รอยรักแค้นใจ - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 1 : ๑ ว่าที่เจ้าสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

ว่าที่เจ้าสาว


 

“อย่าลืมนัดของเราเย็นนี้นะครับ”

“ไม่ลืมหรอกค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” หญิงสาวกล่าวก่อนลุก ออกมาจากรถ อันที่จริงจะให้ขอบคุณกี่ครั้งก็คงไม่พอ ก็เชาวกรแฟนหนุ่มของเธอ เขามีความตั้งใจที่จะไปรับเธอที่บ้านและมาส่งที่ทำงานในช่วงเช้าที่รถแสนจะติด แต่ตอนเย็นเขามารับเธอไม่ได้เพราะทั้งสองเลิกงานไม่ตรงกัน แต่ถ้ามีโอกาสเขาก็จะมารับมาส่งเช่นเคย เขาทำอย่างนี้มาสองปีกว่าเกือบสามปีแล้ว ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง รักเดียวใจเดียว ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเลย

ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดี มีแฟนดี หน้าที่การงานก็ดี เป็นชีวิตที่ใครหลายคนต่างอิจฉา แต่หารู้เลยว่าบางครั้งเธอก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่หลายคนคิด

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ น้องออม มาแต่เช้าเชียว” ชมพูนุชสาวใหญ่ประจำออฟฟิศเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้ามาในด้านในแล้ว ชมพูนุชหรือเจ๊นุชขาเผือกระดับเก้า ขาเมาท์ระดับสิบ ไม่มีใครอยากยุ่ง หรือคุยด้วยเท่าไหร่ ส่วนเหตุผลน่ะเหรอก็คงเพราะคุณเจ๊แกชอบสอดส่องเรื่องของเพื่อนร่วมงาน และไม่มีเรื่องไหนที่หล่อนไม่รู้ บางครั้งอลิชาก็สงสัยเหมือนกันว่า

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่นุช” หญิงสาวเอ่ยทักกลับ เธอพยายามจะเดินเลี่ยงและจะไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองให้เร็วที่สุด

“อย่าเพิ่งไปสิจ๊ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะถามน้องออมค่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอคะ” คนถูกถามหยุดเดินเพียงเพราะได้ยินว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ

“น้องออมทราบไหมคะว่าคุณกิติกรกำลังจะโดนไล่ออก”

“เหรอคะ” อลิชาไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของเจ๊นุชเลย คุณกิติกร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเจ้านายของเธอเนี่ยนะเหรอจะโดนไล่ออก บ้าไปแล้ว

“พี่ทราบข่าวจากวงในมาว่า คุณกิติกรเขาเอาความลับของบริษัทไปขายให้คู่แข่ง”

“ตายจริง” อลิชาไม่ได้ตกใจอย่างที่พูดหรอก แต่แกล้งทำเป็นรีแอคชั่นให้มันดูโอเวอร์เข้าไว้ เธออยากตัดบทแล้วไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เธอมาทำงานไม่ได้มาฟังเรื่องเพ้อเจ้อจากเจ๊นุช

“นี่พี่ก็ยังไม่รู้เลยนะคะ ว่าน้องออมจะต้องออกพร้อมคุณกิติกรหรือเปล่า ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าเขาจะโละออกเกือบหมดแผนกเลยนะคะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วงออมนะคะ แต่ออมขอรอฟังคำสั่งจากผู้ใหญ่ก่อนนะคะ ถ้าออกจริงเขาก็คงต้องแจ้งอยู่แล้วค่ะ”

“แล้ว…” ชมพูนุชยังพูดไม่จบเลย

“พี่นุชคะ ออมมีงานที่ต้องเคลียร์อีกเยอะเลยค่ะ” เธอยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา “เดี๋ยวคุณกิติกรจะเข้ามาแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบอลิชาก็รีบออกจากจุดนั้นทันที ปล่อยให้เจ๊ขี้เผือกยืนงงอยู่ลำพัง

“ทำเป็นหยิ่งไปเถอะ ถ้าเขาไล่ออกแล้วจะรู้สึก แล้วอย่ามาหาว่าเราไม่เตือนละกัน เชอะ” ชมพูนุชพึมพำกับตัวเองเบา ๆ 


 

อลิชานั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะหลังจากที่ทำงานไปได้สักครู่ฝ่ายบุคคลก็เรียกเธอไปพบและเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้เธอฟัง

