สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 134,224 Views

  • 1,159 Comments

  • 1,262 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,818

    Overall
    134,224

ตอนที่ 9 : Chapter 5 (2) : รุกคืบ | Step Forward [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 5 (2)

รุกคืบ | Step Forward      


        “กวนตีน”

เก็ดถวาและสรัสวตีสะดุ้งขึ้นพร้อมกันภายในห้องโดยสารของรถโฟร์วีลคันโตของเพียงดิน สองสาวหันขวับไปมองผู้ชายคนเดียวในที่นั้นที่เพิ่งสบถออกมาด้วยอารมณ์ที่กำลังขุ่นหนัก

“นี่คงไม่ได้ว่าแคทหรือน้องเอยใช่ไหมดิน” 

เจ้าของไร่หนุ่มรู้สึกตัว เขาถอนหายใจทิ้งแรงๆ เพียงดินพาหญิงสาวทั้งคู่ขึ้นรถกลับบ้านหลังจากจบมื้อเย็นที่แสนคุกรุ่นที่ถนนคนเดิน แต่ระหว่างทางดันย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่นักธุรกิจใหญ่จากนิวยอร์กพูด ไม่เถียงหรอกว่าหมอนั่นเป็นคนมีหลักการและวิสัยทัศน์ที่ดีสมเป็นผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก  แต่ความเขี้ยวลากดินในการ ‘เจรจา’ กับท่าทางที่แสดงออกมาว่าเหนือกว่าคนอื่นนั่นมันน่าหมั่นไส้ถึงขีดสุด ยังไม่รวมไอ้สายตาที่ ‘มองอ่อน’ มายังแฝดน้องของเขาแทบตลอดเวลาที่คุยกันด้วย คิดแล้วก็ฮึดฮัดอยู่คนเดียวจนต้องโพล่งความอัดอั้นออกมาในขณะที่ในรถเงียบสนิท เป็นผลให้สองสาวถึงกับหน้าเหวอ

“ไปว่าเขาแบบนั้นได้ไง คุณเหมราชเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว อายุมากกว่าพี่ดินตั้งหลายปี” สรัสวตีที่นั่งอยู่เบาะหลังยื่นหน้ามาระหว่างกลางเบาะหน้าเพื่อเอาเรื่องคนขี้โมโหโดยเฉพาะ ได้ผลนัก เพราะเพียงดินฉุนกึก ขัดใจขึ้นมาครามครันที่แม่ตัวยุ่งออกอาการเข้าข้าง ‘คนอื่น’ เขาโต้กลับเสียงห้วนจัด

“แก่กว่าแล้วไง แล้วพี่อายุจะยี่สิบแปดแล้วมันไม่ผู้ใหญ่ตรงไหน แล้วเดี๋ยวก่อน นี่เราไปรู้เรื่องอะไรของเขาได้ไง”

คุณหนูบ้านวริศวงษ์กลอกตาไปมา ชูสมาร์ทโฟนในมือตัวเองที่ยังเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูล

“โลกใบนี้มีสิ่งที่เรียกว่ากูเกิ้ลและวิกิพีเดียนะคุณเพียงดินเจ้าขา....” เธอย้อน ทำเสียงระอา ก่อนจะอ่านสิ่งที่ตัวเองเพิ่งค้นมาได้ยาวเหยียดแทบไม่หยุดหายใจ “เหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1984 ปัจจุบันอายุสามสิบสี่ เป็นบุตรชายคนโตในจำนวนบุตรสามคนของโรเบิร์ต และ มัทนา แฮมิลตัน เจ้าของธุรกิจโรงแรม รับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่รู้จักกันในนามแฮมิลตันกรุ๊ป จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย จบปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ปัจจุบันยังโสด และดำรงตำแหน่งรองประธาน...”

“พอเลย ใครอยากฟังกัน !” พ่อหนุ่มร้ายกาจของน้องเอยตวาดก้อง เก็ดถวาส่ายหน้าเมื่อเห็นท่าว่าศึกของหนุ่มชาวไร่กับสาวดีไซเนอร์จะปะทุขึ้นอีกเหมือนทุกครั้ง หากสรัสวตียิ่งเห็นคู่ปรับหัวเสียก็ยิ่งสนุก เกิดมาไม่เคยเห็นเพียงดินจะตกเป็นรองใครนี่นา ถ้าไม่เอาคืนตอนนี้จะไปเอาคืนตอนไหนเล่า !

“พี่ดินอารมณ์เสียเพราะเถียงสู้เขาไม่ได้ใช่ไหมคะเนี่ย”

“เอย !”

“เพราะจริงๆ แล้วพี่ดินก็แอบคล้อยตามคุณเหมราชอยู่เหมือนกันใช่ไหมคะ พี่ดินกำลังคิดว่าสิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ดูดีมีประโยชน์ พี่ดินกำลังโกรธที่เคยคิดว่าคุณเหมราชจะเป็นเหมือนนักธุรกิจเห็นแก่ได้คนอื่นๆ ที่เคยเข้ามาดีลด้วย แต่สุดท้ายพี่ดินก็คิดผิด เพราะคนนี้เขาเป็นตัวจริงเสียงจริงไม่ใช่พวกกลวงๆ เอ...หรือที่พี่ดินมู้ดดี้ขนาดนี้เป็นเพราะเขาทำท่าเหมือนจะจีบพี่แคทด้วย ?”

