Engineering of Love - ขอโทษนะ แต่นายน่ารักว่ะ

ตอนที่ 8 : Arts of Love (01) - In My Memory (RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ค. 59

 

[New's Part]

 

'…เหมือนว่าทุกๆครั้งที่ตัวฉัน ได้พบกับเธอแล้วใจฉัน
มันเหมือนว่าใจจะอ่อนแรงลงทุกๆที
อยากจะพูดจะคุยและทักทาย แต่แล้วทำไมฉันต้องอาย
มันทำไม่ได้เมื่อเจอเธอ

เฝ้ามองอยู่ทุกวัน เผื่อเธอจะหันมา
แต่พอเธอเริ่มจ้องตา ฉันเองก็หวั่นไหว
รักเธอแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เหนื่อยใจ แต่ฉันคงทำได้เพียงแค่ รักเธอระยะไกล...
'

 


(อิน บูโดกัน – รักระยะไกล)


ผมถอดหูฟังและปิดเครื่องเล่น mp3 ลง หลังจากที่เปิดฟังเพลงมานานพอสมควร เช้านี้ก็ไม่แตกต่างจากทุกวันนัก โดยพวกเราก็จะมารอรวมกลุ่มกันตรงโต๊ะหน้าคณะเช่นเดิม ตอนนี้ไอ้พีชและไอ้ไวท์ยังไม่มา ส่วนไอ้เพ้นท์ก็ฝากของไว้ที่ผมเสร็จแล้วก็เหมือนจะขอตัวเหมือนไปซื้อของอะไรซักอย่างนี่ล่ะ

 

ผมเหลือบไปเห็นนาฬิกาข้อมือสีน้ำเงินที่วางไว้อยู่บนกองหนังสือของไอ้เพ้นท์ พร้อมกับเครื่องเล่น mp3 ที่ผมถืออยู่ในมือนั้น พลางให้ถึงความทรงจำเมื่อ 3 ปีก่อน ที่ทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะจนถึงทุกวันนี้

 

.

.

.

 

ชลบุรี – พฤษภาคม 2555

 

ผ่านไปแล้วสำหรับ 1 อาทิตย์ของการย้ายมาอยู่ที่นี่ ถามว่าการย้ายมาเรียน ม.ปลาย ที่นี่ปรับตัวยากรึเปล่าผมว่าก็ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก ผมก็เริ่มมีเพื่อนใหม่บ้างแล้ว ถึงผมอาจจะยังรู้จักชื่อคนทั้งห้องไม่หมดก็เถอะ ฮ่าๆๆๆๆ

 

ด้วยความที่โรงเรียนอยู่ไม่ห่างจากบ้านผมมากนัก ผมจึงเดินไปกลับแบบนี้ทุกวัน ผมเลือกจะเดินกลับทางหลังโรงเรียนซึ่งใกล้กว่า ถึงแม้สภาพโดยรอบจะไม่เหมาะกับการเดินคนเดียวเลยก็ตาม และวันนี้ผมก็อยู่ทำรายงานกับเพื่อนจนเย็นมากๆ เมื่อเดินผ่านทางนี้ที่ค่อนข้างจะเปลี่ยวมากผมก็เลยต้องรีบเดินกว่าปกติทุกวัน

 

"เฮ้ย ไอ้น้อง หยุด!" ผมหยุดชะงักลงเมื่อมีผู้ชายร่างใหญ่ประมาณ 3 คนเดินมาขวางหน้าผม หน้าตาแต่ละคนบอกตรงๆว่าเถื่อนมาก

 

"จะรีบไปไหนล่ะครับน้อง?" พวกมันคนหนึ่งถามผม

"จะไปไหนมันก็เรื่องของผมละกัน"

"ปากดีใช่ย่อยนะเรา" เอ้า มันก็เรื่องของกูป่ะวะไอ้พวกนี้

"เอางี้ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ช่วงเศรษฐกิจมันก็ไม่ค่อยดีนะ มีอะไรก็มาแบ่งกันใช้บ้าง" พวกมันอีกคนบอกกับผมพร้อมกับมองไปที่เครื่อง mp3 ที่สอดอยู่ข้างกระเป๋าของผม

