนหน้าปกเป็นรูปภูพัดสวมหมวกแก๊ปกับแว่นกันแดดกำลังเดินออกทางประตูด้านหลังของห้าง โดยมีชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งเดินก้มหน้าอยู่ด้านหลังห่างกันไม่กี่ก้าว หากมองผิวเผินก็คงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีหัวข่าวตัวหนังสือสีแดงสดที่พาดอยู่บนกรอบภาพนั่นปะไร

                ภูพัด แอบตัวพ่อ ผู้ชอบเข้าออกทางประตูหลัง

                หล่อนอ่านพาดหัวข่าวแล้วก็ได้แต่ปลงอนิจจัง...นี่แหละนะ จะจริงหรือเท็จแค่ไหน แต่หนังสือก็ต้องเขียนข่าวให้คนอ่านสนใจพร้อมจะควักเงินในกระเป๋าซื้อเพื่อนำกลับไปเสพสื่อต่อที่บ้าน

                หล่อนเลือกที่จะพลิกหาดูเนื้อข่าวด้านในเกี่ยวกับภูพัดโดยเฉพาะ โดยที่ปลายเท้าตรึงอยู่กับที่กลางทางเดินหน้าร้านหนังสือ เมื่อเปิดเจอคอลัมน์ ล้วงติ่งตับแตก ของปาปารัซซีคนดังอย่างสุริยาวสีหรือที่พวกพ้องติดปากกันว่า สุริ หล่อนจึงกวาดสายตาบนเนื้อข่าวนั้นคร่าวๆ โดยไม่ได้มองทางเดิน

                ทันใดนั้นเอง...

                หนังสือในมือร่วงปุพร้อมกับที่ร่างเซถลาจนเกือบเสียหลัก เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าผู้ที่เดินชนหล่อนเข้าอย่างจังเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ในมือกำลังถือกล้องถ่ายรูปในท่าค้างเติ่งกลางลำตัว หันมาจิกตามองหล่อนด้วยความขุ่นเคือง พร้อมกับกล่าวโทษหล่อนหน้าตาเฉย

                อะไรกันยะ มัวแต่ใจลอย เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะบ้าง คนยิ่งรีบๆอยู่ด้วย...แล้วนั่นของหล่น ทำไมไม่เก็บล่ะยะ จะได้รีบๆขอโทษขอโพยกันให้เสร็จสรรพแล้วแยกกันไปซะที

                วาตีนิ่วหน้าด้วยความงุนงงครู่หนึ่ง ก่อนจะตอกกลับออกไป

                นั่นสิคะ คุณเป็นฝ่ายเดินชนฉันจนของหล่น ยังไม่เห็นขอโทษฉันสักคำ แล้วมายืนด่าฉอดๆ แทนที่จะรีบขอโทษฉันแล้วจะได้จบเรื่องจบราว

                ชายผู้นั้นออกอาการตุ้งติ้งฉับพลัน บ่งลักษณะเพศและตัวตน มือข้างที่ว่างเท้าสะเอวอย่างหาเรื่อง ฉันก็รอให้หล่อนนั่นแหละเป็นคนขอโทษ แต่ตอนนี้ไม่ต้องการแล้วย่ะ เสียเวลาทำมาหากินจริงๆเชียว...ป่านนี้ไม่รู้จะตามทันรึเปล่า...พวกชะนี...

                ชายใจหญิงผู้นั้นสะบัดหน้าพรืดแล้วจ้ำอ้าวเดินลงบันไดเลื่อนไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งไว้แต่กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจัดจนเหม็นแทบสำรอกกับคำด่าระคายหู แถมยังโยนความผิดมาที่หล่อนเสียอย่างนั้น

                ไม่รู้จะรีบไปตามควายที่ไหน...หล่อนได้แต่ทำปากขมุบขมิบ

                หลังจากที่ตนเองโดนอีกฝ่ายเรียกจิกหัวว่า...ชะนี

//////////////////////////////////////////////////

วาตีชะโงกมองตามร่างสูงโปร่งที่เดินตูดบิดอยู่ชั้นสอง แล้วค่อยๆเดินหายลับไปทางหนึ่งอย่างเร่งรีบ พานนึกไปว่าชายใจหญิงผู้นั้นทั้งแรงทั้งร้ายไม่ใช่เล่น

                ไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าชายใจหญิงผู้นั้นนั่นแหละ คือสุริยาวสี เจ้าของคอลัมน์อันโด่งดัง ล้วงติ่งตับแตกและเขากำลังทำหน้าที่แอบถ่ายภาพคนดังในยามเผลอ

                ซึ่งคนที่ปาปารัซซีผู้นั้นตามแอบถ่ายก็ไม่ใช่ใคร...

