Fiction:EXO - Your Highness [KaiDo or BaekDo] -The End-

ตอนที่ 15 : Chapter 15 :: Begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58



Chapter 15 :: Begin





รุ่งอรุณยามเช้ามาถึงปลุกสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกให้ตื่นจากนิทรา ร่างสง่าที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานใหญ่ในห้องตัวเองมองออกไปยังพื้นที่สวนกว้างภายในอาณาเขตของบ้าน ลมหายใจถูกปล่อยออกมายาวหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ความรู้สึกตัวเองให้ลึกสุดใจก่อนจะหันตัวกลับ เปิดประตูห้องและก้าวย่างไปยังห้องนอนอีกหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างกันไปนัก

 

ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายเมื่อเจ้าของห้องไม่ได้ทำการล็อคประตูไว้ เท้าเปลือยเปล่าในกางเกงขายาวสบายสีดำและเสื้อยืดแขนยาวสีขาวค่อยๆพาตัวเองเข้าไปใกล้ยังเตียงใหญ่กลางห้อง จ้องมองกระเป๋าเดินทางใบย่อมที่วางไว้ข้างตู้เสื้อผ้าพลันความร้อนก็เริ่มเกาะกินไปทั้งดวงตาและหัวใจ เปลือกตาเข้มขยับปิดลงอีกครั้งเพื่อพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองอีกรอบ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเริ่มรู้สึกดีขึ้นทุกอย่างก็ถูกผ่อนคลาย

 

นายเหนือหัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงมองใบหน้าซีดเซียวที่กำลังนอนหลับอย่างไม่รู้สึกตัว เขายกมือเกลี่ยปลายผมที่ลงมาปลกหน้าขาวๆนั่นออกให้อย่างแผ่วเบา ก้มลงบรรจงประทับจูบกับหน้าผากขาว

 

คงทำได้เท่านี้จริงๆ

 

เมื่อไออุ่นจรดกับผิวหนังให้เจ้าของร่างบอบบางรู้สึกตัว เปลือกตาสีส้มอ่อนค่อยๆลืมขึ้นเผยดวงตากลมโต จ้องมองร่างที่กำลังนั่งมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าที่คยองซูก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่ที่รู้ก็คือ เขาคิดถึงสายตาคู่นี้เหลือเกิน

 

"จงอิน !!!"

เมื่อรู้แน่ชัดว่านี่ไม่ใช่ความฝันร่างเล็กที่เพิ่งลืมตาก็โผเข้ากอดร่างชายหนุ่มตรงหน้าแทบจะทันที และเหมือนความอ่อนไหวทุกอย่างจะถูกปลดปล่อย เมื่อจงอินไม่ได้คิดจะผลักไสเขาอีกต่อไป อ้อมแขนแข็งแรงกอดรัดร่างของคยองซูแนบอกลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างแผ่วเบา ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นที่มีให้

 

จงอินยังเป็นเหมือนเดิมจริงๆ

 

น้ำตาที่เพิ่งจะหยุดได้ก่อนที่จะหลับไปเมื่อคืนตอนนี้มันกลับมาทำงานอีกครั้ง หยาดน้ำใสไหลลงอาบแก้มและซับลงไปยังเสื้อเนื้อดีไม่ขาด

 

"จงอิน...ฮึก...จงอิน..."

 

"รู้แล้วๆ ฉันเอง...ไม่ต้องร้องสิ ไม่เอา"

 

"ฮึก...นาย...นายยอมกอดฉันแล้ว นายมาหาฉันแล้ว"

เสียงสะอื้นแสนสั่นเครือมันแล่นเข้าโสตประสาทจนร้าวไปทั้งหัวใจคนแข็งแรง สิ่งที่คยองซูต้องการจากจงอินมันก็ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาอยากจะทำนักหรอก แต่มันก็ติดอยู่แค่เรื่องเดียวที่ว่า

 

คยองซูไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป

 

วงแขนกว้างค่อยๆดันตัวร่างเล็กในอ้อมกอดให้พ้นออกมา นิ้วยาวไล่เกลี่ยหยาดน้ำใสออกจากใบหน้าขาวให้พ้นๆ ส่งยิ้มอย่างที่เคยทำให้มาตลอดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก...จนครั้งสุดท้าย...

 

"หยุดร้องไห้ ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเราไปทานข้าวเช้าด้วยกัน"

 

"...ทำไม..."

คำถามที่ถูกกลืนหายไปในลำคอ แต่จงอินคนกลับรู้ดีถึงสิ่งที่อีกคนอยากจะพูด

 

"เพราะว่า...สวนเสร็จแล้ว...วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่นายจะได้อยู่ที่นี่"

 

"นาย...นายจะไล่ฉันหรอ"

เสียงสั่นเครือยังคงพูดไม่หยุด ถึงจะเจ็บปวดแต่รอยยิ้มเดิมยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อของราชสีห์หนุ่ม มือหนาวางลงบนศีรษะเล็กขยับลูบกลุ่มผมหอมของอีกคนอย่างเอ็นดู

 

"ทำไมนายถึงใจร้ายนักนะคยองซู"

 

"ฉันเปล่า..."

 

"นายทำ..."

มือหนาไล่ลงเขี่ยกลีบปากบางอย่างหยอกเย้า อดใจห้ามตัวเองไม่ไหวจนต้องก้มลงประทับอย่างแผ่วเบา แค่สัมผัสกันบางๆแล้วยืดตัวกลับมานั่งในท่าเดิม จ้องมองดวงตากลมที่มองเขาอยู่อย่างเหมือนจะตำหนิในที

 

"นายใจร้าย...นายใจร้ายกับฉันมากไปแล้ว"

 

"ฉัน..."

 

"นายบอกว่าฉันเป็นคนไล่ทั้งๆที่นายเลือกเป็นคนทิ้งฉันไป"

 

"..."

 

"ใจร้ายพอรึยัง..."

 

"จงอินขอ...ขอโทษ..."

คำพูดที่เหมือนจะติกันอยู่กลายๆแต่อีกฝ่ายกลับพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแบบนั้นมันเหมือนคยองซูเป็นคนใจร้ายซะจริงๆ

 

หยาดน้ำตายังคงล่วงผล็อยไม่หยุดและปลายนิ้วก็ยังไล่เกลี่ยอยู่แบบนั้น จงอินโน้มใบหน้าจุมพิตลงบนหน้าผากมนอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเช่นเดิม

 

"ไปอาบน้ำเถอะนะ วันสุดท้ายของนายที่นี่ฉันอยากจะให้มันมีแต่รอยยิ้ม"

 

"ฮึก...ฉัน..."

 

"ไม่เป็นอะไรเลย ฉันจะรอนายอยู่ในห้องรีบไปสิ"

คำเร่งเร้าและสายตากับรอยยิ้มของจงอินทำให้คยองซูตัดใจลุกขึ้นจากเตียง หยิบข้าวของและเดินเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้เจ้าของบ้านนั่งอยู่คนเดียวภายในห้องเงียบๆ

 

สายตาคมค่อยๆไล่ไปตามของใช้ทุกอย่างภายในห้อง มือหนาสัมผัสความอุ่นบนแผ่นเตียงที่ยังคงค้างไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าตัวที่ติดอยู่กับผ้าห่มมันจะอยู่ได้นานอีกสักแค่ไหนกันนะ

 

กรอบรูปหัวเตียงของเด็กชายวัยเด็กทั้งสามคนที่ยืนเรียงกัน หรือแม้กระทั่งภาพของจงอินกับคยองซูในช่วงอายุที่เติบโตขึ้น มันอดจะทำให้เขายิ้มออกมาด้วยหัวใจจริงๆไม่ได้ ไม่อยากจะให้เหลือแค่ภาพความทรงจำเลยสักนิด

 






