Engineering of Love - ขอโทษนะ แต่นายน่ารักว่ะ

ตอนที่ 31 : Engineering of Love (22) - On the way of love / Part 3 (Ten x White)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ม.ค. 61


[Ten's Part]

'ก็คือห้อง A เราจะใช้ 2 เต้นท์ และเลือกตามแพลนแบบนี้'
'ถ้าห้องเธอจะใช้ 2 เต้นท์แบบแพลนนี้จริง แล้วห้อง B เราก็จะเหลือแค่เต้นท์เดียวเองนะ'

ผมมานั่งฟังประชุมกึ่งๆโต้วาทีมาได้ประมาณ 20 นาทีแล้วล่ะ ก็คือว่าในเดือนหน้าโรงเรียนจะมีการจัดสัปดาห์วัน
วิทยาศาสตร์ประจำปี โดยมีการจัดซุ้มนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งห้องที่อยู่แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ซึ่งก็คือห้อง A (วิทย์พิเศษ) กับห้อง B (วิทย์-คณิตทั่วไป) ของชั้น ม.4 และ ม.5 ก็ได้จัดซุ้มกิจกรรมด้วย ซึ่งของพี่ ม.5 ได้มีการจัดแบ่งพื้นที่กันลงตัวได้แล้ว เหลือ ม.4 ของผมนี่ล่ะครับที่นัดมาประชุมกันวันนี้

ด้วยความที่ผมเพิ่งย้ายมาเรียน ม.4 ที่นี่ ยังไม่ค่อยได้ปรับจูนอะไรกับคนในห้องที่ส่วนใหญ่คือเรียนที่นี่มาตั้งแต่ ม.ต้น ก็เลยเอาเป็นว่าให้บรรดาแกนนำห้องทั้งหลายจัดการไปก่อนละกัน ซึ่งเป็นธรรมดาว่าในแต่ละห้องก็ต้องมีกลุ่มที่ขับเคลื่อนและมีถือครองอำนาจในการทำอะไรต่างๆอยู่แล้ว

"น่าเบื่อเนอะ"

ผมหันมองไปด้านข้างตามต้นเสียงซึ่งก็เจอกับอีกคนที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่ โดยตอนนี้มีแค่เราสองคนที่นั่งโต๊ะหลังห้องประชุม เพราะคนส่วนใหญ่คือเดินไปคุยกันด้านหน้าหมด

โดยอีกคนอยู่ในชุด รด. สีผิวดูคล้ำๆตามฉบับคนเรียน รด. ส่วนผมอยู่ในชุดนักเรียน

"ขยับกับหมุนเต้นท์ เบียดๆกันหน่อยก็ได้ละ ว่าป่ะ?"
"อือ คิดแบบนั้นเหมือนกัน" ผมตอบกลับไป

"ว่าแต่ไม่คุ้นหน้าเลย เพิ่งย้ายมาอยู่ห้อง A ใหม่หรอ?" อีกคนถามผม
"ใช่ละ ชื่อเท็น" ผมตอบ
"อือยินดีที่ได้รู้จัก นี่ชื่อไวท์นะอยู่ห้อง B"

"แล้วไม่ไปเสนอความคิดกับเขาหรอ?" ไวท์ถามผม
"ไม่ล่ะ ให้เขาจัดการกันเองเถอะ"
"ฮ่าๆ ไม่อยากวุ่นวายเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ"
"ตามนั้นล่ะ แล้ววันวิทย์ที่จะถึงนี้ได้ทำอะไรมั่ง" ผมถามบ้าง
"ก็คงจะร่อนไปร่อนมาในงาน หรือไม่ก็ช่วยเขาขายของล่ะมั้ง"
"งั้นเดี๋ยวตอนวันวิทย์ขอไปอยู่ด้วยสิ"
"อยู่คนละห้องกันนะ จะมาหรอ"
"ได้หมด เพราะอยู่นี่ก็คงว่าง ฮ่าๆ"

จริงๆผมก็มีกลุ่มเพื่อนในห้อง A ด้วยกันที่ผมอยู่ด้วยกันนะ แต่สำหรับไวท์แล้วผมรู้สึกว่าอยากจะสนิทมากกว่านี้ซะแล้วสิ

.
.
.

