[FIC-WJSN] From Spring to Autumn (Bona x Luda, Eunseo x Chengxiao)

ตอนที่ 14 : Suspect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60


Episode 14

 

 

“จริงๆ หยุดพักก่อนสักสองสามวันก็ได้ครับ”

 


“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่าง ฉันก็อยากรู้จุดประสงค์ของพวกมันด้วย”

 

 

ผู้หมวดคิมในเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีเข้มพร้อมผมสีใหม่ตอบรับสารวัตรยุนโฮ ทั้งๆที่บาดแผลที่ศีรษะยังไม่ค่อยหายดีสักเท่าไหร่ ผ้าพันแผลสีขาวที่ยังถูกพันไว้รอบศีรษะทำให้สารวัตรเป็นกังวลอยู่ ผู้หมวดคิมยืนยันว่าเธอไม่เป็นไร และก็ยืนยันว่าจะมาทำงานต่อทั้งๆที่ผู้หมวดตัวเล็กก็สั่งห้ามไม่ให้มา

 

 

“คุณคิดว่านี่ไม่ใช่การลอบทำร้ายธรรมดาใช่ไหมครับ”

 

 

“ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะคะ บริเวณนั้นไม่ใช่สถานที่ที่จะมีที่ซ่อนตัว ฉันว่าพวกมันอาจจะตามฉันมา แต่จะทำไปเพื่ออะไรกัน”

 

 

ผู้หมวดผมสีน้ำตาลเข้มพูดอย่างครุ่นคิด เธอคิดว่านี่ไม่ใช่การลอบทำร้ายธรรมดาๆแน่ๆ แต่จุดประสงค์ของพวกมันคืออะไรกัน ขู่ให้กลัวเพราะเหตุบางอย่าง แต่ใครกันจะรู้การเคลื่อนไหวของเธอในวันนั้น หรือนี่เป็นการสุ่มทำร้ายตำรวจไม่เลือกหน้าเพราะความแค้นส่วนตัวเท่านั้น จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม

 

 

“ตอนนี้กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง อาจจะได้อะไรเพิ่มเติมในไม่ช้านี้ ยังไงตอนนี้ก็ระวังตัวด้วยนะครับ”

 


“รับทราบค่ะ”

 

 

โบนาขานรับก่อนจะหันไปเห็นผู้หมวดตัวเล็กที่เดินเข้ามาในห้องพอดี ลูดาในชุดสูทสีดำมองค้อนไปที่ผู้หมวดผมสีเข้มเล็กน้อยก่อนจะเดินหลบไปที่โต๊ะของเธอ เมื่อคืนทำเป็นอ้อนเธอแทบตาย อ้างว่าตนเจ็บอยู่อย่างนู้นอย่างนี้ ถ้ารู้ว่าจะไม่เชื่อฟังกันแบบนี้ล่ะก็ เธอจะไม่ตามใจเขาเลย

 

 

“เดี๋ยวฉันมานะ”

 

 

“จะไปไหนก็ไปสิ ไม่เห็นต้องมาบอกฉันเลย”   คนตัวเล็กทำหันหน้าหนีคนที่มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอ ทำเสียงที่ใครก็รู้ว่าโกรธอยู่แน่ๆ

 

 

“โกรธอยู่เหรอ” ผู้หมวดคิมทำแกล้งถาม

 

 

“ไม่เลยสักนิด”

 

 

“แต่ฉันเจ็บอยู่นะ”

 

 

“เจ็บแล้วใครให้มาล่ะ !” ผู้หมวดตัวเล็กลุกขึ้นก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่คนทั้งสองจะถูกเบนความสนใจไปยังเสียงเคาะประตูของแผนกที่ถูกเปิดไว้อยู่แล้ว ผู้หมวดหมวดมิกิเคาะประตูเบาๆเป็นการขออนุญาต ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างคุ้นชิน

 


“ลูดา..ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันมีเรื่องจะเล่าให้เธอฟังเยอะแยะเลยนะ”

 

 

ผู้หมวดผมสีดำขลับเอ่ยเรียกผู้หมวดตัวเล็กที่แววตาสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าใครมาหาเธอ ตั้งแต่ที่เจอกันวันนั้นพวกเธอก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก เธอก็มีเรื่องจะคุยกับมิกิเยอะแยะเหมือนกัน

 

 

“กำลังรออยู่พอดีเลย แปปนึงนะมิกิ”

 

 

คนตัวเล็กหยิบเก็บเอกสารที่เธอทำอยู่เข้าที่ก่อนจะหยิบของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นออกมาโดยมีผู้หมวดผ้าพันแผลมองตามการกระทำของเธออย่างอยากรู้อยากเห็น

 

 

“ไปกินข้าวก่อนนะ !

