[FIC-WJSN] From Spring to Autumn (Bona x Luda, Eunseo x Chengxiao)

ตอนที่ 3 : I miss you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 พ.ย. 59

Episode 3


“ซอลอา จากกองพิสูจน์หลักฐานค่ะ” 

 

หญิงสาวร่างสูงเจ้าของผมสีดำ พูดแนะนำตัวก่อนจะขอตัวไปก่อน ทิ้งความสงสัยไว้ให้กับคนตัวสูง อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็พรวดพราดออกมาจากทางไหนเธอก็ไม่ทันเห็น โบนามองอีกฝ่ายจนลับตาไปก่อนจะหมุนตัวเลี้ยวเข้าแผนกของตัวเองอย่างไม่ได้ติดใจอะไร แต่กลับเจอคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ก่อนคนเดียวจ้องมาทางเธอตาไม่กระพริบ เมื่ออีกฝ่ายเห็นเธอกำลังเดินตรงไปที่โต๊ะกลับหลบตากันก่อนที่คนตัวเล็กทำท่าว่าจะลุกหนี แต่คนตัวสูงกว่ากลับคว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทัน

 

“ปล่อย..”


“พูดเป็นแต่คำว่าปล่อยหรือไง” เธอไม่ได้ตั้งใจจะกวนอีกฝ่ายหรอกนะ แต่คนตรงหน้าไม่คิดจะพูดคำอื่นบ้างหรือไง ผู้หมวดตัวเล็กหันมาจ้องตากันเขม็ง

 

“กวนประสาท..” คนตัวเล็กพูด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ร่างสูงปล่อยมือจากเธอหรอกนะ

 

“ทำไม..หึงฉันหรือไง”

 

“ฝันไปเหอะ..” คนตัวเล็กออกแรงผลักคนตรงหน้าออกไม่แรงเท่าไหร่แต่อีกฝ่ายปล่อยมือจากเธอเพราะกลัวเธอจะเจ็บต่างหาก ผู้หมวดตัวเล็กเดินหนีออกไปก่อน หึงบ้าอะไรล่ะ พูดมาได้ ตอนอยู่บนรถทำเป็นเงียบ เธอไม่ยอมอ่อนให้โบนาง่ายๆหรอก

 

โบนาเดินตามออกมาก่อนที่จะเจอผู้หมวดตัวเล็กอยู่ที่ห้องล็อกเกอร์เก็บของที่กำลังง่วนกับตู้ล็อกเกอร์ของตัวเอง ในห้องไม่มีใครเพราะตอนนี้ก็เย็นแล้วจะเหลือนายตำรวจไม่กี่คนที่เตรียมเข้าเวรดึก และพวกเธอสองคนที่เพิ่งกลับจากการสืบคดีมา ร่างสูงสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะเดินเข้าไป ลูดาปิดประตูล็อกเกอร์เมื่อทำธุระเสร็จก่อนที่จะรู้สึกถึงอ้อมแขนของใครบางคนที่เข้ามาจากทางด้านหลัง กลิ่นหอมที่คุ้นเคยของร่างสูงปลิวเข้ามาแตะจมูกของเธอ

 

“นี่ !!  จะพูดว่าปล่อยเดี๋ยวก็ว่ากันอีก ลูดาขึ้นเสียงเล็กน้อยและได้แต่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนคนตัวสูงกว่า


“ชู่ว! อย่าเสียงดังสิ” ร่างสูงกระซิบที่ข้างหูของเธอ โบนากอดคนตัวเล็กแน่นขึ้นเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะดิ้นแรงกว่าเดิม

 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” คนตัวเล็กสั่งเสียงเข้มและได้แต่ดิ้นขลุกขลิกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ลูดาแปลกใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคนตัวสูงไปเอาความกล้ามาจากไหน อย่างที่บอกไปว่าผู้หมวดตัวสูงน่ะขี้ขลาดจะตาย ปกติโบนาจะไม่ค่อยจะเข้าหาเธอแบบนี้เท่าไหร่หรอก กลับเป็นเธอต่างหากที่ต้องเข้าหาเขา แต่ร่างสูงมักจะแบบนี้กับเธอเสมอเวลาจะอ้อนน่ะ แล้วคิดว่าทำแบบนี้เธอจะหายโกรธหรือไง


 

