Fiction:EXO - Your Highness [KaiDo or BaekDo] -The End-

ตอนที่ 12 : Chapter 12 :: Past

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 เม.ย. 58



Chapter 12 :: Past 









"เก็บของเสร็จรึยังครับ"

 

"อื้ม...จะไปกันเลยไหม"

ชายหนุ่มตัวเล็กปิดซิปกระเป๋าใบย่อมของตนแล้วหันมาฉีกยิ้มให้กับจงอินที่ยืนพิงกรอบประตูมองเขาอยู่ก่อนจะคว้าสัมภาระขึ้นมาสะพายไว้กับบ่าออกจากห้องไป

 

มื้อเช้าแบบอเมริกันถูกเตรียมไว้อย่างง่าย เบค่อนกรอบ ไข่ดาว ขนมปัง นมอุ่นสำหรับคุณหนูเล็ก และกาแฟสำหรับคุณท่าน เลขาผิวซีดยืนอ่านตารางงานและรายงานความคืบหน้าของงานต่างๆขณะที่นายเหนือหัวอ่านข้อความจากหนังสือพิมพ์พลางพูดคุยกับคนตัวเล็กไปพลาง

 

"วันนี้แบคฮยอนบอกว่าจะพาไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแหละ"

 

"ครับ..."

 

"ที่นั่นแบคฮยอนบอกว่ามีปลาฉลามด้วย เหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่ใต้ท้องสมุทรจริงๆเลย"

 

"ครับ..."

 

"แล้วก็จะพาไปกินร้านอาหารข้างทางด้วยนะ"

 

"ครับ..."

 

"จงอิน..."

 

"ครับ..."

คำตอบรับเช่นเดิมเล่นเอาเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วมุ่ยใบหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์จ้องมองคนที่เอาแต่พูดครับโดยไม่มองหน้าเขาสักนิด

 

"จงอิน..."

 

"ครับ..."

 

"ถ้าไม่หยุดพูดครับฉันจะโกรธจริงๆละนะ"

คราวนี้ได้ผลชะงักเมื่อคนที่เอาแต่จ้องหนังสือพิมพ์เงยขึ้นมาสบตากับเขา และเมื่อจงอินเห็นคิ้วเข้มคู่นั้นขมวดมุ่นไม่สบอารมณ์ก็ต้องคลี่ยิ้มบางแล้ววางหนังสือพิมพ์ลงกับโต๊ะหันมาสนใจคยองซูเต็มๆเสียที

 

"จงอิน...ไม่อยากให้ฉันไปหาแบคฮยอนรึเปล่า"

 

"คาดหวังคำตอบแบบไหนจากฉันกันล่ะ"

 

"คำตอบจากใจจริงๆของจงอิน"

คนตัวเล็กพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นี่เป็นครั้งที่เจ็ดหรือแปดแล้วคยองซูก็ชักไม่แน่ใจ จากแรกๆแค่ให้จงอินพาไปหาก็เริ่มกลายเป็นว่าไปทิ้งไว้กับแบคฮยอนและค่อยมารับจนตอนนี้กลายเป็นว่าไปค้างคืนด้วยเสียอย่างนั้น...

 

คยองซูรู้ว่าจงอินไม่ได้ชอบนักหรอกที่เป็นแบบนี้ แต่คยองซูก็เลือกที่จะทำด้วยคำว่าเขาบริสุทธิ์ใจ เขาตีกรอบของตัวเองขึ้นมาและให้แบคฮยอนเป็นได้แค่เพื่อน จะไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น

 

ถ้าคยองซูหนักแน่นพอ

 

"ฉันว่านายก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันรู้สึกยังไง ที่เหลือมันก็แค่นายจะทำหรือไม่ทำ"

 

"จงอิน..."

 

"ฉันเชื่อใจนายนะคยองซู อะไรที่ทำให้นายมีความสุขฉันทำได้เสมอ"

 

และคยองซูจะทิ้งคนดีๆแบบนี้ไปได้ยังไง...

 

คนตัวเล็กลุกจากที่นั่งของตัวเองไปหาใครอีกคนที่กำลังมองเขาด้วยความแปลกใจ ริมฝีปากรูปหัวใจบรรจงประกบกับริมฝีปากหนาให้กลิ่นของกาแฟขมๆและรสชาติของนมสดผสมปะปนกัน มือหนาคว้าเอาช่วงเอวของคนที่เข้ามาทำตัวเหิมเกริมแนบชิดตัวเอง ดึงรั้งจนกลายเป็นว่าตอนนี้คยองซูลงมานั่งบนตักของจงอินซะแบบนั้น คุณแม่บ้านที่รอให้บริการรวมถึงเซฮุนที่ยืนทนโท่อยู่ก็จำเป็นต้องแสร้งหันหน้ามองไปทางอื่นทำเป็นไม่เห็นฉากแสดงความรักของผู้เป็นนายทั้งสอง

 

ไอกรุ่นของกาแฟจางหายไป เนยอุ่นร้อนที่ละลายบนขนมปังก็เริ่มจะแข็งตัวจับเป็นก่อน แต่รสชาติหวานที่คลอเคลียกันบริเวณริมฝีปากยังถูกป้อนไม่ขาด คนตัวเล็กเอียงมุมหน้าปรับรับองศาจากคนที่รุกรานไม่หยุดทั้งๆที่ตนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแท้ๆ ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดตอบรับถูกไล่ต้อนและเปลี่ยนสลับเป็นผู้ไล่ล่าอย่างดื้อดึง มันหวานกว่าและลึกซึ้งกว่ามอร์นิ่งคิส อุ่นกว่าขนมปังที่เพ่งนำออกจากเตาอบ หวานกว่าน้ำตาล และละมุนกว่าฟองนม

