Fiction:EXO - Your Highness [KaiDo or BaekDo] -The End-

ตอนที่ 11 : Chapter 11 :: Beside You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 เม.ย. 58




Chapter 11 :: Beside You





 

รถยนต์คันหรูจอดเทียบลานหน้าบ้านเหล่าบรรดาคนรับใช้ที่เฝ้ารอข่าวของเจ้านายก็กรูกันเข้ามารอรับ เมื่อบานประตูรถหรูเปิดออกขายาวก็ก้าวลงจากตัวรถโดยมีทั้งเลขาคนสนิทและเจ้าของหัวใจที่เข้ามาพยุง

 

"คุณจงอินเป็นยังไงบ้างคะ"

 

"แข็งแรงแล้วครับป้า"

 

"โถ...คนดีของป้า อย่าทำอะไรแผลงๆแบบนั้นอีกนะคะ"

คำพูดของผู้รับใช้สูงวัยต้องให้จงอินหันไปมองเลขาข้างตัวที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเซฮุนเอาเรื่องที่เขาถูกยิงจนเข้าโรงพยาบาลบอกกับคนในบ้านว่าอย่างไรบ้าง

 

เมื่อการรอต้อนรับเพื่อดูอาการของนายใหญ่ผ่านไปด้วยการที่เห็นเจ้านายอยู่ในอาการที่ปกติดี ทุกคนในบ้านต่างก็แยกย้ายไปทำงานในหน้าที่ของตนจะเหลือแค่เซฮุนและคยองซูที่ยังคงคอยอยู่เคียงข้างเพื่อพาร่างกายที่ยังคงต้องการการพักฟื้นสู่ห้องนอน

 

"เซฮุน บอกทุกคนว่าฉันเป็นอะไรน่ะ"

เสียงเข้มเอ่ยถามพลันยอมเอนตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอนลงบนเตียงซ้อนหมอนใบหนาที่คยองซูเป็นคนจัดแจงท่าทางให้

 

"ก็บอกว่าคุณจงอินแค่ลองของเล่นใหม่แล้วเกิดพลาดท่าใส่ตัวเองน่ะสิครับ"

 

"ฮึ...ดูไม่เป็นฉันเลยแฮะ"

กระแอมหัวเราะแผ่วเบาให้กับสีหน้ายุ่งของคุณเลขาที่คงจะพยายามหาข้อแก้ตัวให้เขาอย่างเต็มที่ เพราะขืนถ้าคนในบ้านรู้ว่าคยองซูเป็นคนยิงทุกอย่างมันคงจะวุ่นวายมากขึ้นทีเดียว

 

"ผมขอตัวก่อนนะครับจะไปดูความเรียบร้อยด้านล่างแล้วก็จัดยาให้คุณด้วย"

เซฮุนขอตัวออกมาจากห้องนอนใหญ่ทิ้งไว้แค่เพียงเจ้านายตนกับคนตัวเล็กที่เอาแต่เงียบมาตลอด

 

หัวใจดวงเล็กของคยองซูกำลังถูกบีบ ไม่กล้ามองหน้าทุกคนในบ้านเพราะเกือบทำให้จงอินหมดลมหายใจด้วยน้ำมือ และอีกหนึ่งสิ่งที่เขาก็ยังคงไม่มั่นใจในความรู้สึกแต่มันกลับรบกวนจิตใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่จงอินฟื้น...คยองซูก็ไม่ได้ไปหาแบคฮยอนอีกเลย ทั้งที่ไม่อยากเจอหน้าเพราะจะทำให้จงอินรู้สึกไม่ดี ไม่อย่างนั้นก็คงจะลำบากใจกันและกัน แต่ทั้งๆที่คิดแบบนี้แล้วทำไมคยองซูถึงยังคงรู้สึกหงุดหงิดหัวใจอีกก็ไม่รู้

 

"คิดอะไรอยู่ มานี่สิ"

เสียงเรียกแสนอ่อนโยนให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าตกในภวังค์ของตัวเองต้องสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเดินเข้าไปหาอ้อมกอดที่ถูกเปิดอ้ารอเขาไว้ด้วยแขนข้างเดียวแต่โดยดี

 

คนตัวเล็กนั่งลงบนผืนเตียงเดียวกับนายเหนือหัว อ้อมแขนแกร่งคว้ากระชับกอดคนผิวขาวไว้แนบกายกดจูบบนขมับหอมด้วยความทะนุทนอม

 

"เป็นอะไรเงียบมาตลอดเลย ดูซึมๆรึเปล่า"

 

"หืม...เปล่าครับ"

 

"นายก็รู้ว่าโกหกฉันไม่ได้..."

 

"...."

 

"คยองซู..."

 

"...."

 

"...."

 

"ก็นิดหน่อย...ฉันไม่รู้ว่าจะมองหน้าทุกคนในบ้านยังไงดี"

เสียงอ้อมแอ้มเล็กๆบอกให้จงอินต้องมุ่นหัวคิ้วตัวเองขึ้นด้วยความสงสัยผละตัวออกห่างแล้วมองหน้าอีกคนที่เอาแต่ก้มไม่กล้าสบตาเขาด้วยความสงสัย

 

"เป็นอะไรหืม...ไหนบอกฉันมาซิ"

 

"ก็...ฉันเป็นคนยิงนาย...ฉันเกือบฆ่า"

 

"ชู่ว...."