ภาพที่ทำให้ทุกคนในบ้านยิ้มออกมาพร้อมกันเมื่อคุณชายของบ้านกับคุณหนูตัวเล็กกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยกันทั้งๆที่ทั้งสองไม่มองหน้ากันมาหลายวันแล้วไหนจะเสียงกรีดร้องของคุณชายกับเสียงสะอื้นไห้ของคุณหนูที่ดังแทบจะทั้งวันทั้งคืนคอยตามหลอกหลอนทุกคนที่อยู่ในบ้านให้พากันหมองเศร้า แต่ถึงอย่างนั้น ถึงเวลานี้ทุกคนจะยิ้ม แต่ในไม่ช้าทุกคนต่างรู้ว่าอีกไม่นาน คนตัวเล็กที่กำลังนั่งเป็นตุ๊กตาน่ารักคอยตักอาหารให้คุณชายของเขาจะไม่อยู่แล้ว

 

 เด็กผู้ชายตัวเล็กที่คุณผู้ชายใหญ่นำเข้ามาในบ้าน เด็กตัวน้อยที่มีรอยยิ้มสดใสเสมอ และต่อมาก็เป็นกำลังใจหนึ่งเดียวของคุณชายกำลังจะหายไป คฤหาสน์หลังใหญ่คงจะดูเหงามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 

"ป้าร้องไห้ทำไมครับ"

 เสียงทักจากนายเหนือหัวของบ้านให้ผู้อาวุโสที่ยืนน้ำตาไหลอยู่เงียบๆต้องสะดุ้งตัวยกปลายนิ้วปัดหยดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเองท่ามกลางสายตาของคนรับใช้หลายคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน หรือแม้กระทั่งเจ้านายทั้งสองที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่

 

 "เปล่า...เปล่าค่ะคุณจงอิน ป้าแค่...คงจะคิดถึงคุณคยองซู..."

 เสียงสั่นเครือจากอาการอดกลั้นของหญิงสูงวัยยิ่งกระตุกใจดวงเล็กให้หวั่นไหวมากขึ้นจนกระทั่งสัมผัสอุ่นของมือหนาที่เลื่อนมากอบกุมมืออีกคนที่วางอยู่บนโต๊ะไว้ 

 

 ดวงตากลมโตฉายแววเศร้าหมองชัดเจนยามหันมามองหน้าของคนที่บัดนี้ก็ยังคงเอาแต่ยิ้มให้เขาแบบนั้น

 

 "ป้าครับ ผมบอกแล้วว่าวันนี้เราจะไม่ร้องไห้กัน"

 

 "ขอ...ขอโทษค่ะคุณจงอิน"

 

 "ผม...อยากจะให้มันเป็นความทรงจำสุดท้ายในบ้านหลังนี้ที่สวยงามที่สุดสำหรับ...คุณคยองซูครับ"

 คำพูดที่ทำเอาน้ำตาจะไหลอีกรอบ ทั้งๆที่จงอินกำลังยิ้มแต่คยองซูกลับไม่รู้สึกเลยว่าคนตรงหน้ากำลังมีความสุขอยู่จริงๆ

 

 มื้ออาหารสุดท้ายใช้เวลาไปอย่างเนิบนาบ ทุกอย่างดูจะช้าลงเพื่อสัมผัสเก็บเกี่ยวความรู้สึกไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนชายหนุ่มสองคนจะลุกออกจากโต๊ะเพื่อตรงไปยังสวนกว้างส่วนหลังบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งถูกจัดเสร็จสดๆร้อนๆ

 

 "จงอิน...รองเท้าล่ะ"

 คนตัวเล็กร้องเรียกเมื่อร่างสูงที่ออกเดินนำจากตัวบ้านด้วยแผ่นเท้าเปลือยเปล่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงแค่ใบหน้าเปื้อนยิ้มกับการส่ายศีรษะช้าๆและแขนยาวที่ยืดออกมาเพื่อให้อีกคนยื่นมือมาจับออกเดินไปด้วยกัน คยองซูช่างใจคิดชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากับมืออีกคนแล้วออกเดินไปบนแผ่นกระเบื้องด้วยเท้าเปล่าเปลือยเช่นเดียวกันท่ามกลางสายตาของผู้รับใช้ในบ้านที่มองแผ่นหลังของคุณๆทั้งสองของพวกเขา

 

 "ไปเตรียมยกกระเป๋าของคุณคยองซูลงมาเถอะครับ พอออกมาจากสวนเราคงต้องไปส่งคุณคยองซูยังสถานที่ใหม่"

 

 "คุณเซฮุน...คุณคยองซูจะไม่กลับมาอีกแล้วหรอคะ"

 หนึ่งในสาวใช้ที่ยืนมองสองร่างเดินลับไปในสวนกว้างเอ่ยถามให้พ่อบ้านหนุ่มได้แต่พยักหน้าตอบรับ

 

 "ครับ...เป็นความต้องการของคุณจงอิน"

 ถึงแม้จะรู้อยู่ลึกๆแล้วว่าร่างหนาไม่ต้องการที่จะแยกจากก็เถอะ แต่หากว่าความต้องการของคยองซูคือการเลือกใครอีกคน เขาก็เข้าใจดีว่าเจ้านายของเขาจะยอมทำทุกอย่างที่คยองซูต้องการ แม้จะต้องแกล้งปั้นยิ้มจนหน้าชา จิกปลายเล็บแหลมลงบนผิวเนื้อตัวเองเพื่อสกัดอารมณ์ก็ตาม ถ้าคยองซูต้องการไม่มีทางที่จงอินจะไม่รับคำบัญชา

 

เท้าเปลือยเปล่าย่างก้าวเข้าสู่ผืนหญ้าสีเขียวปูไปตลอดทางสวนร่มรื่น หยาดน้ำจากน้ำค้างยามค่ำคืนที่เกาะอยู่ปลายยอดหญ้าให้ความรู้สึกชื้นแฉะเมื่อยามออกแรงเหยียบย่ำ แต่มันก็กลับทำให้รู้สึกดีกว่าการเหยียบลงบนแผ่นหนังในรองเท้าหนาๆในทุกๆวัน สองมือที่จับกันไว้ยังคงไม่ยอมปล่อย คยองซูได้แต่มองมือที่เหมือนสายสัมพันธ์ของเขาสองคน อบอุ่นจนไม่อยากปล่อย...แต่ก็คงไม่มีใครจับมือกันไปได้ตลอดเวลา

 

สวนสวยถูกประดับด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิดรวมถึงตุ๊กตาปูนปั้นตัวเล็กๆตั้งเรียงราย เซรามิคสีสวยรูปเจ้ากระต่าย ดอกเห็ดหลากสีหรือแม้กระทั่งเจ้าแมวตัวน้อยให้บรยยากาศของอลิซอินวอนเดอร์แลนด์อย่างที่ตั้งใจไม่เสียชื่อของนักจัดสวนมือฉกาจ ดอกไม้แปลกๆรวมถึงพืชพันธุ์ที่คยองซูไม่ค่อยเห็นบ่อยนักนำมาประดับจัดวางไปตามทางของพื้นหญ้าสีเขียวเส้นทางลัดเลาะไปยังใจกลางของสวน โต๊ะไม้ตัวยาวถูกตั้งไว้พร้อมของว่างดั่งในหนึ่งฉากสำคัญของเรื่อง น้ำชายามบ่ายของกระต่ายตัวน้อยสีขาว เสียงน้ำพุเล็กๆที่ถูกจัดวางด้านข้างกับสายลมอ่อนๆมันทำให้เขารู้สึกดี หากถ้าจะได้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อย...มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

 

 "นายคงยังไม่หิวของว่างตอนนี้ใช่ไหม"

 

 "อื้ม..."