 

 

ผู้หมวดลูดาหันไปพูดเสียงแข็งใส่คนตรงหน้า เน้นย้ำทีละคำแบบคนไม่ได้โกรธเลยสักนิด

 

 

“แล้วฉันล่ะ..” คนตัวสูงกว่าทำถามเสียงอ่อน

 

 


“ก็ไปหากินเองสิ..”

 

เก่งนักก็ไปหากินเอาเอง คนตัวเล็กเดินผ่านไปสมทบกับมิกิก่อนจะพากันเดินออกไปโดนทิ้งผู้หมวดผ้าพันแผลให้ยืนเหวออยู่คนเดียว คนถูกเมินขมวดคิ้วนิดหน่อยอย่างคนถูกขัดใจก่อนจะปรับสีหน้าเป็นดังเดิมเมื่อนึกเรื่องที่จะกำลังจะไปทำ

 

 


.................................................................

 


 

ดวงตาสวยทอดมองออกไปนอกกระจกรถ เรียวคิ้วขมวดลงอย่างคนใช้ความคิดอะไรบางอย่าง สายตรวจอึนซอเคาะปากกาลงกับสมุดพกของเธออย่างใจลอยระหว่างที่รถกำลังติดอยู่บนท้องถนน ก่อนจะหันไปขอความคิดเห็นจากคนข้างๆที่ทำหน้าที่ขับรถในวันนี้

 

 

“ยอรึม !

 

 

“หื้อ?

 

 

น้องสาวผมสีบลอนด์ของเธอหันมาอย่างสงสัย ก็อยู่ดีๆพี่สาวของเธอก็เรียกชื่อของเธอขึ้นมาซะเสียงดัง

 

 

“เธอว่า...คุณซองโซน่ะ คิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”

 

 

นึกว่าเรื่องอะไร..

 

 

“ห๊ะ.. ยังต้องถามอีกหรือไงอ่ะ”

 

 

ยอรึมหันไปตอบเสียงหน่ายๆ ถามอะไรที่มันยากกว่านี้ได้หรือเปล่า อยู่ดีๆพี่สาวของเธอก็เกิดซื้อบื้อขึ้นมาหรือไง จริงๆแล้วเธอก็ไม่เคยเห็นอึนซอชอบใครได้นานขนาดนี้ เพราะออกจะเจ้าชู้อยู่หน่อยๆบางทีก็ออกจะขี้เบื่อ แต่กับคุณซองโซแล้ว พี่สาวของเธอบางครั้งก็ดูขี้อายและขาดความมั่นใจขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

“ก็ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนี่หน่า”

 

 

มีอะไรให้ต้องคิดอีกด้วยหรือไง เพียงแต่ตัวสายตรวจเองกลัวว่าถ้าพูดความต้องการของตัวเองกับเธอไปแล้วจะดูเป็นการเร่งรัดและทึกทักเอาเองมากกว่า กับคนที่ชอบแล้วเราก็มักจะคิดเยอะอยู่เสมอ

 

 

“มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวจะโดนหมาคาบไป ฉันไม่รู้ด้วยนะ”

 

 

ยอรึมหันกลับไปมองถนนก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไปเมื่อเห็นว่ารถคันข้างหน้าเคลื่อนตัวแล้ว พี่สาวของเธอจะคิดอะไรให้มันมากความ แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือไงว่าสาวเขามีใจน่ะ หากแต่ว่าอึนซอเองแค่อยากเก็บช่วงเวลาดีๆเอาไว้ ห้วงเวลาที่ได้ตกหลุมรักใครซักคน มักจะทำให้รู้สึกดีเสมอ การที่ค่อยๆปล่อยให้ความรู้สึกเริ่มก่อตัว เหมือนกำลังเฝ้ามองดอกไม้ที่ผลิบาน เธอแค่กลัวว่าความรู้สึกนั้นจะหายไปถ้าหากซองโซไม่ได้คิดแบบเดียวกันกับเธอ

 

สายตรวจหน้าใสอยู่ดีๆก็ยิ้มขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองจูบเธอในคืนนั้น หน้าอายจริงๆที่ขัดเขิลต่อหน้าเธอ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วลงเมื่อนึกได้ว่าเธอให้ไปคิดคำพูดมาใหม่ ยากชะมัด เพราะอยากให้เธอประทับใจ ตอนนี้ก็เลยคิดไม่ตกเลยน่ะสิว่าจะพูดอะไรกับเธอ หมายถึงหลังจากจูบกันเขาต้องพูดอะไรด้วยอย่างนั้นเหรอ

 

 

“ฉันต้องพูดอะไรอย่างนั้นเหรอ..”

