หัวใจ (ไม่) ไร้ค่า - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 5 : เรามีสิทธิ์เลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63

ตอนที่ 5

เรามีสิทธิ์เลือก

 

          ตอนแรกฉันว่าจะไม่ไปตามที่คิดไว้แต่พอเขาบอกว่าจะลดราคาให้ มันเลยทำให้น่าสนใจ ฉันยอมรับว่าฉันแพ้ของเซลล์

            ฉันเจอเจมส์อีกครั้งเขามากับภรรยา เราต่างไม่ได้พูดอะไรกันเลย ได้แต่คุยกันเรื่องรายละเอียดของที่ดิน คุณกรรณิการ์หรือคุณเกลก็อธิบายให้ฟังคร่าว ๆ ว่าเขาจำเป็นต้องใช้เงินด่วนมาก ต้องรีบขาย ฉันสังเกตได้เล็กน้อยว่าเขาไม่ค่อยเต็มใจขายเท่าไหร่ และเขามักหันไปมองสามีบ่อย ๆ อีกด้วย

            คุณเกลเธออยากให้ฉันรีบตัดสินใจเพราะเธอมีเวลาไม่มาก ถ้าฉันปฏิเสธ เธอจะได้ให้โอกาสคนอื่นต่อ

 

            ทั้งสองมาส่งฉันที่โรงแรม คืนนี้ฉันคงนอนพักที่นี่ก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าคืนนี้ฝนจะตกอีกไหม เกรงว่าถ้าไปสนามแล้วเกิดฝนตกฉันอาจจะต้องนอนที่สนามบินแทน พักผ่อนให้สบายใจก่อนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับก็ไม่เป็นไร

 

            พี่ทินโทรมาชวนฉันไปดินเนอร์ในโอกาสที่ไม่ได้เจอกันนาน เขาอยากเป็นเจ้าภาพเลี้ยงสักมื้อ ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเผื่อว่าในอนาคตฉันได้มาทำธุรกิจที่นี่จริง ๆ เราก็คงได้เจอกันบ่อยขึ้น

            เรานัดกันไว้เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ฉันไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเยอะ ก็เลยใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาวแทน หวังว่าพี่ทินคงไม่ถือมั้ง มันดูไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่เลย เมื่อใกล้เวลาแล้วฉันก็จะลงไป พอเปิดประตูมาเจอพี่ทินมารออยู่หน้าห้องพักแล้ว

            “กะว่าจะมารับค่ะ มาไวไปนิดน้องมายด์คงไม่ถือใช่ไหมคะ” พี่ทินพูดคะขาเหมือนเมื่อก่อนตอนที่เราเคยคบกันเลย

            “ไม่หรอกค่ะ มายด์เกรงใจพี่มากกว่ามายด์ไม่เตรียมชุดมาเลย”

            “ไม่เป็นไรพี่เข้าใจ แค่น้องมายด์ยอมมาด้วยพี่ก็ดีใจแล้วค่ะ”

            “พี่ทินยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะคะ”

            “ค่ะ คิดถึงเมื่อก่อนเนอะ ตอนนั้นเราไม่น่าเลิกกันเลย ไม่งั้นเราอาจได้แต่งงานกันแล้วก็ได้”

            “ตอนนั้นมันคงไม่ใช่เวลาของเรามั้งคะ”

            “แล้วตอนนี้ละคะ”

            “พี่ทินหมายถึงอะไรคะ”

            “หมายถึงเรื่องของเราไง”

            “เรื่องของเรา?”

            “ก็น้องมายด์บอกว่าน้องมายด์ไม่มีแฟน แต่มีลูกแล้ว”

            “ใช่ค่ะ”

            “พี่ไม่ติดนะคะ พี่ยินดี ลูกของมายด์ก็เหมือนลูกของพี่”

            “คือ...”