 

"เฮ้ยว่าไง มีอะไรก็เอาออกมา"

 

"โทษทีนะพี่ ช่วงนี้ผมก็ต้องแบ่งกันกับคนอื่นใช้เหมือนกัน" ผมพูดและขว้างก้อนหินลูกเล็กๆที่ปกติจะเอาไว้จัดการกับสุนัขข้างถนนในกำมือผมทั้งหมดใส่พวกมันและรีบวิ่งหนีไป แต่ด้วยความที่พวกมันวิ่งตามมาได้ไวกว่าผม ทำให้ผมตกอยู่วงล้อมอีกครั้ง

 

"ไอ้น้อง ดื้อกับพวกพี่จังนะ พี่คงต้องสั่งสอนเด็กดื้อซักหน่อยล่ะมั้ง" พวกมันขยับเข้ามา จนผมถอยหลังติดกับกำแพง

 

"คราวนี้คงไม่ใช่แค่ทรัพย์สินอย่างเดียวแล้วล่ะไอ้น้องโทษฐานที่ดื้อกับพวกพี่ รูปร่างหน้าตาแบบนี้สนใจเป็นเมียพวกพี่มั้ย หึหึหึ"

 

อย่าเข้ามานะ ไอ้พวกเวรหน้าเถื่อนวิตถาร ชีวิตผมยังอีกยาวไกลกว่าที่จะมาป่นปี้กับไอ้พวกนี้ ใครก็ได้มาช่วยผมออกไปจากพวกนรกพวกนี้ที ใครก็ได้ ช่วยด้วย...

 

 

 

ตุ่บ! พลั่ก!!

 

เหมือนสวรรค์ยังเมตตาผม เมื่อมีคนกระโจนเข้ามาเอาท่อนไม้ไล่ทุบพวกมันทีละคน จนร่วงไปที่พื้น

 

"หนีเร็ว !!" เขาคนนั้นกระชากมือผม และพาผมวิ่งไปกับเขาด้วย

 

"หลบในก่อน" เขาพาผมหยุดวิ่งและพากระโดดลงไปซ่อนตัวในถังขยะสีเขียวของเทศบาลและรีบปิดฝามันลง ซึ่งสมองตอนนี้ผมรวนไปหมด เขาคือใคร? มาช่วยผมได้ยังไงกัน?

 

"ไม่ต้องกลัว เงียบไว้นะ เดี๋ยวพวกมันก็ไปแล้ว" เขาบอกกับผม หลังจากที่ผมส่งเสียงหอบออกมาด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งหนี และด้วยความกลัวผมจึงกอดเขาไว้แน่นอยู่ตลอดเวลาที่หลบอยู่ในถังขยะ

ในถังขยะค่อนข้างมืดมาก มืดจนทำให้ผมมองไม่เห็นหน้าเขา ผมมองเห็นแค่นาฬิกาข้อมือสีน้ำเงินของเขาที่สะท้อนกับแสงไฟถนนข้างนอกลอดเข้ามาจากขอบฝาถังขยะ

 

'เฮ้ย มันไปทางไหนแล้ววะ'

'กูว่ามันหนีไปทางเลียบรางรถไฟแน่ๆ'

'ไป ตามพวกมันไป กล้ามากบังอาจมาท้าทายกู'

 

 

 

"พวกมันไปกันหมดแล้ว ออกไปกันเถอะ" หลังจากที่สิ้นเสียงพวกมันไปซักพัก เขาก็จับมือผมพร้อมพากันปีนออกมาจากถังขยะ

 

"ขอบคุณนะ ที่ช่วย...นะ" ผมพูดอย่างตะกุกตะกักหลังจากเพิ่งหายจากอาการกลัว

"ไม่เป็นไรหรอก ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ รีบกลับกันเถอะ" เขาจับมือผมเดินไปทางด้านหน้าโรงเรียนซึ่งปลอดภัยกว่า

 