                หล่อนเดินกลับไปถึงรถยนต์ของตนเอง เปิดท้ายรถแล้ววางถุงหนังสือหอบใหญ่ทั้งหมดลง ก่อนจะสะบัดแขนเพราะความเมื่อยที่ต้องทนแบกน้ำหนักของหนังสือกองโตอยู่นาน เมื่อปิดท้ายรถลง สายตากลับไปกระทบเข้ากับด้านข้างของรถเอนกประสงค์สีขาวที่จอดติดกันอยู่ซ้ายมือของหล่อน

กระจกมองหลังของรถคันนั้นหัก...เห็นชัดว่าหายไป หล่อนจึงนึกไปถึงรถของภูพัดขึ้นมาทันที!

คงไม่ใช่หรอกมั้ง โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้น...

หล่อนบ่นพึมก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ เตรียมจะสตาร์ทเครื่อง แต่วินาทีนั้น ประตูทางออกด้านหลังของห้างฯ มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมทั้งหมวกและแว่นตาเดินก้มหน้างุดเร่งฝีเท้ามาทางที่รถของหล่อนจอดอยู่ เพียงครู่เดียวก็มีชายอีกคนซึ่งคะเนจากการมองเห็นว่าสูงวัยกว่า กำลังยืนหันรีหันขวางเหมือนห่วงหน้าพะวงหลัง

หล่อนจึงเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งชายหนุ่มคนแรกเดินมาถึงรถยนต์เอนกประสงค์สีขาวที่จอดข้างกัน แล้วเดินอ้อมไปหลบอยู่อีกข้าง เห็นเขายักแย่ยักยันอยู่อึดใจก่อนจะกดรีโมทรถแล้วปล่อยให้ประตูแบบสไลด์ค่อยๆขยับพริบตาเดียวเขาก็กระโดดผลุงหายเข้าไปในรถ

เพียงแวบแรกที่หล่อนเห็นชายผู้นี้ หล่อนก็รู้ทันทีแล้วว่า ที่แท้รถคันนี้ก็เป็นของภูพัดนั่นเอง!

แล้วทำไมเขาต้องทำตัวลับๆล่อๆแบบนี้ด้วยนะ?

ด้วยความอยากรู้ หล่อนจึงก้าวลงจากรถแล้วไปด้อมๆมองๆอยู่นอกหน้าต่างรถของเขา จึงเห็นเงาของเขาซึ่งบัดนี้เอนเบาะอันเป็นที่นั่งตอนกลางให้ราบไปกับพื้น แล้วขยับปีกหมวกแก๊ปลงมาบังจนมิดแว่นตาอีกชั้น ขณะที่มือสองข้างกอดอก

กำลังคิดสงสัย...ครั้นเหลียวกลับไปมองบริเวณประตูทางออกอีกครั้ง หล่อนก็แทบตกใจ เมื่อมีเสียงใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

นั่นคุณกำลังมองหาใครเหรอครับ

ที่แท้ก็ชายอีกผู้หนึ่งที่มีรูปร่างล่ำสันและสูงวัยกว่าภูพัดนั่นเอง แต่ตอนนี้หล่อนคิดอะไรไม่ออกนอกจากแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

เปล่านี่คะ แค่กำลังดูว่ากระจกด้านข้างรถคันนี้มันหายไปไหน

หล่อนชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังด้านข้างของรถ แล้วจึงไหวไหล่อย่างเคยชิน ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปนั่งบนรถของตนเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เพียงครู่เดียว เมื่อหล่อนเหลียวกลับไปยังประตูทางออกด้านหลังห้าง ทันเห็นชายใจหญิงผู้นั้นอีกครั้ง คราวนี้ในมือเขาถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ครั้นหันกลับไปอีกทาง...ชายผู้ที่รูปร่างล่ำสันก็ผลุบหายขึ้นรถไปเสียแล้ว พร้อมกับสตาร์ทเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว

หล่อนมองสองทางสลับไปมาพร้อมขมวดคิ้วมุ่น...หรือว่า...

ภูพัดกำลังหลบหน้าใครบางคน...

