Engineering of Love - ขอโทษนะ แต่นายน่ารักว่ะ

ตอนที่ 24 : Engineering of Love (17) - Square

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ย. 59

 

[White's Part]

 

'สถานีต่อไป...สีลม ท่านสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปบีทีเอสได้ที่สถานีนี้...

Next Station...Si Lom, Passengers can connect to BTS on this station...'

 

เสียงประกาศของ MRT ทำให้ผมลืมตาขึ้นมาหลังจากที่นั่งหลับตายาวมาตั้งแต่สถานีต้นทาง ช่วงนี้เหมือนว่าร่างกายผมยังดูง่วงๆเหนื่อยๆไปบ้าง ถึงแม้ว่าเรื่องราวคืนนั้นระหว่างผมกับไอ้ 5 คนนั้นจะผ่านมาหลายวันแล้วก็เถอะ ถ้าลองสังเกตดีๆจะพบว่าผมยังเดินแปลกๆอยู่เล็กน้อยเพราะยังมีอาการเจ็บบั้นท้ายอยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นมากจากวันแรกแล้วล่ะ

 

'สถานีสีลม...สีลม โปรดใช้ความระมัดระวังขณะก้าวออกจากรถ...

Si Lom Station...Please mind the gap between train and platform...'

 

ผมก้าวออกจากตัวรถไฟฟ้าเพื่อกลับมาที่มอเพื่อเรียนภาคบ่ายต่อ หลังจากที่ว่างในตอนเช้าซึ่งผมก็ได้นัดเจอเพื่อนที่รัชโยธินไว้ ซึ่งก็คือเพื่อนสมัย ม.ปลายของผมนี่ล่ะที่เรียนอยู่อีกมหาวิทยาลัยหนึ่งแถวๆนั้น

 

"ไวท์ ไอ้ไวท์..." ผมหันไปตามเสียงเรียกระหว่างที่ผมกำลังต่อแถวขึ้นบันไดเลื่อนอยู่

 

"อ้าว ไอ้ตังนี่หว่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะมึง"

"แหงล่ะ มอกูกับมอมึงอยู่ใกล้กันซะทีไหนกัน"

"แล้วมึงมาทำอะไรแถวสีลมวะ"

"กูมีธุระแถวนี้นิดหน่อย รถไฟฟ้ามาละกูไปก่อนละมึง เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่นะเว้ย"

"เออ โอเคๆ"

 

ผมโบกมือลาไอ้ตังที่ก้าวขึ้นรถไฟฟ้าไป ไอ้ตังก็เป็นเพื่อนสมัย ม.ปลายอีกคนของผมเหมือนกันที่มาเรียนในกรุงเทพมหานคร ครั้งล่าสุดที่ผมเจอมันก็ตั้งแต่สมัยนัดกันไปเที่ยวก่อนเปิดเทอมล่ะมั้ง

 

ผมเดินขึ้นมาจากสถานีรถไฟฟ้าเข้ามาที่มอเพื่อกลับไปรอแก๊งของผมอีก 3 คนที่หน้าคณะซึ่งตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบๆชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเรียน

 

New Notification...

 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูการแจ้งเตือนอันล่าสุดที่เข้ามาในไลน์ของผมเอง

 

/DIFF_Farm/ ตอนนี้อยู่ไหนวะมึง

/World Wide White/ อยู่ในมอ

/DIFF_Farm/ เที่ยงครึ่งมาหาพวกกูที่ลานเกียร์หน่อยดิ

/World Wide White/ ทำไม มีอะไรรึเปล่าวะ

/DIFF_Farm/ มีเรื่องจะคุยด้วยนิดนึง เอาเป็นว่าเที่ยงครึ่งเจอกันนะมึง

/World Wide White/ เออ โอเคๆ

 

ผมค่อยๆเดินเลาะไปตามถนนในมหาวิทยาลัยไปยังลานเกียร์ บริเวณในมอค่อนข้างมีต้นไม้พอสมควรก็เลยพอให้ความร่มรื่นจากแสงแดดอันร้อนแรงได้บ้าง

ถ้าตอนกลางวันที่แดดแรงแบบนี้แล้วผมต้องเดินกลางแจ้งไปตลอดนี่ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน

 

ไม่นานนักผมก็เดินมาถึงลานเกียร์ซึ่งก็มีผู้คนนั่งกันอยู่พอสมควร ซึ่งส่วนมากก็เป็นเหล่าบรรดานิสิตคณะวิศวะอยู่แล้ว โดยผมมองไปรอบๆลานเพื่อหาที่นั่งรอทั้ง 5 คนนั้น ก่อนที่ผมจะก้าวเดินไปยังที่นั่งใต้ร่มไม้ที่ว่างอยู่

 

พลุ่บ!

