Engineering of Love - ขอโทษนะ แต่นายน่ารักว่ะ

ตอนที่ 12 : Engineering of Love (09) - Fellow Traveler (RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มิ.ย. 59

 

[White's Part]

 

วันศุกร์ยามเย็นอันแสนสดใส หลังจากที่ฝนเพิ่งหยุดตกไปได้สักพัก ฉะนั้นแล้วออกไปเที่ยวกันเถอะ (ทั้งที่อีกเกือบๆครึ่งเดือนจะสอบมิดเทอม!?) ตอนแรกผมเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะว่าฝนตกปรอยๆแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โชคดีที่เพิ่งมาหยุดตกไปเมื่อตอนบ่าย 3 นี่เอง

 

วันนี้ผมวางแผนไว้ว่าไปเดินดูของที่จตุจักร เผื่อว่าจะมีของที่อยากได้บ้างและก็คราวนี้ไปคนเดียวซะด้วย เพราะว่าอย่างไอ้นิวและไอ้เพ้นท์ก็ปักหลักอ่านหนังสือรับมิดเทอมกันอยู่ที่ห้องแล้ว ส่วนไอ้พีชนั้นเนื่องด้วยรูมเมทที่อยู่คณะพยาบาลอยากไปดูหนังเรื่องเมย์ไหน แต่ไม่มีเพื่อนไปดูจึงพาไอ้พีชไปด้วย ไอ้แก๊งวิศวะ 5 คนอันนั้นตอนแรกก็คิดจะเอ่ยชวนอยู่หรอก แต่ว่าพอนึกได้ว่าช่วงนี้ใกล้มิดเทอม ซึ่งของคณะวิศวะผมว่ามันคงต้องหนักเอาการแน่ๆ ก็เลยไม่อยากจะไปรบกวนเท่าไหร่

ถึงมิดเทอมจะมีอีกใน 2 อาทิตย์กว่าๆข้างหน้าแต่ไม่ใช่ว่าผมจะเพิ่งมาอ่านในช่วงนี้นะ ก็ต้องอ่านมาก่อนเหมือนกันเพราะเคยมีประสบการณ์จากตอน ม.ปลาย มาแล้วว่า ความประมาทเป็นต้นเหตุแห่งเกรดตก จนทำให้ผมถึงต้องปาดเหงื่อกับการแอดมิชชั่นที่ผ่านมามากๆ

และก็จุดประสงค์การออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตานอกจากจะไปดูของแล้ว ก็ยังเป็นการผ่อนคลายเพื่อเตรียมพร้อมมิดเทอมด้วย หลังจากเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาเหมือนตัวเองดูเบลอๆไปมาก จากทั้งที่ไปล้มจูบกับไอ้เซฟและไอ้เท็นบอกให้จูบมันอีก กับความรู้สึกเล็กๆที่ก่อตัวขึ้นมาแต่ก็อธิบายไม่ได้ เหมือนกับว่าจะเป็นอะไรซักอย่างกับเรื่องจูบ ทั้งที่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันกับพวกมันทั้ง 2 คน ก็เลยหาทางเลิกคิดให้กังวลซะ

 

ควับ!

 

อยู่ดีๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้กระโดดเข้ามาเกาะไหล่ผม เล่นเอาแก้วชาเย็นในมือผมแทบหลุดมือ ใครวะ?

 

พอผมหันไปมองเท่านั้นล่ะ ก็พบกับไอ้หน้าเนิร์ดตัวสูงๆที่ใส่แว่นตาขอบดำ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไอ้ฟาร์มนี่เอง

 

"ไงมึง...จะไปเที่ยวล่ะสิ?"

"รู้ได้ไงวะมึงกูยังไม่ได้บอกซักคำว่าจะไปไหน"

"ทางนี้เป็นทางไปหน้า ม. แค่นี้กูก็รู้แล้วล่ะ" เออ...ก็จริงของมัน เพราะว่าถ้าจะกลับหอผมนั้นต้องไปทางประตูด้านข้างมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ผมกำลังเดินไปประตูหน้ามหาวิทยาลัยพอดี

 

"แล้วจะไปเที่ยวไหนล่ะ?"

