Fiction:EXO - Your Highness [KaiDo or BaekDo] -The End-

ตอนที่ 2 : Chapter 02 :: Alice in Wonderland

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 พ.ค. 58




Chapter 02 :: Alice in Wonderland












เจ้านกตัวน้อย กาลหนึ่งปีกเจ้าหัก

ข้าคอยดูแลด้วยความรัก ปกป้องเจ้าจากภัยอันตรายไว้เพียงในกรงทอง

ข้าห่มยามเจ้าหนาว ข้าป้อนยามเจ้าหิว 

ความไว้ใจและผูกพันทำให้ข้าเผลอไผลเปิดกรงนั่นไว้

ลืมหมดสิ้นซึ่งวันหนึ่งปีกน้อยนั่นมีแรง เจ้าปีกเล็กที่ข้าคอยเฝ้าดูแลก็พาเจ้าโบยบินจากข้าไป

เจ้าอยู่หนใดยามไกลข้า ข้าอยู่ได้อย่างไรยามไกลเจ้า

เจ้านกน้อยเอ๋ย...

 

 

 

มือเล็กผลักบานประตูเข้ามาอย่างเคยชิน แต่แล้วใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสก็ต้องเปลี่ยนเป็นบูดสนิทเมื่อเห็นร่างของผู้ชายตัวสูงสองคนยืนติดกันในระยะประชิด เจ้านายโอบเอวลูกน้องส่วนลูกน้องก็บรรจงตกแต่งเนคไทบนลำคอของผู้ที่อยู่เหนือหัว ที่สำคัญรอยยิ้มสุขสมแต่งแต้มบนใบหน้าหล่อเหลาทั้งสองจนคยองซูคิดหงุดหงิดใจ

 

"อะแฮ่ม !!"

กระแอมเบาๆให้ทั้งสองรู้ตัวแล้วหันมามองคนที่กำลังกอดอกทำหน้าไม่พอใจอยู่ตรงบานประตู ถึงกระนั้นเซฮุนก็ยังไม่หยุดการกระทำแต่กลับก้มลงไปประทับริมฝีปากกับแก้มของจงอินเบาๆให้คยองซูต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆที่คนหอมและถูกหอมนั่นกลับหัวเราะอย่างสนุกสนาน

 

"จงอิน !!"

เริ่มออกเสียงบ้างเมื่อทั้งสองคนยังคงไม่ยอมผละออกจากกัน สุดท้ายก็ต้องเลิกแกล้งเมื่อดูท่าคยองซูจะเริ่มอารมณ์เสียจริงๆ จนจงอินต้องเดินเข้ามาหาและสั่งให้เซฮุนออกไปจากห้องก่อน แต่ยังไม่วายที่คุณพ่อบ้านจะหันมาส่งยิ้มให้คนขี้งอน

 

"เป็นอะไรไปครับ"

 

"เปล่า"

 

เป็นชัดๆ ...

จงอินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกักขังคนตัวเล็กที่เอาแต่ดิ้นขลุกขลักอยู่แบบนั้น แล้วก้มลงไปสูดกลิ่นแชมพูราคาแพงบนศีรษะ

 

"โกรธหรอ"

 

"เปล่า"

 

"ก็แค่...ผูกเนคไท"

 

"แล้วหอมแก้มกันทำไม"

หันมาสบตากับคนที่ตัวสูงกว่าด้วยแววตาขุ่นเคืองจนจงอินนึกขำกับความไร้เดียงสา

 

"ก็...หอมมาตั้งแต่เป็นเด็ก"

 

"ไม่ชอบ"

 

"หืม...ไม่ชอบให้หอมหรอ งั้นฉันไม่ทำแล้วก็ได้"

 

"ไม่ชอบ...ให้ทำกับเซฮุน"

 

"หืม..."

