Engineering of Love - ขอโทษนะ แต่นายน่ารักว่ะ

ตอนที่ 14 : Arts of Love (02) - Nervousness (RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ค. 60

 

[New's Part]

 

ผมลืมตาขึ้นพร้อมกับแสงแดดยามสายๆที่กำลังสาดส่องเข้ามาในห้อง

 

หลังจากที่เมื่อวานพวกผมเสร็จสิ้นจากการสอบมิดเทอมและออกไปเที่ยวห้างกัน วันนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ผมก็เลยขอนั่งๆนอนๆอยู่ในห้องนี้ล่ะรวมทั้งไอ้คนที่กำลังนอนอยู่ข้างๆผมนี่ด้วย ไม่รู้เมื่อคืนเป็นบ้าอะไรไม่ยอมขึ้นไปนอนที่เตียงตัวเองข้างบน จะลงมานอนกับผมที่เตียงข้างล่างอยู่ได้ก็เลยยอมให้มันนอนนี่ล่ะ

 

ผมค่อยๆชันตัวขึ้นมาและมองไปยังร่างโปร่งอีกคนที่ยังไม่ตื่น พอเห็นใบหน้าหล่อทะเล้นแบบนั้น ผมก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ผมจะได้ทำมากกว่าการแอบมองอยู่คนเดียวสักที แอบมองมาตั้งแต่ ม.4 แล้วก็มีท้อบ้างแล้วเหมือนกัน

 

ฟุ่บ!

 

อยู่ดีๆ เจ้าบ้าที่นอนบนเตียงนั่นก็ดึงผมลงไปกอดกับมัน จะทำอะไรวะเนี่ย?

 

"เฮ้ย จะทำอะไรวะมึง?" ผมหันหน้าไปถามไอ้คนที่ดึงผมมากอด แถมยังทำตาหยีๆกวนใส่อีกด้วย

"ตื่นแล้ว ทำไมไม่ปลุกกูล่ะ?"

"กูก็ตื่นก่อนมึงได้ไม่นานนักล่ะ ปล่อยกูได้แล้วอึดอัด"

"ไม่ปล่อย นอนเล่นเป็นเพื่อนกูก่อนดิ"

"พอๆ กูจะไปล้างหน้าแล้ว..." ผมยกมือดันหัวทุยๆของไอ้เพ้นท์ออกไป ก็จะเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ


ไอ้บ้านี่นับวันยิ่งเล่นอะไรพิลึกๆ คราวแล้วก็กระโจนเอาผ้าห่มมาคลุมใส่แล้วจั๊กกะจี้ คราวนี้ก็ดึงไปกอดหน้าตาเฉย

 

"ตื่นๆ ไอ้เพ้นท์มึงจะหลับไปถึงไหนเนี่ย" ผมเขย่าอีกคนที่งีบหลับไปอีกรอบระหว่างตอนผมเข้าห้องน้ำไป จะมีใครรู้มั้ยเนี่ยว่า Prince of Freshman ของคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสารนิเทศภาคกลางเป็นคนติดเตียงขนาดไหน

"อือๆ ตื่นแล้วคร้าบ..."

"ไปล้างหน้าล้างตาไป เดี๋ยวมึงก็หลับอีกรอบหรอก" ผมดึงผ้าห่มออกมาเพื่อเป็นเชิงบังคับให้มันลุก ไม่งั้นมันอาจจะนอนยาวอีกรอบ

"รอบนี้ลุกจริงๆแล้วน่า แล้วเช้านี้กินอะไรอ่ะ?"

"Japanese Food"

"อะไรคือ Japanese Food?"