"กูว่าจะไปจตุจักร"

"ดีเลย กูก็กำลังอยากเที่ยวอยู่พอดี งั้นไปกันเลย"

"เดี๋ยว จะไปด้วยง่ายๆอย่างนี้จริงดิ"

 

'เฮ้ย!! 2 คนนั้นระวัง'

 

ผมหันไปตามต้นทางเสียงตะโกนนั้น และก็พบกับลูกกลมๆสีส้มๆกำลังหมุนด้วยความเร็วเหนือเสียงที่กำลังพุ่งเข้ามาหาผม แน่นอนล่ะเจอแบบนี้ก็ก้มหลบสิครับท่านผู้ชม !!

แต่ไม่ทันจะก้มหลบ ลูกบาสที่ว่านั้นก็อยู่ในมือไอ้ฟาร์มเป็นที่เรียบร้อย โห...คนอะไรมือไวชิบ

 

'ว้าว...ชายฟาร์มของเราเป็นพระเอกเลยนะครับเนี่ย'

เสียงจากสนามบาส ให้ทายว่าน่าจะเป็นเพื่อนๆพี่ๆในชมรมบาสเกตบอลแน่ๆ

"แหะๆ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับทุกคน" ไอ้ฟาร์มพูดพร้อมกับชู้ตบาสกลับเข้าไปให้

 

"เป็นไงๆ กูเท่มั้ยล่ะ?"

"หรอ กูว่างั้นๆ"

"โห่ว...นึกว่าจะมีเท่แบบสาวกรี๊ดเหมือนพี่เสือ รักนะเป็ดโง่งี้ เคยดูป่ะ?"

"อันนี้ก็เว่อร์ไปมั้ง ได้ข่าวว่าพี่เสือไม่ได้ใส่แว่นขอบหนาๆแบบนี้ว่ะ"

"มีแต่คนชอบทักเรื่องแว่นตากูจังวะ ว่างๆกูไปหาคอนแท็คเลนส์มาใส่ซะดีกว่ามั้ง"

"แล้วทำไมมึงไม่เปลี่ยนล่ะได้ข่าวบ้านรวยไม่ใช่?"

"ก็ไม่ว่างและขี้เกียจไปดูด้วยล่ะ อีกอย่างชินกับแว่นอันนี้แล้ว"

ตกลงแก๊งนี้คุณพี่จะขี้เกียจกันยกแก๊งเลยหรอครับเนี่ย?? ใครได้เป็นแฟนด้วยคงต้องมีเอือมบ้างล่ะมั้ง

.

.

.

 

"นี่เขยิบไปหน่อยดิ กูอึดอัด" ผมบอกให้ไอ้ฟาร์มมันเขยิบออกไปยืนห่างๆจากผมหน่อย

"ก็คนมันเยอะนี่หว่า กูเขยิบได้แค่นี้ล่ะ"

 

เออก็จริง ลืมไปว่าตอนนี้ก็ 5 โมงเย็นซึ่งมันก็เริ่มชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็นแล้ว ซึ่งโดยเฉพาะบนรถไฟฟ้าแห่งนี้อยากจะบอกว่าพื้นที่น้อยมากกก อัดกันอย่างกับอยู่ในกระป๋องกาแฟ ผมก็โดนดันติดผนังตรงท้ายขบวน ส่วนไอ้ฟาร์มก็โดนดันติดกับผมอีกจนหน้าผมจะซบกับร่องไหล่มันแล้ว ยังไม่รวมปากมันที่อยู่ใกล้หน้าผากผมอีก เบรกทีนี้ไม่อยากจะคิด

 

'สถานีต่อไป...พหลโยธิน // Next Station... Phahonyothin'

 

ในที่สุดเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ผมจะได้ออกไปหาโลกอันกว้างใหญ่แล้วล่ะ !! แต่ปัญหานรกแตกที่ตามมาก็คือผมจะออกไปยังไงฟะเนี่ย

 

ปฏิบัติการขอทางจึงเริ่มต้นขึ้น โดยให้ไอ้ฟาร์มนำหน้าลุยและผมก็จับมือมันไว้ข้างหนึ่ง (เหมือนเด็กที่กลัวหลงกับแม่ยังไงยังงั้น) พอผมใกล้จะพ้นประตูรถก็ดันมีมนุษย์ป้าจากไหนไม่รู้วิ่งมาชนใส่ผม จนมือผมหลุดจากมือไอ้ฟาร์ม แถมเสียงประตูก็ดังว่ามันใกล้จะปิดแล้ว ชิบหายละ !!!

