THE END l พัดผ่านรัก [ สำนักพิมพ์ Princess ]

ตอนที่ 1 : พัดผ่านรัก...ตอนที่ 1(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 พ.ค. 58

 


พัดผ่านรัก

บทที่ 1

 

                ใครว่าชีวิตนักเขียนสุขสบาย!

                นั่นเป็นความคิดติดหัวของวาตี ในทุกครั้งที่นั่งหลังขดหลังแข็งปั่นต้นฉบับนิยายแต่ละเรื่องส่งสำนักพิมพ์ และส่วนใหญ่หล่อนจะอยู่ติดบ้านเพราะงานหลักที่เขียนหนังสือนั้นไม่มีวันหยุด คติของหล่อนคือเขียนมันทุกวัน ให้เกิดวินัย สม่ำเสมอและอดทน

                แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สายหลังทานอาหารเช้า หัวสมองก็ไม่แล่นเขียนไม่ออกสักตัว หล่อนจึงคิดว่าจะยอมแหกกฎของตัวเองไปเดินชอปปิงเลือกซื้อเสื้อผ้าสักสองถึงสามชุด กระเป๋าสักใบ หรือไม่ก็แวะเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง เลือกอายแชโดว์รุ่นใหม่ ลิปสติกสีใหม่ ก็คงพอหายเซ็ง

                วาตีจึงแต่งตัว...นานกว่าหนึ่งชั่วโมง

                หล่อนขับรถไปถึงห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน พอจอดรถไว้ในลานเรียบร้อย กำลังจะปิดประตูรถ สังหรณ์บางอย่างสะกิดใจให้เหลียวมองไปรอบตัว รู้สึกเหมือนมีสายตาของใครกำลังจ้องมองมาคล้ายถูกสะกดรอย แต่เหลียวไปทางใดก็ไม่พบพิรุธ หล่อนจึงไหวไหล่และเบ้ปากอย่างที่ชอบทำก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

                หญิงสาวเดินตรงไปยังชั้นล่างของห้างฯก่อนเพื่อมุ่งไปยังเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง เกือบครึ่งชั่วโมงหล่อนจึงได้มาสคาร่ารุ่นใหม่ปลอกสีม่วงหรูหราที่พนักงานแนะนำว่าปัดแล้วขนตาจะหนาเด้งและนุ่มยืดหยุ่น ไม่เลอะ หลุด หรือจับเป็นก้อน...ได้ยาทาเล็บมาอีก 6 เฉดสี บรัชออนชนิดเม็ดในตลับเดียวที่ปัดแล้วแก้มจะชมพูเรื่อเป็นสีเลือดฝาด อีกทั้งลิปสติกปลอกสีทองเนื้อเนียนที่มีข้อเด่นคือผสมผงเพชร พอทาลงบนกลีบปากจะวาวสดและทำให้ปากอิ่ม

                ความสุขของหล่อน...นำพาให้ก้าวเข้าร้านเสื้อ ได้ชุดใหม่ที่เพิ่งวางขายได้แค่สัปดาห์เดียวมาถึงสามชุด แต่ทุกชุดยังคงคอนเซปต์เดิมคือโทนสีขาวและดำเหมือนกับชุดที่หล่อนเลือกสวมมาวันนี้ ไม่ถึงสองชั่วโมงในมือหล่อนก็หิ้วถุงสินค้าเต็มสองมือ กำลังจะก้าวขาออกจากร้านรองเท้า หล่อนเริ่มรู้สึกเช่นเดิมอีกครั้ง

                เหมือนมีใครแอบมองหล่อนอยู่ห่างๆ...

                เหลียวซ้ายแลขวากวาดตามอง ไม่รู้ว่าสายตาคู่นั้นมันซ่อนเร้นอยู่ซอกไหน เพราะผู้คนที่มาเดินชอปปิง พักผ่อนหย่อนใจต่างเดินกันขวักไขว่ แต่คิดไปคิดมา วันนี้หล่อนคงจะมึนกาแฟที่ดื่มติดกันตอนเช้าสองแก้วมากไปกว่าปกติ สายตาเลยเบลอ หัวสมองหนักอึ้งไม่ปลอดโปร่ง พลอยอาจทำให้คิดฟุ้งซ่านก็เป็นได้

                ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้...