หลังจากที่ออกมาจากถังขยะแล้วผมถึงได้เห็นหน้าหมอนี่ชัดๆ ซึ่งดูจากชุดนักเรียนแล้วก็อยู่โรงเรียนเดียวกับผมนี่ล่ะ เป็นคนที่สูง ตัวขาวๆและหน้าตาทะเล้นๆหน่อยเหมือนเป็นผู้ชายขี้เล่น

นอกจากว่าจะเป็นคนช่วยชีวิตผมแล้ว ยังเป็นคนที่เหมือนช่วยทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

"บ้านอยู่แถวไหนล่ะผมคืนสติอีกครั้ง เมื่อหมอนี่ถามผมอีกครั้ง

"เราอยู่ซอย 6"

"จริงดิ ใกล้กันเลย บ้านเราอยู่ซอย 8/1"

"แล้วชื่ออะไรล่ะ"

"ชื่อนิว อยู่ ม.ห้อง B"

 "อ่อ...ชื่อเพ้นท์นะ อยู่ ม.ห้อง B เหมือนกันนั่นล่ะ" แสดงว่าก็อยู่ชั้นเดียวกันห้องเดียวกันกับผมล่ะสิ ว่าแต่ทำไมผมไม่เคยสังเกตเลยนะ สงสัยคงจะนั่งหลังห้องล่ะมั้ง

 

"ถึงบ้านเราแล้วล่ะ งั้นขอตัวก่อนนะ"

"บ๊ายบาย เจอกันพรุ่งนี้นะนิว" ผมโบกมือลาให้ พร้อมกับเปิดประตูเข้าบ้านไป

 

- - - - -

"นิว ลูกไปทำอะไรมาน่ะ ทำไมดูเปื้อนๆ" แม่ผมเอ่ยถามทันทีเมื่อให้สภาพของผม

"หนีโจรมาครับแม่"

"ตายแล้ว... แล้วลูกเป็นอะไรบ้างรึเปล่า เจ็บตรงไหน ไปแจ้งตำรวจกันมั้ยลูก"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ เผอิญมีคนมาช่วยไว้ทันพอดี"

"โชคดีไปนะลูก วันหลังถ้าจะกลับค่ำเดี๋ยวแม่ให้พ่อเอารถไปรับก็ได้ ไม่ต้องเดินกลับหรอก มันอันตราย"

"ครับ แม่"

"ว่าแต่ใครกันน่ะมาช่วยลูกไว้ และมาทันช่วยกันได้ยังไง"

"เพื่อนที่โรงเรียนน่ะครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทันเข้ามาช่วยตอนไหน"

 

ผมไม่รู้ว่ามาทันช่วยผมเมื่อไหร่ ผมรู้แต่ว่าตอนนี้เขาได้หัวใจของผมไปแล้วล่ะ...

 

.

.

.

.

 

"เหม่ออะไรอยู่วะมึงผมฟื้นคืนสติอีกครั้ง เมื่อไอ้เพ้นท์ยื่นหน้าเข้ามาจ้องผม เล่นจนเอาผมเกือบหงายหลังทิ่มพื้น

 

"โห...อะไรอ่ะ แกล้งกันหน่อยเดียวเองน่า ตกใจไปได้"

 "หน่อยเดียวอะไรล่ะ ขนาดนั้นเกือบจะจูบกูแล้วมั้ง"

 "งั้นหรอ คราวหน้าถ้ามึงเหม่ออีกกูจะจูบเรียกมึงเองละกัน"

 "พอเลย ไอ้เพ้นท์ ถ้าเล่นจริงกูงอน" แค่ยื่นหน้าเข้ามาเมื่อกี้เล่นเอาหัวใจผมจะวายแล้ว ถ้าเล่นจูบจริงนี้ผมคงช็อคเข้าโรงพยาบาลพอดี

 

"จะงอนอะไรกันอีกแล้ววะคู่นี้" ไอ้ไวท์เดินเข้ามาพร้อมกับวางน้ำเปล่าอีก 4 ขวดบนโต๊ะ

"ก็เมื่อกี้กูแกล้งไอ้นิวมันนิดเดียวเอง มันจะงอนกูอีกละ"

