Fiction:EXO - Your Highness [KaiDo or BaekDo] -The End-

ตอนที่ 13 : Chapter 13 :: Your Choice

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 พ.ค. 58



Chapter 13 :: Your Choice





รถยนต์คันหรูจอดลงหน้าอาพาร์ทเม้นเล็กๆที่เดิม จงอินหายจากการป่วยแล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่มันก็เป็นหลังจากที่ทั้งสองคนแลกจุมพิตกันกี่ครั้งต่อไม่รู้กี่ครั้ง คงเป็นความโชคดีที่อาการไม่ได้ถูกถ่ายทอดจนมาถึงตัวคยองซูเองจนป่วยตามไปอีกคน

 

คนตัวเล็กก้าวลงจากรถ กล่าวลาคุณเลขาคนเก่งที่มาส่งตามหน้าที่แล้วขับรถกลับออกไปอย่างช้าๆ

 

คยองซูมาที่อพาร์ทเม้นท์นี้จนชินซะแล้วแถมแบคฮยอนยังให้กุญแจสำรองกับเขามาอีก เพราะฉะนั้นแบคฮยอนเลยไม่ต้องไปยืนรอเขาด้านล่างอีกต่อไป

 

ลูกกุญแจสีเงินเสียบเข้ากับลูกบิดประตูแล้วค่อยๆออกแรงไขให้ล็อคของประตูไม้ถูกปลดออก มันน่าแปลกใจตรงที่คยองซูคิดว่าพอเปิดประตูมาจะได้เจอกับเจ้าของห้อง แต่มันกลับว่างเปล่าซะนี่

 

"ไม่อยู่หรอ ก็ให้เซฮุนบอกแล้วว่าจะมา..."

เสียงหวานบ่นพึมพำคนเดียว วางกระเป๋าเป้สัมภาระไว้ที่ปลายเตียงแล้วทิ้งตัวนั่ง มองสำรวจทั่วห้องทั้งระเบียงที่ว่างเปล่าหรือห้องน้ำที่เปิดอ้ากว้างแต่ไร้ผู้คน...

 

"ไปไหนล่ะเนี้ย"

บ่นกับตัวเองเงียบๆแล้วตัดสินใจทิ้งทั้งตัวลงกับผืนเตียงนุ่ม สักพักแบคฮยอนคงกลับมาล่ะมั้ง... คิดได้แบบนั้นเปลือกตาสีสวยก็ค่อยๆปิดลงเพราะกลิ่นของเจ้าของเตียง

 

เพราะกลิ่นกายที่ติดเตียงมันทำให้เขารู้สึกเคลิ้มเหลือเกิน

 

 

กลิ่นไอหอมๆลอยคละคลุ้งปลุกสติของคนที่เผลอหลับให้ค่อยๆขยับเปิดเปลือกตา ความมืดที่ไม่น่ามาเยือนในช่วงบ่ายมันทำให้คยองซูรู้สึกแปลกใจก่อนจะค่อยๆดันตัวเองขึ้น สายตามองไปยังห้องเช่าที่บัดนี้เต็มไปด้วยเทียนหอมอันเล็กอันน้อยถูกจุดตามจุดต่างๆจนกระจายไปรอบห้อง บานหน้าต่างที่เคยถูกเปิดรับลมรับแสงถูกปิดลงสนิทเป็นเหตุของความมืดที่เขารับรู้ กลิ่นอ่อนๆของเทียนหอมทำให้รู้สึกสดชื่นถึงแม้จะเพิ่งตื่นขึ้นมา สายตากลมโตกวาดมองไปรอบก่อนจะเจอเจ้าของห้องที่ตามหาตั้งแต่ต้นยืนกอดอกพิงกำแพงมองเขาอยู่ด้วยรอยยิ้ม

 

"ทำอะไรหรอแบคฮยอน"

 

"ก็ไม่รู้สิ"

 

"อ่าว แล้วจุดเทียนตอนกลางวันทำไมอ่ะ ข้างนอกฟ้ายังสว่างอยู่เลยนะ"

 

"โรแมนติกหน่อยได้ไหมล่ะ"

สีหน้ายุ่งๆของเจ้าของห้องมันทำให้คยองซูรู้สึกอยากจะขำออกมา แบคฮยอนค่อยๆเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเดียวกับคนตัวเล็ก อ้อมกอดกว้างโอบเอาร่างกายของอีกคนเข้าสู่ตัวเองสูดกลิ่นหอมของยาสระผมยี่ห้อดังเข้าเต็มปอดโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ขัดขืน

 

"เป็นอะไรรึเปล่าแบคฮยอน"

 

"อืม..."