 

 

“พูดอะไรของพี่” ยอรึมหันมาอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่

 

 

อึนซอขมวดคิ้วลงอย่างใช้ความคิด แต่ที่ซองโซหมายถึงก็คือถ้าหากเขาจะขอเธอเป็นแฟนอะไรทำนองนั้นต่างหาก ถ้าไม่รีบพูดล่ะก็ หมดโอกาสไม่รู้จริงๆด้วย มัวแต่คิดไปเรื่องไหนๆแล้วก็ไม่รู้ของเขา

 

 


..............................................................

 


 

โบนาปิดแฟ้มคดีลงหลังจากที่พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับคดีนั้น ขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด คดีมีผู้เกี่ยวข้องที่ดูมากเกินไป ทั้งรายชื่อของกลุ่มค้ายาและกลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้องที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยในความคิดของเธออีก และจากปากต่อปาก เรื่องราวที่เธอได้ยินมา มีความไม่ชอบมาพากลในกลุ่มตำรวจพวกนี้ เธอยังเชื่อว่าถ้าหากไขปริศนาการตายของนายตำรวจคนสำคัญได้ ก็จะพาพวกของเธอไปสู่เป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

 

 

“ดูคุณจริงจังกับคดีนี้จังเลยนะคะ”

 

 

ซอลอาหนึ่งในผู้ดูแลรับผิดชอบแฟ้มคดีต่างๆ คนที่เธอขอความช่วยเหลือที่ดูจะเต็มใจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเดินเข้ามาสมทบ ข้อมูลต่างๆที่เธอขอให้อีกคนช่วยถูกนำไปเก็บก่อนที่ซอลอาจะหันกลับมาเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยอีกครั้ง

 

 

“เพราะอยากจะเอาใจเธอหรือเปล่า..”

 

 

เธอแค่ถามเพียงขบขัน โบนาหันมาก่อนจะยิ้มบางๆเป็นคำตอบ

 

 

“มันก็มีส่วนทำให้ฉันหันมาสนใจคดีนี้นะคะ แต่ฉันน่ะเป็นคนหนึ่งที่เกลียดยาเสพติดเข้าไส้เลยน่ะค่ะ ครอบครัวของฉันน่ะคอยไล่จับแก๊งค์พวกนี้มาตั้งแต่ฉันจำความได้ จนวันนี้ก็ยังไม่หมดไปเสียที” 

 

 

ผู้หมวดคิมกำลังพูดถึงพ่อและแม่ของเธอที่เป็นตำรวจเหมือนกัน เพราะเรื่องพวกนี้ที่วนเวียนอยู่รอบตัวเธอมาตั้งแต่เด็กจึงซึมซับและเรียนรู้จากครอบครัวจนกลายเป็นแรงบันดาลใจของเธอมาถึงทุกวันนี้

 


มือบางยกขึ้นจับที่บาดแผลเมื่ออยู่ดีๆก็ปวดหนึบๆขึ้นมา

 

 


“แต่ฉันว่าตอนนี้พอก่อนเถอะค่ะ แผลก็ยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอคะ”

 

 

ซอลอาเดินเข้าไปยื้อข้อมือที่ดูเหมือนพยายามจะขยี้บาดแผลของตัวเองซะอย่างนั้นออก ผู้หมวดนี่ไม่รู้หรือยังไงว่าอย่าเอามือไปจับบ่อยๆน่ะ

 

 


“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะค่ะ..จียอน แล้วเดี๋ยวถ้าคุณอยากดูอะไร ก็ไว้ให้แผลหายก่อน”

 

 

ผู้หมวดคิมเห็นด้วยเพราะตอนนี้ก็ชักจะหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน เขาเดินนำออกไปก่อนเมื่อซอลอายังต้องจัดเก็บเอกสารให้เรียบร้อย เดินออกมารอก่อนและบังเอิญสวนกับนายตำรวจคนหนึ่งในแผนกเดียวกัน จริงๆแล้วเธอก็ไม่ค่อยจะได้เจอหน้าเขาเท่าไหร่

 

 


“ตำรวจหน้าใหม่อย่างคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ..” 