ฉันคิดถึงเธอ” ร่างสูงพูดข้างหูของคนตัวเล็กกว่าเบาๆ ผู้หมวดตัวเล็กหยุดดิ้นก่อนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายกอดเธออยู่อย่างนั้น อ่า อย่ามาพูดแบบนี้กับเธอนะ เขาจับร่างของเธอให้หันหน้ามาหากัน แล้วเธอจะใจอ่อนกับดวงตาที่เต็มไปด้วยคำขอโทษของเขาแบบนี้ไม่ได้ เพราะเธอก็คิดถึงเขาสุดหัวใจเหมือนกัน  ร่างสูงก้มหน้าเล็กน้อยจนหน้าผากสัมผัสกับคนตัวเล็กกว่า ก่อนที่จมูกโด่งของคนตัวสูงกว่าจะคลอเคลียอยู่กับส่วนเดียวกันของเธอ คนตัวเล็กกว่าเผลอหลับตาตามอีกฝ่าย ปลายจมูกของเขาแตะสัมผัสเบาๆไปมาเป็นเชิงขอโทษ คำง่ายๆที่ผู้หมวดคนเก่งไม่กล้าพูดออกมา แต่ทำแบบนี้คนตัวเล็กก็กลัวว่าหัวใจของตัวเองจะเต้นดังเกินไปจนอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอก้าวถอยหลังเล็กน้อยแต่ลืมไปว่าข้างหลังเป็นตู้ล้อกเกอร์ทำให้เธอกระแทกเข้ากับตู้เบาๆ ร่างสูงตกใจก่อนจะเข้าไปดูอีกฝ่ายแต่ใบหน้าของทั้งสองก็อยู่ใกล้กันเกินไปแล้ว

 

“ฉะ..ฉัน ขอ...” นิ้วชี้ของอีกแตะเข้ากับริมฝีปากของเธออีกเป็นครั้งที่สอง ทำไมกันเธอก็ไม่เข้าใจว่าถึงไม่อยากให้อีกฝ่ายพูดคำนี้ ดูใบหน้าสวยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคำขอโทษของเขาสิ อยากให้เขาขอโทษแต่ไม่อยากเห็นใบหน้าทีเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเขา กลัวว่าถ้าหากเขาพูดมาแล้วจะใจอ่อนกับเขาง่ายๆ ทั้งๆที่ก็คิดถึงเขามากเหลือเกิน

 

“ผู้หมวดลูดา อยู่ในนี้หรือเปล่าค้าบบ” เสียงดังอยู่ไกลๆ และใกล้เข้ามาของผู้หมวดมินโฮนายตำรวจผิวเข้มทำให้ร่างเล็กตกใจเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากสวยของคนตัวสูงจะแตะเบาๆเข้าที่แก้มใสของเธอก่อนที่จะผละออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว โบนาเดินออกจากห้องทิ้งให้คนตัวเล็กที่ทำท่าเหมือนจะเรียกเธอไว้ไว้ในนั้นก่อนเพราะกลัวว่านายตำรวจที่กำลังเดินสวนมาจะเห็นเข้า

 

“อ่า สวัสดีครับ ผู้หมวดคิม.. ผู้หมวดลูดาล่ะครับ”

 

“อยู่ข้างในห้องล้อกเกอร์น่ะค่ะ แต่อีกเดี๋ยวก็คงออกมาแล้ว” ผู้หมวดสาวตอบก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย พอดีกับที่คนเล็กออกมาจากห้องล้อกเกอร์พอดี

 

“ออกมาพอดีเลย.. ผู้หมวดลูดาครับ สารวัตรยุนโฮเรียกพบครับ แล้วก็ผู้หมวดคิมด้วยนะครับ”

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

“งั้นฉันไปก่อนน้า อย่าซนล่ะ”

 

ยอรึมบอกลาพี่สาวของเธอที่นอนทำหน้าบูดอยู่บนเตียง เมื่อวานยังทำกระดี๊กระด๊าอยู่เลย คุณนักกายภาพบำบัดยังไม่มาหาล่ะสิ ยอรึมแลบลิ้นใส่พี่สาวของเธอก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพราะวันนี้เธอมีออกตรวจตอนเย็น ทิ้งให้พี่สาวตัวแสบนอนหงายทำหน้าเบื่อโลกอยู่คนเดียว ก็แหงล่ะสิ ก็เมื่อวานหลังจากคุณนักกายภาพบำบัดออกไปก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

 

“บ้าเอ๊ยย...น่าเบื่อชะมัด !! ร่างสูงเจ้าของห้องผู้ป่วยที่เอาแต่จ้องมองเพดานขาวสบถออกมาอย่างอดไม่ได้

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

 

“อ..ค คุณ..เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

ร่างสูงตกใจเมื่อเห็นคุณนักกายภาพบำบัดสาวสวย ยืนเยื้องไปอยู่ท้ายเตียง อีกฝ่ายโค้งให้เธอเล็กน้อยเป็นการทักทาย