//////////////////////////////////////////////////

                ภูพัดไม่คิดว่าจะมาเจอผู้หญิงที่ตัวเองหลงใหลได้ปลื้มมานานเกือบสองปีโดยบังเอิญ เขาสั่งให้น้าคนขับรถขับวนตามรถของหญิงสาวภายในลานจอดรถของห้างฯ จนเห็นว่าหล่อนหาที่จอดได้แน่ แต่รถของเขายังคงวนห่างออกไปอีกช่วงตัว เขาจึงตัดสินใจลงจากรถแล้วด้อมๆมองๆหล่อนอยู่ในระยะห่าง

                สาเหตุหนึ่งนั้นมาจากที่เขาไม่กล้าจะเปิดเผยตัวออกไป อีกทั้งตอนนี้เวลาเขาจะไปไหนมาไหน จำเป็นต้องสวมหมวกแก๊ป ใส่แว่นตาดำอำพรางรูปร่าง เพื่อหลบหลีกคนประเภทหนึ่ง

                พวกปาปารัซซี!

                เขาเดินอยู่ห่างจากวาตีหลายช่วงตัว เฝ้ามองด้วยใจระทึกตึกตัก ตั้งแต่นาทีแรกที่หล่อนไปยังเคาน์เตอร์เครื่องสำอางหลากยี่ห้อ เห็นหล่อนทดลองทั้งลิปสติก หยิบเฉดนั้นเฉดนี้ทาลงบนกลีบปากแล้วส่องกระจกสำรวจตัวเอง ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง หล่อนก็เดินตัวปลิวออกมาจากโซนนั้นพร้อมกับมือข้างหนึ่งถือถุงสินค้าไม่น้อยกว่าสามถุง

                เขาได้แต่ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ...นึกแต่ว่า ผู้หญิงหนอผู้หญิง ช่างคู่กับความสวยความงามเสียจริง และแอบเดาต่อไปว่า หล่อนจะเดินเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังอีกหลายยี่ห้อ แล้วก็เดาไม่ผิด...หล่อนเข้าร้านโน้นออกร้านนั้นจนพอใจจึงมีถุงสินค้าติดมือเพิ่มมาอีก

                ไม่นึกว่าผู้หญิงอย่างวาตีจะเป็นสาวนักช้อปฯ

                ก็จะอะไรเสียอีกเล่า เท่าที่เขารู้จักหล่อนแต่เพียงผิวเผินฝ่ายเดียว เขารู้แน่ละว่าหล่อนเป็นนักเขียนยอดนิยมนามปากกา ดาหราวาตี มีนิยายออกมาไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่ม แต่เท่าที่ข่าวกรองชั้นเยี่ยมบอกข้อมูลแก่เขา ปกตินั้นหล่อนจะเป็นคนประเภทมีอีโก้จัด เข้ากับคนอื่นไม่เก่ง หรืออีกนัยหนึ่งไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก ยกเว้นก็แต่เพื่อนร่วมอาชีพที่สนทนากันผ่านโปรแกรมเฟซบุคยอดฮิต แต่คนอย่างหล่อนเป็นพวกชอบอยู่กับบ้านกับช่องมากกว่าที่จะออกไปสังสรรค์ ดังนั้นโอกาสพบกับหล่อนในงานสังสรรค์กลางคืนจึงเป็นไปได้ยากนัก

                แต่คนสืบข่าวไม่เคยเล่าว่าหล่อนเป็นพวกช้อปฯแหลก ก็ครั้งนี้ได้เห็นกับตาถึงเชื่อ เพราะตลอดสองชั่วโมงที่เขาตามติดอยู่ห่างๆอย่างอดทนรอ เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าหล่อนมีกิจวัตรประจำวันอย่างไร และถ้าเป็นไปได้ เขานึกอยากจะเป็นเหมือนอย่างพระเอกในนิยายที่หล่อนเขียน