นิ้วชี้เรียวประทับลงบนริมฝีปากนุ่มเป็นเชิงให้หยุดพูด รอยยิ้มถูกส่งมาให้คนที่เอาแต่ตัดพ้อตัวเอง

 

จงอินยังคงอ่อนโยนสำหรับคยองซูเสมอ...

 

 

"เราคุยกันรู้เรื่องตั้งแต่โรงพยาบาลแล้วนะว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก"

 

"แต่..."

คราวนี้เปลี่ยนจากนิ้วมือเป็นริมฝีปากเพื่อสั่งสอนคนดื้อให้ยอมหยุดการกระทำทำร้ายจิตใจตัวเอง เพียงแค่ริมฝีปากแตะริมฝีปาก ลมหายใจทั้งสองผสมกันแผ่วเบาก่อนจะผละออก ตากลมโตที่หลับลงรับสัมผัสค่อยๆลืมขึ้นมองใบหน้าคนเจ็บที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ส่งยิ้มให้เขามาเสมอ ยิ่งเป็นแบบนี้คยองซูก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นทุกที

 

เกลียดที่ทำร้ายจงอิน

 

เกลียดที่ทำให้มีภาพของใครขึ้นมาทับซ้อนกับคนตรงหน้า

 

"เราจะไม่พูดถึงมันอีก...โอเคใช่ไหม ??"

 

"...."

 

"ถ้ารู้สึกผิดก็รับปากฉัน"

 

"...ครับ"

เมื่อได้ยินคำสัญญาใบหน้าหล่อก็ยิ้มกว้างมากขึ้น ยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มด้วยความเอ็นดู

 

"ยิ้มหน่อยสิ...แบบนี้ไม่น่ารักเลยสักนิด"

 

"...จะไม่รักก็ได้นะ"

คำพูดแผ่วเบาแต่เพราะห้องที่เงียบสนิทกับคนสองคนที่อยู่ใกล้กันมากทำให้ประโยคแสนเลื่อนลอยถูกรับรู้ได้อย่างดี วูบหนึ่งในใจของจงอินกระตุกไหวจนสีหน้าเปลี่ยนไปก่อนจะรีบดึงความรู้สึกอีกส่วนมาปกปิด ส่งมือไปกุมมือของอีกคนมาวางไว้บนตัก

 

หากคำพูดเมื่อสักครู่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจากลา นี่ก็จะเป็นการยื้อครั้งแรกเช่นกัน

 

"ต่อให้เกิดอะไรขึ้นจะไม่มีวันไหนที่จงอินไม่รักคยองซู"

 

"...."

 

"ต่อให้มากกว่านี้ ต่อให้ครั้งนี้ฉันไม่ฟื้นขึ้นมาฉันก็ยังคงจะหลับไปด้วยคำว่ารักนายตลอดกาล"

คำพูดที่ยิ่งตอกย้ำให้คยองซูรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก น้ำตาที่ช่วงนี้เหมือนจะทำงานได้ดีจนเกินเหตุเอ่อล้นคลอเบ้า สองแขนเล็กโอบกอดร่างหนาไว้กับตัวซบหน้าลงบ่าเพื่อให้ซึมผ่านลงไปด้วยความรู้สึกผิด

 

จงอินดีเหลือเกิน

 

แต่รู้อะไรไหม...

 

ตลอดกาลไม่มีจริง...

 

ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นอยู่สักพัก คนเจ็บก็ทำได้แต่นั่งอยู่นิ่งๆให้คยองซูปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเองออกมาให้มากที่สุด

 

"ฉันทำเสื้อนายเปียกหมดแล้ว..."

 

"ทำไงดีล่ะ"

 

"ถอดไหมฉันเปลี่ยนเสื้อให้"

 

"ถ้าถอดออกกว่าจะได้เปลี่ยนก็คงบ่ายๆล่ะมั้ง เพราะของนายก็คงต้องถอด"

คำพูดล้อเล่นแต่เหมือนจะเอาจริง เป็นผลให้มือเล็กๆฟาดลงไปที่แขนอีกคนเต็มแรงเพื่อทำการลงโทษ จงอินหัวเราะออกมาน้อยๆกับการกวนใจที่สำเร็จผล

 

"ล้อเล่นหรอกหน่า..."

 

"แต่หน้านายเอาจริง"

 

"ถ้าจะเอาก็เอาจริงๆแหละ"

พูดเล่นอีกรอบให้คยองซูชักสีหน้า นายใหญ่แสนอารมณ์ดีหัวเราะออกมายกมือขึ้นยืดแก้มนุ่มของคนตัวเล็กเล่น

 

"อยากออกไปข้างนอกไหม"

เสียงเข้มเอ่ยถามละมุนแต่การตอบรับมีเพียงแค่คยองซูที่รีบส่ายหัวกลมของตัวเองดิ๊กเพื่อปฏิเสธ

 

"ทำไมล่ะ"

 

"ไม่อยากไปอีกแล้ว ไม่อยากให้นายต้องกลับไปเป็นแบบเดิมอีก"

 

"ฮึ...ฉันไม่กลับไปอ่อนแอแบบนั้นแล้วล่ะ ฉันไม่ได้ห้ามให้นายออกไปแต่ถ้าอยากออกไปนายไปกับฉันได้..."