                ร่างเล็กตอบรับให้คนตัวสูงคลี่ยิ้มกว้างมากกว่าเดิมก่อนจะพากันเดินเลยโต๊ะขนมหวานและชุดน้ำชาหรูออกไป

 

ยิ่งเข้าไปในสวนลึกมากขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนภาพความทรงจำวัยเด็กจะย้อนกลับเข้ามาเหมือนการกรอม้วนฟิล์ม เด็กชายสองคนที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน ความผูกพันค่อยๆก่อตัวเริ่มจากก้าวแรกที่คนตัวเล็กก้าวเข้ามา ไม่ว่าสิ่งใดที่หลอมรวมให้เขาทั้งสองคนเติบโตเคียงข้างกันจนมาถึงวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน น่าดีใจที่ความตายไม่ได้เป็นสิ่งที่พรากทั้งสองให้แยกจาก แต่เป็นความรักต่างหาก รักที่คนตัวเล็กเลือกที่จะมอบให้ใครอีกคน และรักของจงอินที่เลือกจะเป็นผู้เสียสละ

 

เท้าเปล่าทั้งสองพากันก้าวเข้ามาถึงเกือบจะส่วนสุดท้ายของสวน โล่งโปร่งและรายล้อมด้วยต้นไม้สูง ดอกไม้นานาชนิดที่ถูกจัดสรรเข้าที่เบ่งบานพากันเรียกฝูงของผีเสื้อให้บินรายล้อมได้ไม่ยาก และเมื่อภาพที่สวยเหมือนกับถูกแกะออกมาจากหนังสือวรรณกรรมคลาสสิคสักเล่มก็อดที่จะทำให้คยองซูต้องเผยรอยยิ้มไม่ได้

 

 จงอินปล่อยมือของตนออกจากอีกคนปล่อยให้ร่างเล็กได้หมุนรอบตัวเองหยอกล้อเล่นกับบรรดาผีเสื้อและดอกไม้หลากสี ร่างสง่าค่อยพาตัวเองลงนั่งกับพื้นหญ้าเขียวส่งกลิ่นหอมจากธรรมชาติอ่อนๆ เอนตัวพิงลงไปจนกระทั่งนอนราบลงบนความชอุ่ม ปิดเปลือกตาหนาให้หลับสนิทสูดลมหายใจของกลิ่นไอธรรมชาติผ่อนคลายความหนักหนาที่ผ่านมาตลอดหลายเดือน 

 

 คยองซูที่ยืนเล่นจนเป็นที่พอใจค่อยๆทิ้งตัวลงนอนตามอีกคน ขยับตัวเข้าไปใกล้ให้ไออุ่นของทั้งสองสัมผัสกันก่อนที่วงแขนกว้างของคนหลับตาจะโอบกระชับดึงให้อีกคนเข้าไปใกล้

 

 "ขอบคุณนะ..."

 

 "..."

 

 "มันเป็นตอนจบที่สวยงามมากจริงๆ"

 

 "แบบนี้ไงแฮปปี้เอนดิ้ง"

 ไม่มีคำพูดใดต่อกันอีกปล่อยให้เสียงหัวใจของแต่ละคนทำงานไปอย่างนั้น ที่ตรงนี้ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแค่ปัจจุบันของสองคนที่รับรู้ จากความผูกพันที่ถูกก่อร่างจนเป็นความรัก ต่อให้ข้างหน้าเราสองคนไม่ได้อยู่เคียงข้างกันอีก แต่ทั้งหมดที่ผ่านมารวมถึงกระทั่งตอนนี้ ทั้งหมดมันคือเรื่องจริง

 

 หนังสือเล่มหนาที่ถูกวางไว้ก่อนหน้าจากการตระเตรียมของร่างสูงถูกหยิบขึ้นมาส่งให้ร่างเล็กขมวดคิ้วมองอย่างงุนงง ทั้งสองคนค่อยๆดันตัวเองให้อยู่ในท่านั่งก่อนที่คยองซูจะรับของที่ถูกส่งให้มา อักษรสีทองบนแผ่นหนังสีน้ำตาลจรดชื่อของวรรณกรรมสุดคลาสสิคไว้อย่างดี

 

 "อลิซ..."

 

 "ฉันอยากให้นายอ่านให้ฉันฟัง"

 

 "อ่านหรอ แต่นายก็อ่านมันแล้ว"

 

 "ฉันอยากฟังตอนนี้...จากนายนะ แค่บทสุดท้าย"

 สายตาคมที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นแสนเว้าวอนให้อีกคนยอมใจอ่อน ถึงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่มือบางก็ตัดสินใจพลิกหน้าหนังสือเล่มคุ้นเคยไปยังบทสุดท้าย จงอินทิ้งตัวลงหนุนบนหน้าตักร่างเล็กในขณะที่คยองซูก็เริ่มเปล่งเสียงตามตักอักษรหมึกของหน้าหนังสือ

 

 ย่อหน้าแล้วย่อหน้าเล่า เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงที่พบกับเรื่องประหลาดก่อนจะถึงช่วงน้ำชายามบ่าย การผจญภัยดินแดนที่เธอไม่รู้จัก สิ่งมากหน้าหลายตาและเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทุกบรรทัดของหมึกพิมพ์ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หน้าฟังโดยคนที่นอนหนุนตักเขาก็กำลังหลับตาฟังด้วยรอยยิ้มอย่างสบายใจ มือขาวค่อยยกแตะกับผิวหน้าหล่อโดยที่การอ่านออกเสียงก็ยังคงไม่หยุด ไออุ่นที่สัมผัสลงบนหลังมือทำให้รับรู้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังกุมมือเขาไว้เช่นกันจนเรื่องราวเดินทางมาถึงบรรทัดสุดท้าย เด็กหญิงตัวน้อยตื่นจากฝันพร้อมกับคำบอกเล่าจากพี่สาวว่าช่วงเวลาน้ำชายามบ่ายกำลังจะเริ่มขึ้น คำอวยพรจากพี่สาวคนโตแค่หวังว่าเด็กน้อยจะเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและไม่ลืมเรื่องราวตอนเด็กของเธอ...

 

หน้าหนังสือถูกปิดลง คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าก้มลงมองใบหน้าที่ยังคงหลับตาสนิท

 

 "จบแล้วนะจงอิน"

 

 "อื้ม จบแล้วสินะ..."

 

"..."

 

 "ถึงเวลาน้ำชายามบ่ายแล้วนะอลิซ"

 เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับการเปิดเปลือกตาขึ้น ตาคมแสนอ่อนโยนจ้องกับดวงตากลมโตที่กำลังก้มมองเขา รอยยิ้มยังคงปรากฎบนใบหน้า มือหนายกขึ้นลูบข้างแก้มนุ่ม 

 

 "ตื่นได้แล้วนะ"

 แค่เพียงถ้อยคำแผ่วเบาแต่ทำไมเหมือนจะเรียกหยดน้ำตาให้ไหลออกมาอีกครั้ง

 

"ฉันยังไม่อยากตื่นเลย"

 

"ถ้าไม่ตื่นเธอจะอดของว่างและมื้อน้ำชายามบ่ายนะ"

 

"แต่นี่...มันคือ...ความฝัน...ฮึก...ความฝันจริงๆหรอ"

 

"ก็แค่สิ่งที่เคยเป็น...แต่นาย...จะจำความฝันที่เกิดขึ้นได้ใช่หรือเปล่า"

คำพูดแสนอ่อนโยนยิ่งเรียกหยดน้ำตาได้ดี

 

"ฉันจะไม่ยื้อไว้หรือพูดว่าให้นายจดจำฉันได้ตลอดไป...ถ้าสักวันที่นายมีความสุขมากๆกับแบคฮยอนมันอาจทำให้นายลืมว่าเคยมีที่นี่...อาจทำให้นายลืมฉัน"

 

"ไม่...ฮึก...ไม่มี...ไม่มีวันนั้นแน่"

ร่างเล็กที่ใบหน้านองด้วยหยาดน้ำใสเข้าโอบกอดจงอินไว้ซุกใบหน้ากับแผ่นอกกว้าง มือขาวยกขึ้นขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายเต็มกำมือ ทั้งๆที่เลือกตัดสินใจแล้วแต่มันกลับร้าวไปทั่วทั้งหัวใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่น้ำตาจะหยุดได้พอคิดถึงอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ากับสิ่งที่ตนได้ตัดสินใจลงไป จะไม่ได้กลับมาแล้ว

 

เพราะถ้ากลับมา...ถ้ายังเลือกไม่ได้ จงอินจะต้องเจ็บกว่านี้...

