คัดลอกลิงก์เเล้ว

[One-Shot]Please Don't Stop The Rain (Bona x Luda)

We can make this last forever, so please don't stop the rain #WJSN #BonLu

ยอดวิวรวม

1,207

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,207

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


34
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 เม.ย. 60 / 20:48 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




Please Don't Stop The Rain

If it's gonna be a rainy day 
There's nothing we can do to make it change 
We can pray for sunny weather 
But that won't stop the rain 
Feeling like you got no place to run 
I can be your shelter 'til it's done 
We can make this last forever 
So please don't stop the rain 
.
.
.
James Morrison

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 เม.ย. 60 / 20:48

บันทึกเป็น Favorite







Please Don’t Stop The Rain

 

ลอนดอน..

 

ร่มสีสดใสเคลื่อนไหวกันไปตามจังหวะเดินของผู้คนตามท้องถนน ฝนบางๆที่โปรยปรายลงมาโดยไม่บอกให้รู้ล่วงหน้าเป็นประจำทำให้ร่มเป็นของที่ต้องพกติดตัวเป็นประจำของคนที่นี่ ถึงแม้ฝนจะตกลงมาอย่างไม่รู้ว่าจะหยุดเมื่อไหร่ แต่วันนี้ท้องฟ้ากลับสดใสเป็นพิเศษ มันทำให้ฉันนึกถึงครั้งแรกที่ฉันเจอกับเธอ...


 

“คิดอะไรอยู่เหรอคะ พี่โบนา”


 

แก้วกาแฟอุ่นถูกยกขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าสวยของคนที่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเอาแต่แอบยิ้มอยู่คนเดียว..


 

ฉันรับแก้วกาแฟจากมือของเธอมา ควันสีขาวกับกลิ่นหอมอ่อนๆของกาแฟทำให้ฉันอดที่จะก้มลงไปสูดดมความหอมหวานของมันไม่ได้


 

“มีอะไรดีๆเหรอคะ”


 

ร่างบางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาจากแก้วกาแฟก่อนจะมองผ่านควันขาวมายังคนตัวเล็กที่ยืนรอคำตอบจากเธออยู่


 

ฉันส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบก่อนจะอมยิ้มหลังแก้วกาแฟ ก็คิดถึงเธออยู่น่ะสิ...

 

 

 

 

 

 

โซล...

 

กลุ่มเด็กนักเรียนแออัดยืนเบียดกันอยู่ใต้ร่มของป้ายรถเมล์เพราะฝนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดนี่แท้ๆ แต่วันนี้ฉันเลือกที่จะยืนรับสายฝนอยู่ข้างนอกหลังคาของมัน ไม่รู้สิ หากวันนี้คุณเจอเรื่องน่าผิดหวังอย่างคะแนนสอบห่วยๆก็คงอยากจะเงยหน้ารับน้ำฝนซะบ้าง แล้วฉันจะกลับไปบอกแม่ยังไงล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะให้รถเมล์มาช้าๆเสียซะอย่างนั้น

 

เด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลาย ผมยาวสีน้ำตาลของเธอเปียกฝนจนดูไม่เป็นทรง เสื้อผ้าเปียกปอนไปหมด เธอยังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้ารับน้ำฝนราวกับว่าโลกจะแตกเอาวันนี้

 

ฉันหลับตาลง อยากจะยืนอยู่อย่างนี้สักห้านาที แต่จู่ๆก็มีวัตถุอะไรบางอย่างเคลื่อนมาบังใบหน้าฉันของฉันไว้

 


“ลืมร่มเหรอคะ”

 


ฉันลืมตาขึ้นก่อนจะพบร่มแบบโปร่งแสงสีส้มกับเจ้าของของมัน เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่ตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อย เธอใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเดียวกับฉัน แต่แปลกที่ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน หรือว่าจะเป็นรุ่นน้องนะ

 


“คุณไม่ควรจะออกมายืนตากฝนแบบนี้นะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

 


เธอพูดก่อนจะยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหยดน้ำฝนบนหน้าของฉันโดยพละการ ตัวของเราอยู่ใกล้กันมากจนฉันได้สำรวจใบหน้าของเธอใกล้ๆระหว่างที่เธอกำลังเช็ดน้ำฝนบนหน้าของฉันอย่างเอาจริงจัง ผมของเธอยาวแค่เกือบประบ่า และสีน้ำตาลประกายส้มนั่นก็ดูแปลกตาแต่กลับน่าประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ระหว่างนั้นสายตาของเราสบกันเพียงเกือบนาทีจนเธอกลับเป็นฝ่ายที่ต้องหลบไปเสียก่อน เธอเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋าก่อนจะรีบบอกลาฉันไป

 


