[FIC-WJSN] From Spring to Autumn (Bona x Luda, Eunseo x Chengxiao)

ตอนที่ 13 : Cheng Xiao

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 พ.ค. 60

Episode 13

 

 

 

“คุณจะไม่เข้ามาจริงๆเหรอ”

 

ซองโซพูดกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดของเธอที่อยู่ไกลจากโรงพยาบาลไม่มากนักก่อนที่จะไปเที่ยวกันอย่างที่ให้สัญญาไว้ เธอขอมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะใส่ชุดของโรงพยาบาลเดินไปเดินมาคงจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่ คงจะใช้เวลาไม่นานแต่คนที่มาด้วยกันก็ดันทำท่าทางแปลกๆตอนที่เธอบอกให้เขาเข้ามารอข้างในก่อน

 


“คุณไม่กลัวฉันเหรอ ชวนฉันเข้าไปในห้องของคุณอ่ะ”

 


“กลัวอะไรของคุณ คุณเป็นตำรวจนะ”

 


ซองโซดึงมือคนที่ยืนทำท่าประหลาดเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตู เธอเข้าใจในสิ่งที่อึนซอต้องการจะสื่อ แต่เธอก็เชื่อใจเขาในระดับหนึ่ง ดูแลอีกคนมาตั้งนาน ไม่ใช่คนอันตรายแบบนั้นสักหน่อย หรือเปล่ากันนะ..

 


“นั่งรอที่โซฟาก่อนก็ได้นะคะ ฉันเปลี่ยนชุดไม่นานหรอก”

 


ว่าก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องนอน แต่แทนที่คนตัวสูงจะนั่งลงเธอกลับเดินสำรวจไปรอบภายในส่วนของห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าอ่อนและของประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ดูน่ารักไม่แพ้เจ้าของห้อง กรอบรูปภาพจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รูปวัยเด็กของเจ้าของห้องในหลายๆอิริยาบถทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งตอนนี้คนในภาพก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ก็จะมีแค่ขนาดตัวล่ะมั้งที่ดูจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยๆ สงสัยอยู่เหมือนกันว่านักยิมนาสติกที่ดูเป็นอาชีพอย่างซองโซมาเป็นนักกายภาพบำบัดได้ยังไง อมยิ้มให้กับรอยยิ้มที่เธอตกหลุมรักทุกครั้งที่เห็นก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างสบายใจ กลิ่นหอมอ่อนๆภายในห้องทำให้เธออดที่จะหลับตาลงไม่ได้

 


“คุณไปกันได้แล้วค่ะ อ่าว..หลับซะแล้ว”

 


ซองโซมองดูคนที่นั่งเอาศีรษะพาดกับผนังโซฟาอยู่สักพักก่อนจะโน้มตัวลงไปจ้องใบหน้าใสที่กำลังหลับตาพริ้ม แก้มขาวที่พองออกมาเหมือนกับเด็กเล็กๆ ดูน่าสัมผัสจนเธออดไม่ได้ที่จะแอบประทับจูบเบาๆลงบนใบแก้มใสๆของคนที่กำลังหลับไม่รู้ตัว หากแต่ว่าเจ้าตัวกลับยิ้มจนแก้มแตกเมื่อสัมผัสได้ถึงริมฝีปากนุ่มจนเธอสังเกตได้

 


“แกล้งหลับอย่างนั้นเหรอ !

 


ฟาดมือลงไปที่แขนของคนแกล้งหลับจนเจ้าตัวต้องเด้งตัวขึ้นมา

 


“คุณทำอ..”

 


“ไม่ต้องพูดเลยนะ”

 


ร่างสูงของนักกายภาพสาวในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงลายสก็อตสีดำรีบชี้นิ้วห้ามก่อนที่อีกคนจะพูดอะไร เพราะใบหน้าของเขามันช่างดูเจ้าเลห์เหลือเกิน ถึงเธอจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็เถอะ อึนซอปิดปากแน่นก่อนจะยิ้มกว้างดูเป็นเชิงล้อเลียนกันเสียมากกว่า นั่นยิ่งทำให้หน้าของเธอขึ้นสีแดงอ่อนๆมากขึ้น เสียรู้ซะได้..