            “พี่อยากขอโอกาสได้ไหม ให้พี่ได้ดูแลมายด์กับลูกได้ไหม”

            “มายด์หิวแล้วค่ะ เรารีบลงไปกินข้าวกันดีกว่านะ”

            “งั้นทางนี้ค่ะ” พี่ทินเดินนำไป ฉันค่อย ๆ เดินตามไป ในใจก็ยังพยายามคิดอยู่ว่าทำไมพี่ทินต้องมาสนใจคนอย่างเราด้วย ก็เข้าใจแหละว่าเราเคยรักกัน และก็เลิกก็เลิกกันมานานแล้ว หรือว่าเขาต้องการอะไรจากเราหรือเปล่าเลยจะมาตีสนิท เขาเป็นพี่ของคุณเกลมันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

            

            มื้อค่ำนี้เป็นอาหารทะเลล้วน ๆ เขายังคงจำเมนูที่ฉันชอบได้ทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นกุ้งเผา หมึกนึ่งมะนาว หมึกผัดผงกระหรี่ ยำรวมมิตร หอยลายผัดฉ่า ส่วนเครื่องดื่มที่ฉันชอบมากที่สุดก็คือน้ำมะนาว ฉันรู้สึกเหมือนเรามาเดตกัน เหมือนคนที่เพิ่งเป็นแฟนกันใหม่ ๆ บรรยากาศริมทะเล โต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งบนพื้นทราย แสงสว่างจากโคมไฟ และเทียนหอมหลายก้อน

            “ชอบไหมคะ”

            “ชอบค่ะ”

            “ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ เลยนะ น้องมายด์ผอมไปเยอะ ต้องกินเพิ่มน้ำหนักอีกหน่อยนะ”

            “ขอบคุณค่ะ หลังคลอดลูกก็น้ำหนักลงเรื่อย ๆ เลยค่ะ เลี้ยงเด็กมันไม่ง่ายเลย” เราเริ่มกินอาหารกัน กินกันไป คุยกันไป พี่ทินก็คอยตักอาหารจานนั้นจานนี้ให้

            “น้องมายด์เลี้ยงลูกคนเดียวเหรอ”

            “มีคุณพ่อคอยช่วยบ้างค่ะ แต่ก็เกรงใจท่านเหมือนกัน ท่านก็อายุเยอะแล้ว”

            “คราวหลังน้องมายด์พาลูกมาด้วยก็ได้นะ”

            “ก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะ ยังไม่เคยพาเขามาเที่ยวทะเลเลย”

            “ลูกผู้ชายหรือผู้หญิงครับ”

            “ผู้ชายค่ะ สามขวบแล้ว กำลังซนเลย”

            “แล้วเรื่องที่ดิน เป็นไงบ้าง ไปคุยกับเจ้าของหรือยัง”

            “เมื่อตอนบ่าย ๆ มายด์ไปดูที่มาแล้วค่ะ ที่สวยดีนะคะมายด์ชอบ”

            “แล้วตัดสินใจยัง”

            “ยังค่ะ ขอปรึกษาคุณพ่อก่อน ทางเจ้าของที่เขาก็เร่งมาเหมือนกันค่ะ ว่าต้องการใช้เงินด่วน”

            “อันที่จริงพี่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกที่เขาจะขายที่ใช้หนี้น่ะ ที่ของพ่อของแม่ พี่ก็เสียดาย”

            “ใช้หนี้เหรอคะ”

            “อืม จะว่าสาวไส้ให้กากินก็ได้นะ น้องเขยกับน้องสาวพี่ ทั้งสองคนนั้นเขาติดหนี้พนันน่ะ เจ้าหนี้ก็ตามอยู่”

            “เยอะเหรอคะ”

            “ก็เยอะอยู่นะ พี่รู้มาว่าถ้าขายที่แล้วจะไปอยู่กรุงเทพฯ กัน”

            “บางครั้งคนในก็อยากออก คนนอกก็อยากเข้านะคะ มายด์อยู่กรุงเทพฯ เบื่อแล้วอยากอยู่ต่างจังหวัดอากาศดีกว่า จราจรไม่ติดขัด แต่เขาอยู่ต่างจังหวัดก็น่าจะดีอยู่แล้ว แต่ยังอยากเข้าไปในเมืองที่วุ่นวายอีก”

            “อือ ก็นะ คนเราชอบไม่เหมือนกันนี่เนอะ”

            “นั่นนะสิคะ”

            “แต่พี่ยังชอบมายด์เหมือนเดิมเลยนะ ขนาดชื่อโรงแรมยังใช้ชื่อมายด์เลย”

            “พี่ทิน...” ฉันไม่รู้จะคุยยังไงต่อเลย เขาเล่นบอกตรง ๆ อย่างนี้เลยเหรอ ฉันไม่รู้จะปฏิเสธเขายังไงดี

            “น้องมายด์ไม่ต้องรีบตอบก็ได้ค่ะ พี่รอได้”