ตัวแสบ ! เพียงดินตาลุกโพลงแต่ก็เถียงไม่ออก ที่แม่เจ้าประคุณพูดออกมาทุกอย่างนั่นราวกับกำลังอ่านใจเขาได้ ส่วนคนที่ตกใจจนต้องร้องออกมากลับเป็นแฝดน้องของเขาเอง

“น้องเอย !” เก็ดถวาทำทีเป็นปรามด้วยเสียงดุๆ เหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่แก้มใสเริ่มแดงอยู่ในความมืด จีบงั้นหรือ...ไม่รู้ว่าการเขียนเบอร์โทรศัพท์ตัวเองลงในทิชชูแล้วส่งให้เรียกจีบได้ไหม รู้แต่...นั่นเป็นมุกที่สุดแสนจะโบราณจริงๆ ให้ตาย 

“เขา...ไม่จีบ...ไม่อะไรหรอก เขาแค่ผ่านมาแล้วก็จะไป ถ้าเราไม่ขายที่ ก็คงไม่มีเหตุอะไรที่ต้องเจอกันอีกแล้ว...”

วูบ...เก็ดถวาพูดเองก็รู้สึกเองว่ากำลังวูบในช่องท้องแปลกๆ ใช่แล้ว...เหมราช แฮมิลตัน ก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมา...แล้วก็ผ่านไปเท่านั้นเอง

“คนอย่างนั้นจะมาสนใจอะไรจริงจังกับผู้หญิงที่ทำงานงกๆ อยู่ในชนบทป่าเขาแบบนี้” เพียงดินพูดเสียงขุ่นจัด ดวงตาแข็งกร้าวมองตรงไปข้างหน้า ไม่เชื่อเลยว่านักธุรกิจที่แพรวพราวด้วยลูกล่อลูกชนขนาดนั้นจะจริงใจกับใครได้ เก็ดถวาฟังด้วยอาการสงบนิ่ง

“นายเหมราชนั่นแค่อยากได้ที่ของเราถึงได้ทำดีกับแคท เขามีโอกาสเจอผู้หญิงสวยเลิศโปรไฟล์ดีได้ทั่วโลก จะเลือกลูกสาวประธานาธิบดี ลูกสาวชีคเจ้าของบ่อน้ำมัน หรือจะจีบเจ้าหญิงยังทำได้เลย...”

พูดไปแล้วทั้งเพียงดินและเก็ดถวาก็ชะงัก ทั้งคู่เงียบลงไปทันที สรัสวตีอยู่ที่เบาะหลังจึงไม่เห็นสีหน้าเครียดๆ ของผู้เป็นพี่ทั้งสองคน เธอยิ้มกริ่มอย่างเขินแทนเมื่อนึกถึงสายตาอ่อนโยนของหนุ่มลูกครึ่งสุดสมาร์ทที่ทอดมองคุณหมอคนสวยแทบจะไม่วางตา

“ก็ไม่รู้สิคะ แต่เขาก็เลือกใช้คำได้ถูกอยู่นะ เขาบอกว่าเขาประทับใจพี่แคท เอยดูอยู่ก็รู้สึกได้นะคะ ว่า...สายตาที่คุณเหมราชมองพี่แคทน่ะเหมือนกับจะมองแล้วให้ ‘ประทับอยู่ในใจ’ จริงๆ”

“เพ้อเจ้อ” 

สรัสวตีบึนปากใส่คนที่กำลังขับรถอยู่อย่างหมั่นไส้เมื่อโดนว่า “ค่าคุณเพียงดิน เอยน่ะมันเพ้อเจ้อ แต่เอยก็จะคอยดูนะ วันไหนที่พี่ดินเกิดประทับใจสาวคนไหนแล้วไปมองเขาแบบนั้นบ้างน่ะ เอยจะยืนหัวเราะให้ฟันร่วง !” 

แพทย์หญิงเก็ดถวาแทบไม่ได้ยินสองเสียงที่เถียงกันอยู่ข้างหูอีกแล้ว หญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกรถ ฝ่าความมืดแห่งราตรีที่เงียบเชียบของน้ำริน พยายามไม่คิดอะไรแต่กลับกดน้ำหนักลงบนกระดาษทิชชูที่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือแผ่นนั้นที่เธอถือติดมือมาตลอดอย่างลืมตัว...

“เลขาฯ ท่านปารัชโทรมาคอนเฟิร์มเวลาถึงโรงแรมของคณะท่านประธานาธิบดีเป็นบ่ายสามครับนาย เจ็ทจะลงจอดที่ดอนเมืองตอนสิบเอ็ดโมง คงต้องไปทานกลางวันที่โรงแรมเลยนะครับ” 

กรณ์วางสายจากเจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการก่อนหันมารายงานเจ้านายพร้อมวางตารางเวลาไว้ให้อย่างรู้งาน เหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน เงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตของตัวเองหลังจากอ่านกำหนดการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ ปารัช พลเทวา ประธานาธิบดีแห่งรัฐคีราลัยในฐานะแขกของรัฐบาล

