หัวใจ (ไม่) ไร้ค่า - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 6 : สัมผัสของคนคุ้นเคย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 มิ.ย. 63

ตอนที่ 6

สัมผัสของคนคุ้นเคย

 

“เมื่อกี้พี่ทินเห็นไหม”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“เฮ้อ ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย”

“หนีอะไรมา ทำไมกลัวขนาดนี้”

“ก็พี่เขยคุณไง”

“พี่ทินน่ะเหรอ เขาทำอะไรเธอ”

“เมื่อค่ำไปกินข้าวกับเขามา เขาพูดแปลก ๆ ตอนไปส่งฉันที่ห้องเขาพยายามจะเข้าห้องมากับฉันด้วย ฉันไม่ชอบ”

“ก็เลยหนีมาว่างั้น”

“ใช่”

“เขาชอบเธอไม่รู้เหรอ เคยเป็นแฟนเก่ากันด้วยนี่นา”

“ทำมาเป็นรู้ดี”

“หรือไม่จริง”

“เออก็จริง แต่นั่นมันก็อดีตไง ไม่ใช่ตอนนี้”

“เราว่าพี่ทินน่าจะมีปัญหาทางจิต ตอนเราเจอพี่ทินครั้งแรก เรารู้สึกเหมือนเขาเป็นจมปลัก เขาชอบพูดแต่เรื่องเก่า ๆ”

“งั้นเหรอ”

“ไม่ใช่แค่พี่ทินคนเดียวหรอกนะ ทั้งพี่ทั้งน้องเลย น้องเขาก็เอาแต่ใจไม่ใช่ย่อย”

“น้องเขา ก็เมียคุณไม่ใช่หรือไง”

“ก็นะ เคยคิดไหมบางทีคนเราก็อาจจะตัดสินใจผิด พอจะถอยหลังมันก็ไม่ทันแล้ว”

“ที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยนี่เรื่องอะไร”

“เดี๋ยวถึงแล้วค่อยคุยกัน”

 

เจมส์มาส่งฉันที่หน้าโรงแรม เขาบอกว่าให้ไปเช็คอินให้เรียบร้อย ส่วนเขาจะเอารถไปจอด แล้วเดี๋ยวกลับมาหา

“ได้ห้องยัง”

“เรียบร้อยแล้ว ขอบใจมากนะ”

“ไปสิ” เขาเดินนำฉันจะไปขึ้นลิฟท์

“เดี๋ยว ๆ ๆ จะไปไหน”

“ไปห้องไง ดึกแล้วนะ ไม่เหนื่อยเหรอ”

“แล้วเจมส์ไม่กลับเหรอ”

“ก็ที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยไง”

“คุยตรงนี้ก็ได้”

“ไม่ได้” เขามองไปรอบ พนักงานของโรงแรมและแขกที่มาพักก็อยู่กันตั้งหลายคน “ไปเถอะ” เขาพยักหน้าเพื่อให้ฉันตามเขาไป

ฉันก็เห็นเหมือนอย่างที่เขาเห็นนั่นแหละ คนเยอะจริง ๆ เรื่องของเราและลูกคุยกันตรงนี้ที่นี่ไม่ได้ หากมีคนรู้เรื่องนี้ทั้งฉันและเจมส์ก็ต้องมีปัญหาด้วย แต่ถ้าฉันเข้าห้องไปกับเขามันก็จะมีปัญหาไม่ต่างกัน

“พรุ่งนี้ค่อยคุยก็ได้นี่”

“ไม่ได้ ต้องคุยวันนี้” เขาเดินมาหาฉัน ดึงคีย์การ์ดในมือฉันพร้อมกับกระเป๋าไปถือเอง แล้วเดินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันต้องเดินตามไปโดยปริยาย

“รอด้วยสิ” ขอให้ที่นี่ไม่มีใครรู้จักฉันและไม่มีใครรู้จักเจมส์ด้วยเถอะ

 

“ห้องนี้แหละ” เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะเปิดเข้าไป “เข้ามาเถอะ” เขาเข้าไปแล้วและเปิดไฟเรียบร้อย