            “มายด์มีลูกแล้วค่ะ ไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานแล้วด้วย”

            “น้องมายด์ก็ลองคิดดูบ้างก็ได้นะคะ พี่แค่อยากได้โอกาสอีกสักครั้ง ครั้งนี้คุณพ่อน้องมายด์คงไม่ติดขัดอะไรแล้วมั้ง ตอนนี้พี่ฐานะมั่นคงแล้วนะ ไม่จนเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย” พูดจบพี่ทินก็หัวเราะแปลก เสียงหัวเราะของเขาทำให้ฉันขนลุกและเสียวสันหลังแวบ ๆ

            พอพี่ทินพูดถึงเรื่องเก่าที่เคยเกิดขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคงไปสร้างบาดแผลให้เขามากเลยใช่ไหม ดูเหมือนเขาจะไม่ลืมเรื่องอะไรเก่า ๆ เลย เขายังจำฝังใจเลยที่พ่อเคยไปดูถูกเขา ดูเขาคงจะแค้นน่าดูเลย

            แค่นี้ก็พอจะดูออกแล้วว่าเขาแค่อยากเอาชนะฉันมากกว่า ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาบอกว่าเขายังรู้สึกกับฉันอยู่มันจริงหรือเปล่า หรือเพียงต้องการแค่การแก้แค้น

            ทางที่ดีฉันคงต้องอยู่ห่างกับเขาคงดีที่สุด

            ห่างกับคุณเกล และเจมส์ด้วย

            เมื่อก่อนที่ฉันไม่รู้จักเจมส์ ชีวิตฉันไม่เคยต้องมาวุ่นวายอะไรเลย มันเป็นเพราะความอยากลองอยากรู้ของฉันเอง ที่ทำให้ผิดพลาดไปหมด ฉันต้องโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่คิดให้ดี

            การจะออกจากวงจรหรือสังคมที่เราไม่ชอบก็คือเราก็ไม่ต้องไปร่วมอะไร

            เพราะก็รู้แล้วว่ามันเสียเวลา เสียใจ เสียอะไรไปอีกหลายอย่าง

            เธอต้องเข้มแข็งนะมายด์

            เพื่อพ่อ เพื่อลูก เพื่อตัวเอง

 

            “สำหรับวันนี้ ขอบคุณมากนะคะพี่ทิน” พี่ทินเดินมาส่งฉันที่หน้าห้อง

            “ฝันดีนะ”

            “ค่ะ” ฉันยกมือโบกบ๊ายบายกับเขาเล็กน้อย

            ฉันหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋าขึ้นมาแตะที่ประตูเพื่อเปิดห้อง เมื่อประตูเปิดออกฉันก็รีบเข้ามาแล้วปิดประตูทันที ทำให้พี่ทินที่พยายามแทรกตัวเข้ามาเข้าตามมาไม่ทัน ฉันรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมถ้าเขาจะเข้าห้องไหน เขาย่อมเข้าได้อยู่แล้ว ฉันรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเลย ตั้งแต่ตอนที่กินข้าวกันฉันมองสายตาของพี่ทิน แล้วมันทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ บอกไม่ถูกว่าเป็นอย่างไร แต่ฉันคิดว่าเขาต้องมีแผนอะไรสักอย่าง นี่ถือว่ายังโชคดีนะที่ฉันไม่ได้โดนเขามอมยา 

            พอเข้ามาในห้องสิ่งที่ฉันต้องรีบทำเลยก็คือเก็บของให้เรียบร้อยและหาโรงแรมใหม่ ทำไมฉันต้องมาหาโรงแรมใหม่ในเวลาเกือบสี่ทุ่มด้วย ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะมีที่ไหนเค้ารับแขกบ้าง จะมีห้องว่างบ้างไหมก็ไม่รู้

            ฉันลองหาที่พักในมือถืออีกครั้งโรงแรมใหม่ที่ใกล้สุด ห่างจากที่นี่ประมาณหนึ่งกิโลเมตร ฉันรีบโทรไปจองทันที โชคดีมากที่มีห้องหลุดจอง ทำให้มีห้องว่าง ฉันก็เลยแจ้งไว้ว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะถึง ฉันต้องรีบไปเช็คเอาต์ออกจากที่นี่ทันที แล้วหาทางไปที่ใหม่ให้เร็วที่สุด ป่านนี้พี่ทินน่าจะออกจากโรงแรมไปแล้ว ตอนที่กินข้าวฉันลองถามว่าเขาพักที่ไหน เขาบอกว่ามีบ้านพักอยู่ ไม่ได้พักที่โรงแรม