 

เมื่อคยองซูรู้สึกเมื่อยเนื้อตัวในท่านั่งจนต้องขยับจงอินก็ยอมถอมริมฝีปากของตนออกมาลืมตามองใบหน้าขาวแดงเห่อเพราะอารมณ์และจูบเร่าร้อนที่เพิ่งถูกมอบให้ คนตัวเล็กรีบกอบโกยอากาศหายใจเข้าปอดเหล่มองคุณแม่บ้านและเซฮุนที่ยังคงแกล้งเป็นมองเพดานหรือพื้นห้องจนต้องฟาดมือไปบนไหล่คนที่โอบรัดเอวของเขาไว้เพื่อแก้เขินทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ

 

"ฉันลืมไปว่าทุกคนก็อยู่ด้วย"

 

"ไม่มีใครเห็นหรอกหน่า จริงไหมเซฮุน นายเห็นอะไรรึเปล่า"

 

"ไม่นี่ครับ อ่าวคุณคยองซูไปนั่งกับคุณจงอินตั้งแต่เมื่อไหร่"

สมกับเป็นเจ้านายและลูกน้องรับมุกกันทันจนคยองซูต้องส่งแรงอาฆาตไปด้วยสายตา ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีฟึดฟัดแล้วพาตัวเองกลับไปนั่งที่เดิม

 

"เดี๋ยวให้เซฮุนไปส่งที่อควาเรียมละกันนะ"

 

"นายไม่ไปส่งหรอ"

 

"อย่าเลยดีกว่า"

 

"จงอิน..."

 

"อย่าทำหน้าแบบนั้นคยองซู ต่อให้นายจะเข้ามาอ้อนจูบปากฉันจนเปื่อยฉันก็ไม่มีทางยอมรู้สึกดีกับแบคฮยอนหรอก"

คำพูดทิ่มแทงใจดำให้คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาอย่างเข้าใจ แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว แค่จงอินยอมให้คยองซูไปเจอแบคฮยอนเขาก็หวังว่าสักวันความดีของแบคฮยอนจะทำให้จงอินกับแบคฮยอนเป็นเพื่อนกันได้

 

 

"ไปก่อนนะครับ"

จบมื้อเช้าเป็นที่เรียบร้อย นายของบ้านทั้งสองกำลังยืนอยู่ที่รถคนละคัน โดยจงอินมีเป้าหมายคือเข้าไปที่ทำการพรรคส่วนคยองซูจะมีเซฮุนไปส่งที่หอพักของแบคฮยอน คนตัวสูงโน้มตัวลงบรรจงหอมที่แก้มนุ่มลูบศีรษะบางแผ่วเบาด้วยความเอ็นดูก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นรถไป

 

คืนนี้จงอินจะไม่มีคยองซูร่วมโต๊ะอาหาร คืนนี้จะไม่มีคยองซูพูดว่าฝันดีเพราะคืนนี้คนตัวเล็กจะอยู่กับคนอีกคน แค่เพียงคิดนิ้วมือทั้งห้าก็จิกเกร็งกำแน่นข่มตาปิดด้วยความรู้สึกที่ถูกกัดกินไปเรื่อยๆ

 

"นายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

คนขับรถด้านหน้าเอ่ยทักเมื่อเห็นร่างสง่าหลับตาพิงลงกับเบาะด้านหลังรถลีมูซีนหรู ก่อนจะได้คำตอบเป็นเพียงเสียงครางฮึในลำคอ ม่านอัตโนมัติที่กั้นระหว่างคนขับกับที่นั่งด้านหลังถูกปิดลง บ่งบอกถึงอารมณ์ที่คงไม่ค่อยปกตินักของเจ้านาย

 

 

 

ทางด้านรถอีกคัน คุณหนูผู้เป็นดั่งหัวใจของบ้านนั่งกอดกระเป๋าสะพายตัวเองมองภาพทิวทัศน์ร้านรวงรอบข้างทางอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ออกไปเที่ยวโดยมีเซฮุนเป็นสารถีพาขับไปส่งให้ถึงที่ บรรยากาศในรถแสนอึดอัดเนื่องจากเซฮุนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนให้คุณคยองซูออกไปนอกบ้าน และถ้าจงอินไม่ยอมโกรธคนตัวเล็กนี่เซฮุนก็จะทำหน้าที่โกรธแทนเอง

 

รถยนต์วิ่งจนมาหยุดอยู่หน้าหอพักเล็กๆ เด็กหนุ่มวัยมหาวิทยาลัยก็ยืนรออยู่ด้านหน้าเป็นที่เรียบร้อย เมื่อประตูรถเปิดลงมารอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าคนที่ยืนรออย่างใจจดใจจ่อ

 

"ขอบคุณนะเซฮุน"

คยองซูพูดกับเลขาส่วนตัวของจงอินที่ไม่ยอมตอบรับและเอาแต่ทำหน้านิ่งจนประตูปิดรถหรูก็ขับเคลื่อนออกไปให้ตาโตๆมองตามและถอนหายใจ

 

เซฮุนโกรธเขาจริงๆด้วย

 

"คยองซูไปกันเถอะ"

เสียงจากทางด้านหลังเรียกให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ของตนเองหันกลับมามอง แบคฮยอนกำลังยื่นมือมาให้เขาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนที่มือเล็กจะยื่นออกไปจับกับอีกคนด้วยความเต็มใจ

 

 