 

โครม !!

 

"โอ้ยยยย เชี่ยเจ็บ" ผมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดหลังจากสะดุดกับก้อนอิฐของลานเกียร์ จนทำให้ผมล้มลงไปกองกับพื้นลานจนได้

 

โชคดีที่ไม่มีแผลเท่าไหร่แต่ว่าตอนล้มผมดันเอาบั้นท้ายลงเต็มๆแล้วไปทับใส่จุดเดิมที่ยังอาการเจ็บอยู่พอดี เลยทำให้ผมมีอาการเจ็บจนแทบจะลุกไม่ขึ้น

 

"เป็นอะไรรึเปล่าลูก ให้ป้าช่วยมั้ย" คุณป้าที่เป็นแม่บ้านของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาช่วยพยุงผมขึ้นมาก่อนจะพาผมไปนั่งพัก

 

"ขอบคุณนะครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ"

"แน่ใจหรอลูก เมื่อกี้ป้าเห็นเหมือนหนูแทบจะลุกไม่ขึ้นเลยนะ"

"อ่อ คือเมื่อ 2-3 วันก่อนผมก็สะดุดขั้นบันไดมาน่ะครับ แล้วพอวันนี้มาล้มตรงนี้อีกก็เลยทำให้เจ็บเยอะหน่อย"

"โอเคนะลูก ป้าไม่รู้ว่าลูกจะเหมือนเรื่องเล่าลานเกียร์หรือเปล่านะ" คุณป้าพูดจบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

 

"เรื่องเล่าลานเกียร์ เรื่องเป็นยังไงหรอครับ"

"ก็ลานเกียร์ของคณะวิศวะของทุกๆมหาวิทยาลัยส่วนมากก็จะมีเรื่องเล่าคล้ายๆกันคือ ถ้าใครสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์"

 

แหม่...ช่างเป็นลางที่ดีกับผมเสียจริงเลยนะ

 

"แล้วคนที่สะดุดส่วนใหญ่เป็นไปตามเรื่องเล่ากันหมดไหมครับ"

"ก็แล้วแต่บางคนนะ บางคนสะดุดแล้วก็ได้เลย บางคนสะดุดแล้วก็ได้แต่อยู่ไม่นานก็มี หรืออาจจะสะดุดแล้วไม่ได้อะไรเลยก็เยอะ"

"ครับ"

"เรื่องเล่าลานเกียร์นี้ก็มีผลนะ สังเกตได้ว่านิสิตใหม่จะชอบพยายามเดินมาแถวลานเกียร์บ่อยๆเพื่อจะได้สะดุดลานเกียร์บ้างนี่ล่ะ แต่ป้าว่าของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ"

 

สำหรับผมสงสัยอย่างหนึ่งคือถ้าจะตั้งใจเดินมาสะดุดแล้วไม่กลัวเจ็บกันหรอนั่น แปลกจริง

 

"ไม่แน่ ลูกอาจจะได้แฟนเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ตามเรื่องเล่าก็ได้นะ ฮ่าๆๆ"

"โห คงไม่หรอกครับป้า เพราะวิศวะส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้ชายแล้วผมก็เป็นผู้ชายด้วย"

"จะว่าไป ช่วงหลังๆผู้หญิงคณะวิศวะก็เยอะเหมือนกันนะลูก งั้น...ป้าขอตัวไปก่อนนะ"

"ครับผม"

 

"แต่ช่วงหลังๆผู้ชายได้กันเองก็เยอะเหมือนกันนะลูก ฮ่าๆๆๆๆ"

 

ป้าแกหันมาบอกผมพร้อมกับหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินออกไป โดยทิ้งผมให้นั่งหน้างงอยู่คนเดียวต่อไป ผมหันไปมองบริเวณที่ผมสะดุดเมื่อกี้ก่อนจะพบว่าอิฐก้อนสีแดงที่ปูพื้นไว้หลุดออกมาประมาณ 2-3 ก้อน นี่สะดุดแรงขนาดนั้นเลยรึไง

 

ผมก็อยากปฏิเสธเรื่องเล่าลานเกียร์อะไรนั่นนะ แต่ทำยังไงได้ว่าความจริงตัวผมโดนผู้ชายวิศวะเอาไปกินแล้ว ว้ากกกก !!

