[FIC-WJSN] From Spring to Autumn (Bona x Luda, Eunseo x Chengxiao)

ตอนที่ 12 : My Best Friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 เม.ย. 60

Episode 12

 

 

“อุบ !!

 

มือปริศนาสอดเข้ามาจากด้านหลังก่อนจะปิดปากของร่างเล็กเอาไว้แล้วดึงออกมาก่อนจะจับตัวที่กำลังดิ้นให้เบี่ยงหน้ามาหากัน..

 

“อื้อ !!

 

“ชู่วว !!

 

“บ..โบนา”

 

“เงียบๆสิ เดี๋ยวพวกนั้นก็เห็นกันพอดี”

 

คนตัวเล็กเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็เลิกดิ้น มาก็ไม่ให้สุ้มให้เสียง โบนาดึงคนตัวเล็กจากทางด้านหลังเข้ามาแนบชิดเพราะที่พวกเธอหลบอยู่นั้นค่อนข้างแคบ ตาคมสวยของคนตัวสูงกว่าพยายามเพ่งมองไปยังของต้องสงสัยที่ชายสองคนกำลังแลกเปลี่ยนกันอยู่ขณะที่คนตัวเล็กที่กำลังพยายามเฝ้าดูอยู่เหมือนกันเริ่มจะขยับตัวยุกยิกก็เพราะว่านี่มันอยู่ใกล้กันเกินไปน่ะสิ ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆของโบนารดอยู่ข้างแก้มของเธอ แล้วยังจะมาทำหน้าตาจริงจังอยู่ได้

 

“ยืนดีๆสิ”

 

คนตัวสูงกว่าพูดเบาๆก่อนที่กระชับอ้อมแขนที่โอบรอบอกคนตัวเล็กที่กำลังดิ้นไปมาให้แน่นขึ้น ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชายปริศนาสองคนนั้นอยู่ ลูดาเหลือบมองใบหน้าที่แนบชิดข้างแก้มของเธอ จะบอกว่าเธอเขิลใบหน้าจริงจังของโบนาในตอนนี้ก็ดูจะผิดเวลาไปหน่อย และเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสองคนนั้นกำลังแลกเปลี่ยนอะไรกัน

 

“ฮ..เฮโรอีน” โบนาพึมพัมขึ้นมาเบาๆ สายตายังไม่ละจากการมองไปยังเป้าหมาย

 

“ช..ใช่ จริงๆด้วย” ลูดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตามที่คนตัวสูงบอก ชายทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนยาเสพติดชนิดหนึ่งกันอยู่ และมันทำให้คนตัวเล็กเริ่มจะนิ่งเฉยไม่ได้เพราะถ้าหากจับพวกนี้ได้ก็อาจจะได้เบาะแสนำไปสู่คดีที่พวกเธอติดตามกันอยู่ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือเปล่าก็ตาม

 

“ฉันจะโทรแจ้งสารวัตร”

 

“ด..เดี๋ยวสิ”

 

ลูดาหันไปพูดกับคนที่กอดร่างเธอไว้อยู่โดยไม่ทันได้ฟังเสียงห้ามของอีกฝ่าย และเธอไม่ทันได้คิดว่าแสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถืออาจทำให้พวกมันสังเกตเห็นได้..

 

 




 

“ใครน่ะ !!

 

ชายคนหนึ่งที่สังเกตเห็นแสงไฟพูดขึ้น ก่อนจะเดินมายังทางที่พวกเธอหลบซ่อนอยู่ช้าๆแล้วนำปืนออกมา ทางเดินค่อนข้างมืดและนั่นยังถือเป็นโชคดีสำหรับเธอทั้งสองคน ลูดาหันหน้าไปหาคนตัวสูงก่อนจะถูกรวบเอวเล็กเอาไว้แน่น ปลายจมูกของโบนาชนเข้าให้กับส่วนเดียวกันของเธอ เพราะเงามืดทำให้เธอไม่เห็นหน้าของโบนา สัมผัสได้เพียงลมหายใจแผ่วเบาของอีกฝ่ายและการพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดในขณะที่เสียงขึ้นไกปืนและเสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ...

 

 




 

เมี้ยววววววววววววววววววววววววววววววว ว !!

 

 

 

แมวสีดำกระโดดพุ่งออกมาจากมุมมืด กระโจนเข้าไปหาชายคนนั้นก่อนจะวิ่งหนีไป

 

 

“แมวหรอกเหรอ.. ชิ”

 

“เฮ้ ! เลิกโอ้เอ้ได้แล้ว รีบส่งของมาจะได้รีบไปจากที่นี้”

 

 

ถอนหายใจเบาๆก่อนโบนาจะค่อยคลายอ้อมแขนจากคนตัวเล็กเมื่อชายคนนั้นถอยไป พวกมันคุยอะไรกันบางอย่างก่อนจะส่งของให้แก่กันถ้าหากไม่ถูกขัดจังหวะจากคนของเธอเสียก่อน เฮ้ ! เดี๋ยวสิลูดา !