เสียงครางรับในลำคอให้ใจดวงเล็กสั่นไหวเล็กน้อย มันเป็นความแปลกใจที่อยู่ๆแบคฮยอนก็มาทำอะไรแบบนี้เหมือนมันเป็นโอกาสพิเศษหรืออะไรทำนองนั้น หรือว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดแบคฮยอนกันนะ

 

"มีอะไรพิเศษรึเปล่า บอกเรามาได้เลยนะ"

 

"เปล่าหรอก แค่อยากจะบอกว่าฉันเรียนจบแล้วนะ แล้วก็มีบริษัทรับเข้าทำงานแล้ว"

 

"ว้าว !!! จริงหรอ แบคฮยอนเก่งจัง"

 

"น้ำเสียงดูไม่ดีใจเลยอ่ะ"

เพราะคยองซูไม่รู้ว่าต้องใช้น้ำเสียงระดับไหนเพื่อแสดงความยินดีหรือยังไงเพราะตลอดทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาจงอินเรียนจบเจ้าตัวก็ไม่เห็นจะดูดีใจอะไรสักนิด ดังนั้นน้ำเสียงที่ออกมาของคนตัวเล็กมันเลยค่อนข้างอาจจะเอื่อยๆจนทำให้แบคฮยอนต้องหน้ามุ่ยอีกรอบ

 

ใบหน้าหล่อเกยคางเข้ากับไหล่เล็กลาดโอบกอดแล้วออกแรงโยกในจังหวะแผ่วเบามือทั้งสองกุมกันไว้บนหน้าตัก

 

"บางทีฉันก็รู้สึกโชคดีที่มาเจอนายตอนนี้ ในจังหวะที่ฉันกำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและพึ่งพาตัวเองได้"

 

"..."

 

"แต่บางทีฉันก็รู้สึกว่าโชคร้ายที่นายไม่ได้มีฉันแค่คนเดียว"

 

"แบคฮยอน..."

คนที่โอบกอดไว้ขยับตัวออกเล็กน้อยหมุนตัวคนตัวเล็กให้เราสองคนนั่งเผชิญหน้ากันใช้สันจมูกของตัวเองเขี่ยกับปลายจมูกของอีกคนเบาๆ

 

"คยองซูฉันกำลังจะโตแล้ว ฉันกำลังจะมีชีวิตที่มั่นคง เพราะฉะนั้น...เลือกฉันได้ไหม"

 

"..."

 

"ให้ฉันได้เป็นคนดูแลนายบ้าง...มาอยู่กับฉันเถอะนะ"

 

"แบคฮยอน"

 

"ฉันสัญญาว่าจะทำให้นายมีความสุข เป็นฉันได้รึเปล่า ถ้าฉันพูดว่าฉันรักนาย นายจะเลือกฉันบ้างไหม"

เสียงพร่ำบอกแสนสั่นเครือจนใจดวงเล็กต้องเต้นระส่ำอีกครั้ง มือขาวยกขึ้นจับกรอบหน้าของอีกคนปาดนิ้วโป้งกับผิวแก้มที่มีน้ำตาไหลลงมาเป็นทางยาว

 

แบคฮยอนร้องไห้เพราะคยองซูอีกแล้ว

 

"แบคฮยอน อย่าร้องไห้นะ"

 

"ฉันไม่ได้ร้องไห้ แต่ไม่รู้ทำไมพอคิดว่านายจะปฎิเสธมันก็เจ็บไปหมด เพราะฉะนั้นนายจะไม่พูดว่าไม่ใช่รึเปล่า"

คำถามที่คยองซูกลัวมาตลอดมันเดินทางมาถึงแล้ว คยองซูรู้ว่าตัวเองผิดที่ไม่สามารถจะตอบได้อย่างง่ายๆว่าจะเลือกใครระหว่างคนที่ดีกับเขามาตลอดทั้งชีวิต กับอีกคนที่เพิ่งเข้ามาแต่ทำให้เขามีความสุขได้มากมายเหลือเกิน

 

"ฮึก..."