 

 

"เป็นอะไรของมึงวะ ไอ้ไวท์" เสียงทักทำให้ผมหยุดยีหัวตัวเองและหันหลังกลับไปมอง

"หะ...ไอ้เจมส์ ไอ้ฟาร์ม"

"ก็ใช่ไงพวกกูสองคนเอง เป็นอะไรไปรึเปล่าวะ"

"เอ่อ ไม่มีอะไรๆ แล้วอีกสามคนที่เหลือนั่นล่ะ"

 

"เรียกหาพวกเราหรอครับ คุณแฟนนนน"

"ชู่ว!! แฟนพ่องอะไร เงียบเลยนะพวกมึง"

 

ผมรีบพูดตัดคำพูดของสามคนนั่นทันทีเพราะเล่นพูดเสียงดังมาแต่ไกล แล้วไม่กลัวคนอื่นในลานเกียร์ได้ยินรึยังไง ไม่รู้ล่ะ เอาเป็นว่าผมไม่อยากให้เรียกแบบนี้ละกัน

 

"อ่าว ทำไมวะ ให้พวกกูเรียกไม่ได้หรอ?" ไอ้เท็นถามผมด้วยความสงสัย

"ก็....เอ่อ...."

"เขินพวกกูหรือยังไง ฮ่าๆๆๆๆๆ"

"มะ...ไม่ใช่โว้ย"

"ไม่ใช่แล้วยังไง ไหนอธิบายให้กูคนนี้ฟังหน่อยสิครับ" ไอ้เจมส์นั่งลงข้างผมก่อนจะหันหน้ามาสบตากับผม เช่นเดียวกับคนที่เหลือที่กำลังรอคำตอบจากผม

"ก็คือ...สถานะตอนนี้ของพวกเรายังไม่ชัดเจนไง จะให้เรียกว่าแฟนเลยก็ยังไงอยู่มั้ง"

"อืม...ยังไม่ชัดเจนอีกหรอ กูว่าน่าจะชัดเจนตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ฮ่าๆๆ"

"เงียบไปเลยมึงนี่" ผมตีต้นแขนไอ้ไฟล์ทไป

"แต่ว่ามึงก็ไม่ได้ปฏิเสธตอนที่พวกกูขอคบกับมึงนะ ถ้าคบกันก็ต้องแฟนกันแล้วสิ"

"เถอะน่า เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งเรียกละกัน"

"เพื่อความสบายใจของคุณแฟน จะไม่เรียกแล้วละกันนะครับ ฮ่าๆๆๆ"

"เหอะ ให้ได้ตามนั้นละกัน"

 

"ตรงนี้แดดส่องใส่ละมึง ย้ายที่นั่งกัน" พวกมันทั้ง 5 คนเริ่มลุกย้ายไปหาที่นั่งใหม่ที่ร่มกว่า ยกเว้นผมที่ยังไม่ลุกเพราะยังมีอาการเจ็บอยู่หน่อยๆจะลุกแต่ละครั้งต้องใช้เวลาหน่อย

 

"นั่งตรงนี้ร้อนนะมึง ย้ายมานั่งกับพวกกูนี่มา" ไอ้เซฟเดินมาดึงแขนผมขึ้นไป

 

"เดี๋ยวก่อนดิ โอ้ยยยยยย"

"ไอ้ไวท์มึงเป็นอะไรไป ยังเจ็บอยู่ใช่มั้ย กูขอโทษๆ" ไอ้เซฟรีบพูดขอโทษผม ก่อนที่ไอ้ฟาร์มจะเข้ามาช่วยไอ้เซฟประคองผมไป

"อือ ไม่เป็นไรๆ ไม่ค่อยมากเท่าไหร่"

 

"พวกกูขอโทษอีกครั้งนะมึง" ไอ้ไฟล์ทบอกกับผม

"ขอโทษ? ขอโทษทำไม ช่างมันเถอะ"

"ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วมึงยังไม่หายเจ็บซักทีไง พวกกูก็รู้สึกผิดที่ทำให้มึงใช้ชีวิตลำบากไป"

"ไอ้เจ็บจากคราวนั้นน่ะไม่เท่าไหร่เพราะใกล้จะหายละ แต่เมื่อกี้กูสะดุดพื้นลานไงก็เลยเจ็บตรงที่เดิม"

"สะดุดพื้นลาน? ตอนไหนวะมึง"

"ก่อนพวกมึงจะมานี่ล่ะ ตรงนู้น" ผมหันหน้าไปทางที่ผมสะดุดใส่เมื่อกี้

 

"ดูท่าสะดุดแรงจริงนะมึง อิฐแม่งหลุดออกมาเป็นก้อนๆ"

"นั่นไง กูถึงเลยเจ็บไงล่ะ"

"แต่สะดุดแบบนี้ตามเรื่องเล่าลานเกียร์เป๊ะเลยว่ะ ฮิ้วววว!!"