ตามกำหนดการถูกระบุไว้ชัดเจนว่าประธานาธิบดีจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีในช่วงเช้าหลังจากมาถึง หารือกันเรื่องเศรษฐกิจการเมือง รับประทานอาหารกลางวันในทำเนียบ หลังจากนั้นจึงจะเข้าจิบน้ำชายามบ่ายที่โรงแรมแฮมิลตันปาร์คซึ่งทั้งคณะใช้เป็นที่พักตลอดระยะเวลาการเยือนประเทศไทย ทริปเปิลเอชในฐานะเจ้าของโรงแรมและอยู่เมืองไทยพอดีจึงต้องรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพคอยต้อนรับขับสู้แขกระดับซูเปอร์วีไอพีคนนี้โดยมีภวันติผู้เป็นลูกชายคอยเป็นสะพานเชื่อม

ก่อนหน้าที่เหมราชจะเดินทางมาเมืองไทย เขาและภวันติได้โทรศัพท์สนทนากันหลายเรื่องด้วยความที่พูดคุยกันถูกคอมาตั้งแต่เจอครั้งแรก หนุ่มนักการทูตลูกชายประธานาธิบดีเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่อยากหอบเอาความรู้สมัยใหม่กลับไปพัฒนาประเทศ แต่คีราลัยเป็นเมืองในหุบเขาที่ผู้คนยังคงยึดติดกับความเชื่อและวีถีขนบประเพณีดั้งเดิม นอกจากอันชุลอันเป็นเมืองหลวงแล้วที่ดูจะเจริญแบบไร้ทิศทางแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศยังอาศัยกระจัดกระจายอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลในแนวเทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วยหลากหลายชนเผ่าและดูจะไม่อินังขังขอบการมีอยู่ของ ‘รัฐบาลประชาธิปไตย’ แต่อย่างใด ทุกหมู่บ้านมีผู้นำของตนเอง สิ่งเดียวที่ยึดพวกเขาไว้ได้ก่อนหน้านี้ก็คือ ‘กษัตริย์’ หรือ ‘คีริช’ อันเป็นตำแหน่งสูงสุดที่คนภูเขาเชื่อมานานนับพันปีว่าอวตารมาจากเทพเจ้าที่ปกปักรักษาขุนเขา

คีริชศิขเรนทร ผู้โดนปลงประชนม์จึงเปรียบดังแสงสุดท้ายที่เลือนลับดับไป พร้อมๆ กับกำลังใจที่พังทลายของชาวคีราลัย

นับเป็นปัญหาใหญ่ของคีราลัยที่ไม่สามารถรวบรวมคนให้ปึกแผ่น เมื่อทั้งประเทศตกอยู่ในการบริหารของกลุ่มคนหัวก้าวหน้าที่แม้จะพยายามอย่างไรแต่ก็ไม่อาจเรียกศรัทธาจากประชาชนได้เต็มร้อย ภวันติจึงมีข้อปรึกษามากมายกับบุคคลที่เขามองเห็นว่าเป็น ‘ไอดอล’ แสนอัจฉริยะที่ให้คำแนะนำดีๆ กับเขาได้ทุกเรื่อง

แต่เหมราชไม่ได้คิดว่าตนเองสมองเพชรแบบที่ภวันติชื่นชม คำแนะนำของเขาเป็นเรื่องพื้นฐานมาก
‘ถ้าคุณต้องการความเป็นหนึ่งเดียว คีราลัยต้องมีพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างแรก ต้องมีระบบการคมนาคมที่สามารถเชื่อมทั้งประเทศเข้าด้วยกัน ผู้คนต้องไปมาหาสู่กันได้โดยสะดวก ต้องมีถนน มีท่าเรือ รถไฟ มีสนามบินที่อำนวยความสะดวกในเรื่องของขนส่ง รวมถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จะต้องเข้าถึงประชาชนให้ทั่วถึงที่สุด ประชาชนต้องอยู่สบายและมีความสุขจากสิ่งที่รัฐทำเพื่อเขา เขาถึงจะบังเกิดศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อรัฐ’

เขาจำได้ว่าภวันตินิ่งไปอย่างใช้ความคิด ก่อนพูดอย่างหนักใจว่าการสร้างระบบคมนาคมในคีราลัยเป็นเรื่องยากเพราะสภาพภูมิประเทศ การสร้างถนน การเจาะอุโมงค์ หรือการสร้างสะพานเชื่อมในพื้นที่ที่มีแต่ภูเขาสลับซับซ้อนนั้นเป็นโครงการยักษ์ใหญ่ของชาติอย่างแท้จริง ต้องใช้งบประมาณมากมายมหาศาล ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมขั้นสูง และต้องใช้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญในทุกระดับตั้งแต่วิศวกรไปจนถึงแรงงาน ซึ่งแน่นอนว่าคีราลัย...ขาดแคลนทั้งหมดที่ว่านั่น

และทั้งหมดคือสาเหตุที่ทำให้เขาได้เข้าพบกับผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งคีราลัยในวันนี้ กับการเจรจาเบื้องต้นในการเข้าไปดำเนินงานก่อสร้างสิ่งที่ว่ามาทั้งหลายนั่นในคีราลัย เป็นความท้าทายบทใหม่ที่เหมราชไม่อาจปฏิเสธได้เลย !