 

ฝ่ามือหนายกลูบกลุ่มผมคนในอ้อมอกกดจูบลงบนกระหม่อมบางใช้คางเกยศีรษะนุ่มที่สั่นไหวสะอื้นอย่างอ่อนโยน เหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะได้ทำแบบนี้

 

"นายจะต้องออกไป ข้างนอกมันมีอะไรที่มากมายกว่าในนี้ มีคนมากกว่านี้เป็นแสนเป็นล้าน และสิ่งที่นายต้องจำเอาไว้คือทุกคนไม่ใช่คนดีซะหมด"

 

"ไม่เหมือน...นาย"

 

"ไม่ คยองซูฉันเองก็ไม่ใช่คนดีนักหรอกกับคนอื่น...อย่าออกไปเล่นน้ำฝนหรือโดนน้ำค้างตอนกลางคืน อย่าอ่านหนังสือเยอะๆจนนอนดึก นายต้องดูแลตัวเองดีๆอย่าให้เป็นอะไรไปถึงฉันจะฝากแบคฮยอนดูแลนายไปแล้ว..."


"
แบคฮยอนหรอ..."

ร่างเล็กขยับกายเงยหน้ามองคนที่โอบกอดตัวไว้ ฝากแบคฮยอน...หมายถึง...จงอินไปเจอกับแบคฮยอนมางั้นหรอ

 

"แล้วนายจะไม่ดูแลฉันต่อ...ฮึก...แล้วใช่ไหม"

 

"ไม่...ไม่มีวันนั้นเลย นายอาจจะไม่เจอฉันอีกและฉันเองอาจจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แต่ว่า...จำไว้ว่าฉันไม่มีวันทิ้งนายไปไหน และจะไม่ปล่อยให้นายต้องลำบากเด็ดขาด..."

 

"เจ็บไหมถ้านายจะทำแบบนั้น...จะนานเท่าไหร่กัน"

 

"...ทั้งชีวิต"

คำมั่นสัญญาแสนหนักแน่นถูกถ่ายทอดผ่านคำสัญญาสมกับเป็นนักบริหาร ผู้นำแสนเด็ดเดี่ยว แรงโอบกระชับรัดร่างเขาแน่นขึ้นเมื่อเวลาของสองคนใกล้จะหมดลงเรื่อยๆ

 

"จงอิน...นายจะมีคนอื่นรึเปล่า"

 

"ทำไมพูดแบบนั้น"

 

"เพราะที่นี่ไม่มีฉันแล้ว...ห้องของฉันมันว่างเปล่า...แล้วถ้าแบบนั้น"

 

"ต่อให้ทั้งบ้านว่างเปล่าไม่เหลือใคร รู้ไว้ว่าที่ของคยองซูสำหรับจงอินจะไม่มีคนอื่นมาทดแทน"

 

"ฮึก...จงอิน...ขอโทษ...ฮือ..."

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นอีกหนเมื่อยิ่งเห็นความรักของคนตรงหน้าที่มีให้เขา ทำไมถึงได้รักคยองซูมากขนาดนี้ ทำไมกัน...ทำไมเขาถึงเลือกที่จะทำร้ายจิตใจของจงอินกัน

 

"ได้เวลาแล้วล่ะ"

 

"ฮึก...ไม่อยาก...ไม่อยากไป...จงอิน"

คำดึงดันแสนง้ำงอของคนที่ไม่ยอมลุกขึ้นตามแรงแต่กลับดึงตัวของเจ้าของบ้านไว้แน่น มือเล็กกำขยุ้มเสื้อยืดของเขาจนบิดเบี้ยวไม่เป็นท่า ซุกใบหน้าแน่นกับแผงอกนั่นปล่อยความชื้นของหยดน้ำให้ซับลงกับผ้ายืดจนเปียกชื้น

 

"นายเลือกแล้วคยองซู นายกำลังจะได้ไปเจอแบคฮยอน ไปอยู่กับเขาโดยที่ไม่มีฉัน นายเลือกแล้ว"

 

"ฮึก...แต่ไม่มีนาย...ไม่มี..."

 

"ที่นี่ก็ไม่มีแบคฮยอนเหมือนกัน"

คำพูดราวฟ้าผ่าลงมาแสกหน้าให้คนตัวเล็กหยุดร่างชะงัก พอเห็นแบบนั้นจงอินก็ค่อยๆพยุงตัวเองและอีกคนลุกขึ้น เชยใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่ติดขึ้นสีแดงออกมาจัดการกวาดเก็บหยาดน้ำไปให้พ้น ส่งรอยยิ้มดั่งที่ทำให้ตั้งแต่เช้า กอบกุมมือของอีกคนและก้าวเดิน...

 

ส่งตรงไหน ไกลแค่ไหน ยังไงเราก็ต้องจากกัน..

 

แค่พ้นเขตสวนนี่ พ้นที่นี่ออกไป คยองซูก็ต้องจากกันจงอินแล้วจริงๆ

 

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

 

เด็กชายผู้เลือกที่จะเป็นคนปกป้อง

 

จนกระทั่งเป็นชายหนุ่มผู้เป็นที่รักและเลือกที่จะเสียสละ

 

ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างที่ออกเดินนำ ปากก็กัดกลั้นเสียงสะอื้น ต้องไม่ร้องไห้ ยังไงเขาก็เลือกแล้ว...

 

พ้นเขตสวนสีเขียว กระเป๋าเสื้อผ้าถูกจัดเรียงใส่กระโปรงหลังรถหรูอย่างบรรจง ข้าวของของคนตัวเล็กถูกเก็บใส่กระเป๋า แต่สิ่งที่จงอินห้ามคือรูปภาพที่มีเขาอยู่เป็นส่วนหนึ่ง

 

แม้แต่ตัวแทนของความทรงจำก็เอาไปไม่ได้...

 

จงอินจะมีตัวตนแค่ในความคิดคยองซูได้เพียงเท่านั้น...

 

"ไปเถอะ..."

ยิ่งใกล้เวลา ยิ่งเห็นภาพการจากลาอยู่ตรงหน้าน้ำตาที่กลั้นมาตั้งนานก็ไหลบ่าลงมาอีกรอบ คนตัวเล็กกระโดดกอดร่างสูงไว้แน่นแทนความรู้สึกสุดท้ายที่จะไม่ได้สัมผัสอีกต่อไป

 

จงอินระบายยิ้มอ่อน ดันคนตัวเล็กออกจากตนแล้วก้มลงบรรจงประทับรอยจูบแสนหวานท่ามกลางสายตาของคนในบ้านที่ตามลงมายืนรอส่ง บ้างก็ร้องไห้กับการตัดสินใจแสนโหดร้าย

 

คุณตัวน้อยของบ้านกำลังจะจากไป โดยที่คุณชายไม่คิดจะห้ามเลยสักนิด

 

เนิ่นนานของการจูบลาถูกดำเนินไป ก่อนที่เวลาการจากลงจริงๆจะเดินมาถึง จงอินที่ยังคงยิ้มมองใบหน้าคนตัวเล็กอีกครั้ง ยกมือลูบกลุ่มเส้นผมนิ่มก้มกระซิบถ้อยคำสุดท้ายแสนแผ่วเบาข้างใบหูแล้วหันตัวเดินกลับเข้าคฤหาสน์อย่างไม่หันกลับมาอีก

"จงอินจะปกป้องคยองซูเอง เพราะฉันรักนายมากกว่าตัวเองซะอีก ลาก่อนนะความรักครั้งสุดท้ายของฉัน"

 

"จงอิน !!!!"