 

"แต่คุณพ่อเคยบอก..."

 

"จงอินจะปกป้องคยองซูเอง..."

คำมั่นสัญญาเดิมๆถ่ายทอดออกมา คยองซูจ้องลึกไปในดวงตาสีนิลดำสนิทยิ่งมองก็เหมือนจะยิ่งโดนดูดให้จมลึกลงไปเรื่อยๆ

 

"รอสักพักให้ฉันทำอะไรสะดวกกว่านี้สักหน่อย แล้วเราไปด้วยกันนะ"

กดจูบอีกครั้งลงบนหน้าผากขาวให้คยองซูหลับตารับสัมผัส ค่อยๆพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะผละตัวเพื่อไปเตรียมเสื้อใหม่มาแทนกับเสื้อที่เขาทำเปียกไปด้วยรอยน้ำตา

 

 

 

 

ระยะเวลาช่วยเยียวยาให้ทุกอย่างค่อยๆดีขึ้นเสียงหัวเราะและความสดใสเริ่มกลับคืนสู่คฤหาสน์ งานมากมายที่จงอินต้องสะสางถูกย้ายให้เข้ามาทำภายในเนื่องจากร่างกายของท่านประธานพรรคยังคงไม่พร้อมเท่าไหร่นัก โดยมีเลขาคนเก่งอย่างเซฮุนช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มากทีเดียว

 

ภาพของนายเหนือหัวกับคุณหนูคนเล็กของบ้านที่นั่งคู่กันด้วยรอยยิ้มภายในสวนกว้างหลังคฤหาสน์ที่สร้างไม่เสร็จดีนักแต่ก็ลุล่วงไปได้ในส่วนของโซนพักดื่มน้ำชาโดยฝีมือของนักจัดสวนคนเก่งอย่างลู่หาน ที่ถึงแม้พอมาทำงานแล้วเซฮุนมักจะทำอารมณ์ไม่ดีใส่แทบทุกครั้งและยังบอกให้จงอินหาคนอื่นมาทำแทนเสียอีก แต่ก็กลับเป็นคุณเลขาเองที่เข้าไปประกบการทำงานของคุณนักออกแบบสวนตาสวยแทบทุกฝีก้าว

 

"เป็นอะไรมาอีกล่ะเซฮุน ทะเลาะอะไรกับคุณลู่หานมาอีก"

 

"ผมไม่ได้ทะเลาะครับ แต่นายนั่นน่ะอะไรก็ไม่รู้ ผมแค่จะเข้าไปดูความเรียบร้อยก็โดนไล่ออกมา ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าให้คุณจงอินเปลี่ยนคนใหม่"

หน้ามุ่ยๆของลูกน้องคนสนิททำให้จงอินอดจะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ รวมถึงคยองซูที่ส่งสายตาให้เขาอย่างรู้ทันกับอาการของเลขาคนเก่ง น้อยคนนักนะที่จะทำให้เซฮุนเสียการควบคุม

 

"คุณเซฮุนก็อย่าเข้าไปกวนคุณลู่หานเขานักสิครับ เล่นตามติดขนาดนั้นเป็นผมผมก็คงรำคานเหมือนกันนะ"

 

"ไม่ได้หรอกครับ ถ้านายนั่นเกิดทำให้สวนของนายท่านพังจะทำยังไงครับผมคงต้องคอยดู"

 

"ทีคนก่อนๆไม่เห็นคุณเซฮุนจะเป็นแบบนี้เลยน้า..."

 

"กับคนนี้ไม่เหมือนกันครับ"

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นมองหน้านายทั้งสองที่เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างกับจะล้ออาการของเขาอย่างไรอย่างนั้น จนสุดท้ายก็ต้องเบือนหน้าหนีออกจากคู่รักที่พอเหมือนจะพ้นเรื่องร้ายๆมาได้ก็จะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

 

"คุณจงอินครับเรื่องที่ให้ผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ"

 

"จริงสิ ขอบใจมากนะ"

 

"ผมอยากจะถามอีกครั้งว่าคุณแน่ใจที่จะทำมันแล้วใช่ไหมครับ"

 

"แน่ใจสิ ไปได้แล้วล่ะ อีกครึ่งชั่วโมงจะตามไป"

เซฮุนค้อมศีรษะรับคำสั่งจากผู้เป็นนายแล้วเดินออกจากระโจมจิบชาท่ามกลางสวนกุหลาบสีแดง

 

ลมยามบ่ายพัดเอื่อยๆให้ใบไม้รอบๆปลิวไหว กลีบสีแดงของกุหลาบพันธุ์ดีที่เริ่มโรยราสู้แรงลมไม่ไหวก็หลุดลอยปลิวไปตามทิศของลม ละอองอ่อนโชยกลิ่นหอมที่ไม่ฉุนให้คละคลุ้งไปทั่วกระโจมขาว

 

"มีอะไรกันหรอจงอิน"

ตากลมโตแป๋วเงยออกจากหน้าหนังสือมองคนที่จิบริมฝีปากตัวเองกับขอบแก้วเซรามิคเนื้อดีรับเอิร์ลเกรย์สู่ลำคอแล้วคลี่ยิ้มบางกลับมา

 

"วันนี้จะพาออกไปข้างนอก"

 

"จงอิน..."