บรรยากาศสบายๆของวันที่มีลมพัดและแสงแดดอ่อนๆทำให้ผู้คนที่มาเที่ยวต่างอารมณ์ดี รวมไปถึงวัยรุ่นชายสองคนที่เดินทางมาด้านหน้าทางเข้าของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกำลังอ่านโบชัวร์และหัวเราะล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งได้ก้าวเข้าไปด้านในของพิพิธภัณฑ์ขนาดยักษ์ อุโมงค์สูงรายล้อมด้วยฝูงปลาเหมือนบรรยากาศใต้ท้องทะเลให้เด็กน้อยที่อ่อนต่อโลกกว้างต้องมองด้วยตากลมโตตื่นตาตื่นใจโดยมีแบคฮยอนทำหน้าที่เดินตามคอยมองอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ริมฝีปากรูปหัวใจขยับยิ้มหรือส่งเสียงว้าวเหมือนเด็ก มือเล็กๆดึงอีกคนให้ไปตามที่ต่างๆอย่างสนใจเพื่อเรียกให้มาดูด้วยกันใกล้ๆ ทุกอย่างของคยองซูอยู่ในสายตาแบคฮยอนมันมีความหมายเหลือเกิน แค่คิดว่าถ้าเขาได้อยู่ด้วยกันตลอดไปคงจะดี แบคฮยอนไม่มีอะไรสู้จงอินได้ แต่เขาก็สามารถทำให้คยองซูมีความสุขได้ไม่แพ้กัน ข้อนี้เขาพิสูจน์มาแล้วเรียบร้อย  ไม่อย่างนั้นคนตัวเล็กก็คงไม่ยิ้มกว้างออกมาแบบนี้ ที่เหลือก็แค่จะทำยังไงให้จงอินยอมปล่อยมือออกจากคยองซู

 

"วันนี้สุดยอดไปเลย เหมือนได้ไปทะเลทั้งๆที่อยู่ในโซลแท้ๆเลยอ่ะ โลกข้างนอกนี่สุดยอดจริงๆ"

 

"อันนี้แค่เล็กๆนะ เอาไว้วันหลังฉันจะพานายไปเล่นหิมะเอารึเปล่า"

 

"หืม...หิมะในฤดูนี้หรอ"

 

"ใช่ หิมะ สเก็ตน้ำแข็ง"

 

"ว้าว ฟังดูน่าสนุกจัง"

เสียงสนทนาเจื้อยแจ้วดังในห้องพักเล็กๆของแบคฮยอนหลังจากวันนี้ที่พากันเดินทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าอะไรมากนักกลับมีความสุขมากกว่า

 

คยองซูสุขที่ได้เห็นในสิ่งไม่เคยเห็น

 

แบคฮยอนสุขที่ได้อยู่ใกล้กับคนตัวเล็ก

 

นี่จะเป็นอีกคืนที่คยองซูได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องกลับบ้านและมาค้างคืนได้ สัมภาระส่วนบุคคลถูกนำออกจากกระเป๋าเป้ใบเล็กเพื่อเตรียมตัวที่จะอาบน้ำแต่พอหันไปคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงกำลังมองเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆมันก็ทำให้คยองซูทำตัวไม่ค่อยถูก

 

"เอ่อ...มีอะไรรึเปล่า"

 

"หืม...ไม่มีหรอก แค่...มีความสุขมั้ง"

 

"เรื่อง ???"

 

"ไม่รู้สิ แค่อยู่กับนายก็มีความสุขแล้ว"

 

"เหมือนความร้อนจะแล่นขึ้นใบหน้าให้เลือดสูบฉีดจนขึ้นสีแดงก่ำ คยองซูเสหน้าทำเป็นมองทางอื่นแต่สุดท้ายก็โดนอีกคนดึงตัวลงไปนั่งบนเตียงด้วยกัน อ้อมแขนที่เล็กกว่าของจงอินโอบรอบตัวเขาก่อนดั้งจมูกแท่งเล็กๆจะฝังลงบนแก้ม

 

"เดี๋ยวๆ คือว่า..."

 

"ฉันคิดถึงนายนะ...คิดว่าถ้านายมาอยู่กับฉัน แบบถ้าเราได้อยู่ด้วยกันตลอดไปมันจะต้องดีมากๆ"

 

"ไม่...ไม่...จงอิน..."

 

"ฉันขอใช้เงื่อนไขเดิมได้รึเปล่า อยู่ตรงนี้กับฉันอย่าพูดชื่อนั้นได้ไหม"

เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูให้คนที่ตกอยู่ในอ้อมกอดค่อยเอี้ยวหน้าไปมองกับใบหน้าอีกคน ดวงตารีเล็กนั้นกำลังมองเขาด้วยความจริงจัง ลมหายใจอุ่นอยู่ใกล้กันแค่เพียงคืบ ก่อนตาโตจะปิดลงอย่างรู้หน้าที่และแพ้ต่อแรงขัดขืนของเสียงภายในใจเมื่อใบหน้าของแบคฮยอนขยับเข้าใกล้ลงมาทุกทีจนริมฝีปากบรรจบกัน

 

 

 

 

ค่ำคืนผ่านพ้นไปคืนแล้วคืนเล่า สถานที่ถูกสับเปลี่ยนกันระหว่างคฤหาสน์หลังใหญ่และหอพักนักศึกษาเล็กๆ ความรู้สึกผิดตีกันมั่วไปหมดกับสิ่งที่เลือกทำ จงอินที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด กับ แบคฮยอนที่เข้ามาทำให้เขารู้จักเรื่องราวใหม่ๆ

 

"รู้แล้วเชสเซอร์"

คยองซูพูดกับสิ่งมีชีวิตสี่ขาตัวเล็กที่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้าออกทุกห้องภายในพื้นที่กว้างใหญ่ตามสบาย เจ้าตัวเล็กส่งเสียงเห่าน้อยๆเพื่อบอกกับเจ้านายที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเมื่อเวลาทานมื้อเช้ามาถึง คยองซูปิดหนังสือนิทานเล่มหนาลง คว้ากระเป๋าเป้ที่จัดข้าวของสัมภาระไว้เรียบร้อยเตรียมตัวจะไปหาใครอีกคนที่วันนี้เรามีนัดกันเพื่อไปยังห้องสมุดใจกลางกรุงโซล

