สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 134,122 Views

  • 1,158 Comments

  • 1,262 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,716

    Overall
    134,122

ตอนที่ 7 : Chapter 4 (2) : บันทึกแห่งทุกนาทีที่ผันแปร | Every minute journal [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    1 ก.พ. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 4 (2)

บันทึกแห่งทุกนาทีที่ผันแปร | Every minute journal


          “กลับเลยไหมครับ นาย” กรณ์ยื่นหน้ามากระซิบถามหลังจากที่เหมราช แฮมิลตัน กล่าวอำลานายแพทย์กรองเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ลงมาจัดการกรณีพิพาทด้วยตัวเองหลังจากนั้น โดยการเชิญมนุษย์ป้าที่ทราบชื่อภายหลังว่าป้าเรณูออกไปรอตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกตามที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายแล้วนางเรณูก็ทนสายตาและคำพูดต่อว่าจากชาวบ้านคนอื่นที่มาโรงพยาบาลไม่ไหว เผ่นแน่บกลับบ้านไปโดยไม่ได้รอตรวจใดๆ ส่วนฮีโร่แห่งห้องฉุกเฉินในวันนี้ก็ได้โอกาสทักทายทำความรู้จักกับคุณหมอใหญ่แห่งอำเภอน้ำริน

“รอเดี๋ยว” ซีอีโอตอบเรียบๆ กรณ์ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกเมื่อมองตามสายตาเจ้านายแล้วก็เข้าใจในทันที นาฬิกาชีวิตของเหมราชที่น้ำรินนี้...เดินช้าลงแบบเทียบกันไม่ติดกับตอนอยู่นิวยอร์ก ที่ซึ่งคำว่า ‘รอเดี๋ยว’ แทบไม่เคยปรากฏในพจนานุกรมของทริปเปิลเอช...

เหมราชมองตามคุณหมอตัวบางๆ ที่ถอดเสื้อกาวน์ออกแล้ว เหลือเพียงชุดไปรเวทที่สวมอยู่ กระเป๋าผ้าสีสวยของชาวเขาที่เธอสะพายบ่งบอกว่าเก็ดถวาเลิกงานและเตรียมออกจากโรงพยาบาล หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหญิงสาวก็ขรึมลงไปอีกสามระดับ เธอเช็ดน้ำที่เปียกใบหน้าและบนเสื้อ เดินไปคุยกับหมอปทิตตาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เหมราชกลับเห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ของเธอ...แววตาที่วูบไหวและทดท้อกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากเธอเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกและแสดงออกอย่างแข็งแกร่งเพื่อทำงานต่อไป  

เก็ดถวายกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหูตอนเดินลงจากบันไดหน้าโรงพยาบาล ผ่านลานจอดรถที่มีรถอเนกประสงค์คันงามของเหมราชจอดอยู่แบบไม่ทันสังเกตเลยสักนิด เสียงเหนื่อยๆ ที่กรอกลงในโทรศัพท์แว่วมาตามลมในระยะใกล้พอที่เหมราชจะได้ยินสิ่งที่เธอกำลังพูดได้อย่างชัดเจน

“ดินเหรอ ออกจากไร่หรือยัง เหรอๆ ดีเลย ดินไม่ต้องรีบนะ ตามสบาย แคทเลิกงานแล้วล่ะ แต่ว่าจะไปถนนคนเดิน ช็อปปิ้งนิดนึงน่ะ มันเหนื่อยๆ เซ็งๆ นิดหน่อย ดินไปรับที่ร้านกาแฟคอฟฟีรินที่สุดถนนแล้วกันนะ อีกสักชั่วโมงก็ได้” 

พ่อหนุ่มต่างถิ่นมองตามหลังสาวน้ำรินจนได้เห็นเธอยืนโบกรถสองแถวอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล เขาหันกลับไปหาผู้ช่วยคนสนิท กรณ์ยิ้มให้อย่างรู้ทันแบบเจ้านายไม่ต้องพูดอะไรสักแอะ

“ไปถนนคนเดินใช่ไหมครับ” ทริปเปิลเอชมองไอ้ตัวกวนแล้วก็หมั่นไส้เหลือแสน กรณ์เปิดประตูรถด้านหลังทันที “ขึ้นรถสิครับนาย รออะไร ?”