 

 


“หยุดนะ ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

 

 

ลูดาควักปืนออกไปยืนจังก้าไม่ปรึกษาโบนาเลยสักคำ คลาดสายตาแว้บเดียว โบนารู้ว่าอีกคนใจร้อนเพราะแบบนี้ผู้หมวดยุนโฮจึงกำชับเธอเอาไว้ให้จับตาลูดาเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากเป็นเรื่องที่จะสาวไปถึงตัวหัวหน้าใหญ่ของมันคนตัวเล็กก็รู้สึกเลือดร้อนขึ้นมาทันที คลาดสายตาไม่ได้จริงๆ

 


ปัง!

 


ปัง!

 


ชายสองคนตกใจก่อนจะหยิบปืนแล้วยิงสวนกลับมาทันที โบนาหยิบปืนที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าใต้กางเกงยีนส์ของเธอขึ้นมาก่อนจะวิ่งออกไปคว้าคนตัวเล็กไว้ไปหลบยังที่กำบัง ยืนบู๊อยู่แบบนั้นได้ยังไงล่ะ

 

“ให้ตายสิ ! ทำอะไรของเธอน่ะลูดา..”

 

“ตามไปสิ ! พวกมันหนีไปแล้ว”

 

ชายสองคนอาศัยจังหวะที่พวกเธอหลบกระสุนวิ่งหนีไป แถวนี้เป็นโซนบู้ทเกมต่างๆซึ่งปิดบริการแล้วในเวลานี้จึงไม่มีผู้คน พวกมันวิ่งไปตามทางเดินและพวกเธอสองคนที่วิ่งตามมา ลูดายิงปืนสกัดแต่กลับถูกยิงโต้กลับมาสามสี่นัด ไม่มีทางเลือกโบนาเห็นจังหวะนั้นเล็งยิงไปที่ไหล่ขวาของผู้ชายคนหนึ่งในนั้นจากระยะไกล

 

ปัง!

 

ชายคนนั้นล้มลงไปนอนกุ่มไหล่ที่พื้น ลูดาวิ่งผ่านร่างของผู้ชายคนนั้นเพื่อจะวิ่งตามอีกคนนึงไป แต่หากว่าไม่ทันแล้ว มันเข้าไปปะปนกับฝูงชนก่อน ถ้าหากตามไปอาจมีใครสักคนถูกจับเป็นตัวประกันก็ได้ มันเสี่ยงเกินไป

 

“เจ็บใจชะมัด! ลูดาตะโกนออกมาก่อนจะเดินกลับไปที่ร่างของชายที่ถูกยิง อย่างน้อยก็ไม่ได้มือเปล่าแถมของกลางก็อยู่ตรงนี้

 

“ฉันโทรตามสารวัตรกับรถโรงพยาบาลแล้ว อีกไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาจะมาถึง เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“ไม่เป็นไร แต่มันหนีไปจนได้ ชิ!

 

ลูดาค่อยข้างหัวเสียที่ปล่อยให้อีกคนหลุดมือหนีไปได้ ส่วนโบนาได้แต่จัดการกับชายที่ถูกยิงที่ไหล่และยืนรอพวกสารวัตรอย่างเงียบๆ เธอเข้าใจว่าคนตัวเล็กใจร้อนแต่ถ้าหากตามไปเงียบๆก็อาจจะสืบรู้อะไรได้มากกว่านี้  ถึงลูดาจะเป็นตำรวจฝีมือดีแต่เรื่องนี้ค่อนข้างจะกระทบจิตใจของเธอจึงทำให้หัวร้อนเป็นพิเศษ และโบนาอดที่จะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอไม่ได้

 


หลังจากนำตัวผู้ต้องสงสัยส่งโรงพยาบาลก่อนจะนำไปสอบปากคำที่กรมตำรวจสารวัตรก็ไล่พวกเธอกลับซะก่อน โดยให้เหตุผลว่าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ซึ่งคนตัวเล็กก็ดูจะไม่พอใจสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งสารวัตรยุนโฮได้ คนตัวสูงเดินนำมาที่รถเงียบๆ ก่อนที่ลูดาจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ...

 

 

 


“โกรธฉันเหรอ..”

 

แขนเล็กสอดไปข้างหน้าโอบเอวบางของคนตัวสูงไว้กอดโบนาจากทางด้านหลังก่อนจะเกยคางลงบนไหล่ของเขา..