 


 

“สารวัตรปาร์ค..” ผู้หมวดคิมโค้งให้สารวัตรปาร์ค ยูชอน ถึงแม้จะอยู่ในแผนกดียวกันแต่เขาก็ไม่ค่อยจะปรากฎตัวสักเท่าไหร่

 

 

“ฉันก็แค่เดินสำรวจนิดหน่อยน่ะค่ะ”

 

 

“อย่างนั้นเหรอครับ ยังไงก็อย่าทำอะไรที่มันเกินหน้าที่ดีกว่า มันจะไม่ดีต่อตัวคุณเอง ขอให้แผลหายไวๆนะครับ”

 

 

ผู้หมวดคิมโค้งให้เขาอีกครั้งก่อนจะมองตามไปจนสุดทาง ราวกับว่าเขาเพียงแค่เดินมาทางนี้เพื่อพูดกับเธอ สารวัตรปาร์คอยู่ในชื่อของคนที่เธอคิดว่าน่าสงสัย และคำพูดที่ดูเหมือนกับสั่งไม่ให้เธอรู้มากไปเมื่อกี้ ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

 

 

 

...........................................................

 

 

เสียงคนพูดคุยกันเจื้อยแจ้วในห้องอาหารของกรมตำรวจในเวลาช่วงเที่ยวงของวัน มีทั้งเรื่องงานบ้าง เรื่องข่าวสารบ้านเมืองบ้าง เรื่องส่วนตัวบ้าง ร่างบางของเจ้าหน้าที่ตำรวจสาวสวยสองคนเรียกความสนใจจากเจ้าหน้าที่คนอื่นที่นั่งอยู่ก่อนได้ทั้งคนหนุ่มและคนสาว รวมถึงผู้หมวดสาวตัวเล็กที่นั่งกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว ภาพข้างหน้าของคนทั้งสองที่ดูสนิทสนมกันมากขึ้นดูเหมือนจะสะกิดต่อมบางอย่างของเธอให้ทำงาน

 


 

“มานี่เถอะมิกิ”

 


 

คนตัวเล็กลุกขึ้นพาถาดข้าวของตัวเองไปแล้วไปนั่งลงข้างคนผู้มาใหม่ทั้งสองคน

 


 

“ขอนั่งด้วยนะคะ ผู้หมวดคิม จียอน..” ผู้หมวดตัวเล็กเน้นย้ำที่ชื่อของเขาก่อนจะนั่งลงข้างๆอีกฝ่ายพร้อมกับผู้หมวดมิกิที่แทบจะย้ายตามเธอมาไม่ทัน ผู้หมวดมิกิค้อมศีรษะให้เจ้าของโต๊ะทั้งสองก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับผู้หมวดลูดา

 

 

“นี่..ผู้หมวดมิกิ แผนกสืบสวนอาชญากกรรม 2 ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไงคะ ส่วนนี่ก็ผู้หมวดจียอน แผนกเดียวกับฉัน เพิ่งจะย้ายมาใหม่ได้ไม่นาน” ผู้หมวดตัวเล็กแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกันพอเป็นพิธี ไม่ใช่เขาไม่รู้สักหน่อยว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

 

 

“สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ” ทั้งสองยิ้มให้กัน

 

 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ผู้หมวดมิกิ คดีที่ปูซานเป็นยังไงบ้างคะ” เป็นซอลอาบ้างที่เอ่ยทักขึ้นมา

 

 

“กว่าจะคลี่คลายได้ก็กินเวลาเกือบปีเลยล่ะค่ะ ฉันก็ช่วยอะไรทางนู้นได้ไม่มากเท่าไหร่”

 

 

“ถ่อมตัวเหมือนเดิมเลยนะคะ”

 

 

“ไม่หรอกค่ะ”  เธอยิ้มบางๆให้อีกฝ่าย

 

 

“อ่ะ..มิกิ กินนี่สิ เนื้อของป้าร้านนี้ อร่อยมากเลยนะ” อยู่ดีๆคนตัวเล็กก็แทรกขึ้นมา แถบยังคีบเนื้อในถาดของตัวเองไปให้ตนตรงหน้า ทั้งๆที่มันก็เป็นเนื้อร้านเดียวกัน ผู้หมวดคนข้างๆได้แต่มองตามมือของคนตัวเล็กที่เอาแต่คีบนู่นคีบนี่ให้กับคนตรงหน้าเหมือนกับตั้งใจจะแกล้งกันอย่างนั้นแหละ