รถวีไอพีคันงามมาจอดเทียบหน้าห้องรับรองพิเศษของสนามบินเชียงราย ทริปเปิลเอชเปิดประตูรถ หากก่อนจะก้าวขาลงมาเขากลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังเกี่ยวดึงกางเกงไว้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที มือใหญ่ของเหมราชควานลงไปหาที่มาแล้วก็พบสิ่งที่ว่าอยู่ที่ซอกเบาะ ตะขอที่อ้าออกนั่นเองที่เกี่ยวกางเกงของเขาไว้ตอนนั่ง

“มีอะไรรึเปล่าครับนาย” กรณ์ที่รอปิดประตูรถอยู่เอะใจถามขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายนิ่งไป เหมราชหยิบของที่ว่านั่นมาไว้ในมือเพื่อพิศดูให้ชัดๆ มันคือสร้อยคอของผู้หญิงทำจากทองคำขาว ตัวจี้ห้อยเป็นรูปเกล็ดหิมะมีอัญมณีสีน้ำเงินอยู่ตรงกลางล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กเรียงร้อย ดูเป็นของเก่าเพราะลวดลายการถักเส้นทองและการประดับตัวจี้นั้นดูเป็นงานฝีมืองดงามวิจิตรประณีตไม่ใช่ของโหลๆ แสงสีน้ำเงินอมเขียวที่ส่องประกายออกมาจากพลอยเม็ดกลางของตัวจี้กระทบดวงตาสีสนิมเหล็กของทริปเปิลเอช เหมราชไม่ไช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องประดับจึงบอกไม่ได้แน่ชัดว่าพลอยสีน้ำเงินนี้คือไพลิน หรือเพทาย หรืออะไรกันแน่ รู้แต่มันเป็นพลอยน้ำงามที่ดูแปลกตาราวกับมีความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างอยู่ในเม็ดพลอยสีสวยนั้น 

“สร้อย ? มีคนทำหล่นไว้หรือ ของใครกันครับ”

“ไม่มีใครนั่งเบาะนี้นอกจากฉัน...” เหมราชนึกย้อนกลับไปในช่วงสองวันที่ผ่านมา “...และหมอเก็ดถวา” 

ของเก็ดถวางั้นหรือ...เหมราชพิจารณาสร้อยเส้นน้อยในมืออีกครั้ง พวกหมอมักไม่ใส่เครื่องประดับอะไรรุงรัง เก็ดถวาก็เช่นกัน หญิงสาวเป็นคุณหมอขาลุยและเขาไม่เห็นเธอใส่ถนิมพิมพาภรณ์อะไรนอกจากนาฬิกาข้อมือที่ถือเป็นของจำเป็นในการปฏิบัติงานที่ต้องเทียบและจับเวลาอยู่เสมอ ในขณะที่สร้อยเส้นนี้...ไม่ได้ดูรุงรังก็จริง แต่ก็ดูผิดแผกแหวกไปจากบุคลิกเรียบๆ ออกจะแมนๆ ของแพทย์หญิงเก็ดถวามากนัก 

“เอาไงดีครับนาย สร้อยดูจะมีราคาอยู่มาก คุณหมอน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว โทรถามเธอไหมครับ” กรณ์เริ่มหนักใจ เหมราชพลิกดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง ใกล้เวลาที่เครื่องบินส่วนตัวต้องขึ้นบินแล้ว แถมตารางงานหลังจากนี้ก็ยุ่งขิงและจริงจังจนไม่อาจเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อะไรได้อีก 

“โทรถามตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เราต้องรีบไป ของมีค่าแบบนี้ฝากใครไว้ก็ลำบาก จะโทรให้มารับก็คงไม่ทัน เราไปทำงานของเรากันก่อน เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน”


ไอร้อนระอุกำลังรุมเร้าผิวกายจนแทบพองสุกราวอยู่ในเตาเผา เปลวเพลิงสีแดงลุกโชติขึ้นท่วมหัว ความตายรุกคืบล้อมกระชับเข้าเรื่อยๆ  เมื่ออากาศเหลือน้อยนิดลงทุกที ร่างน้อยเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าควัน เด็กหญิงและเด็กชายตัวจ้อยถูกฉุดกระชากจากใครบางคนอย่างลนลาน ดวงตาพร่ามัวเริ่มมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว จนกระทั่งความเย็นจับขั้วหัวใจมากระชากวิญญาณของเด็กฝาแฝดให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง จากกองไฟแผดเผาที่เหมือนอยู่ในนรก สู่ความหนาวเหน็บแห่งพายุหิมะที่กำลังจะกลายเป็นนรกขุมใหม่  หนทางที่เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งพัดปั่นป่วนข้างหน้าช่างมืดมิดนัก คงมีแต่มือสองมือที่จับจูงเด็กน้อยไว้ทั้งสองข้างอย่างแน่นหนาไม่ยอมปล่อย เด็กชายหญิงอุ่นใจแม้จะกำลังต้อสู้กับความวิปริตปรวนแปรของสภาพอากาศอันโหดร้าย แต่แล้ว เสียงปืนที่ดังลั่นขึ้นตามหลังกลับทำให้คนสามคนที่กำลังก้าวขาฝ่าหิมะตาลุกโพลง รู้ทันทีว่าหากหนีไม่พ้น มันจะเป็นนรกขุมที่ลึกที่สุดสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน

กลุ่มคนมีปืนตามไล่หลังกระชั้นขึ้นมาเรื่อยๆ รัตติกาลอันมืดมิดพรางทุกสิ่งอย่างออกจากการมองเห็น คู่แฝดรู้สึกถึงความวุ่นวายที่เข้าปะทะ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้น และมือเย็นเฉียบของใครคนนั้นที่จับพวกเขาไว้มั่นมาตลอดทางหลุดออกจากกันในที่สุด.... 