 

“เปล่า.. ไม่ได้โกรธ”

 

“ไม่ได้โกรธงั้นก็หันหน้ามาคุยกันดีๆสิ”

 

โบนาหันหลังกลับมาหาคนตัวเล็กแต่ใบหน้ากลับหันมองไปทางอื่น ก็โกรธลูดาอยู่นิดๆนั่นแหละแต่โบนาโกรธตัวเองมากกว่าที่ห้ามคนตัวเล็กไว้ในสถานการณ์แบบนั้นไม่ทัน..

 

คนตัวเล็กจับแขนทั้งสองของโบนาไว้ก่อนจะยืดตัวไปจุมพิตที่แก้มใสภายใต้หมวกสีดำนั่นเบาๆ

 

“ฉันขอโทษ...” ลูดาพูดก่อนจะเม้มปากขึ้นเล็กน้อยแล้วทำตาใสส่งให้คนที่กำลังส่งสายตาดุๆมาให้เธอ ไม่ใช่ไม่รู้หรอกว่าเธอทำอะไรผิด แต่ไม่เห็นต้องโกรธกันเลยนี่หน่า

 

“ทีหลังห้ามพรวดพราดออกไปแบบนั้นอีกนะ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นห่วง” เห็นตาใสๆของคนตัวเล็กสายตาของผู้หมวดตัวสูงก็อ่อนลง แต่น้ำเสียงจริงจังก็บอกได้ดีว่าโบนาเป็นห่วงเธอจริงๆ

 

“รู้แล้วน่า.. ขี้บ่นจัง” มือเล็กยกขึ้นหยิกแก้มใสของคนตัวสูงกว่าเบาๆ รู้หรอกว่าเป็นห่วง แต่ก็อดที่จะเถียงไม่ได้ เธอไม่ใช่เด็กๆแล้วซะหน่อย

 

“ยังจะทำเป็นเล่นอีก” มือบางจับที่มือเล็กข้างแก้มของเธอก่อนจะยกขึ้นจุมพิตเบาๆแล้วหันกลับไปเปิดประตูรถ ลูดาแอบอมยิ้มให้กับการกระทำแบบนั้น ทำเป็นเข้ม โบนาน่ะวางท่าเป็นที่สุด เธอเปิดประตูตามเข้าไปก่อนจะพูดเบาๆ

 

“เป็นแฟนเหรอ มาสั่ง”

 

“ว่าอะไรนะ”

 

“เปล่าสักหน่อย แบร่ ~” หันไปแลบลิ้นใส่เขาที่กำลังก้มหน้าสตาร์ทรถ ก็เวลาที่โบนาทำหน้าจริงจังมันอดที่จะแหย่ไม่ได้จริงๆ..

 

 

.......................................................................................

 

 


ในห้องตรวจภายในศูนย์กระดูกและข้อของโรงพยาบาล แพทย์เจ้าของเคสกำลังดูฟิล์มเอกซเรย์ของคนไข้ด้วยใบหน้ายินดี และคนไข้ของที่ดูจะผ่อนคลายเป็นพิเศษ อึนซอมาเข้าพบหมอเพื่อติดตามอาการหลังจากการผ่าตัดและทำกายภาพเป็นครั้งสุดท้ายตามที่หมอบอก และเธอก็คิดว่าตัวเธอก็หายดีเป็นปลิดทิ้งแล้วด้วย แต่ใบหน้ายิ้มแย้มผิดปกตินี่คงจะเพราะเรื่องอื่นเสียมากกว่า

 


“หลังจากนี้ก็ระวังเรื่องการวิ่งหรือเคลื่อนไหวฉับพลันไว้บ้างนะครับ และถ้าหากเกิดอาการผิดปกติล่ะก็ให้รีบมาพบหมอทันที”

 


หลังออกจากห้องหมอและจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลเสร็จก็เดินลิ่วไปยังแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพทันที ตกลงไม่รู้ตั้งใจมาพบหมอจริงๆหรือเปล่ากัน วันนี้ร่างสูงมาในชุดไปรเวท เสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์สีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนส์สีดำ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ พอพบหมอเสร็จแล้วจึงตั้งใจจะพบหน้านักกายภาพบำบัดของเธอ หรือตั้งใจจะมาหาตั้งแต่แรกเสียมากกว่า วันนี้เธอจะพาซองโซไปเที่ยวหลังเจ้าตัวเลิกงาน ฉลองที่ขาหายดีแล้ว ซองโซสัญญากับเธอไว้ว่าถ้าอาการหายดีแล้วจะยอมไปเที่ยวด้วยกัน และวันนี้ก็มาถึงถึงได้เดินด้วยรอยยิ้มกว้างขนาดนี้