 


“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดเอานะ”

 


สายตรวจตัวสูงว่าก่อนจะยิ้มแล้วเดินนำออกไป

 



..........................................................................................

 


 

ความรู้สึกคันยุกยิกที่บาดแผลสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่รอบศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะยังรู้สึกปวดหนึบๆที่ศีรษะอยู่บ้าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอามือไปสัมผัสมัน



เพี๊ยะ !

 



“โบนา !! ฉันบอกว่าอย่าเอามือไปจับยังไงล่ะ”

 


มือเล็กตีลงไปบนมือของคนเจ็บ จะไม่ให้ดุได้ยังไงล่ะ เผลอทีไรจะเอามือไปแตะไปแคะแกะเกาอยู่ที่ผ้าพันแผลทุกที

 


“ย่าห์.. ก็มันคันนี่หน่า ทำไมต้องตีกันด้วย”

 


คนตัวสูงกว่าลูบหลังมือที่ถูกตีไปมาเบาๆ คนตัวเล็กนี่ดุกันหมดทุกคนหรือเปล่า ลูดาจับอีกคนให้อยู่นิ่งๆก่อนจะยกผ้าเช็ดตัวที่บิดหมาดแล้วแตะไปตามตัวของคนเจ็บที่นั่งอยู่ริมเตียงในเสื้อยืดสีขาวสะอาดกับเกงขาสั้นสีเดียวกันหลังจากที่เธอให้โบนาเปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวเดิมที่เต็มไปด้วยเลือดของเจ้าตัวเอง เห็นแล้วก็ใจหาย ดีแค่ไหนที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่ผู้หมวดร่างบางนี่ก็ดวงแข็งเหลือเกิน

 


“อยู่นิ่งๆสิ”

 


ทิ้งเสียงดุก่อนจะวางผ้าลงในกะละมังเล็กๆข้างเตียง ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าโบนาน่ะถ้าไม่สบายขึ้นมากจากที่ชอบวางท่าทำเป็นโตกว่าก็กลายเป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจเลยน่ะสิ แต่หากว่าที่ทำเป็นดุอยู่ไม่ใช่เพราะอีกคนดื้ออย่างเดียวหรอกนะ

 


“โกรธฉันเหรอ”

 


ใบหน้าสวยเงยขึ้นถามคนตัวเล็กที่กำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เธออยู่ก่อนที่อีกคนยังคงตอบเสียงแข็งแต่ไม่ได้ละมือออกจากสิ่งที่ทำอยู่

 


“ฉันบอกให้อยู่เฉยๆไง โบนา”

 


“ฉันถามว่าเธอโกรธฉันเหรอ” และโบนาที่ยังถามเสียงใสโดยไม่ละความพยายาม

 


“โกรธ..”

 


“แต่ว่าฉันเจ็บอยู่นะ”

 


“เจ็บก็ส่วนเจ็บสิ..ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าอยู่ๆทำไมเธอถึงไปเปลี่ยนสีผม..ไม่คิดจะบอกกันก่อนหรือไง”

 


คนตัวเล็กที่ทำแผลให้เธอเสร็จแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะกอดอกแล้วเสหน้าไปทางอื่น ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้หรอกว่าลูดาต้องโกรธแน่ๆ เพราะลูดาหวงแหนผมสีทองของเธอจะตาย และลูดาก็ชอบมันเอามากๆ แต่ก็.. ถ้าบอกไปต้องโดนดุแน่ๆล่ะ เพราะเหตุผลมันก็ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

 


“ก็เพราะว่า..ผมสีเข้มมันสวยดีไง”

 


“เพราะมิกิใช่ไหม..”

 


“เอ่อ...”

 


รู้ทันอีก.. โบนาได้แต่ทำหลุกหลิกหลบสายตาที่จัองจับผิดของคนตัวเล็ก จริงๆแล้วเธอก็โกรธโบนาไม่ลงหรอก เพราะผมสีน้ำตาลเข้มที่คนตัวสูงเพิ่งไปทำมา มันเข้ากับเขามากๆเลยน่ะสิ เพียงแต่เธอก็หลงรักผมสีทองของโบนาเสียมากๆเหมือนกัน

 


“ทำไมถึงทำตัวเหมือนเด็กขี้อิจฉาแบบนี้ล่ะฮึ” มือเล็กหยิกแก้มใสของคนตัวสูงเบาอย่างหมั่นเขี้ยว

 


“แต่ว่า..มิกิน่ะ...”

