ขอแค่...ฉันได้รักเธอ - มี E-book แล้วค่ะ

ตอนที่ 3 : เพื่อนบ้านคนใหม่ที่เป็นเคยเพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

ตอนที่ 3

เพื่อนบ้านคนใหม่ที่เป็นเคยเพื่อนเก่า

 

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนี่ก็สามเดือนแล้วหลังจากงานเลี้ยงรุ่นวันนั้น อริสาก็ยังไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์ใด ๆ กับอาจารย์ชลวิทย์ นามบัตรที่เขาให้เธอไว้เธอไม่กล้าโทรไปก่อน อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ให้เบอร์ของเธอกับเขาไว้ด้วย ก็วันนั้นดีใจจนลืมไปหมด แล้วอย่างนี้เขาจะติดต่อเธอมาทางไหนได้บ้างเนี่ย 

            “เหนื่อยไหมคะน้องแอร์” ผู้จัดการสาวถามหญิงสาวเมื่อขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกตามที่มีงานแค่สองงาน กลับกลายเป็นว่าตอนค่ำเธอมีงานแทรกอีกงานหนึ่งเป็นการสัมภาษณ์ออกรายการสั้น ๆ

            “ไม่ค่อยเหนื่อยค่ะ” นาทีนี้งานไหนจ้างเธอก็คงต้องรับหมด เดี๋ยวนี้มีแต่นางแบบหน้าใหม่ ที่พร้อมจะช่วงชิงตำแหน่งนางแบบมืออาชีพนางแบบซุปตาร์กันทั้งนั้น เธอต้องรักษามาตรฐานงานและฐานแฟนคลับไว้ให้ดี ไม่งั้นละก็ตกกระป๋องแน่นอนซึ่งเธอคิดว่าไม่มีวันให้เกิดขึ้น

            “งั้นกลับห้องเลยไหมคะ หรือว่าจะไปที่อื่นต่อไหม”

            “กลับห้องเลยค่ะ แอร์อยากอาบน้ำนอนแล้ว” ด้วยความเพลีย ๆ สิ่งที่เธอคิดถึงมากที่สุดตอนนี้ก็คงเป็นอ่างอาบน้ำที่อยากจะนอนแช่ตัวให้สดชื่นผ่อนคลาย แล้วก็ค่อยไปนอนพักผ่อนก่อนที่จะไปทำงานต่อพรุ่งนี้

            “วันนี้พี่ไม่ขึ้นไปส่งนะ พี่นัดเพื่อนไว้” พี่โอเล่เอ่ยขึ้นเมื่อจอดรถที่หน้าคอนโด

            “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” อริสาปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วก็เปิดประตูรถออกทันที

            “จ๊ะ”

            “ยิ้มขนาดนี้ นัดเพื่อนหรือนัดแฟนคะ” ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน อริสาแซวผู้จัดการของเธอ ก็เธอน่ะสังเกตได้หลายครั้งแล้วว่าพักนี้พี่โอเล่ดูแฮปปี้มีความสุขมาก อาจจะกำลังอินเลิฟอยู่หรือเปล่า

            “เพื่อนนน... เพื่อนจริง ๆ” หญิงสาวตอบอย่างมีพิรุธเล็กน้อย

            “อ๋อ เพื่อนก็เพื่อนค่ะ” อริสาทำเป็นเชื่อ ในเมื่อหล่อนบอกว่าเพื่อนก็เพื่อน เธอจะยอมเชื่อก็ได้

“พรุ่งนี้พี่มารับหกโมงเช้านะ” คนขี้เขินที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถเอ่ยก่อนที่จะขับออกไป

“โอเคค่ะ บาย”

 

            คอนโดที่เธอพักนี้เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบ ระบบความปลอดภัยค่อนข้างดี เหมาะสมกับการพักผ่อน และมีความเป็นส่วนตัวสุด ๆ ตั้งแต่เธอมาพักที่นี่ก็ยังไม่เคยเจอใครมาวุ่นวายด้วย ไม่มีคนมาขอถ่ายรูป พวกแฟนคลับก็ไม่มีใครมาเฝ้าหรือมาตามถึงคอนโด ส่วนใหญ่จะไปตามที่ทำงานมากกว่า ซึ่งทำให้เธอสบายใจมาก ๆ