ครางแผ่วชื่อของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม คยองซูนึกว่าจงอินจะลืมไปแล้วซะอีก...

 

"จงอิน..ไม่ต้อง"

 

"บอกไปแล้วไงว่าจะพาไป ไปเจอในสิ่งที่นายอยากจะรุ้ ออกไปกับฉันเถอะ ฉันให้เซฮุนเตรียมรถไว้แล้ว"

 

"หมายความ..."

 

"ไปกับฉันแค่สองคน ไม่มีบอดี้การ์ดหรือแม้กระทั่งเซฮุน นี่กว่าจะเถียงจนเลขาของฉันยอมมมันยากมากเลยรู้รึเปล่า"

จงอินยังคงพูดพร้อมรอยยิ้มเสมอ ความดีของคนตรงหน้ามันมากเหลือเกิน

 

"แล้วแผลของนาย"

 

"มันไม่เป็นอะไรแล้ว บอกแล้วไงว่าจะไม่กลับไปอ่อนแอแบบเดิมอีก"

 

"...."

 

"ออกไปข้างนอกกับฉันนะ..."

 

"..."

 

"..."

 

"...ครับ"

 

 

ออดี้สีดำขับผ่านออกจากรั้วอย่าง่ายดาย ท่ามกลางบอดี้การ์ดที่เดินออกมาส่งด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของนายใหญ่ ทั้งๆที่เพิ่งหายเจ็บแต่จงอินก็ยังคงรั้นที่จะพาคยองซูออกไปข้างนอกคนเดียว แม้กระทั่งเซฮุนก็ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้ติดตาม

 

รถยี่ห้อหรูขับผ่านย่านการค้าชุมชนไปตามท้องถนนให้คนที่นั่งข้างคนขับเกาะกระจกรถแล้วเอาแต่ส่งเสียงว้าวอย่างตื่นตาตื่นใจให้สารถีสุดหล่อหัวเราะกับความไร้เดียงสา

 

"นี่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเหมือนที่คยองซูเคยอ่านในหนังสือ"

 

"หรอๆๆๆ เราเข้าไปดูได้ไหมอ่ะ"

 

"ได้สิ แต่ว่าตอนนี้มีที่ๆฉันอยากจะพานายไปก่อนแล้วเราค่อยกลับมาได้รึเปล่า"

 

"ได้สิๆ แล้วแต่นายเลย"

ศีรษะเล็กพยักขึ้นลงอย่างว่าง่ายให้คนขับต้องเอื้อมมาลูบกลุ่มผมนุ่มก่อนที่ต่างฝ่ายจะหันไปสนใจเส้นทางด้านนอกต่อ

 
 

ล้อรถชั้นดีหยุดหมุนลงหน้าร้านกระจกเล็กๆให้คนทั้งสองก้าวลงมา สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกรงภายในร้านกำลังสั่นหางของมันและมองผู้มาเยือนอย่างสนใจ

 

"เรามาร้านนี้กันทำไมหรอครับ"

 

"ร้านขายสัตว์เลี้ยงก็มาซื้อสัตว์เลี้ยงสิครับ"

 

"ครับ ??"

 

"เวลาที่ฉันไม่อยู่ นายจะเหงารึเปล่า"

 

"จงอินจะไปไหนหรอ..."

ความรู้สึกหวิวในใจคยองซูเกิดขึ้นอย่างแปลกๆเมื่อคนตรงหน้าพูดเหมือนว่าเขาทั้งสองคนต้องห่างกันจนมือเล็กเผลอไปขยุ้มปลายเสื้อยืดของอีกคนอย่างหวาดหวั่น แต่ที่จงอินตอบกลับมามีเพียงแค่การสั่นสีหน้าเบาๆพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

 

"ไม่ได้ไปไหนหรอก ฉันหมายถึงว่าถ้าฉันต้องออกไปทำงานไง นายก็ต้องอยู่บ้านเหงาๆนะ"

 

"ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันอ่านหนังสือรอจงอินได้ตลอด"

 

"นายจะเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียวไม่ได้หรอก..."