 

 

“แฟนเธอมาอีกแล้วอ่ะ” พยาบาลดายองเดินไปกระซิบที่หูเพื่อนของเธอให้อีกคนได้เงยหน้าขึ้นมาแหวใส่

 

“ก็บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า” ซองโซยู่ปากใส่เพื่อนของเธอ

 

“เขารู้กันทั้งโรงบาลแล้วย่ะ” ดายองเอามือขึ้นมาพัดๆล้อเลียนเพื่อนของเธอที่จู่ๆจะหน้าแดงขึ้นมา

 

“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ พูดอะไรไม่รู้เรื่อง” ซองโซบ่นอะไรงุบงิบๆคนเดียวให้เพื่อนของเธอได้อมยิ้ม ดายองเดินมาแย่งเอกสารจากมือของเธอไปแล้วบุ้ยหน้าเป็นเชิงว่าไปได้แล้ว อย่าเล่นตัว ไม่งั้นแย่งให้เธอได้ชี้หน้าคาดโทษ

 

 

 

ซองโซถอดแว่นออกก่อนจะเดินออกมาจากเคาท์เตอร์พยาบาลให้คนที่นั่งรออยู่ฉีกยิ้มกว้าง เธอโบกให้คนไข้ตัวแสบของเธอก่อนจะชี้ๆเป็นเชิงว่าเก็บของก่อนนะให้เขาได้ยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ไม่ทันไรก็หุบยิ้มลงเมื่อเห็นใครคนหนึ่งที่เข้ามาคุยกับซองโซ คุณหมอที่เธอเคยเจอตอนไปทำกายภาพบำบัด คุณหมอเฮนรี่ที่ดูจะไม่มีพิษภัยอะไรแต่ไม่ชอบหน้าชะมัดเลย เธอไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ

 

“ช่วงนี้คุณซองโซติดเคสอะไรพิเศษอยู่หรือเปล่าครับ พอดีผมมีเคสหนึ่งอยากจะให้คุณซองโซช่วยดูแลหน่อย พอดีทางผ.อ.แพทย์เขาอยากให้ดูแลเป็นพิเศษ ผมนึกถึงใครไม่ออกเลยนอกจากคุณซองโซ”

 

“ตอนนี้ยังติดอยู่สามสี่เคสน่ะค่ะ ที่แผนกช่วงนี้คนก็ค่อนข้างขาดคนด้วย”

 

“คิดดูก่อนก็ได้ครับ แล้วผมจะเอาเรื่องเข้าที่ประชุมอีกที”

 

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

 

“กำลังจะกลับบ้านเหรอครับ ให้ผมไปส่งไหม”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมีคนมารับแล้ว” ซองโซโค้งให้ก่อนจะยิ้มตาปิดตามแบบฉบับของเธอ

 

“งั้นเหรอครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

สีหน้าของคุณหมอหน้าตี๋ดูจะผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไป ซึ่งร่างสูงที่นั่งมองอยู่ไกลๆนั้นไม่ได้ยินหรอกว่าทั้งสองคุยอะไรกัน เพียงแต่เธอไม่ชอบรอยยิ้มที่ซองโซส่งให้หมอนั่นเลย จนคนของเธอเดินมาแล้วพากันไปที่รถก็ยังทำหน้าบูดเหมือนตอนขาเจ็บไม่มีผิด

 

“เป็นอะไรไปคะ” ซองโซเห็นหน้าบูดของคนไข้ตัวแสบของเธอก็อดที่จะถามไม่ได้ระหว่างที่กำลังเดินอยู่

 

“ไม่ชอบหน้าไอ่หมอนั่นเลย” และคนตัวสูงก็ดูจะไม่ปิดบังอะไรเลย

 

“หมอไหนคะ” ซองโซแกล้งถามต่อเมื่อเห็นใบหน้ายุ่งๆของเขา

 

“ก็ไอ่หมอตี๋นั่นไง..”

 

“พูดไม่เพราะเลยนะคะ”

 

“น่ะ..ปกป้องอีก” อึนซอหันไปบู้ปากใส่อีกคนเป็นเด็กๆ

 

“หวงเหรอคะ?” ทั้งสองหยุดลงเมื่อมาถึงรถที่จอดไว้

 

 “ก็-หวง” ซองโซยิ้มแกมหัวเราะเล็กน้อยให้กับหน้าตาจริงจังของเขาที่หันมามองกัน นี่จะไม่ปิดบังอาการสักหน่อยเลยเหรอ อยากจะพูดก็พูดชัดถ้อยชัดคำ มือบางยกขึ้นบีบจมูกโด่งของอึนซออย่างหมันเขี้ยว

 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ฉันกับเขาน่ะ”

 

“จริงนะ”

 

“จริงค่ะ ไปกันได้แล้ว ^^”

 

 

...........................................................................................................