เสียงพร่ำเรียกด้านหลังพร้อมหยดน้ำใสสั่นคลอนความรู้สึกของราชสีห์แต่เขาจำเป็นต้องเดินกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุดเพื่อให้คยองซูได้ไปพบหัวใจจริงๆของตัวเองไร้ซึ่งความรู้สึกที่เรียกว่าความผูกพัน

 

เซฮุนเข้ามาพยุงร่างกายเล็กที่เลือกตัดสินใจสิ่งใดไปแต่กลับร้องไห้ฟูมฟายหนักขนาดนี้ เขาเองก็อยากจะสงสาร แต่จงอินก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ ในเมื่อคยองซูเลือกเองก็ต้องรับมันให้ได้

 

"ไปกันเถอะครับ คุณแบคฮยอนรออยู่แล้ว"

ไม่มีประโยชน์อะไรที่คยองซูจะร้องไห้ฟูมฟายยืนอยู่ต่อให้เจ้านายของเขายิ่งรู้สึกผิด ผู้คนในบ้านต่างเดินเข้ามากล่าวคำอำลาก่อนที่ร่างไร้เรี่ยวแรงจะถูกพาขึ้นรถสีดำโดยมีเซฮุนเป็นคนขับค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป

 

ภาพของบ้านหลังใหญ่ คฤหาสน์สีขาวและสวนสีเขียวกำลังถูกทิ้งไว้เบื้องหลังทุกอย่างที่จงอินบอกก็แค่ทำให้มันเป็นความฝันเท่านั้น แต่ใครจะไปทำได้กันในเมื่อทั้งหมดมันคือความจริง ความจริงที่ว่าเขาเลือกจะทิ้งคนที่รักเขามากที่สุดออกมา...

 

น้ำตายังหลั่งไหลไม่หยุดอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะห้าม บรรยากาศเงียบๆในรถมีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังไปจนก้อง ในฐานะคนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เซฮุนไม่รู้สึกสงสารคนที่ทำร้ายจิตใจเจ้านายเขาหรอกนะ แต่ในฐานะของเพื่อนก็ไม่อยากให้คยองซูต้องร้องไห้หนักขนาดนี้

 

รถหรูเลี้ยวเข้ามายังหอพักเล็กที่เริ่มคุ้นเคย ที่คุณหนูของบ้านเลือกที่จะอยู่มากว่าคฤหาสน์หลังใหญ่กำแพงสูงเสียด ยานพาหนะถูกจอดนิ่งกับที่ เซฮุนมองใบหน้าอีกคนผ่านทางกระจกหลัง ผ้าเช็ดหน้าประจำตัวถูกส่งไปให้

 

"เลิกร้องไห้เถอะ ผมจะพูดกับคุณในฐานะเพื่อน..."

 

"..."

 

"จงอินตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะนายเลือกที่จะไป หยุดร้องไห้ หยุดทำให้จงอินเจ็บปวดเพราะตัวเลือกของนายสักที"

 

"เซ...เซฮุน"

 

"เขามารออยู่แล้ว"

เขาในที่นี้ของเซฮุนหมายถึงก็คือบยอน แบคฮยอนที่ยืนนิ่งรอท่าอยู่หน้าตึก พนันได้เลยว่าหัวใจของคนๆนั้นต้องกำลังเต้นแรงเอามากๆ

 

"ลงไปเถอะ...แล้วมีความสุขกับสิ่งที่นายเลือกให้มากที่สุด ยิ้มเยอะๆนะ อย่าร้องไห้อีก ดูแลตัวเองดีๆ พอก้าวลงจากรถไปก็ทำตามที่จงอินบอก ให้ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นเป็นแค่อดีตเป็นแค่ความทรงจำ แล้วมีความสุขกับความจริงก็พอนะ"

มือหนาของคนตัวสูงยกอ้อมเบาะมาลูบศีรษะเพื่อนตัวเล็กแผ่วเบา แล้วเป็นคนเริ่มเปิดประตูลงจากรถ จัดการลำเลียงกระเป๋าออกจากกระโปรงรถ โดยที่คนยืนรอท่าก็กุลีกุจอมาช่วยอีกแรงทิ้งเพียงคยองซูให้นั่งนิ่งกับความคิดตัวเอง

 

สองมือขาวกำแน่นบนหน้าขา ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป นี่จะเป็นการเริ่มใหม่...

 

มือสั่นไหวค่อยๆเปิดประตูรถลงไปยืน สบตากับคนที่ฉีกยิ้มกว้างมาให้เขา แล้วหันกลับไปมองเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของตน เซฮุนส่งยิ้มมาให้เขา ใบหน้าหล่อค้อมลงเล็กน้อยก่อนคำจากลาจะกล่าวออกมาในที่สุด

 

"ลาก่อนครับคุณหนู"

รถยนต์คันหรูถูกพาออกจากไปอย่างที่ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะยังได้เจอกันอยู่อีกรึเปล่า

 

หายไปหมดแล้ว...

 

ไม่มีแล้วจงอิน

 

ชายหนุ่มตัวเล็กสองคนยืนมองหน้ากัน อีกฝ่ายฉีกรอยยิ้มกว้างอ้าแขนรอรับอีกคนด้วยหัวใจเต้นรุนแรงเพราะความรู้สึกทั้งหมดที่มี เขากับคยองซู...ต่อไปนี้ทุกอย่าง...จะเป็นเรื่องจริง เขาจะได้มีโอกาสดูแลคนตัวเล็กอย่างเต็มตัวสักที...คยองซูที่แบคฮยอนรัก...

 

"ยินดีต้อนรับ"

 

เมื่อร่างเล็กเดินเข้าสู่อ้อมกอดเสียงทุ้มน่าฟังก็เอ่ยพูดให้คยองซูสวมกอดตอบพร้อมรอยยิ้ม นี่สินะอ้อมกอดของแบคฮยอน...


 

 

 

 

 

 

 

3 ปีผ่านไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และนิยายทุกเรื่องไม่ได้จบด้วยแฮปปี้เอนดิ้งเสมอไป

k.

มือสวยจรดปลายปากกาสุดท้ายให้น้ำหมึกซึมซับลงบนเนื้อกระดาษสีขาวเป็นการจบเนื้อหาของนิยายที่บรรจงแต่งมาเป็นเวลาเกือบสามเดือน แผ่นกระดาษซับหมึกหนาปึกถูกบรรจุลงในซองกระดาษสีน้ำตาลเพื่อเตรียมส่งให้กับกองบรรณาธิการด้วยชื่อของผู้เขียนนิยายนามย่อว่า K. มือขาวค่อยๆบรรจงซีลซองกระดาษหนาด้วยรอยยิ้ม ลุกขึ้นสะบัดมือและบิดขี้เกียจภายในร้านเช่าและขายหนังสือ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้บนประตูไม้ส่งเสียงกริ๊งกร๊างเมื่อสายลมยามบ่ายพัดมาปะทะ คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเดินออกไปหน้าร้านที่มีกระถางดอกไม้เล็กๆเรียงรายสลับสี เสียงหัวเราะของเด็กน้อยที่พากันวิ่งเล่นบริเวณหน้าร้านเรียกรอยยิ้มจากเขาได้ไม่อยาก การออกมายืนสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่เขาชอบที่สุดตั้งแต่ย้ายออกมาอยู่ที่นี่ ชนบทเล็กๆที่มีแต่ผู้คนจิตใจดี