เป็นเหมือนอย่างที่เจ๊นุชบอกเมื่อเช้าเลย

เธอโดนไล่ออกแล้ว

ข้อหาสมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนท่านรองกรรมการฝ่ายการตลาด เธอยังไม่รู้ตัวว่าเธอไปสมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอก็แค่ทำงานตามปกติของเธอ ตามที่นายสั่ง เขาต้องการอะไรเธอก็ต้องจัดให้ตามหน้าที่ของเลขา แต่เธอไม่ได้เอะใจหรือสงสัยเลยว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ได้

ออกก็ออกสิ หางานใหม่ก็ได้

คนแรกที่เธออยากโทรไปหามากที่สุดก็คือแนนเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบยี่สิบปีแล้ว

“ฮัลโหลแนน”

“ว่าไงจ๊ะ วันนี้แปลก โทรมาเวลางานเลย” คนรับสายเอ่ยแซว ปกติงานของเพื่อนสาวเธอจะยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลามาคุยสักเท่าไหร่

“แก...ฉันโดนไล่ออกว่ะ” อลิชาพูดเข้าประเด็นไม่อยากอ้อมค้อม

“เห้ย ได้ไงวะ โดนไล่ออกเนี่ยนะ แกก็ทำงานเต็มที่ ถวายหัวเลยไม่ใช่เหรอ” แนนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนรักของเธอพูดจริง เพื่อนเธอก็ทุ่มเทกับงานสุด ๆ

“ก็นั่นแหละ ทำไงได้ล่ะ ฉันก็คงต้องหางานใหม่”

“แล้วเขาให้แกออกวันไหน”

“สิ้นเดือนนี้”

“ก็อีกไม่กี่วันเอง”

“เออ ก็เดี๋ยวต้องเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน”

“ไม่ต้องคิดมากนะเว้ย เดี๋ยวฉันช่วยแกหางานใหม่เอง”

“ขอบใจนะ รักแกนะเว้ย” อลิชาขอบคุณเพื่อนสาว เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีเพื่อนที่ดีกับเธอเหมือนคนในครอบครัว เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ก็ไม่มี โชคดีมีเพื่อนดีอะไร ๆ มันก็ดีไปหมด

“เออ เราเป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยกันดิวะ” แนนถ่อมตัว เธอยินดีช่วยเพื่อนเต็มที่

“แนน เย็นนี้กรนัดฉันไปกินข้าว แต่ฉันไม่อยากไปเลยแก”

“แล้วจะไม่ไปเหรอ”

“ไม่อยากไปเลย ไม่ไปได้ไหม”

“แกต้องไปนะเว้ย แกรู้เปล่าว่ากรนัดเพื่อนคนอื่น ๆ ไปด้วยนะ”

“จริงเหรอ ฉันนึกว่าไปกันแค่สองคน ไม่เห็นเขาพูดถึงคนอื่นเลย”

“แกรู้ใช่ไหม ว่ากรเขาจะทำอะไรคืนนี้”

“หมายความว่าไง” อลิชาถามคนในสาย เพราะหล่อนพูดเหมือนรู้เหตุการณ์ที่จะเกิด

“เขาจะขอแกแต่งงานนะ”

คำพูดของเพื่อนทำให้เธอเงียบไป

“ออม แกเป็นไร เงียบเลย ไม่ดีใจเหรอ แฟนขอแต่งงานน่ะ”

“คือฉันยังไม่อยากแต่ง ฉันยังไม่พร้อม”

“ไม่พร้อมเรื่องอะไร เรื่องงานเหรอ มันหาใหม่ได้เว้ยแก แต่ถ้าแกไม่พร้อมเรื่องหัวใจล่ะก็อันนี้ก็ไม่รู้จะแก้ยังไงนะ”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย”

“แกอย่ามาโกหกฉันเลย แกยังไม่ลืมพี่แบงค์ใช่ไหม”

“เปล่า ไม่ใช่”

“ฉันรู้นะ มองตาแกก็รู้ แกไม่ได้รักกรเขาสักเท่าไหร่หรอก แกแค่เกรงใจเขาที่เขามาทำดีกับแก แกไม่กล้าปฏิเสธเขาใช่ไหมล่ะ”

“เออ ใช่”

“แล้วคืนนี้จะเอาไง ถ้าเขาขอแกแต่งงานจริง ๆ”

“ฉัน...ฉันจะปฏิเสธเขา”

“ให้มันจริงนะ”

“แน่นอน ฉันว่าฉันทำได้”

วันนี้เป็นวันที่เธออยากทำงานไปเรื่อย ๆ ไม่อยากให้เลิกงานเลย เธอไม่อยากไปตามนัดของเชาวกร