“รถของฉันมาแล้วล่ะค่ะ นี่ร่มของฉัน คุณเก็บไว้ใช้ก่อน ฉันไปก่อนนะคะ วันหลังอย่าลืมร่มนะคะ”

 


ร่างเล็กยัดร่มใส่มือของอีกฝ่ายก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถเมล์ไป ไม่ทันได้ฟังที่อีกคนจะพูด



“ด เดี๋ยวสิ.. นี่ก็รถฉันเหมือนกันนะ”

 


อ..อ่าว ไปซะแล้ว คนอะไรแปลกคน อยู่ดีๆก็เดินมากางร่มให้กันแล้วหนีไปเสียอย่างนั้น แต่เพราะอะไรกันถึงทำให้ฉันยิ้มออกมาก็ไม่รู้ ลืมร่มอย่างนั้นเหรอ คิม โบนา ไม่เคยลืมร่มสักหน่อย..

 

 

 

 



“ยิ้มอยู่ได้.. ตกลงจะบอกได้หรือยังคะว่ามีเรื่องอะไรดีๆ”


 

ร่างบางไม่ตอบก่อนจะวางแก้วกาแฟลงข้างเตียง แล้วรวบเอวบางของคนตัวเล็กภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคล่งลงมานอนบนเตียงใหญ่ด้วยกัน

 


“พี่โบนา อย่าเล่นแบบนี้สิ”


 

คนตัวเล็กดิ้นออกจากอ้อมกอดของอีกคน ยกหมอนฟาดเบาๆไปที่อีกฝ่ายรัวๆก่อนที่จะถูกรวบลงไปนอนแผ่อีกครั้ง คนตัวสูงกว่าส่งยิ้มกว้างให้คนที่ตัวเองจับให้นอนนิ่ง นิ้วเล็กๆของคนข้างหลังดันจมูกโด่งของคนตัวสูงไว้ก่อนที่เขาจะก้มลงมา

 


“บอกมาก่อนค่ะ”

 


“ลูดา..”

 


“บอกมาสิ”

 


“ก็. คิดถึงเธออยู่น่ะสิ”


 

ร่างบางนั่งลงขัดสมาธิข้างๆคนตัวเล็กที่ยังคงนอนอยู่ ผมยาวสีน้ำตาลถูกรวบไว้ข้างบ่าข้างขวาขับใบหน้าสวยให้ดูคมขึ้น และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เหมือนจะใสไว้คู่กัน เธอหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่ตรงหัวเตียงอีกครั้ง

 


“คิดถึงฉัน.. ฉันก็อยู่ตรงนี้ไงคะ”

 


ฉันลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิตามพี่โบนาแล้วหันหลังให้เธอก่อนจะเอนหัวไปพิงกับไหล่บาง

 


“ไม่ใช่แบบนั้นสิ คิดถึงครั้งแรกที่เราเจอกันต่างหาก..”

 


มือบางสอดมาข้างหน้าก่อนจะโอบร่างของคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนเบาๆ มือบางแอบหยิกจมูกของอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว

 


“เจ็บนะ พี่โบนา”

 

 




 

วันนี้ฝนก็ตกอีกตามเคย และฉันไม่มีร่ม..

 

แล้วฉันให้ร่มเธอคนนั้นไปทำไมกันนะ ก็แค่กลัวว่าเธอจะเปียกฝน แล้วฉันจะกลัวว่าเธอจะเปียกฝนทำไมกัน สงสัยว่าคนสวยๆอย่างเธอมายืนตัวเปียกโชกทำอะไรกันนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ใช่ เธอสวยมากๆเลยล่ะ พอยิ่งเข้าไปใกล้ๆเธอแล้วฉันยิ่งรู้สึกว่าฉันไม่ควรอยู่ตรงนั้นเอาเสียเลย ช่างเถอะ ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องเปียกสินะ

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ร่างเล็กยกกระเป๋านักเรียนขึ้นบังศีรษะแทนที่บังฝนก่อนจะวิ่งออกจากร่มหลังคาของโรงเรียนเพื่อข้ามฝั่งไปยังป้ายรถเมล์

 


“ลืมร่มเหรอคะ”

 


ขณะที่ฉันยืนรอรถเมล์อย่างใจจดใจจ่อ ร่มสีส้มคุ้นตาของฉันก็มาปรากฎอยู่ตรงหน้าพร้อมกับคนที่ถูกบังคับให้ยืมมันไปจากฉันกำลังส่งยิ้มกว้างมาอยู่ข้างๆ

 


“ฉันเอาร่มมาคืนค่ะ ขอบคุณนะคะเมื่อวาน วันนี้ฉันถือให้”

 


“แล้วร่มของคุณล่ะคะ”

 


“ลืม..”