"หยุดเลย กูรู้นะว่าพวกมึงกำลังคิดอะไรอยู่"

"แหม ก็มันน่าคิดไหมล่ะ"

"กูอาจจะไม่ได้เป็นตามเรื่องเล่าก็ได้ หรืออาจจะเป็นแต่ไม่ใช่พวกมึงก็ได้"

"โห...ใจร้ายกับพวกกูจังวะ พวกกูไม่มีดีตรงไหน"

"ไม่มีดีตั้งแต่รุมกันปล้ำกูแล้วมั้ยล่ะ"

"โถ่...อย่างอนพวกกูเลยน่า"

"เออๆ กูไม่งอนพวกมึงหรอกน่า"

 

"แต่ทำให้มีเรื่องเล่าสะดุดต่อๆกันมา ก็ไม่เคยเห็นมีใครสะดุดจนอิฐปูพื้นหลุดออกมาเหมือนมึงเลยนะ"

"งั้นคงไม่เข้ากับเรื่องเล่าล่ะมั้ง คงเป็นแค่อุบัติเหตุเฉยๆ"

"แต่ที่แน่ๆหัวใจพวกกูสะดุดพื้นหน้าคณะอักษรศาสตร์ไปแล้วว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ"

"กูนี้เบื่อพวกมึงจริงๆ"

 

"ว่าแต่เห็นบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับกูนี่ พวกมึงมีอะไรวะ"

"ไม่มีอะไรหรอกว่ะ แค่คิดถึงมึงเท่านั้นเอง ฮิ้วววว"

"คิดถึง? ชีวิตว่างนะพวกมึงอ่ะ"

"ถึงชีวิตว่างแต่หัวใจไม่ว่างนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ"

"พวกมึงนี่แม่ง... พอละกูจะกลับไปเรียนแล้ว"

"ให้พวกกูไปส่งมั้ย?"

"ไม่เป็นไรหรอก ไปรอเรียนของพวกมึงเถอะ แค่นี้กูไปเอง...โอ้ย" แค่ง้างขาจะก้าวออกจากเก้าอี้อาการก็มาอีกแล้ว อะไรจะเปราะบางขนาดนั้นเนี่ย

"ถ้ามึงเดินไปเอง กูว่ากว่าจะถึงคณะมึงคงบ่ายโมงครึ่งพอดี ให้พวกกูไปส่งเถอะ"

 

ผมเลยจึงตอบตกลงพวกมันไป โดยระหว่างที่เดินมาคณะของผมพวกเราก็เดินคุยๆกันไป จากเดิมที่ผมคิดว่าพวกมันคงเป็นพวกปากหวาน แต่พอคุยด้วยเยอะเข้าผมว่าไม่ใช่ปากหวานธรรมดา เข้าขั้นคาสโนว่าตัวพ่อเลยล่ะมั้งดูแต่ละคำที่สรรหามา ถ้าเอาไปพูดกับเพื่อนในคณะผมเขินจนตัวบิดเป็นทอร์นาโดแล้วล่ะ

 

"อิจฉาคนที่มีคนมาส่งจังเลยยย" ไอ้พีชส่งเสียงล้อเลียนผมมาแต่ไกล

"แน่นอน ระดับเจ้าคนนายคนแบบกูแล้วอ่ะนะ"

 

"พวกมึงกลับไปเถอะ มีเรียนตอนบ่ายโมงเหมือนกันไม่ใช่หรือไง" ผมหันไปบอกพวกมันทั้ง 5 คน

"เออๆ ว่าแต่ไม่เป็นอะไรแน่นะมึง"

"ก็ดีขึ้นละ ไปเถอะพวกมึง"

 

"อะไร มึงเป็นอะไรหรอวะไอ้ไวท์" ไอ้พีชถามผมระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินขึ้นบันไดไปที่ห้อง

"ก็เมื่อกี้ตอนกูไปหาพวกมันที่ลานเกียร์ กูไปสะดุดพื้นลานเกียร์เข้าให้"

"โห...อาทิตย์ก่อนมึงก็สะดุดบันไดจนเดินกะเผลกๆเป็นอาทิตย์ คราวนี้ยังมาสะดุดลานเกียร์อีกหรอมึง ซวยซ้ำซวยซ้อนนะมึงเนี่ย"

