นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [One-Short] Sometimes (Bona x Luda)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




SOMETIMES (Bona x Luda)





พาร์ทเดิม -  Please don't stop the rain







I wanna believe in everything that you say
'Cause it sounds so good
But if you really want me move slow
There's things about me you just have to know

Sometimes - Britney Spears 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 เม.ย. 60 / 20:49



Sometimes




พาร์ทแรก - Please don't stop the rain 

พาร์ทสาม - Only One



You tell me you're in love with me

Like you can't take your pretty eyes away from me

It's not that I don't want to stay

But every time you come too close I move away


 

 

ภายในห้องสมุดของโรงเรียนยามสายระหว่างที่พวกเรามีเวลาว่างกัน ฉันก็มักจะมาใช้เวลาที่นี่กับดาวอนและมิกิ ที่เอาแต่นั่งซุบซิบอะไรกันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว จริงๆแล้วมีแต่ฉันต่างหากที่อ่านหนังสือและสองคนนี้มักจะมาเป็นเพื่อนเสมอ พวกเธอบอกว่ากลัวฉันโดนลักพาตัว บ้าหรือไง ที่นี่ห้องสมุดนะ แต่ก็เอาเถอะ การได้อยู่กับหนังสือทำให้สบายใจ ถึงแม้จะมาเพื่อหาความรู้ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนได้พักผ่อน และได้ท่องเที่ยวไปในที่แสนไกล

 

 


“เธอว่าเดี๋ยวนี้ ลูดาแปลกๆไปไหม มิกิ”

 

 


“นั่นน่ะสิ แปลกๆ บางทีก็ยิ้มอยู่ได้คนเดียว”

 

 


“ต้องมีอะไรดีๆ แล้วไม่บอกพวกเราแน่ๆ”

 

 


“ชู่ว !! นี่พวกเธอ ฉันได้ยินนะ แล้วก็เงียบๆหน่อย นี่มันห้องสมุด”

 

 


ฉันเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมาปรามสองคนนั้นเบาๆที่เอาแต่ซุบซิบกันอยู่ได้

 

 


“งั้นก็บอกมาสิ ว่ามีอะไร”  มิกิพูด

 

 


“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันไปตรงอื่นดีกว่า”

 

 


ร่างเล็กลุกขึ้นปิดหนังสือเล่มที่กำลังอ่านอยู่ ก่อนจะเดินไปทางมุมหนังสือประวัติศาสตร์ ชั้นหนังสือเรียงรายที่แน่นขนัดไปด้วยหนังสือเล่มหนาเล่มบางสลับกันไป เธอเดินไปตามล็อคหนังสือเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนเหมือนกำลังหาสิ่งที่น่าสนใจเหมือนเด็กๆที่กำลังดูของเล่นไม่มีผิด

 


การเดินตามชั้นหนังสือทำให้ฉันรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก รอบๆตัวฉันมันมีแต่สิ่งที่น่าสนใจ และดูเหมือนฉันจะเจอเล่มที่ถูกใจแล้วแหละ ฉันดึงหนังสือออกมาจากชั้นวางที่อีกฝั่งไม่มีหนังสือวางอยู่ทำให้เกิดเป็นช่องว่างจนมองเห็นอีกฝั่ง ปรากฏหน้าใครบางคน ใครบางคนที่เพิ่งจะขโมยจูบของฉันไปเมื่อสามวันที่แล้ว กำลังส่งยิ้มหวานมาให้จากอีกฝั่งชั้นหนังสือ..

 

 

 

“สวัสดี..”

 

 


 

สวัสดีอะไรล่ะ อยู่ดีๆก็โผล่มา ฉันแสร้งก้มหน้าเปิดหนังสือที่เพิ่งหยิบออกมา จะออกมาแบบนี้ก็ได้เหรอไง

 

 


 

“ลูดา..”

 

 

 


“คะ?

 

 

 


“ไปกินข้าวด้วยกันนะ”

 

 

 


เธอเอาหน้าเกยเข้ากับชั้นหนังสืออีกฝั่งแล้วมองมาที่ฉัน ดูทำเข้าสิ เป็นถึงรุ่นพี่สุดฮอตของโรงเรียนเลยนะ ไม่อายคนหรือไง ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ

 

 

 

“แต่ฉันมากับเพื่อนนะคะ”

 

 


 

“แต่...”