 

 

บรรยากาศวุ่นวายยามเช้า นายตำรวจเดินกันขวักไขว่ในกรมตำรวจยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกวัน ร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามายังภายในตึกสูงแห่งนี้ไม่มีทีท่าว่าจะแปลกใจอะไรกับภาพความวุ่นวายตรงหน้า ผมยาวสีดำขลับใบหน้าและดวงตาคมสวยดูมีเสน่ห์มองไปรอบๆอย่างคุ้นเคยถึงแม้จะห่างไปนานแล้ว ไม่มีใครสังเกตเห็นเธอเพราะต่างคนก็ต่างยุ่งกับงานในมืออยู่

 

 



“นี่ !! เอามานี่เดี๋ยวนี้เลยนะโบนา” มือเล็กปัดป่ายไปมาแย่งชิงขนมปังทาแยมสีแดงรสสตอเบอรี่ในถุงพลาสติกจากมือของอีกคนที่เพิ่งแย่งมันจากเธอไปพร้อมกับใบหน้าที่แยกยิ้มจนแก้มแตกสายตาจับจ้องไปยังถุงขนมในมือเหมือนกำลังพบอาหารอันโอชะอะไรแบบนั้น ผู้หมวดคิมชอบกินสตอเบอรี่ เห็นอะไรเป็นสตอเบอรี่ไม่ได้จับเข้าปากหมด เฮ่ยย ! แต่นี่มันของลูดานะ และเธอจะไม่ยอม..

 

“น้า...ขอกินหน่อยนะ นะ นะ นะ..” แต่ก็ต้องยอม อะไรของเขาน่ะ อยู่ๆจะมาทำตัวเป็นเด็กๆก็ทำ สลัดคราบผู้หมวดคิมผู้สง่าออกไปหมดเมื่ออยู่ต่อหน้าลูดาและสตอเบอรี่ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับไปยังห้องของแผนก ลูดากอดอกมองคนตัวสูงกว่าที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเธอยอมให้เขากินขนมปังของเธอ น่าหมันไส้ชะมัด พลันสายตาเหลือบไปเห็นคนที่มาเยือนเดินอยู่ข้างหน้า

 

 




“มิกิ !!!  มิกินี่หน่า !!!

 

“ลูดา !!

 

 

คนตัวเล็กวิ่งเข้าไปหาคนตรงหน้าทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก่อนที่สองจะกอดกันกลมกระโดดไปมาเหมือนไม่ได้เจอกันนานปี ใช่ ผู้หมวดมิกิ แผนกสืบสวนอาชญากรรม 2 ถูกส่งตัวไปเข้าร่วมสืบคดีปล้นธนาคารที่ปูซานที่เธอมีส่วนร่วมกับคดีมาเกือบปี ตำรวจคนสนิทของผู้หมวดลูดาถึงแม้จะอยู่คนละแผนกกัน

 


“จะกลับมาแล้วทำไมไม่บอกฉัน”

 


“ก็กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์เธอน่ะสิ

 


คนตัวเล็กยิ้มจนแก้มปริจับมือทั้งสองข้างของเพื่อนตำรวจแน่นก่อนจะสวมกอดอีกทีด้วยความคิดถึง ผู้หมวดมิกิก็ไม่ต่างกัน อ่อ ลืมไปแล้วว่าทิ้งอีกคนให้ยืนเด๋ออยู่ตั้งแต่ที่เธอวิ่งมาหาแขกผู้มาใหม่ โบนายืนขมวดคิ้วทั้งๆที่ยังเคี้ยวขนมปังอยู่ในปากตุ้ยๆ ไม่ชอบใจภาพตรงหน้าสักเท่าไหร่เลย เธอเป็นใคร? แล้วทำไมลูดาต้องดีใจขนาดนั้นด้วย? ดูดวงหน้าที่สว่างไหวขึ้นของเธอเพราะเห็นหน้าของใครอีกคนสิ ยิ่งคิดก็ยิ่งกดหัวคิ้วหนักลงเป็นเด็กๆ ยืนหน้าบูดรอคนตัวเล็ก ไม่อยากจะยอมรับเลยแต่หรือว่าหมู่นี้เธอขี้หวงขึ้นกันแน่นะ

 


“มีอะไรกันเหรอคะ”

 

“อ..คุณซอลอา”

 