"เออนั่นล่ะ แม่งทับรอยเดิมด้วยโคตรเจ็บชิบ"

"แต่สะดุดลานเกียร์แบบนี้ มึงไม่รอดแน่ๆไอ้ไวท์"

"ไม่รอด ไม่รอดอะไรของมึงวะ"

"ไม่รอดไอ้ห้าคนนั่นไง ฮ่าๆๆๆ"

"แล้วมึงก็ไม่รอดที่จะโดนกูถีบเหมือนกันไอ้พีช"

"กลัวตายล่ะมึง"

"ท้ากูหรอ เดี๋ยว...โอ้ยย" ผมร้องเจ็บขึ้นมาระหว่างยกขาขึ้นมาจะถีบมัน ลืมไปว่าตัวเองยังเจ็บอยู่

"ฮ่าๆๆ โถ่...ชายไวท์ผู้น่าสงสาร"

"รอกูหายดีก่อนเถอะไอ้พีช ไม่รอดแน่"

 

ผมเลยตีไปที่ต้นไหล่ของไอ้พีชแทน 1 ที ก่อนที่พวกเราจะเดินเข้าห้องเรียนไป

 

.

.

.

 

แกร๊ก...

 

ผมเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำหลังจากที่ล้างหน้าตัวเองเสร็จเรียบร้อย

 

คลาสเมื่อกี้ที่ผ่านมาอาจารย์เซอร์ไพร์สด้วยการ Quiz ในครึ่งหลังคลาสทำให้ผมที่ง่วงๆอยู่ต้องตาสว่างเพื่อระลึกชาติของความรู้ที่เพิ่งเรียนไปกันตลอดการทำควิซ ผมกับไอ้พีชทำเสร็จก่อนเลยออกมานอนประหนึ่งซ้อมตายกันหน้าห้อง จนกระทั่งไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์ทำควิซเสร็จแล้วมาปลุกพวกผมทั้งสองคนนี่ล่ะ

 

"ว่าไงมึง คืนชีพเสร็จแล้วหรอวะ" ไอ้พีชทักผมหลังจากที่มันเดินออกไปซื้อน้ำมา

"เอออ่ะดิ แล้วคู่เพื่อนที่เหมือนมากกว่าเพื่อนของพวกเราอยู่ไหนกันละวะ"

"นั่งรอกันอยู่ตรงนู้น" ไอ้พีชหันหน้าไปทางโต๊ะที่ไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์นั่งอยู่

 

"ไอ้ไวท์ มึงว่าป่ะ"

"ว่าอะไรของมึงวะไอ้พีช"

"ว่าไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์พวกมันมีปฏิกิริยาแปลกๆต่อกัน"

"โห่ มองออกกันมาเป็นเดือนแล้วล่ะมั้งครับคุณพี่ เห็นชวนกูล้อพวกมันบ่อยๆนึกว่ามึงจะรู้แล้วซะอีก"

"เออความจริงกูก็รู้พร้อมๆกันกับมึงนั่นล่ะ เพื่อความมั่นใจว่ากูไม่ได้เห็นคนเดียวเลยมาถามมึงนี่ไงล่ะ"

 

"งั้นเราลองปล่อยให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน แล้วพวกเราแอบซุ่มสังเกตดูป่ะมึง"

"เออว่ะ คราวนี้ล่ะมึงน่าจะเห็นชัดเลยว่าพวกมันสองคนกำลังคิดอะไรกันรึเปล่า"

 

ผมกับไอ้พีชเลยขอที่จะแอบสังเกตมองไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์ซักเล็กน้อย จากตรงที่ผมยืนอยู่นี้กับโต๊ะที่พวกเรานั่งกันจะมีพุ่มไม้กั้นอยู่พอดี พอพวกผมนั่งลงบนขอบปูนด้านล่าง พุ่มไม้ก็จะบังพวกผมสองคนพอดี

เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยเขาเปิดเพลงตอนเย็นแล้วหรอวะ?ไอ้พีชถามผม

โห...เขาเปิดมาเป็นเดือนแล้วครับพี่ ไปหลับที่ไหนมาวะมึง

เออน่า ส่วนใหญ่กูแค่ไม่ทันสังเกตเอง

 

'...เมื่อความใกล้ชิดมันเริ่มก่อกวน

ใจมันเริ่มจะชวน คิดไปได้แสนไกล

เมื่อคำว่าเพื่อนมันเริ่มเปลี่ยนไป

มองตาเธอเมื่อไหร่ ที่ใจ...ก็หวิวเกินทนไหว...'