ที่แท้ เก้งกวางก้านยาวคนนั้น ก็เป็นพวก ปาปารัซซีนี่เอง!

//////////////////////////////////////////////////

รถยนต์ของวาตีขับถึงบ้านเมื่อตอนพลบค่ำ ฝนที่ตกติดกันหลายชั่วโมงเริ่มขาดเม็ด อากาศโดยรอบจึงยังคงชื้นไปด้วยความเย็นเฉียบ เมื่อลงจากรถ สายลมที่พัดผ่านจึงก่อให้เกิดความรู้สึกหนาวเยียบจนต้องลูบท่อนแขนไปมา

บ้านหลังนี้หล่อนเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อสามปีก่อนพร้อมกับครอบครัว ตัวบ้านมีโครงสร้างเป็น กล่องกลางกรุง กำแพงปูนหนาทึบสูงท่วมหัวยาวจรดรอบทิศ ด้านหน้ามีประตูรั้วกรุอลูมิเนียมคอมโพสิตสำหรับเปิดเข้าออกทางรถยนต์ ติดกันเป็นประตูเล็กตีไม้ซี่เป็นแผงแนบชิดจนทึบ ข้างกันล้อมปูนขอบเตี้ยทาสีน้ำตาลเข้มเป็นแนวยาว ตามกำแพงปลูกชาฮกเกี้ยนตัดแต่งทรง ข้างประตูเล็กมีป้ายไม้แนวยาว เซาะตัวหนังสือเป็นร่องลึกลงสีขาวบนพื้นสีดำกำกับบ้านเลขที่ 777

ด้านในถัดเข้าไปมีผนังปูนสีดำและต้นแคนาช่วยบังสายตาอีกชั้นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว เว้นระยะพอให้มองลอดจากภายในได้...ตลอดทางเดินจากหน้าบ้านเข้าไปด้านใน ผ่านประตูไม้สีดำหุ้มบานกรอบเหล็กตกแต่งหมุด สร้างบรรยากาศขัดแย้งแบบตะวันออกเล็กน้อย ชั้นล่างกรุผนังหินสีดำเซาะร่องตัดกับพื้นทางเดินกรวดล้างสีขาว อีกฝั่งตรงส่วนกลางบ้านเป็นสวนขนาดย่อม พื้นหญ้าสีเขียวตัดเรียบเตียนสลับกับเฟิร์นข้าหลวงล้อมดินซึ่งปลูกลีลาวดีเอาไว้ มีแสงสีนวลกระจ่างจากโคมไฟอัพไลท์แบบเตี้ยสำหรับใช้ในสวนภายนอก สาดลงบนพื้นเห็นเงาของต้นไม้ยามค่ำ

แม่ของหล่อนชอบปลูกต้นไม้...ฉะนั้นต้นไม้ทุกชนิดในบ้าน แม่จึงเป็นผู้เลือกและลงมือปลูกมันด้วยตนเองไปพร้อมกับคนรับจัดสวน โดยไม่เคยแสดงความเบื่อหน่ายหรือเหน็ดเหนื่อย เพราะแม่ใช้เวลาหมดไปกับต้นไม้ใบหญ้า อย่างน้อยก็ต้องการจะทำตัวไม่ให้ว่าง เพื่อจะแก้ความคิดถึงพ่อซึ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน

เหมือนเช่นวันนี้ แม่ของหล่อนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวซึ่งตั้งอยู่กลางสวนโปร่ง ในมือถือนิยายเล่มหนึ่ง เป็นนิยายที่หล่อนเขียนเมื่อห้าปีก่อน...นิยายที่มีคู่รองเป็นคนสูงวัยสร้างสีสันและต้นแบบนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น หล่อนถอดเอาชีวิตรักของพ่อกับแม่ไปผูกเป็นเรื่องราวให้ดำเนินไปตามครรลอง

                “ทำไมมานั่งตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้คะแม่

วารีวางนิยายในมือลงบนตัก เงยหน้ามองลูกสาวที่ก้าวมายืนชิดเก้าอี้ ส่งยิ้มให้อย่างเนือยๆ อยู่ในบ้านมันอุดอู้น่ะ แม่เบื่อ...ก็เลยมานั่งเล่น