 

 

“ซอลอา..กินนี่ไหมคะ เนื้อของฉันก็อร่อยเหมือนกัน” ผู้หมวดผ้าพันแผลดูจะไม่ยอมน้อยหน้า คีบเนื้อในถาดตัวเองให้คนตรงหน้าเหมือนกัน ทั้งๆที่มันก็เป็นของร้านเดียวกันทั้งหมดนั่นแหละ ซอลอาถึงกับหลุดขำอาการของคนตรงหน้าออกมาเล็กน้อย ผู้หมวดคนเก่งดูจะกลายเป็นเด็กขี้อิจฉาขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

 

“นี่..อย่ามาเลียนแบบฉันนะ” คนตัวเล็กหันมาจิ๊ปากใส่คนข้างๆ ถึงเธอจะไม่ได้ตักเนื้อให้เขา แต่เขาก็ห้ามตักเนื้อให้คนอื่น..

 

 


เอ้า.. แบบนี้ก็ได้เหรอยังไง

 

 


“ฉันไม่ได้เลียนแบบเธอสักหน่อย ..อ่ะ ซอลอา กินอีกนะคะ”  เขาหันมาย่นจมูกใส่เธอ ก่อนจะคีบเนื้ออีกชิ้นให้กับคนข้างหน้า

 

 

 

ลองดีซะแล้วแบบนี้..

 

 


“จียอน..คือแผลของคุณมัน..”  ซอลอาเอ่ยทักเมื่อรู้สึกเหมือนว่าผ้าพันแผลของเขาดูจะมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ผู้หมวดคิมยกมือขึ้นจะจับเมื่อเริ่มรู้สึกปวดตุบๆขึ้นมาอีกครั้ง แต่มือของคนข้างๆกลับรั้งไว้ก่อน จับใบหน้าของเขาให้หันมาเพื่อจะได้ดูแผลได้ถนัด

 

 


“เลือดออกจริงๆด้วย”

 

 

คนตัวเล็กพูดเสียงนิ่งพร้อมเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าเขา ทำท่าจะฉุดแขนเขาให้ลุกขึ้นเพื่อไปทำแผล แต่ผู้หมวดมิกิกลับลุกขึ้นเดินมาหาเธอก่อน

 

 

“ให้ฉันดูให้เถอะ”

 

 

“จะดีเหรอ”

 

 

“เธอก็รู้นี่ว่าฉันถนัดเรื่องพวกนี้”

 

 

เธอพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้ผู้หมวดมิกิพาคนเจ็บไปทำแผล เพื่อนของเธอถนัดเรื่องพวกนี้เพราะแม่ของเขาเป็นพยาบาลน่ะสิ ผู้หมวดมิกิก็เลยเก่งเรื่องทำนองนี้ไปด้วย ตอนนี้ก็เหลือแค่เธอกับซอลอาบนโต๊ะอาหาร และเป็นซอลอาที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบแปลกๆระหว่างทั้งสอง เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา

 


“คุณน่ะ น่าอิจฉามากๆเลยนะคะ รู้ตัวหรือเปล่า ผู้หมวดลูดา..” เธอเท้าคางมองคนตัวเล็กตรงหน้า

 

 

“คุณหมายถึงอะไรอย่างนั้นเหรอคะ”

 

 

“เขาน่ะ รักคุณมากๆเลยนะคะ ไม่มีที่สำหรับฉันหรอกค่ะ”

 

 

“....”

 


คนตัวเล็กดูเหมือนจะสงสัยคำพูดที่ดูจริงจังนั่น และน้ำเสียงที่ดูตัดพ้อของคนตรงหน้า แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ซอลอาลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้ามากระซิบข้างๆหูของเธอ

 

 

“อย่าปล่อยให้หลุดมือขึ้นมาล่ะ ฉันไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเป็นรอบที่สองหรอกนะคะ” เธอเงยขึ้นมาก่อนที่คนตัวเล็กจะหันมามองหน้าเธออย่างติดจะไม่พอใจ เธอยิ้มให้ผู้หมวดตัวเล็ก

 

 

“พูดเล่นน่ะค่ะ ฉันน่ะไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว ขี้หึงแบบนี้ ระวังเขาจะเบื่อเอานะคะ..” ซอลอาว่าก่อนจะถือโอกาสหยิกแก้มใสของผู้หมวดตัวเล็กเบาๆแล้วเดินจากไป ทิ้งให้เธอได้แต่คิดถึงคำพูดที่ว่าเธอน่าอิจฉานั่นขึ้นมา...