 

"เพลงก็แม่งเป็นใจจริงๆ" ไอ้พีชบอกกับผม ซึ่งผมลองฟังดูแล้ว เออ...ก็จริง อารมณ์เพลงมาแบบพอดีเป๊ะ

 

หลังจากนั้นไม่นานก็เป็นอย่างที่พวกผมคิดไว้เลย คือไอ้นิวหันมามองไอ้เพ้นท์ที่กำลังก้มอ่านหนังสืออยู่ แถมมองด้วยสายตาที่เหมือนไม่ใช่มองเพื่อนแบบธรรมดาๆทั่วไปด้วย

 

'...มันเป็นไปแล้ว ฉันเป็นของเธอไปแล้ว

เผลอเอาใจไปให้เธอ ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เลย

เพื่อนเธอคนนี้ คนที่สนิทคุ้นเคย

มีคำพูดนึงรอเฉลย แต่ไม่รู้จะพูดยังไง...'

 

"นั่นไงชัดเลย กูว่าที่ไอ้นิวมันไม่ยอมบอกว่าแอบชอบใครอยู่ เพราะว่ามันชอบไอ้เพ้นท์แน่ๆ 80% กูฟันธง" ผมซุบซิบบอกกับไอ้พีช

"80% หรอมึง กูให้ 90% เลยล่ะ ดูจากลักษณะแล้ว"

"แล้วอีก 10% ล่ะมึง"

"แหม่ ไม่เผื่อกูกับมึงหน้าแตกบ้างหรอครับไอ้ไวท์ แหม่"

"เออน่า"

 

ไอ้นิวหันมามองไอ้เพ้นท์นานพอสมควร จนไอ้เพ้นท์หันกลับมาหามันเหมือนคล้ายๆจะถามทำนองว่ามีอะไรรึเปล่า? แต่ไอ้นิวกลับหลบหน้าแทนแถมก้มมองกระเป๋าตังค์ตัวเองไปแทน

 

'...ได้อยู่เป็นเพื่อนกับเธออย่างนี้

ถึงไม่ค่อยยินดี ก็ยังได้ใกล้เธอ

แอบอยากหลุดพูดออกไปบางครั้ง

แล้วก็ต้องหยุดยั้ง สุดท้ายไม่กล้าพอเสมอ...'

 

"ไอ้เพ้นท์นี่ก็ใช่ย่อยเหมือนกันนะมึง มองกลับไม่ต่างกัน"

"จริงหรอวะ" ผมเงยหน้ามองลอดพุ่มไม้อีกครั้ง

 

ซึ่งก็จริงว่าถึงไอ้นิวจะหันหน้าหลบไปมองกระเป๋าตังค์แล้ว แต่ไอ้เพ้นท์ยังคงมองไม่หยุดพร้อมกับยิ้มอีกตังหาก ก่อนที่จะหันไปหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดูบ้าง

 

ถึงแม้ทั้งไอ้นิวและไอ้เพ้นท์ต่างไม่รู้ว่าอีกคนนั้นมีท่าทีอย่างไรกับตัวเอง แต่ผมกับไอ้พีชนี่ล่ะเห็นหมดเรียบร้อย จนวิเคราะห์กันออกมาเองว่า

 

"ชอบกันเองแน่ๆแบบนี้"

"เออว่ะ แม่งต่างคนต่างแอบมองกันไปมา แถมตอนมองก็มองแบบไม่ใช่เพื่อนธรรมดาอีก"

"คราวนี้เหลือแต่พิสูจน์ว่าจริงรึเปล่านี่ล่ะ ตอนนี้เลยมั้ยมึง" ไอ้พีชถามผม ซึ่งผมรู้ว่ามันหมายถึงอะไร

"แน่นอน ไม่มีเรื่องไหนที่กูกับมึงอยากรู้แล้วไม่ได้รู้หรอก"

"งั้นเดี๋ยวกูจะไปถามไอ้นิว ส่วนไอ้ไวท์มึงลากไอ้เพ้นท์ไปถามอีกที่ โอเคป่ะ?"

"เออๆได้เลย"

"แล้วก็..."

"ทำไมวะ?"