มองคยองซูในอ้อมกอดด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจกับประโยคนั่น จนสุดท้ายเป็นคนตัวเล็กเองที่เขย่งปลายเท้าขึ้นมาสูดความหอมไปจากแก้มของเขา

 

"ถ้าอยากให้หอมก็บอก ฉันหอมนายได้เท่านั้น"

จงอินถึงกับต้องหัวเราะออกมาในความน่ารัก จ้องมองหน้าอีกคนที่เริ่มคลายขมวดคิ้วลงแล้วหันมาจัดการเนคไทเขาต่อจากที่เซฮุนทำทิ้งไว้

 

"วันนี้จะกลับดึกไหม"

 

"ก็คงจะดึกมาก เพราะเมื่อวานเลื่อนประชุมเลยทำให้งานเข้านิดหน่อย เอกสารสำคัญต้องเคลียเยอะไปหมด ถ้าง่วงก็นอนเลยนะครับ"

คำบอกเล่าถูกแทนที่ด้วยการส่ายหัวเล็กๆ

 

"ไม่เอาหรอก เดี๋ยวฉันจะฝันร้าย จะรอจงอินกลับมานะ"

พูดพร้อมการจัดวางเนคไทครั้งสุดท้ายและริมฝีปากประกบเข้าหากันอีกรอบจนเสียงเคาะของประตูดังขัดจังหวะเพราะถึงเวลาที่จงอินจะต้องออกไปทำงานเสียที

 

 
              

คยองซูเดินกลับเข้ามาภายในตัวบ้านตรงสู่ห้องโถงรับแขกเพื่อหาใครบางคนที่นั่งรอเขาอยู่นานแล้วหลังจากส่งจงอินไปทำงานเรียบร้อยดั่งเช่นทุกวัน

 

"คุณลู่หานสวัสดีครับ"

 

"สวัสดีครับคุณคยองซู"

โค้งให้กันทั้งสองฝ่ายอย่างสุภาพก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาคนละด้าน คุณนักออกแบบสวนก็เริ่มเปิดภาพวาดแปลนใหม่พร้อมกับรูปเรฟเฟอเร้นซ์ให้ผู้ว่าจ้างดูอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

"รูปแบบเหมือนที่เราคุยกันเมื่อวานเลยครับ แต่ผมว่าอาจจะมีการนำพวกตุ๊กตาปั้นมาตั้งไว้เพื่อสร้างบรรยากาศเพิ่ม ถ้าคุณคยองซูอยากจะไปเลือกเอง...ผมพาไปได้นะครับ"

ลู่หานก็แค่ลองแหย่ตามประสาคนอยากรู้ ถ้าเขาชวนคนที่บอกว่าไม่เคยออกนอกกำแพงนี้จะไปกับเขาไหม และแน่นอนว่าคยองซูส่ายหัวทันที

 

"ผมเชื่อใจครับว่าคุณจะทำออกมาได้ดี..."

ตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างเคย เขารู้ดีว่าลู่หานแค่อยากลองพาเขาออกไปจากที่นี่

 

"แต่คุณคยองซูครับ..."

 

"ข้างนอกมันอันตรายกับผมครับ คุณพ่อบอกไว้แบบนั่น"

 

"แต่โลกข้างนอกนั่นมันมีอะไรมากกว่าหนังสือที่คุณอ่าน ผู้คน ตึกสูงเสียดฟ้า สวนสนุกที่มีแต่ของเล่น ของกินที่บางทีคุณก็อาจจะไม่เคยกิน มีอะไรมากมายหลายอย่าง คุณไม่อยากเรียนรู้มันหรอครับ"

คำตอบกลับเป็นเพียงการส่ายหน้าให้คุณนักออกแบบจอมตื้อต้องถอดถอนหายใจ แล้วพากลับเข้าเนื้องานอีกครั้ง

 

ลู่หานอธิบายส่วนต่างๆตามที่ออกแบบไว้ให้ผู้เป็นนายจ้างฟัง โชคดีที่สิ่งที่เขาคิด ดูจะถูกใจของคยองซูไปซะหมด

 

"ส่วนของชุดน้ำชาที่คิดว่าจะตัดไว้เพื่อเป็นมุมพักผ่อน เราจะมีกระโจมเล็กจะได้สามารถนั่งทานชายามบ่ายได้ โดยพวกตุ๊กตาเล็กๆและของเล่นจะเอามาใช้ในส่วนนี้ด้วยครับ โชคดีที่สวนสนุกกำลังจัดงานเทศกาลของเล่นเราคงได้ของแปลกๆมาจัดให้ครับ"

 

"เทศกาลของเล่นหรอ !!"