            ระหว่างที่เธอกำลังเดินอย่างสบายใจเพื่อจะเข้าไปในลิฟท์ เพียงหางตาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่ท่าทางคุ้น ๆ กำลังคุยกับฝ่ายนิติ เธอไม่ได้สนใจอะไรมาก เมื่อลิฟท์เปิดออกเธอก็เดินเข้าไปทันที นิ้วมือเรียวงามกำลังกดเลือกชั้นที่จะขึ้นแล้วก็จะกดปิดประตู

            “รอด้วยครับ” เสียงตะโกนตามมาจากด้านนอก ชายหนุ่มรีบวิ่งตามมาเขาหอบเล็กน้อย คนนั้นเองคนที่เจอที่ด้านหน้าเมื่อกี้นี้ อริสาคิดในใจ

            “อ้าว...พล” เมื่อเห็นคนมาใหม่ เธอก็เอ่ยทักเขาทันที ไม่คิดว่าจะเป็นเพื่อนที่รู้จักกัน

            “แอร์ เองเหรอ” เกริกพลเองก็ตกใจเหมือนกันที่อริสามาอยู่ตรงหน้า เคยเป็นไหมเวลาตามหา ไขว่คว้าอะไรแทบตายมันกลับหนีหายไป แต่พอกลับไม่ใส่ใจ พยายามไม่คิดถึง สิ่งที่เราต้องการมันกลับอยู่ใกล้เราแค่นิดเดียว ถ้าเธอพักที่นี่จริง ๆ เขาคงมีโอกาสได้พบกับเธอบ่อย ๆ สินะ เกริกพลคิด

            “อื้อ เราเอง พลพักที่นี่ด้วยเหรอ”

            คนถูกถามยิ้มแก้มปริ ด้วยความเขินอายเขาก็เลยได้แต่ตอบไปสั้น ๆ “ครับ”

            “เราก็พักอยู่ที่นี่เหมือนกัน พลอยู่ชั้นไหนเหรอ เดี๋ยวเรากดให้” อริสาอยู่ใกล้แผงกดปุ่มต่าง ๆ เลยจะช่วยกดให้ เพราะผู้ชายที่อยู่ในลิฟท์อีกคนยืนห่างกับเธอมาก

            “สิบสอง” ชายหนุ่มพูดเบา ๆ เขาจะเอื้อมไปกดเอง แต่ก็เห็นอริสากดชั้นนั้นไว้แล้ว

            “อยู่ชั้นเดียวกันเลยเหรอ” อริสาเอ่ยขึ้น

            “แอร์ก็อยู่ชั้นสิบสองเหรอ โลกกลมจัง” เขาเองก็ไม่คิดว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้

ไม่นานลิฟท์ก็เปิดขึ้นเมื่อมาถึงชั้นที่ทั้งคู่กดไว้ อริสาเดินออกมาก่อน และเกริกพลก็เดินตามมาติด ๆ อริสาเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาตามมาดูหรือยังไงว่าเธออยู่ห้องไหน เธอคิดว่ามันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้วหรือเปล่า เพราะเธอเองก็พักคนเดียวด้วย นอกจากครอบครัว ผู้จัดการ มะนาวหรือกล้วยแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน

            “ขอบใจนะพล แต่ไม่ต้องเดินมาส่งก็ได้” อริสาหยุดเดินทันที แล้วหันไปบอกผู้ชายตัวสูงคนนั้น

            “เปล่านะ เราไม่ได้มาส่ง เรามาห้องเรา”

            “หืม?”

            “นี่ไงห้องเรา” เกริกพลเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว เขาก็ชี้ไปที่เลขห้อง ‘1213’ อริสาตกใจมากแค่รู้ว่าอยู่ชั้นเดียวกันก็ว่าบังเอิญแล้วนี่ยังมาอยู่ห้องตรงข้ามกันด้วยเหรอเนี่ย เกริกพลล้วงคีย์การ์ดห้องออกมาจากกระเป๋าแล้วแตะที่ประตูและประตูนั้นก็ปลดล็อคทันที

            “อ้อ”

            กริ๊งงง กริ๊งงง

            ริงโทนมือถือของอริสาดังขึ้น ชื่อผู้ที่โทรมาขึ้นอยู่ที่หน้าจอ เป็นรายชื่อที่เธอรอเขาโทรมา