 

 

 


พอฉันทำท่าจะปฏิเสธ เธอก็ยู่ปากเหมือนเด็กๆ ท่าทางแบบนี้มันอะไรกัน อย่ามาทำหน้าจ๋อยแบบนั้นสิ ใครจะกล้าไปกินข้าวกับรุ่นพี่สุดฮ็อตของโรงเรียนกันล่ะ แฟนคลับของเธอน่ะเยอะจะตาย

 

 


“เอาไว้ตอนกลับบ้าน เราค่อยไปหาของอร่อยๆกินกันระหว่างทางนะคะ”

 

 

 

“จริงๆนะ”

 

 

 

แล้วก็ทำท่าดีใจขึ้นมาทันทีแบบนั้นน่ะ ฉันยิ้มให้เธอเป็นคำตอบก่อนจะเอาหนังสือเก็บเข้าไปที่เดิมแล้วเดินกับไปที่โต๊ะที่มิกิกับดาวอนกำลังนั่งเอาคางเกยโต๊ะเหมือนจะหลับอยู่แล้วแต่กลับทำตาโตเมื่อเห็นฉันเดินกลับมา หรือเปล่า.. ฉันว่าพวกเธอมองไปข้างหลัง

 

 

 

“งั้นวันนี้ฉันจะรอที่หน้าตึกนะ”

 

 

 


“ค.. ค่ะ”

 



 

ฉันหันไปเจอคนตัวสูงกว่ายืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้างหลังฉัน นี่เดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วยังจะมาอมยิ้มอีก ดูสองคนนั้นสิ ซุบซิบกันอีกแล้ว

 

 

 

“ไปแล้วนะ”

 

 

 

“ไปเลย”

 

 


 

ฉันผลักหลังของเธอให้เดินออกไป อยู่ดีๆจะมาก็มา จะไปก็ไป สองคนนั้นซุบซิบใหญ่แล้วดูสิ หัวเราะคิกคักชอบใจอีก

 

.

 


.

 


.

 


.

 

“ไหนบอกไม่รู้จักไง” มิกิพูดขึ้นระหว่างที่เรากำลังกินข้าวกันอยู่

 

 

 


“ใคร?

 

 


 

“ก็รุ่นพี่โบนาน่ะสิ อย่ามาทำไก๋หน่อยเลย เล่ามาเดี๋ยวนี้ลูดา” ดาวอนเสริม มาเป็นลูกคู่กันเลยนะสองคนนี้

 

 

 


“ไม่รู้..” ฉันเสมองไปทางอื่น ซักอยู่ได้สองคนนี้

 

 


 

“ไม่รู้อะไรของเธอ.. แล้วหน้าแดงทำไม”

 

 


 

“ไม่ได้หน้าแดงนะ กินข้าวไปเลยพวกเธอ.”

 

 


 

“ฉันว่าฉันรู้แล้วแหละว่ามีอะไรดีๆ คิคิ”

 

 

 


สองคนนั้นหันไปหัวเราะกันคิกคัก จะให้ฉันบอกยังไงล่ะ บอกว่าโดนพี่เขาขโมยจูบมาเหรอ.. บ้าสิ  หลังจากวันนั้นเราก็คงยังกลับบ้านด้วยกันทุกวัน และเธอก็ไม่ได้พูดอะไรกับฉันนอกจากบอกว่าอยากกลับบ้านกับฉันทุกวัน ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอหมายความว่ายังไง แต่ฉันจะปฏิเสธได้ยังไงในเมื่อมันก็เป็นความปรารถนาของฉันเหมือนกัน...

 

 


หน้าฝนกำลังจะจากไป ลมหนาวกำลังจะมา..