 

“ตอนที่น้องสาวคุณออกไปน่ะค่ะ” เธอตอบก่อนจะส่งยิ้มตาหยีให้กับผู้ป่วยที่นั่งทำหน้าเหวออยู่บนเตียง ตาของเธอโค้งเหมือนเสี้ยวพระจันทร์และนั่นทำให้อีกฝ่ายเผลอยิ้มตามไปด้วย

 

“อ่า..น่าอายจังเลยค่ะ” แสดงว่าเข้ามาได้สักพักแล้วน่ะสิ ร่างสูงได้แต่เกาแก้มยิ้มๆให้กับคุณซองโซ ส่งสายตาเชิงว่าไม่ได้เบื่อขนาดนั้นหรอกนะ หรือไม่ทันแล้ว

 

“ถ้าเบื่อล่ะก็ เดี๋ยวดิฉันจะทำให้เดินได้ไวๆเลยดีไหมคะ”

 

“อ เอ้อ ไม่เป็นไรค่ะ ช้าๆแต่ชัวร์ดีกว่า” อึนซอรีบส่ายหน้าปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายพูดทีเล่นทีจริง แล้วทำไมต้องรีบปฏิเสธกันนะ คุณนักกายภาพสาวตรงเข้ามาเพื่อจะดูอาการที่เข่าของเธอ ที่นักกายภาพบำบัดต้องเข้ามาดูเองถึงในห้องผู้ป่วยน่ะเหรอ เพราะว่าจริงๆแล้วพ่อแม่ของคนป่วยจ้างมาดูแลเป็นพิเศษน่ะสิ ครอบครัวของอึนซอค่อนข้างมีเงิน จึงต้องการจ้างพยาบาลส่วนตัวมาดูแลลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน บอกแล้วว่าอย่าเป็นตำรวจ แต่ลูกสาวตัวแสบมีหรือจะเชื่อ พาน้องไปเป็นด้วยอีกคนอีก เจ็บตัวจนได้ แต่พ่อแม่ของร่างสูงตอนนี้ติดงานอยู่ที่ต่างประเทศจึงยังไม่ได้มาเยี่ยม แต่ก็ยังเป็นห่วงจ้างพยาบาลส่วนตัวไว้ให้ลูกสาว ด้วยเหตุนี้แหละทางแผนกเล็งเห็นว่าซองโซเป็นนักกายภาพที่มีฝีมือที่สุดของแผนกจึงเลือกให้เธอมาดูแลผู้ป่วยรายนี้...

 

“ตอนนี้เจ็บมากหรือเปล่าคะ”

 

พยาบาลจำเป็นเดินเข้ามาปรับเตียงของคนไข้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ก่อนจะเข้าไปปรับสนับเข่าของคนไข้ให้สามารถขยับได้ในองศาที่ถูกต้องในขั้นต้นหลังจากการผ่าตัด ขั้นแรกจะต้องให้เขาเริ่มงอเข่าให้ได้ตามต้องการในระดับแรกเริ่มก่อน ซองโซค่อยๆจับเข่าของคนไข้งอขึ้นเพื่อดูอาการ

 

“อ..อู่ยย ย” ร่างสูงกัดฟันพร้อมโอดตรวญออกมาเบาๆ แต่เข่าของเธอก็ตอบสนองได้ดีกับมือของซองโซ มือของเธอเบามากและนั่นทำให้ร่างสูงไม่เจ็บมากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องต้านมือของเธอไว้เมื่อเข่าของเธองอจึงถึงจุดที่เริ่มรู้สึกเจ็บมาก ซองโซค่อยงอขาของร่างสูงกลับเหยียดตรงเหมือนเดิม เธอมองไปที่คนไข้ของเธอเพื่อดูอาการ แต่เขากลับยิ่งแฉ่งให้เหมือนไม่เจ็บเลยสักนิด น่าเอ็นดูหรือเปล่ากันนะคนไข้ของเธอ

 

“คุณจูยอนลองขยับข้อเท้าขึ้นลงได้ไหมคะ” อึนซอทำตามอย่างว่าง่าย เธอค่อยๆขยับข้อเท้าขึ้นลงอย่างช้าๆเนื่องจากอาการเจ็บ อึนซอทำหน้าตาเหยเกพยายามขยับข้อเท้าให้ได้ดั่งใจจนคุณนักกายภาพบำบัดต้องบอกให้เธอหยุด

 