คยองซูตาโตขึ้นมาทันที และนั่นเหมือนเปิดช่องให้ลู่หานได้สานต่อความตั้งใจ

 

"ครับของเล่น...ของเล่นจากทั่วโลกมารวมกัน เยอะแยะมากเลยครับ"

 

"งั้นก็เหมือนได้ไปเล่นของเล่นจากทั้งโลกทั้งๆที่ไปแค่ที่เดียวน่ะสิ"

 

"ก็คง...ประมาณนั้นมั้งครับ ถ้าคุณคยองซูสนใจผมพาไปได้นะครับ"

 

"แต่นั่นมัน...ไม่ได้หรอก คุณพ่อบอกไว้ว่า..."

 

"ถ้าคุณไม่เคยลอง...คุณจะรู้ได้ยังไงว่าอันตราย..."

ดวงตาโตสองคู่สบประสานกันก่อนที่คยองซูจะต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเพื่อหันมาสนใจคุณแม่บ้านท่าทีร้อนรนที่เข้ามาเสียก่อน

 

"คุณคยองซูคะ พอจะเห็นซองเอกสารของคุณจงอินไหมคะ เมื่อสักครู่คุณเซฮุนเพิ่งจะโทรมาบอกว่าลืมไว้น่ะค่ะ ต้องรีบใช้ด่วนซะด้วย"

 

"ไม่นะครับ แต่เดี๋ยวจะขึ้นไปดูข้างบนให้นะ"

หันไปตอบกับคุณแม่บ้านให้เธอเบาใจขึ้นแล้วหันกลับไปหาลู่หานที่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ให้คยองซูขอตัวออกมาหาเอกสารสำคัญให้กับผู้เป็นนายของบ้าน

 

 

 

ห้องทำงานสีเข้มถูกเปิดประตูเข้าไปแล้วคยองซูก็พบซองกระดาษสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานที่หน้าซองถูกตราด้วยหมึกสีแดงกับข้อความสั้นๆว่า 'สำคัญ'

 

คยองซูหยิบซองกระดาษติดมือออกมาแล้วเดินลงตามบันไดเพื่อจะมอบให้กับชายใส่สูทสักคนในบ้านรีบไปมอบให้คุณจงอิน แต่เพราะคำบางอย่างที่คงติดอยู่ในหัว ร่าเล็กจึงหยุดชะงักการกระทำ

 

 

"ถ้าคุณไม่เคยลอง คุณจะรู้ได้ไงว่ามันอันตราย"

 

 

เหมือนมีก้อนแข็งๆจุกอยู่บริเวณลำคอ เขาไม่แน่ใจนักว่าการกระทำที่กำลังจะทำมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 

ขาเล็กๆพาตัวเองมาหยุดยืนหน้ารั้วสูงที่เขาไม่เคยจะผ่านมันออกไป และนี่ถ้าเขาเลือกจะทำมันจะเป็นครั้งแรก

 

"คุณคยองซู มีอะไรรึเปล่าครับ"

แน่นอนว่ายามหน้าบ้านจะต้องเอ่ยทักเมื่อเขาไม่เคยเดินมาถึงจุดนี้เลยสักครั้ง

 

"คือ...ป้ามินอามีเรื่องด่วนน่ะ คุณจงอินโทรมาช่วยไปหาทีสิ"

 

"แต่คุณคยองซูไม่น่าออกมาเองเลยนี่ึครับ"

 

"ไปเถอะหน่า เร็วๆล่ะ เดี๋ยวคุณจงอินจะโกรธ"

พูดจนยามหน้าประตูหลงเชื่อ ลอกเลียนนิสัยจากนิทานเด็กเลี้ยงแกะที่เคยอ่าน จนในที่สุดประตูเหล็กที่ดูจะสูงตระหง่านก็เป็นแค่เพียงเบื้องหลัง