 


ลืม.. ลืมได้ไง ก็เมื่อวานฉันก็บอกอยู่ว่าอย่าลืมร่ม ถือร่มของคนอื่นมาแต่ไม่เอาร่มของตัวเองมานี่นะ

 


“ฉันขอยืนกับคุณได้ไหมคะ”

 


“ด ได้สิ”

 


ผมสีน้ำตาลเมื่อไม่เปียกฝนอยู่ทรงทำให้ฉันเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น เธอขยับเข้ามาหาฉันใกล้ขึ้นเมื่อฝนสาดแรง เธอตัวสูงกว่าฉันนิดหน่อย การถือร่มของเธอดูเหมือนจะไม่มีปัญหาแต่มันทำให้ฉันดูเหมือนมาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจที่เธอก้าวเข้ามาจนทำให้ปลายจมูกของเราเฉียดกันในจังหวะเดียวกับที่เธอก้มลงมาพอดี สายตาของเธอมองลึกเข้ามาที่ดวงตาของฉัน

 

ร่างเล็กยิ่งตกใจมากกว่านั้นจึงรีบก้าวเท้าถอยออกมาโดยไม่ได้ระวัง แต่กลับถูกมือบางรวบเข้าหาตัวเสียก่อนที่เธอจะพลัดตกฟุตบาทไปเพียงอีกก้าวเดียว

 


“ระวังหน่อยสิ”

 


“ก็คุณ..”

 


คนตัวเล็กจะพูดแต่ก็กลับหันหน้าหนี..

 


ก็ใครให้เอาหน้าเข้ามามองใกล้กันอย่างนี่เล่า ถึงจะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็เถอะ แต่เธอก็สวยจนฉันแอบจะหลงได้เหมือนกันยามอยู่ใกล้กันขนาดนี้ แล้วจะยังมาทำหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้อีก

 


“เอาร่มฉันมาค่ะ ฉันถือเอง”

 


“ไม่ได้ค่ะ วันนี้ฉันจะถือให้”

 


“นี่มันร่มของฉันนะคะ”

 


เธอยกร่มขึ้นสุดมือของเธอจนฉันเอื้อมไปไม่ถึงจนต้องกระโดดไปมา ทำไมถึงทำอย่างนี้ล่ะ

 


“อยู่นิ่งๆสิ เดี๋ยวก็เปียกหมดหรอก”

 


ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว อยากถือก็ถือไป

 


คนตัวเล็กหยุดกระโดดไปมาก่อนจะกอดอกหันหน้าหนีอีกฝ่ายเสีย เธอพองลมที่แก้มจนดูน่ารักเกินไปสำหรับใครต่อใครที่ผ่านมาเห็นรวมถึงคนที่อยู่ข้างๆเธอด้วย นิ้วเรียวของคนตัวสูงกว่าจิ้มไปที่แก้มของเธอรัวๆ พร้อมกับก้มหน้าลงมาจากด้านหลัง

 


“นี่ โกรธฉันเหรอ”

 


“ใครโกรธคุณ..เอามือออกไปเลย”

 


“งั้นเราดีกันนะ”

 


“ก็บอกว่าไม่ได้โกรธไงล่ะ รถของฉันมาแล้วล่ะค่ะ”

 


ฉันหันไปหาเธอเพื่อจะบอกลา

 


“รถของฉันเหมือนกัน”

 


“แต่เมื่อวาน..”

 


“ก็เธอวิ่งหนีไปก่อน“

 


ก็จริง ฉันหันหน้าหนีเธอแก้เก้อรอรถเมล์มาจอดเทียบป้ายก่อนเราทั้งสองคนจะเดินขึ้นรถเมล์ไปด้วยกัน เธอนั่งลงข้างๆฉันที่นั่งอยู่ทางฝั่งริมหน้าต่าง เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเพราะยังไม่ถึงป้ายถัดไปคนข้างๆฉันก็หลับไปเสียแล้วเมื่อฉันรู้สึกได้ถึงแรงกดเบาๆที่ไหล่ อะไรของเธอกันนะ สอบกลางภาคของโรงเรียนคงเล่นงานเข้าสิท่า ใบหน้ายามหลับใหลของเธอดูสงบนิ่งและอดไม่ได้ ที่ฉันจะขอแอบดูเธอแบบนี้ ผมสีน้ำตาลดูเข้ากับเธอมากจริงๆ คนสวยๆแบบนี้ทำไมถึงกลับบ้านคนเดียวกันนะ

 

คนตัวเล็กสะกิดคนข้างๆเบาเมื่อถึงที่หมายของเธอ จริงๆแล้วบ้านของทั้งสองอยู่ไกลจากโรงเรียนไม่มากนัก แต่การนั่งรถเมล์ก็ช่วยให้ประหยัดเวลาไม่ใช่น้อย

 


“ถึงป้ายของฉันแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ”

 


“เดี๋ยวสิ..”