                ใช่แล้ว...เขาอยากจะเปิดตัวให้หล่อนได้รู้จัก ในเหตุการณ์อันคลาสสิกประเภทที่เดินชนไหล่โดยบังเอิญ แล้วนางเอกก็ล้มลงกับพื้น เขาเอื้อมมือไปให้จับ เป็นเหตุให้รู้จักกันในเวลาต่อมา หรือไม่ก็ฉากที่ต่างฝ่ายต่างเดินชนกันอย่างจังจนล้มลงไปทั้งคู่ แล้วพระเอกอย่างเขาก็ล้มลงไปด้วยกันพร้อมกับใบหน้าซ้อนกันจนแนบชิด ริมฝีปากหมิ่นเหม่จะประกบมิประกบแหล่

                แต่พอเอาเข้าจริง...เขากลับปอดแหกซะนั่น!

                เมื่อเห็นว่าหล่อนหันรีหันขวางเหมือนจับความรู้สึกได้ว่ามีใครสะกดรอยตาม เขาก็เลยต้องหันหน้าหลบทำเป็นเมินมองไปทางอื่น พอเผลอก็กลับมาสังเกตการณ์

                นี่เขาจะกลายเป็นพวกโรคจิตไหมนะ?

                ครั้นเห็นวาตีทรุดกายลงนั่งในร้านกาแฟบนพื้นที่เปิดโล่ง วางถุงสินค้าแหมะลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง สั่งเครื่องดื่มกับพนักงานเสร็จสรรพ ซึ่งเขาได้ยินแว่วๆว่าเป็นน้ำชามะนาว ทำให้ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ เพราะนั่นมันเป็นน้ำอันโปรดปรานของเขาเช่นกัน เขาก็เลยคิดว่าจะลองเลียบเคียงไปเลือกที่นั่งใกล้ๆสักหน่อย

                แต่แล้วเหมือนโชคชะตาเล่นตลก!

                ภูพัดก้าวขาไปจนเกือบจะทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ในมุมที่มองเห็นหล่อนถนัดตา แต่คิดว่าหล่อนคงไม่ได้สังเกตเขาแน่ แต่มันพลาดไปเสียแล้ว เพราะเสียงทักของใครบางคน

                อ้าว...พัด นายมาคนเดียวเหรอเนี่ย แล้วทำไมต้องใส่หมวกใส่แว่นซะมิดชิดขนาดนี้ หรือว่ากลัวตกเป็นข่าวมากจนสมองเพี้ยน

                ภูพัดนิ่วหน้าจนหัวคิ้วชนกัน ดีว่าแว่นกันแดดพรางสายตาอันไม่พอใจผู้ที่เข้ามาทักทายไว้แนบสนิท แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะตอกหน้าอีกฝ่ายกลับ

                ทั้งที่รู้แก่ใจว่าอีกไม่นานนี้ เขาจะต้องได้ร่วมงานกับสารทูล!

                ผมมันเป็นประเภทไม่ชินกับข่าวเสียหายเท่าไหร่ แต่นายคงจะเฉยๆแล้วมั้ง เพราะเห็นข่าวของนายก็มีแต่เรื่อง... เขาเว้นคำเอาไว้พลางบิดปากและเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างยียวน เรื่องที่ผมไม่ค่อยชินน่ะ

                แวบนั้น สารทูลหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ ซึ่งภูพัดก็เดาออกในสายตาที่อีกฝ่ายแสดง แต่เขาไม่นึกสนใจ กลับทรุดตัวลงนั่งด้วยท่าทีสงบนิ่งอย่างปกติ

                แต่ความไม่ปกติบางอย่างกลับเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว!