 

"คยองซู ต้นฉบับเสร็จแล้วใช่ไหม"

 

"อื้อ อยู่บนโต๊ะนั่นแหละ"

คนตัวเล็กหันหลังกลับมามองอีกคนที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองด้วยชุดเรียบร้อยในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและกางเกงสแลคสีดำพร้อมที่จะออกไปเข้าพบกับบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ชื่อดัง

 

"สดๆร้อนๆเลยสินะคุณนักเขียนคนดัง"

 

"เอาหน่า...อย่างน้อยก็ทันกำหนดเวลานี่นา"

คยองซูส่งยิ้มสดใสแล้วเดินเข้าไปหา จัดปกเสื้อของคนที่อยู่ร่วมกันมาให้เพื่อเช็คความเรียบร้อย

 

ใช่...เขาสองคนย้ายมาอยู่ที่นี่สองปีแล้ว เรื่องราวมากมายถูกทิ้งไว้เบื้องหลังและเริ่มต้นด้วยร้านหนังสือเล็กๆแห่งนี้ แบคฮยอนทำงานเป็นพนักงานบริษัทในบริษัทเล็กๆที่ใกล้กับร้าน แม้เงินเดือนจะไม่มากและความก้าวหน้าที่ดูริบหรี่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ได้อยู่กับคนรัก แค่คยองซูและแบคฮยอนไม่ลำบากอะไรมันก็เพียงพอแล้ว

 

ส่วนตัวคยองซูเองก็ได้โอกาสจากการเขียนนิยาย เริ่มแรกจากการที่แบคฮยอนเป็นคนเสนอเพราะคยองซูรบเร้าที่อยากจะทำงานบ้างแต่เพราะคำสัญญาที่แบคฮยอนให้ไว้กับจงอินไว้ การที่จะให้คยองซูออกไปทำงานข้างนอกคงลำบาก ดังนั้นแบคฮยอยจึงเลือกหางานที่อิสระที่คยองซูจะทำได้เป็นทางเลือก และเหมือนว่าจะทำได้ดีมาก เมื่อการเขียนนิยายลงบนแผ่นกระดาษและแบคฮยอนช่วยพิมพ์เอาลงเว็บไซต์จนเป็นที่นิยมแถมได้สำนักพิมพ์ชื่อดังที่สนใจในผลงานมาเสนอให้เป็นนักเขียนของสำนักพิมพ์ ผลงานวรรณกรรมของคยองซูที่ถูกตีพิมพ์จนได้รับความนิยมและคว้ารางวัลเบสท์เซลเลอร์ไปครองด้วยนามปากกาสั้นๆว่า K. ที่เป็นที่พูดถึงไปทั่ว

 

ต้นฉบับถูกส่งให้สำนักพิมพ์ด้วยลายมือไม่ใช่การพิมพ์อย่างนักเขียนคนอื่นๆและไม่มีใครที่ได้เจอตัวของคยองซูโดยตรงเพราะคนที่ไปส่งหรือติดต่อธุระสำคัญทุกครั้งคือตัวของแบคฮยอนเอง รวมถึงครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน

 

 "มีอะไรอยากได้อีกรึเปล่า จะได้แวะซื้อเข้ามาให้"

 

 "อืม...กระดาษกับไส้ปากกา แล้วก็พวกหนังสือใหม่ๆที่จะให้เด็กๆมายืม เท่านี้ล่ะมั้ง"

 

 "โอเคครับผม"

                แบคฮยอนตอบรรับด้วยท่าทีเล่นๆ กอดรัดร่างเล็กให้เข้ามาแนบตัวเบาๆ กดจูบลงบนกลุ่มผมหอมจนอีกคนตีเข้ากับแขนเป็นเชิงห้าม 

 

"ไปได้แล้วเดี๋ยวก็สาย"

 

 "โอเคๆ แล้วจะรีบกลับมานะ"

 ตอบรับร่ำรากันเรียบร้อย รถยนตร์คันเล็กก็ถูกสตาร์ทเครื่องและแล่นออกไป คยองซูยืนโบกมือลาให้กับคนรักก่อนจะเดินกลับเข้ามาในร้านหนังสือไม้ ปิดประตูลงแล้วกลับป้ายหน้าร้านจาก open ให้เป็น close เดินผ่านชั้นหนังสือที่วางเรียงรายทุกมุมของกำแพง กลิ่นกระดาษที่คยองซูชอบนักหนามันทำให้เขามีความสุข ชีวิตภายนอกถูกเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ข้างนอกมีอะไรอยู่มากมายจริงๆ คยองซูเองต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตอย่างมากทีเดียว

 

 คนตัวเล็กเดินขึ้นมาชั้นบนของร้านน่ารักซึ่งเป็นที่พักพิงของตัวเองและแบคฮยอน ชั้นสองของตึกที่ถูกจัดไว้เป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว เสียงของโทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ให้คนตัวเล็กต้องบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา

 

 "แบคฮยอนเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้อีกแล้ว ค่าไฟเดือนนี้ต้องเยอะแน่ๆ"

 

ถึงจะบ่นออกไปแบบนั้น แต่สายตากลมกลับจ้องมองภาพในจอไม่ปล่อย ช่องข่าวกำลังนำเสนอข่าวต่างๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ และแน่นอนว่าคนที่ไม่เคยไปไหนอย่างคยองซูสนใจเป็นพิเศษเพราะการดูข่าวมันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้ออกไปข้างนอก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ในคฤหาสน์ของจงอินเขาไม่เคยได้ดูมันเลยแท้ๆ

 

 "ข่าวต่อไป การวางตัวชิงตำแหน่งของประธานาธิบดีเป็นไปตามคาดเมื่อรายชื่อหัวหน้าพรรคใหญ่อย่างคิม จงอินได้รับเสนอให้เข้าชิงตำแหน่งในครั้งนี้"

ภาพข่าวของชายหนุ่มที่แสนคุ้นตากับหัวข้อข่าวที่ถูกถ่ายทอดมันอดจะทำให้คยองซูใจเต้นไม่ได้ รอยยิ้มประดับบนริมฝีปากขณะมองภาพนิ่งของคนในข่าว หัวหน้าพรรคสุดหล่อและซื่อสัตย์จนได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากประชาชนเกาหลี

 

 "สบายดีสินะจงอิน..."

 

กริ๊ง

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านทำให้คยองซูต้องตื่นจากภวังค์ ค่อยๆยืดตัวขึ้นทั้งๆที่ปิดประตูไปแล้วกระดิ่งก็ไม่น่าจะสั่นได้ แบคฮยอนคงจะต้องลืมอะไรเอาไว้อีกแล้วล่ะมั้ง คยองซูลุกขึ้นปิดโทรทัศน์ก่อนจะเดินลงบรรไดจากชั้นบนเพื่อมายังร้าน

 

 "ลืมอะไรหรอแบคฮยอน"

                คยองซูเอ่ยถามทั้งๆที่ยังเดินมาไม่ถึงชั้นหนึ่งดี แต่พอลงมาถึงแล้วกลับพบแต่ความว่างเปล่า 

 

"ไม่เห็นมีใครเลยนี่ แบคฮยอน..."