 

ขาเล็กๆก้าวเดินลงจากบันไดสู่ชั้นล่างที่อาหารหอมกรุ่นจัดไว้บนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย แต่มันน่าแปลกที่ว่าวันนี้ที่หัวโต๊ะยังไม่มีนายเหนือหัวของบ้านอยู่ประจำที่

 

"เซฮุน...คุณจงอินล่ะ"

เอ่ยถามกับเลขาคนสนิทของคนที่หายไป เซฮุนยืนหน้านิ่งอยู่ประจำที่ทุกเช้า

 

"นายท่านไม่สบายครับ นอนอยู่ข้างบน เมื่อคืนท่านโหมงานหนักไปสักหน่อย คุณจงอินสั่งผมว่าถ้าคุณคยองซูทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วให้ผมไปส่งคุณที่หอพักได้เลย"

คำอธิบายยืดยาวกับสีหน้าเรียบนิ่งให้คยองซูจำต้องขมวดคิ้วมุ่น...จงอินไม่สบาย...

 

"เป็นอะไรมากรึเปล่า"

 

"ไข้หวัดธรรมดานั่นแหละครับ แต่ท่านยังไม่อยากอาหาร"

 

"งั้นวันนี้...ฉันจะอยู่กับจงอิน จะไม่ออกไปข้างนอก"

 

"แล้วคุณแบคฮยอนล่ะครับ"

คำถามพร้อมหน้านิ่งอย่างที่เซฮุนคงตั้งใจอยากจะประชดจนเขาต้องมุ่ยหน้าใส่ทิ้งกระเป๋าสะพายของตัวเองไว้บนเก้าอี้แล้วเดินกลับขึ้นไปอย่างไม่สนใจมื้อเช้าหอมกรุ่นตรงหน้า

 

ประตูสีเข้มถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มผิวแทนนอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียง จนคยองซูเดินเข้าไปใกล้และทิ้งตัวนั่งบนที่นอนผืนเดียวกันความรู้สึกยวบของพื้นนอนทำให้เปลือกตาเปิดขึ้นมองผู้มาเยือน ภาพของคนตัวเล็กผิวขาวๆและตากลมโตกำลังมองเขาด้วยความห่วงใย

 

"ยังไม่ไปอีกหรอ"

 

"วันนี้ไม่ไปหรอก จะอยู่กับจงอิน"

 

"อยู่กับฉัน...ทำไมล่ะ"

 

"คุณเซฮุนบอกว่าจงอินไม่สบาย"

เสียงเล็กพูดออกมาแล้วยกมือของตัวเองอังกับหน้าผากอีกคนเพื่อทำการวัดอุณหภูมิร่างกาย คนที่นอนระบายยิ้มออกมาให้กับความห่วงใยที่คยองซูยังมีให้เขาเสมอ

 

"ไม่ได้เป็นอะไรหอก แค่นอนดึหล่ะมั้ง"

 

"แต่ตัวนายก็รุมๆนะ ไปหาหมอไหม"

 

"ไม่เอาหรอก แค่นายอยู่ด้วยกันเดี๋ยวก็หายแล้ว"

 

"ได้ไงกัน ฉันไม่ใช่หมอนะ เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้แล้วเราลงไปทานข้าวกันนานจะได้ทานยาต่อ โอเครึเปล่า"

สีหน้าและน้ำเสียงที่บ่งบอกความเป็นห่วงมันทำให้ดวงใจของราชสีห์อดจะชุ่มช่ำขึ้นมาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความใจดีหรืออะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ดีใจที่คยองซูยังคงเป็นห่วงเขาเหมือนเดิม

 

กะละมังแสตนเลสบรรจุน้ำอุ่นพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กบรรจงวางลงข้างเตียงก่อนพยาบาลจำเป็นจะจัดการเช็ดตัวให้กับคนป่วยที่เอาแต่นั่งยิ้มมองเขา

 

"ยิ้มอยู่ได้..."

 

"ก็...คิดถึงเมื่อก่อน ตอนที่ฉันไม่สบายนายก็ทำแบบนี้บ่อยๆ"

 

"ใช่สิ...ก็นายน่ะตัวใหญ่แต่อ่อนแอชะมัด"

พูดแล้วก็ต้องระบายยิ้มออกมาทั้งคู่เมื่อคิดถึงสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็ก เด็กชายจงอินที่สูงที่สุดในบรรดาเด็กสามคนในบ้าน ผู้ออกปากบอกว่าจะปกป้องคยองซูแต่กลับป่วยบ่อยๆเพราะอาการภูมิแพ้ที่เป็นโรคประจำตัว

 

"แล้วจำเป็นหรอที่ต้องร้องไห้แงตอนเห็นฉันโดนฉีดยา"

 

"เรื่องมันนานแล้วน่า..."

รีบบอกปัดเมื่อกลายเป็นเรื่องน่าอายของตน ทุกครั้งที่คุณหมอมาฉีดยาคยองซูจะคอยอยู่ข้างๆ และกุมมือของจงอินไว้เสมอแต่พอปลายแหลมของเข็มจิ้มเข้าไปในเนื้อของเด็กชาย ฝ่ายให้กำลังใจก็ร้องงอแงจนคุณพ่อต้องจับแยกออกไปซะอย่างนั้น

 

เด็กชายคยองซูที่ไม่อยากให้จงอินเจ็บปวด...