            อาจารย์ชลวิทย์

หลังจากกดรับสาย เธอก็เดินมาที่ห้องตัวเองและก็แตะคีย์การ์ดเมื่อประตูเปิดหญิงสาวก็รีบเดินเข้าไปในนั้นทันที เธอรู้สึกเขินและหน้าแตกมากที่คิดว่าเขาจะเดินตามเธอมา แต่กลายว่าเราอยู่ห้องตรงข้ามกันนี่เอง และโชคดีที่มีสายเข้าพอดีเลยทำให้เกริกพลก็เข้าห้องไปแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องอายไปมากกว่านี้

“ฮัลโหลค่ะ”

(ครับ แอร์เหรอครับ)

            “ค่ะ อาจารย์ชลวิทย์ใช่ไหมคะ”

            (ใช่ครับ ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ)

            “นิดหน่อยค่ะ คุยได้” กับบางคนถึงยุ่งแค่ไหนก็หาเวลามาคุยจนได้ แต่กับบางคนต่อให้ว่างแค่ไหน ถ้าไม่อยากคุยก็คือไม่อยากคุย อริสาเป็นคนประเภทนี้

            (คืออย่างนี้ วันมะรืนแอร์ว่างไหม เพื่อนผมเปิดร้านอาหารใหม่น่ะ ผมอยากให้แอร์ไปด้วย)

            “อาจารย์จะชวนแอร์ไปทานข้าวเหรอคะ” อริสาคิดว่าแค่ชวนไปกินข้าวก็น่าจะพูดตรง ๆ ก็ได้นะ ทำไมต้องอ้อมค้อมด้วย

            (จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ ร้านนี้ผมมีหุ้นส่วนอยู่เลยอยากให้แอร์ลองไปดินเนอร์สักมื้อ)

            “เอ่อ…”

            (แอร์ไม่ต้องคิดมากว่าจะเป็นข่าวนะ ร้านนี้ค่อนข้างไพรเวท ถ้าไม่สบายใจ ชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่สะดวกจริง ๆ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้นะ)

            “แอร์ขอเช็คคิวงานกับพี่โอเล่ก่อนนะคะว่าว่างพอจะไปได้ไหม” แม้ในใจอริสาอยากจะไปใจจะขาด แต่ก็ต้องรักษาฟอร์มไว้ก่อน เดี๋ยวเขาจะว่าเราใจง่าย

            “ครับ เดี๋ยวผมส่งโลเคชั่นไปให้ในไลน์นะ”

            “ได้ค่ะ”

            “ผมจะรอนะ”

 

            เมื่อวางสายแล้วอริสาก็อดยิ้มไม่ได้ รีบโทรหาพี่โอเล่ทันทีและเหมือนโชคเข้าข้างเธอ เธอมีคิวว่างตั้งแต่บ่ายวันนั้น แต่วันถัดไปคือจะมีงานเต็มทั้งวัน อย่างน้อยก็ถือว่าได้ไปเจออาจารย์ชลวิทย์อีกครั้ง วันนั้นที่เธอถามเขา เขายังไม่ได้ตอบเธอเลย จริง ๆ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วอาจจะมีแค่เธอที่ยังติดใจกับเรื่องแบบนั้นละมั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์เค้าจะว่ายังไง หรือไม่แน่เค้าก็อาจจะมีครอบครัวแล้วก็ได้ ผู้ชายเฟอร์เฟคอย่างอาจารย์ย่อมเป็นที่ต้องการของสาว ๆ มากมายรวมถึงเธอด้วย

            หลังจากวางสายของผู้จัดการเธอก็รีบโทรหาเพื่อนรักอย่างมะนาวทันที และก็เล่าเรื่องที่อาจารย์ชวนไปกินข้าว มะนาวก็บอกว่าจะอาสาไปเป็นเพื่อนและไม่ลืมที่จะชวนยัยกล้วยไปด้วย วันก่อนอริสาคลาดกับกล้วยแค่นิดเดียวเอง ยัยนั่นออกมาจากที่ทำงานช้าเจอรถติดอีกเลยทำให้กว่าจะมางานก็ดึกมาก