"ส่วนมากกูแม่งเห็นไอ้นิวชอบก้มมองแต่กระเป๋าตังค์ตัวเอง และไอ้เพ้นท์ก็ชอบเลื่อนโทรศัพท์ไปๆมาๆอยู่นั่น เป็นไปได้ค้นเอาเลยนะมึง"

"อ่าหะ งั้นไปกันเลยมึง" พูดจบผมกับไอ้พีชก็ออกไปหาไอ้นิวกับไอ้เพ้นท์ที่โต๊ะ

 


"ไงครับบบ...ขอโทษที่หายไปนาน"

"เออดิ นึกว่าหนีกลับห้องไปละพวกมึง" ไอ้เพ้นท์ตอบผมกลับมา

"แหม่ เผอิญกูกับไอ้พีชแว้บไปเถลไถลหน่อยๆเอง"

 

"เออพอดีเลย กูมีอะไรอยากถามมึงพอดีเลยว่ะไอ้เพ้นท์" ผมเอ่ยบอกมันตามแผนที่วางไว้

"หืม? มีอะไรหรอวะ"

"ความลับนิดนึง ออกมาคุยกับกูแป๊บนึงดิ"

"อ่าวหรอ ก็ได้ๆ"

"โทรศัพท์มึงอ่ะเพ้นท์" ผมไม่ลืมที่จะเตือนให้มันหยิบโทรศัพท์มันมาด้วย

 

"ยืมแฟนมึงแป๊บเดียวนะไอ้นิว อย่าหึงกูล่ะ"

"หึงบ้าหึงบออะไรมึง มั่วละๆ" ไอ้นิวตอบผมก่อนที่ผมจะลากไอ้เพ้นท์ออกมาอีกที่นึง

 


"ว่าไง มีอะไรครับคุณพี่?"

"อ้อ...เคสมือถือมึงสวยจัง ไหนขอดูหน่อยดิ" ผมฉวยโอกาสเอื้อมไปฉกมือถือของมันมาดู

"เฮ้ย เดี่ยวก่อนดิมึง..."

"แหม่ เพื่อนกันกลัวทำไม กูไม่ทำอะไรหรอก" ผมเลื่อนปลดล็อคมือถือมันเพราะมันไม่ได้ตั้งรหัสไว้ ซึ่งก็ตามที่พวกผมคิดไว้เป๊ะเลย

 

หน้าจอยังค้างอยู่ที่แกลอรี่รูปภาพในมือถือ ก่อนที่ผมจะเห็นโฟลเดอร์รูปอันหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยรูปคู่กับไอ้นิว และรูปไอ้นิวแบบเดี่ยวๆทั้งตอนตั้งใจถ่ายกับรูปทีเผลอเป็นร้อยรูป

 

"เอ่อ..." ไอ้เพ้นท์กำลังอยู่ในสภาวะพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

"ถ่ายรูปเยอะจังเลยนะพวกมึงเนี่ย"

"คือว่า..."

 

"มึงชอบไอ้นิวอยู่ใช่มั้ย?" ผมเงยหน้าขึ้นไปถามมันอีกครั้ง

 

 

"ใช่แล้ว กูชอบมันอยู่"

 

"จริง?"

"อื้อ" คราวนี้ไอ้เพ้นท์ยอมรับเต็มตัวกับผม ด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย

 

"ไม่เป็นไรหรอก กูก็ไม่ได้อะไรซักหน่อยถ้ามึงจะชอบเพื่อนด้วยกัน"

"แต่มึงอย่าไปบอกใครนะ"

"เข้าใจๆ กูไม่บอกใครแน่นอน"

 

"เคยคิดจะสารภาพความในใจรึเปล่ามึง?" ผมถามไอ้เพ้นท์ก่อนจะส่งมือถือคืนให้กับมันไป

"ก็เคย...แต่กูไม่กล้า แล้วก็กลัวบ้างอะไรบ้าง"

"อ่าหะ เอาเป็นว่ากูจะเป็นกำลังใจให้มึงนะ"

"ขอบคุณนะมึง แต่กูว่าคงจะเป็นไปไม่ได้หรอกว่ะ"

"เฮ้ย ได้ไงวะ มึงเป็นถึงระดับ Prince of Freshman ของคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสารนิเทศภาคกลางเลยนะเว้ย เรื่องความรักแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ จิ๊บๆเองมึง"

"จริงหรอวะมึง?"

"แน่นอน"

"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับบบบ" ไอ้เพ้นท์เริ่มคลายความกังวลลง พร้อมกับฉายแววขี้เล่นของมันออกมาเช่นเคย

 

คราวนี้เหลือแต่ฝั่งนั้นบ้างล่ะจะเป็นยังไงบ้าง ถึงผลจะออกมาว่าไอ้เพ้นท์ชอบอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมกับไอ้พีชจะคอยดันให้เองแหละ

 

 

[Peach's Part]

 

"เห็นมึงไปทำบัตรแรบบิทลายใหม่ที่เป็นการ์ตูนใช่ป่ะ?" ผมถามไอ้นิว เพื่อเริ่มเข้าบทสนทนาตามแผน

"อือก็ใช่ ทำไมหรอวะ?"