 

"เสร็จแล้ว แต่งตัวเองได้ใช่ไหม"

 

"แล้วถ้าบอกว่าไม่จะช่วยหรอ"

 

"ไม่อ่ะ ปล่อยให้หิวตายอยู่บนเตียงเนี้ยล่ะ"

คุณพยาบาลตอบง่ายๆก่อนจะเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดไปจัดการในห้องน้ำให้คนป่วยหัวเราะเบาๆในลำคอ ยอมลุกขึ้นจากเตียงและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวลงไปทานมื้อเช้ากับคนรัก

 

เสื้อยืดแขนยาวสีขาวและกางเกงยีนส์ถูกสวมใส่ในวันง่ายๆ วันนี้จงอินจะถือเป็นวันพักผ่อนร่างกายที่โหมงานอย่างหนักมาตลอดเป็นเวลาติดๆกัน

 

บางทีการทำงานหนักก็เป็นอีกหนทางที่ช่วยให้เราลืมอะไรที่ไม่อยากจำ ยกตัวอย่างเช่น...เวลาที่ไม่มีคนรักรออยู่ที่บ้าน เป็นต้น

 

โต๊ะอาหารเช้านี้ไม่มีเสียงพูดตารางงานของคุณเลขา ไม่มีหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและธุรกิจใดๆ มีเพียงแค่ซุปเห็ด กาแฟและนมอุ่นพร้อมกับคยองซูที่นั่งตักซุปเข้าปากอยู่ด้านข้าง

 

"ยังชอบซุปเห็ดเหมือนเดิม"

 

"ก็คุณป้าทำอร่อยนิ ฉันกินได้หมดหม้อเลยนายก็รู้"

 

"ฮึ รู้สิก็คงไม่มีใครคนอื่นนอนจากนายที่งอแงจะกินซุปเห็ดตอนตีสามอีกแล้วล่ะ"

เด็กชายคยองซูไวสิบสองขวบที่สะลึมสะลือจากการตื่นนอนเดินมาเคาะห้องคุณหนูของบ้านในยามวิกาลเพื่อจะบอกว่าท้องขาวๆย้อยๆนั้นส่งเสียงร้องจนนอนไม่หลับ จนคุณหนูจงอินจำเป็นต้องไปปลุกคุณป้าแม่บ้านให้ทำซุปเห็ดหม้อใหญ่ให้ปากเล็กๆได้ตักกลืนลงจนอิ่มท้อง

 

อาหารเช้าถูกจัดการภายในเวลาไม่นานพร้อมกับเรื่องราวเด็กๆสมัยก่อนที่ถูกขุดคุ้ยมาเล่าให้ส่งเสียงหัวเราะทั้งนายใหญ่และผู้รับใช้

 

เรื่องราวที่แสนสุขสมัยยังเยาว์วัย เด็กชายตัวน้อยสามคนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกันอย่างดีจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัวและเป็นเสาหลักของคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้อีกรุ่น...

 

"บอกว่าให้นอนพักก็ยังดื้อ"

คำตัดพ้อเล็กน้อยเหมือนเสียงบ่นงุ้งงิ้งอยู่ใกล้แต่จงอินกลับไม่ได้รู้สึกรำคาญสักนิด ใบหน้าคร้ามกลับกลั้วหัวเราะในลำคอขณะที่มือก็จัดการกับต้นกล้าดอกไม้เล็กๆเพื่อเลี้ยงดูในกระถางใหม่

 

"หยุดบ่นเถอะน่า ส่งกระถางตรงนั้นให้ฉันอีกสิ"

ถึงจะบ่นคนป่วยยังไงแต่คนที่ดื้อแสนดื้อก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายเป็นคยองซูที่ต้องมานั่งคอยช่วยหยิบจับนู่นนี่ส่งให้จงอินภายใต้เรือนกระจกโดมใหญ่เพาะเลี้ยงซึ่งพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิด

 

"ไม่ได้เข้ามาที่นี่นานแล้วเนอะ"

 

"แหงสิ ก็นายทำงานแทบทุกวันจะเอาเวลาที่ไหนมาปลูกต้นไม้แบบนี้"

 

"คิดถึงตอนเด็กๆชะมัดที่เราพากันมาเล่นที่นี่ คุณพ่อก็จะดุตลอด"

 

"แล้วเซฮุนก็จะออกรับแทนตลอด"

 

"ฮ่าๆๆๆ แต่พ่อก็รู้นะฉันก็โดนทำโทษอยู่ดี แต่นายเนี่ยสิใช้ความใสซื่อเข้าแลกรอดทุกครั้ง"

พูดแล้วก็ใช้มือเปื้อนดินของตัวเองมาบิดจมูกขาวๆแท่งเล็กนั่นเบาๆด้วยความหมันไส้

 

"ถึงคุณพ่อจะตีจงอินก็คงไม่ยอมอยู่แล้ว"

 

"มั่นใจเกินไปหรือเปล่าคยองซู"

 

"หรือจะไม่ ???"

 

"แน่นอนว่าไม่มีทาง...ให้นายเป็นอะไรอย่างแน่นอน"

จงอินยังคงเป็นจงอินที่พร้อมจะปกป้องคยองซูเสมอ....

 

มันเป็นมาตั้งแต่เด็กที่ความใจดีนี้ถูกถ่ายทอดมาด้วยความอ่อนโยน...