“เลิกเรียกฉันว่าคุณได้แล้วล่ะค่ะ แล้วมี..อ่อ..ผู้หมวดมิกินี่เอง” คนที่เพิ่งเดินเข้ามาโดยบังเอิญอย่างซอลอาเห็นผู้หมวดจียอนหน้าบูดๆจึงเข้ามาทักทายก่อนจะมองเห็นคนอีกสองก็พอจะเข้าใจสาเหตุของใบหน้าสวยที่ดูยู่ยี่นั่น ริมฝีปากสวยเผยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

 

“อ..เอ่อ ซอลอา รู้จักเหรอคะ”

 

“หมายถึงผู้หมวดมิกิน่ะเหรอคะ ค่ะ..น่าจะเป็นคนสนิทของผู้หมวดลูดาน่ะค่ะ ก่อนหน้านี้เห็นอยู่ด้วยกันตลอด คงจะเพิ่งกลับมาจากปูซาน ถูกส่งไปเมื่อปีก่อนน่ะค่ะ”

 

“ร..เหรอออ” โบนาเลิกคิ้วสูงมองไปที่คนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอย่างออกรสก่อนจะส่งเสียยานคางออกมาจนซอลอาต้องหลุดขำเล็กน้อย

 

“หึงเธอเหรอคะ” ซอลอาเอียงคอมองผู้หมวดคิมที่เอาแต่มองไปยังคนสองแบบไม่วางตาก่อนจะว่าอย่างหยอกล้อ

 

“อ..เปล่าสักหน่อย” โบนากอดอกก่อนจะหันมายักไหล่ใส่ซอลอาอย่างวางท่าจนเธอต้องหลุดขำอีกครั้งกับท่าทางแบบนั้น ที่ดูก็รู้ว่ากำลังหึงคนตัวเล็กน่ะ หลังจากวันนั้นที่เธอกับผู้หมวดคิมคุยกันรู้เรื่องแล้ว โบนาก็เหมือนจะกล้าคุยกับเธออย่างสบายใจ และเธอถึงแม้ว่าจะแอบหวั่นไหวอยู่นิดๆ แต่การเป็นเพื่อนกันมันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ

 

“ระวังนะคะ เห็นว่าสนิทกันมากด้วย” ซอลอาแกล้งแหย่อีกคนเสียงจริงจัง

 

“บ้าน่า” ยู่ปากพองลมที่แก้มใสอย่างหมดมาด เหลือบมองใบหน้าที่สดใสของคนตัวเล็ก รู้สึกหวงขึ้นมามากๆแล้วสิ

 

“ฉันไปก่อนนะคะจียอน ไว้เจอกันนะคะ ระวังไว้ให้ดีล่ะ คิคิ”

 

“เดี๋ยวสิ..”

 

ทิ้งเธอไปอีกคนซะแล้ว ก่อนจะหันกลับไปเห็นคนตัวเล็กที่เดินกลับมาได้สักที ดูหน้าตายิ้มแย้มออกหน้าออกตาแบบนั้นสิ ตั้งแต่เธอกลับมาคนตัวเล็กยังไม่เห็นยิ้มสดใสชื่นบานอะไรแบบนี้ให้เธอบ้างเลย แล้วมาเกิดน้อยใจอะไรขึ้นมากัน

 

 

“เมื่อกี้เธอคุยกับใครอยู่เหรอ” ลูดาที่เพิ่งเดินมาถามเมื่อเห็นเหมือนหลังของใครสักคนเพิ่งเดินออกไป..

 

“เปล่าสักหน่อย ไม่ได้คุยกับใคร เธอนั่นแหละคุยกับใครตั้งนาน”

 

“อ่อ..มิกิไง ฉันยังไม่เคยเล่าให้เธอฟังหรอกเหรอ”

 

“ไม่เคยสักหน่อย”

 

“มิกิต้องไปพบสารวัตรน่ะ เดี๋ยววันหลังจะพามารู้จักนะ”

 

“ไม่อยากรู้” คนตัวสูงกอดอกเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ช่วงนี้ดูจะออกอาการบ่อยไปหรือเปล่า หรือว่าแยมสตอเบอรี่ทำพิษ

 

“หึงเหรอคะ” ลูดายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆผู้หมวดคิมของเธออย่างจับผิด ยื่นมือไปหยิกแก้มป่องๆของเขา

 

“ไม่เข้าท่าเลย..” คนตัวเล็กพูดยิ้มๆเมื่อเห็นผู้หมวดตัวสูงกว่าไม่ยอมตอบก่อนใช้มือตบเบาๆที่แก้มใสของโบนาสองทีแล้วหมุนตัวเดินนำไปก่อน..