 


“อะไรคะ”

 


“ขอบคุณนะ..”

 


คนตัวเล็กผงกหัวให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินลงรถไป

 

อ่าว ร่ม ฝนหยุดแล้วก็จริงแต่ฉันกลับวางร่มลืมไว้บนรถเมล์ อ่า หวังว่าเธอจะเก็บไว้ให้ฉันนะ

 

.

.

.

 

“นี่ ลูดา เมื่อวันเธออยู่กับใครเหรอ”

 

เสียงของดาวอนดังขึ้นขณะที่เรากำลังเดินไปทานอาหารกลางวันกันที่โรงอาหาร

 

“ใครเหรอ”

 


“ก็ที่ป้ายรถเมล์ไง” คราวนี้เป็นมิกิ

 


“ไม่ได้อยู่กับใครสักหน่อย”

 


“เอ..แต่ว่าพวกฉันเห็นนะ เธอชื่ออะไรน้า ฉันรู้สึกคุ้นๆหน้าเขามาก”

 


“ก็บอกว่าไม่ได้อยู่กับใครสักหน่อย รีบไปกันเถอะ”

 


นั่นสิ แล้วเธอชื่ออะไรกันนะ...

 

 








“พี่โบนา วันนี้เรามีเรียนตอนบ่ายนะคะ”

 

เสียงของลูดาดังขึ้นปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์ ขณะที่เธอยังนั่งเอนหลังพิงไหล่ฉันอยู่

 


“พี่ไม่ลืมหรอกค่ะ”

 


ฉันเอี้ยวตัวไปหยิบเอาแก้วกาแฟที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาดื่ม ลูดาเอนตัวขึ้นจากไหล่ของฉันหลังจากที่เรานั่งกันอยู่แบบนี้ได้สักพัก เธอหันหน้ามาหากันก่อนจะฉวยเอาแก้วกาแฟจากมือฉันไป

 


“กาแฟนี่มันดีตรงไหนกันนะ”

 


เธอพูดก่อนจะดื่มมันไปคำนึงแล้วทำหน้าขมเสียเต็มประดาทั้งๆที่เธอชงมันก็หวานออก

 


“ดีที่เธอเป็นคงชง”

 


“เดี๋ยวก็สาดเข้าให้หรอกค่ะ”

 


เธอส่งแก้วกาแฟคืนให้ฉันก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆกันแล้วชิงความหอมหวานจะใบหน้าของฉันแทน

 


ร่างเล็กที่อยู่ในท่าคุกเข่าเตรียมลุกจะจากเตียงค่อยๆขยับเข้าหาร่างสูงก่อนจะประทับริมฝีปากของเธอบนใบหน้าสวยของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการแก้รสขมจากกาแฟหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน

 


“ไปแต่งตัวได้แล้วค่ะ”

 


ลูดาลุกออกจากเตียงไปก่อนจะจัดการเก็บผ้าห่มและจัดเตียงให้เรียบร้อย

 


“แล้วตรงนี้ล่ะ”

 


ฉันชี้มาที่ริมฝีปากของฉัน ขณะที่เธอกำลังวุ่นวายกับผ้าปูเตียง

 


“เดี๋ยวก็สาดเข้าให้จริงๆหรอกค่ะ ลุกขึ้นเร็ว...”

 

 

 









ถ้าฉันขออะไรได้หนึ่งอย่างตอนนี้ ก็คงจะขอให้ฝนตก..

 

วันนี้ไม่มีวี่แววของคนตัวเล็กเลย ฝนก็เช่นกัน นี่ฉันกำลังกังวลอะไรกันอยู่นะ.. วันนี้คนที่ป้ายรถเมล์มีไม่มากนัก แต่ผู้คนกลับเดินสัญจรไปมามากกว่าปกติคงเพราะฝนไม่ตก

 

หลังจากที่ฉันคืนร่มที่เธอลืมไว้บนรถเมล์ไปเมื่อวาน ฉันก็ลืมที่จะถามชื่อเธออีกแล้ว

 



แปะๆๆ...