"พี่ครับ กินข้าวครับพี่" เสียงจากไอ้เพ้นท์ทำให้ผมหันกลับมามองที่โต๊ะที่มีจานข้าววางตรงหน้าเรียบร้อย

"เห็นเหม่ออยู่ตั้งนาน มองสาวอยู่หรอวะ?"
"ไม่เว้ยไอ้นิว ไอ้เท็นจะมองสาวได้ยังไงในเมื่อวันนี้เขามากินข้าวกับแฟนนนน..."
"พอๆไอ้พีชแดกข้าวไปมึง"
"ฮ่าๆๆ อย่าเขินดิไอ้ไวท์"

คือวันนี้ผมแอบโดดชาวแก๊งของผมมากินข้าวกลางวันที่โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์ จุดประสงค์หลักๆไม่ใช่อะไรหรอกก็เพื่อมาเจอกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆผมนี่ล่ะ รวมถึงเมื่อกี้เผลอนึกไปถึงเรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนด้วยจะว่าไปก็ผ่านมาเร็วพอสมควรเหมือนกัน

"ไม่พูดอะไรกันหน่อยหรอไอ้ไวท์ แฟนเบอร์ 3 มากินข้าวด้วยถึงที่เลยนะ"
"แหมล้อกูนะไอ้เพ้นท์ เดี๋ยวฟ้องไอ้นิวให้ทำโทษซะ"

หลังจากพูดจบไอ้เพ้นท์ก็หน้าเจื่อนลงไปทำให้พวกผมที่เหลือหลุดขำตามไปด้วย ก็แน่ล่ะพวกเรานั้นรู้ๆกันเรื่องไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์มาแล้ว ซึ่งผมกับไอ้เพื่อนๆอีก 4 คนก็รู้มาจากไอ้ไวท์อีกที

"เผ็ดนะ จะกินหรอ" ผมบอกกับไอ้ไวท์หลังจากที่จะตักแกงจากถ้วยมาใส่จานข้าว
"อันนี้ไม่เท่าไหร่ กูกินได้ๆ" เจ้าตัวบอกกับผมก่อนจะตักใส่จานตัวเอง
"ก็นึกว่าจะกินเผ็ดแบบไม่ได้เลยซะอีก"
"เปล่าๆ บางอย่างก็กินได้อยู่ แล้วรู้ได้ยังไงว่ากูไม่กินเผ็ด"
"ก็เคยชิมมาแล้ว"
"แกงน่ะหรอ?"
"เปล่า ปากของคนพูดนั่นแหละ"

"โหวว มีหยอดกันด้วยครับทุกคน" ไอ้พีชพูดขึ้นมา ส่วนผมก็แอบขำอยู่ในใจหลังจากที่หยอดมุขหวานจนทำอีกคนเหวอได้

"ไร้สาระจริงว่ะพวกมึงนี้ก็นะ กูไปซื้อน้ำละเดี๋ยวมา" ไอ้ไวท์พูดพร้อมกับลุกจากโต๊ะ
"เดี๋ยวดิ กูฝากด้วยๆ" ไอ้พีชบอกกับไอ้ไวท์
"ได้ๆ น้ำอะไรวะ"
"นมเย็น"
"ไหนตอนซื้อข้าวบอกกูว่าจะกินชานม"
"เปลี่ยนใจละ เห็นเพื่อนหวานกับแฟนก็อยากกินอะไรให้มันสีชมพูหน่อยๆ ฮ่าๆๆๆ"
"เฮ้อ เอาที่สบายใจเลยครับพี่" ไอ้ไวท์พูดจบพร้อมกับเดินไปที่ร้านน้ำ

.
.
.

"ชลกรณ์ กฤตภพ พีระยุทธ อนุพันธ์ ปริพันธ์"

"มาครับอาจารย์ ยกเว้นปริพันธ์ไปเข้าห้องน้ำอยู่" เสียงไอ้ฟาร์มที่ตอบอาจารย์ไประหว่างเช็คชื่อ

"ไม่ใช่เธอหรอที่เมื่อกี้มาขอไปห้องน้ำ"
"อาจารย์ครับ ผมอนุพันธ์" ไอ้ฟาร์มบอกกับอาจารย์
"อืมๆ ฉันล่ะสับสนพวกเธอสองคนจริงๆนะ ฮ่าๆๆ"
"ไม่ยากเลยครับ ผมหน้าตาดีกว่า"

"อย่าไปเชื่อครับอาจารย์ ปริพันธ์หน้าตาดีกว่า" เสียงจากไอ้ไฟล์ทที่เปิดประตูห้องกลับเข้ามาพอดี ทำให้เรียกเสียง
หัวเราะกันได้ทั้งอาจารย์และนักศึกษา

"ไม่ต้องเถียงกันหรอก ฝาแฝดอย่างพวกเธอหน้าเหมือนกันอยู่แล้ว งั้นเรามาเริ่มเรื่องต่อไปหลังจากเบรกเมื่อกี้นะคะ"

วิชานี้เป็นวิชาที่แบ่งเป็นเซคชั่นหรือกลุ่มย่อยให้ลงเรียนเยอะมาก (ประมาณ 10 กว่าเซค) เลยทำให้แต่ละเซคมีขนาดเล็กนักศึกษาไม่มาก (ประมาณห้องเรียนสมัยประถมกับมัธยม) ทำให้อาจารย์กับนักศึกษาค่อนข้างคุ้นเคยกันมากกว่าวิชาอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เปิดเป็นเซคชั่นใหญ่ที่มีคนเรียนประมาณเกือบร้อย

เสียงสั่นจากโทรศัพท์ ทำให้ผมเปิดดูก่อนจะพบว่ามาจากไลน์กลุ่มนี่เอง

LINE Group : FC พี่ไวท์คณะอักษร [6]

Flight5678 send a photo ...