 

ใจดวงเล็กเต้นแทบไม่เป็นจังหวะตื่นเต้นกับโลกภายนอกซะเหลือเกิน ตลอดทางหน้าบ้านช่างเป็นทางยาวที่มีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่สองข้างทาง คยองซูไม่รู้ว่านี่จะเรียกว่าไกลไหมสำหรับการเดินบนโลกภายนอกรั้วบ้าน แต่สำหรับคยองซูมันกว้างกว่าโลกในกำแพงนัก

 

เมื่อได้ออกมาก็เหมือนอลิซที่ได้ดื่มน้ำวิเศษ เขารู้สึกว่าอะไรๆก็ช่างดูใหญ่โตไปเสียหมด ถนนที่เคยเห็นในรูปภาพ รถยนต์หลายสีแตกต่างกับรถของจงอิน ผู้คนที่มีมากมายกว่าแม่บ้านในชุดผ้ากันเปื้อนและผู้ชายในสูทสีดำ อาหารที่เขาเคยและไม่เคยกิน ข้าวของที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ตึกและบ้านรูปทรงอื่นนอกจากรั้วกำแพงสูง ป้ายไฟและร้านรวงทำให้คยองซูตื่นตาตื่นใจซะเหลือเกิน...ที่นี่คือวันเดอร์แลนด์

 

ปลายเท้าสองข้างหยุดยืนบนฟุตบาทที่มีผู้คนยืนรอและเขาก็รู้ว่าที่ตรงนี้เรียกว่าไฟแดง หากจะข้ามก็ต้องรอสัญญาณไฟ

 

"โอเค ทีนี้เราก็จะต้องไปตามที่อยู่นี่"

พูดกับตนเองและจ้องมองที่อยู่ตามที่จ่าไว้บนซองกระดาษ

 

"อ่ะ !!"

อุทานอย่างตกใจเมื่อคนทางด้านหลังเดินชนไหล่เข้าอย่างจังจนคนตัวเล็กต้องเงยหน้ามองสีสัญญาณที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอนุญาตให้ข้ามได้ คนตัวเล็กจึงได้เดินตามกระแสคนที่ไหลข้ามฝั่งมา

 

"โอเค...ไปตามที่อยู่นี้"

พูดกับตัวเองอีกครั้งแต่จะทำอย่างไรเมื่อเขาไม่รู้จักสักนิดว่าสถานที่ที่อยู่ตอนนี้หรือสถานที่ที่ถูกเขียนไว้มันคือตรงไหน จนในที่สุดก็ตัดสินใจไปถามทางคนที่เดินผ่านไปมา

 

"ขอโทษนะครับ คือ..."

ยังพูดไม่ทันจบคนที่หวังว่าจะให้ความช่วยเหลือก็เดินผ่านไปโดยไม่ฟังคำขอร้องใด ถ้าเป็นในบ้านแค่คยองซูเรียกไม่มีใครที่จะไม่ฟัง

 

"ขอโทษนะครับ คือผมต้องการไปตามสถานที่นี้ ผมจะไปได้ยังไงครับ"

 

"คะ ???"

โลกภายนอกก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างนั้น คำของลู่หานกลับเข้ามาอีกครั้งเมื่อการขอความช่วยเหลือของคยองซูครั้งนี้เป็นผล หญิงสาวในเสื้อโค้ทและส้นสูงอย่างที่ผู้หญิงนอกรั้วคงชอบใส่กำลังอ่านข้อความที่เขียนอยู่บนซอง

 

"คุณต้องไปลงรถไฟใต้ดินค่ะไปตามสายสีเขียว ฉันไม่แน่ใจนักว่ามันอยู่สถานีไหนแต่คุณไปถามที่ชานชาลาได้"

 

"รถไฟใต้ดิน...ต้องใช้เงินซื้อตั๋วใช่หรือเปล่าครับ"