เสียงกลั้นสะอื้นรอดออกมาจากคนที่กัดปากตัวเองจนแดงช้ำ แบคฮยอนพยายามหลับตาข่มน่ำสีใสไม่ให้หลั่งไหลออกมามากไปกว่านี้แต่เหมือนมันก็ไม่มีทางหยุด เขาเพิ่งได้รับข่าวดีมาเมื่อเช้าจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่างานวิจัยจบของเขาได้รับการสนใจจากบริษัทมีชื่อแห่งหนึ่งและนั่นทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและได้รับเข้าทำงานทันที แน่นอนว่ามันเป็นความมั่นคงในชีวิตก้าวแรก และเป็นก้าวที่สำคัญมากพอที่เขาจะบอกกับคนๆหนึ่งเพื่อขอเป็นคนดูแลอีกชีวิตไว้ด้วยกัน

 

"แบคฮยอนคือ..."

 

"ถ้าจะพูดว่าไม่ ก็ไม่ต้องพูดก็ได้ ไม่เป็นอะไรนะ ยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ฉันอยากให้นายคิดให้ดีๆก่อน ฉันรู้ว่าเขาก็สำคัญกับนายมาก แต่ฉันก็แค่อยากให้นายให้โอกาสฉันบ้าง"

 

"..."

 

"..."

 

"..."

 

"ตอนอยู่กับแบคฮยอนเรามีความสุข แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสุขตอนอยู่กับจงอิน...ขอเวลาให้เราได้ไหม ขอให้เราได้ลองคิดก่อน"

 

"ได้...แน่นอนว่าได้ แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกมันอาจจะเจ็บสำหรับนายถ้านายต้องเลือกฉันหรือว่าเขา แต่ถ้านายไม่เลือกจะเป็นฉันกับเขาที่เจ็บ นายรักคนสองคนให้เท่าๆกันในเวลาเดียวกันไม่ได้หรอก"

 

"..."

 

"ทรมานใช่ไหมถ้าต้องเลือก แต่ถ้านายไม่เลือกฉันเองก็ทรมานเหมือนกันนะ"

อ้อมกอดถูกสวมเข้าอีกครั้ง คยองซูรับรู้และเข้าใจดี ใช่ว่าจงอินจะมีความสุขกับสิ่งที่คยองซูทำอยู่แต่จงอินแค่ยอม...ส่วนแบคฮยอนแค่พูดสิ่งที่อยู่ในใจ ทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเขาเองเพราะเขาที่ใจอ่อนและปล่อยหัวใจเป็นอิสระมากมายจนเกินไป

 

"เราไป...เดินเล่นกันไหม"

 

 

 

 

สวนสาธารณะเล็กๆที่มีผู้คนประปราย เด็กน้อยเริ่มหัดปั่นจักรยานโดยมีผู้ปกครองคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ คู่รักที่นั่งอยู่บนม้านั่งเสียบหูฟังกันคนละข้างหรือแม้กระทั่งคนชราแก่ๆที่กำลังโปรยเมล็ดข้าวโพดลงบนพื้นเพื่อให้อาหารนกพิราบฝูงย่อมๆ สายลมเอื่อยๆทำให้อากาศไม่ได้ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ชายตัวเล็กสองคนกำลังกุมมือกันเดินไปตามทางของพื้นอิฐสีแดงไร้ซึ่งคำพูดมีเพียงมือสองข้างที่กุมกันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เวลายามเย็นช่างเป็นช่วงที่เหมาะกับการมาเดินพักผ่อนปล่อยจิตใจในสวนสาธารณะ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทิ้งเรื่องแสนหนักอึ้งในหัวให้หลุดออกไป

การชั่งน้ำหนักในใจกำลังเป็นเรื่องใหญ่ในใจดวงเล็กๆ สำหรับจงอินมันเป็นความรักที่เกิดจากความผูกพันธ์ แน่นนอว่าจงอินยังคงสำคัญเสมอ สมมติว่าถ้าตอนนี้มีกระสุนกำลังจะพุ่งไปตัดขั้วหัวใจคยองซูก็พร้อมยอมจะไปขวางไว้ให้ แต่ถ้าเหตุการณ์กลับกันล่ะ ถ้ามีกระสุนสองนัดกำลังจะตัดขั้วหัวใจของทั้งแบคฮยอนและจงอินในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะออกไปรับกระสุนนัดนั้นแทนใครกันแน่...