“รีบพูดให้จบแล้วก็รีบกลับไปซะ” ฉันเร่งรัดเขา “ฉันต้องการพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าด้วย” ฉันถอดรองเท้าเรียบร้อยแล้ว จะเดินเข้าไปด้านใน แต่ก็เขาหันกลับมาหาฉัน และเดินตรงดิ่งเข้ามา สองมือของเขาคว้าและประคองศีรษะของฉันไว้ เขาจูบฉัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

“หยุด! จะทำอะไร” ฉันผลักเขาออก ฉันยังอึ้งในการกระทำของเขาอยู่เลย อะไรกันเนี่ย จู่ ๆ มาจูบเฉย

“คิดถึง จะให้ใจเย็นได้ไง”

“อื้อ...” เขาจูบฉันอีกครั้ง ครั้งนี้ยาวนานกว่าครั้งแรก มันไม่ใช่จูบอย่างเดียวมือไม้ของเขามันยั้วเยี้ยราวกับหนวดของหมึกทะเล เขารู้และรู้ดีเลยว่าจุดสัมผัสของฉันอยู่ตรงไหน ต้องทำอย่างไรถึงจะติดไฟได้ แต่ไม่ว่าไฟอะไรก็สู้คนที่มีสติไม่ได้หรอก

เพี๊ยะ

ฉันฉวยโอกาสตอนที่เขากำลังถอนจูบ รวบรวมแรงที่มีตบเข้าที่หน้าของเขาอย่างจัง เผื่อมันจะเตือนสติเขาได้บ้างว่า...เขากำลังทำอะไรอยู่

“ทำบ้าอะไร!” ฉันตะโกนใส่เขา

“คิดถึงเมียแล้วจูบไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้โว้ยยย...ฉันไม่ใช่เมียคุณ”

“ทำไมจะไม่ใช่ ลูกก็มีแล้วแถมยังหน้าเหมือนผมอีก”

“ฉัน-ไม่-ใช่-เมีย-คุณ” ฉันย้ำทีละคำเพื่อให้เขาเข้าใจ “กลับไปได้แล้ว”

“ไม่กลับ ผมจะนอนที่นี่” เขารั้นไม่ยอมกลับ แถมยังเดินไปนอนที่โซฟาอีก

ฉันเหมือนคนที่หนีเสือปะจระเข้จริง ๆ เลย

“เดี๋ยวเมียคุณก็ตามมาหรอก อย่าหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ฉันเลยได้ไหม ฉันขอร้องล่ะ”

“เขาไม่มาหรอก เขาอยู่บ้าน”

“คุณแน่ใจได้ไง สามีหายไปทั้งคนไม่ตามหาเนี่ยนะ”

“ผมบอกเขาว่าผมออกมาดื่มกับเพื่อน”

“คุณคิดว่าคุณโกหกเมียได้เหรอ เมียคุณไม่เคยจับได้เลยบ้างเหรอ”

“ก็มีจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง”

“นี่คุณ ฉันบอกให้กลับไปก็กลับไปเถอะ”

“ผมจะอยู่ที่นี่กับคุณ”

“ไม่ได้คุณ คุณต้องกลับ”

“ผมอยากคุยเรื่องลูก”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุย”

“ผมอยากเจอลูกบ้าง...ได้ไหม”

“เดี๋ยวฉันจะขอคิดดูละกัน คุณกลับไปก่อน ถ้าไม่กลับฉันก็ไม่รับปากนะ”

“คุณอย่าทำอย่างนั้นสิ แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เจอกับคุณอีกล่ะ”

“ยังไม่รู้ วันนี้ฉันเหนื่อยมาก พรุ่งนี้ค่อยว่ากันได้ไหม”

“งั้นคุณก็ไปอาบน้ำเถอะ”

“โอเค งั้นถ้าคุณออกไปแล้วก็ล็อกประตูให้ด้วยนะ” คำพูดนี้มันเหมือนประโยคสุดท้ายที่เราคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อนเลย

ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นและน้ำเย็นผสมกันในอ่างจากนั้นก็หยดน้ำหอมที่ทางโรงแรมมีไว้ให้ลงไปในอ่างแล้วก็ถอดเสื้อผ้าลงไปแช่สักพัก เวลาที่ร่างกายเหนื่อยล้าแค่ฉันได้นอนแช่น้ำมันก็ผ่อนคลายสบายตัวมากเลย นี่ถ้าได้เปิดเพลงคลอเบา ๆ ก็คงดีเหมือนกัน เสียดายลืมถือมือถือเข้ามาด้วย

เสียงเพลงบรรเลงเปียโนดังขึ้นจากข้างนอก เจมส์ยังไม่ได้กลับไปหรอกเหรอ เพียงแปปเดียวเสียงเพลงก็ดังขึ้นกว่าเก่า เจมส์เปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำ ฉันไม่น่าลืมล็อกประตูเลย ฉันคิดว่าเขาจะกลับไป ตอนนี้เขาเข้ามาแล้ว

“ขอแช่ด้วยคนได้ไหม”

“ไม่ได้ ไม่สะดวก ฉันจองแล้ว ถ้าอยากแช่ต้องรอ”

“ผมเป็นคนไม่ชอบรอ คุณก็รู้” พูดจบเขาก็ปลดเสื้อผ้าออกจากร่างกาย เขาค่อย ๆ ถอดทีละชิ้นจนเหลือชั้นในชิ้นสุดท้าย

“ออกไปก่อน ฉันขอแช่อีกพักนึง” ฉันไม่กล้าหันไปดูเขา

“อายอะไร ก็เคยเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” ฉันจากที่นอนแช่อยู่กลับต้องนั่งกอดเข่าบังตัวเองไว้

จ๋อม

เขาหยุดพูดจริง ๆ แต่เขาก้าวขาเข้ามาในอ่างแทน เขาเข้ามานั่งทางข้างหลังฉัน ฉันรู้เพราะว่าน้ำในอ่างมันล้นออก

“เดี๋ยวเราถูหลังให้มายด์เอง”

“ไม่เป็นไร” เมื่อฉันห้ามเขาไม่ให้เข้ามาไม่ได้ ฉันก็จะไปเอง ฉันค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่แล้วด้วยความลื่นและทรงตัวไม่ดี ทำให้ฉันเสียหลัก เซเล็กน้อย เจมส์คว้าฉันไว้ในอ้อมกอด สองสายตาประสานกัน เขามองฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยน ฉันไม่ได้เห็นแบบนี้มานานแล้ว

“ปล่อยได้แล้ว”

“ไม่ จนกว่ามายด์จะคุยดีดีกับเรา”

“จะให้คุยอะไร ก็มันไม่มีอะไรจะคุย”

“ถ้ามายด์พูดไม่เก่ง ใช้ภาษากายแทนก็ได้นะ”

“อื้อ...อื้อ...อ่อยนะ (อื้อ...ปล่อยนะ)” จูบของเขา รสสัมผัสของเขามันยังนุ่มนวลเหมือนเดิม เขาค่อย ๆ ละเลียดชิมริมฝีปากของฉัน ดูดกลืนลมหายใจและมอบลมหายใจของเขามาให้ฉัน เราแลกลมหายใจกันและกัน ตั้งแต่มีลูกฉันก็ห่างหายเรื่องแบบนี้ไปนาน ก็ยอมรับนะว่าบางเวลามันก็ต้องการปลดปล่อยเหมือนกัน

เขายังไม่หยุดแค่นั้น เจมส์พรมจูบไปทั่วร่างของฉัน เริ่มจากแก้มไล่ลงมาที่ลำคอ ไหปลาร้า หน้าอก ไม่ใช่แค่ปากที่เขาทำได้ดี มือสองข้างของเขาก็ไม่อยู่นิ่ง เขาสัมผัสที่ก้อนเนื้อด้านหน้าทั้งสองนั้นเพิ่มความเร่าร้อนของเราไปอีก ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ความคิดในหัวมันแปรปรวนระหว่างที่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ถูกใจ