เก็ดถวาผวาตื่น หอบจนตัวโยน มือที่หลุดออกจากกันให้ความรู้สึกราวกับวิญญาณทั้งดวงกำลังหลุดออกจากร่าง ดวงตาของหญิงสาวสั่นระริกเมื่อมองรอบกายแล้วพบว่าเธอกำลังอยู่ในห้องนอนของตัวเองที่ไร่มอกกำปอ

ชีวิตของเก็ดถวากลับเข้าสู่สภาวะเดิมๆ หลังจากชายแปลกหน้าแห่งน้ำรินจากไปได้สองวัน เธอกลับบ้านหลังจากอยู่เวรมาทั้งคืน เข้านอนได้เพียงสามชั่วโมงแต่กลับฝันเอาเป็นเอาตาย ฝัน...ฝันแบบที่เคยฝัน ฝันที่ไม่อาจสลัดหลุดจากห้วงคำนึงได้เลยทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวของ ‘คีราลัย’ ฝันที่แจ่มชัดเสมือนจริง แม้แต่ตอนตื่นมาก็ยังรู้สึกได้ถึงเกล็ดหิมะเย็นจัดที่กำลังกัดกินผิวหน้า

เกล็ดหิมะ...หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นจับที่คอแต่ก็ไม่พบสิ่งที่หวังว่าจะเจอ สิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่ยังหลงเหลือจากคืนอันแสนสาหัสคืนนั้น เก็ดถวานิ่งไปชั่วครู่ในขณะที่ประสาทตื่นตัวทุกระบบ คลำที่คอตัวเองอีกครั้งเพื่อย้ำว่าเธอไม่ได้สวมมันอยู่จริงๆ คุณหมอพยายามตั้งสติ พลิกตัวเปิดลิ้นชักหัวเตียงแล้วคว้ากล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มไว้ในมือ เปิดมันออกดูด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ....ในกล่องนั้นว่างเปล่า มันไม่อยู่ในที่ที่ควรอยู่...

สร้อยเกล็ดหิมะหายไป...

เก็ดถวาสั่นสะท้าน พยายามนึกย้อนลำดับเหตุการณ์ต่างๆ เธอนำมันมาสวมตอนกลับจากเข้าเวรเมื่อสี่วันที่แล้ว ไม่ได้ถอดออกเลยจนกระทั่งถูกเรียกไปช่วยเหตุการณ์ไฟไหม้ในอำเภอ จนมาถึงตอนที่พาข้าวตูไปส่งโรงพยาบาล เธอเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำและจำได้ว่ายังเห็นมันอยู่ที่คอตัวเอง หลังจากนั้น....เธอก็นั่งรถของเหมราช แฮมิลตัน กลับมาที่ไร่แล้วก็เป็นลมไป นับจากวันนั้นเธอก็มีเรื่องวุ่นวายต้องทำมากมายจนเผลอนึกไปว่าตัวเองได้ถอดสร้อยเก็บเข้ากล่องเหมือนเดิม...แต่แล้ว...

เหงื่อผุดพรายขึ้นชื้นเต็มใบหน้าของคุณหมอเก็ดถวา เธอพรวดพราดลงจากเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความไวแสงแล้วรุดลงมาข้างล่าง  

ถ้าจะตกก็น่าจะอยู่หน้าบ้านนี่ล่ะ...เก็ดถวาพยายามครองสติไม่ฟูมฟาย ทั้งที่น้ำตาเริ่มปริ่ม หญิงสาวเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างกระวนกระวาย ไม่ว่าจะใต้โต๊ะเก้าอี้ ในพุ่มไม้ ในซอกหินของทางเดิน ในกระถางต้นเก็ดถวาที่เรียงราย ป้าอบมาช่วยหาอีกแรงแต่ก็ยังไม่พบ

“เดินหาอะไรอยู่แคท” เพียงดินที่กำลังสั่งงานคนงานอยู่แถวนั้นทักขึ้นเมื่อเห็นน้องสาวก้มๆ เงยๆ อยู่ที่สวนหน้าบ้าน หากทันทีที่เห็นสีหน้าของแฝดน้องชัดๆ ชายหนุ่มก็รู้ทันทีว่าเก็ดถวากำลังบังเกิดความไม่มั่นคงทางอารมณ์บางประการที่ใหญ่หลวงนัก เป็นเหตุให้เขาต้องละทิ้งทุกอย่างตรงหน้าแล้วตรงรี่เข้ามาหาเธอในทันที

“เป็นอะไร ใครทำอะไร ทำไมหน้าตาเหมือนจะร้องไห้แบบนี้ บอกดินซิ” ดวงตาแดงๆ ของน้องสาวทำให้เพียงดินร้อนใจไปด้วย