 

"จำตรงนี้ได้รึเปล่า"

เสียงเรียกพร้อมแรงบีบที่มือข้างกายปลุกให้คนตัวเล็กตื่นจากภวังค์ของตัวเอง คยองซูไม่รู้ตัวเลยว่าเขามาหยุดยืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตรงที่ๆเขาและแบคฮยอนเจอกันครั้งแรก

 

น้ำพุเล็กๆใจกลางสวนที่ในอ่างน้ำใสเต็มไปด้วยเศษเหรียญเงินมากมายกองจมทับถมกัน

 

มันคือข้อแลกเปลี่ยนของการขอพร

 

"ที่ๆเราเจอกันครั้งแรก"

 

"ที่ๆนายบอกว่าจะเป็นแฟนกับฉันต่างหากล่ะ"

เสียงสดใสของแบคฮยอนเรียกรอยยิ้มเล็กๆให้ผุดบนใบหน้าเครียดได้ในที่สุด มือที่เคยกุมกันถูกปล่อยให้หลุดก่อนที่คนสูงกว่าจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่าของตัวเองหยิบเหรียญเงินกลมๆขึ้นมาชูสองเหรียญ แบคฮยอนยื่นหนึ่งร้อยวอนให้อีกคนและกำอีกเหรียญของตัวเองเอาไว้

 

"อธิษฐานสิ"

 

"หืม??"

 

"ก็ไอ้ชานยอลบอกว่าที่นั่ศักดิ์สิทธิ์อ่ะ ถ้านายกำลังเครียดอยู่ว่านายจะเลือกใครก็ทำสิ มันก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นจริงหรอกนะ แต่ก็อาจจะช่วยให้นายสบายใจได้บ้าง"

คำบอกที่ทำให้คยองซูเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น แบคฮยอนยังคงเป็นคนใจดีเสมอ..

 

คนตัวเล็กหันหน้าเข้าหาบ่อน้ำพุสองมือประกบเข้าหากันโดยกุมเหรียญเอาไว้ด้านในหลับตาและตั้งสมาธิกับตนเอง แต่ก่อนที่เขาจะได้ขอสิ่งที่อยู่ในใจเสียงของคนข้างตัวก็ดังเข้ามาในความคิดอย่างชัดเจน

 

"ถ้าจริงๆแล้วท่านส่งคยองซูมาให้ผม ถ้าจริงๆแล้วเป็นแบบนั้นผมก็ขอให้คนที่อยู่ข้างๆผมตอนนี้เลือกผมได้ไหมครับ ขอให้เขาเลือกที่จะอยู่กับผมและผมสัญญาว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้"

จบคำอธิษฐานเสียงของเหรียญเงินที่กระทบผิวน้ำและจมลงไปก็ดังเข้าสู่โสตประสาทคยองซูอย่างชัดเจน เหมือนจะพูดกับน้ำพุแต่ก็เหมือนจงใจพูดให้เขาได้ยิน

 

ถ้าจงอินคือคนที่คอยตามใจ

 

แบคฮยอนก็ช่างดื้อรั้นเสียเหลือเกิน

 

คำอธิษฐานของคยองซูถูกเปล่งแค่เพียงในใจเท่านั้นก่อนที่คนตัวเล็กจะโยนเหรียญเงินที่ได้รับมาลงสู่ก้นบึ้งของบ่อน้ำบ้าง

 

"นาย...อธิษฐานว่าอะไรหรอ"

ไม่พ้นความสงสัยของคนข้างตัว เมื่อแบคฮยอนยื่นมือมากุมกับมือของเขาไว้อีกรอบ แต่คนตัวเล็กก็แค่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธการตอบคำถามและถึงแม้อีกคนจะอ้อนวอนถามยังไงคยองซูก็คงไม่ยอมบอก

 

 


 

 

จากจุดหมายที่ว่าวันนี้จะไปค้างคืนกันที่ห้องของแบคฮยอนปลายทางก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้งเพราะการเปลี่ยนใจของคยองซูเอง ความหนักอึ้งมากมายเรียกร้องให้เขากลับไป กลับไปในที่ๆเขาเรียกว่าบ้านมาตลอด ถึงแม้แบคฮยอนจะบอกให้เขาอยู่ค้างด้วยก็ตามที แต่ไม่รู้สิ เขารู้แค่ว่าจะต้องกลับไปเท่านั้นเอง ...