 เอ่ยเรียกอีกครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจนคนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจกับความคิดที่ว่าคงจะหูฟาดไปเองและตั้งท่าจะกลับขึ้นห้องอีกครั้ง แต่เสียงขลุกขลักที่ดังขึ้นมาทำให้เขาต้องวกตัวหันกลับเดินไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ในสุด 

 

กองหนังสือที่ถูกวางไว้กับพื้นรอการลำเลียงขึ้นชั้นล้มระเนระนาดเละเทะ สิ่งมีชีวิตตัวเล็กบางอย่างกำลังส่ายหางดุกดิ๊กในกองของหนังสือที่ถูกทับถม และคยองซูมั่นใจว่าเจ้าตัวน้อยนี่คงเป็นตัวการที่ทำชั้นหนังสือของเขาล้ม

 

 "มานี่เลยมา"

 แกล้งทำเสียงดุแล้วก้มลงช้อนเจ้าตัวดื้อมาอุ้มไว้แนบอก หมาน้อยขนฟูตัวสีขาวแลบลิ้นแฮ่มองหน้าเขาอย่างน่ารัก หางเป็นพุ่มของมันขยับดุ๊กดิ๊กขี้เล่น ในความรู้สึกแรกที่เห็นและได้สัมผัสมันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย เหมือนกันเหมือนกันกับเจ้าตัวน้อยที่เขาทิ้งมา

 

 เหมือนเชสเซอร์...

 

 "ชื่ออะไรล่ะเนี้ยแล้วมานี่ได้ไงกัน"

 คุณเจ้าของร้านตัวเล็กหันไปมองประตูไม้ที่มีกระจกใสบานใหญ่อยู่ตรงกลางด้วยความสงสัย ก็คิดว่าล็อคแล้วนี่หน่า...แล้วหมาตัวเท่านี้จะเปิดประตูเข้ามาได้ยังไงกัน

 

 คนตัวเล็กละความสนใจทั้งหมดทิ้งไปเมื่อเจ้าปุกปุยในอ้อมกอดเริ่มทำการอ้อนโดยเลียใบหน้าเขาพร้อมหางที่สั่นดุ๊กดิ๊กไม่หยุด น่ารักจนคนที่อุ้มอยู่ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 กริ๊ง

 

 เสียงกระดิ่งของหน้าประตูดังอีกรอบให้คยองซูต้องหันไปมอง และคราวนี้ก็เป็นคนจริงๆที่ก้าวเข้ามาในร้าน ทำให้คยองซูที่มั่นใจนักหนาว่าล็อคประตูแล้วต้องถอนหายใจกับความสะเพร่าของตัวเองที่ค่อนข้างชัวร์แล้วว่าเขาไม่ได้ล็อคประตูแน่ๆ

 

 "ขอโทษนะครับแต่ว่าตอนนี้ร้านปิดอยู่"

 

 "อ่า...น่าเสียดายจังครับผมมาที่นี่เพราะว่าอยากได้ลายเซ็นของนักเขียน K"

 เสียงทุ้มที่เอ่ยตอบกลับมาในจังหวะเดียวกับเจ้าของร้านหนังสือตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นไปสบสายตา ใบหน้าคมกับสายตาที่คุ้นเคย ริมฝีปากที่คยองซูเคยสัมผัสฉีกรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกับร่างเป็นๆของคนตัวสูงกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำและกางเกงขายาวสีเข้มที่เพิ่งจะเห็นภาพในโทรทัศน์

 

 "ไม่ทราบว่าคุณใช่นักเขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้รึเปล่าครับ"

 หนังสือเล่มหนาการันตีด้วยรางวัลเบสท์เซลเลอร์ถูกยื่นให้คนตัวเล็กมองดู แต่มันก็ไม่มีแรงดึงดูดมากพอไปกว่าใบหน้าของคนที่ยืนพูดคุยอยู่กับเขา ใจดวงเล็กเต้นแรงไปหลายเท่าเพราะความรู้สึกที่ตีรวนไปหมดจนไม่รู้จะต้องจัดการยังไง ควรจะยิ้มหรือควรจะร้องไห้ ควรจะพูดอะไร หรือแม้กระทั่งตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนๆเดียวกับที่อยู่ในความทรงจำหรือเปล่า ทุกอย่างมันสับสนไปหมด

 

"เอ่อ...คุณครับ"

                แต่ถ้าใช่ ถ้าคนตรงหน้าเป็นจงอินจริงๆ คยองซูควรจะทำยังไง

 

ความรู้สึกที่จริงๆแล้วไม่เคยหายไปไหนแต่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุด

 

 ส่วนที่มีความสุขที่สุด

 

 ในส่วนที่แม้แต่แบคฮยอนก็เข้าไปแตะต้องไม่ได้

 

 ที่ๆมีแค่จงอินเท่านั้นที่จะเข้าไปถึง

 

"เอ่อ...ผมทำให้คุณนักเขียนตกใจรึเปล่าครับ"

 

ใช่...นิยายทุกเรื่องไม่ได้จบลงด้วยคำว่าแฮปปี้เอนดิ้ง

 

"ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ"

 

แต่เมื่อนิยายเล่มที่หนึ่งจบลงแล้ว ก็ต้องมีนิยายเรื่องใหม่ถูกเขียนขึ้นมาหรือเป็นเรืองราวเดิมต่อจากเหตุการณ์เดิมที่เรียกว่าภาคต่อ

 

“คุณครับ

 

อาจเป็นตัวละครใหม่ที่เพิ่งถูกเปิดตัว แต่ถ้าเป็นตัวละครเดียวกันล่ะ... ถ้าเป็นตัวละครเดียวกันกับภาคแรกในความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป...

 

"อ่า...ฉันเลิกแกล้งนายแล้วก็ได้"

 

ความสัมพันธ์เดิมที่ถูกย้อนกลับมาใหม่ เหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน

 

 "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...คุณเค...."

 

เหมือนครั้งแรกของการตกหลุมรักของเราสองคน

 

"อ่า...ไม่สิ ยินดีที่ได้พบนะ คยองซู..."

 

 "จง...อิน..."

 


- The End -






จบแล้ว


หรอ


จบจริงๆนะ


ทุกคนนนใจเย็นนะ 555555555 ตอนจบเรายังไม่ได้บอกแล้วว่าที่สุดแล้วคยองจะเลือกใคร เขาแค่มาหากันเฉยๆ เราอยากให้ทุกคนต่อเรื่องจบในแบบที่ตัวเองชอบ แต่ถ้างงเดี๋ยวเราอาจจะมีพลัสให้นะคะ 5555555555  เพราะว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอยู่กับใครความรู้สึกที่มีให้แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครแทนใครได้ มันก็เหมือนที่ว่าเราเลือกถือของสองข้างมันก็ไม่ได้แปลว่าเรารักแขนข้างขวามากกว่าเลยให้ถือของอีกสิ่งหนึ่ง แต่ว่าเราก็รักแขนทั้งสองข้างเหมือนกัน เครนะ ขอบคุณค่า


     ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนเลยที่หายไปนาน แง๊งงงงงงงงงงง~~~ ช่วงชีวิตที่สบสนนี่มันแ่จริงๆค่ะแต่เราสัญญาว่าจะไม่หายแล้วนะเพราะเรื่องนี้จบแล้ว 55555555 ขอบคุณทุกคนที่ติดตามยัวไฮเนสถึงตอนจบ ตอนแรกคิดค่ะว่าจบแบบนี้จะโดนด่าไหม โดนด่าแหงมเลย แต่บางทีการที่ให้คนอ่านได้ไปต่อเรื่องในแบบที่คนอ่านจะมีความสุขมันก็อาจจะดีกว่าหรือเปล่านะ แต่ไม่น่าค่ะ ไม่แน่อาจจะมีพลัสตอนจบให้ทั้งสองแบบสองคู่เลย ไม่แน่ๆ อิอิอิอิอิ ยังไงขอบคุณมากจริงๆนะคะที่ให้ความสนใจกัน ยังไงก็ฝากฟิคเรื่องต่อๆไปด้วย โดยเฉพาะสากวกไคโด้รอเราหน่อยนะ เรื่องต่อจาก#ยบรชานแบค กับ #อทฮุนฮาน ก็เป็นไคโด้นี่แหละน้า~ กราบทุกคนนะคะมากๆ ยังไงใครไปคอนก็ขอให้มีความสุข เราไปวันอาทิตย์เจอกันได้ ตอนแรกก็อยากทำไรไปแจกบ้าง แต่ทำไรไม่ทันเลย เอาเป็นว่ามาสะกิดเรานะเดี๋ยวเราเอาฟิคให้ 555555555


