หัวใจ (ไม่) ไร้ค่า - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 1 : เริ่มที่เตียง ก็จบที่เตียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

ตอนที่ 1

เริ่มที่เตียงก็จบที่เตียง

 

...มีคนเคยบอกฉันว่าผู้ชายสามารถมีเซ็กส์โดยไม่ได้รักได้ ฉันไม่เคยเชื่อจนกว่าจะได้พิสูจน์

ผู้หญิงก็มีเซ็กส์โดยไม่ได้รักได้เหมือนกัน ในตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น...

ฉันคิดว่าฉันใจแข็งพอที่จะไม่ตกหลุมรักเขา แต่แล้วฉันก็ถูกความผูกพันเล่นงานเข้าให้

ฉันเอาใจลงไปเล่น จนสุดท้ายมันก็เจ็บอยู่ดี

-มายด์-

 

เธอรู้ดีแก่ใจมาตลอดว่าสักวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเธอและเขา มันต้องจบลง

ในทุก ๆ ครั้งที่ทั้งคู่นัดเจอกัน เธอก็คิดว่าอาจมีสักครั้งหนึ่งที่จะเป็นครั้งสุดท้าย จนถึงวันนี้ เธอบอกกับเขาว่า “คิดถึง...มาหาหน่อย” เขาก็มาหาเธออย่างเคย

เมื่อมาถึง ทั้งคู่ก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย ต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่ได้เจอกันมานาน อ้อมกอดที่โหยหา ความอบอุ่นที่ร่างกายต้องการยามที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ความปรารถนาของทั้งคู่เร่าร้อนเหมือนกับไฟที่กำลังลุกโชนในเตาผิงของห้องนั่งเล่น

“ต่อไป...อย่าคิดถึงอีกนะ” จู่ ๆ เขาก็พูดคำนี้ขึ้นมาหลังเสร็จภารกิจ ทั้งสองกำลังกอดกันและซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา

“หมายความว่า...?”

“ผม...ต้องกลับไทย ไปแต่งงาน”

“อื้อ” เธอได้แต่ตอบรับเขา แม้ในใจอยากจะถามว่า แล้วฉันล่ะ?

“คุณโอเคใช่ไหม”

“ถ้าไม่โอเค คุณจะยอมหรือเปล่า”

“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าใครคนนึงมีแฟน ความสัมพันธ์ของเราต้องหยุด”

“นั่นสินะ” เธอตอบชายหนุ่มเสียงอ่อย ๆ

ต่อไป...อย่าคิดถึงอีก คำ ๆ นี้เธอคงต้องคอยบอกตัวเองทุกครั้งที่คิดถึงเขา เธอขยับตัวเองออกจากหน้าอกของเขา หันมานอนตะแคงอีกข้างของเตียง เตียงอีกด้านเด้งขึ้น เธอรู้ว่าเขาลุกออกไปแล้ว เธอไม่กล้าแม้จะหันกลับไปมองเขาที่กำลังจะเดินออกไป ถ้าทำได้เธอก็ไม่อยากให้เขาจากไปไหน

 

สองปีก่อน

ฉันตัดสินใจมาเรียนต่อที่นี่หลังจากที่ฉันถูกตัดขาดไม่เหลือเยื่อใยจากแฟนเก่า เราคบกันได้ไม่นาน เขาก็นอกใจฉัน เขาเพิ่งรู้ตัวเองว่าเขาไม่ได้ชอบฉัน เขาชอบเพื่อนของเขาเพื่อนที่คบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมอต้น เราสองคนคบกันเพราะผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงาม และส่วนหนึ่งฉันก็ชอบเขาด้วย ตอนนั้นเรามีแพลนที่จะแต่งงานกัน เราเตรียมงานกำหนดฤกษ์แต่งแล้วด้วย แต่แล้วฉันก็ต้องล้มเลิกงานแต่งในฝันไป