 


“มิกิทำไม...”

 


คนตัวสูงพยายามจะอธิบายเหตุผลพันแปดปลอมๆของตัวเอง แต่ลูดาดุกลับมาได้ทุกทาง ก็ที่ลูดาว่ามาก็ถูกอย่างที่เธอว่า คนตัวเล็กทำท่าว่าจะลุกไปเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย จริงๆก็ไม่ได้โกรธอะไรมากเพียงแต่อยากดัดนิสัยทำอะไรไม่บอกกันเลยอีกแล้วของอีกคนก็เท่านั้น

 


“ลูดา..” เสียงใสๆของคนที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงใหญ่ร้องเรียกเธอก่อนที่เธอจะเดินออกไป

 


“อะไรคะ..”

 


“จูบฉันหน่อยสิ..”

 



...

 

 



“ไม่..” เธอตอบโดยไม่ได้หันไปมองอีกคน

 



“ฉันเจ็บอยู่นะ..”

 

โบนาตอนป่วยน่ะ รับมือยากที่สุดเลย แล้วมันใช่เรื่องที่จะเอามาต่อรองหรือไงกันน่ะ และเสียงติดจะอ้อนเล็กๆแบบนั้นน่ะไปฝึกทำมาจากไหนกัน พอคิดได้ว่าจะหันไปบอกให้คนป่วยเตรียมตัวนอนได้แล้วก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นเดินเข้ามาประชิดตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอหันไปก็เจอคนตัวสูงกว่ายืนแทบจะชิดเธออยู่แล้ว..

 


“จะทำอะไรของเธ-..”

 


ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาแก้ตัวต่อไป โบนาจึงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยก่อนจะปิดปากคนตัวเล็กด้วยส่วนเดียวกันก่อนจะชิงเอาของที่อยู่ในมืออีกคนไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ ในขณะที่ริมฝีปากยังคงรุกไล่มือบางรั้งไหล่คนตัวเล็กจนติดกับบานประตูแล้วจึงรวบเอวบางเข้ามาชิดกันอย่างหวงแหน ลูดาเผลอทุบไหล่ของคนตัวสูงกว่าเบาๆเป็นการประท้วง ขี้หวงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 


“โบนา..เดี๋ยวก่อนสิ”

 


คนตัวสูงกว่าส่ายหน้าอย่างเอาแต่ใจ แววตาซุกซนของเขากับใบหน้าที่ดูคมขึ้นเพราะผมสีเข้มมันยากเหลือเกินที่เธอจะต้านทาน โบนายื่นใบหน้าเข้ามาก่อนจะกดจูบลงมาจนคนตัวเล็กต้องรั้งคอของเขาไว้แต่เพียงไม่นานกลับรู้สึกปวดขึ้นมาที่บาดแผลอีกครั้ง

 


“โอ๊ย..”

 


หลับตาลงก่อนจะเผลอยกมือขึ้นแตะที่บาดแผล คนตัวเล็กจึงดึงมือของเขาออกเบาๆก่อนจะพาลงมานั่งที่เตียง

 


“เจ็บเหรอ..”    ลูดาสัมผัสที่บริเวณบาดแผลเพียงเบาๆ ใบหน้าสวยคมขยับขึ้นลงขณะที่ยังคงรู้สึกหน่วงๆอยู่

 


“แล้วใครใช้ให้ทำเป็นเก่งกันล่ะ” ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่ก็สงสารเขาจับใจ มือเล็กสัมผัสใบหน้าใสอย่างทะนุถนอม

 


“ก็-”

 


“ไม่ต้องมาก็อะไรทั้งนั้นแหละ เธอน่ะ..นอนได้แล้ว”

 


“แต่ว่า-” 

 


ลูดายื่นใบหน้าเข้าไปค่อยๆจูบที่ริมฝีปากของคนตัวสูงเบาๆ ก่อนจะผละออกมา

 


“พอใจหรือยัง.”