“ดิน...สร้อย...สร้อยหายไป...” เสียงหวานเบาหวิวขาดเป็นห้วง คุณหมอพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่กำลังตีขึ้นมาอย่างสุดพลัง ในขณะที่คนพี่ใจหายวาบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสร้อยเส้นไหน เป็นสร้อยเส้นเดียวที่เก็ดถวาผูกพันและหวงแหนยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้

“หายได้ไง ค่อยๆ คิดดีๆ ซิ แคทเอามาใส่หรือ ปกติดินไม่เห็นแคทใส่”

“แคทหยิบมาใส่เมื่อวันก่อน หลังจากนั้นก็มีเคสฉุกเฉินหลายเคสเลยไม่ได้ถอดออก มารู้ตัวว่าหายไปก็วันนี้ ...” เพียงดินสัมผัสได้ทันทีว่าเก็ดถวากำลังขวัญเสียอย่างหนัก พี่ชายบีบไหล่ที่กำลังสั่นน้อยๆ นั้น 

“เดี๋ยวดินจะช่วยหา แต่บอกตามตรงว่าต้องทำใจเผื่อนะแคท เราไปมาตั้งกี่ที่ หล่นหายไปที่ไหนตอนไหนก็ไม่รู้ ตามยากแล้วล่ะ ถ้าหายไปจริงๆ ก็ช่างมันเถอะ มันเป็นแค่วัตถุ” 

เขารู้...เขารู้ว่าถึงจะเป็นแค่วัตถุแต่มันสำคัญต่อ ‘ใจ’ ของน้อง แต่จะมีประโยชน์อันใดถ้าไม่พูดให้เก็ดถวาตัดใจแล้วปล่อยให้เธอคร่ำครวญดำดิ่งอยู่กับสิ่งที่สูญไปแล้ว...จริงที่สุด ทุกเรื่องราวเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองมันได้สูญไปหมดแล้ว และไม่ควรยึดถือสิ่งใดมาให้จดจำอีก 

“สร้อยเส้นนั้นไม่ใช่แค่วัตถุนะดิน ดินก็รู้ว่าไม่ใช่...” เสียงสั่นเครือของเก็ดถวามาพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงไหลอย่างสุดจะทานไหว หัวใจของเพียงดินรู้สึกเจ็บจี๊ดไปด้วย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นน้องร้องไห้...นาน...นานมากเหลือเกิน

“แคท…”

“ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันล่าสุดที่แคทได้เห็นสร้อย พลอยอเล็กซานไดรท์เม็ดกลางยังคงส่องแสงสีจัดจ้าน ตาแมวในนั้นยังคงเคลื่อนไหว ประกายในตาแมวยังส่องแสงสีน้ำเงินเขียว แสงแห่งชีวิตของคนภูเขา นั่นหมายถึง...เจ้าของสร้อยที่แท้จริง...อาจยังมีชีวิตอยู่นะดิน”

เพียงดินหลับตาอย่างสะกดอารมณ์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองพี่น้องถกเถียงกันเรื่องนี้ “อีกแล้ว ! เป็นหมอเสียเปล่าทำไมถึงยังงมงายเชื่อเรื่องพวกนี้ แคทฟัง พลอยนั่นคืออเล็กซานไดรท์ สีปกติเวลาโดนแสงแดดก็เป็นสีน้ำเงิน ตอนมืดก็จะเปลี่ยนเป็นสีทับทิมเป็นปกติอยู่แล้ว มันเป็นแค่อัญมณี เป็นแร่ธรรมชาติ มันไม่ได้มีมนตร์วิเศษที่จะบอกได้หรอกว่าใครยังมีชีวิตอยู่ไหม ไอ้เรื่องที่ว่าถ้าเจ้าของสร้อยไม่มีชีวิตอยู่แล้วพลอยจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอะไรนั่นมันเป็นแค่เรื่องอภินิหาร เป็นนิทานปรำปราที่คนภูเขาเล่าต่อกันมาโดยไม่มีหลักความจริงอะไรเลย” 

นั่นสิ...ไม่มีการอิงหลักความจริงทางวิทยาศาสตร์ หากทำไมคนเป็นแพทย์เช่นเธอถึงเชื่อ....เชื่อจนหมดใจ คำพูดจากปากหญิงชราผู้ที่สร้างสร้อยเส้นนี้ขึ้นแล้วมอบให้ใครบางคนยังคงลอยวนอยู่ในมโนสำนึกตั้งแต่เธอเป็นเด็กน้อย คำพูดที่เธอควรลืมไปได้แล้ว แต่เก็ดถวาไม่เคยลืม

‘พลอยนี้เปลี่ยนสีได้ตามต้นกำเนิดแสงเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่พิเศษคือถ้าเจ้าของมันไร้ชีวิตแล้ว พลอยจะเปลี่ยนเป็นสีขาวใสเหมือนคริสตัลทีเดียว...’