ฉันเชื่อว่าในชีวิตของผู้หญิงก็คงฝันถึงการได้ใส่ชุดกระโปรงสีขาวเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ชายที่เรารัก และใช้ชีวิตหลังแต่งงานอย่างมีความสุข แต่เมื่อความจริงมันไม่เหมือนในฝันฉันก็คงทำได้แค่ถอยหลังออกมาเยียวยาหัวใจตัวเอง ฉันบอกคุณพ่อว่าจะขอมาเรียนปริญญาโทอีกสักใบ บางทีการทำตัวเองให้มันยุ่ง ๆ เข้าไว้มันอาจจะทำให้เราลืมสิ่งที่เราไม่ควรคิดถึงได้

และมันก็ได้ผล ฉันลืมเรื่องของเขา เรื่องของเราไปหมด เพราะฉันต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่ ๆ อาหารที่ไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ อากาศที่หนาวเย็น เพื่อนหลากหลายวัฒนธรรม

ในช่วงแรกที่ฉันมาอยู่ที่นี่ด้วยความที่มันอากาศหนาวมากต่างจากที่เมืองไทย ฉันแทบไม่อยากออกจากอพาร์ทเมนต์เลย ฉันคิดว่าฉันน่าจะเลือกเมืองที่มันอุ่นกว่านี้เพราะฉันไม่ค่อยถูกกับอากาศหนาวสักเท่าไหร่ ชอบก็ชอบนะมันเย็นดี แต่ถ้าเย็นจนติดลบอันนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ความจริงฉันแค่อยากออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง เลยต้องลองอะไรใหม่ ๆ ให้มันท้าทายกับชีวิต

สาวอกหักอยู่ในเมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หนาวทั้งกาย และทั้งใจ เดียวดายไร้คนข้างกาย

โคตรเหงา

 

ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เรานัดกันไปแบ่งหัวข้อที่จะรายงานกลุ่ม ฉันได้เจอกับเพื่อนใหม่คนหนึ่ง เขาไม่ได้เรียนที่เดียวกับฉัน เขาอยู่อีกเมืองหนึ่งไม่ไกลกัน เขาชื่อเจมส์ เป็นเพื่อนของไมค์ ไมค์บอกว่าเขาเป็นคนไทยเหมือนกัน เขาเห็นฉันเป็นคนไทยที่อยู่คนเดียว ถ้ามีเพื่อนก็น่าจะมีคนคุยด้วย มีที่ปรึกษาอะไรประมาณนี้

เจมส์เป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาคมเข้ม คิ้วหนา ตาสีดำ มีขนตายาว เขาจมูกโด่งราวกับทำศัลยกรรมมา ริมฝีปากหยักได้รูป และยังมีลักยิ้มกระชากใจอีก

บอกได้เลยว่าแค่เจอเขาครั้งแรกฉันก็แทบจะยกหัวใจให้เขาไปแล้ว เขาหล่อแบบว่านี่มันผู้ชายในฝันของฉันเลย แต่คนอย่างเขาจะมาชอบอะไรคนอย่างฉัน มากสุดก็คงเป็นได้แค่เพื่อนนั่นแหละ

เขาเป็นคนคุยเก่ง อารมณ์ดี อยู่ด้วยแล้วคุยสนุก เขาเป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ฟังที่ดี เขาอายุมากกว่าฉันสามเดือน เขาอยากให้ฉันเรียกเขาว่าพี่ แต่ฉันไม่ยอมเรียกเพราะเราอายุเท่ากัน อีกอย่างถ้าเรียกแล้วก็คงเป็นได้แค่พี่น้อง ฉันไม่ได้อยากเป็นพี่น้องไง

ใช้เวลาไม่นานเราก็เริ่มสนิทกัน อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนต่างชาติที่มาอยู่เหงา ๆ ในต่างประเทศแบบนี้ คนบ้านเดียวกันเข้าใจความรู้สึกกันดีที่สุด ฉันรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มีเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน บางครั้งพวกเราก็ไปแคมป์ปิ้งกัน เขาเป็นที่เข้ากับทุกคนได้ดีมาก เขาทำอาหารเก่ง เอาใจใส่ เทคแคร์ ฉันคิดว่าถ้าใครได้เขาเป็นแฟนคงเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก

ฉันรู้จักเขามาสักพัก ฉันก็สงสัยว่าทำไมเขายังไม่มีแฟน ก็เลยลองถาม สัปดาห์ต่อมาเขาพาแฟนของเขามาแนะนำให้กับฉันรู้จัก แค่ถามเฉย ๆ ไม่เห็นต้องพาให้เห็นเลยก็ได้ เหมือนเอามาตอกย้ำให้ฉันบอกตัวเองใช่ไหมว่าอย่าคิดเกินเลยกับเขาเกินเลยคำว่าเพื่อน

แค่เห็นแฟนของเขาฉันก็ถอดใจไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว สวย สูง หุ่นดี อย่างกับนางแบบ ถ้าให้เทียบกับฉัน ฉันมันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผิวขาวซีดเพราะไม่ชอบโดนแดด ใบหน้าจิ้มลิ้มฉบับสาวเอเชีย ไม่ได้สวย คม แบบสาวตะวันตก

ฉันคิดว่าเขาอ่านใจฉันออกว่าฉันคิดกับเขาแบบไหน ถึงฉันจะไม่เคยบอกไปแต่ว่าสายตา และการกระทำมันก็คงฟ้อง ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่มีผู้หญิงคนอื่นใกล้ชิดสนิทสนมกับเขา ฉันอนุญาตให้ฉันสนิทกับเขาได้คนเดียว ฉันมันเอาแต่ใจจริง ๆ

บางอารมณ์ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นนางร้ายในละคร เป็นปิศาจที่ไม่ชอบเวลาที่พระเอกนางเอกเขารักกัน ทั้ง ๆ ที่เขาก็เหมาะสมและคู่ควรกัน และเราก็เป็นแค่ส่วนเกิน เป็นคนที่มาทีหลัง

ฉันเคยแอบขอให้เขาเลิกกับแฟน ฉันรู้ว่ามันไม่ดี ไม่ควรทำ แต่ก็ทำ

เหมือนพระเจ้าท่านเข้าข้างฉันเล็กน้อย เขาเลิกกัน เจมส์จับได้ว่าแฟนตัวเองมีคนอื่น

คำอธิษฐานไม่ได้มีผลอะไรกับฉันเลย เพราะถึงเขาเลิกกัน เขาก็ไม่เลือกฉันอยู่ดี ฉันก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์หวังไปมากกว่านี้

ช่วงที่เจมส์อกหักเขาใช้เวลาส่วนมากมาอยู่กับฉัน ในฐานะที่เราสองคนเป็นคนอกหักเหมือนกัน ก็ได้แต่ปลอบใจกันและกัน ว่าเขาไม่ใช่คู่ของเรา สักวันหนึ่งเราก็จะเจอคนที่ใช่เอง แค่ตอนนี้มันยังไม่เจอก็เท่านั้น

ความสัมพันธ์ของเราขยับจากเพื่อนมาเป็นFriends with benefit (เพื่อนที่มีเซ็กส์กันได้) ตอนนั้นไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันตกลงปลงใจไปกับเขา ฉันเป็นคนอกหัก เป็นว่าที่เจ้าสาวที่ว่าที่เจ้าบ่าวยกเลิกงานแต่ง ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเรามีเซ็กส์ด้วยความที่ไม่ได้รัก ไม่ได้เป็นแฟนกัน มันเป็นยังไง แม้ฉันจะแอบชอบเขาอยู่นิดนึงก็ตาม แต่ฉันก็แค่อยากลอง ในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ ฉันแค่คิดเล่น ๆ ว่ามันอาจจะดีก็ได้ ความสัมพันธ์ที่ไม่ผูกมัด ไม่ต้องคาดหวัง จะได้ไม่เจ็บ เหมือนรักครั้งเก่าอีก

เราตกลงกันว่าความสัมพันธ์นี้ต้องเป็นความลับ คนอื่นจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด เขาย้ำกับฉันว่ามันแค่เซ็กส์ มันจะต้องไม่มีเรื่องความรักใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีแฟนความสัมพันธ์ของเราต้องจบ