"เหมือนเดิมไง ที่เป็นซองๆวางอยู่บนโต๊ะนั่นล่ะ"

"อีกแล้วหรอ? หน้ากูจะเป็นเส้นแล้วมั้ง"

"อย่าบ่นน่า เมื่อวานไม่ได้แวะไปซื้อของเข้าห้องด้วยไง ซองสุดท้ายแล้วกินไปเหอะ"

 

ระหว่างที่อีกคนกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ ผมก็จัดการกับอาหารชั้นนำอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ ความจริงผมก็เบื่อไม่ต่างจากมันหรอกเพราะตอนช่วงใกล้มิดเทอมที่พวกเราไม่ค่อยออกไปไหน พวกเราก็อยู่ด้วยกับอาหารพวกนี้ล่ะสลับกับอาหารกล่องจากร้านสะดวกซื้อด้วย ถามว่าเราสองคนทำอาหารเป็นมั้ย? ผมน่ะก็พอทำเป็นอยู่บ้าง ส่วนอีกคนทำเป็นไหมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะมันก็ไม่เคยบอก

 

หลังจากนั้นเสร็จภารกิจการกินพวกเราสองคนก็นั่งเล่นกันอยู่ในห้องก็นั่งๆนอนๆกันไป มือถือก็เล่นจนเบื่อ ทีวีตอนสายๆก็ไม่มีอะไรให้ดู อ่านหนังสือก็ไม่ไหวเพราะยังเอียนตัวหนังสืออยู่

 

"ไอ้เพ้นท์" ผมเรียกไอ้เพ้นท์กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่อีกฟากนึงของห้อง

"หืม? อะไรวะ?"

"กูถามอะไรหน่อยดิ"

"ว่ามาเลย"

"เมื่อ 3 ปีก่อน ทำไมวันนั้นมึงถึงได้ไปช่วยกูได้วะ?"

"ทำไมหรอวะ?"

"เอ่อ...ก็ตอนนั้นที่กูโดนพวกนั้นล้อมอยู่ แล้วมึงก็โดดเข้าไปช่วยกู ทั้งที่พวกมันแม่งก็ตัวใหญ่กว่ามึงอีก"

"ก็ไม่รู้ดิ รู้แต่ว่าตอนนั้นกูต้องเข้าไปช่วย ใจสั่งมาเหมือนพี่เสกโลโซมั้ง ว่าแต่ถามทำไมยังช็อคอยู่หรอ?"

"อ่อ...เปล่าเว้ย คืออยู่ดีๆกูก็แว้บขึ้นมาได้ก็เลยอยากถามก็แค่นั้น"

ก็จริงอยู่ว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นเหตุการณ์ช็อคที่สุดตลอดการใช้ชีวิตมาถึงตอนนี้ที่อายุ 19 ปี แต่ในความโชคร้ายสุดๆ ในวันนั้นมันก็ความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้มีคนหนึ่งก้าวเข้ามาชีวิตผม ซึ่งก็คือไอ้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมนี่ล่ะ

 

 

"กูว่าจะออกไปซื้อของข้างนอกไปด้วยกันมั้ย?" ผมเอ่ยชวนไอ้เพ้นท์ไปข้างนอกกับผม ซึ่งที่นั่งๆนอนๆกันอยู่นี้ผมว่าเราสองคนก็คงจะเบื่อไม่ต่างกันหรอก

"อือ ไปดิๆ"

 

ไม่นานเราก็มาถึงที่ห้างสรรพสินค้าที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มากนัก ยามบ่ายๆแบบนี้คนก็ค่อนข้างจะเยอะเพราะหลบอากาศร้อนข้างนอกแล้วอีกอย่างนึงวันนี้เป็นวันหยุดด้วย ของที่เราซื้อส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นของกินนี่ล่ะ

 

"เอารสนี้ด้วย"

"ไม่เอาอ่ะ กูไม่ชอบกินเผ็ด"

"เถอะน่าไอ้นิว สุดท้ายมึงก็แอบมาเนียนกินกับกูล่ะ"

"เออ ก็ได้ๆ"

 

"กูว่าเอานมจืดด้วยป่ะ?"