คำถามของคยองซูเล่นเอาเจ้าหล่อนขมวดคิ้วอย่างจริงจัง อย่างหนึ่งที่อลิซตัวเล็กคงลืมไป...วันเดอร์แลนด์แห่งนี้ต้องใช้เงินในการแลกเปลี่ยน

 

"ใช่ค่ะ"

 

"อ่า...แต่ผมไม่มีเงินเลย แล้วถ้าเดินไป...มันอยู่ไกลมากไหมครับ"

 

"เอ่อ...ก็คงประมาณสามชั่วโมงมั้งคะ ขอตัวก่อนนะคะ"

และแล้วความช่วยเหลือแรกก็จากไป...แต่ก่อนจะไปสาวเจ้ายังไม่วายที่จะมองหน้าเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขารู้ดีว่าการที่บอกว่าไม่มีเงินคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่เพราะจงอินเคยบอกเสมอว่าผู้คนสมัยนี้มองคนอื่นจากเงิน แต่ทำยังไงได้เขาอยู่แต่ในบ้านนี่

 

ตอนนี้คยองซูมีเพียงสองตัวเลือกคือจะเดินต่อไปหรือจะกลับเข้าสู่รั้วนั่นอีกครั้ง...และครั้งนี้เขาเลือกที่จะเดินต่อไป

 

คยองซูเดินไปตามทาง ถามผู้คนที่เดินสวนกันรอบข้างและออกเดินตามทิศที่นิ้วมือของแต่ละคนชี้ออกไป เท้าเล็กที่ไม่เคยต้องเดินมากมายก็เริ่มออกอาการให้เจ้าของต้องนิ่วหน้ากับความเจ็บปวด เขารู้ว่าโลกมันกว้างใหญ่แต่ไม่คิดว่ามันจะกว้างขนาดนี้ แล้วนี่ยิ่งมีเอกสารสำคัญของจงอินอยู่กับตัว คิดถึงคำพูดของผู้หญิงที่บอกทางเป็นคนแรกสามชั่วโมงในการเดินแต่ถ้าเขาวิ่งก็อาจจะเร็วกว่านั้น จงอินคงจะต้องรออยู่ พอคิดได้ถึงจะเจ็บเท้าก็ยังคงออกแรงวิ่ง จนตอนนี้เสื้อยืดที่ใส่อยู่อาบชุ่มไปด้วยเหงื่อ อยากจะได้น้ำดับกระหายแต่กฎบนโลกแห่งนี้คือเงินเท่านั้นที่จะแลกมันมาได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่ก้าวเดินต่อไป

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่านาน นานจนพระอาทิตย์ส่องตรงกับหัว ถ้าจะให้เดินกลับบ้านบอกเลยว่าเขากลับไม่ถูกแล้วล่ะ จะให้ไปต่อก็ไม่รู้จะไกลอีกแค่ไหน ตอนนี้เขาหลงทางแล้วสิ...

 

ขาเล็กๆก้าวอย่างอ่อนแรง สิ่งที่คยองซูอยากได้ตอนนี้คือน้ำหรือไม่ก็ให้เขาได้พบกับจงอินซะตอนนี้เลย แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทางรอดที่ดีที่สุดในตอนนี้ทางเดียวคือการได้พักสักครู่ พักในที่มีลมเย็นๆให้ไล่ความร้อนออกจากกายและสวนสาธารณะข้างทางคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

คยองซูก้าวเข้าไปด้านใน ผ่านรั้วเหล็กเตี้ยๆที่ๆมีร่มไม้และผู้คนนั่งเล่นกันอยู่ประปราย เขาไม่รู้ที่นี่ที่ไหนแต่เขารู้ว่าเขาจะสามารถนั่งพักที่นี่ได้โดยไม่ต้องเสียเงินเท่านั้น

 

ขาเล็กๆแสนอ่อนแรงทิ้งตัวลงบนม้านั่งยาวหลังพุ่มไม้ไร้ผู้คน ปล่อยลมหายใจร้อนออกมาเพื่อระบาย ผิวขาวๆที่ไม่เคยโดนแดดนานๆก็เปลี่ยนเป็นแดงพร้อมกับผดผื่นเล็กๆที่ขึ้นตามลำแขน

 

"แบบนี้จะไปหาจงอินเจอได้ยังไง...จะได้เจออีกรึเปล่า..."