 



อ่าว.. ไม่ง้อกันหน่อยเหรอ TT

 


 

มิกิเป็นเพื่อนสนิทของลูดา ก่อนหน้านี้ว่างไม่ได้เรียกว่าตัวแทบจะติดกันตลอด พวกเธอเจอกันที่กรมตำรวจนี่แหละ ตำรวจหญิงที่นี่มีแทบจะนับคนได้และเพราะคุยกันถูกคอเลยสนิทสนมกันเร็วขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ตลอดเวลาที่เธอเหงามิกิก็จะอยู่เป็นเพื่อนเธอเสมอ ไม่ใช่เพราะโบนาหรือไงทิ้งให้เธออยู่คนเดียวน่ะ เขาไม่มีสิทธิ์จะมาหึงเธอกับมิกิหรอกนะ..

 

 

 

บ่ายแก่ๆของวันถัดมา หลังจากสืบสวนคดีฆาตกรรมที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งเสร็จ ผู้หมวดคิมและผู้หมวดมินโฮเดินออกมาจากตึกของคอนโด วันนี้เธอจับคู่กับมินโฮตามคำสั่งของสารวัตร และนี่ก็เป็นโอกาสเธอจะไปทำอะไรบางอย่างโดยที่คนตัวเล็กไม่รู้ โดยขอให้มินโฮพาไปที่ที่หนึ่ง

 


“ว่าแต่...จะเปลี่ยนทำไมเหรอครับ อกหักเหรอ..” ตำรวจหนุ่มอดที่จะสงสัยไม่ได้เมื่อผู้หมวดคิมบอกเขาว่าจะมาทำอะไร

 

“บ้าน่า แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน” โบนาว่าอย่างเอาเรื่อง อกหักบ้าอะไรกัน พูดจาไร้สาระ ฮึ่ย !

 

“แหะๆ..งั้นผมรอในรถนะครับ”

 


 

หลังจากทำธุระเสร็จแล้วท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว โบนาเคาะกระจกรถสองสามทีเพื่อเรียกนายตำรวจหนุ่มที่หลับไปเสียแล้ว เขาตื่นขึ้นมาก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะเปิดกระจกรถลงมา

 


“แบบนี้ยิ่งดูเหมือนอกหักจริงๆเลยนะครับ ฮ่าๆ” มินโฮว่าหลังจากสังเกตเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไป

 

“ไอ้นี่..! เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟกระป๋องตรงหลังตรอกนี้แปปนึงนะ นายจะเอาอะไรหรือเปล่า”

 

“ไม่เป็นไรครับ” ตำรวจหนุ่มตอบปฏิเสธก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตร

 


ผู้หมวดสาวหน้าคมเดินไปยังตรอกเล็กๆที่มีตู้กดน้ำอัตโนมัติอยู่ มือบางไล่หาธนบัตรจากกระเป๋าตังค์ กดกาแฟกระป๋องออกมาแล้วยกขึ้นดื่มอย่างกระหายตรงนั้นโดยไม่ทันระวังตัว..

 

 

 

 

ผัวะ !!!

 

 

 

ศีรษะกระแทกกับของแข็งอะไรบางอย่างจนตัวของโบนาเอนล้มลงไป กาแฟกระป๋องกลิ้งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เลือดสีแดงจากบาดแผลบนศีรษะไหลลงมาตามใบหน้าใสเปรอะเปื้อนไปตามเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอ สติค่อนข้างเลือนลาง เธอสังเกตเห็นชายใส่ชุดสีดำสองคนปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากสีดำถือไม้คล้ายๆกับไม้เบสบอล และคงจะเป็นไอ่นั่นแหละที่ทำให้ภาพในหัวของเธอค่อยๆดับวูบไป...

 

 

 

 


 

“อะไรนะมินโฮ !!! โบนาน่ะเหรอ โอเค..ฉันจะรีบไป”  คนตัวเล็กรีบรุดออกไปอย่างรีบร้อนเมื่อได้รับข่าวจากโทรศัพท์มือถือของเธอ มินโฮบอกว่าโบนาน่าจะถูกลอบทำร้าย ถูกฟาดหัวแตกตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล โชคดีที่ว่ามินโฮเกิดเปลี่ยนใจอยากจะได้กาแฟสักกระป๋องเหมือนกันจึงเดินตามไป แต่กลับพบผู้หมวดจียอนนอนสลบเลือดท่วมศีรษะอยู่..