 

 

I wanna believe in everything that you say

'Cause it sounds so good

But if you really want me move slow

There's things about me you just have to know

 

 


ผู้คนเดินต่างกำลังเดินทางกลับบ้านกันตามปกติในเวลานี้ เธอเอาแต่อมยิ้มแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่ฉันก็เอาแต่มองหน้าของเธอ ช้อนเล็กถูกยกขึ้นเพื่อตักไอศครีมอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาคู่เล็กของเธอช่างดูน่าหลงใหล เธอหยุดตักไอศครีมเดี๋ยวนึงแล้วมองกลับมาที่ฉัน

 

 


“มองอะไรคะ ไม่กินเดี๋ยวก็ละลายหมดหรอก”


 

 

ฉันเริ่มตักไอศครีมกินบ้างอย่างที่เธอบอก ก่อนที่เธอจะตักไอศครีมในถ้วยของตัวเองแล้วยื่นช้อนมาทางฉัน

 

 


“ลองกินนี่ดูสิคะ”

 


 

เธอป้อนไอติมรสสตอเบอรี่เข้าปากของฉันอย่างเบาๆ รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลงแผ่ซ่านไปทั่วและกลับเป็นฉันเองที่ต้องเสมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างอดที่จะซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่ได้ ฉันจิ้มช้อนตักไอศครีมโดยที่ไม่ได้มองถ้วยในขณะที่กำลังมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง แล้วนำเข้าปากโดยที่ไม่ทันได้ดู

 

 



“เลอะหมดแล้วคุณนี่”

 

 

 


คนตัวเล็กนำผ้าเช็ดหน้าของเธอออกมาก่อนจะค่อยยื่นมือเข้าไปจับใบหน้าสวยให้หันมาเบาๆ มืออีกข้างนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแตะสัมผัสอย่าเบามือที่ริมฝีปากของอีกคน ดวงตาสวยนิ่งค้าง แต่ภายในหัวใจกับเต้นโครมครามอย่างหยุดไม่ได้ มือบางของคนตัวสูงกว่ายกขึ้นจับมือเล็กให้หยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วนำมือของอีกคนแนบกับใบหน้าของเธอ ตาของทั้งคู่สบกันแน่นิ่ง แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านหน้าต่างของร้านไอศครีมเข้ามา รอยยิ้มบางๆประดับอยู่บนใบหน้าของคนทั้งสอง ก่อนที่จะเป็นคนตัวเล็กที่ดึงมือของเธอกลับมาก่อน

 

 


 

ถนนหนทางถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่ร่วงหล่นลงมากจากต้นไม้ในสวนสาธารณะ เราเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมที่เราเคยหลบฝนด้วยกัน มือเล็กกระชับแน่นประสานกับมือของฉัน ทว่าฉันกลับรั้งมือเธอที่กำลังเดินนำหน้าฉันอยู่ไว้ก่อน

 

 

 


“อ..เอ่อ...”

 

 

 


“อะไรคะ..”

 

 

 

 

ฉันว่าฉันควรต้องบอกเธอ

 

 




“ฉันชอบเธอ...”

 

 



 

“.......”

 

 



 

มือข้างหนึ่งของเรายังคงกระชับกันแน่น เธอเอาแต่มองหน้าฉันแล้วไม่พูดอะไร อ่า.. หรือว่าฉันไม่ควรพูดกันนะ เสียงของใบไม้ที่สีกันเพราะลมพัด ยังดังน้อยกว่าเสียงหัวใจของฉันอีก ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอที่ฉันก็อ่านมันไม่ออก หรือว่าเธอจะโกรธ..

 

 


 

“อ เอ่อ....”

 

 


 

คนตัวเล็กกว่ายกนิ้วชี้มือที่ว่างอยู่ขึ้นแตะริมฝีปากของอีกคนก่อนที่เขาจะพูดอะไร ก่อนที่เธอจะขยับเข้าใกล้คนตัวสูงกว่าอีกนิดแล้วยืดตัวเพียงนิดหน่อย ประทับริมฝีปากบนแก้มใสของเขาเป็นคำตอบแล้วผละออกมา แก้มขาวคนทั้งสองขึ้นสีจางๆราวกับใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีไม่มีผิด ใบหน้าสวยของคนผมสีเข้มได้แต่ก้มลงซ่อนรอยยิ้มของเธอ ทั้งๆที่คราแรกเป็นขโมยจูบเขาเอง คงเป็นเพราะว่าอะไรที่คนตัวเล็กทำ มันดูน่ารักสำหรับเธอไปเสียหมด จนเธอไม่สามารถที่จะกลั้นรอยยิ้มนี้ไว้ข้างในได้

 


 


“เอ่อ...”