 

 


-

 


 

“ฉันได้ยินมาว่าคุณน่ะสนิทกับลูดามากเลยเหรอคะ”

 

 

ผู้หมวดมิกิถามขึ้นมาขณะที่กำลังจัดการผ้าพันแผลให้คนเจ็บอยู่

 

 

“ค่ะ ทำไมเหรอคะ..”

 

 

“เธอมีแฟนหรือยังคะ”

 

 

“ถามทำไมคะ..” ผู้หมวดมิกิก็แค่แกล้งถาม แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะขมวดคิ้วเป็นปมแล้วจ้องหน้าอย่างกับจะกินเธอ

 

 

“ก็เธอเคยบอกว่าไม่มีนี่คะ” เธอยังคนพูดแหย่คนตรงหน้า

 

 



ก็ใช่.. แต่ไม่มีก็เหมือนมีนั่นแหละ ยังไม่หยุดถามอีก

 

 


“เธอน่ะ เอาแต่พูดถึงคุณนะคะรู้หรือเปล่า.. พูดอยู่ได้ทุกวัน”

 

 

พูดเสร็จก็แปะเทปสำหรับทำแผลลงไปบนผ้าพันแผลอันใหม่อย่างเบามือ คนตรงหน้ายังขมวดคิ้ว ทำหน้าดุใส่จนเธอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย

 


“มีอะไรตลกอย่างนั้นเหรอคะ..” เขาจะต่อยเธอหรือเปล่าน่ะ แต่ว่านะ

 

 

“เอาเป็นว่าอย่างนี้แล้วกัน ถ้าคุณทิ้งเธอไปอีกครั้งล่ะก็.. ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่”

 

 

ผู้หมวดมิกิเดินเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บก่อนจะหันกลับมาพูดกับเขา คนเจ็บคลายปมที่คิ้วได้ก็ส่ายหน้าก่อนจะพูดกลับไป

 

 

“ไม่มีวันหรอกค่ะ ไว้ใจฉันเถอะ เอ่อ.. ขอบคุณนะคะสำหรับแผลนี่” ผู้หมวดคิมยิ้มบางๆให้อีกฝ่ายก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปที่แผลของตน อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูเหมือนจะต่อยเธออยู่ในทีแรก ทั้งสองคนเดินออกมาด้วยกันแต่กลับเจอคนตัวเล็กที่เดินตามมาดูก่อน เธอจิกสายตามองผู้หมวดผ้าพันแผลของเธอของก่อนจะคว้าข้อมือเขาให้เดินไปด้วยกัน และไม่ลืมจะหันไปบอกลามิกิก่อน

 

 

“สารวัตรเรียกน่ะ ไว้เจอกันนะมิกิ”

 

 

เธอหันไปโบกมือให้มิกิก่อนจะลากตัวอีกคนออกมาแล้วพาไปที่รถ จริงๆสารวัตรไม่ได้เรียกหรอกแต่เธอบอกสารวัตรไว้แล้วว่าอาการของคนตรงหน้าดูจะยังไม่ดีขึ้นอย่างที่เจ้าตัวยืนยัน และสารวัตรก็เห็นด้วย ขืนปล่อยให้ทำงานต่ออยู่อีก จะเที่ยวทำนู่นทำนี่จนอาการปวดหัวกำเริบขึ้นมาอีก

 

 

“สารวัตรให้ไปไหนอย่างนั้นเหรอ” คนเจ็บถามขึ้นอย่างสงสัยเมื่ออีกคนไม่ได้พาเธอไปหาสารวัตรอย่างที่พูด คิดว่าคงมีคดีล่ะมั้ง

 

 

“กลับบ้าน..” คนตัวเล็กกอดอกยืนอยู่ข้างรถ พูดเสียงเย็น เธอยังโกรธที่เขาดื้อรั้นมาทำงานเสียจนได้แบบนี้อยู่


 

“ต..แต่ว่า”

 

 

“ขึ้นรถ..”

 

 

“แต่..”

 

 

“โบนา..”