/Flight5678/ เรียนยากจัง อยากได้กำลังใจจากใครบางคนจังเลยครับ
/AnuFarm/ น้ำเน่าอีกละมึง
/AnuFarm/ มาขอจากกูสิ นั่งอยู่ข้างๆมึงตอนนี้เนี่ย
/Flight5678/ เห็นหน้ามึงแทบทุกวัน จะขอทำไมวะ

/WorldWide_White/ พวกมึง แม่งไม่เรียนกันรึไงวะ แท็กเรียกกูอยู่นั่น
/Flight5678/ มี แต่อยากได้กำลังใจ
/SAVE.CH/ ไอ้ไฟล์ท เดี๋ยวกูจะฟ้องอาจารย์ว่ามึงไม่ตั้งใจเรียน
/J_Jame123/ ฟ้องเลยครับเพื่อนเซฟ

/Flight5678/ แหม ฟ้องสิเพื่อนรัก จะได้โดนกันหมดนี่ล่ะ
/WorldWide_White/ กูละเหนื่อยใจกับพวกมึงจริงๆ
/WorldWide_White/ ไปเรียนกันได้ละไป ไลน์เด้งจนอาจารย์จะมองกูละ

/At10tion/ ตั้งใจเรียนนะครับคนดี
/WorldWide_White/ จ่ะ
/AnuFarm/ แหม่ไอ้เท็น เนียนซุ่มปิดท้ายหรอมึง
/At10tion/ (*Sticker)

ผมส่งสติ๊กเกอร์กวนส้นพวกมันไป ก่อนจะเก็บมือถือลงเพื่อเรียนต่อ

หลังจากเลิกเรียนและแยกย้ายกับชาวแก๊งของผมเสร็จ ผมก็เดินกลับไปที่คณะอักษรศาสตร์ไปหาไอ้ไวท์อีกครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าแก๊งพวกผมไม่ว่าใครจะไปคณะอักษรศาสตร์ มักจะเจอบรรดาสาวแท้สาวเทียมมารุมต้อนรับเสมอ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะไปตอนเลิกเรียนพอดี

"น้องเท็นพี่ถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ"
"เราขอถ่ายรูปด้วยนะเท็น"

จนบางครั้งก็สงสัยเหมือนกันว่าพวกผมมันน่าหลงไหลขนาดนั้นเลยหรอ รุ่นพี่กับเพื่อนๆผมที่หน้าตาดีก็มีอีกพอสมควรนะพร้อมกับฉายา 'จุฑาเทพวิศวะปี 1' ที่แก๊งผมทั้ง 5 คนได้มาอย่างงงๆ

ถ้าเป็นคุณชายจุฑาเทพจริง ผมขอเลือกเป็นคุณชายพุฒิภัทรละกันดังระเบิดระเบ้อดี ฮ่าๆๆ

"คนฮอตนี้มันฮอตจริงจริ๊ง" เสียงคุ้นหูเอ่ยกับผม หลังจากที่หมดภารกิจกับฝูงชนสาวๆขนาดย่อมไปแล้ว
"แน่นอน หน้าตาดีและรวยมากอย่างกู"
"มั่นหน้าเนอะมึง"
"ฮ่าๆๆ กูพูดความจริงนี่หว่า ผิดตรงไหน"

"แล้วคนอื่นไปไหนหมดวะ" ผมถามไอ้ไวท์
"แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ว่าแต่มาหากูหรอวะ"
"เอออ่ะดิ คนเป็นแฟนกันก็ต้องมาหากันอยู่แล้ว"

ช่วงแรกไอ้ไวท์ก็ไม่ยอมรับว่ามีพวกผมเป็นแฟนหรอก แต่พอเรียกบ่อยๆเข้ามันก็เลยยอมๆไป

"เออจ่ะ แล้วมีธุระอะไรวะ"
"วันเสาร์นี้มึงว่างไหม"
"ก็ว่าง ไม่ได้ไปไหน"
"ไปเที่ยวกับกูไหม"

"เที่ยว? เที่ยวที่ไหนวะ" ไอ้ไวท์ถามผมต่อ
"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไปเช้าเย็นกลับ"
"ก็น่าสน ว่าแต่มึงไม่ได้ชวนแค่กูคนเดียวหรอกนะ"
"ว้าาา โดนดักซะแล้วสิ"