 

ขณะที่ร่างสูงกำลังยืนคิดอะไรเหม่อเลย ฝนก็ตกลงมาเสียอย่างนั้น ไม่มีการเตือนล่วงหน้าใดๆแต่สีหน้าของเธอดูดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับไม่ปรากฎวี่แววของคนตัวเล็กกว่าอยู่ดี รถเมล์สายที่เธอนั่งผ่านไปคันแล้วคันเล่า แต่ใบหน้าสวยยังคงหันมองไปมาเหมือนกำลังหาใครบางคนอยู่ท่ามกลางสายฝน

 



“โบนา ทำอะไรของเธอน่ะ”

 


“ซอลอา.. มาทำอะไรที่นี่”



ฉันเอามือทั้งสองข้างป้องตากันน้ำฝนไว้ เพื่อให้มองเห็นคนใต้ร่มโปร่งแสงสีแดงซึ่งนั่นก็คือเพื่อนร่วมชั้นของฉันนั่นเอง ปกติเธอไม่ได้มารอรถเมล์สักหน่อย

 


“วันนี้พ่อของฉันติดธุระน่ะ ว่าแต่เธอเถอะ ทำอะไรอ่ะ ทำไมไม่กางร่ม เปียกหมดแล้ว”

 



“ร่ม !!!

 



เสียงของฝนมันดังจนฉันต้องตะโกน

 



“ร่มที่เธอพกมาทุกวันไงล่ะ วันนี้ฉันก็เห็นมันอยู่ในกระเป๋าเธอนี่”

 


“เออ ใช่สิ”

 



ลืมไปเลยว่าเคยมีร่ม ฉันหยิบร่มแบบโปร่งสีน้ำเงินออกมากางเสียให้เธอสบายใจ เดี๋ยวเธอจะว่าฉันบ้าหรือเปล่ามีร่มแต่ไม่กาง ซอลอาขึ้นรถไปแล้วแต่ฉันยังคงยืนอยู่ ความผิดหวังแบบนี้นี่มันอะไรกันนะ...

 

 






พี่โบนายังคงนั่งดื่มกาแฟอยู่บนเตียงและเอาแต่หันมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากที่จัดความเรียบร้อยของเตียงแล้ว ฉันเดินไปนั่งลงข้างๆเธอ บอกคิดถึงฉันแล้วเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง

 

ร่างเล็กค่อยๆเอนศีรษะของเธอพิงเข้ากับตัวของอีกฝ่าย ใบหน้าขยับเข้าใกล้ลำคอขาวของคนตัวสูงกว่าก่อนจะกดจูบที่สันกรามของเขา ร่างสูงวางแก้วกาแฟลงอีกครั้งก่อนจะละสายตาจากหน้าต่างแล้วหันมาสนใจคนข้างๆแทน โบนาอาศัยจังหวะที่อีกคนเผลอกดไหล่คนตัวเล็กกว่าลงกับเตียง

 


“พี่โบนา บอกว่าอย่าเล่นไงคะ”

 


“ชู่วว.. ฟังเสียงฝนสิคะ”

 


ฉันเงียบตามที่เธอบอกก่อนที่เธอจะก้มลงมาชิงเอาความหอมหวานจากริมฝีปากของฉันเนิ่นนาน

 

มือเล็กสอดไปผ่านกลุ่มผมสีน้ำตาลของร่างสูง กดต้นคอของเขาลงมาให้รับความหอมหวานได้ถนัด จมูกโด่งต่างหลีกทางให้กันเมื่อริมฝีปากทำหน้าที่ได้ดีกว่า ริมฝีปากบางตักตวงความหวานกันอย่างไม่รู้เบื่อจนมือบางของคนตัวสูงพยายามจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของคนข้างที่อยู่ข้างล่าง

 



“อื้อ.. พี่โบนา ตอนบ่ายเรามีเรียนนะคะ”

 



ฉันพยายามพูดขณะที่จมูกโด่งของเธอเริ่มจะไล่หาความหอมหวานอย่างซุกซนจากลำคอของฉัน

 



“เม็ดเดียวก็ได้นะ”



 

พูดอย่างนี้กับสายตาแบบนี้หมายความว่าอะไรของพี่โบนากันนะ

 


แล้วจะได้ไปเรียนไหม...

 

 

 







วันนี้ฉันก็ไม่ได้เจอเธอเหมือนเดิม แถมรถเมล์ก็ยังไม่มาตามเวลาอีกด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ฝนก็ไม่ตกสักหน่อย ขณะที่ฉันยืนชะเง้อมองรถเมล์อยู่ก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนเบียดฉันทั้งๆที่พื้นที่ก็มีเยอะแยะ

 


“รถเมล์ยังไม่มาอีกเหรอคะ”

 


“อ้ะ เธอ”



คนที่ฉันอยากเจอที่สุดตอนนี้มาปรากฎตัวแล้ว

 



“ดีจังเลยนะคะที่วันนี้ฝนไม่ตก”

 


ก็ดีถ้ามีเธออยู่ด้วย

 


“แต่รถยังไม่มาเลยนะ”

 


“งั้นวันนี้เราเดินกลับกันไหมคะ”


 