เราอยู่ด้วยกันเกือบทุกสุดสัปดาห์ บางครั้งเขามาหาฉัน และซื้อของมาทำอาหารให้ฉันกินด้วย บางครั้งฉันก็ไปหาเขาบ้าง ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เรามอบความสุขให้กันและกัน เราสองคนเข้ากันได้ดี ฉันยังแอบคิดเลยว่าถ้าเขาเป็นแฟนฉันมันก็คงดี ฉันยอมรับว่าฉันเสพติดเซ็กส์จากเขา เขารู้จุดสัมผัสของฉันว่าตรงไหนมันกระตุ้นอารมณ์ได้ดีที่สุด เขาตามใจฉันได้ไม่รู้จบ เราเติมเต็มกันและกัน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งสถานะของเราเปลี่ยนไป ฉันจะทำใจได้หรือเปล่า จะรับมือกับมันไหวไหม หรืออาจจะเจ็บหนักกว่าเดิมอีก

ฉันไม่พร้อมที่จะเสียเขาไป

ความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้มันทำให้หลาย ๆ ครั้ง ฉันควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ยากขึ้น ฉันทำใจไม่ได้เวลาที่เขาจีบผู้หญิงคนอื่น ฉันไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวง หรือแม้แต่แสดงความเป็นเจ้าของ ฉันต้องเตือนตัวเองเสมอว่าเรามันก็แค่เพื่อนบนเตียง ไม่ใช่แฟน

ในช่วงภาคเรียนสุดท้ายก่อนจะเรียนจบ เราสองคนไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กันแล้ว เขาไม่ค่อยได้มาหาฉันอย่างเคย และฉันเองก็ไปหาเขาไม่ได้เช่นกัน ฉันมีงานที่ต้องส่งก่อนเรียนจบ แต่ฉันก็อดคิดถึงเขาไม่ได้เลย ยามที่ฉันต้องนอนบนเตียงที่เคยมีเขานอนอยู่เคียงข้าง อ้อมกอดที่อบอุ่นของเขาทำให้ฉันสบายใจและหลับสนิท กลิ่นหอมจากตัวเขาที่มันเคยติดอยู่ที่ปลอกหมอน ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ฉันมีรางสังหรณ์ว่าความสัมพันธ์ของเรามันกำลังจะจบลง ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเซนต์แรงทุกคน

และมันก็จริง

ฉันโทรไปหาเขาบอกว่าคิดถึง เขามาหาอย่างที่ฉันไม่คาดคิด ก่อนหน้านี้โทรไปเท่าไหร่เขาก็ไม่มา

วันนี้เขามาหาฉัน ตอนที่เราเจอหน้ากัน เราแถบไม่ได้คุยกันสักคำ เราสองคนโหยหากันและกัน บทเพลงรักของเราบรรเลงไปยาวนานเหมือนกับที่เคยทำ คืนนี้เขาไม่ได้ค้างกับฉันเหมือนอย่างเคย และก่อนจะจากไป เขาบอกว่าต่อไปอย่าคิดถึงอีก เขากำลังจะแต่งงาน น้ำตาที่กลั้นไว้มันแถบจะไหลทันทีที่เขาบอก ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขาตอนนี้ ฉันพลิกไปนอนตะแคงอีกด้านของเตียง เขาไม่ได้ง้อฉัน ไม่ได้จูบลาเหมือนอย่างเคย เขาลุกออกจากเตียงไป และต่อมาเสียงปิดประตูห้องดังปัง

ฉันคิดทบทวนไปมาว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น ฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือเปล่า ก็ไม่น่าจะมีนะ มีแต่เขาที่อยู่ ๆ ก็หายไปดื้อ อ้างว่าติดเรียน เขาไปมีแฟนตอนไหนทำไมฉันไม่เคยรู้ ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักเขาดีแต่กลับกลายว่าตอนนี้ฉันไม่รู้จักเขาเลย เขาไม่เหมือนคนที่ฉันเคยรู้จัก

ฉันรู้แค่อย่างเดียวว่าเรื่องแบบนี้ มันเริ่มที่ไหนมันก็จบที่นั่นแหละ

เริ่มที่เตียง ก็จบที่เตียง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น