"ไอ้เซฟเคยใช้มุขนี้กับกูมาแล้ว ทำไมกูจะไม่รู้"
"เออนั่นแหละ เอาตรงๆก็คือกูมาชวนมึงคนเดียวนี่ล่ะ" ผมบอกออกไปตรงๆ
"แล้วทำไมไม่ชวนคนอื่นด้วยวะ"
"กูกับมึงไม่ได้ไหนด้วยกันตั้งแต่ จบ ม.6 แล้วนี่ ก็อยากจะพาไปนู่นไปนี่ด้วยกันบ้างเฉยๆ"

"ทำไม? ไม่อยากไปหรอ" ผมถามไอ้ไวท์
"เปล่า กูก็แค่สงสัยเฉยๆ ไปน่ะไปได้ แล้วไปยังไงวะ บีเอ็มมึงหรอ?"
"กูไม่ได้เอาบีเอ็มมากรุงเทพฯ" ผมตอบไป เพราะเวลาอยู่กรุงเทพฯผมไม่ได้ใช้รถส่วนตัว ใช้บริการสาธารณะอย่างอื่นแทน หรือไม่ก็ติดรถไอ้เซฟหรือไอ้ไฟล์ทไป (จริงๆคือพวกผมในแก๊งมีรถอยู่ แต่ไม่ได้เอามาใช้ทุกคน)

"เออว่ะกูลืม แล้วสรุปไปกันยังไง"
"นั่งรถไฟไป"
"จริงดิ กูเองไม่ได้นั่งนานแล้วเหมือนกัน"
"ฮ่าๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะบอกเรื่องเวลาอีกทีละกัน"
"เออๆ โอเค บาย"

ก่อนที่ผมจะแยกย้ายกับไอ้ไวท์ก็ไม่พ้นที่จะขโมยหอมสักทีนึง แน่นอนว่าสิ่งที่ได้ตามมาคือโดนด่าตามหลังมา ฮ่าๆๆ แฟนกันก็ขอบ้างนิดนึงสิ

[White's Part]

"ไอ้เท็น! เดี๋ยวเถอะมึง" ผมตะโกนไล่หลังตามไป ซึ่งไอ้เท็นที่กำลังขำอยู่ก็หันหลังมาโบกมือทีสองที ชวนน่าหมั่นไส้
จริงๆ

มันน่านักไหมล่ะอยู่ดีๆก็มาหอมแก้มผมเฉยเลย แถมกลางลานหน้าคณะด้วยนะที่คนยังเดินผ่านไปผ่านมากันเต็ม
อีกต่างหาก

ส่วนเรื่องที่มันมาชวนผมไปนั่งรถไฟเล่นด้วยกันของวันเสาร์นี้ อย่างที่รู้ๆกันว่าผมเองแข็งใจกับพวกมันทั้ง 5 คนไม่เคยได้หรอก แต่คิดไปคิดมาก็จริงอย่างที่มันบอกว่าตั้งแต่จบ ม.6 มาผมกับมันก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเลยอีกทั้งผมก็ไม่ได้นั่งรถไฟมานานแล้วเหมือนกัน เลยทำให้ผมคิดว่าไปกับมันสักหน่อยก็ได้

แล้วก็เป็นแบบไปเช้าเย็นกลับ มันคงไม่น่ามีอะไรแอบแฝงกับผมหรอก
ลองมีดูสิ คราวนี้ผมคงสู้ของจริงละ หลังจากที่แพ้มา 2 รอบเต็มๆกับไอ้เซฟและไอ้เจมส์

- - - - -

ผ่านไป 2 วัน ก็ถึงวันที่จะไปนั่งรถไฟเที่ยวชมวิวกันแล้ว

เนื่องด้วยรถไฟออกเช้าทำให้ผมต้องตื่นเช้ากว่าปกติทุกวัน ขนาดไอ้เต๋ารูมเมทเพื่อนรักของผมยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำทั้งที่ปกติมันต้องตื่นก่อนผม

"ว้าว ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังเลยครับเพื่อนรัก" ไอ้นิวทักผมระหว่างที่ผมกำลังจะเดินลงบันไดไปหาไอ้เท็น ที่รออยู่ข้างล่างพอดี

"มีแพลนไปออกไปท่องโลกหน่อยๆ"
"อ๋อ ผัวพาไปเที่ยวว่าอย่างนั้นเถอะ" ดูมันพูดเข้า

"ผัวเผอเชี่ยอะไร แล้วมึงล่ะ? หาข้าวเช้าให้ผัวหรอ"
"เออนั่นแหละ รู้ๆกันอยู่" ไอ้นิวบอกกับผม
ฮ่าๆ แน่นอนล่ะเรื่องของมันกับไอ้เพ้นท์มันชัดเจนขนาดนั้น ทำให้ผมล้อได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย


"ตื่นดีรึยังมึงเนี่ย" ไอ้เท็นถามผม ระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินไปที่ MRT
"ง่วงนิดหน่อย แต่ไม่มาก" ผมตอบกลับไป

เราสองคนแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกันสักพัก ก่อนจะนั่ง MRT ไปหัวลำโพง
ซึ่งบรรยากาศของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เช้าวันหยุดแบบนี้ค่อนข้างจอแจและปริมาณคนค่อนข้างเยอะ เพราะมีขบวนนำเที่ยวไปหัวหินกับกาญจนบุรีที่จะออกในเวลาใกล้เคียงกัน

"ผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางไปกับขบวนรถด่วน ขบวนที่ 75 ปลายทางหนองคาย ขึ้นรถได้ ณ ชานชาลาหมายเลข 6 ครับ โดยขบวนที่ออกตามกำหนดในเวลา 08.20 น. โดยรถไฟจะหยุดรับส่งที่สถานีสามเสน
ชุมทางบางซื่อ เป็นสถานีถัดไปครับ / Attention please. Express train No.75 ..."

เป็นเสียงประกาศของขบวนที่เราจะไปพอดี ก่อนที่เราสองคนจะเดินไปขึ้นรถไฟที่จอดรออยู่ที่ชานชาลาซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็ได้เวลาออกจากหัวลำโพง

"จริงๆค่าตั๋วนี้กูบอกว่าเดี๋ยวจะออกเอง แต่มึงแม่งจ่ายให้หมดเฉย" ผมบอกกับมันที่นั่งตรงข้ามกับผมอยู่
"ทำไม ก็กูอยากออกให้" ไอ้เท็นบอกกับผม
"จ้า รวยจริงๆ"
"รวยและใจดีเหมือนหน้าตาอย่างกู หาไม่ได้ที่ไหนแล้ว"
"พอเลย หาเรื่องชวนอ้วกให้กูแต่เช้าเลยมึง"

ผมมองออกนอกหน้าต่างซึ่งค่อนข้างหน้าตื่นตาตื่นใจเล็กน้อย เพราะผมเองก็ไม่เคยนั่งรถไฟเข้าออกจากกรุงเทพฯมาก่อน เคยก็นั่งรถไฟจากบ้านที่ลำปางไปเชียงใหม่แล้วก็นั่งกลับมากับกลุ่มเพื่อนๆสมัย ม.ปลาย ซึ่งก็รวมถึงไอ้พีชกับไอ้เท็นด้วยในคราวนั้น

"คนเยอะจังวะ" ผมถามไอ้เท็น หลังจากที่รถไฟจอดรับผู้โดยสารที่ดอนเมือง
"เยอะแค่ช่วงนี้ล่ะ พอถึงอยุธยาแล้วก็หายละ"

ก็จริงอย่างที่มันพูด พอถึงอยุธยาคือส่วนใหญ่ลงที่นี่กันหมดเข้าใจว่าคงเป็นนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วย เพราะเห็นชาวต่างชาติเต็มสถานีรถไฟอยุธยา

อีกอย่างหนึ่งตั้งแต่ออกจากแถวรังสิตมาก็เริ่มเข้าเขตนอกเมืองที่มีทุ่งนาสลับกับชุมชนบ้าง ทำให้ผมถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย

"สายไหมไหมจ๊ะ สายไหมมม..."
"เครื่องดื่มเย็นๆมาแล้วจ้าาา"
"ข้าวมั้ยครับข้าว"

เสียงเจื้อแจ้วเป็นพักๆของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบนขบวนรถไฟที่มีเดินไปมาเป็นระยะ ซึ่งก็ผลัดกันขึ้นลงมาขาย
ตามแต่ละช่วงสถานีต่างๆ

"มองอะไรนักหนาวะ" ผมถามไอ้เท็นที่เหมือนมันจะมองผมมานานมากละ
"มองคนที่เหมือนเพิ่งออกเปิดโลกทัศน์ครั้งแรกว่ะ โห... หูย..." มันพูดพร้อมทำเสียงล้อเลียนใส่ผมอีก
"พอเลย เว่อร์มากไปละมึง"

'ที่นี่สถานีชุมทางบ้านภาชี ชุมทางบ้านภาชี ผู้โดยสารโปรดตรวจสอบสิ่งของ...'

"อะไรวะ ไอติม?" ผมถามไอ้เท็นหลังจากที่มันชะโงกออกนอกหน้าต่างไปพักนึงแล้วยื่นมาให้ผม
"อือ ของดีประจำสถานีนี้เชียวนะเว้ย"

ซึ่งก็รสชาติดีตามที่มันบอกจริงๆ แถมถ้วยละ 5 บาทเอง

"ทำไมมึงดูรู้เยอะจัง เคยมาแล้วหรือยังไง" ผมถาม
"อือ เคยมากับชาวแก๊งครั้งหนึ่งเมื่อตอนต้นๆเทอมละ"

ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ รถไฟก็มาถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์พร้อมกับเคลื่อนผ่านสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำไปทีละสะพาน ซึ่งวิวข้างนอกหน้าต่างไปผืนน้ำทอดกว้างออกไป เหมือนกับรถไฟกำลังวิ่งบนผิวน้ำ พร้อมกับอากาศของวันนี้ที่แดดไม่ร้อนแรงมากและมีเมฆบางส่วนทำให้ทุกอย่างดูสวยงามลงตัวพอดี