 


“อีกทีสิ..” คนตัวสูงกว่าส่ายหน้าก่อนจะได้รับเป็นสายตาดุๆจากคนตัวเล็กแทน หากเธอก็ยอมที่ยื่นใบหน้าเข้าไปหาโบนาอีกครั้ง แต่กลับถูกเขาฉวยใบหน้าของเธอเข้าไปชิงจูบเสียก่อน รวบคนตัวเล็กเอาไว้ก่อนจะฉกชิงเอาความหอมหวานจะริมฝีปากของเธออย่างไม่รู้จักพอ

 


“อื้ออ- โบนา พอได้แล้ว”

 


มือเล็กดันตัวคนตัวสูงกว่าออกเบาๆ ปกติโบนาขี้อ้อนแบบนี้ซะที่ไหนกันล่ะ รับมือยากจริงๆ นิ้วชี้แตะลงไปที่ริมฝีปากของเขาเป็นเชิงบอกว่าหยุดเลยก่อนจะดันตัวผู้หมวดจอมดื้อที่เอาแต่อมยิ้มให้นอนลงไปดีๆพร้อมส่งสายดุที่จริงๆแล้วไม่ดูน่ากลัวอะไรในสายตาโบนาเลย ถ้าไม่ติดว่าเจ็บอยู่เธอคงตีเขาไปแล้ว

 


“นอนด้วยกันสิ”

 


ดึงมือคนตัวเล็กไว้เมื่อเห็นว่าเธอจะลุกไป เธอก็ไม่ได้จะไปไหน แค่จะเอาของไปเก็บแล้วตั้งแต่กลับมาก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลย เพียงแต่คนที่นอนอยู่ขี้อ้อนกว่าทุกวันเท่านั้นเอง

 


“เดี๋ยวฉันมา” เธอก้มลงไปจุมพิตที่แก้มใสของคนป่วยที่พองลมซะจนแก้มป่อง ทำไมถึงได้ขี้อ้อนขนาดนี้ขึ้นมานะ

 


................................................................

 

 

“เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอคะ”

 


อึนซอเพิ่งจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วซองโซมาจากจีน และไม่เคยเที่ยวโซลจริงๆจังๆเลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธอตั้งใจจะถามเรื่องนี้มานานแล้วจนได้เห็นรูปสมัยเด็กของเจ้าตัว เพราะว่าสำเนียงของซองโซเวลาพูดภาษาเกาหลีน่ะมันน่ารักมากๆเลย

 


“ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้ คุณอยากกินอะไรอร่อยๆหรือเปล่าล่ะ”

 


“ค่ะ”

 


เธอตอบยิ้มๆก่อนจะลอบมองสีหน้าเอาจริงเอาจังของอึนซอ และท่าทางที่ดูเคอะเขินแปลกๆของเขามันก็ดูน่าขันนิดหน่อย เพราะอาจดูเหมือนเดทแรกของเราหรือเปล่าถึงได้ดูตั้งใจขนาดนี้ มือของเขาจับมือของเธออย่างเก้ๆกัง ถึงแม้ตอนเป็นคนป่วยจะทำแสบไว้แค่ไหน แต่พออยากจะทำให้อีกฝ่ายประทับใจแล้วก็ดูไม่เป็นตัวเองขึ้นมาทันที

 


เธอกระชับมือของอีกฝ่ายไว้และดูเหมือนเขาจะคลายความกังวลได้มากขึ้น อึนซอไม่ได้พาเธอนั่งรถไปตามสถานที่ต่างๆ เราอาศัยรถประจำทางและเพียงแต่เดินชมเมืองกัน เพราะเป็นสายตรวจถึงได้รู้จักตรอกซอกซอยมากมาย และมือไม้ก็คอยแต่ชี้ชมหนทางให้เธอดู

 


“สวยใช่ไหมล่ะ..ที่นี่น่ะ”

 


คนหน้าคมท้าวแขนลงกับราวเหล็กที่เต็มไปด้วยแม่กุญแจที่เหล่าคู่รักพากันมาประดับไว้ที่โซลทาวเวอร์ ลมเย็นพัดเอาเส้นผมของนักกายภาพบำบัดสาวข้างกายเผยให้เห็นใบหน้าสวยและวาวตาเป็นประกายยามมองไปยังวิวรอบๆ โซลยามค่ำคืนดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่คงไม่น่าสนใจไปกว่าหญิงสาวตรงหน้า เธอนำผมที่ปลิวไสวทัดหูก่อนจะยิ้มจนตาปิดดูคล้ายกับเสี้ยวพระจันทร์กลับมาให้

 


“ค่ะ สวยมากๆเลย”

 


...