ทำไมวันนี้จงอินถึงแปลกๆ ถึงจะยิ้มให้เขาตลอดแต่คยองซูกลับรู้สึกว่ามันไม่โอเค ในใจรู้สึกสังหรณ์บางสิ่งพิกล แต่สุดท้ายก็ต้องยอมส่งมือไปจับกับมือของอีกคนที่ยื่นมาตรงหน้า

 

"เข้าไปข้างในกันนะ"

ประตูกระจกถูกผลักเข้าไป สุนัขตัวน้อยส่งเสียงต้อนรับผู้มาเยือนกันระงม ริมฝีปากรูปหัวใจคลี่ยิ้มออกกับความน่ารักของลูกสัตว์สี่ขา

 

"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีพันธุ์ที่ต้องการอยู่แล้วรึเปล่าคะ"

 

"ยังครับ...คยองซูนายอยากได้ตัวไหนเลือกได้เลยนะ"

 

"ผมหรอครับ"

ถามอย่างต้องการความแน่ใจเมื่อร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆบอกกับคุณเจ้าของร้านว่าแล้วแต่เขา ให้สายตากลมโตกวาดมองไปรอบร้านดูเจ้าตัวเล็กที่แลบลิ้นชะเง้อคอมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความสงสัยก่อนจะไปสะดุดตากับเจ้าหมาพันธุ์เล็กตัวสีขาวสะอาดที่กระดิกหางนั่งมองเขาอยู่ในกรงอย่างเรียบร้อย

 

"ฉันว่าตัวนี้น่ารักดีนะ"

 

 "ตัวนี้หรอ...พันธุ์อะไรครับ"

 

"ตัวนี้พันธุ์สปิตซ์น้องน่ารักมากนะคะเรียบร้อยแต่ก็ขี้เล่นค่ะ รับรองถ้ารับน้องไปเป็นเพื่อนต้องไม่เหงาแน่ๆ"

เจ้าของร้ายสาธยายนิสัยเจ้าตัวเล็กแล้วเดินไปเปิดกรงอุ้มน้องหมาสีหิมะออกมาให้ว่าที่เจ้าของคนใหม่ เจ้าตัวน้อยแลบลิ้นกระดิกหางอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกคนตัวเล็กอุ้มตัวลอยชูไว้ตรงหน้า คยองซูจ้องตากับลูกหมาแล้วหันไปมองจงอินที่กำลังยืนยิ้มให้กับความน่ารักของลูกหมาและคนข้างกาย

 

"เอาตัวนี้ละกันนะจงอิน"

 

"ได้ครับ..."

เมื่อได้เจ้าตูบตัวน้อยที่แสนถูกใจทั้งสองก็พากันไปดูทั้งอาหารสุนัขและบ้านสำหรับเจ้าตัวเล็ก เมื่อได้ครบตามต้องการก็เป็นอันว่าจ่ายเงินและสั่งให้ของทุกอย่างรวมทั้งชีวิตตัวน้อยไปส่งที่บ้าน เพราะมันคงไม่สะดวกถ้าเขาจะพาเจ้าลูกหมานั้นไปยังสถานที่ต่อไป

 

จงอินและคยองซูกลับเข้ามานั่งในรถเป็นที่เรียบร้อยและออดี้คันงามก็โฉบลงท้องถนนอีกครั้ง

 

"จะพาไปไหนต่อหรอ"

 

"แล้วนายอยากไปไหนล่ะ"

 

"ไม่รู้สิ มันมีที่ๆอยากจะไปเยอะแยะเลยนะ แต่ว่าพอได้ออกมาแล้วก็คิดไม่ออกว่าจะไปไหนดี งั้นตามใจจงอินละกัน"

ปากเล็กรูปหัวใจยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้กับคนขับรถจำเป็นแล้วหันกลับไปมองทัศนียภาพนอกรถอีกครั้ง ไม่ว่าจงอินจะพาไปที่ไหนคยองซูก็ชอบเสมอนั่นแหละเพราะว่าเขาไม่เคยออกมาข้างนอกแบบนี้เลยนี่นา...

 


 

รถหรูจอดลงนิ่งอีกครั้งเมื่อมาถึงที่หมาย วัยรุ่นมากมายกำลังเดินสวนกันทั้งเป็นกลุ่มเป็นคู่ภายในของสถานที่ที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย

 

คยองซูดูจะตื่นเต้นเหลือเกินเพราะเขาอิจฉาเซฮุนกับจงอินมาตลอดที่ได้เข้าเรียนในที่ๆมีเพื่อนเยอะแบบนี้แต่กับตัวคยองซูเองแล้วจะต้องเรียนกับอาจารย์ที่บ้านตัวต่อตัว

 

"จงอิน !!! พามาที่มหาวิทยาลัยทำไมหรอ หรือว่าฉันจะได้มาเรียนที่นี่"

 

"นายอยากมาเรียนหรอ"

 

"อื้อ !!!"

ดวงตากลมโตดูมีประกายเมื่อหันมาพูดเจตจำนงของตัวเองให้จงอินต้องหัวเราะอีกครั้งกับความน่ารักนี้

 

"เสียใจด้วยนะหนูน้อยวันนี้ไม่ได้จะพามาเข้าเรียนหรอก"

 

"หืม..."