                สารทูลลากเก้าอี้อีกตัวขยับเข้ามาชิดเขา ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างกันทั้งที่เขาไม่ได้เอ่ยปากเชื้อเชิญ แถมยังส่งสายตากรุ้มกริ่มมีเลศนัย เหยียดยิ้มเหมือนหมาป่าเจ้าเล่ห์...อาการเหล่านั้นล้วนอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา แต่ก็นึกไม่ถึงว่าสารทูลกล้าที่จะแสดงออกต่อหน้าสาธารณชนด้วยการวาดแขนขึ้นมาทำทีเป็นโอบไหล่เขา หากใครอื่นมองอย่างผิวเผิน ก็อาจนึกว่าโอบแขนนั้นตามประสาเพื่อนฝูง แต่ที่ไหนได้ เมื่อโอบแล้วไม่โอบเลย ปลายนิ้วกลับเขี่ยยิกๆบนหัวไหล่เขาด้วยท่าทางไม่อนาทรร้อนใจต่อการกระทำนั้น

                ภูพัดจึงแสดงอาการฮึดฮัดออกมาด้วยการเบี่ยงหัวไหล่ให้รู้ว่าไม่พอใจ แต่พอแขนกว้างนั้นหลุดผล็อยลงไป สารทูลกลับดึงหมวกแก๊ปของเขาออก แถมยังฉวยจังหวะตอนที่เขาเผลอดึงแว่นตากันแดดออกอีกชิ้น แถมยังแสดงท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งที่ทำ มันยิ่งชวนให้เขาฉุนจนโกรธ

                นายกำลังจะยั่วอารมณ์ของผมให้โมโหนะ

                ภูพัดตวัดเสียงเขียวใส่ พลางปรายตาไปยังวาตี...แม้จะกดน้ำเสียงให้ต่ำทุ้มและเบา เพราะกลัวจะกลายเป็นจุดสนใจ แต่ดูเหมือนตอนที่หัวเสีย เขาไม่สามารถควบคุมได้ทั้งท่าทางและน้ำเสียง

                อะไรกัน...ผมก็แค่แหย่เล่น เห็นว่าหมวกที่นายใส่มันสวยดี ก็เลยอยากจะขอดูเท่านั้น แล้วแว่นตานี่ก็เหมือนกัน ผมแค่หวังดี เห็นว่าในห้างฯมันไม่มีแดดสักหน่อย นายจะใส่ไปทำไม

                ผมมีขีดจำกัดความอดทนนะครับ

                สารทูลจึงยักไหล่อย่างยียวน พร้อมกับส่งหมวกและแว่นกันแดดคืน...ภูพัดจึงหยิบมันมาใส่กลับที่อย่างรวดเร็ว เมื่อเหลือบไปมองวาตีอีกครั้งจึงเห็นว่าบัดนี้หล่อนกำลังหันมามองอย่างให้ความสนใจ

                ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ ยังไงก็หลบๆซ่อนๆให้ดีแล้วกัน จะได้ไม่ต้องตกเป็นข่าว

                แทนที่การลุกจากเก้าอี้ของสารทูลจะทำให้ภูพัดโล่งอก...เขากลับคิดผิด เพราะฝ่ายนั้นฉวยมือของเขาขึ้นมาบีบเบาๆ แลดูเหมือนคนรู้จักจับมือกันธรรมดา แต่เขานั่นสิ รู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นสงครามประสาท เขาจึงถอนมือกลับอย่างเร็ว

                แต่ไม่วาย...สารทูลยังส่งจูบพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายหน้าตาเฉย!

                โอย! หมดกัน

                เมื่อเหลือบไปยังหญิงสาวที่เขาสะกดรอยตามมาเป็นชั่วโมง ทันเห็นสายตาวูบวับประหลาดที่เข้ากับรูปปากขยับขึ้นลงเบาๆ ซึ่งเขาเดาเอาเองว่าคำนั้นคงออกเสียง...อี๋

                แล้วหล่อนก็หยิบแก้วน้ำชามะนาวดูดจากหลอดปื้ดหนึ่งจนพร่องไปกว่าครึ่ง จึงลุกจากเก้าอี้ไป โดยที่เขายังไม่ได้สั่งน้ำสักแก้วเดียว

            ทีนี้จะทำยังไงต่อไปล่ะ? หล่อนต้องคิดว่าเขาเป็น...