 

 

 


“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ มาเถอะ ฉันจะพาคุณไปดูอะไร”

 

 

 



เธอจูงมือฉันเดินย้อนไปที่ทางเขาสวนสาธารณะ ก่อนจะพาฉันไปดูที่ๆหนึ่ง...

 

 

 

 

หน้าฝนกำลังจะจากไป  ลมหนาวกำลังจะมา

แต่หลังจากนี้ฉันไม่ได้ตัวคนเดียว....


 

 

 

 

I don't wanna be so shy

Every time that I'm alone I wonder why

Hope that you will wait for me

You'll see that you're the only one for me

 



 

ต้นไม้ใหญ่ขนาดประมาณห้าคนโอบที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งกับสวนสารณะใกล้บ้านของเรา วันนี้เป็นวันเสาร์และเธอชวนฉันมาที่นี่ เธอมักจะชอบมาอ่านหนังสือคนเดียวเงียบๆใต้ต้นไม้ต้นนี้ ฉันมาก่อนเวลานัดสามสิบนาที เธอนัดฉันไว้ตอนบ่ายสามน่ะ แต่ฉันทนที่จะเจอเธอไม่ไหวแล้วล่ะ หรือฉันจะออกมาเร็วเกินไป ถ้าหากยืนรออยู่แบบนี้ก็คงจะเมื่อยแน่ๆ

 

 


ลมหนาวพัดมาเป็นระยะๆ คนตัวสูงเดินอ้อมไปข้างด้านหลังต้นไม้ก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิ พิงศีรษะกับต้นไม้ก่อนจะหลับตาลงอย่างรอคอย

 

.

 


.

 

 


.

 


 

บ่ายสามโมงห้านาทีแล้ว ฉันยืนถือหนังสือรอเธออยู่หน้าต้นไม้ ไปไหนของเธอนะ ดูแล้วก็ไม่ใช่คนที่ผิดเวลานะ หรือว่าเธอจะเบี้ยวฉัน

 


 

ลมหนาวพัดมาพาลให้ใจสั่น และฉันเริ่มจะกังวล

 

 

ตุบ !

 

 

เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกระทบกับพื้นหญ้าข้างหลังต้นไม้.. ฉันเริ่มเดินไปรอบๆต้นไม้ใหญ่และมันพาฉันวนมาเจอใครบางคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงนิทรา..

 

 

ลมหนาวพัดพาให้ใบไม้ร่วงหล่นลงมายังไม่มีที่สิ้นสุด สีทองของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีตัดกับสีผมสีเข้มของคนที่ยังคงท่องอยู่ในความฝัน ร่างเล็กค่อยนั่งยองๆลงตรงหน้าของอีกฝ่าย มือเล็กค่อยๆหยิบใบไม้ที่ตกลงมาออกจากตัวของเขา ใบหน้ายามหลับใหลคนเดียวกับที่นอนหนุนไหล่เธอบนรถเมล์วันนั้น ใบหน้าสวยไร้ที่ติที่เธอหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น คนตัวเล็กค่อยๆขยับเข้าใกล้อีกฝ่าย ริมฝีปากเล็กค่อยๆแตะสัมผัสที่ใบหน้าของเขาเบาๆอย่างกลัวว่าอีกคนจะตื่น...

 

 


 

“ฉันก็ชอบคุณเหมือนกัน..”

 

 


 

ฉันกระซิบเบาๆที่ใบหน้าของเธอ บอกให้รออยู่หน้าต้นไม้ แล้วดูสิ แอบมาหลับอยู่ตรงนี้นี่เอง มานานเท่าไหร่แล้วนะ ฉันค่อยๆนั่งขัดสมาธิลงข้างๆเธอ ปล่อยให้เธอนอนอยู่แบบนี้แหละ ดูท่าทางจะเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์สินะ หลับไม่รู้เรื่องแบบนี้... ฉันเปิดหนังสือก่อนจะพิงศีรษะไปกับไหล่บางของเธอเบาๆ

 

 

 