เจอกันเร็วๆนี้นะคะ


จงเรียกว่าบู :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #182 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:14
    ถ้าไรท์ให้ไปมโนตอนเจ็บเอง สำหรับเราจงอินกับคยองซูคงจะนั่งคุยกันอยู่สักพักใหญ่จนผัว เอ๊ย! แบคกลับมา....นางก็คงหงุดหง้ดหน่อยแหละแต่สุดท้ายก็คุยกันได้ดี สุดท้ายจงอินขอตัวกลับและบอกว่าจะมาหาอีก(ซึ่งจริงๆแล้วก็นานมากๆแหละ นางมาครั้งนี้เพื่อมาเจอคยองเฉยๆไม่ได้จะมาฉีกความรักอะไร) คยองก็อยู่กับแบคเหมือนเดิมใช้ชีวิตปกติ นี้แหละตอนจบเรา เราโคตรเสียใจเลยที่คยองเลือกแบคเพราะเราเชื่อในความรักที่ยั่งยืนมาตลอดกาลเราไม่เชื่อรักเพียงไม่ถึงเดือนของแบคกับคยอง แต่มันพิสูจน์จริงๆว่าคยองอยุ่กับแบคแล้วมีความสุขกว่า ตอนแรกเราริดว่าอยู่กับจงอินมีความสุขกว่าสะอีกเพราะว่าตอนที่แบคถามคยอง คยองก็บอกอยากกลับไปหาจงอินตลอด สุดท้ายคยองก็รักแบค ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน55555 แต่เราว่าจบแบบนี้ดีนะ ถ้าเป็นรูทจงอินอาจมีbad endได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เศร้ามาก เราร้องไห้ตั้งแต่ตอนที่5มั้งแล้วก็น่าตาไหลมาตลอด ไรท์ใช้คำพูดได้กินใจมากชื่นชมเลย ผลงานอื่นเราจะติดตามอีก ชอบภาษามาก ขอบคุณที่สร้างฟิคดีๆให้อ่านนะคะ
    #182
    0
  2. #146 pandazaa77 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 02:55
    โอ้โหๆๆๆสนุกๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆอ่านรวดเดียวเลย จงอินแสนดีมาก ตอนแรกกลัวมากว่าจะหน่วงแต่มันบะมุนไหลลื่นอ่านแล้วซึ้งในความรักของคนทั้งสาม เอ หรือว่าสี่หว่า มีแอบน้ำตาคลอรื้นๆกับความรักของจงอินกับคยองฮือออ พี่แบคตอนอธิฐานกับน้ำพุให้คยองเลือกตัวเองก็ซึ้งโรแมนติกมากๆแถมยังบอกจะดูแลเลี้ยงดูคยองด้วยตัวเองยิ่งแบบโอ๊ย คยองโชคดีมากๆๆๆ แล้วตัวคยองเองก็ค่องข้างชัดเจนเรื่องมันเลยไม่หน่วงมากอ่านได้สนุกสุดๆ งืออออ ชอบนะไร้ท์ สุดยอดดดดด ดีแต่เริ่มจนจบเบยยยยย
    #146
    0
  3. #144 yzee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 00:54
    จบแล้วอ่อออออ ไรต์จบแบบนี้ไปต่อไม่ถูกอ่ะ เศร้าแรงงงง ไรต์ทำแบคโด้ต่อไปเยอะๆน่ะน่ะน่ะ ชอบมากของมากอ่ะ
    #144
    0
  4. #142 K.soo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 02:20
    ไรต์บอกให้ไปต่อเอง ต่อได้ว่าคยองกลับมารักจงอิน แง้ แล้วแบคล่ะ โอ้มายก๊อด นี่ชั้นอ่านอะไรทำไมตลบไปมางี้

    ขออึ้งแปปนะคะ

    ยังไงขอบคุณมากค่ะที่แต่งฟิคดีๆให้อ่าน

    อึ้งจริงๆนะ ตรงตกหลุมรักเนี่ย ฉากสุดท้ายมันฉากของพระเอกชัดๆเลย

    ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีเลยค่ะ แบคเป็นพระเอกมาตลอด ยกเว้นตอนสุดท้าย..555
    #142
    0
  5. #141 Kyungchu~ 😙 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 14:12
    คุณจงอิ๊นนนนนนนนนนนน ไม่นะ ;-; ฮืออิอออออออ
    #141
    0
  6. #139 >__________________< (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 21:23
    ต้องการ+++
    #139
    0
  7. #136 blue_faiiry (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 15:16
    สุดท้ายก็ไปไคซูหรออออออออออออออฟหหฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ขอบคุณนะคะไรท์ที่ปล่อยตอนจบไว้ให้เรามโนเอง55555555555555555 หน่วงแรงมาก ชอบมากค่ะ
    #136
    0
  8. #133 เมนเด็กน้อยคยองซู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 12:06
    จบแบบนี้เลยอ่ออ ฮือออ ไม่นะไม่่ แบบ

    นี่ก็เชียร์จงอินอ้ะเธออ ฮือออออ

    ต้องหายไปทำใจแล้วต้องใช้ความพยายามแค่ไหนถึงมาหาอ้ะ ฮือออ



    คือคยองอ้ะอยากออกจากโลกภายนอกนะ เราคิดว่าแบบนั้นอ้ะ ก็เลยเลือกที่จะอยู่กับแบคฮยอน



    จงอินให้โลกภายนอกกับคยองไม่ได้อ้ะ แงง



    แม่งงงง



    คิดหัวแตกกกก



    คยองจะกลับมาชู้รักกับคิมจงอิน ฮือออออ



    ปล่อยให้แบคฮยอนโดนสวมเขาาา



    แบบไหนก็เศร้าทั้งนั้นแหละะ ฮือออ



    ทุกอย่างเป็นเพราะลู่ฮานค่าา พาลลลลฃ

    แงงง



    ถ้าไม่ออกไป ก็ไม่เจอแบคหรอกกก
    #133
    0
  9. #132 minieieizaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 10:22
    ชอบเรื่องนี้ สนุกมากกกกก
    #132
    0
  10. #131 ดโย12193 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 06:50
    จบ แ ล้ ว คือจบแล้วงงแปป
    #131
    0
  11. #130 PoDj. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 02:15
    เห่ยยยย ไรท์~~~ เราก้ลุ้นว่าพี่แบคจะได้คยองมั้ย สุดท้ายจงอินก้ได้ไปสินะ 5555 พี่แบคเอ้ยย สงสารรรรรรร คยองหลายใจจจจจจจ
    #130
    0
  12. #128 minieieizaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 23:14
    ห่ะ จบแล้วเหรออ อึ้งแปป
    #128
    0
  13. #127 tang_k (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 22:44
    ฮรืออออ จบแล้ว? อ่าาา 555555 ชอบเรื่องนี้มากๆเลยยย รักไรท์น้าาา แต่งแบคโด้ต่อไปเยอะน้าา รอยุววว
    #127
    0
  14. #126 Babuyak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 16:04
    ฮืออออ จบแบบหื้อ จบจริงๆหรอ5555555
    #126
    0
  15. #125 faluao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 13:46
    ฮืออออออออออออออออออออออ มันดียยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ดีมากๆๆๆๆๆๆ จะรอนะคะ ฮือออออ โอยยยยไรต์ต้มจนเปื่อยเลยยยย

    ฮืออออ ดีใจจนกรี๊ดเลยเนี่ยยย
    #125
    0