"คงไม่ว่ะ กูชอบรสช็อคโกแล็ตมากกว่า"

"งี้ล่ะนะ ถึงสูงแค่ 172"

"เงียบน่า แค่ใส่ที่เสริมส้นกูก็สูงเท่าๆมึงละไอ้เพ้นท์" พูดมั่วไปงั้นแหละความจริงก็ไม่ถึงอยู่ดี มันสูงกว่าผมตั้ง 10 เซน

 

หลังจากจ่ายเงินที่แคชเชียร์เสร็จ เราก็มาหาที่นั่งตรงที่ใกล้ๆบันไดเลื่อน เนื่องด้วยยืนซื้อยืนเลือกกันอยู่นานอาการเมื่อยก็เลยบังเกิด บวกกับอาการหิวหน่อยๆผมเลยกะว่าจะลุกไปซื้อไอศกรีมมาซักถ้วย

 

"กูไปซื้อไอติมแป๊บนึงนะ เดี๋ยวมา"

"เดี๋ยวดิ อย่าเพิ่งไป"

"หืม ทำไมวะ?"

"ซื้อให้กูด้วยดิถ้วยนึง"

"ก็ลุกเดินไปซื้อด้วยกันสิครับคุณพี่"

"ไม่เอาอ่ะกูเมื่อยอยู่ น่านะ ซื้อให้เพ้นท์หน่อยนะครับนะๆๆ ถ้ากูไปด้วยก็ไม่มีใครเฝ้าของให้มึงไง"

"โอ้ยย สรุปแล้วกูเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนมึงเนี่ย รอแป๊บนึงละกัน เดี่ยวกูมา"

 

ผมเดินไปซื้อไอศกรีมจากร้านอยู่ไม่ไกลจากที่เราสองคนนั่งกันอยู่นัก โชคดีที่คิวไม่เยอะด้วย บางครั้งผมก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมไอ้เพ้นท์ถึงชอบวอแวออดอ้อนกับผมจัง ไอ้น่ารักกับปัญญาอ่อนนี้ก็โอเคอยู่หรอก เผอิญมันดันเป็นกับผมคนเดียวด้วยนี่ดิกับคนอื่นไม่เคยเป็น ไอ้ไวท์กับไอ้พีชก็ไม่เคยโดนมันออดอ้อนมากเท่าไหร่ แต่ก็ช่างเถอะอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมเป็นคนสดใสตามมันไปด้วย

 

"อือ! ของมึง เอาไป"

"ขอบคุณๆ เดี๋ยวกลับหอไปจะคืนตังค์ให้"

 

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งกินไอศกรีมกันอยู่นั่น ก็มีเด็กผู้หญิง 2 คนเดินคล้องคอกันมาแถวๆผมพอดี น่าจะอยู่วัยประถมกันนี่ล่ะมั้ง

 

"พี่คะ?"

"ว่าไงครับผม?" ไอ้เพ้นท์ตอบแทนผมที่ไอศกรีมกำลังเต็มปากอยู่

"พวกพี่เป็นแฟนกันหรอคะ?"

 

แค่ก !

 

เจอคำถามงี้ไปผมก็สำลักสิครับ แหม่น้องครับพวกพี่ไม่ใช่แฟนกันซักหน่อยแต่ในอนาคตน่ะไม่แน่ เอ้ย...ไม่ใช่ดิ! พวกพี่เป็นเพื่อนกันนะครับน้อง

 

"ถึงกับสำลักเลย ไม่เป็นไรค่ะพี่ไม่ต้องเขินกันหรอก"

"เดี๋ยวๆนะน้อง พวกพี่ไม่ใช่...."

"ไม่ต้องอายหรอกค่ะ พวกพี่สองคนน่ารักดีจะตาย" น้องครับ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ฟังพี่ก่อนนนน....

 

'เบลล์ โบว์ มาทำอะไรตรงนี้คะลูก แม่หาตั้งนาน'

'มาคุยกับพี่ๆเขานี่ล่ะคะ แล้วคุณพ่อละคะ?'

'รออยู่ที่รถแล้วจ่ะ'

'งั้นเราไปกันเถอะค่ะคุณแม่ ไปก่อนนะคะพวกพี่ๆสองคน'

 

'พี่คนตัวเล็กไอติมเปื้อนปากนะคะ พี่ตัวโตอย่าลืมเช็ดปากให้พี่ตัวเล็กนะคะ บ๊าย บาย...'