Just hang around and you'll see

There's nowhere I'd rather be

If you love me, trust in me

The way that I trust in you

 


 

ลมหนาวพัดพาให้ใบไม้ปลิวไปตามแรงของมัน คนตัวสูงลืมตาขึ้นเพราะใบไม้ที่ปลิวมาปะทะใบหน้าของเธอ ก่อนที่จะรู้สึกถึงน้ำหนักที่ไหล่บาง คนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มพร้อมกับหนังสือที่เปิดค้างอยู่ในมือ มือบางค่อยๆเอามือจับปอยผมของเธอให้เข้าที่ ดวงตาสวยมองสำรวจใบหน้าของอีกคนอย่างหลงใหลไม่แพ้กัน คนตัวสูงเอียงคอมองอีกคนอย่างไม่รู้เบื่อ ก่อนจะที่คนตัวเล็กจะรู้สึกตัวขึนมาจากการที่เธอขยับตัว

 

 

ฉันลืมตาขึ้นมา แล้วฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน กระพริบตาซ้ำๆเพื่อไล่ความพร่ามัว ก่อนจะพบใบหน้าของคนที่อยู่ข้างๆฉัน เอียงคอมองอยู่ห่างกันไปไม่กี่คืบ อย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้สิ

 

 



“มาแล้วทำไมไม่ปลุกฉัน..”

 


 

“ก็ฉันเห็นคุณกำลังหลับสบาย..”

 

 


ฉันหันหน้ามองไปทางอื่น ทำไมเธอชอบมองหน้าของฉันจังเลยนะ

 

 

 

“กี่โมงแล้วคะ”

 

 


 

“สี่โมงครึ่ง”

 

 

 

เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะส่งมือมาให้ฉันจับและลุกขึ้นยืนขึ้นมาเหมือนกัน

 

 


 

“ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะมืดเอา”

 


 

ฉันจับมือของเธอเพื่อจะเดินออกไป แต่เธอกลับยื้อเอาไว้ ใบหน้าสวยก้มหน้าลงมองพื้นแล้วเอาเท้าเขี่ยใบไม้ไปมา ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันหมายความอะไรอ่ะ แต่ถ้าใครมาเห็นรุ่นพี่สุดฮ็อตของโรงเรียนในท่าทางแบบนี้ละก็คงตลกกันน่าดู เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะมีความกล้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

 


 

“ลูดา..”

 

 



“คะ?

 



 

“ฉัน...ฉันขอ”

 

 


 

“ขออะไรคะ?

 

 



 

“ขอจูบเธอได้ไหม...”

 

 

 


 

 

ทีครั้งแรกไม่เห็นจะขอ...

 

 

 

 

 

“ไม่ตอบแปลว่าตกลงนะ..”

 

 

 

 

แบบนี้ก็ได้เหรอ ฉันไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยืนนิ่งให้เธอทำตามใจตัวเอง

 


 

มือบางจับไหล่เล็กทั้งสองข้างไว้ก่อนจะค่อยขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ยกมือข้างหนึ่งขึ้นจับเส้นผมสีทองสวยของคนตัวเล็กกว่าขึ้นทัดหู ใบหน้าสวยคมค่อยๆก้มลง ปลายจมูกโด่งแตะสัมผัสเบาๆที่ส่วนเดียวกันของคนตัวเล็กอย่างไม่รีบร้อน ลมหนาวพัดแรงจนใบไม้สีส้มเอยสีเหลืองเอยปลิวไปรอบๆคนทั้งสอง พลางปรากฏรอยยิ้มบางบนใบหน้าของคนตัวเล็กให้กับความขี้เล่นของอีกฝ่าย

 

ริมฝีปากบางค่อยๆเคลื่อนเข้ามาทับซ้อนกับริมผีฝากของฉัน ฉันจับเสื้อคอเสื้อของเธอไว้แน่นเมื่อรู้สึกเหมือนจะล้มลงไปให้ได้ ตอนนี้ฉันเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนลมหายใจของฉันกับลมหายใจของเธอ ริมฝีปากบางขบเม้มเบาๆอย่างหยอกล้อจนฉันเหมือนจะหายใจไม่ทันต้องทุบเข้าที่หน้าอกของเธอเบาๆ จนเธอค่อยถอนริมผีปากออกไปช้าๆ แต่จมูกของเธอยังคงคลอเลียอยู่กับจมูกของฉันอย่างเอาแต่ใจ

 

 


 

“เป็นแฟนกันนะ..”

