รอยรักแค้นใจ - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 2 : ๒ เจ้านายคนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

เจ้านายคนใหม่

 

“ผ่านมาเกือบเดือนแล้วฉันยังหางานใหม่ไม่ได้เลยแก ทำไงดีวะ” อลิชาบ่นกับเพื่อนสาว ตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งกินขนมหวานอยู่ที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง

ในคราแรกที่แนนเพื่อนสาวของเธอเสนอตัวจะช่วยหางาน แต่อลิชาก็บอกว่าอยากลองหาด้วยตนเองก่อน เธอส่งเรซูเม่ไปหลายที่แล้วแต่ก็ไม่มีที่ไหนตอบรับหรือติดต่อกลับมาเลย อาจจะเป็นเพราะเธอโดนไล่ออกแน่เลย ประวัติไม่ดีจึงไม่มีบริษัทไหนกล้ารับ

“ฉันบอกแกแล้วไงว่าจะช่วย แต่แกก็ไม่ให้ฉันช่วย”

“เออ ๆ”

“ก่อนมาหาแกฉันก็ลองถามรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักมา มีอยู่บริษัทหนึ่งต้องการเลขาด่วนมาก แต่มีปัญหาอยู่นิดหนึ่งคือบริษัทนั้นเปลี่ยนเลขาบ่อย ไม่มีใครทำอะไรถูกใจบอสเลย เลยต้องเปลี่ยนบ่อย”

“แกว่าเขาจะรับฉันไหมวะ”

“ก็น่าจะรับนะ ประสบการณ์แกก็มีตั้งหลายปี ลองดูก็ไม่เสียหาย”

“งั้นแกส่งคอนแทคท์มาให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันติดต่อไปเอง”

“ฉันส่งเข้าเมล์ให้แกละกันนะ”

“ขอบใจนะเว้ย เดี๋ยวได้งานแล้วฉันจะเลี้ยงข้าวแกเลย”

 

หลังจากที่แยกจากแนนเพื่อนรักแล้ว เธอก็รีบส่งเมล์ไปที่ฝ่ายบุคคลบริษัทนั้นทันที ขอให้เขารับและรีบติดต่อกลับมาด้วยเถอะ

เชาวกรได้รู้เรื่องที่อลิชาตกงานแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ยินดีหรือยินร้ายกับเธอ เขายืนยันที่จะแต่งงานกับเธอเหมือนเดิม กำหนดการเดิม เขาบอกว่าถึงเธอจะมีงานทำก็อยากให้เธอเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านก็ได้ เขาเลี้ยงเธอได้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่อลิชาไม่ได้ต้องการแบบนั้น เธออยากทำงาน อยากใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง เธอไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ไม่พร้อมที่จะมีลูก เธอยังหาจังหวะที่จะบอกเลิกกับเชาวกรไม่ได้เลย

กริ๊งงง…

เสียงริงโทนมือถือดังขึ้น เบอร์ไม่คุ้นเลย แต่อลิชาก็รับสายคิดว่าน่าจะเป็นที่ไหนสักแห่งอาจจะเรียกเธอไปติดต่อสัมภาษณ์งานก็ได้

“สวัสดีค่ะ อลิชาพูดค่ะ”

“สวัสดีค่ะ คุณอลิชา ดิฉันโทรจากบริษัท วีวาย มาร์เก็ตติ้งนะคะ ทางเราได้รับเรซูเม่ของคุณแล้วสนใจอยากให้คุณมาสัมภาษณ์ที่บริษัทของเราในวันพรุ่งนี้สิบโมงเช้า ไม่ทราบว่าคุณอลิชาสะดวกไหมคะ”

“สะดวกค่ะ”

“ต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่เราเรียกแบบเร่งด่วนเกินไป เพราะตอนนี้เราต้องการเลขาอย่างด่วนมากที่สุดเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ถ้าหาคุณผ่านการสัมภาษณ์เราจะขออนุญาตให้คุณทำงานในตอนบ่ายเลยนะคะ”

“ได้ค่ะ ยินดีค่ะ”

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะ สวัสดีค่ะ”