เธอไม่รอฉันตอบแล้วฉวยมือลากให้ฉันเดินไปด้วยกันแทน คนที่ฉันอยากเจอ คุณพอจะนึกออกหรือเปล่า คนที่เปลี่ยนให้วันทั้งวันของคุณเป็นวันดีๆ เพียงแค่ได้พบหน้า เราเดินผ่านร้านค้าต่างๆตามท้องถนน เธอพาฉันเดินตามเส้นทางที่รถเมล์วิ่งปกติธรรมดา แต่ทางเดินกับพิเศษขึ้นเมื่อมือของเราจับกันแน่น เราแทบจะไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ชื่อก็ไม่รู้ แต่เธอก็ไม่ปล่อยมือฉันเลย

 


ลมเย็นพัดพาใบไม้ลอยผ่านร่างของทั้งสองไป แต่พวกเธอดูเหมือนจะไม่เร่งรีบ ทั้งสองคนเดินผ่านส่วนสาธารณะที่อยู่ระหว่างทางกลับบ้าน แต่ดูเหมือนว่าฝนจะตกลงมาเสียแล้ว

 


“อ๋า ฝนตก”

 


เธอร้องอย่างตกใจ

 


“ร่มของเธอล่ะ”

 


ฉันถามพร้อมกับจูงมือเธอเข้ามาหลบใต้ต้นไม้ต้นนึงริมถนนข้างสวนสาธารณะ ฝนตกแรงมากจนเราไม่สามารถเดินต่อไปได้

 


“ฉันลืม..”

 


“อ อ่าว”

 


และดูเหมือนเราจะต้องติดอยู่ใต้ต้นไม้แบบนี้ ตัวของพวกเราเปียกปอน ร่มเงาของต้นไม้คงจะเอาไม่อยู่และเธอดูเหมือนจะใส่แค่คาดิแกนตัวบางของโรงเรียน ฉันถอดแจ็คเก็ตตัวหนาของโรงเรียนออกก่อนจะยกมันขึ้นเพื่อเนื้อหัวเพื่อบังน้ำฝน และด้วยความที่ฉันตัวสูงกว่าเธอที่กำลังยืนกอดกระเป๋านักเรียนอยู่ ฉันจึงหันหน้าเข้าหาเธอ เธอค่อยๆขยับเข้ามาใต้ร่มของแจ็คเก็ตที่ฉันยกไว้เหนือศีรษะ เธอมองหน้าฉันแล้วหัวเราะออกมาและมันทำให้ฉันหัวเราะออกมาด้วย ท่าทางของพวกเราคงจะดูตลกเพราะฉันก็สูงไปกว่าเธอไม่มากนัก แต่ขอโทษนะ ฝน.. ช่วยตกนานกว่านี้จะได้ไหม

 




“ฝนเริ่มเบาแล้วล่ะ”


 


ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าเมื่อเห็นว่าฝนเริ่มซาลงแล้ว

 


“ไปกันเถอะค่ะ ใกล้จะถึงบ้านของฉันแล้ว”

 


เธอฉวยเอามือของฉันไปอีกครั้งก่อนที่เราจะวิ่งออกจากร่มเงาของต้นไม้ ฝนยังคงโปรยปรายลงมาแต่กลับดูไม่เป็นอุปสรรคของเราสองคน ดูเหมือนเธอจะสนุกกับการวิ่งตากฝนแบบนี้  ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเธอทำให้ฉันไม่อยากจะให้ฤดูฝนจบลงเลย

 


เด็กสาวสองคนในชุดนักเรียน ม.ปลายสลับกันส่งยิ้มให้กันระหว่างวิ่งขึ้นเนินถนนกลางสายฝน พวกเธอวิ่งกันมาถึงหน้าบ้านหลังนึงก่อนจะหยุดที่บ้านหลังนั้น

 



“ถึงแล้วล่ะค่ะ คุณอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ”

 


เธอวิ่งเข้าบ้านไปสักพักก่อนจะออกมาพร้อมร่มสีคุ้นตา

 


“อ่ะนี่ค่ะ บ้านของคุณคงจะอยู่อีกไม่ไกล เอามันไปใช้ก่อนนะคะ”

 


เธอพูดแล้วนำร่มมาให้ฉันถือพร้อมกับนำผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำฝนบนใบหน้าของฉัน

 


“ขอบคุณนะ”

 


“ไปได้แล้วค่ะ”

 



เธอดันตัวฉันให้เดินออกไปได้แล้วเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไปไหนสักที...