 

 


 

เธอพูดทั้งที่ปลายจมูกของเธอยังคงคลอเคลียอยู่กับใบหน้าของฉัน ใบหน้าสวยคมที่บางครั้งกับดูทะเล้นผิดกับใบหน้าของเธอผละออกไปก่อนจะส่งสายตากระพริบๆมาให้ฉัน มือบางฉวยเอามือของฉันไปจับ ทำคิ้วตกเอียงคอมองกันเมื่อฉันไม่ยอมตอบสักที ดูทำหน้าเข้าสิ รุ่นพี่ที่ป็อปปูล่าที่สุดในโรงเรียนกำลังขอฉันเป็นแฟน..

 

 

 

“น นี่...”

 

 

 


“ค่ะ..”

 

 

 

คนตัวเล็กตอบเบาๆก่อนจะก้มหน้าลง เธอดีงมือคนที่สูงกว่าให้เดินไปด้วยกันแล้วเดินนำไปเพื่อไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีอ่อนๆของเธอ ใบไม้สีทองยังคงลอยละล่องไปในอากาศบดบังเส้นทางบ้าง แต่ไม่อาจซ่อนสีหน้าของคนทั้งสองไว้ได้ ใบหน้าสวยไม่อาจกักเก็บรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของเธอ มือเล็กที่กระชับแน่นคงเป็นคำตอบที่ดังกว่าเสียงของคนตัวเล็ก

 

 


“นี่ หยุดก่อนสิ..”

 


 

 

“อะไรอีกคะ”

 

 


 

ฉันหยุดเดินตามคำขอของเธอแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง จะให้หันไปได้ยังไงกันเล่า ก็ฉันเขิล..

 

 


 

“เธอเอาแต่เรียกฉันคุณๆๆ เรียกชื่อฉันได้ม้า..”

 

 

 


“ค ค่ะ.... พี่โบนา..”

 

 

 


เอาแต่ใจจริงๆ


 

 

 

Sometimes I run

Sometimes I hide

Sometimes I'm scared of you

But all I really want is to hold you tight

Treat you right, be with you day and night

 



 

“พี่ไม่มีหนังสือที่ต้องอ่านบ้างหรือไงคะ..”

 

ฉันเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เอาแต่เท้าคางมองฉันอยู่ได้ระหว่างที่ฉันกำลังอ่านหนังสือในช่วงบ่ายก่อนเลิกเรียนในห้องสมุดเป็นประจำของทุกวัน ช่วงเย็นไม่ค่อยมีคนมาใช้ห้องสมุดเท่าไหร่นัก เพราะนักเรียนคนอื่นๆถ้าไม่มีเรียนก็คงเตรียมตัวกลับบ้านกันกระมัง แปลกก็ที่คนตัวสูงที่ฉันบอกให้รอที่หน้าตึกก็ได้ไม่ยอมฟังเลยมานั่งมองหน้าฉันอยู่แบบนี้

 

 


“ไม่มี..”

 


 

“หนังสือที่ชอบก็ได้ค่ะ..”

 

 


“ก็เธอไง..”

 

 


“อะไรคะ..”

 

 


“หนังสือที่ชอบ”

 

 


“หูยยยยยยยยยยยยย..”

 


 

เสียงเพื่อนตัวแสบของฉันเอง สงสัยว่าเขาจะลืมไปหรือเปล่าว่ามิกิกับดาวอนก็นั่งอยู่ด้วย พูดมาได้อะไรไม่รู้

 

 

 

“พูดอะไรของพี่อ่ะ ฉันไม่คุยด้วยแล้ว”

 

 