ในที่สุดไอ้ฟาร์มก็ใช้แรงกระชากผมออกมาจากรถไฟฟ้าได้ทันพอดี แต่รายนั้นก็กระชากแรงใช่ย่อย เล่นเอาลงไปนั่งกองกับพื้นชานชาลานี่สิ รุนแรงชะมัดยาก

 

"มึงแม่ง...ฮาร์ดคอร์ชิบหาย"

"ถ้าไม่ทำแบบนี้ มึงก็ติดอยู่ในนั้นล่ะน่า"

 

บางคนอาจจะสงสัยว่าพวกผมจะไปจตุจักรไม่ใช่หรอแล้วลงที่สถานีนี้ทำไมกัน เพราะว่าผมจะมาแวะซื้อหนังสือในห้างแถวนี้เล็กน้อยก่อนจะไปที่จตุจักร โดยใช้เวลาไม่นานนักผมก็ได้หนังสือมา 1 เล่มพร้อมกับไอศกรีม 1 ถ้วย ข้อได้เปรียบของคนที่ตัวบางอย่างผมก็คือเวลาอยากกินอะไรก็กินเลย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะด้วย

 

"กินเยอะนะมึงอ่ะ" ซื้อไอศกรีมเสร็จปุ๊บ ก็ทักเลยนะครับ แหม่

"ไม่เยอะ นานๆกูกินทีนึง แล้วมึงล่ะ ไม่อยากกินอะไรบ้างรึไง?"

"ยังอ่ะ ไปกันเหอะ"

 

หลังจากที่ใช้เวลาในห้างไม่นานนัก พวกเราก็โบกแท็กซี่ไปกันต่อ ซึ่งไม่นานนักก็ถึงจุดหมายของเราในวันนี้นั่นก็คือจตุจักรกรีนนั่นเอง ซึ่งผมเคยมาครั้งสุดท้ายก็ตอนสอบสัมภาษณ์เสร็จซึ่งก็นานพอสมควรแล้วล่ะ

ผมก็เริ่มเดินดูของต่างๆที่มีเหล่าบรรดาพ่อค้า-แม่ค้าวางขายกันเต็มบริเวณ ซึ่งผมก็ได้ของติดไม้ติดมือไปบ้าง ทั้งที่เอาไปเซอร์ไพร์สในวาระวันเกิดของเพื่อนที่เรียนอยู่เชียงใหม่ ของขวัญต้อนรับน้องรหัสคนใหม่ในสายที่โรงเรียนเก่า ละก็มีบางอย่างที่เอามาตกแต่งซะเอง ส่วนไอ้คนที่มาด้วย มันก็เดินๆดูๆเหมือนจะสนใจบ้าง แต่ก็ไม่เห็นจะซื้ออะไร พอถามไปก็บอกว่ามาเดินเป็นเพื่อนผมเฉยๆเอง เหตุผลดูเรียบง่ายดีจริง

จนประมาณเกือบๆ 2 ทุ่ม พวกเราก็เลยไปหามื้อเย็นกินกัน โดยปกติแล้วผมมักจะมาหาอะไรกินตอนที่ผู้คนเริ่มซาลงหน่อย เพราะไม่อยากจะมีปัญหาเรื่องที่นั่งมากนัก

 

"ไอ้ไวท์ มึงจะกินอะไร เดี๋ยวกูจะได้รวดไปสั่งมาให้"

"เอาเหมือนมึงละกัน" หลังจากนั้นมันจึงเดินกลับมาพร้อมกับจาน 2 จาน และผมก็ลุกไปซื้อน้ำเปล่ามาอีก 2 ขวด โต๊ะที่เรานั่งก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก ซึ่งผมก็นั่งตรงข้ามกับไอ้ฟาร์ม

 

"แล้วอีก 3 คนนั่นล่ะ ไม่มาด้วยหรอ?"

"เปล่า ทริปนี้ฉายเดี่ยว แล้วมึงล่ะไอ้ฟาร์ม ไม่ลองชวนอีก 4 คนในแก๊งดูล่ะ?"

"คณะนั้นต้องบอกล่วงหน้าหน่อย ชวนกะทันหันมันไม่ค่อยว่างกันหรอก อีเว้นท์มันเยอะ" ก่อนที่เราสองคนจะเริ่มลงมือจัดการอาหารของตัวเองกัน

เพราะด้วยอาหารที่ยังอุ่นๆร้อนๆอยู่ ไอความร้อนก็เลยลอยไปติดใส่เลนส์แว่นตาของไอ้ฟาร์ม แบบฝ้าขึ้นจนมัวทั้งเลนส์ จนต้องถอดแว่นตาออกมาเช็ด

 