 


“คุณน่ะ ถ้าเป็นคนจีนล่ะก็..ต้องมีชื่อภาษาจีนสิ คุณชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอ”

 


หลังจากทำหน้าที่มัคคุเทศก์อย่างดีเยี่ยม อึนซอก็กลับมาถามสิ่งที่คาใจและสิ่งที่เธอสนใจมากกว่าวิวตรงหน้า ซองโซหัวเราะออกมานิดหน่อยก่อนจะตอบเป็นภาษาจีนออกมาอย่างขัดเขิน

 


“..เฉิงเซียวค่ะ ฉันชื่อ เฉิงเซียว”

 


...



“งั้นฉันเรียกคุณว่า เฉิงเซียว ได้หรือเปล่า”

 


สายตรวจหน้าเอียงศีรษะเล็กน้อยลอบมองดวงหน้าที่เคอะเขินของเธอ

 


“ไม่ได้ค่ะ.. มันตลก”

 


“ทำไมล่ะ... เฉิงเซียว.. เฉิงเซียวอา.. ฉันว่ามันน่ารักดีออก” อึนซอว่าก่อนจะตะโกนชื่อเธอออกไปดังๆแล้วหันมาหาเธอ

 


“คุณ ! ก็ฉันบอกว่ามันตลกยังไงเล่า..  มือบางผลักไปที่ไหล่คนขี้หยอกเบาๆก่อนที่เขาจะไม่ได้ดูทุกข์ร้อนอะไรและคว้ามือของเธอไว้ก่อนจะพาเดินต่อไปด้วยกัน

 


“ไม่รู้แหละ.. ฉันจะเรียกคุณว่า เฉิงเซียว..^^

 

 

 

หากแต่ว่าเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร และเวลาที่ล่วงเลยมามากแล้วเขาจึงพาเธอกลับมาส่งที่คอนโด เพียงแต่มาถึงตรงนี้เธอกลับไม่อยากให้เวลาผ่านไปเสียเลย อึนซอที่ยืนอยู่หน้าห้องของเธอตอนนี้ดูน่ารักเหลือเกิน ดูเหมือนเขาต้องการพูดอะไรซักอย่าง..

 


“เอ่อ..”

 


“คะ?


“...”


 

“ถ้าคุณไม่พูดงั้นก็..”


 

เธอทำท่าจะปิดประตูเสีย แต่อีกคนก็กลับร้องเรียกไว้ก่อน

 



“เดี๋ยวสิ เฉิงเซียวอา..”

 


สายตรวจคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าก็เงยขึ้นมาก่อนจะยกมือข้างที่ถนักขึ้นสัมผัสใบหน้าสวยของคนตรงหน้า ก้าวเข้าไปก่อนจะประทับจูบบนริมฝีปากของเธอเบาๆ เผลอยิ้มออกมาเมื่อเธอก็ตอบรับจูบของเธอเช่นกัน จมูกโด่งเป็นสันที่แนบชิดกับใบหน้าของเธอถอยออกมาก่อนจะลืมคำพูดที่คิดไว้ได้ทั้งหมด

 


“เอ่อ..” อึนซอเอ่ยแต่ไม่ได้หลบใบหน้าสวยที่กำลังอมยิ้มอยู่ข้างหน้า

 


“ฉันคิดว่าคุณจะไม่จูบฉันแล้วซะอีก.. ฉันไม่ให้โอกาสใครบ่อยๆหรอกนะคะ” นักกายภาพสาวสวยพูดก่อนจะขยับเข้าไปหาอีกคนเล็กน้อย

 


“แต่.. ทำไม..”

 


“ไปคิดมาก่อนว่าคุณจะพูดอะไร ฉันจะให้โอกาสคุณพูดอีกครั้ง.. ฝันดีนะคะคุณสายตรวจ”

 


...