ฉันย่นปากขู่ใส่เธอทีนึงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่มุมหนังสือเพื่อหาหนังสือเล่มใหม่แทน จริงๆเพราะไม่อยากอยู่ตรงนั้นต่างหาก สองคนนั้นต้องล้อฉันตายแน่ๆ ฉันเดินไปเรื่อยๆจนกว่าเจอเล่มที่ถูกใจ แต่ดูเหมือนมันจะอยู่สูงเกินไปหน่อย ฉันเอื้อมขึ้นไปหมายจะหยิบหนังสือเล่มนั้น ทว่ากลับมีมือของใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังฉันฉวยเอามันไปเสียก่อน กลิ่นน้ำหอมของเธอทำให้ฉันไม่ต้องเดาว่าเธอคงเดินตามฉันมา เธอยื่นหนังสือเล่มนั้นมาให้ฉันก่อนจะขยับเข้ามาจนใกล้ทำจนหลังของฉันพิงกับตู้หนังสือ

 

 

“เล่มนี้เหรอ..”

 

 

 

“พ..พี่โบนา”

 

 


เธอยิ้มให้ฉันก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอถ้าหากไม่เอาหนังสือมากันจมูกโด่งๆนั่นไว้ระหว่างใบหน้าของเราทั้งสองคนไว้ก่อน

 


จมูกโด่งสวยกระทบเข้ากับเล่มหนังสือเบาๆ คนตัวสูงกว่าค่อยๆจับมือเล็กที่ถือหนังสือไว้ค่อยๆเลื่อนมือของเธอลง ใบหน้าสวยก้มลงต่ำจนหน้าผากของทั้งสองชิดกัน นิ้วชี้เรียวของคนตัวสูงแตะที่ริมฝีปากของอีกคนเบาๆ

 


 

“ชู่วว.. อยู่นิ่งๆสิ”

 

 

 

ก่อนจะค่อยๆแทนที่ด้วยริมฝีปากของเธอแทน มือบางจับไหล่เล็กกดเบาๆเข้ากับตู้หนังสือ จมูกโด่งแนบชิดเข้ากับแก้มใสของคนตัวเล็ก ริมฝีบางๆค่อยตักตวงความหอมหวานและลมหายใจที่ค่อยๆถูกคนตัวสูงกว่าขโมยไป มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ของร่างเล็กดึงสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาของโรงเรียนของอีกคนไว้แน่นจนร่างของเขาแทบจะแนบชิดเข้ากับร่างของเธอ

 

 

ตุบ !

 

 

หนังสือที่ถือไว้ในตอนแรกไม่ได้มีน้ำหนักอะไร แต่ตอนนี้เธอกลับถือมันเอาไว้ไม่ไหวเสียแล้ว ทว่าเสียงตกของหนังสือได้เรียกสติของคนทั้งสองไว้ คนตัวสูงกว่าค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง เธอค่อยๆก้มลงหยิบหนังสือที่ตกลงไปอยู่ทีพื้น ก่อนจะยื่นมันคืนให้กับคนตัวเล็ก

 

 

 

“ถือให้มันดีๆหน่อยสิ”

 

 

 

“ยังจะมาพูดอีก”

 

 

 

ร่างเล็กใช้หนังสือดันหน้าของคนตัวสูงกว่าที่ไม่วายเอาหน้าเข้ามาใกล้แล้วทำเป็นยิ้มเหมือนคนไม่ได้ทำอะไรผิด แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ออกแรงทุบเบาๆที่ไหล่บางก่อนจะผลักให้เขาหลีกทางเธอ ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปถูกจับกินแน่ๆ ...

 


 

ไม่ได้อยากจะเดินหนีหรอกนะ แต่ฉันกลัวว่าหากปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเองมากเกินไป ฉันเองอาจจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ก็ดูเธอทำเข้าสิ ฉันอยากจะเอาหนังสือฟาดหน้าสวยๆของเธอสักสองสามทีหากไม่กลัวว่ามันจะช้ำเสียก่อน ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่เพราะอะไรกันฉันถึงรู้สึกดีขนาดนี้

 


 

“ไปไหนมาอ่ะ”  มิกิถามเมื่อฉันกลับมาถึงที่โต๊ะที่เรานั่งกันอยู่

 

 


“ก็..ไปหยิบหนังสือ”

 


 

 

“ไปหยิบหนังสือ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย..”  เอ๊ะ.. จับผิดจริงๆเลยคนพวกนี้ ซุบซิบกันสองคนคิกคักอีกนะ

 

 