เหมราชก้าวขึ้นรถ กรณ์นั่งประจำที่คนขับ รถอเนกประสงค์สีขาวเคลื่อนตามหลังรถสองแถวไปช้าๆ ไม่รีบเร่ง คนที่เบาะหลังนั่งเงียบๆ อย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยปากถาม

“เรา...อยู่ที่นี่ต่ออีกสองสามวันได้ไหมวะกรณ์” รู้ตัวอีกที พรุ่งนี้เช้าเขาก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว...

กรณ์หันมองกระจกหลัง ดวงตาของเหมราชยังคงมองตรงมาที่รถสองแถวข้างหน้า ผู้ช่วยที่เป็นเหมือนทั้งเพื่อนสนิทในยามนี้ถอนหายใจเบาๆ อาการทริปเปิลเอชหนักกว่าที่คิด !

“ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่นผมจะปล่อยให้นายอยู่เท่าที่อยากอยู่เลยครับ แต่...ตอนนี้ นายคงต้องกลับกรุงเทพฯตามโปรแกรมเดิมก่อน วันมะรืนนายมีนัดเข้าพบท่านประธานาธิบดีแห่งคีราลัยพ่อของคุณภวันติที่กรุงเทพฯ ถ้านายเบี้ยวท่านประธานาธิบดีเพราะอยากอยู่จีบหญิงที่นี่...ผมว่า...”

“ไอ้กรณ์ !!!” ซีอีโอแห่งกลุ่มโรงแรมแฮมิลตันถลึงตาใส่ลูกน้อง หน้าร้อนขึ้นมาอย่างน่าอาย

“นายอย่าเพิ่งกินหัวผม โน่น คุณหมอลงจากสองแถวแล้วครับ เวลามีน้อยต้องใช้ให้คุ้มนะครับนาย หลังจากคุยกับประธานาธิบดีแล้ว ผมก็ตอบนายไม่ได้เหมือนกันนะว่าเราจะได้กลับมาน้ำรินอีกเมื่อไหร่ แล้วก็...” 

เหมราชไม่รอให้ผู้ช่วยพล่ามให้จบ เขาเปิดประตูรถแล้วเดินเร็วฝ่าฝูงชนตามหลังคุณหมอไปติดๆ ถนนคนเดินอำเภอน้ำรินจัดขึ้นบนถนนสายหลักในตัวเมืองที่สองข้างทางเป็นเรือนแถวไม้แบบโบราณ มีวัดอยู่ที่หัวถนน ส่วนสุดถนนมีร้านกาแฟ เกสต์เฮาส์และร้านอาหารที่อยู่ติดริมคลองแม่คำที่ไหลผ่านตัวอำเภอ  ชาวบ้านเริ่มเอาของมาวางขายกันหนาตา บ้างก็ปูเสื่อขายบนพื้นแบบง่ายๆ บ้างก็มีร้านแบบพับได้มาจริงจัง มีทั้งเสื้อผ้า ของใช้ อาหาร ส่วนใหญ่ก็เป็นงานฝีมือของคนท้องถิ่นกับของพื้นเมืองชาวเขา บรรยากาศในช่วงแดดร่มลมตกแสนสบายในตอนเย็นวันศุกร์ทำให้คนเมืองและนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่นหย่อนใจกันอุ่นหนาฝาคั่ง