            อริสาคิดว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงขาขึ้นของตัวเองที่สุด งานก็ดี เงินก็ดี ความรักที่ผ่านมาแย่แต่ตอนนี้มันก็มีแววว่าจะดีขึ้นแล้วนี่ คนอะไรจะลักกี้อินเลิฟ ลักกี้อินเกมได้ขนาดนี้ เธอได้แต่เผลอยิ้มคนเดียว โดยไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นภายในภาคหน้าบ้าง

            หลังจากแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้ว แม้หญิงสาวอยากจะนอนสักเพียงใดก็ยังนอนไม่ได้ ยังมีครีมบำรุงและมาส์กหน้าที่ต้องทำอีก พรุ่งนี้เธอต้องถ่ายงานที่เน้นโชว์ผิวจะเอาผิวโทรมไปถ่ายแบบไม่ได้ นอกจากสกินแคร์ที่ต้องทาทุกวันก่อนนอนเธอก็ยังต้องเสริมด้วยวิตามินต่าง ๆ ก่อนนอนอีก

            ใครว่าเป็นดารานางแบบ มันง่าย ง่ายตรงไหนกัน ผิวต้องได้ สุขภาพต้องดี หุ่นก็ต้องรักษา อยากกินหมูกระทะก็ทำไม่ได้เพราะถ้ากินไปแล้วก็ต้องเบิร์นออกอย่างเร่งด่วนที่สุด เธอเลยเลี่ยงที่จะไม่กินดีกว่า แค่ออกกำลังกายตามวันที่จัดไว้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว

            เมื่อทำทุกอย่างที่ควรทำแล้ว เธอเดินเข้าห้องนอนอย่างหมดแรง แต่เสียงคนกดกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น

ใครมาหาตอนนี้กันนะ รู้ไหมคนจะนอน อริสาหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็เดินไปดูที่หน้าประตูผ่านตาแมวทันที          ภาพที่เห็นคือเกริกพลยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง

            “มีอะไรหรือเปล่าพล” เธอถามขึ้นเมื่อเปิดประตูห้องแง้มเล็กน้อย

            “เราทำกับข้าวน่ะ เลยทำมาเผื่อแอร์ด้วย อะนี่” เกริกผลส่งกล่องสลัดผักผลไม้ พร้อมกับกล่องที่ใส่แซลม่อนย่างเกลือให้อริสา

            “ให้เราเหรอ” หญิงสาวชี้มาที่ตัวเอง

            “อือ ในฐานะเพื่อนบ้านไง ไหน ๆ ก็มาอยู่ข้างห้องกันแล้ว”

            “ขอบคุณนะ” อริสารับไว้ แต่ก็พินิจพิเคราะห์ ดึกป่านนี้แล้วทั้งที่ใจก็อยากกินแต่คงทำได้แค่มอง

            “กินได้ ไม่อ้วนหรอก” เหมือนเขาจะอ่านใจอริสาได้ก็เลยพูดออกมา

            “ยังไงก็ขอบคุณนะ” หญิงสาวกำลังจะปิดประตูแล้วแต่เสียงของเกริกพลทำให้เธอเปิดค้างไว้ก่อน

            “แอร์…”

            “ว่าไงเหรอ”

            “ต่อจากนี้ถ้าแอร์อยากกินอะไร แอร์บอกเราได้เลยนะ”

            “ฮะ?”

            “คือ...ไม่มีไรหรอก เรากำลังจะเปิดร้านอาหารก็เลย อยากให้คนรอบข้างได้ชิมก่อนว่ามันพอจะขายได้ไหมแบบนี้”

            “อ้อ..ได้สิ”

            “งั้นเราไปแล้วนะ”

            “โอเคจ้ะ”

            “ฝันดีนะ” เกริกพลพูดจบ ก็รีบเดินเข้าห้องไป ทิ้งอริสาให้ยืนงงอยู่คนเดียว เขาเป็นอะไรของเขาเนี่ยจู่ ๆ ก็มาพูดฝันดีทำอย่างกับเป็นแฟนกันเลย อริสาถอนหายใจเบา ๆ เกริกพลก็ยังเป็นเหมือนเกริกพลคนเดิมที่ขี้อาย แต่ต่างไปจากเดิมเล็กน้อยที่เขากล้าเอาของมาให้ด้วยตนเอง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะฝากคนอื่นมาให้บ่อย ๆ แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น