ดูไปดูมาแล้ว ถึงแม้ว่าตอนใส่แว่นตาไอ้ฟาร์มมันดูปังมากอยู่แล้วโดยเฉพาะสาวๆที่นิยมผู้ชายใส่แว่นตา แต่พอมันถอดแว่นตาออกแล้วเท่านั้นล่ะ ผมว่าหน้าตาดีใช่ย่อย ความจริงแล้วการที่ไม่มีแว่นตาขอบสีดำหนาๆ บนหน้ามันแล้วมันก็ดูหล่อในอีกแบบนึงพอดี (ดูเป็นคนละสไตล์กับแฝดน้องที่ไม่ใส่แว่นอย่างไอ้ไฟล์ทซะด้วย)

 

"ไอ้ฟาร์ม เดี๋ยวก่อน"

"หะทำไมวะ?"

"กูอยากลองเห็นหน้ามึงแบบไม่ใส่แว่นตาดูบ้างว่ะ"

 

 

[Farm's Part]

 

'กูอยากลองเห็นหน้ามึงแบบไม่ใส่แว่นตาดูบ้างว่ะ'

 

คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมบอก หลังจากที่ผมกำลังง้างขาแว่นตาที่เพิ่งเช็ดฟ้าฝ้าเสร็จและกำลังจะใส่คืน

 

"ทำไมถึงอยากเห็นกูตอนไม่ใส่แว่นได้?"

"เอ่อ...ไม่รู้ดิ ก็กูอยากลองเห็นมึงตอนไม่ใส่แว่นดูบ้าง"

"อ่ะ งั้นก็เชิญคุณไวท์ดูได้เลยครับ" ผมพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆไอ้ไวท์

"เออๆ กูเห็นแล้ว ยื่นหน้ามาใกล้กูทำไมวะเนี่ย"

"ก็บอกว่าอยากเห็นไม่ใช่ กูเลยให้เห็นแบบ HD ฮ่าๆๆๆ" ผมพูดพร้อมกับพับแว่นใส่กล่องแว่นตาสีดำที่พกติดตัวมา

 

"เห็นหน้ากูชัดป่ะไอ้ฟาร์ม"

"เห็นดิ"

"อันนี้กี่นิ้ว"

"ปัญญาอ่อนล่ะมึง กูสายตาสั้นไม่ได้เป็นต้อซะหน่อย"

"กูก็แกล้งมึงเล่นเองล่ะน่า แล้วมึงมองเห็นชัดได้ถึงตรงไหนบ้างอ่ะ?"

"ถ้าหน้ามึงอ่ะกูเห็นอยู่ แต่ถ้าป้ายห้องน้ำข้างหลังเห็นตัวอักษรเป็นแค่แถบมัวๆ"

ผมอธิบายให้กับคนข้างหน้าที่ขี้สงสัยอยู่ไม่น้อยให้ฟัง สายตาผมสั้นประมาณ 125 ซึ่งก็ไม่ได้มากนัก และยังอดขำไม่หายที่ไอ้ไวท์ถามจำนวนนิ้ว ถามมาได้ยังไงฟะ

 

"จะดูอะไรต่ออีกรึเปล่ามึง?"

"อื้อ ไม่ล่ะ กลับกันป่ะมึง" ไอ้คนตัวเล็กข้างหน้าตอบผมพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ และหลังจากนั้นก็เลยจะเดินออกมาเพื่อมาหารถกลับ

 

จะว่าไปวันนี้มีแต่คนเดินกันเป็นคู่เยอะจริงๆ ทั้งจับมือกัน ป้อนอะไรกันด้วยล่ะ โดยเฉพาะรอบๆตัวผมที่มีแค่ผมกับไอ้คนที่สูงเลยไหล่ผมนิดนึงที่น่าจะเป็นคนโสดล่ะมั้ง

 

ควับ !

 

"หะอะไรมึงเนี่ยไอ้ฟาร์ม โอบไหล่กูทำไมวะ?"