อลิชากดวางสายแบบงง ๆ ส่งเมล์ไปยังไม่ถึงสองชั่วโมง ทางนั้นก็รีบติดต่อมาทันที ทำงานกันรวดเร็วมาก ๆ เขาใจแล้วล่ะว่าต้องการเลขาจริง ๆ เหมือนที่แนนบอกไว้เลย เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าบอสที่เธอต้องทำงานด้วยนั้นเป็นคนนิสัยแบบไหนถึงต้องเปลี่ยนเลขาได้บ่อยขนาดนี้

แต่ไม่ว่าจะมาแนวไหนเธอก็คิดว่าเธอรับได้หมดอยู่แล้ว!

นัดสิบโมงเช้าแต่อลิชามารอตั้งแต่เก้าโมง เธอไปนั่งรอที่หน้าห้องที่จัดให้สัมภาษณ์ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง เมื่อไปแล้วก็พบคนที่มาก่อนหน้าเธออีก พอใกล้เวลาก็มีคนอื่น ๆ ที่ถูกนัดเหมือนกันทยอยมาเรื่อย ๆ รวมแล้วเกือบสิบคน

คู่แข่งเยอะจังจะรอดไหมเนี่ยเรา เธอแอบคิดในใจ

ระหว่างที่กำลังทำสมาธิก่อนเข้าไปในห้องสัมภาษณ์เธอก็พยายามทำใจให้สงบเข้าไว้ และต่อมาไม่กี่นาทีเขาก็เรียกชื่อเธอเข้าไป


 

“ทางเราต้องเอาผลการสัมภาษณ์นี้ไปแจ้งบอสที่คุณต้องร่วมงานก่อนนะคะ เขาจะเป็นคนเลือกอีกที แล้วจะติดต่อกลับไปนะคะ ไม่เกินเที่ยงของวันนี้ ถ้าไม่ติดต่อกลับไป ผลก็คือไม่ผ่าน”

“อ๋อ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าพลางเข้าใจ ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะลุกออกจากห้องไป

หน่วงจังเลย รู้สึกอึดอัดไปหมด เราคิดดีแล้วเหรอวะที่จะมาทำงานที่นี่น่ะ แค่มาสัมภาษณ์เฉย ๆ บรรยากาศมันไม่ค่อยดีเลย เธอคิดระแวงไปเอง


 

เมื่อเช้ารีบเดินทางมา ทำให้เธอยังไม่ทันได้หาอะไรลงท้องเลย สิ่งที่สะดวกมากที่สุดสำหรับเธอก็เป็นแซนวิซกับกาแฟจากมินิมาร์ท หญิงสาวซื้อของเสร็จแล้วจึงไปนั่งตรงม้านั่งที่เขาจัดไว้สำหรับบริการลูกค้า เธอไม่รู้จะไปไหนอย่างน้อยก็ต้องรอจนถึงเที่ยงก่อนจึงจะรู้ผล เพราะเมื่อวานฝ่ายบุคคลก็แจ้งแล้วว่าถ้าได้งาน ตอนบ่ายก็เริ่มงานเลย เธอก็อยากรอลุ้นสักเล็กน้อย แม้คิดว่ามันอาจจะไม่มีโอกาสเลยก็ตาม

มือถือในกระเป๋าสะพายใบเล็กสั่นเตือนเป็นระยะ มีสายโทรเข้ามาอย่างที่อลิชาคิด

“ฮัลโหล” เธอกดรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนรัก

“เป็นไงบ้าง สัมภาษณ์ผ่านไปได้ด้วยดีไหม”

“ก็ดีนะ ไม่มั่นใจเลย มีคนอื่นมาสัมเหมือนกัน”

“มั่นใจหน่อยดิ ฉันว่าแกได้งานนี้ชัวร์”

“เอาอะไรมามั่นใจวะ ฝ่ายบุคคลเขาไม่ได้คัดเองด้วยนะเว้ย เขาส่งไปให้บอสคนนั้นเลือกอีกที”

“แต่ฉันมั่นใจว่าแกได้ชัวร์”

“ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ” อลิชาถามพลางสงสัย เพื่อนของเธอดูจะมั่นใจมากกว่าเธอเสียอีก เรื่องนี้มันมีลับลมคมในอะไรกันหรือเปล่า

“ก็แกเก่ง แกต้องได้อยู่แล้วล่ะ”

“ฉันก็ไม่รู้ ถ้าได้มันก็ดี ขี้เกียจหาที่่อื่นแล้ว ไม่ได้สักที่”

“แล้วถ้าไม่ได้แกจะไปทำไรล่ะ”

“ก็คงกลับไปอยู่ต่างจังหวัดกับที่บ้านละมั้ง ไปช่วยพ่อทำไร่อาจจะดีกว่า”

“แกจะทิ้งฉันไว้อยู่กรุงเทพฯ คนเดียวเหรอ”

“แหม เพื่อน ๆ คนอื่นก็มี แกเฟรนด์ลี่เข้ากับคนง่ายจะตาย”

“เพื่อนคนอื่นมันไม่เหมือนแกไง”

“เออ ๆ อย่าดราม่าสิ ฉันยิ่งกำลังลุ้น ๆ อยู่ ตอนเที่ยงเขาจะโทรมาแจ้งเว้ย ถ้าผ่านปุ๊ป ตอนบ่ายก็เริ่มทำงานเลยจ้า”

“รวดเร็วทันใจเหลือเกิน”

“เออ ฉันละอยากเห็นหน้าอีตาบอสคนนี้จริง ๆ”

“เดี๋ยวแกก็ได้เห็นเองแหละ เห็นทุก ๆ วันเลย”

“แนน แค่นี้ก่อนนะ มีสายเข้าว่ะ”

“เค ๆ ผลเป็นไงโทรบอกบ้างนะ โชคดีเว้ย” แนนกดวางสายไปแล้ว และอลิชาก็กดรับสายที่โทรเข้ามาทันที

“ฮัลโหล กรว่าไง”

“เป็นไงบ้างเหรอ เดินทางยากไหม”

“ไม่ยากนะมาได้สบายมาก”

“เราจะไปส่ง ออมก็ไม่ให้เราไป”

“เราเกรงใจน่ะ มันไกลมาเลยนะ คนละฝั่งกันเลย”

“แล้วถ้าออมได้งานจริง ๆ ออมจะไปเองทุกวันเลยเหรอ”

“อื้อ...ใช่ ถ้าได้งานเราคิดว่าเราคงมาหาห้องพักแถวนี้อยู่จะได้ไม่เหนื่อยเดินทาง”

“งั้นเราก็เจอกันน้อยลงน่ะสิ”

“ถ้ากรอยากเจอก็นัดเจอกันก็ได้”

“ครับ แล้วเสร็จกี่โมงให้เราไปรับไหม”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราขึ้นรถไฟฟ้ากลับเอง ถ้ากรมากว่าจะมากว่าจะไปคงใช้เวลาหลายชั่วโมงเลย แถวนี้มันรถติดมาก”

“ตามใจออมละกัน แล้ววันอาทิตย์นี้เราจองตัวออมแล้วนะ ห้ามนัดใครด้วย เราจะไปพาออมไปหาแม่เรา”

“ไปทำไมเหรอ”

“ไปคุยรายละเอียดเรื่องงานแต่งของเราไง”

“ตกลง” เธอรับปากเขา และรับปากตัวเองว่าจะต้องปฏิเสธเขาให้ได้ หรือไม่ก็คงขอเลื่อนงานแต่งไปก่อนและจะไม่แต่งภายในสองสามปีนี้แน่ ๆ


 

“ผมตกลงเลือกคนนี้ รบกวนคุณช่วยแจ้งเขาด้วยนะ” นัยน์ตาคมเข้มเพ่งมองไปยังรูปของหญิงสาวคนหนึ่งในแฟ้ม สายตาของเขาไม่ไหวติง นิ่งและอ่านยาก เขายื่นแฟ้มหน้าที่เปิดค้างไว้ให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้มองเห็นอย่างชัดเจน

“ได้ค่ะ”