 

 

"ชู่ววววว เซฮุนนายต้องเดินเข้าไปเบาๆนะเดี๋ยวแม่นกมันรู้ตัว"

 

"โอเคครับ"

เด็กน้อยวัยกำลังซนสองคนกระซิบกระซาบโดยสายตาก็จับจ้องอยู่เพียงรังนกเล็กๆบนต้นไม้ใหญ่ในสวนกว้าง ลูกนกตัวน้อยเพิ่งฝักลืมตาดูโลกมาเมื่อไม่กี่วันในเขตพื้นที่วิ่งเล่นของเด็กชายสามคน และแน่นอนว่ามันไม่สามารถหลุดพ้นสายตาของเจ้าหนูทั้งสามได้เลย โดยเฉพาะกับคยองซูที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวออกจากเขตบ้าน ดังนั้นเมื่อเห็นการกำเนิดชีวิตเจ้าตัวจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษและอยากเห็นมันใกล้ๆ เมื่อความต้องการของคยองซูบังเกิดไม่เคยมีครั้งไหนที่จงอินจะไม่สนองและครั้งนี้ยังมีลูกสมุนอย่างเซฮุนเพื่อนสนิทที่กำลังปรึกษาหารือการปีนต้นไม้ขึ้นไปเอารังนกร่วมมืออยู่ด้วย

 

"จงอิน...แต่คุณพ่อบอกว่าไม่ให้พวกเราปีนต้นไม้นะ"

 

"ก็นายอยากได้นี่คยองซู...ฉันไม่พูด เซฮุนไม่พูด นายไม่พูดคุณพ่อก็ไม่รู้หรอก คนอื่นๆก็ไม่อยู่แถวนี้ด้วย เดี๋ยวจงอินจะปีนขึ้นไปเอาลูกนกมาให้คยองซูเองนะ"

พูดจาฉะฉานตามประสาของเด็กชายแก่นๆทั่วไป ให้เด็กน้อยที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มพยักหน้ารับกับความตั้งใจของอีกคน

 

"เอาแล้วนะเซฮุน"

 

"ปีนขึ้นมาเลยครับคุณหนู"

ความพร้อมถูกจัดเตรียมเรียบร้อย คุณหนูคนสำคัญของบ้านจัดการวางเท้าที่เปลือยเปล่าบนบ่าของเพื่อนสนิทที่แม้จะผอมบางกว่าหน่อยแต่ความสูงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เมื่อฝ่าเท้าถูกวางในตำแหน่งพอดี เซฮุนที่เป็นฐานก็ค่อยๆยืดตัวเองขึ้น คนด้านบนก็พยายามจะเอื้อมไปจับกิ่งไม้ที่เตี้ยที่สุดเพื่อดึงตัวเองเข้าสู่ที่สูงกว่า

 

เด็กชายคยองซูในเสื้อยืดสีเหลืองและกางเกงขาสั้นสีดำมองเพื่อนสองคนที่กำลังเสี่ยงกับการโดนดุเพื่อเขาด้วยความเป็นห่วง ถ้าคุณพ่อรู้จงอินโดนดุแน่ๆ...

 

"สำเร็จ !!"

เสียงเด็กชายตะโกนร้องอย่างดีใจเมื่อคว้ากิ่งไม้ใหญ่ได้และดันตัวเองขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้ได้ เขาต้องปีนขึ้นไปอีกสักสามสี่กิ่งเพื่อจะถึงรังนก

 

"จงอินระวังนะ..."

คยองซูที่ทั้งลุ้นทั้งเป็นห่วงเริ่มกัดนิ้วตัวเองเงยหน้ามองคนที่ปีนอยู่บนที่สูงด้วยความกังวล อีกนิดเดียวแล้วจงอินก็จะคว้ารังนกมาไว้ได้

 

"ว้าย คุณหนู !!!!"

 

"เฮ้ย !!!!!"

 

"คุณจงอิน !!!!"

 

"จงอิน !!!"

ลำดับเหตุการณ์เสียงเกิดขึ้นแทบจะติดๆกัน เมื่อคุณป้าแม่บ้านที่กำลังนำอาหารว่างมาให้เด็กๆในบ้านเหลือบไปเห็นคุณหนูคนสำคัญกำลังปีนป่ายในที่สูงจึงร้องออกมาด้วยความตกใจ ตามด้วยจงอินเองที่ตกใจเสียงร้องแหลมสูงจนพลัดตกจากกิ่งไม้ เซฮุนผู้รับหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นและคนดูแลร้องเมื่อเห็นนายของตนตกลงมา และคยองซูผู้ยืนมองเหตุการณ์ที่ร้องด้วยความตกใจ

 

"โอ้ยย...เจ็บ..."

เสียงเด็กชายร้องขึ้นเมื่อร่างของตัวเองหล่นจากกิ่งไม้ก้นจ้ำเบ้าพื้นแต่มันก็ไม่ยักเจ็บเท่าที่ควรเมื่อเซฮุนเข้ามารองรับเขาไว้ได้ทัน

 

"คุณหนูเป็นอะไรมากไหมคะ !!!"

 

"ป้าอ่ะ ร้องเสียงดังผมตกใจหมดเลย ดูดิตกมาเลย"

 

"โธ่...คุณหนูก็ป้าเป็นห่วงนี่คะ"

 

"จงอิน...เซฮุน เซฮุน"

เด็กชายตัวเล็กสุดในกลุ่มเอ่ยเรียกสติให้คนสองคนต้องหันลงไปมองเด็กชายอีกคนที่นอนอยู่กับพื้น ถึงไม่มีเสียงร้องแต่การที่นอนพลิกตัวไปมาแบบนั้นกับสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีมันคืออาการที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่หรือไง...

 

"เซฮุน !! เป็นอะไรไหม"

 

"เจ็บ...เจ็บแขนครับ"

 

"ป้าว่ารีบพาไปหาหมอเถอะค่ะ กระดูกจะหักหรือเปล่าก็ไม่รู้"

จบประโยคคุณป้าก็อุ้มร่างเด็กชายตัวซีดขึ้นรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อพาไปหาหมอทันที

 

ความแตกตื่นในบ้านเกิดขึ้นเมื่อเสียงบอกให้เรียกรถพยาบาลของคุณป้าแม่บ้านตะโกนดังลั่น และเด็กชายคยองซูเริ่มมีน้ำตาคลอๆแต่ถึงอย่างนั้นจงอินก็ยังคงจับมือคยองซูแน่นไม่ยอมปล่อย

 

"พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ปีนต้นไม้กัน !!!"