แล้วทำไมแม่ถึงนั่งอ่านนิยายตรงนี้ล่ะคะ แสงสว่างมีนิดเดียว สายตาจะเสียนะคะ

แม่นั่งอ่านไปนิดเดียวเอง ตั้งใจว่าจะเข้าบ้านอยู่เหมือนกันละ

ถ้าอย่างนั้นเข้าบ้านเถอะค่ะ ไม่รู้ว่าป้ารุ่งทำกับข้าวอะไรไว้ให้ทานมั่ง วาหิวจะแย่แล้ว

วารีจึงผุดลุกขึ้นอย่างว่าง่าย แล้วเดินเคียงหล่อนเข้าไปในบ้าน ตรงไปยังส่วนที่กั้นไว้เป็นแพนทรี่และโต๊ะรับประทานอาหาร โดยออกแบบให้เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ผนังมุมหนึ่งกรุกระจกทึบสีดำ เกิดเงาสะท้อนเพิ่มมิติและความหรูหรา ส่วนผนังอีกด้านเป็นตู้เก็บของบานไม้สีขาวพ่นไฮกลอส

บนโต๊ะรับประทานอาหาร มีกับข้าวสามอย่างทั้งประเภทแกง ผัดและทอด ป้ารุ่งซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ และเป็นผู้ที่ดูแลทุกสิ่งภายในบ้าน จัดแจงคดข้าวหอมมะลิเรียงเม็ดสวยลงในจานทั้งสาม แล้วลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่าง ปากก็บ่นพึมพำ

ป้าบอกให้แม่ของวากินข้าวก่อนก็ไม่ยอม บอกว่าจะรอวากลับมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ดูซิ...ป้าก็เลยต้องหิ้วท้องรอไปอีกคน ถ้าวากลับมาช้ากว่านี้ ป้าได้พลอยอดไปนั่งดูละครกันพอดี วันนี้กำลังถึงตอนสนุกอยู่ด้วย

ป้ารุ่ง ผู้เป็นป้าแท้ๆของหล่อนมักจะบ่นเรื่อยเปื่อยได้ตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ มีทั้งเรื่องจุกจิกหยุมหยิมตามประสาคนที่ต้องดูแลบ้านช่องทุกกระเบียดนิ้ว เรื่องของคนข้างบ้านรวมถึงคนในซอย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสัพเพเหระที่ไปนั่งจับกลุ่มฟังเขาเล่ามาที่ร้านทำผม หรือแม้แต่เรื่องในแวดวงบันเทิงทั้งที่ชอบเปิดอ่านจากนิตยสารต่างๆหรือไม่ก็ละเม็งละครที่ดูจนติดแทบทุกเรื่องตั้งแต่ภาคบ่ายยันภาคกลางคืน ซึ่งหล่อนก็ฟังจนชินหูมาตั้งแต่ไหนแต่ไร บางครั้งจึงเออออห่อหมกไปตามเรื่อง โต้ตอบกลับบ้างตามสมควร

ละครเรื่องอะไรกันคะที่ป้ากำลังติด หล่อนถามกลับแบบเรียบเรื่อย ขณะมือข้างหนึ่งเอื้อมไปตักน้ำแกงราดลงในจานข้าว

เรื่อง ลวงเงา ทางช่อง 13 ไงละ แม่นางเอกคนน้องที่เป็นฝาแฝดน่ะ ช่างร้ายกาจเสียจริงเชียว ตามไปราวีเมียหลวงไม่เว้นแต่ละวัน จนบ้านแตกสาแหรกขาด นี่ถ้าป้าเป็นเมียอีตา ผ.อ.จอมเจ้าชู้นะ ป้าจะแอบไปตัดไอ้นั่นโยนให้เป็ดกินตั้งแต่รู้ว่าแอบไปมีเมียน้อยแล้ว ไม่ปล่อยให้ถูกสวมเขาแบบนี้หรอก

ป้ารุ่งเล่าพลางเคี้ยวข้าวหยับๆตามประสาคนช่างจำนรรจา แต่หล่อนก็ชอบแกล้งขัดคอป้า ละครมันก็คือละครนั่นแหละป้า คนเขียนบทเขาก็ปั้นเสริมเติมแต่งให้เรื่องมันสนุกสนาน เข้มข้น ชวนติดตาม บางฉากมันก็เว่อร์เกินจริงซะด้วยซ้ำ