“ค่อยๆทำก็ได้ค่ะ” ร่างสูงไม่แพ้กันกับอึนซอเดินมาที่หัวเตียง ก่อนจะขออนุญาตปรับหัวเตียงขึ้นมาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

 

“เดี๋ยวฉันจะให้คุณลองลงน้ำหนักที่ขานะคะ เนื่องจากอาการของคุณค่อนข้างฟื้นตัวได้ดี”

 

“อ.อื้ม ค่ะ” คนไข้ฉีกตัวสูงตอบก่อนจะพยักหน้าหงึกๆและยิ้มกว้างให้เธอ ให้ทำอะไรก็ทำ ว่าง่ายจริงๆเลยนะ จะแสบเหมือนที่น้องสาวของเขาว่าไว้หรือเปล่า

อึนซอชันตัวขึ้นตามที่คุณนักกายภาพบำบัดว่าก่อนจะค่อยหันตัวออกข้างเตียงโดยที่ขาขวายังเหยียดตรงอยู่ ซองโซเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอก่อนจะหงายมือให้เธอทั้งสองข้าง

 

“จับมือฉันนะคะ”

 

“อ..เอ่อ”

 

อึนซอทำตาใสมองคุณนักกายภาพบำบัดสลับกับมือทั้งสองข้างๆของเธอ อ่า เขิลซะงั้น อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงให้อีกฝ่ายจับมือของเธอสักทีก่อนจะยื่นมือเข้ามาใกล้ๆอีกนิด

 

“จับสิคะ เดี๋ยวจะลุกไม่ไหวเอานะ” คุณนักกายภาพก้มหน้าลงเล็กน้อยกดเสียงเข้มนิดหน่อยราวกับรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย อึนซอยื่นมือมาจับแต่โดยดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มดุ ร่างสูงจับมืออีกฝ่ายเบาๆก่อนจะเอาเท้าข้างซ้ายที่ไม่ได้เป็นอะไรแตะไปที่พื้นก่อนแล้วค่อยขยับตัวขึ้น มือเริ่มจับอีกฝ่ายแน่นขึ้นเมื่อต้องยกตัว ก่อนที่เธอจะลุกยืนได้เต็มตัวโดยขาข้างขวายังลอยอยู่เล็กน้อย อึนซอส่งยิ้มให้คุณนักกายภาพบำบัดอีกครั้ง นี่คนไข้ของเธอยิ้มบ่อยไปหรือเปล่านะ นั่นคือสิ่งที่ซองโซกำลังคิด มันน่ารักมากเลยล่ะ และนี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่กัน

 

“ค่อยๆเดินดูนะคะ แต่ยังเพิ่งลงน้ำหนักมาก”

 

ตอนแรกๆร่างสูงก็ลังเลที่จะก้าวขา เพราะพอไม่ได้เดินนานๆก็เหมือนจะลืมวิธีการเดินไปเสียอย่างนั้น ซองโซยิ้มให้กับคนไข้ของเธอเป็นการบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ก่อนที่ร่างสูงจะย่างเท้าขวาของเธอออกไปอย่างเก้ๆกังๆโดยมีคุณนักกายภาพบำบัดประคองไว้อย่างมั่นคง ซองโซค่อยขยัยถอยหลังเพื่อให้คนไข้ของเธอเดินอย่างช้าๆ และเขาค่อนข้างทำได้ดีมากสำหรับคนที่เพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นาน เมื่อเดินได้ถึงระยะที่คิดว่าพอจะประเมินอาการได้แล้ว นักกายภาพบำบัดสาวก็พาคนไข้ของเธอเดินกลับไปที่เตียง ถึงจะเพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นาน แต่คนไข้ของเธอก็ดูแข็งแรงและฟื้นตัวเร็วมากจริงๆ

 

เมื่อเดินกลับมาถึงเตียงแล้ว ซองโซค่อยหมุนตัวคนไข้ของเธอกลับเข้าหาเตียง แต่หากเธอที่ยืนได้อย่างมั่นคงกับสะดุดเท้าของตัวเองได้ซะนี่

 

“อ้ะ..”