ระหว่างสะพานข้ามเขื่อนจะมีสถานีคั่นกลางอยู่ ซึ่งก็มีกลุ่มเด็กๆปั่นจักรยานผ่านมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้กับขบวนรถไฟ ซึ่งผมกับไอ้เท็นก็อดที่จะโบกมือตอบไปไม่ได้เหมือนกัน

เราสองคนลงรถไฟที่สถานีตัวอำเภอแห่งหนึ่งหลังจากรถไฟข้ามเขื่อนเสร็จแล้ว เพื่อรอขบวนกลับกรุงเทพฯซึ่งดูจากเวลาแล้วก็อีกประมาณชั่วโมงหนึ่ง พอที่เราได้จัดการเสบียง แวะเข้าห้องน้ำ และที่สำคัญคือล้างหน้าล้างตาเพราะหน้ากับผมของเราสองคน เอาทิชชู่เปียกลูบหน้าทีนึงนึกว่าไปลูบหม้อมา ดำอย่างกับถ่าน

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ผมก็ออกมาถ่ายรูปตัวสถานีและแน่นอนว่าถ่ายรูปตัวเอง เพราะมีตากล้องที่ผมยัดเยียดหน้าที่ให้มันเรียบร้อยไปละ ฮ่าๆๆ

ปึ๊น !!

"โอ้ย ไอ้เชี่ยกูตกใจหมด" ผมอุทานออกมาระหว่างที่กำลังจะวางกล้องไว้บนขอบรางเพื่อให้ได้มุมถ่ายรูป เพราะไอ้เท็นดันเอาเสียงหวูดรถไฟมาเปิดแกล้งผม เวรเอ้ยตกใจแทบแย่นึกว่ารถไฟมา

"ตกใจหรอ" มันถามผม
"เออ"

"โถ่ทูลหัวของบ่าว" ไอ้เท็นพูดจบพร้อมกับดึงตัวผมไปกอดจากด้านหลัง
"ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย"
"ทำไมอายหรอ นอกจากเราสองคนแล้วก็มีนายสถานีแค่นี้"
"แล้วใครบ้าที่ไหนมายืนกอดกันบนรางรถไฟวะมึง" ผมตอบพร้อมกันชี้ไปตามทางรถไฟที่เห็นแสงไฟลิบๆของรถไฟที่กำลังเข้ามา แต่เป็นคนละรางกับที่เราสองคนยืนอยู่

ผมกับไอ้เท็นกลับเข้ามาตรงชานชาลาสถานี ซึ่งรถไฟที่เห็นเมื่อกี้เป็นรถไฟชานเมืองที่จะเข้าจอดที่นี่เพื่อหลีกทางให้ขบวนที่จะพาผมกลับกรุงเทพฯเข้ามาจอดก่อน

หลังจากนั้นไม่นานรถไฟขบวนของผมก็มาถึง ขากลับไอ้เท็นเลือกให้ชั้น 2 ปรับอากาศมันบอกว่าขากลับให้ได้นั่งสบายๆกลับ (ส่วนขามาเราสองคนนั่งรถไฟชั้น 3 ธรรมดา) ในรอบขากลับเราสองคนนั่งฝั่งซ้ายฝั่งเดิมทำให้ได้เห็นมุมอีกด้านที่ตอนขามาเราไม่ได้เห็น และด้วยความที่เหนื่อยล้าทำให้ผมหลับไป

.
.
.

"มึง ตื่นได้แล้วครับ" เสียงของไอ้เท็นทำให้ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา

"ถึงไหนแล้ววะ" ผมถามด้วยเสียงเอื่อยๆ
"เพิ่งออกจากหลักสี่"

แสดงว่าก็ใกล้ได้เวลาลงแล้ว แต่พอผมปรับสายตาได้นั้น... ทำไมผมถึงมานอนอยู่บนตักของมันได้วะเนี่ย

"ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยมึง เอนลงมานอนบนตักกูเอง" ไอ้เท็นบอกผม
"อ่าว หรอวะ แหะๆ" ผมยิ้มแหย่ๆไป กะง้างเต็มที่ละปรากฏว่าทำเองซะอย่างงั้น

เราสองคนลงรถไฟที่ชุมทางบางซื่อ ก่อนจะต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินไปแวะห้างเพื่อหาของกิน ซึ่งแน่นอนว่าไอ้เท็นมันออกค่าข้าวให้ผมอีกละ ออกอะไรนักหนาให้ผมได้เกรงใจมันอยู่ตลอด ซึ่งเป็นมาตั้งแต่สมัย ม.ปลายแล้วที่ไอ้เท็นและที่บ้านของมันชอบออกเงินให้ผม ซึ่งทำให้ผมต้องคอยปฏิเสธอยู่เสมอ