"ไหนกูขอดูหน่อยดิ"

"หรอ เอองั้นรอแป๊บ" ไอ้นิวหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเพื่อจะหาบัตรแรบบิท

 

"เอามาทั้งกระเป๋านั่นล่ะ เดี๋ยวกูหาเอง" ผมพูดพร้อมกับฉกกระเป๋าตังค์ออกจากมือไอ้นิว

"เฮ้ย เดี๋ยวก่อนดิ"

"นี่ไงเจอแล้ว" ผมหยิบบัตรแรบบิทออกมาซึ่งอยู่ช่องในสุดของกระเป๋าตังค์ พร้อมกับหยิบรูปที่อยู่ในช่องเดียวกันติดมาด้วย ซึ่งก็ตามที่ผมกับไอ้ไวท์คิดไว้เป๊ะเลย

 

 

คือรูปเดี่ยวของไอ้เพ้นท์นั่นเอง ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย ไหนจะรูปคู่ตรงหน้าช่องกระเป๋าตังค์อีก

 

"รูปไอ้เพ้นท์?"

"คือ..."

"แอบชอบมันอยู่ใช่มั้ย?"

"คือว่า..."

"บอกมาเถอะ กูไม่เอาไปบอกใครที่ไหนหรอก"

 

"ชะ...ใช่แล้ว กูแอบชอบมันอยู่"

"นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่มึงไม่ยอมบอกว่าแอบชอบใครอยู่ใช่มั้ย?"

"ใช่แล้ว มึงอย่าเอาไปบอกมันนะ ถือว่ากูขอ"

"โอเคๆ กูพอเข้าใจอยู่ แล้ว...เคยอยากบอกมันไปรึเปล่า?"

"ขนาดพวกมึงกูยังไม่กล้าบอกเลย นับประสาอะไรกับไอ้เพ้นท์ล่ะ"

"ต้องมีซักวันแหละน่า ที่เป็นวันของมึงไอ้นิว"

"ยากหว่ะ"

"ทำไมคิดอย่างงั้นวะ?"

"ไอ้เพ้นท์มันเป็นถึง Prince of Freshman ของคณะ ที่มีแต่บรรดาสาวๆเข้ามาหาอยู่ตลอด ส่วนกูเป็นเพียงแค่เพื่อนได้แค่แอบมองไม่กล้าล้ำเส้นเพราะกลัว ซึ่งมันอาจจะไปลงเอยกับผู้หญิงคนอื่นที่ดีกว่ากูก็ได้"

"แหม่ มึงก็พูดซะอลังการ ไอ้เพ้นท์เป็น Prince of Freshman ไม่ใช่เทวดาบนฟ้าซะหน่อย"

"มึงไม่ได้อยู่ในฐานะแบบกูนี่หว่า"

"แต่กูก็พอเข้าใจความรู้สึกมึงอยู่ล่ะ สู้ๆละกันนะมึง ไม่วันใดวันนึงต้องมีวันที่ฟ้าเป็นใจให้มึง"

"โอเค ขอบคุณนะมึง"

"มึงต้องเป็นไอ้นิวผู้สดใสเข้าไว้ สองคนนั่นเดินกลับมาละ สู้เว้ยมึง"

"แหม่ ขอบคุณครับ พี่พีชที่แนะนำแนวทางให้น้องนิวคนนี้"

"มึงก็พูดเว่อร์ไป๊"

 

สรุปว่าเหลือแต่รอไอ้ไวท์มาเล่าให้ผมฟังล่ะว่าทางฟังไอ้เพ้นท์จะเป็นยังไงบ้าง ถึงสุดท้ายไอ้นิวจะชอบแค่ไอ้เพ้นท์อยู่ข้างเดียว ผมกับไอ้ไวท์นี่ล่ะจะบังคับท้องฟ้าให้เป็นใจกับไอ้นิวเอง

- - - - - - - - - -
WRITE : 10 OCT 2016

50 ความคิดเห็น

  1. #41 fangnoymumu (@fangnoymumu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 08:06
    ตื่นมาเจอนิยายแจ้งเตือนแทบกราบ ทุกวันได้แต่เข้ามาส่องคิดแต่ว่า"อย่าหยุดอัพน่ะขอละ"ตลอดพอกลับมาอัพไรต์ไม่ทำให้เสียใจเลยสนุกเหมือนเดิม?????????????????????????????????????????????????????????????
    #41
    0