ร่างกายของฉันมันไม่ค่อยฟังคำสั่งสมอง หัวใจมันเรียกร้อง ฉันอยากให้เขาทำไปเรื่อย ๆ ทำแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เวลานี้ฉันต้องการเขา

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันไม่รู้ ฉันรู้แค่ว่าฉันตักตวงความสุขจากเขามาหลายครั้ง เขาเองก็เช่นกัน

สภาพของเราทั้งสองเหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมที่เพิ่งจบลงไป ฉันกำลังนอนในอ้อมกอดของเขาเหมือนที่เคยทำ เขาให้ฉันนอนหนุนแขนเขา พอทุกอย่างหยุดอยู่นิ่ง พวกเราก็คิดได้ว่า เราสองคนทำสิ่งที่ไม่ควรทำ เขามีเมียแล้ว ฉันเองรู้อยู่แก่ใจ

“มายด์เราถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“อือ ได้สิ”

“ทำไมตอนนั้นเราถึงเป็นบัดดี้กัน ทำไมเราถึงไม่เป็นแฟนกันนะ ทั้ง ๆ ที่เราก็เข้ากันได้ดีนี่”

“นั่นสินะ คงตอนนั้นเราคิดว่าความรักมันไม่สำคัญไง ความรักมันไม่มีจริงละมั้ง”

“ก็คงใช่ ความรักมันเคยทำให้เราเจ็บหนักทั้งคู่ พวกเราเลยเลือกเดินทางที่ไม่ต้องผูกพันกัน ไม่ต้องหึงหวงกัน แรก ๆ มันก็ดีนะ อิสระดี แต่พอนาน ๆ ไป มันก็ดันเอาความรู้สึกใส่ลงไปด้วย”

“จริงเหรอ ทำไมเราไม่เคยรู้เลย” ฉันถามเขา

“จริง แต่เราก็พยายามห้ามใจไว้ ก็เราตกลงกันไว้ว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ห้ามเกินเพื่อน”

“อือ” เป็นเพราะเราตกลงกันไว้ ฉันเองก็ต้องพยายามห้ามใจไว้เหมือนกัน

“เราขอโทษนะ ที่เราไม่เคยบอกมายด์เลย จนทำให้เราตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่าง พลาดไป”

“มันไม่ทันแล้วเจมส์ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว”

“ทันสิมายด์ เรายังแก้ไขทันนะ”

“เจมส์มีคุณเกลอยู่แล้ว อย่าพูดอะไรที่ทำเธอเสียใจเลย”

“เพราะไอ้ข้อตกลงบ้าบอของพวกเราไง มันทำให้เราไม่กล้าบอกความรู้สึกของตัวเอง เรารู้นะว่ามายด์เองก็ชอบเราเหมือนกัน แต่เราก็ไม่กล้าคิด ไม่กล้าก้าวข้ามผ่านคำว่าเพื่อน เรามันแย่ เราขอโทษนะ”

“อดีตก็คืออดีตนะ อย่าคิดมากดิ”

“เจมส์”

“หืม...ว่าไง”

“เราอย่าเจอกันอีกเลยนะ เราสองคนไม่ควรทำแบบนี้”

“แต่มายด์ก็รู้สึกดีไม่ใช่เหรอ”

“อืม รู้สึกดีที่มีเซ็กส์นะ ไม่เกี่ยวกับรัก”

“มายด์อย่าโกหกตัวเองเลย”

“เราพูดจริง”

 

ฉันขยับออกจากอ้อมแขนของเขามาหนุนหมอนของตัวเอง อีกไม่นานก็คงเช้าแล้ว ฉันต้องนอนพักผ่อนเอาแรงสักหน่อย วันนี้เป็นวันที่เจออะไรมาหนักเหมือนกัน

“มายด์นอนเลย สาย ๆ เราปลุกเอง แล้วเดี๋ยวจะไปส่งสนามบินนะ”

“อือ ขอบใจ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น