เสียงริงโทนดังขึ้นเมื่อมีสายโทรเข้ามา

แค่นึกถึงก็โทรมาแล้ว

“ฮัลโหลค่ะ” เธอกดรับสาย

“ออม อยู่ไหนแล้วครับ ผมรออยู่ใต้ตึกที่จอดรถแล้วนะ”

“กำลังเก็บของอยู่ค่ะ เดี๋ยวลงไปนะ”

เธอวางสายแล้วลุกออกไป

 

“เป็นไงคะ พี่บอกแล้วก็ไม่เชื่อ” เจ๊นุชขาเมาท์เจ้าเดิมเอ่ยทักเธอระหว่างยืนรอลิฟท์

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ตอนนี้พี่ไม่ต้องเป็นห่วงออมแล้วเนอะ ออมหางานใหม่ได้แล้วค่ะ” เธอพูดออกไปทั้งที่ความจริงยังไม่ได้สักงาน

“เก่งจังเลยนะคะ โดนไล่ออกตอนเช้า พอตอนเย็นได้งานใหม่เสียแล้ว คงเตรียมการเตรียมทางหนีทีไล่มานานแล้วใช่ไหมคะ”

“แล้วคุณพี่ไม่กลัวโดนไล่ออกบ้างเหรอคะ วัน ๆ เมาท์แต่เรื่องชาวบ้าน ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าเขายังเก็บไว้ทำไม หรือว่าเอาไว้สอดส่องเป็นหูเป็นตาให้บริษัทคะ”

“เธอไม่ต้องมาเป็นห่วงฉันหรอกย่ะ”

ลิฟท์มาพอดี อลิชาปล่อยให้ชมพูนุชไปก่อน ส่วนเธอคอยตามไปทีหลังดีกว่า


 

“ขอโทษนะ รอนานไหม ลิฟท์มันเต็มน่ะเลยช้า” เธอบอกแฟนหนุ่มเมื่อขึ้นรถมาแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอก เรารอได้”

“แล้ววันนี้เราจะไปไหนกันล่ะ”

“ไม่บอกครับ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองล่ะ”

“มีความลับตลอดเลยนะ”

“ไม่ใช่ความลับหรอก ถ้าบอกแล้วเดี๋ยวจะไม่เซอร์ไพรส์ไง”

“จ้ะ”

“แล้ววันนี้เป็นไงบ้าง ทำงานเหนื่อยไหม” เชาวกรถามแฟนสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน เขาสังเกตจากที่เธอนั่งมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างตลอดเลย เลยอดที่จะถามไม่ได้

“ก็เหมือนเดิมแหละ ยุ่ง ๆ หน่อย ชินแล้ว”

“งั้นคืนนี้เราจะรีบพาออมกลับบ้านนะ สัญญาว่าจะไม่ดึก ออมจะได้พักผ่อนเยอะ ๆ”

“อือ ก็ดีนะ”

“ออมรู้ไหม กรรักออมมากเลยนะครับ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจับมือของอลิชามากุมไว้ เขารู้สึกว่าอยู่กับอลิชาแล้วสบายใจ เขาตั้งใจทำงาน เก็บเงินแต่งงานก็เพื่อเธออยากให้เธอได้เป็นแม่ของลูกเขา 

รถเก่งสีขาวขับเข้ามาในที่จอดรถของร้านอาหารแห่งหนึ่ง อลิชาจำได้ดี ร้านนี้เป็นร้านที่ทั้งสองเคยเคยมาเดตด้วยกันครั้งแรก

แสดงว่าที่แนนบอกคงเป็นจริง

“ถึงแล้วครับ เราไปกันเถอะ”


 

เชาวกรจองโต๊ะไว้สำหรับที่นั่งสองคน แค่เธอกับเขา เธอพยายามมองไปรอบร้าน ก็ไม่มีสิ่งอะไรผิดปกติเลย หรือว่ายัยแนนจะแกล้งอำเธอกันแน่

“ออมหิวยัง สั่งอาหารได้เลยนะ”

“เรามากันสองคนเหรอ” เธอไม่ตอบสิ่งที่เขาถามแต่กลับไปถามอีกเรื่อง

“ออมไม่อยากมากับเราเหรอ”

“เปล่า เรานึกว่าจะมีเพื่อน ๆ มาด้วย”

“เราลองชวนแล้วไม่มีใครว่างเลย”