 

ผมหยิบทิชชูมาจากมือไอ้เพ้นท์พร้อมกับเช็ดปากตัวเอง เลอะตั้งแต่เมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย

 

"หายสำลักรึยังมึงอ่ะ?"

"อือ หายแล้ว"

"กินหมดรึยัง?"

"หมดแล้ว ไปกันเถอะมึง"

 

"หะ? อะไรมึงเนี่ย ยื่นมือมาให้กูทำไม" ผมถามมันแบบงงๆ ระหว่างตอนที่กำลังลงบันไดเลื่อน

"จับมือ"

"จับทำไมวะ?"

"ก็น้องเมื่อกี้บอกว่ากูกับมึงเป็นแฟนกัน แฟนกันก็ต้องจับมือกันดิ"

"กูกับมึงใช่แฟนกันจริงๆที่ไหนล่ะ?"

"จับเถอะน่า อีกอย่างนึงน้องสองคนเมื่อกี้นั้นก็อยู่ตรงประตูที่เราจะออกพอดี เดี๋ยวน้องเสียใจแย่นะเว้ยมึงที่ทักพวกเราผิด ฮ่าๆๆ"

"เออ จับก็ได้ๆ"

 

ผมเอื้อมมือไปจับมือมันไว้ ไม่รู้ด้วยว่าเพราะอะไรถึงยอมจับมือกับมือกับมันได้ แต่ผมก็เดินจูงมือกับมันไปเรื่อยๆ จนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนอยู่ที่หน้าประตูห้องตัวเองแล้ว


- - - - - - - - - -

ไรต์กลับมาตามสัญญาแล้วนะทุกคนนน....

พร้อมกับจะมาบอกว่าไรต์จะหายตัวไปอีกแล้ว 55555555 (หลายคนเริ่มสงสัยไอ้นี่เป็นบ้าอะไรทำไมหายบ่อย) ในเสาร์-อาทิตย์หน้าไรต์ต้องไปสอบ 9 วิชาสามัญ เลยจะต้องขอหายไปเตรียมตัวสอบอีกครั้งนึง ไม่ว่ากันน้าา ถ้าหลังปีใหม่ไรต์ยังไม่มาปรากฏตัวต่อรีดเดอร์ไปทวงได้ที่แฟนเพจในเฟซบุ๊คนะครับ


แล้วก็ไรต์ได้ไปสำรวจดูในแอพนิยาย Dek-D มาแล้วพบว่าตัวแอพได้ปรับขนาดตัวหนังสือใหม่ ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องในตอนก่อนๆบรรทัดเบียดกันมากๆ ถ้ามีเวลาไรต์จะเข้าไปแก้ไขหรือรีไรต์ให้นะครับ (ไรต์ใช้ฟอนท์ TH Sarabun New นะครับ ถ้าอ่านผ่านคอมพิวเตอร์บางเครื่องอาจจะยังไม่รองรับฟอนท์นี้ เลยอาจจะเห็นเป็นหนังสือใหญ่ๆแทน)

WRITING : 18 DEC 2015
EDIT : 28 OCT 2016


- //////////พื้นที่โฆษณา////////// -

ประกาศขาย :

- อัลบั้ม Overdose (การ์ดเทา)
- BEAST Fiction & Fact Special Thailand (B2S)

*รายละเอียดเพิ่มเติมบนหน้าหลักฟิค // สนใจติดต่อ LINE ID : pyys5824

50 ความคิดเห็น

  1. #23 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 22:31
    เราลืมเธอไปแล้วอะ555 ไรอย่าโกรธรีดนะ
    #23
    1
    • #23-1 ARCHERY 01 (@bundit787) (จากตอนที่ 14)
      19 ธันวาคม 2558 / 12:08
      ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้ยอมรับติดสอบเยอะเลยหายบ่อยจริงๆ T T
      #23-1