 

อาหารมื้อเย็นกำลังดำเนินไปด้วยความจืดชืดหยุดลงเมื่อใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องอาหาร แน่นอนว่าต้องเป็นที่แปลกใจเพราะคยองซูไม่ได้บอกให้ใครไปรับเพียงแต่ให้แบคฮยอนเป็นคนมาส่งถึงที่หน้าบ้าน

 

"คยองซู !!"

เสียงเรียกของชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายบริเวณหัวโต๊ะอาหารตัวยาวให้ใบหน้าขาวต้องคลี่ยิ้ม จงอินดูจะตกใจที่เขากลับมา

 

"ทำไมกลับมาล่ะ ไหนบอกว่าคืนนี้จะไปค้างกับมัน แล้ว....หรือว่ามันทำอะไร !!!"

เสียงประกาศกร้าวดังขึ้นลั่นห้องอาหาร เป็นเหมือนเดิมเสมอ จงอินที่เป็นห่วงคยองซูกว่าอะไร

 

ร่างเล็กโถมน้ำหนักตัวลงกับคนที่กำลังเดินเข้ามาหา อ้อมกอดเล็กๆโอบรัดอีกคนไว้ ซุกใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่เป็นที่พักพิงมาเสมอ

 

"เป็นอะไร มันทำอะไรนายรึเปล่า บอกฉันมา"

 

"เปล่า"

คำบอกเล่าของคนตัวเล็กในอ้อมกอดทำให้ใจที่ร้อนรุ่มดับลงไปได้บ้าง แต่เขาก็ยังคงไม่สบายใจอยู่ดีที่อยู่ๆคยองซูก็กลับมาแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่น่าจะยอมกลับมาง่ายๆ แต่ที่จงอินทำได้ก็แค่ยืนอยู่เฉยๆปล่อยให้โดนกอดจนกว่าอีกคนจะพอใจ

 

 "เป็นอะไรหืม..."

ถามย้ำอีกครั้งเมื่อคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวออกมา มือเล็กกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น

 

"จงอิน...ฉันน่ารังเกียจมากใช่ไหม...นายเจ็บกับฉันมากใช่รึเปล่า"

น้ำเสียงสั่นเครือและไหล่บอบบางที่เริ่มสั่นไหวส่งผลให้อ้อมกอดแกร่งต้องเข้าสวมกอดกดใบหน้าเล็กที่เริ่มมีน้ำตาซึมจากดวงตาเข้าแผงอก ละทิ้งซึ่งมื้ออาหารค่ำแล้วพาคยองซูขึ้นไปบนห้องท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของผู้รับใช้

 

ประตูไม้เนื้อดีปิดลงสนิท ร่างสูงค่อยๆพาคนขี้แงไปนั่งที่ปลายเตียงก่อนจะทิ้งตัวนั่งยองๆที่ด้านล่าง จ้องมองใบหน้าขาวที่เอาแต่ก้มงุดแบบนั้น

 

"เกิดอะไรขึ้น...บอกฉันได้ไหม..."

 

"จงอิน...ฮึก...ขอโทษ...ขอโทษ..."

 

"เป็นอะไรคยองซู ถ้านายไม่พูดฉันก็ไม่รู้นะ...แบคฮยอนพูดอะไรกับนายรึเปล่า"

 

"...."

ความพยายามกับใจที่ร้อนรนของร่างสูงทวีขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นคนที่สุดจะหวงแหนเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้พูดในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ แน่นอนถ้าจงอินรู้ว่าคนของเขาเป็นอะไรจงอินจะช่วยทุกวิถีทาง หากสิ่งนั้นมันทำให้คยองซูต้องเสียใจเขาจะไม่ยอมปล่อยไว้

 

เสียงกลั้นสะอื้นถ่ายทอดออกมา มือบางยกปาดน้ำตาของตัวเองออกจากใบหน้าก่อนจะเอื้อมไปจับกรอบหน้าสีแทนของคนที่ยังคงเฝ้ามองเขาอยู่ ปลายนิ้วโป้งปัดเกลี่ยบนผิวอีกคนแผ่วเบาแสดงยิ้มออกมาเมื่อจ้องมองไปในดวงตาที่แสนห่วงใย

 

แต่มันถึงเวลาแล้ว

 

“จงอินเป็นทุกอย่างให้เราได้...เราเชื่อว่าถ้าเราอยากได้อะไรจงอินก็จะเอามาให้เราได้เสมอ แต่อย่างเดียวที่จงอินเป็นให้เราไม่ได้ จงอินเป็นแบคฮยอนให้เราไม่ได้หรอก...