 

ร่างสูงจับแขนของนักกายภาพบำบัดของเธอไว้ได้ก่อนที่จะดึงอีกฝ่ายเข้ามาหาตัวตามสัญชาตญาณทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ยืนอยู่ด้วยขาซ้ายข้างเดียว และกลายป็นว่าคนไข้เป็นฝ่ายพยุงนักกายภาพบำบัดไว้เสียแล้ว ซองโซที่กลับเป็นว่าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนไข้ของเธอนั้นพยายามจะถอยหลังกลับเมื่อเห็นว่าระยะห่างมันใกล้เกินไป แต่คนไข้ของเธอกับรั้งไว้ก่อน

 

มือของร่างสูงข้างหนึ่งยกขึ้นมาจัดผมหน้าม้าบางๆของเธอเบาๆอย่างอ่อนโยน จนแก้มของเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมดเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนไข้ของเธอใกล้ขนาดนี้ หน้าของเขาใสและยังมีรูปหน้าที่สวยรวมกับจมูกโด่งที่ดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหลเมื่อรวมกันทั้งหมด ผู้หญิงด้วยกันอย่างเธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไข้ของเธอหน้าตาดีจริงๆ แล้วนี่เธอคิดอะไรอีกแล้วน่ะ

 

“ค คุณจู...”

 

“เรียกฉันว่าอึนซอก็ได้ค่ะ” ร่างสูงพูดแทรกขึ้นมาทั้งๆที่มือยังจับเส้นผมของคนตรงหน้าอยู่ แล้วยังจะส่งตาใสให้เขาอีก

 

“คือ..ปล่อยได้แล้วค่ะ”

 

ซองโซส่งสายตาดุใส่อีกฝ่ายเมื่ออีกคนทำท่าทางเหมือนไม่อยากจะปล่อยแบบเปิดเผยซะนี่ อึนซอยอมปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ก่อนที่อีกฝ่ายจะช่วยจับให้เธอนั่งลงกับเตียงดีๆ และจัดตำแหน่งเตียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

“คุณจูยอ..” ซองโซพูดก่อนที่จะโดนอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

 

“อึนซอค่ะ” อึนซอก็อึนซอ

 

“คุณอึนซอ..อาการของคุณค่อนข้างฟื้นตัวได้ดีมาก แต่ระหว่างนี้ฉันอยากให้คุณฝึกบริหารข้อเท้าและงอเข่าเท่าที่ทำได้ก่อนนะคะ และอย่าหักโหมมากเกินไปล่ะ.. มีอะไรจะถามเพิ่มเติมไหมคะ”


 

“คุณซองโซ..มีแฟนยังคะ”

 

“อ..เอ่อ นี่คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า” ร่างสูงนอนยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เธอหงึกๆ เหมือนคนไม่รู้ความผิด ก็ไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย ก็เธอถามว่ามีอะไรจะถามไหม 

 

“งั้นฉันไปแล้วนะคะ” ซองโซทำท่าจะเดินออกจากห้องไปเมื่อเธอเก็บเอกสารและลงบันทึกเรียบร้อย

 

“ด เดี๋ยวสิ..แล้วคำตอบของฉันล่ะคะ” ร่างสูงร้องเรียกอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะเดินพ้นไป

 

นักกายภาพบำบัดสาวหันกลับมายู่ปากเป็นเชิงคิดสักพักใส่อีกฝ่ายก่อนที่จะตอบออกมาพร้อมกับใช้นิ้วชี้ปิดที่ปากของเธอ

 

“ความลับค่ะ..”  

 

แสบจริงๆด้วยสินะคนไข้คนนี้...

 

---------------------------------------------------------------------------------------------


กว่าจะถอยออกมาได้แต่ละตอน 55555


ตะซอเริ่มรุกแล้วค่ะ จะจีบต้องรีบจีบตอนนี้

คุณซองโซต้องระวังค่ะ ต่อไปตะซอจะมือปลาหมึก 55555


แล้วลดาเมื่อไหร่จะหายโกรธก็ไม่รู้  พิโบนาก็อ่อนค่ะ กล้าแค่นี้ 

ต่อไปต้องพิซอลอาออกมาช่วยสร้างความร้าวราน น้องลดาจะต้องเลิกเก็ก 55


ยังไงก็อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ จะรีบเข็นตอนที่สี่ออกมาไวๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

140 ความคิดเห็น

  1. #11 LoveToon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 12:51
    พิโบ สู้ๆ อ้อนลูดาเยอะๆหน่อย นางจะได้หานโกรธไวๆ อึนเซี่ยวดูกันต่อไป
    #11
    0
  2. #10 DeeTheDay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 18:49
    ลดาคนซึน เลิกเก๊กได้แล้วว พิโบเขาง้อแล้วนะ ระวังพิซอลจะมาสอยไปก่อนล่ะ555555 รอตอนต่อไปเลยค่ะะ
    #10
    0
  3. #9 TNEX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 16:38
    ฮรืออดีต่อใจมากค่ะ กว่าจะมาต่อได้รีดนอนรอตายไปหลายวันแล้ว 555555 ขอบคุณนะคะ ไฟติ้งงนะไรท์
    #9
    0