ทันทีที่ถูกปฎิเสธสีหน้าระรื่นก็ดูจะเศร้าลงทันควันก่อนที่จงอินจะชี้ปลายนิ้วให้คยองซูมองตามชายตัวไม่สูงมากที่ยังคงมีผ้าพันแผลเล็กๆติดที่ใบหน้ากำลังยืนคุยกับชายตัวสูงที่คยองซูจำได้ว่าชื่อชานยอล ที่กำลังมุ่ยเหมือนโดนเพื่อนแกล้งอย่างไรอย่างนั้น

 

"จงอิน...คือ..."

 

"ถ้าได้เจอแล้วนายจะอารมณ์ดีขึ้นรึเปล่า..."

 

"จงอิน..."

คนตัวสูงเอื้อมมือมาลูบศีรษะเล็กพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นดั่งเช่นที่เคยทำมาเสมอ น้ำตาใสคลอรื้นอยู่ขอบตากลมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้ามาจุกอก

 

"ที่ผ่านมาถึงนายจะยิ้มฉันก็รู้ว่านายยังคงไม่ได้มีความสุขที่สุด...เป็นห่วงเขาใช่ไหม..."

 

"...."

 

"โกหกฉันไม่ได้หรอกนะ...อยากไปหาเขาใช่รึเปล่า ไปสิ...ลงไปถามเขา ไปดูให้เห็นกับตาถ้านายเป็นห่วง"

 

"แต่ว่าฉัน..."

 

"ไปเถอะ ฉันจะรออยู่ในรถเนี่ยแหละ"

คยองซูจ้องมองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ มือขาวเอื้อมจับที่เปิดประตูเพื่อจะเปิดออกไปหาใครที่เขาอยากจะเจอหน้าอีกสักครั้ง แต่ก่อนที่จะได้ก้าวลงไป ไหล่เล็กก็ถูกจับให้หันตัวเข้าหาคนที่นั่งในตำแหน่งคนขับคว้าตัวคยองซูเข้ามาก่อนจะกดริมฝีปากทับกับของอีกคน

 

ช่างเป็นจูบที่ดื้อรั้น...

 

การแลกเปลี่ยนลมหายใจสิ้นสุดด้วยคำว่าพอของจงอิน ทั้งสองผละร่างออกจากกัน คยองซูมองจงอินที่สีหน้ากำลังบอกว่าเจ็บปวดด้วยความรู้สึกผิดในใจ

 

ถ้าคยองซูโกหกจงอินไม่ได้ จงอินเองก็โกหกคยองซูไม่ได้เช่นกัน

 

"ยังไงฉันยังรอนายอยู่ตรงนี้นะ..."

น้ำเสียงอ่อนแรงพูดขึ้นปล่อยให้เจ้าของดวงใจตัวน้อยก้าวลงจากรถหรูคันงาม เท้าเล็กๆค่อยๆก้าวเข้าไปให้ใกล้มากขึ้น และยิ่งใกล้ก็ยิ่งเห็นชัด...

 

ชานยอลที่ยืนคุยอยู่กับเพื่อนหน้าตึกคณะต้องสะกิดร่างเพื่อนตัวเล็กให้หันหลังกลับมามองผู้มาเยือน ก่อนจะขอตัวเมื่อรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้เขาไม่ควรจะยืนอยู่

 

"คยองซู..."

 

"แบคฮยอน...ปะ...เป็น...เป็นไงบ้าง"

คำถามแสนธรรมดาถูกเอ่ยขึ้นด้วยประโยคติดขัดเพราะความตื่นเต้น มือทั้งสองข้างถูกันไปมาด้วยความประหม่าเพราะไม่รู้จะวางตัวอย่างไรให้มันถูกต้อง แต่แล้วก็สิ้นสุด เมื่ออยู่ๆแบคฮยอนก็ดึงอีกคนเข้าสู่อ้อมกอดอย่างคิดถึง กระซิบคำพร่ำบอกข้างใบหูเล็กจนคยองซูต้องยกแขนขึ้นกอดตอบไว้

 

"นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว..."

 

ภาพตรงหน้าสะท้อนในดวงตาแต่รู้สึกไปทั่วหัวใจ มือหนาจิกเกร็งแน่นกับพวงมาลัยรถอย่างข่มอารมณ์และรักษาสัญญาที่ว่าจะไม่กลับไปอ่อนแออีก

 

คยองซูกำลังกอดกับคนอื่น...

 

จงอินรู้ว่าเขาสามารถบอกให้คยองซูอยู่กับเขาต่อไปได้ ห้ามไม่ให้เจอแบคฮยอนได้ หรือแม้กระทั่งให้คนตัวเล็กอยู่แค่ในคฤหาสน์เช่นเดิม แต่นั่นจะมีประโยชน์อะไร เมื่อต่อหน้าคยองซูยิ้มและหัวเราะให้เขา แต่ลับหลังกลับไปกอดตุ๊กตานัทแครกเกอร์หน้าตาหน้าเกลียดแล้วร้องไห้

 

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำให้คยองซูไม่มีความสุข

 

ตั้งแต่เด็กความสุขของจงอินคือรอยยิ้มของคยองซูเสมอ และแม้กระทั่งตอนนี้อะไรที่จะทำให้คยองซูมีความสุขจงอินจะยอม

 

ปลายนิ้วจิกเกร็งพวงมาลัยแน่นคนสองคนยังคงไม่ยอมผละออกจากกันจนสุดท้ายที่คิดว่ารับไม่ไหวจึงเลือกที่จะซบใบหน้าลงกับพวงมาลัยเพื่อหลบหนีภาพความเจ็บปวดนั่นซะให้พ้นๆไปเท่านั้น

 

"นายหนีออกมาหรอ"

 

"เปล่าๆ คุณจงอินพาเราออกมา"

 

"ห๊ะ !!!"