 

 

 



 

พี่โบนาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับสกินนี่สีดำสวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อน ส่วนฉันใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับสกินนี่สีดำพร้อมกับเสื้อโค้ทสีเทา อากาศของลอนดอนตอนนี้เอาแน่นอนอะไรไม่ได้เมื่อฝนยังคงตกลงมา นี่ก็บ่ายแล้ว เรากำลังจะออกไปเรียนที่มหาลัยด้วยกัน พี่โบนากำลังเก็บหนังสือที่ต้องใช้ในการเรียนวันนี้ใส่กระเป๋า

 


“พี่โบนา เสร็จหรือยังคะ”

 


“แปปนึงสิ ใกล้จะเสร็จแล้ว”


 

เธอเดินมาพร้อมกับกุญแจห้องพักของเรา ก่อนจะหยิบหมวกมาสวมให้ฉันที่ยืนรออยู่หน้าประตูสักพักแล้ว

 


“ร่มล่ะคะ”

 


“คันนี้ไง”

 


“มันไม่เก่าไปแล้วเหรอคะ”

 


“ก็ฉันชอบมันนี่”


 

ร่มแบบโปร่งแสงสีส้มถูกยกขึ้นมากางทันทีเมื่อเราเดินพ้นร่มหลังคาของตัวอพาร์ทเมนท์ ฉันยกแขนขึ้นคล้องกับแขนของพี่โบนาข้างที่ถือร่มไว้ ร่มคันนี้มักจะทำให้เธออารมณ์ดีเสมอ ก็แค่ร่มธรรมดาแสนพิเศษของฉันเอง...

 

 

 





วันนี้ฉันยืนรอเธออยู่ที่ป้ายรถเมล์พร้อมกับร่มของเธอ ฝนไม่ได้ตกหรอกนะ ผู้คนและนักเรียนคนอื่นๆก็เริ่มจะหายไปจากป้ายรถเมล์ ฉันสงสัยเหลือเกินว่าทำไมเธอถึงยังไม่มา ทั้งๆที่ฉันตั้งใจจะมาคืนร่มเธอแท้ๆ นี่มันเกือบจะห้าโมงแล้วและก็มีแต่ฉันคนเดียวที่ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์และท้องฟ้าก็ดูอึมครึมเหลือเกิน

 


“ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน พอดีฉันติดติวหนังสือน่ะค่ะ”

 


เธอวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ป้ายรถเมล์

 


“ดีจังเลยที่คุณยังอยู่”

 


“อ่ะนี่ ร่มของเธอ”

 


ฉันส่งร่มคืนให้กับเธอ

 


“รถมาแล้วล่ะค่ะ”



เธอพูดพร้อมกับชี้ออกไปที่รถเมล์ที่เห็นอยู่ไกลๆ

 

ร่างเล็กเตรียมตัวพร้อมที่จะขึ้นรถแต่เธอกลับไม่ได้ระวังว่าพื้นแถวนั้นมันลื่น จังหวะที่ก้าวเดินออกไปจึงทำให้เธอลื่นเกือบถลาออกไปถ้าหากไม่มีมือบางของอีกคนมาดึงไว้เสียก่อน รถเมล์วิ่งผ่านไปเสีย แต่เหมือนคนทั้งสองจะไม่ได้เสียดายอะไร

 

ด้วยแรงดึงที่ต้องใช้ค่อนข้างมากทำให้ตัวของเธอเข้ามาแนบชิดกับฉัน ฉันจับปอยผมที่ร่วงลงมาที่ข้างหูของเธอ และไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันก้มลงรับความหอมหวานจากริมฝีปากของเธอที่อยู่ข้างหน้า มือของเธอจับไหล่ฉันแน่น จมูกของเราแนบชิดกันก่อนจะถูกแยกจากหยดน้ำฝนที่เพิ่งจะตกลงมาบนปลายจมูกของเรา..

 


“ฉันชื่อโบนา คิม โบนา อยู่ปีสาม..”

 


ฉันรู้สึกว่าคงเสียมารยาทถ้าหากไม่แนะนำตัวหลังจากขโมยจูบของเธอ เธอดูไม่โกรธอะไรฉันกลับหยิบร่มขึ้นมากางออก

 


“ฉันลูดาค่ะ อยู่ปีสอง.. ฝนตกแล้วนะคะ”

 


เธอยิ้มจนฉันแทบจะมองไม่เห็นดวงตาของเธอแล้วจับมือฉันเดินออกไปด้วยกัน..


 

.


.


.



 

“ฉันจำได้แล้วล่ะ คนที่อยู่กับเธอเมื่อวันนั้น” ดาวอนพูดขึ้นมาขณะที่เรากำลังเดินออกจากอาคารเรียนหลังเลิกเรียนแล้ว

 


“อะไรของเธอ..”


 

“เขาอยู่ปี 3 แต่ว่ารุ่นพี่เขาฮ็อตมากเลยน้า เด็กเรียนอย่างลูดาไม่น่าจะรู้จักกับพี่เขาหรอก” มิกิพูดเสริมขึ้นมา อะไรของพวกเธอกันนะ

 



“แต่ฉันจำชื่อพี่เขาไม่ได้อ่ะ เอ อะไรนะ มันติดอยู่ที่ปาก..”