ก็คงอย่างนั้นแหละ ว่าแต่เมื่อไหร่จะมีละครที่ผู้จัดเขาสร้างจากนิยายของหนูอีกก็ไม่รู้นะ...ป้าดูมาตั้งหลายเรื่อง มีแต่สนุกๆทั้งนั้น อย่างเรื่องไฟร้อนเกมลวงที่พ่อเทเล่นนั่น ป้าก็ช้อบ ชอบ เสียดายแต่ว่านิสัยของพ่อเทคนนั้นไม่ได้เรื่องเลยนะ เที่ยวไปทำผู้หญิงท้อง ป้าละเกลี๊ยด เกลียดจริงเชียว

เรื่องไม่จริงหรอกป้า เทเขาออกมาแก้ข่าวแล้วนี่นา

ทว่าป้ารุ่งคงจะคันปาก จึงเล่าอย่างออกรสออกชาติ ไม่จริงได้ยังไงกัน ป้าเห็นในหนังสือตั้งหลายเล่มก็ลงข่าวทำนองนี้ทั้งนั้น

หล่อนขี้คร้านโต้ตอบ...นึกถึงนิยายชุดที่แวะไปคุยกับบอกอสาวมาวันนี้ทันที

เห็นไหมล่ะ...ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อเสพข่าวประเภทซุบซิบเข้าไป มักจะปักใจเชื่อว่าข่าวพวกนั้นมีมูลความจริงทั้งสิ้น ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล คนใกล้ตัวอย่างป้ารุ่ง ผู้ชอบอยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านเป็นที่หนึ่ง ยังฟาดแส้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเท เตโชทำผู้หญิงคนนั้นท้องจริงๆ

แล้วกับภูพัดล่ะ?

เมื่อนึกถึงนายแบบหนุ่มคนนั้น หล่อนจึงแกล้งเลียบเคียงถามออกไปว่า แล้วป้าเคยอ่านข่าวของนายแบบที่ชื่อภูพัดไหมคะ

ป้ารุ่งทำตาโตอย่างสนอกสนใจพร้อมกับรีบเล่า ภูพัด...ชื่อคุ้นๆอยู่นา ใช่คนที่หน้าตาหล่อๆ ผิวขาวๆ ปากงี้แด๊ง แดง ที่เคยมีข่าวว่าควงดาราสาวที่ชื่อเพลงดาวนั่นใช่ไหม

คนนั้นแหละป้า

ป้านึกออกแล้ว นายแบบคนนี้ หน้าตาก็ดี๊ดี ไม่นึกว่าจะเป็นพวกชอบผู้ชายด้วยกัน สมัยนี้มันดูคนยากจังนะ ป้าว่าเห็นแต่ภายนอก ดูไม่ออกหรอกว่าใครผู้ชายจริงผู้หญิงแท้ แต่ลองถ้ามีข่าวซุบซิบแบบนี้ ขนาดพวกกะเทยในร้านทำผมปากซอยมันยังพูดกันให้แซ่ดเลยนะ ฟันธงได้เลยว่าต้องเป็นชัวร์

หล่อนจึงไหวไหล่พลางเบ้ปากอย่างเคยชิน...

เห็นไหมละ? ขนาดป้ารุ่งยังคิดว่าคุณเป็นเกย์เลย!

แล้วถ้าสักวัน เขาพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่เพศที่สาม ป้าจะเชื่อไหม? หล่อนเลียบเคียงถามออกไป เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเก็บข้อมูล

ดูอย่างชลัน แฟนเก่าของหนูสิ ไปมาหาสู่กันเป็นปีๆ ป้ายังดูไม่ออกสักกะนิด

เมื่อเอ่ยชื่อชลันกลางวงอาหารเย็น วาตีจึงหยุดกึก กำลังจะรวบช้อนเพื่อตัดบท เพราะรสชาตินั้นกร่อยจนฝืดคอทีเดียว ได้แต่มองหน้าแม่กับป้าสลับไปมาก่อนจะลุกขึ้นขอตัวกลับเข้าห้องนอน

วันนี้เหนื่อยจังค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ

//////////////////////////////////////////////////




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 20:29
    รออ่านต่อนะคะ
    #15
    0
  2. #12 pppp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 15:51
    จะรออ่านต่อนะคะ
    #12
    0
  3. #11 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 12:38
    โหหหห ปาปารัซซี่เจ้าของคอลัมน์มาเอง ปากนางน่าเฉาะจริงๆ // นายพัดแอบตามหนูวามาป่ะเนี่ย (ช่างแอบนะคะ) // ขุ่นป้าทำเอาน้องวาอิ่มเลย เหอๆๆๆๆ
    #11
    0