เสียงแข็งๆ ของเพียงดินทำให้เก็ดถวามองพี่ชายด้วยแววตาสั่นไหว ตั้งแต่เล็กจนโต เพียงดินคือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีที่สุดของเธอ นอกจากร่วมท้องมาเกิดด้วยกันแล้ว เขายังปกป้องดูแลเธออย่างเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ไม่เคยกลัวอะไร พร้อมชนทุกปัญหา คงมีเรื่องเดียวในโลกที่เขาพยายามหันหลังให้อย่างไร้เยื่อใย 

คือเรื่องราวทั้งหมด...จากที่แห่งนั้น....ที่ๆ เต็มไปด้วยขุนเขาสูงชันและหิมะที่ขาวโพลน

“ดิน...ไม่อยากเจอ...แม่....อีกเหรอ”

“แม่เรามีคนเดียวแคท ! แม่ที่อยู่ในบ้านนั่นไง !” เพียงดินตวาดก้อง เก็ดถวาสะอึกอึ้ง พี่ชายเสียงอ่อนลงอย่างรู้ตัวเมื่อเห็นน้องสาวเริ่มหน้าซีด “ดินไม่อยากให้แคทหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ มันจะทำให้แคทเป็นบ้า คืนนั้น...เขาเป็นคนทิ้งเราเอง ให้เราอยู่ในซอกหินกลางหิมะ กับเสือดาวหิมะตัวใหญ่ แล้วก็เดินกลับไปให้ทหารพวกนั้นพาเขาไป เขาอยากรอดโดยทิ้งเราไว้กลางหิมะกับสัตว์ร้าย แต่สุดท้ายเสียงปืนก็ดังขึ้น...คนที่ไม่รอด...ก็คือเขานะแคท”

น้ำตาของเก็ดถวาร่วงเผาะลงอีกครั้ง ความทรงจำในวัยเยาว์ไฉนถึงชัดนัก พายุหิมะ ภูเขา เสือดาว และเสียงปืน ทุกสิ่งยังตามหลอกลอนไม่วางวาย “แม่...อาจมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นนะดิน แม่ไม่มีวันทิ้งเราหรอก ทหารพวกนั้น...อาจไม่ได้ฆ่าท่านก็ได้ ไม่มีใครพบศพ ไม่มีใครเห็นท่านนับจากนั้น แม่อาจยังอยู่ที่ไหนสักที่ที่เราไม่รู้”

“ไม่ฆ่าแล้วจะเก็บไว้ทำไม วิธีจัดการศพไม่ให้เหลือร่องรอยมันง่ายมากสำหรับคนพวกนั้นนะ ปารัชต้องการคีราลัย เขาไม่มีวันปล่อยให้ขั้วอำนาจเก่าหลงเหลืออยู่ได้หรอก ถ้าคืนนั้นพวกเขาหาเราเจอ เราก็ตายไปแล้วเหมือนกัน” 

แต่เทพเจ้าแห่งขุนเขายังคงเลือกให้พวกเขารอด...รอดอย่างปาฏิหาริย์ 

เพียงดินกดมือใหญ่ลงบนไหล่บางๆ ของน้องสาว “แคท ชีวิตของเราอยู่ตรงนี้แล้ว เราเป็นคนไทย ก้าวไปข้างหน้ากับสิ่งที่เรามีเถอะ ดินว่าเราก็มีความสุขดีกับบ้านของเราตอนนี้ไม่ใช่หรือ ดินได้ปลูกต้นไม้ แคทได้เป็นหมอ เรามีครอบครัวที่รักเรา มีอาชีพ มีเงิน เราจะต้องการอะไรอีก แผ่นดินนี้ต่างหากที่เราต้องทดแทน อดีตที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขแบบนั้น แคทต้องลืมให้ได้...” 

เก็ดถวาพูดอะไรต่อไม่ออกแม้แต่คำเดียว หยดน้ำตาเหือดหายไปแล้ว แต่ดวงตากลมสวยยังโรยลงด้วยความเศร้าลึกซึ้ง อดีตเหล่านั้นอาจไม่ใช่ความสุขสำหรับเก็ดถวาก็จริง แต่มันคือความหวัง...ความหวังเดียวที่จะทำให้เธอได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้ง

คนพี่ถอนหายใจ คว้าตัวน้องมากอดอย่างปลอบประโลม ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาจะกรีดร้องดังขึ้นอยู่ในกระเป๋ากางเกง

“ครับ เพียงดินพูด” เพียงดินกดรับสาย แต่แล้วใบหน้าหล่อเข้มก็เปลี่ยนไป เขาสบตาน้องสาวที่มองมาอย่างฉงนกับท่าทีผิดปกติหลังจากฟังข้อมูลของปลายสาย คิ้วของเขาขมวดขึ้ง ดวงตาสีนิลคมกริบมีประกายบางอย่าง “วันไหนครับ อ้อ...ครับ ไม่มีครับ ไม่มีปัญหา ผมไปได้”

เพียงดินกดตัดสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

“มีอะไรหรือดิน"

        “พรุ่งนี้เช้าดินต้องเดินทางไปแม่ฮ่องสอน ปารัช พลเทวากับลูกชายจะไปดูงานที่โครงการหลวงแม่ลาน้อยวันมะรืน ดินต้องไปเป็นวิทยากรพาเยี่ยมชมและบรรยายให้พวกนั้นฟัง”

“ดิน…” เก็ดถวาใจหายวาบเมื่อได้ยินชื่อนั้น ขนลุกชันขึ้นมาทันที “ดินจะไปเจอพวกเขาเหรอ อย่า...อย่าไปเลย”

“ได้ยังไง นั่นแขกของรัฐบาลเชียวนะ  ผ.อ. ศูนย์ท่านโทรมาเอง ดินปฏิเสธได้ด้วยหรือ อีกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าดินได้มีโอกาสถ่ายทอดพระอัจฉริยะภาพทางการเกษตรของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าให้พวกเขาได้ฟังแล้ว ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ดินก็จะทำหน้าที่ของคนไทยที่เป็นหนี้ชี้วิตแผ่นดินนี้อย่างดีที่สุด” 

เขาไม่กลัว...ดวงตาของเพียงดินแน่วแน่นัก ชายหนุ่มอาจหันหลังให้ปารัชในอดีต แต่เมื่อปารัชกลายเป็นอนาคต เขาก็พร้อมเจออย่างไม่หวั่น

“เขาจะ...จำเราได้ไหม...”