“เขาทราบแล้วใช่ไหมว่าถ้าได้งานต้องเริ่มทำงานเลย”

“ค่ะ”

“ดี ผมจะรอ”

คนรับหน้าที่เอาข้อมูลของผู้สมัครมาให้เขาเลือก พยักหน้าเข้าใจและก้าวถอยออกไปจากห้อง


 

มือเรียวของผู้เลือกเลขานั้นหยิบสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดไปยังรูปที่เขาดูเมื่อหลายวันก่อน

“ยิ้มได้อย่างมีความสุขจริง ๆ เลยนะ คงจะดีใจมากเลยใช่ไหมที่มีผู้ชายคุกเข่าขอแต่งงาน” เขาพูดคนเดียวในห้องทำงาน “เดี๋ยวเราได้เจอกันแน่ อลิชา”


 


 

ด้วยความที่รอแล้วรออีกมันก็ยังไม่เที่ยงสักทีเธอเลยมองหาคาเฟ่ที่นั่งสงบ ๆ สักที่ เพราะร้านมินิมาร์ทผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน เธอเลือกคาเฟ่ขนมหวานที่อยู่แถวนั้นแล้วก็สั่งบิงซูถ้วยใหญ่มานั่งกินให้หนำใจระหว่างรอ เพราะกว่าจะถึงเวลาเมนูตรงหน้านี้ก็น่าจะหมดพอดี

เบอร์แปลกโทรมาหาเธอในเวลาก่อนเที่ยงเล็กน้อย เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องงานใหม่หรือเปล่า แต่ก็ยินดีรับสาย

และเธอได้งานแล้ว

เยส!!!… ดีใจที่สุดในสามโลก เธอจะมีงานทำแล้ว ไม่ต้องนั่งว่างทำนั่นทำนี่ฆ่าเวลาอีกแล้ว ต่อไปเธอก็คงต้องกลับไปงานยุ่งเหมือนเดิม

เธอส่งข้อความไปหาเพื่อนรักว่าได้งานแล้ว พร้อมกับส่งรูปขนมที่อยู่ตรงหน้าไปยั่วเพื่อนสาว


 

เธอกลับมาที่บริษัทเดิมอีกครั้งในฐานะพนักงานใหม่ และกำลังจะได้ไปพบกับบอสที่ต้องร่วมงานกัน เจ้าหน้าที่คนนั้นส่งเธอแค่หน้าประตูแล้วก็ออกไป เธอเคาะประตูสองสามครั้ง เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้าไปเธอก็ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้างรอเธอพอดี

“สวัสดีครับ คุณอลิชา ต่อไปนี้ผมเป็นเจ้านายคุณ และคุณก็มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของผม”

“ค่ะ”

เขาจำเธอไม่ได้เหรอ แต่เธอกลับจำเขาได้ดี

ผู้ชายที่เธอเคยคบกับเขาตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขากลายมาเป็นเจ้านายเธอแล้ว เรื่องราวตอนนั้นมันก็จบไม่ค่อยสวยด้วยสิ เพราะเธอเองที่ตั้งใจนอกใจเขาเพื่อให้เขาได้ไปมีอนาคตที่ดีกว่าการคบกับเธอ เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา

เธอรู้ว่าตอนนั้นเขาเสียใจมาก เธอเองก็เสียใจมากเช่นกันที่ต้องทำแบบนั้น เรื่องพวกนั้นมันเป็นแค่อดีต มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว

เราควรจะลืมมันไปซะที

“ผมดีใจนะ ที่จะได้ร่วมงานกับคุณ คุณเองก็น่าจะดีใจนะ ที่จะได้ร่วมงานกับผม เพราะเรามันก็คนเคย ๆ”

“ขอโทษนะคะ กรุณาอย่าพูดจาดูถูกหรือดูหมิ่นดิฉันอีก ดิฉันมาทำงานค่ะ มีหน้าที่แค่ทำงานให้คุณ ขอให้แยกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวด้วยค่ะ”

“งั้นก็ทำให้ได้อย่างที่พูดไว้ละกัน”


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น