 

"อืม...เขาอยู่ในรถคันนั้น"

คนตัวเล็กชี้ไปทางด้านหลังที่ออดี้สีดำขึ้นเงาจอดนิ่งสนิท แต่เพราะว่าฟิล์มดำของรถนั้นหนามากจนไม่สามารถสะท้อนเห็นภาพของอีกคนได้

 

"เขาพานายมาเจอฉันทำไม"

 

"ไม่รู้...แล้วนายสบายดีรึเปล่า ขอโทษที่วันนั้นเราพูดไปแบบนั้น แต่เราไม่อยากให้จงอินต้องเสียใจ..."

คนตัวเล็กพูดด้วยสีหน้าเศร้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาทำไม่ดีเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นจงอินหรือแบคฮยอน คยองซูก็เป็นคนผิดทั้งหมด...

 

"คยองซูฉันยังยืนยันคำเดิม...ออกมาหาฉัน มาอยู่กับฉันเถอะนะ"

แบคฮยอนคว้าต้นแขนของคนที่เบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่ต้องการสบตา จริงๆแล้วเขาตั้งใจที่จะตัดใจจากคยองซู แต่พอมาถึงตอนนี้ที่อีกคนมาหาเขาที่นี่ความรู้สึกเดิมก็กลับคืนมา...

 

"ให้โอกาสฉันคยองซู จงอินอาจจะทำอะไรให้นายหลายอย่างเพราะเขาอยู่กับนายมาตั้งแต่เด็ก แต่ถ้านายมาอยู่กับฉัน ต่อไปนี้ฉันจะทำมันให้ดีไม่น้อยไปกว่าเขา ถ้าพูดถึงแค่ความรักฉันฉันมั่นใจว่าฉันก็รักนายไม่ต่างจากหมอนั่นแน่นอน"

 

"แบคฮยอน…"

คนตัวเล็กครางเสียงแผ่วมองสบตากับคนที่ตรึงเขาไว้กับที่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังหวั่นไหวให้กับคนตรงหน้า

 

รังเกียจ

 

รังเกียจตัวเองที่เป็นคนโลเลแบบนี้เหลือเกิน

 

"เรา...เราไม่รู้แบคฮยอน แต่วันนี้เราแค่อยากจะมาเห็นว่านายสบายดี"

 

"ฉันจะสบายดีต่อเมื่อมีนายอยู่ข้างๆ"

เหมือนทุกคำพูดของคนตรงหน้าจะมาจุกอยู่ที่ลำคอคยองซูไปซะหมด คนตัวเล็กค่อยๆแกะมืออีกฝ่ายออกจากแขนตนอย่างต้องการระยะห่าง มันคงไม่ดีถ้าเขายังจะคงยืนคุยกันแบบนี้ต่อไป

 

"เราคงต้องไปแล้ว..."

 

"เดี๋ยว...เดี๋ยวสิ...จะไม่กลับไปกับฉันจริงๆหรอ"

คำตอบรับมีเพียงแค่การส่ายหน้าเล็กๆให้คนถามต้องรู้สึกผิดหวัง

 

"แต่ว่า...ถ้าจงอินไม่ว่าอะไรเราจะออกมาหาแบคฮยอน...จะได้ไหม"

 

"ได้ !! ด้แน่นอน"

แบคฮยอนรีบตอบรับด้วยความหวังให้คยองซูที่ทำหน้าเศร้าอยู่นานเผยรอยยิ้มกระชับตัวเข้าโอบกอดอีกครั้งแล้วตัดใจหันหลังเดินทิ้งมาโดยไม่หันกลับไปมอง

 

ประตูรถคันสวยที่ถูกจอดแช่อยู่นานเปิดออก ตาโตมองคนที่นั่งนิ่งในรถแล้วเข้าประจำที่ของตัวเอง

 

"เขาดู...มีอะไรอยากจะพูดกับนายอยู่นะ คุยกันเสร็จแล้วหรอ"

 

"ครับ...จงอิน...ถ้าวันหลัง...ฉันจะขอให้พามาเจอแบคฮยอนอีก...ได้รึเปล่า"

คำขอที่เสียดแทงลงลึกเข้าไปในใจจนเจ้าของรถต้องเผลอจิกมือลงกับพวงมาลัยอีกรอบ พยายามดึงสีหน้าให้เป็นปกติแล้วตอบรับด้วยรอยยิ้มที่ฝืนตัวเอง

 

"ได้สิ...มีอะไรที่นายขอแล้วฉันจะไม่ให้บ้าง"

 

"ได้จริงๆหรอ..."