“อ่อ เราแค่คิดว่ามาหลาย ๆ คน สนุกดี ช่วงนี้ไม่ได้เจอเพื่อน ๆ นานมากแล้ว”

“งั้นไว้คราวหลังเราจะนัดให้นะ”

“อื้อ ก็ได้”

“ออมจำได้ไหม ว่าทำไมเราเลือกร้านนี้”

“ก็เราเคยมาเดตกันที่นี่ไง”

“เราดีใจนะที่ออมจำได้”

 

อาหารที่สั่งไปเริ่มทยอยมาเสิร์ฟแล้ว ทุกอย่างก็ยังปกติไม่มีอะไรผิดแปลกไป อลิชาและเชาวกรก็ยังกินอาหารกันไปเรื่อย ๆ จนของหวานมาเสิร์ฟ เชาวกรก็ขอไปเข้าห้องน้ำ

เสียงไวโอลินดังขึ้นมาทางด้านหลังไม่ไกลจากเธอ ลูกค้าหลายโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันไปมองตามกัน รวมถึงเธอด้วย

เชาวกรเดินถือช่อดอกไม้มาทางเธอ พร้อมด้วยเพื่อน ๆ หลายคนที่ช่วยกันถือลูกโป่ง Will you marry me ?

เอาแล้วไง เหมือนที่ยัยแนนบอกไว้ไม่มีผิด เธอมองหาเพื่อนที่กำลังคิดถึงแต่เหมือนเธอไม่ได้มา ไหนว่าเจอกันตอนเย็นไง ทำไมไม่มาอยู่กับเราด้วยล่ะ

เชาวกรเดินมาหยุดที่หน้าเธอ เขานั่งยอง ๆ พร้อมคุกเข่ายื่นช่อดอกไม้ให้เธอ เธอก็เลยต้องรับไว้

ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้เธอ เธอยิ้มตอบ มองไปรอบ ๆ ก็มีแต่เพื่อน ๆ ที่กำลังตั้งกล้องถ่ายภาพของเธอ บางคนก็กำลังถ่ายวีดีโอเธออยู่

“ออม เราก็รู้จักและเป็นแฟนกันมาสักพักแล้วนะ จากนี้และต่อไป เราก็อยากดูแลออมตลอดชีวิต” พูดจบเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินค่อย ๆ เปิดออก เขาหยิบแหวนออกมา

“แต่งงานกับเรานะ”

“เรา...เรา…” ฉันจะตอบกลับเขาไปยังไงดี ฉันยังไม่อยากแต่งงาน ฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานตอนนี้

“ว่าไงออม” เขาเร่งเร้าขอคำตอบ

“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” เสียงรอบข้างต่างพาเชียร์ ทุกคนคาดหวังคำตอบจากเธอว่ายังไงเธอก็คงตอบตกลง

“กร คือเรา…”

“ใจเย็น ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นนะ” เขาพูดปลอบใจเธอ

ถ้าตอบตกลงไปก่อนแล้วค่อยไปยกเลิกทีหลังได้ไหมนะ เธอกำลังคิดอย่างสับสน อีกใจก็เป็นห่วงเขา อยากรักษาน้ำใจเขา

“โอเค” เธอพยักหน้าให้เขา ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้ คงต้องตามน้ำไปก่อน จบงานวันนี้แล้วค่อยว่ากัน เขาจับมือซ้ายเธอขึ้นมาบรรจงสวมแหวนไปที่นิ้วนางข้างซ้าย เขาจับมือให้เธอลุกขึ้นแล้วโผกอดเธอ

น้ำตาแห่งความสุขก็ไหลออกมา เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่เป็นเชาวกรต่างหากที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“เราดีใจมาเลยนะที่ออมตอบตกลง เราคิดมาสักพักแล้วว่าจะขอออมแต่งงาน” เขาพูดความในใจออกมา

“จริงเหรอ ทำไมเราไม่รู้เลย”

“ถ้ารู้ก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ”

“อือ นั่นสินะ”

“อีกอย่างคือ...แม่เราได้ฤกษ์มาแล้วนะ ไม่ต้องรอนานด้วย เพราะอีกแค่สามเดือนเอง ก็จะถึงวันแต่งงานของเรา ออมดีใจไหม”

ขอแต่งงานยังไม่เซอร์ไพรส์เท่ากับรู้วันแต่งเลย แล้วอย่างนี้จะบอกเลิกหรือปฏิเสธยังไงดีล่ะ

หวังว่าเขาคงไม่ได้หาออแกไนซ์จัดงานเรียบร้อยแล้วหรอกนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น