"ก็เห็นคนอื่นเขาทำบ้าง กูก็เลยอยากทำแค่นั้น"

ก็จริงนี่หว่าเห็นแล้วมันก็น่าหมั่นไส้ไม่น้อย ทำไงได้นอกจากคว้าไอ้คนข้างๆมาโอบแข่งบ้างล่ะ ตอนแรกก็ทำโวยวายอยู่หรอกนะ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ผมโอบมันเล่นซะงั้น

 

 

'ไปไหนครับ'

'ห้าแยกลาดพร้าวครับ'

 

ผมกับไอ้ไวท์เรียกแท็กซี่ข้างหน้าจตุจักรกรีน โดยไอ้ไวท์บอกว่าตอนกลับคงจะใช้วิธีเดิมคือโบกแท็กซี่จากตรงนี้ แล้วไปที่สถานีรถไฟฟ้าจะได้ประหยัดตังค์ ซึ่งผมก็แล้วแต่มันเหอะ โดยผมกับไอ้ไวท์สองคนนั่งกันอยู่ที่เบาะข้างหลังนี่ล่ะ

 

 

'...ช่วงเวลาดีดีที่เธอและฉันไม่ต้องกังวลอะไร

เป็นช่วงเวลาดีดีที่เราทั้งสองจะมีแต่ความเข้าใจ

วันนี้เป็นวันดีดี วันนี้เราควรจะทำอะไร...

 

...มีบรรยากาศฝนตกรถติดช่วยฉัน

ยังมีมือเปล่าว่างอยู่ให้จับเท่านั้น

ลองดูที่แก้มฉัน เธอนั้นว่ามีอะไร...'



ว่าน ธนกฤต - ระยะปลอดภัย

 

"เสียงวิทยุดังไปมั้ย ไอ้หนู?"

"ไม่เป็นครับลุง โอเคแล้วครับ" ผมบอกกับคุณลุงที่ขับแท็กซี่หลังจากที่แกหันมาถามพวกเรา

 

ครืด...

 

ผมหันมองไปตามเสียงแปลกๆ ก็พบกับไอ้ไวท์ซึ่งหมดฤทธิ์หลับไปแล้วที่กำลังเอาหัวถูกระจกรถอยู่ แหงละพอเลิกเรียนเสร็จก็โผล่มาเที่ยวเลย ร่างกายดูบางๆแบบนั้นไม่แปลกที่จะผล็อยหลับไปได้ แต่ครั้นจะปล่อยให้มันเอาหัวถูกระจกแบบนั้นก็ใจร้ายไป ผมก็เลยเอามือจับหัวมันมาอิงไหล่ผมแทนซะ

 

'หลับสนิทเลยนะ มึงอ่ะ'

 

"..."

 

 

"วันนี้ค่ำวันศุกร์ซะด้วย รถติดหน่อยนะไอ้หนุ่ม อ้าว...หลับไปแล้วคนนึงหรอ?"

"ใช่ครับลุง สงสัยคงเหนื่อยจากที่ไปเดินมาเมื่อกี้"

"อ่อ...ไอ้หนุ่มแล้วมีแฟนรึยัง?"

"ผมหรอครับยังเลยครับ"

"แล้วไอ้ที่นอนบนไหล่นั่นล่ะ ไม่ใช่แฟนเรอะ?"

"อ้อ เปล่าครับ เพื่อนกันเฉยๆ"

"อ่อ...ไม่ใช่อะไรหรอก ตอนแรกลุงก็นึกว่าแฟนกันเฉยๆ ฮ่าๆๆๆ" ถ้าผมเป็นลุงผมก็เข้าใจเหมือนลุงนั่นล่ะครับ ฮ่าๆๆ เพราะผมก็เล่นกอดคอมันตั้งแต่ข้างในจตุจักรกรีนจนออกมาโบกแท็กซี่ข้างนอก ไม่แปลกที่คนอื่นอาจจะมองเป็นแบบนั้นไป

 

"ลุงครับ"

"ว่าไงเอ่ย?"

"เปลี่ยนไปลงซอยข้าง ม.สารนิเทศได้มั้ยครับ?"

"อ้อ ซอยที่มีหอพักเยอะๆ นั่นน่ะหรอ ได้ๆ" ไหนๆ ไอ้คนข้างๆผมมันก็นอนหลับซะขนาดนี้แล้ว ผมก็เลยให้มันนอนยาวต่อเลยละกัน

 

หลังจากนั้นผมจ่ายตังค์พร้อมกับปลุกคนที่หลับเป็นตายอยู่ข้างๆให้ตื่น ซึ่งคนบ้าอะไรปลุกยากปลุกเย็นจริงๆ

 

"ตื่นดีรึยัง มึงอ่ะ?"

"อือ...ตื่นแล้ว ว่าแต่ให้แท็กซี่มาส่งถึงที่นี่เลยหรอวะ?"