“เราตายไปแล้วแคท พวกนั้นเจอศพไหม้เกรียมของเราอยู่ในกองไฟไง ไม่มีใคร ‘ที่นั่น’ จำเราได้อีกแล้ว...”

เพียงดินผละออกไปเพื่อเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้ เก็ดถวายืนคว้างอยู่หน้าบ้าน เธอมองไปรอบตัว ยกมือขึ้นลูบคอโล่งๆ ของตนเองอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่แล้วความทรงจำบางขณะกลับทำให้เธอตาลุกโพลง

จากโรงพยาบาลมาถึงไร่ เธอนั่งรถของเหมราชกลับมา ถ้าหน้าบ้านกับทางเดินไม่มีวี่แววของสร้อยเกล็ดหิมะ ก็...อาจเป็นได้ที่มันจะตกอยู่ในรถของเขา !

แพทย์หญิงเก็ดถวาใจเต้นรัว ดวงตามีความหวังเหมือนเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หญิงสาวหันหลังกลับวิ่งเร็วจี๋ขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง ปราดไปที่ลิ้นชักของโต๊ะเล็กหัวนอนคว้าของบางอย่างขึ้นมาด้วยมือน้อยที่สั่นเทา

กระดาษทิชชูแผ่นนั้นที่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือของ เหมราช แฮมิลตัน...



*******************

ความซับซ้อนบังเกิด ปริศนาต่างๆ เราจะค่อยๆ เล่า ค่อยๆ ขมวดไปนะคะ

ใครรีบเราไม่รีบ รีบไปก็คิดไม่ออกกก ฮือ T__T 55555

ความอ่อนแอในใจของหมอแคทคือเรื่องราวในอดีตจริงๆ ค่ะ

คืนนั้นเกิดอะไร ฝาแฝดรอดมาได้ยังไง และพี่เฮคกับหมอแคทจะโคจรมาพบกันอย่างไรอีก

รอติดตามในบทต่อๆ ไปนะคะ ^^


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #368 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:01
    แฝดเป็นคนของคีราลัยหรอเนี่ย อย่าบอกนะว่าเป็นทายาทที่รอดมาได้ในคืนนั้น
    #368
    0
  2. #263 1750 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:26
    รอๆๆน้องแคทโทรหาพี่แฮค
    #263
    0
  3. #262 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:15
    ลุ้นหนักมาก เรื่องตื่นเต้นดีค่ะ ชอบมากๆเลย
    #262
    0
  4. #261 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:32
    รอรับโทรศัพท์ได้เลยเฮ็ดเตอร์
    #261
    0
  5. #260 gibbsfreeenergy (@gibbsfreeenergy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:28
    3H ขอหวานๆหน่อยค่า  พี่ดินดุจังเลยยยย
    #260
    0
  6. #259 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:22
    ชอบ clair มาค่ะ คุณคือนักเขียนในดวงใจค่ะ
    #259
    0
  7. #258 nuii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:06
    รออ่านทุกวันคะ เป็นกำลังใจให้ไร้ท์นะคะ ชอบทุกเรื่อง และซื้อทุกเรื่องของไร้ท์คะ
    #258
    1
    • #258-1 7597 (จากตอนที่ 9)
      17 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:38
      เช่นกันค่ะ
      #258-1
  8. #257 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:46
    ป่มกำลังถูกแกะทีละนิด ลุ้นทุกตอนค่ะไรท ขอให้ไหลลื่นนะคะ สู้ๆๆค่ะ
    #257
    0
  9. #256 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:22
    รอเอาใจช่วย ภาวนาให้ไรท์ สมองแล่น แต่งได้ไหลลื่น ตลอด คลอดมาหลายๆ ตอน ทันงานหนังสือตุลาคม ปี 61 นี้เด้อออ อยากอ่านนน
    #256
    0
  10. #255 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:19
    มาด่อนเที่ยงคืน อูยยย ดีใจหลายๆ
    #255
    0
  11. #254 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:47
    HHH จะสามารถช่วย คู่แฝดได้อย่างไรกัน
    #254
    0
  12. #253 veitan (@veitan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:43
    รอตอนต่อไป อิอิ สู้ๆนะคะคุณแคลร์
    #253
    0
  13. #252 Wan Lawan (@wanlawan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:25
    รอค่าาาา. สนุกมากกก :-)) มาไวๆน๊าาา มันค้างงงงง อ่าาา
    #252
    0
  14. #251 Wan Lawan (@wanlawan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:24
    รอค่าาาา. สนุกมากกก :-))
    #251
    0
  15. #250 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    รอตอนต่อไปนะคะ เอาใจช่วยค่ะ
    #250
    0