"แวะเที่ยวเล่นห้องกูป่ะ?" มันถามผม หลังจากที่ออกจากสถานีรถไฟฟ้าแล้วกำลังจะเดินกลับหอ
"ทำไมกูต้องแวะด้วย?" ผมถามกลับ
"ก็กูอยู่คนเดียว ไม่แวะเป็นเพื่อนแก้เหงาหน่อยเหรอ"

ไหนๆมันทั้งเลี้ยงทั้งจ่ายให้ผมมาตลอดวันแล้ว แวะห้องมันสักหน่อยละกัน

- - - - -

ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงในห้องมัน ก่อนที่จะเปิดมือถือมาไล่เคลียร์ธุรกิจที่ค้างคาตั้งแต่เพื่อนรักทั้งสาม
ยันคุณชายอีกสี่ที่เหลือซึ่งดูเหมือนยังไม่รู้ว่าไอ้เท็นแอบเอาผมไปเที่ยวอยู่คนเดียว

'...ก็จะดีไหมถ้าฉันและเธอจะลองขยับเรื่องราว
ถ้าหากฉันไม่ขอเป็นเพื่อนเธอเหมือนเก่า
จะยอมรับไหม ถ้าวันพรุ่งนี้จะเรียกเธอว่าแฟน...'
(พั้นช์ วรกาญจน์ - เพื่อนกันวันสุดท้าย)

เสียงเพลงจากทีวีร้านข้าวด้านล่างฝั่งตรงข้ามหอไอ้เท็นดังมาแว่วๆ ก่อนที่ไอ้เท็นจะเลื่อนปิดหน้าต่างเพื่อที่จะเปิดแอร์ในห้อง

"เสื้อมึงล่ะ" ผมถามหลังจากที่ไอ้เท็นเข้าไปล้างหน้าและออกจากห้องน้ำแล้วมีกางเกงอย่างเดียว
"เดี๋ยวค่อยเปลี่ยน" มันตอบก่อนที่จะกระโดดลงมาบนเตียง
"เตียงมึงก็มีจะมานอนเบียดกูทำไมวะ"
"ก็นอนกับแฟนมันผิดตรงไหน" เออ ปล่อยมันละกัน

"จำวันแรกที่กูเจอมึงได้ไหม" มันถามผม
"ไอ้ประชุมวันวิทย์โลกแตกตอน ม.4 อ่ะหรอ" ผมตอบกลับ
"วันนั้นมึงทำหน้าได้เอือมโลกสุดๆ นึกแล้วยังขำไม่หาย"
"ก็มันน่าเบื่อนี่หว่า เหมือนมาให้ครบองค์ประชุมแค่นั้น"

"สุดท้ายมึงกับกูทำอะไรกันวะในสัปดาห์วิทย์ปีนั้น"
"ก็ยืนขายของกันอยู่หน้างาน 2 คนไงมึง คนอื่นแม่งหายหัวไปเต้นคอนเสิร์ตกันหมด" ผมตอบพร้อมกับนึกภาพในวันนั้น ที่ซุ้มขายของ ม.4 ห้อง A และ B เหลือผมกับไอ้เท็นนั่งขายกันอยู่สองคน

เราก็ว่าทำไมรุ่นน้องโดยเฉพาะผู้หญิงมาซื้อของเยอะจัง ปรากฏตอนเย็นไปดูเพจหนุ่มหล่อสาวสวยประจำโรงเรียนกลายเป็นโดนถ่ายรูปแล้วจับคู่จิ้นกันเรียบร้อย #TENWHITE เต็มไปทั่วไทม์ไลน์

"ฮ่าๆ จำได้ละ แต่จากวันนั้นมาวันนี้มึงก็ดูเปลี่ยนไปเยอะ"
"หรอ กูก็ยังไม่เห็นเปลี่ยนอะไรไปเยอะเหมือนกับมึงนั่นล่ะ"
"ใครว่า กูเองก็เปลี่ยนไปจากวันนั้นแล้วเหมือนกัน" ไอ้เท็นพูดจบก่อนที่จะพลิกมาคร่อมผม

"กูไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกับมึงแล้วไวท์"

"หัวใจมันบอกอยากเป็นมากกว่านั้น นะครับ"

ก่อนที่ปากเราสองคนจะโน้มเข้าหากันจนสนิท ผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากว่าจะปล่อยให้ดำเนินต่อไป คิดว่ามันคงแค่จูบผมอย่างเดียว แต่ความคิดที่ว่านั้นหยุดลงเมื่อผมเริ่มรู้สึกถึงสัมผัสบางอย่างที่กำลังสอดเข้าไปในขากางเกงของตัวเองสมองผมประมวลผลแล้วว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อ หลังจากพลาดท่าไป 2 ครั้ง 2 ครา ถึงคราวนี้ผมต้องรีบคุมเกมก่อนจะแพ้ราบคาบซ้ำรอยอีก