//////////////////////////////////////////////////

            ว้าย! หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี แต่ดันเป็นพวกเกย์ไปซะนี่!

                วาตีคว้าถุงสินค้าทั้งหอบได้ ก็ก้าวพรวดออกจากร้านกาแฟแห่งนั้น เดินขาแทบขวิดพันกัน...นึกถึงภาพที่ผู้ชายสองคนนั่งคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิง มีการโอบไหล่อย่างสนิทสนม แถมยังหยอกล้อด้วยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งดึงหมวกดึงแว่นตาออกมายั่วแหย่กัน แถมยังมีการจับมือถือแขน จูจุ๊บ ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์อย่างเห็นได้ชัด

                หล่อนนึกไม่ถึงเลยว่าผู้ชายสมัยนี้ ประเภทที่แมนเต็มร้อยมันจะหายาก ลดน้อยถอยลงทุกวัน...แถมความก้าวไกลในเทคโนโลยีก็ดี ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมก็ดี ทำให้ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกันกล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้น

                บางทีหล่อนก็รู้สึกเฉยๆนะ...แต่พอนึกแล้วก็อยากร้องยี้ออกมาที่สุด ก็ตอนที่เห็นผู้ชาย เวอร์ชั่นใหม่สองคนนั้น กล้าที่จะแสดงออกต่อกันในที่มีคนหมู่มากล้อมรอบ โดยไม่นึกอายผีสาง

            ว่าแต่จะมีผีมีสางได้ยังไงนะ...มันในห้างชัดๆ

                จะที่ไหนก็ช่างเถอะ แต่หล่อนก็เห็นว่าการแสดงออกในความรักที่ผู้ชายมีต่อผู้ชาย มันเป็นเรื่องขัดหูขัดตาหล่อนอย่างมากทีเดียว

                เมื่อเดินจ้ำอ้าวมาจนถึงเลยประตูทางออกของห้างฯ จึงมองหาตัวเลขที่ระบุชั้นเอาไว้ตรงเสา ก็ร้องเสียงหลง เพราะดันเดินมาผิดชั้น...เลยต้องเสียเวลาเดินลงบันไดเวียนไปข้างล่างอีกชั้น พอเห็นรถของตัวเอง ก็ตรงรี่เข้าไปเปิดกระโปรงหลังรถ วางถุงสินค้าที่ซื้อมากองรวมกัน แต่จู่ๆกลับนึกถึงกระเป๋าใบจิ๋วสุดชิครุ่น ริคกี้ ครอส บอดี สีดำดีไซน์กะทัดรัด ช่างเหมาะสำหรับแฟชั่นนิสต้าตัวจริง จึงคิดจะหยิบมันขึ้นมาสำรวจเพราะความบ้าเห่อของใหม่

                ทว่ากรีดนิ้วค้นลวกๆ กลับไม่เห็นถุงสินค้ายี่ห้อนั้น หล่อนจึงร้อนใจ แหวกดูทีละถุงจนแน่ชัดว่าถุงที่ใส่กระเป๋าสนนราคาห้าหมื่นบาทนั้นหายไป

                หาย...ตายแล้ว...หายไปไหน ฉันต้องลืมเอาไว้ที่ร้านกาแฟนั่นแน่ๆ

                หล่อนไม่รีรอ ปิดกระโปรงหลังรถเสียงดัง หมายจะย้อนกลับไปยังร้านกาแฟอีกครั้ง แต่ทันทีที่กระโปรงหลังรถปิดสนิท เมื่อหมุนตัวไปกำลังจะก้าวขา ก็เห็นใครบางคนที่หล่อนคิดว่าไม่รู้จักกำลังยิ้มบนมุมปากเล็กน้อย ทำท่าเหมือนจะยืนขวางทาง

                แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่หล่อนจะมาสนใจผู้ชายตรงหน้า...หล่อนกำลังนึกถึงแต่กระเป๋าใบนั้น เพราะขืนชักช้าป่านนี้คงมีใครหยิบมันไปแล้ว

                หล่อนจึงเดินเลี่ยงซ้าย แต่เขาก็ขยับตัวมาทางซ้าย พอหล่อนเบี่ยงกลับจะก้าวไปทางขวา เขาก็ขยับตัวมาทางเดียวกันอีก ก็เลยยิ่งทวีความหงุดหงิดปนรำคาญใจขึ้นมา

                ช่วยหลีกทางหน่อยค่ะ ฉันกำลังรีบ

                หล่อนเอ่ยจริงจังด้วยน้ำเสียงเข้มปนเครียด แต่เขากลับยืนขวางลำทำเหมือนคนหูหนวก หล่อนจึงต้องพูดซ้ำ คุณยืนเฉยๆนะคะ ฉันจะเป็นฝ่ายก้าวไปทางนั้นเอง

                หล่อนทำมือทำไม้ประกอบให้เขารู้ว่าจะก้าวขาไปทางไหน แต่เขาก็กวนประสาทหล่อน ขยับตัวมาขวางทาง ทำให้หล่อนหมดความอดทน เท้าสะเอว ถอดแว่นกันแดดสีดำกรอบขาวออกเพื่อให้เขามองเห็นดวงตาสองข้างของหล่อนที่กำลังขึงตามองอย่างฉุนเฉียวและไม่พอใจเป็นที่สุด

                คุณนี่ประสาทหรือเปล่า มายืนขวางทางฉันอยู่ได้ ฉันบอกว่ากำลังรีบ ไม่ได้ยินหรือไง

                พอเขาไม่โต้ตอบ หล่อนก็เลยก้าวไปโดยไม่คิดจะหลบ แกล้งกระแทกชนไหล่เขาอย่างจัง แต่อนิจจา...หล่อนลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงผู้หญิงร่างแบบบาง แถมยังนุ่งกระโปรงสั้นเต่อ ชนเข้ากับร่างสูงโปร่งของฝ่ายนั้น ก็เลยทำให้หล่อนเซจนเกือบถลาเป็นนกปีกหักร่วงกับพื้น

                แต่ยังไม่ทันล้ม...เหมือนเทพบุตรมาโปรด

                มืออันแข็งแรงเหมือนพระเอกนิยายที่หล่อนเขียนคว้าข้อมือน้อยๆเอาไว้ แล้วรั้งร่างของหล่อนที่กำลังซวนเซจะล้มมิล้มแหล่ให้กลับขึ้นมายืน แต่เหมือนโลกมันจะพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดหรือกระไร ร่างของหล่อนจึงอ่อนยวบไปตกอยู่ในวงแขนเขาอย่างง่ายดาย

                กำลังจะอ้าปากร้อง...มือเขาก็ตะปบเข้ามาปิดปากเสียอย่างนั้น!

                นี่ถ้าเป็นฉากที่หล่อนเคยเขียนในนิยายจริง ป่านนี้ดวงตาของนางเอกต้องส่องประกายวิบวับ หัวใจต้องเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ อยากจะปล่อยตัวให้อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟในอ้อมกอดนี้นานๆ แต่นี่มันเป็นเรื่องจริง และที่สำคัญ ผู้ชายคนนี้ก็คือคนเดียวกับที่หล่อนเห็นเขาอี๋อ๋อกับคู่รักเพศเดียวกันเมื่อครู่

                ไม่เอาด้วยหรอก...หล่อนไม่พิศวาส

                เกย์!!

//////////////////////////////////////////////////



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #8 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 14:34
    อร๊ายยยย ชอบๆอ่ะค่ะ พระเอกออกแนวนักถ้ำ อิอิ
    #8
    0
  2. #3 nan.4n (@nan-4n) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 20:51
    เปิดเรื่องน่าสนใจค่ะ
    #3
    0
  3. #1 ~น้ำฟ้า~ (@pasasiam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 18:12
    โย่ว !
    #1
    0