 


“กลับบ้านกันเถอะ” 

 


 

คนตัวสูงกว่าเดินตามออกมาจากชั้นหนังสือแล้วหยุดยืนอยู่ข้างหลังก่อนจะชะโงกหน้ามาพูด ฉันอยากจะฟาดเธอเข้าให้จริงๆแล้วสิ แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าทำตาเหมือนคนง่วงนอนแบบนี้เลย ทีงี้มาทำเป็นง่วงนอน

 

 


“สี่โมงแล้วนะลูดา”

 

 

 

“โอเค งั้นกลับก็ได้ค่ะ” แล้วฉันจะไปปฎิเสธอะไรได้

 

 


 

“พี่เขาขี้อ้อนจังเลยเนอะ” มิกิเข้ามากระซิบที่หูฉัน ขี้อ้อนอะไรล่ะ แกล้งกันล่ะสิไม่ว่า...

 

 

 

 

 

พอหมดหน้าฝนแล้วเรามักจะเดินกลับบ้านด้วยกันทุกวัน จริงๆแล้วเพราะว่าการเดินกลับบ้านทำให้เราอยู่ด้วยกันนานขึ้นต่างหาก หน้าฝนเป็นฤดูที่ฉันชอบที่สุด อาจเป็นเพราะเธอก็ได้ คุณว่าเรื่องในวันนั้นเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าการเข้าไปหาเธอครั้งนั้นเป็นความตั้งใจ ใบไม้ร่วงโปรยปรายไปตามเส้นทางที่เราใช้เดินกลับบ้าน มือของเธอจับฉันแน่นเหมือนที่ฉันก็จับมือเธอเอาไว้ บางทีฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าคนสวยขนาดเธอสนใจอะไรในตัวฉัน เธอเป็นที่หมายตาของเด็กสาวในโรงเรียนตั้งมากมาย หรือไม่ว่าจะใครก็ตาม บางทีมันทำให้ฉันกลัวและเริ่มจะกังวล.. แต่คุณรู้อะไรไหม เธอเลือกฉัน พี่โบนาเลือกฉัน และฉันก็เชื่อเธอ..

 

 

ลมหนาวกำลังจะมา แต่ว่าฉันไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ...



---------------------------------------------------------------------------


เอาพาร์ทต่อมาฝากค่ะ >< 


ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีพาร์ทต่ออะไร นี่มาสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ 5555

เป็นตอนหลังจากอดีตของพาร์ททีแล้วที่ไม่มีอะไรเลยค่ะ นอกจากพิโบนาจะจับน้องกินอย่างเดียว จริงๆจะเห็นได้ตั้งแต่พาร์ทแรก 5555


ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ หวังว่าจะชอบกันนะคะ ><


ใครยังไม่ได้อ่านพาร์ทแรก คลิก -  พาร์ทแรก - Please don't stop the rain 

                                          พาร์ทสาม - Only One

 


 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Unidentified_B

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Ta Tam
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:52
    พาร์ท 3 ขอเถอะค่ะ

    #6
    0
  2. #5 pjuu
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:47
    ฮวืออออออออ อบอุ่นโรแมนติกเช่นเคยค่ะ

    เค้ารู้สึกว่านี่คือฟีลที่ได้จากการชิปโบลูเลยค่ะ อบอุ่นนนน ;-----;

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ เป็นฟิคโบลูที่เราประทับใจที่สุดเลย ;////;

    #5
    0
  3. #4 U.U
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 18:36
    แดดิ้น แล้วตายอย่างสงบ คือแบบฆ่าคนโสดมากกกก อิจ มากค่ะไรท์ ฮือ เรามันคนไร้คู่
    #4
    0
  4. #3 DeeTheDay
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 07:13
    น่ารักมากค่ะ ฮื้อออ อยากได้แฟนแบบพิโบ คนอะไรน่ารักแบบนี้
    #3
    0
  5. #2 อูจูลูกรัก
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 14:18
    โอ๊ยน่าร๊ากอ่า เขินไปหมดแล้ว ><
    #2
    0
  6. #1 Justsomeone
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 23:55
    น่าร้ากกก พี่โบนาคนขี้แกล้งทำน้องเขินตลอด
    #1
    0