เสียงเข้มตวาดลั่นห้องทำงานทันทีที่เด็กชายตัวป่วนของบ้านสามคนยืนเรียงหน้ากระดานรอรับโทษโดยที่เซฮุนก็มีเฝือกคล้องที่แขนเพราะอาการกระดูกร้าว

 

"ใครเป็นคนคิด"

 

"...."

 

"ถ้าไม่ตอบจะลงโทษทั้งหมดเลยนะ"

 

"ผม...ผมครับพ่อ...คยองซูอยากเห็นลูกนกใกล้ๆ จงอินกับเซฮุนเลย..."

 

"ผมอยากปีนต้นไม้เอง ผมอยากรู้ว่าผมจะปีนได้สูงแค่ไหน ไม่เกี่ยวกับคยองซูกับเซฮุนสักหน่อย"

 

"คิม จงอิน !!!"

 

"ขอโทษครับ ..."

คำตวาดเสียงดังของพ่อให้ลูกชายเพียงคนเดียวรีบก้มหัวขอโทษ โดยเซฮุนที่พยายามจะพูดเพื่อช่วยนายน้อยก็ทำได้แต่เงียบกริบ ส่วนคยองซูก็แค่เบะปากกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิต มันเป็นความผิดของเขานะ...แต่จงอินมารับผิดแทนทำไม แถมเซฮุนก็ต้องมาแขนหักอีก

 

"สรุปแล้วเป็นความคิดของลูกหรอจงอิน"

 

"ครับ"

 

"พาคยองซูไปเสี่ยงด้วย และยังทำเซฮุนแขนหักเพราะต้องเข้าไปรับตัวลูกที่ตกลงมาเนี้ยนะ"

 

"ครับ..."

 

"คุณพ่อครับคยองซูเป็น..."

 

"พ่อจะทำยังไงกับผมก็ได้เลยครับ"

เมื่ออีกคนจะเอ่ยแก้ตัวจงอินก็เริ่มขัดให้คุณพ่อจ้องมองเหล่าเด็กน้อยในบ้านพร้อมถอนหายใจออกมายาวๆ แต่นั่นมันก็แค่ความซนตามวัยเด็กล่ะนะ....

 

"เฮ้อ...กักบริเวณลูกสามวันจงอิน อยู่แค่ในห้องเท่านั้น ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด"

 

"ครับคุณพ่อ..."

ตอบรับง่ายๆอย่างที่พ่อสอนเสมอว่าให้จงอินเป็นผู้ชายที่กล้าทำกล้ารับ ก่อนเด็กน้อยทั้งสามจะเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนายใหญ่ของบ้าน

 

"เซฮุนฉันขอโทษนะ"

 

"ไม่เป็นไรครับคุณหนูผมไม่เจ็บสักนิดนึง"

 

"จงอิน...จงอินต้องไปอยู่ในห้องคนเดียวจริงๆหรอ"

 

"ก็คุณพ่อพูดว่างั้น...ฉันกลับห้องก่อนนะ"

เด็กน้อยที่ถูกลงโทษลากับเพื่อนๆสองคนแล้วเดินปลีกตัวเองกลับห้องออกไปคนเดียว ปล่อยให้เซฮุนและคยองซูมองหน้ากันด้วยความรู้สึกผิด

 

 

เวลาห้าทุ่มกว่าเป็นเวลาที่เลยเวลานอนของเด็กน้อยมาชั่วโมงกว่าๆแล้วแต่จงอินก็ยังนอนไม่หลับ เด็กชายพลิกตัวเองไปมาบนเตียงลายอวกาศของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แค่จะนอนคืนหนึ่งยังไม่ได้เลย แล้วจะต้องมาถูกขังในห้องสามวันเต็มๆใครจะไปทนได้

 

หนูน้อยนอนพลิกตัวตีกับความคิดของตัวเองได้สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นและประตูที่ไม่ได้ล็อคก็ถูกเผยออก เด็กชายตัวเล็กในชุดนอนยืนอยู่หน้าห้องพร้อมหมอนกอดคู่ใจ

 

"จงอินยังไม่นอนหรอ"

 

"ฮึ...นอนไม่หลับ...แล้วนายมาทำไมเนี้ยดึกแล้ว ไม่รีบนอนเดี๋ยวก็ไม่สูงหรอก"

 

"ฉันจะมานอนกับนายไง"

 

"ห๊ะ !!"

อุทานเพื่อย้ำว่าตัวเองจะฟังไม่ผิดในขณะเด็กชายที่ตัวเล็กกว่าก็ปีนขึ้นมาอยู่บนเตียงเดียวกับเขา ยัดตัวลงผ้าห่มนวมผืนเดียวกันแล้วคว้ามือเข้ากอดหมอนข้างของตัวเองอย่างน่ารัก

 

"ฉันจะอยู่กับนายในห้องทุกวันเลย"

 

"แต่คุณพ่อลงโทษแค่ฉันนะ"

 

"ฉันก็มีส่วนผิด ต่อไปนี้ฉันจะอยู่กับจงอินตลอดเลย จะไม่ไปไหนเลย งืม..."