            เมื่อคิดว่าไม่ลืมอะไรก็ออกจากห้องทันที ปิดประตูให้เรียบร้อย ฉันรีบเดินไปที่ลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่าง

            “จะไปไหนน่ะ”

            เสียงทุ้มนั้นดังขึ้นข้างหลัง ฉันใจหายแวบเลย รีบหันไปดู ไม่ใช่คนที่ฉันคิด แต่ก็เป็นคนที่ไม่ได้อยากเจอหน้าสักเท่าไหร่

            “เจมส์เองเหรอ ตกใจหมด”

            “ทำไมล่ะ คิดว่าใคร คิดว่าเป็นพี่ทินสุดหล่อ แฟนเก่าหรือไง”

            “แล้วมาทำอะไรที่นี่” ฉันไม่ตอบ แต่ถามเขาแทน แล้วนี่เขารู้ได้ไงว่าฉันกับพี่ทินเคยคบกัน

            “ก็มาหามายด์ไง”

            “มาทำไม”

            “มีเรื่องอยากคุยด้วย”

            “เราไม่สะดวก”

            “จะไปไหน”

            “ไม่ต้องยุ่งละกัน” ฉันรีบเดินไปที่ลิฟท์ แต่เขาก็วิ่งมาดักหน้าไว้

            “อย่าเพิ่งไปสิ เรามีเรื่องจะคุยด้วย”

            “ค่อยคุยทีหลังได้ไหม เราต้องรีบออกไปจากที่นี่”

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า พนักงานบริการไม่ดีเหรอ หรือว่าเจออะไร”

            “หลบไปก่อน” เขาหลบไปตามที่ฉันบอกจริง ๆ 

            “ให้เราไปส่งไหม”

            “ก็ได้”

            “เอางี้นะ เราจะลงไปก่อน ใช้ลิฟท์กันคนละตัว เราจะวนรถมาจอดรอใกล้ ๆ ลิฟท์ ส่วนมายด์พอเช็คเอาต์เสร็จแล้วก็ลงลิฟท์มาชั้นที่จอดรถ จำรถเราได้ใช่ไหม” เจมส์เสนอไอเดีย ฉันก็คิดว่าดีเหมือนกัน ถ้ามีใครมาเห็นตอนเราออกจากลิฟท์พร้อมกันคงซวยแน่

            “จำได้ รถเก๋งสีขาว”

            “เราไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่มายด์อยู่กับเราแล้วทุกอย่างจะโอเค ไม่ต้องกลัวนะ” คำปลอบใจของเจมส์มันได้ผล ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นที่มีเขาอยู่ด้วย อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องแก้ปัญหานี้คนเดียว

            ฉันทำตามที่เจมส์บอกไว้ พนักงานก็ดูตกใจเหมือนกันที่ฉันเช็คเอาต์ออกตอนดึก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเช็คอินเมื่อตอนบ่าย ฉันแค่บอกเขาว่ามีธุระด่วน เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วฉันก็รีบลงลิฟท์ไปชั้นที่จอดรถ พอเห็นรถของเจมส์ที่จอดรอไว้ก็รีบเอากระเป๋าไว้ที่เบาะด้านหลังและขึ้นไปนั่งด้านหน้าทันที

            “โอเคแล้วใช่ไหม รู้สึกดีขึ้นยัง”

            “อือ ค่อยยังชั่วแล้ว”

            “แล้วจะไปไหนต่อ”

            “รู้จักที่นี่ไหม” ฉันเปิดมือถือให้เขาดูรูปโรงแรมที่จองไว้

            “รู้จัก เดี๋ยวไปส่ง”

            “ขอบใจนะ”

            “อือ ไม่เป็นไรหรอก”

            “ขอบใจอีกครั้งนะ ถ้าไม่มีเจมส์ช่วยนี่แย่เลย”

            “มายด์ หมอบแล้วปรับเบาะลงเร็ว”

            ฉันไม่รู้ว่าทำไมเจมส์ถึงพูดอย่างนั้นออกมา แต่ฉันก็ทำตามที่เขาบอกทันที

            “มีอะไรเหรอ” ฉันถาม

            “พี่ทินอยู่แถวนี้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น