 

ก่อนที่อึนซอจะได้พูดอะไร ริมฝีปากแดงก็ประทับลงที่แก้มใสของเขาก่อนที่สาวเจ้าจะถอยกลับเข้าห้องของเธอไปทิ้งผู้ป่วยจอมแสบของเธอให้ยืนเหวออยู่ได้สักพักก่อนสติที่หลุดลอยจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง อา.. ตามไม่ทันจริงๆเลยผู้หญิงคนนี้



..................................................................................


55555555555 ดูน่าลำไยทั้งคู่พี่คู่น้องเลยนะคะ


คู่พี่ก็ดูไร้สาระมากเลยอ่ะค่ะ ทะเลาะอะไรกันไม่รู้เรื่องสีผม ง้องแง้งมาก 

น้องก็อะไรก็ไม่รู้ค่ะ สายตรวจนี่อยู่ดีๆก็ทำตัวเด๋อด๋าขึ้นมา เขาเปิดทางขนาดนี้แล้ว 5555


จริงๆมันใกล้จะจบแล้วนะคะ แต่แต่งยังไงก็จบไม่ลงสักที งุ้งงิ้งอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ยังไงก็อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ >< 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

140 ความคิดเห็น

  1. #96 Wiriya Lawansathian (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 09:59
    หืออออ ไม่เบื่อสักนิด แต่งไปยาวๆเลยค่ะถ้าสะดวก ชอบคู่น้องมากเลยอ่านไปก้ยิ้มไปจะบ้าอยู่แล้ว คู่พี่ก็น่ารักไปอีกแบบหึงไปหึงมา ติดตามนะคะ รอตอนต่อไปอย่างตั้งใจ อิอิ จากใจ ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ หลงเข้ามาอ่านเมื่อวาน จนวันนี้ ขอบคุณที่เขียนเรื่องน่ารักๆให้ได้อ่านและติดตามนะคะ

    #96
    0
  2. #95 Note Jts (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 13:16
    โครตน่ารักทั้งสองคู่เลยยย ชอบอ่านเรื่องนี้มาก อยากอ่านต่อไปมากๆด้วย ไรต์อย่าลืมมาเเต่งต่อน่ะ จะรอติดตามน่ะ
    #95
    0
  3. #93 DeeTheDay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 10:35
    ลำไยทั้งคู่พี่คู่น้องเลยค่ะ คู่น้องงุ้งงิ้งๆๆ คู่พี่ก็ทะเลาะกันเรื่องอะไรไม่รู้ แต่น่ารักมากค่ะ 55555
    #93
    0
  4. #92 loveyouYuri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 07:30
    อยากป่วยให้ลดาดุจังเลยค่ะ งือออ ทำไมดุได้น่ารักขนาดนี้ พิโบพอป่วยแล้วขี้อ้อนขึ้นมากค่ะ อ้อนจนได้คิสสมใจ แอร๊ยยยย(?) คู่น้องเขาก็คิสกันแล้ว555555 แต่อยากให้มิคมีคู่จังค่ะ อาจคู่ซอลอาก็ได้นะ ขอสเปเชี่ยลคู่นี้ทีค่ะ อิอิ
    #92
    0
  5. #91 tooncomic (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 04:53
    ตอนนี้มีแต่คิสคิสนะคะ>//////< ไรเตอร์จะพาเค้าใจแตก(?)ไม่ได้นะ! อิจฉาความหวานของแต่ละคู่จริงๆค่ะ
    #91
    0
  6. #90 CrossXwise (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 23:42
    เปลี่ยนสีผมแล้วเพิ่มระดับความขี้อ้อนรึเปล่าคะผู้หมวดคิม555555 น่ารักมากเลยค่ะ
    #90
    0
  7. #89 LoveToon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 21:17
    ไม่เบื่อน้าาาา น่ารักดี แหมก็คนมันหึงเข้าใจโบนานะ
    คุณสายตรวจเกิดอาการอะไรขึ้นค่ะ ตอนแรกรุกหนักเชียว ตอนนี้ตามซองโซไม่ทันแล้ว
    #89
    0
  8. #88 อูจูลูกรัก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 19:10
    งื้อไม่เบื่อค่ะ ชอบฟิคเรื่องนี้มาก อบอุ่นหัวใจ ง๊องแง๊งกันได้น่ารักสุดๆ ติดตามนะคะ
    #88
    0