ท้ายเสียงเริ่มงัวเงียอย่างเด็กน้อยที่ต้องการการนอนเต็มที และพอได้เข้ามาอยู่กับจงอินตามที่ตัวเองตั้งใจจะรับผิดชอบกับความผิดครั้งนี้ด้วยก็ทำให้สบายใจจนเปลือกตาหนักๆทิ้งตัวปิดลง ปล่อยให้เด็กชายเจ้าของห้องมองผู้บุกรุกด้วยความงุนงงแต่สุดท้ายก็ยอมทิ้งตัวเองลงภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเพื่อเข้าสู่นิทราในที่สุด

 

ช่วงเวลาสามวันของจงอินที่ถูกลงโทษไม่ให้ออกจากห้องไปไหน ไม่ได้ส่งผลให้เด็กชายเหงาหงอยเลยสักนิด เมื่อมีคยองซูมาอยู่ด้วยแทบยี่สิบสี่ชั่วโมงแถมด้วยเซฮุนที่อุตส่าห์ลากฟูกขึ้นบันไดมาด้วยแขนเจ็บๆเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเล่นกับจงอินอีกคน จนคุณพ่อผู้สั่งลงโทษเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาทำการลงโทษเจ้าลูกชายให้สำนึกหรือเปล่า...

 

 

"เสร็จแล้ว...หวังว่าเจ้าเชสเซอร์จะไม่มาวิ่งเล่นในนี้จนต้นไม่ของฉันพังนะ"

 

"คุณห้ามมันไม่ได้หรอกครับ เชสเซอร์ซนจะตาย"

 

"งั้นถ้ามันพังสวนของฉัน ฉันจะลงโทษมันเป็นไง"

การปลูกต้นไม้สิ้นสุดลงตอนนี้จงอินกับคยองซูกำลังค่อยๆเรียงกระถางให้เข้าที่ โรยเม็ดปุ๋ยเล็กๆลงบนดินเพื่อเพิ่มสารอาหารและจบด้วยการใช้ฝักบัวเล็กๆรดน้ำให้ความชุ่มเย็นกับต้นพืชน้อยๆ

 

"ห้ามเลยนะ !! จงอินห้ามลงโทษเชสเซอร์"

 

"งั้น...ลงโทษเจ้าของมันแทนไหมล่ะ"

อ้อมกอดแกร่งรัดเอาเอวบางเข้ามาอยู่แนบชิดตัว ให้ดวงตากลมโตเงยมองสีหน้ายิ้มแย้มแสนเจ้าเล่ห์ของอีกคน

 

"นายไม่ทำหรอก..."

 

"รู้ได้ไง"

 

"ก็...นายจะไม่ทำให้ฉันเจ็บ"

 

"แต่การลงโทษของฉันไม่เจ็บสักนิด"

 

"ยังไงล่ะหืม..."

 

"ก็เริ่มจาก...กัดปากของนายก่อน"

จบคำพูดริมฝีปากของคนสองคนก็บรรจบกัน ค่อยๆละเมียดชิมดูดดึงรสชาติผสมน้ำใสให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้เลือนกระจกเพาะพันธุ์ไม้ ลมหายใจหวานถูกผสมปนเปกับลมหายใจอุ่นร้อนเพราะพิษไข้ที่ยังคงไม่หายดี แต่คยองซูก็ไม่ได้คิดจะรังเกียจอะไรหากการจูบจะทำให้ไข้ของจงอินผ่อนเบาได้บ้างเขาก็ยินดี

 

คยองซูอยากให้จงอินรู้ไว้ว่าไม่ใช่แค่จงอินที่ไม่อยากให้คยองซูเจ็บ

 

แต่คยองซูเองก็ไม่อยากให้จงอินต้องเจ็บปวดเช่นเดียวกัน

 

ไม่ว่ายังไงความรู้สึกของคยองซูจะยังคงเป็นเหมือนเดิม

 

คยองซูจะไม่ปล่อยให้จงอินต้องอยู่คยเดียว

 

ถ้าจงอินต้องการ...

 

คยองซูจะไม่ไปไหนโดยเด็ดขาด...
 

_______________________________________________

ขอโทษที่ช่วงนี้ดูจะหายไปเอื่อยๆกับทุกเรื่องเลย ชีวิตวุ่นวายมากจริงๆค่ะ T^T

ใครทีมใครส่งเสียงเชียร์กันให้เต็มที่เลยนะ

ขอบคุณทุกเม้น ทุกเฟบ ทุกแท๊ก

ฝากเม้น + #ฟิคยัวไฮเนส

จงเรียกว่าบู :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #180 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    แอบสงสารแบคง้าาาาา ถูกทิ้งสะแล้ว สุดท้ายก็เป็นแค่ตัวสำรอง
    #180
    0
  2. #114 LLpp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 16:54
    ไรต์เหนื่อยมั๊ยย คนอ่านยังเหนื่อยเลย ไรต์สู้ๆๆๆ
    #114
    0
  3. #101 PoDj. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 20:20
    คยองซูคนหลายใจจจจ เราชอบพี่แบคนัะ แกช่วยเลือกด้วยคยอง สงสารจงอินนน แต่เราก้สงสารพี่แบคคคคคึค
    #101
    0
  4. #100 ORN_zzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:18
    ไคโด้ สงสารจงอินอ่ะ คยองโลเล
    #100
    0
  5. #99 maomakkkk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 14:53
    ข้าทำใจอ่าน NC มิได้
    #99
    0
  6. #98 Babuyak (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:23
    สงสารจงอินคยองไม่ไปหาแบคแล้วได้มั้ย จงอินแค่พูดคยองก็ไม่ไปแล้วนะ ฮือ
    #98
    0
  7. #97 gubbgift (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 10:10
    คยองคนโลเลอ่ะ สงสารจงอิน
    #97
    0
  8. #96 skykiss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 03:21
    baekdo baekdo baekdo สงสารจงอินนะ แต่ยังไงเราก็ชิพ baekdo ฮืออออ เราชอบคนสดใสมากกว่าจริงๆ
    #96
    0