- - - - - 

[HIDE]  - เนื้อหาถูกซ่อนไว้ -

- - - - - 

"จะไปเข้าห้องน้ำหรอ ให้พาไปไหม"
"ไม่ต้อง เดี๋ยวกูไปเอง" ผมบอกปัดไอ้เท็นระหว่างที่ค่อยๆประคองตัวเองลุกขึ้นจากเตียง

"ทำไม กลัวกูทำอะไรมึงรึยังไง"
"บอกตรงๆเลยนะ เออนั่นแหละ" จากประสบการณ์ที่ไอ้เจมส์เข้าไปซ้ำผมในห้องน้ำอีกรอบแล้ว มันต้องระแวงกันบ้างเถอะ

"ฮ่าๆ เห็นกูเป็นคนยังไงวะ เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรเรียกกูละกัน" ไอ้เท็นบอกกับผม ก่อนที่ผมจะเดินเข้าห้องน้ำไป

.
.
.

"ไม่น่า...โอ้ยย" ผมร้องออกมาหลังจากทิ้งตัวลงนั่งบนชักโครกอย่างลืมตัว ว่าเมื่อกี้ไปโดนอะไรมา
ซึ่งกลายเป็นว่าผมเสร็จไอ้เท็นจนได้ คือผ่านมา 3 คน กูพลาดท่าให้หมดเลยทุกคนหรอวะเนี่ย

"จะนอนที่นี่ไหมหรือยังไง" มันถามผม
"สภาพกูขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องบอกหรอกมั้ง" ผมบอกไป
"ฮ่าๆ เออว่ะโทษที"

คืนนี้ผมนอนเตียงเดียวกับไอ้เท็นเพราะว่าเตียงที่ผมนอนเล่นเมื่อหัวค่ำนั้น สภาพคือรอเก็บกวาดอย่างเดียวจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นานนี้

"เจ็บมากไหม" มันถามผม หลังจากที่เราสองคนล้มตัวลงนอนกันแล้ว
"ก็เจ็บ แต่ไม่ได้หนักจนไม่ไหว" ผมตอบ
"ขอโทษนะ"
"อือ ช่างมันเถอะ"

"แล้วตัดสินใจเรื่องของพวกกูทั้ง 5 คนได้หรือยัง" ไอ้เท็นถามผมต่อ
"ก็ยัง แต่คงอีกไม่นานตามที่เคยสัญญากัน"
"กับกูล่ะ มึงคิดว่ายังไง"
"ก็..." ผมเว้นช่วงไป เพราะผมยังไม่มีคำตอบเลย

"กูอาจจะมีโอกาสน้อยกว่าเพื่อนกูคนอื่น เพราะความเป็นเพื่อนที่มีมาตั้งแต่สมัยม.ปลาย ทำให้มึงลำบากใจ"
"แต่กูก็อยากจะคอยดูแลและช่วยเหลือทุกอย่างให้กับมึงเหมือนที่ผ่านมา และถ้านั่นมึงเลือกกูนะ"

"เครียดหรอมึง" ผมตอบตัดบทไป
"เอ้า ไม่ฟินกับกูหน่อยหรอ อุตส่าห์บอกซะดิบดี"
"เออๆไว้ก่อนละกัน ตากูจะปิดละ" ผมบอกก็จะหลับไป

แต่ด้วยความที่เป็นคนติดหมอนข้างทำให้ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะไม่มีอะไรให้กอดไว้ ซึ่งทำให้ผมต้องยืมตัวไอ้เท็นที่หลับไปแล้วมาก่อนแล้วกัน

เท็นเป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่หน้าตาและฐานะทางบ้านดีมากจนใครหลายคนหมายปอง เหนือสิ่งอื่นใดมันยังเป็นเพื่อนที่คอยดูแลผมมาตลอดอีกคนหนึ่งเช่นกัน ถึงแม้ตอนหลังมันอาจจะขอล้ำเส้นความเป็นเพื่อนเข้ามาแต่ผมก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะด้วยความรักที่แสดงกับผมมาอยู่เรื่อยๆ

ความรักที่มากจนเอ่อล้นออกจากใจของมัน ทำให้ผมรู้สึกว่ามันก็กำลังซึมซับเข้าสู่หัวใจของผมขึ้นเรื่อยๆแล้วเหมือนกัน

- - - - - - - - - -
บอกว่าจะมาต่อเรื่อยๆ แต่ดันหายไป 6 เดือนกว่า หลายคนคงคิดว่าเลิกแต่งไปแล้วใช่ไหมล่ะครับ 5555

WRITE : 15 JAN 2018

ปล. Part 3 #ทีมเพื่อนเท็น

50 ความคิดเห็น

  1. #50 CS2094 (@cream_thaweerat) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:53
    นี่เเอบเชียร์เท็นอยู่ลึกๆ5555
    #50
    0