"ใช่ละ กูบอกลุงเขาเองล่ะให้มาส่งที่นี่"

"แหม่ ขอบคุณนะครับเฮียที่ช่วยออกค่าแท็กซี่ให้ งั้นกูขอตัวละ แล้วเจอกัน"

"เดินดีๆละกันนะมึง ระวังหน้าทิ่มบันไดซะก่อน"

"กูอายุ 19 แล้วนะมึง ไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้นหรอก... โอ้ย !!" นั่นไง ขนาดไม่ซุ่มซ่ามยังเหวี่ยงเท้าไปโดนใส่กระถางต้นไม้ได้อีกนะนั่น

"จนได้เลยนะมึง เดินไหวมั้ยนั่น"

"ไหวอยู่หรอกน่า ไอ้ฟาร์มมึงกลับหอมึงไปเถอะ บาย"

 

ใช้เวลาเดินไม่นานนักผมก็กลับมาถึงหอของพวกผม ซึ่งก็อยู่ซอยเดียวกันข้างมหาวิทยาลัยเหมือนกันนี่ล่ะ (หอพักเกือบทั้งซอยที่นี่) ก่อนจะขึ้นไปยังห้องของตัวเองที่มีอีกร่างหนึ่งของผมอยู่รอผมพอดี ซึ่งผมก็เพิ่งจะตอบไลน์มันเมื่อตอนอยู่บนแท็กซี่นี่เอง

 

ก๊อกๆ

 

"โอ๊ะ!! กลับมาซะมืดเลยนะครับ แหม่"

"เออน่า ว่าแต่เมื่อกี้มึงตกใจกูทำแป๊ะอะไร เห็นหน้ากันมาตั้งแต่เด็ก"

"ก็มึงแม่งไม่ใส่แว่นตานี่หว่า กูก็ตกใจนึกว่าเห็นตัวเองมาเคาะห้อง"

"เว่อร์ละๆ ทำอย่างกับไม่เคยกูใส่แว่นตาไปได้นะมึง"

 

"เออ...แล้วมึงไปเที่ยวกับเพื่อนคนไหนวะ เพราะทั้งกู ไอ้เท็น ไอ้เซฟ และไอ้เจมส์ก็อยู่หอกันหมด"

"ไม่บอก ทายเอาละกัน"

"โหย ใจร้ายว่ะ แอบควงผู้หญิงไปเที่ยวกันแน่ๆ ถึงกับขนาดปิดบังน้องตัวเอง"

"มึงก็เครียดไปได้ กูก็ล้อเล่นเอง กูไปกับไอ้ไวท์ที่อยู่คณะอักษรนั่นไง"

"อ่อ...ที่ไม่ยอมบอกเพราะควงผู้ชายไปนี่เอง ฮ่าๆๆ"

"เออ พูดมากน่า มึงล้างจานต่อไปเหอะไป" หลังจากที่สนทนากับแฝดน้องของผมเสร็จแล้ว ผมก็เดินเข้าห้องน้ำไป เพื่อที่จะอาบน้ำหลังจากที่กลับมาเหนื่อยๆ โดยไปให้ไอ้ไฟล์ทล้างจานของมันต่อไป

 

จะว่าไปแล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่ผมออกมาเที่ยวกับคนอื่นนอกจากกลุ่มแก๊งของตัวเอง ปกติแล้วถ้าออกมากับคนอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนของตัวเองผมมักจะรู้สึกเบื่อๆแทบทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ที่ผมไม่รู้สึกเบื่อกับการเดินเที่ยวตลอด 2-3 ชั่วโมงเลย คิดแล้วก็น่าสงสัยว่าทำไมกัน


- - - - - - - - - -

มาตามกำหนดทุกช่วงสุดสัปดาห์ค่ำๆแบบนี้แก่เหล่ารีดเดอร์ทุกคนนน... ถึงแม้ไม่มีคอมเมนท์ใดๆ เราก็ยังอัพอยู่เนอะ 5555

WRITING : 27 NOV 2015
EDIT : 4 JUN 2016


Facebook : Archery Writer
Hashtag : #รักวุ่นวายของผู้ชายปีหนึ่ง

50 ความคิดเห็น

  1. #19 Beam ^^ (@beem_03) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 11:27
    ไวท์น่ารักกกก~
    #19
    0
  2. #18 ` (vanillashake) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 22:30
    ไม่ต้องถามว่าทำไม เพราะการกระทำก็บ่งบอกแล้วค่ะว่าหลงรักน่ะ >///<
    #18
    0
  3. #17 lar0649 (@lar0649) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 22:19
    มาต่อเร็วๆนะค่ะ >w< เป็นกำลังใจให้ค่ะ??
    #17
    0