 



“คิม โบนา..”

 



“ใช่ๆ ชื่อนี้แหละ ตกลงเธอรู้จักกับรุ่นพี่เขาเหรอ”

 



ดาวอนกับมิกิทำท่าทางสนใจเกินเหตุไปหรือเปล่า พวกเธอสองคนมายืนดักหน้าฉันไว้

 


“ไม่..”


 


“จริงอ่ะ.. ยิ้มอะไรของเธอลูดา”

 



“ก็บอกว่าไม่รู้จักไงล่ะ ไปกันได้แล้วพวกเธอ”


 


ฉันเดินฝ่าด่านยัยสองคนนี้ออกมา ใครจะไปบอกให้รู้กันล่ะ ฮิ.




 

 

เราเดินไปมหาลัยกันตามปกติ เราเรียนกันคนละคณะ ฉันส่งลูดาที่หน้าตึกของเธอและไม่ลืมที่จะจุมพิตแก้มใสของเธอเป็นการบอกลา

 


“เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะคะ”


 

เราคบกันหลังจากวันนั้น ลูดาเป็นคนเรียนเก่งหลังจากจบ ม.ปลายเธอจึงตัดสินใจที่จะเรียนต่อ ฉันขยับร่มในมือให้จับถนัดขึ้นก่อนจะเดินออกจากตัวอาคาร เราจึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่ 



ลอนดอน เมืองแห่งสายฝน.. 

.


.


.


------------------------------------------------------------------------------------------------

- อ่านต่อ

พาร์ทสอง - Sometimes

พาร์ทสาม - Only One




เมอรี่ คริสต์มาสค่ะทุกคน ^^


เอาวันช็อตมาฝากไว้ในอ้อมใจ เนื่องในวันคริสต์มาสที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคริสต์มาสเลยเรื่องนี้ 55555

จริงๆพล็อตนี้ได้มาตั้งแต่สองสามปีที่แล้ว แต่ไม่รู้จะจบลงที่ใครมาจบลงที่คู่สุดที่รักนี่ซะเลย ><


ตั้งใจว่าจะเอาไว้ลงหน้าฝน แต่มันก็เพิ่งผ่านไป กลัวหน้าฝนหน้าจะไม่ได้ลง 55555


ยังไงก็ขอให้มีความสุขในวันคริสต์มาสและช็อตสั้นๆนี้ด้วยนะคะ ^^




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Unidentified_B จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 puujuu
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 14:19
    แงงงงงงงงง น่ารักมากเลยค่ะ โอยโรแมนติกสุดๆ

    พิโบบบบบบบ ฮือ น้องลูดาก็น่ารักก

    อบอุ่นใจมากเลยค่ะ ชอบการตัดไปมาระหว่างปัจจุบันกับอดีตจัง

    ตัดได้ถูกจังหวะและทำให้เรื่องยิ่งน่ารักขึ้นด้วยค่ะ
    #6
    0
  2. วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 02:03
    แง้งงงงงง โคตรละมุนนนน พิโบมายืนรอน้องที่ป้ายรถเมล์ทุกวันเพื่อที่จะรอเจอนัองงง าดนำนพาพาำา เจอกันบ่อยอยู่แต่พึ่งมาบอกชื่อตอนจูบกันไปแล้ว 555555555555
    ปกติคู่นี้หาฟิคอ่านยากมาก ขอบคุณไรท์ที่แต่งให้อ่านนะคะ อยากให้แต่งเรื่องอื่นๆของคู่นี้อีก จะรอติดตามนะคะ ?
    #5
    0
  3. #4 อูจูลูกรัก
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:36
    โอ๊ยน่ารักมากกกกกกกก ขอแบบนี้อีกนะคะไรท์ จะรอติดตาม
    #4
    0
  4. #3 apolloxx17 (@apolloxx17) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 11:46
    กี้ซซซซซซซซซซซ ชอบ!มากกกกกกกกก! ฮืออออ ละมุนละไมมากๆ อยากได้พิโบมากๆ ฮือออ เขียนดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วอบอุ่นมากๆ ;-; เขียนต่อไปเรื่อยๆเลยนะคะ เพื่อเรือผีของเลาาาาาา!
    #3
    0
  5. #2 DeeTheDay
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:10
    ชอบมากเลยค่ะ ดีต่อใจมากๆ ยิ้มจนไม่รู่จะยิ้มยังไงแล้ว เก็บเป็นหนึ่งในฟิคโปรดตลอดกาลเลยค่ะ ฮื้อออ รออ่านอีกนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #2
    0
  6. #1 SuperFox (@SuperYellow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 18:31
    น่ารักจังเลย ชอบมากค่ะะ
    #1
    0