คำพูดแสนอึดอัดทรมานถูกถ่ายทอด บรรยากาศในห้องเงียบก็เหมือนจะยิ่งเงียบลงไปอีก ไม่มีแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้น หยาดน้ำตาที่เคยหยุดเอาไว้ก็ไหลพรูอีกครั้ง จงอินยังคงนั่งนิ่งจ้องมองใบหน้าที่กลั่นน้ำตาออกมาไม่หยุด ก่อนจะยกมือของตนกุมมือที่จับใบหน้าเขาเอาไว้ ส่งยิ้มออกมาบ้างทั้งๆที่หยาดน้ำตาของราชสีห์กำลังจะหลั่งอีกครา

 

เขารู้ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมาถึง...

 

"จะไปแล้วหรอ...จะไม่กลับมาอีกแล้วใช่ไหม..."

 

"ฮึก...ถ้า...ถ้าฉันยังเป็นแบบนี้นายก็ต้องเสียใจใช่ไหม ถ้าฉันยังอยากจะไปเจอแบคฮยอนแบบนี้ เพราะแบบนั้นฉันจึงควรจะเลือกที่จะไปใช่ไหม"

 

"คยองซู..."

 

"ฮึก...เจ็บ...เจ็บมากรึเปล่า...ฮึก...ขอโทษ...ขอโทษ"

ถ้อยคำสารภาพมากมายถูกเอ่ยออกมา มือเล็กยังคงจับกรอบหน้าเข้มไว้ไม่ยอมปล่อย ดวงตาที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำก็พยายามที่จะเพ่งมองคนที่บัดนี้ก็ยังคงพยายามจะยิ้ม

 

"ไม่เป็นอะไรฉันไม่เป็นอะไรเลย"

 

"จงอิน...ถ้านายจะบอกฉัน ห้ามฉันว่าไม่ให้ไปก็ได้นะ แค่นายบอกว่าไม่ให้ฉันไป...แค่นั้น..."

 

"ทำได้จริงๆหรอ...คุณจงอินทำแบบนั้นได้จริงๆหรอครับคยองซู" 


"...."


"รู้ไหมถึงจะห้ามให้นายไม่ไป...มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าคนที่อยู่กับฉันไม่มีหัวใจ"

 

….

 

“สิ่งที่ฉันต้องการคือหัวใจดวงนี้ของนาย สิ่งที่ฉันคอยดูแลมันตลอดคือหัวใจของนาย มันไม่มีประโยชน์หรอกถ้าฉันจะรั้งตัวนายไว้ เพราะหัวใจของนายไม่มีฉันอีกแล้ว”

ยิ่งมีประโยคสนทนามากมายเท่าไหร่ก็เหมือนหยดน้ำใสจะไหลรินมากขึ้นเท่านั้น คนตัวสูงลุกขึ้นยืนกดจูบลงที่กลุ่มผมหอมเดินออกจากห้องและสถานการณ์ที่ตัวเขาเองก็เหมือนจะเริ่มทนไม่ไหวเต็มที ปล่อยมือที่เกาะกุมออกแล้วปิดประตูไม้ใหญ่ออกมาสู่ด้านนอกที่คุณเลขายืนรออยู่แล้ว ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงแทบล้มทั้งยืนจนเซฮุนต้องเข้าประคองใบหน้าหล่อซบลงกับบ่ากว้างของเพื่อนรักอย่างหมดหนทาง

 

"เขาต้องไปแล้วเซฮุน..."

 

"คุณ...ปล่อยเขาไปหรอครับ"

 

"ไม่มีเหตุผลที่ต้องรั้งเขาไว้เมื่อใจเขาไม่อยู่แล้ว"

 

"แล้วเรื่องนั้น..."