"ฮ่าๆๆ อย่างไอ้นิวน่ะหรอ มันงอนคนเป็นซะทีไหนกัน เนอะไอ้ไวท์" ไอ้พีชเดินเข้ามาพร้อมกับนั่งลงข้างไอ้ไวท์ โห...พวกมึงไม่ช่วยรับมุขกูหน่อยหรอ

 

"เออน่า คนใจดีมีเมตตาอย่างกูอย่างงี้ล่ะ" ก็จริงอย่างที่ไอ้พีชว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาผมไม่เคยงอนไอ้เพ้นท์ได้เลยเพราะทุกครั้งที่มันมาง้อผมเมื่อไหร่ หัวใจมักจะทำงานแทนสมองจนทำให้ผมใจอ่อนทุกครั้ง

 

"ไปเหอะได้เวลาขึ้นเรียนแล้วว่ะ"

พวกเรานั่งที่ประจำในคลาสของแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราก็นั่งเกาะกลุ่มกันนี่ล่ะไอ้ ไวท์กับไอ้พีชนั่งข้างหน้า ส่วนไอ้เพ้นท์ก็นั่งอยู่ข้างผม

 

"คาบนี้ชั่วโมงแรกกูหลับ ชั่วโมงที่สองค่อยเป็นมึงนะ" ผมได้ยินไอ้ไวท์กับไอ้พีชพูดคุยกันเรื่องสลับเวรกันหลับ โดยที่เมื่ออีกคนหลับอีกคนหนึ่งก็รับหน้าที่จดงาน ช่างสรรหาวิธีอู้กันจริงๆ

 

ส่วนชีวิตในคลาสของผมก็ไม่มีอะไรนอกจากนั่งฟังอาจารย์ และก็แอบมองคนข้างๆเป็นครั้งคราว ผมคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่ ผมจะทำได้มากกว่าแอบมองอยู่อย่างนี้

 

ปีในช่วง ม.ปลายผมก็เป็นเพียงแค่คนกากที่แอบชอบแต่ไม่กล้าบอก และก็โชคดีอีกครั้งที่โชคชะตาให้ผมมีเวลาอีก 4 ปี ในการได้ทำตามหัวใจตัวเอง ว่าแต่แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่ผมจะกล้าบอกออกไปซักที ตอนคิดจะทำน่ะทำได้ แต่พอคิดจะทำจริงๆทีไรผมไม่เคยทำได้เลย

 

 

 

- - - - - - - - - -

มาอัพให้ซะดึกมากเลย 55555

 

พาร์ทนี้ก็พูดถึงคนที่ได้พื้นที่ในหัวใจของนิวไปที่ในพาร์ทก่อน พร้อมกับเหตุผลที่ว่าทำไมนิวถึงไม่ยอมบอกกับคนที่เหลือในกลุ่มซักที เพราะคนที่ได้หัวใจของนิวไม่ใช่ใครที่ไหนไกลก็คือคนที่อยู่ข้างๆกันตลอดเวลานี่ล่ะ การแอบชอบเพื่อนนี้มันวางตัวค่อนข้างลำบากจริงๆนะ คงต้องคอยดูกันว่านิวจะกล้าบอกออกไปรึเปล่า?

 

หลังจากนี้ไรต์มีภารกิจที่ต้องไปเรียนกวดวิชาเพื่อเตรียมรับกับการสอบในช่วงสิ้นเดือนพอดี ซึ่งอาจจะทำให้ไรต์หายตัว(อีกแล้ว) และอาจจะนานขึ้นกว่าเดิม แต่สัญญาว่าถ้าสอบเสร็จเมื่อไหร่จะกลับมาอัพให้ตามปกตินะครับ

 

WRITING : 1 OCT 2015
EDIT : 20 JUL 2016

50 ความคิดเห็น

  1. #13 ไนติงเกลสีดำ (@kingpai1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 17:14
    สู้ๆ!!
    #13
    0
  2. #12 นาจิอึน (@daf-g2014) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 00:13
    ต่อๆๆๆสู้ๆค้า^^
    #12
    0