 

 



เสียงเขียวขนาดนี้ แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ ก็เธอสั่ง.. TT  




..................................................................



จะตบกันแล้วค่ะ ใครจะตบกับใครก็ไม่รู้ 555555555


ผู้หมวดลูดาน่ากลัวจังเลยค่ะ ตามไปทุกที่เลย T__T 


สายตรวจก็เป็นอะไรนักหนา ตอนแรกก็วางตัวให้ดูขี้รุกอยู่นะคะ 

ไหงทำไมกลายเป็นงี้ คืออยากให้เขาเป็นคนละเอียดอ่อนด้วยอ่ะค่ะ เล่นตัวซะเอง 5555


ผู้หมวดคิมก็กลับมากากเหมือนเดิมค่ะ 55555


น้ำแห้งๆนะคะ แห้งกว่าเส้นมาม่าที่อืดอยู่ในคัพอีก เรืออยู่ไหนแล้วคะ มองไม่เห็น TT

แต่เป็นปลื้มผู้หมวดคิมในชุดตำรวจมากค่ะ หัวใจจะวาย ><

คนน้องใส่แล้วดูน่ารักอ่ะค่ะ ดูเป็นตำรวจปลอมๆ/โดนตบ 55555555


ขอบคุณที่ยังติดตามชมกันนะคะ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

140 ความคิดเห็น

  1. #108 Merkin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 21:01
    เพิ่งได้มาอ่านค่ะ ชอบมากๆ สนุกมากเลยค่ะ

    ผู้หมวดทั้งสองเข้าใจกันง่ายดี ไม่ยืดเยื้อ น่ารักสุดๆ

    ต่างคนต่างหึงหวงกันงี้ นอนด้วยกันแล้วแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเนี่ยนะคะ 5555

    ส่วนคุณสายตรวจคะ อย่าซึนค่ะ รีบๆขอนักกายภาพเป็นแฟนซะ

    ปล.เห็นไร้ท์หายไปนาน นี่รออ่านอยู่นะคะ
    #108
    0
  2. #104 OPPAJentleMan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 07:43
    ฮรือออออ ยังรออยู่นะคะ ถึงจะไม่มีโมเม้นเรือไหนเลย TT^TT
    #104
    0
  3. #102 poly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 08:34
    งั้นให้หมวดมิกิมาหาเค้าก็ได้น้า

    เค้าโอเคค
    #102
    0
  4. #101 LoveToon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 11:26
    ลูดาเรายังคงความหวงหึงโหด แต่ก็นะจียอนเราก็ทำให้หึงให้ห่วงอยู่ตลอดแหละ
    #101
    0
  5. #100 tooncomic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 01:29
    จูยอนห้ามกากนะคะ โดนน้องล้อตายเลย สาวเค้ายอมให้จูบก็คิดเข้าข้างตัวเองบ้างก็ได้ เดทจบแฮปปี้ก็ทำได้ดีแล้วละ ลุยเลย อย่ากลัว! / ลดาหึงแบบนี้ไม่น่ารักเลยยย ดีที่หมวดคิมบื้อ ไม่ได้หึงแรงๆ บื้อๆกลับ ฮ่า คู่แข่งสองคนนี้ทั้งสองคนดีๆทั้งนั้นเลยนะคะ ไม่ฉวยโอกาสเลย รู้อยู่แล้วว่าเค้าไม่มีใจให้ ฮือ คนดี มาค่ะ ทั้งสองคนเลย เดี๋ยวเราปลอบเอง ฮิ้ว
    #100
    0
  6. #99 JupiterZz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:07
    ตอนี่อยู่กับโต จากลายป็นแมวไปเลย ผู้หมวดผ้าพันแผลดื้อยังไงแต่ก็ต้องยอมคนตัวเล็กสินะ555 โถ่ววววจียอนคนกาก
    #99
    0
  7. #98 JupiterZz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:02
    ตอนี่อยู่กับโต จากลายป็นแมวไปเลย ผู้หมวดผ้าพันแผลดื้อยังไงแต่ก็ต้องยอมคนตัวเล็กสินะ555 โถ่ววววจียอนคนกาก
    #98
    0
  8. #97 Note Jts (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 19:55
    น่ารักทั้งสองคู่เลยน่ะ อยากให้ซองโซกับอึนซอเป็นแฟนกันเร็วๆจัง55555 จะรออ่านตอนต่อไปน่ะ
    #97
    0