 

 

“โบนาอยู่ที่ไหน” ลูดาที่รีบร้อนมาถึงโรงพยาบาลเข้าไปถามผู้หมวดมินโฮที่ยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

 

“อยู่ในห้องตรวจครับ” คนตัวเล็กไม่รีรอรีบเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ทันเสียงห้ามของตำรวจหนุ่ม

 

 

ผ้าพันแผลสีขาวถูกพันรอบศีรษะบริเวณหน้าผากด้านข้างอย่างเบามือ เทปปิดผ้าพันแผลถูกแปะทับตามลงมา ดวงตาสวยกระพริบถี่ๆไล่ความขุ่นมัวในดวงตาออกไป ก่อนจะรู้สึกคันยุบยิบที่แผลจนต้องเอามือไปแตะเบาๆ แต่พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักตัวเล็กข้างหน้าก็ยื่นมือมายื้อไว้เสียก่อน

 

“อย่าเอามือไปจับแผลสิคะ” พยาบาลสาวตรงหน้าที่มีป้ายชื่อติดไว้ว่า ซูบิน ดึงมือเธอออกมาเบาก่อนจะพูดเสียงดุ

 

“ค..ค่ะ” ผู้หมวดคิมตอบรับก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆกลับไป ดุจัง ก็มันคันนี่หน่า

 

“เสร็จแล้วค่ะ”

 

“ขอบคุณนะคะ” ผู้หมวดคิมเอ่ยขอบคุณก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตร

 

“รอคุณหมอตรงนี้ก่อนนะคะ” พยาบาลตัวเล็กว่าก่อนจะปล่อยโบนานั่งอยู่ขอบเตียง

 



“โบนา !!!” 

 

ลูดาที่เพิ่งเข้ามาถึงรีบรุดเข้าไปหาอีกคนที่เตียง โล่งใจลงที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก มือเล็กค่อยๆประคองใบหน้าสวยคมที่กำลังทำหน้าเหมือนจะบอกว่าเขาไม่เป็นไรขึ้นมาเบาๆ

 

“สมองเสื่อมหรือเปล่า..” ลูดาพูดติดตลกทั้งๆที่ขอบดวงตามีน้ำใสออกมาเกาะอยู่เล็กน้อย มือเล็กลูบไปตามใบหน้าของเขาอย่างทะนุถนอม

 

“ฉันจำเธอได้น่า ลูดาของฉัน” คนตัวสูงกว่ายู่ปากจนดูน่าหมั่นเขี้ยวขึ้นมา ลูดาเอียงใบหน้าสวยคมไปมาเบาๆอย่างสำรวจดูว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า ก่อนจะนึกได้ว่าเธอรู้สึกแปลกๆมาตั้งแต่เมื้อกี้แล้ว

 

“เอ๊ะ.. แต่สีผมของเธอมัน..”

 

 

 

 


โบนาฉีกยิ้มกว้างให้เธอ เมื่อเธอสังเกตเห็นมัน ก็สีผมของโบนามันกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มไปแล้วน่ะสิ..



.................................................................................



 ถูกตีหัวจนผมเปลี่ยนสีเลยค่ะ อิอิ ~


เอาตอนใหม่มาฝากไว้ในอ้อมอกค่ะ ปลดล็อกตัวละครลับอีกแล้ว 55555555

กะว่าตอนจะแต่งตอนอึนเสี่ยวไปเที่ยวกันต่อแต่มันจะยาวไป ยกไปไว้ตอนหน้าแทนนะคะ ><


ตอนนี้มาจับคนตีหัวผู้หมวดคิมกันก่อน และจับผู้หมวดไปด้วยทำไมถึงแอบไปเปลี่ยนสีผมมา อกหักสินะ 55555

มารอฟังคำตอบของผู้หมวดกันนะคะ ตอบไม่ดีโดนน้องโกรธแน่ค่ะ


สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

140 ความคิดเห็น

  1. #85 p㋡kula (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 19:17
    รอติดตามค่ะ ๆ ชอบๆ
    #85
    0
  2. #84 DeeTheDay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:31
    ผู้หมวดคิมขี้หึง ช๊อบชอบค่ะ 555555 เปลี่ยนสีผมไม่ได้มีอะไรจริงๆ แค่คนสนิทตัวเล็กผมดำแค่นั้นเองง ผู้หมวดคิมไม่คิดอะไรหรอกกก หรือจะเป็นจุดประสงค์อย่างอื่นก็ไม่อาจทราบได้ค่ะ 555555
    #84
    0
  3. #83 LoveToon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 22:31
    ผู้หมวดคิมเราเริ่มจะมีศัตรูแล้ว
    #83
    0
  4. #82 tooncomic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 04:16
    รุนแรงขึ้นรึเปล่าคะเนี้ย เลือดตกยางออกกันแล้ว 55555555555 มิกิไม่น่ากลัวหรอก ลูดาก็แสดงออกอยู่นะว่าแคร์โบนาน่ะ><
    #82
    0