 

"มันผ่านมานานแล้ว...ถ้ามันจะเกิดฉันก็คิดว่าฉันจะจัดการมันได้"

 

"ครับ...เจ็บมากใช่ไหมครับ"

 

"อืม...ที่สุดเท่าที่เคยรู้สึก อย่าทิ้งฉันไปอีกคนนะ"

คำขอร้องเหมือนเด็กๆจากเจ้านายทำให้เซฮุนรู้สึกเจ็บ เขาเข้าใจความรู้สึกของจงอินดีเพราะจงอินเลือกแล้วที่จะทุ่มเทให้กับคยองซู บวกกับวงการที่จงอินต้องทำงานต้องเข้าสังคมมันช่างจอมปลอม คนที่จะเป็นทั้งโลกให้จงอินได้ก็มีแค่คยองซูกับตัวเซฮุนเองเท่านั้น แต่เพราะจงอินจะไม่ทำร้ายคยองซู เจ้าตัวถึงเลือกที่จะปล่อยไป บางทีเซฮุนก็อยากจะเข้าไปต่อยคนรักของเจ้านายดูสักครั้งว่าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงยอมปล่อยมือจากคนที่รักตัวเองมากขนาดนี้เพื่อไปหาอีกคน ถ้ากลับกันบ้างถ้าตอนนี้ คนที่อยู่ที่นี่เป็นแบคฮยอน แบคฮยอนจะยอมปล่อยคยองซูให้มาหาจงอินบ้างรึเปล่า จะมีใครยอมทุ่มเทให้คยองซูขนาดนี้ไหม...เซฮุนเชื่อว่าไม่มี

 

แต่หากความรักเป็นเรื่องราวของคนสองคนแล้วล่ะก็ เลขสามมันคงมากเกินไป และแน่นอนที่ว่า...ต้องมีอีกคนที่ยอมไป...


_____________________________________________________________________


ขอโทษที่หายไปนานนะคะ _/\_

ขอบคุณที่เดินทางมากับเราจนถึงทางเลือกทางนี้ 

ขอบคุณทุกเม้น ทุกเฟบ

ฝากเม้น + #ฟิคยัวไฮเนส

จงเรียกว่าบู :)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #168 PlaifonIsHappy (@PlaifonIsHappy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:58
    ทีมแบคฮยอน แต่ใจน้องหน่วงมาก อยากโอบกอดจงอินแล้วช่วยปลอบ
    #168
    0
  2. #135 blue_faiiry (@blue_faiiry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 15:01
    ไม่ไหวแล้วววววววว ทำร้ายจงอินเกินไป ฮรือออแแแแแแแ
    #135
    0
  3. #122 PoDj. (@pojja_do) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 15:48
    ฮืออออออ อ่านเเล้วหน่วงมากไรท์ แต่เราดีใจนะที่คยองเลือกแบคอ่ะ แต่เราแอบสงสารจงอินมากเลย อะไรจะรักจะยอมขนาดนั้น

    ยอมใจเธอเลยจงอินนนนนน
    #122
    0
  4. #119 ดโย12193 (@toeytoey1108) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 05:51
    สงสารจงอินจังT_T
    #119
    0
  5. #118 angry_dada (@angrydada) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 01:50
    อ่านรวดเดียวเลย ตอนนี้ไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ แต่ก็อดปวดใจไม่ได้จริงๆ สงสารจงอิน
    #118
    0
  6. #117 Babuyak (@babuyak) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 09:49
    ร้องไห้เลยสงสารจงอิน #ทีมจงอิน ทำไมอะคยอง คนองแค่คิดผิดไปใช่มั้ยบอกที
    #117
    0
  7. #116 mallyxin (@mallyxin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 02:08
    ผมนี่ร้องไห้หนักมาก คุณจงอินคุณพ่อพระ
    #116
    0
  8. #115 nanarauoo (@monggarong_12351) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 22:37
    โถ่จงอิน ฮือออออออ

    ทำไมล่ะคยองทำไมทำกับจงอินงี้ #ทีมจงอิน

    ยังไงจงอินก็รักแต่นายคนเดียวทำเพื่อนายทุกอย่าง ฮือออออ



    มาต่อเร็วๆนะไรท์ รอๆๆๆ อยากอ่านต่อล้าววววว

    ไรท์สู้ๆ
    #115
    0