ร่างโชกเหงื่อโอบซองเอกสารไว้แน่นจนมันซับเหงื่อไปด้วย น้ำตาที่ไม่เคยไหลหลังจากพบเจอบุคคลที่ชื่อจงอินก็กำลังจะกลับมาอีกครั้ง

 
 

 

คุณลู่หานโกหก โลกข้างนอกมันโหดร้าย

 


 

หรือจริงๆโลกที่ไม่มีจงอินมันโหดร้าย...



 

"จงอิน มาหาฉันที...แล้วฉันจะไม่หนีออกมาอีกเลย มารับฉันกลับไปที"

ร่างเล็กๆกำลังสะอื้นไห้กอดตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยเพียงลำพัง แต่แล้วเสียงฝีเท้าของใครบางคนทำให้คยองซูต้องสะดุ้งขึ้น มือขาวๆนั่นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ ในใจลึกๆแล้วหวังให้เป็นจงอินตามคำขอ

 

คยองซูหันไปมองด้านหลังพุ่มไม้ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ตรงนั้นมีลานน้ำพุเล็กๆอยู่ และตอนนี้กำลังมีคนๆหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น...แต่ไม่ใช่จงอิน

 

เขาคนนั้นผิวขาวกว่าจงอิน ตัวเล็กกว่าจงอิน และดูแตกต่างกับจงอินของคยองซูอย่างสิ้นเชิง คนตัวเล็กจ้องมองชายคนนั้นที่ยืนโคลงหัวตัวเองต่อหน้าน้ำพุอยู่หลายครั้ง และเพราะสถานที่ตรงนี้ไม่มีคนอื่นใดอีกเสียงของชายที่พูดคนเดียวก็ดูเหมือนจะได้ยินชัดเจนสำหรับคยองซู

 

"โอเคๆ โอเคแบคฮยอน นายก็แค่มาลอง นายไม่ได้เชื่อคำพูดเหลวไหลของไอ้เพื่อนบ้าพวกนั้นเสียหน่อย แต่มาลองมันก็ไม่แปลกถูกไหม"

ชายที่ชื่อ แบคฮยอนพูดกับตัวเอง

 

 

แบคฮยอนเป็นแค่เด็กมหาลัยปีสี่ เขามาที่น้ำพุในสวนสาธารณะนี่ตามคำบอกของเพื่อนตัวสูงพราวสเน่ห์อย่างปาร์ค ชานยอล

 

 

"มึงก็อยู่จนปีสี่ละนะแบคฮยอน เมื่อไหร่มึงจะมีแฟนวะ กูรู้มานะเว้ยว่าน้ำพุในสวนสาธารณะเขามีไว้ไปขอแฟนกัน ใครไปขอเนี้ยได้ทุกคน"

 

 

แน่นอนว่าเขาตอบกลับไปว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ดูตอนนี้สิเขามายืนอยู่หน้าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านั่น

 

"โอเคๆ ก็แค่ลองดูเนอะ ไม่มีอะไรเสียหาย"

แบคฮยอนหลับตาพนมมือที่มีเหรียญเล็กๆอยู่ภายใน สูดหายใจเข้าลึกแล้วเปล่งคำขอพร

 

"ผมแบคฮยอน...ถ้าท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆละก็...คือผมยังไม่เคยมีแฟนสักคน ถ้าเป็นไปได้ ผมขอแค่สักคนที่จะอยู่ให้กำลังใจผมในวันที่ผมท้อใจและไม่โดนเพื่อนล้ออยู่แบบนี้ ผมแค่อยากมีแฟนสักคนครับ"

จบคำอธิษฐานเหรียญเงินที่กำไว้ก็ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำพุ

 