 

"ครับ...งั้นวันนี้เรากลับบ้านกันได้หรือยัง"

 

"อื้ม !!!"

คยองซูรับคำอย่างอารมณ์ดีกับรอยยิ้มกว้างอย่างที่จงอินอยากจะเห็นมาตลอด อย่างน้อยเขาก็ประสบความสำเร็จที่ทำให้คนตัวเล็กมีความสุข

 

แล้วความสุขนี้จะอยู่กับจงอินต่อไปได้นานแค่ไหนกัน...
 

___________________________________________________________________

~ เพราะว่าฉันมีคนคนนั้นที่ยังผูกพันและยืนอยู่ตรงนี้  แต่ลึกลงไปในใจกลับมีแต่เขาแต่เขาอีกคนอยู่ทุกวัน  ยิ่งปล่อยให้วันเวลาพ้นผ่าน หัวใจก็ยิ่งทรมาน ที่ฉันต้องเป็นคนแบบนั้น ~



ฝากเม้นท์ + #ฟิคยัวไฮเนส

ขอบคุณทุกเม้นท์ ทุกเฟบ ทุกแท็กค่ะ

จงเรียกว่าบู :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

186 ความคิดเห็น

  1. #179 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (@220225452002) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:26
    จงอินบอกทำไมคยองมีความสุขแล้ว แล้วจงอินมีความสุขรึยัง... เป็นเราเราเป็นจงอินนะเราไม่ให้คยองมาหรอก คือเราเชื่อว่าคยองแค่หวั่นไหวกับแบค ยังไงจงอินก็ดีกว่าแบคอยู่แล้ว ทำไมคยองจะต้องไคว่คว้าความความรักจากคนอื่นอีกก็ไม่รู้ง่ะ
    #179
    0
  2. #169 Little_Kuchiki (@Little_Kuchiki) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 00:26
    ทีมไคซูปวดใจแรงมากเลยค่ะ โอ้ยยยยย
    #169
    0
  3. #167 PlaifonIsHappy (@PlaifonIsHappy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:21
    ทีมแบคโด้ก็ปวดร้าว เห็นใจทีมไคซูอย่างรุนแรง
    #167
    0
  4. วันที่ 15 เมษายน 2560 / 09:26
    ในใจก็ทีมแบคนะ แต่เจอแบบนี้สงสาจงอินอะ ทำไมคยองซูทำแบบนี้ง่า
    #161
    0
  5. #134 blue_faiiry (@blue_faiiry) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 14:45
    ทีมไคซูปวดใจแรง นี่นั่งน้ำตาไหลมาหลายตอนแล้ว ทำไมถึงหน่วงได้ขนาดนี้หรอคะไรท์ น้ำตานองมากอะ หน่วงงงงงงงงงงงเกิ๊น
    #134
    0
  6. #113 LLpp (@LLpp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 16:49
    สงสารจงอินอ่ะ แงงง
    #113
    0
  7. #94 faluao (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 03:45
    แหวกกกก ทีมไคซูคะ ปวดใจแทนจงอินเหลือเกิน ไม่ไหวล้าวววววว
    #94
    0
  8. #91 maomakkkk (@lollipoplollol) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 22:31
    จงอินของน้องงงงง
    #91
    0
  9. #90 MinGKwaN (@mingkwan0748) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 18:16
    เราสงสารจงอินนะ แต่เราเชียร์แบคโด้อ่ะ ไรท์สู้ๆนะคะ
    #90
    0
  10. #89 Bestiee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 02:54
    สงสารจงอินมากๆๆ เลยอะ ถึงจะร้าย ถึงจะเอาตัวเองเป็นใหญ่ ทำร้ายพระเอกของเราไปซะเยอะ แต่ความรักที่มีให้คยองไม่น้อยไปกว่าใคร T^T แต่ถึงยังไงเราก้อเชียร์พี่แพคฮยอนกับน้องคยองซูสุดใจขาดดิ้น หลังจากนี้ น้องคงเริ่มรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ รออ่านต่อไม่ไหวแล้วววว ^^
    #89
    0
  11. #88 skykiss (@skykiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 01:32
    baekdo เถอะนะ ถึงทิศทาง มันจะดู kaisoo ก็เถอะ เราอยากให้ดีโอมีความรักแบบธรรมดา รักที่ไม่ได้เกิดจากความเคยชิน ความสงสาร เห็นใจ อะไรแบบนั้น ที่อ้างมาทั้งหมด เอาจริงๆเราชิพแบคโด้ 55 รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #88
    0
  12. #87 소 연화 (@ookami-hana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 20:18
    กรี๊สสสสสสส มาเฟียที่รัก>_< ใครจะเป็นพระเอก โถ่วว
    #87
    0
  13. #86 Babuyak (@babuyak) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 12:03
    สวสารจงอินอะ คยองอย่าเลยนะ;__; รักจงอินคนเดียวเถอะ
    #86
    0