แบคฮยอนมองกองเหรียญมากมายที่จมกันอยู่ใต้ผืนน้ำก็ต้องถอนหายใจ ท่านคงจะงานหนักมากสินะเทพน้ำพุ แล้วจะว่างมีเวลาฟังคำขอของเขาหรือเปล่า

 

สุดท้ายแบคฮยอนก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วกระชับสายกระเป๋าเป้ ตัดสินใจหันหลังเดินกลับออกมาแต่แล้วขาของเขาก็ต้องสะดุดกึกเมื่อมีมนุษย์คนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้า

 

"แบคฮยอน ฉันเป็นแฟนนายนะ"

ประโยคของคนแปลกหน้าทำเขาเกือบลืมหายใจ จ้องมองผู้ชายตาโตที่ยืนยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้าก็ต้องรีบหันกลับไปมองบ่อน้ำพุด้านหลังแล้วหันกลับมามองคนที่ยังยืนยิ้มอีกที

 

เดี๋ยวนี่ท่านจะทันใจไปไหนคือเพิ่งขอเมื่อกี้ แล้วเดี๋ยวนะคือแฟน...ไม่ใช่ผู้หญิงหรอทำไมถึงเป็นผู้ชายหรือเขาจะโยนเหรียญได้ด้านหัว ท่านเทพน้ำพุตลกร้ายอะไรกับแบคฮยอน !!!

 

"เป็นอะไรไปล่ะ ฉันเป็นแฟนนายนะแบคฮยอน"

 

"ฟะ...แฟน..."

 

"อื้ม"

สุดท้ายเด็กชายผิวขาวตาโตตรงหน้าก็เอาแต่ยิ้ม เอาจริงสิ นี่เขามีแฟนแล้วจริงๆหรอ ...

 

______________________________________________________________________________

ออกมาแล้วนะคยองซู


ตอนนี้เป็นไงบ้างคะน่าเบื่อไปหรือเปล่า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาติดตามนะคะ
ฝากเม้นและติชมกันได้เลยน้า ขอบคุณทุกเฟบ ทุกเม้นเลยค่ะ

จงเรียกบู :) 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #171 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:08
    คยองรู้จักคำว่าแฟนไหมเนี้ย...
    #171
    0
  2. #152 Penguinkyung1220 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 02:53
    กรี๊ดดดดดพี่นิเลือกทีมไม่ถูกเลือกครัช><
    #152
    0
  3. #104 LLpp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 15:34
    คยองอินวันเดอร์แลนด์จ้าา ชอบมาก พี่แบคฮยอนออกมากแล้ว น่ารัก ฟินน ขำแบคค
    #104
    0
  4. #77 Getgotgot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 12:34
    คยองซูรู้จักโลกภายนอกแค่ในหนังสือ ยังคิดจะออกมานอกบ้านเองอีก 
    ทำแบบนี้จงอินต้องเป็นห่วงมากแน่ๆเลย โอ้ยยยยยย โหดร้ายอ่ะ โลกนอกรั้วมันโหดร้าย

    จงอินมารับคยองกลับ้านเร็ว ๆ ๆ  ๆ 
    #77
    0
  5. วันที่ 6 เมษายน 2558 / 12:49
    คยองซูเด่กน้อยนายทำอะไรรรรรร5555
    #60
    0
  6. #25 pupi x2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:04
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ทำไมง่ายจังว่ะ 555555555555555555555555555
    คืออยู่ๆโพล่มาเลยน่าตกใจนะ 55555555555555
    โอ้ยยยยยยย แล้วถ้าอิแบคเชือนี่คือ นางคงใสซื่อจริงๆ 555555555555555555555555555
    #25
    0
  7. #11 bee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 07:21
    แบคคงแบบได้ง่ายไปมั้ย555

    คยองอ่าา จงอินรู้ขึ้นมาเรื่องยุ่งแน่เลยยTT
    #11
    0
  8. #9 maomakkkk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 02:33
    อะไรคือขอปุ้บได้ปั้บ5555
    #9
    0
  9. #4 Arale lele (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 20:02
    คยองซูนางไม่รู้ใช้มั้ยว่าแฟนคืออะไร
    #4
    0