เก็ดถวาเดินเอื่อยๆ ปล่อยเวลาให้ไหลผ่านสมองที่พยายามจะทำให้โล่ง เหมราชเห็นเธอหยุดอุดหนุนกระเป๋าผ้าปักลายสวยใบใหม่จากชาวเขาเผ่าอาข่าที่แต่งตัวเต็มลงจากดอยมาขายของ แวะแผงสร้อยลูกปัดของเด็กวัยรุ่นที่ร้อยเองขายเอง ซื้อมาสองเส้นทั้งที่เขาก็ไม่เห็นว่าหญิงสาวจะเคยใส่เครื่องประดับอะไรนอกจากนาฬิกา แต่ที่ทำให้ทายาทแฮมิลตันอมยิ้มก็คือคุณหมอคนเก่งแวะซื้อสายไหมก้อนกลมสีชมพูหวานแล้วงับกินเหมือนเด็กน้อย ชายหนุ่มก้าวขาขึ้นไปเดินอยู่ข้างเธอทันที 

เก็ดถวาสะดุ้งตกใจเบาๆ เมื่อรู้สึกว่ามีผู้ชายตัวใหญ่เดินมาขนาบข้าง หันมองเต็มตาแล้วก็อึ้งไป

“ค...คุณ...เหมราช ?” เจ้าของชื่อสะดุดกึก ไม่นึกว่าเธอจะลืมตัวเรียกชื่อเขาออกมาได้ชัดถ้อยชัดคำนัก ยิ้มของราชสีห์หนุ่มกว้างมากกว่าเดิมที่เคยเดินยิ้มมาตลอดทาง เขาชอบอยู่เมืองไทยตรงที่คนไทยเรียกชื่อกัน ไม่ใช่นามสกุล มันทำให้รู้สึกว่า เรากำลังคุยอยู่กับคนๆ นั้นจริงๆ ไม่ใช่คุยอยู่กับโคตรเหง้าศักราช โดยเฉพาะชื่อเหมราชที่น้อยคนนักจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้...

  “ท....ทำไมคุณมาอยู่ตรงนี้ !?” หญิงสาวยอมรับว่าตกใจที่เห็นเขา ใช่...น่าจะเป็นเพราะตกใจนั่นล่ะที่ทำให้ใจเต้นแรงขึ้นมากว่าปกติ

“ทำไมล่ะ ก็นี่ถนนคนเดิน ผมก็ดูเป็นคนอยู่ น่าจะเดินได้” 

กวนประสาท...เก็ดถวากลอกตามองบน “อย่างคุณเนี่ยนะ จะมาเดินถนนคนเดิน” 

“อ้าว แปลกอะไรล่ะหมอ ถึงจะหล่อและรวยแต่ก็อยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้งบ้างไม่ได้รึไง ขายไงครับ” ประโยคสุดท้ายคุณชายใหญ่จอมมั่นหน้าหันไปถามแม่ค้าขายหมูปิ้งด้วยสายตาและน้ำเสียงทุ้มนุ่มอย่างหว่านเสน่ห์ เรียกรอยยิ้มพิมพ์ใจจากป้าคนขายได้ทันตา

“สามไม้ซาวบาทเจ้า”

เอาแล้ว...เหมราชหันมาขอความช่วยเหลือจากคนที่ฟังคำเมืองออก เก็ดถวาถอนหายใจหน้าบึ้งตึง แต่ก็ช่วยแปลอย่างเสียไม่ได้ “สามไม้ยี่สิบบาท”

“งั้นเอาร้อยบาทครับ ข้าวเหนียวสองถุง” 

ป้าคนขายกุลีกุจอหยิบหมูปิ้งใส่ถุง ก่อนจะเหลือบมาเห็นสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างหลังหนุ่มฝรั่งหน้าหล่อจัดที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะ

“อ้าว หมอแคทนี่ ! อ้อ นี่คุณมากับคุณหมอก่ะเจ้า งั้นป้าแถมหื้ออีกสองไม้ คนกันเองน่อ (อ้าว หมอแคทนี่ ! อ้อ นี่คุณมากับคุณหมอเหรอคะ งั้นป้าแถมให้อีกสองไม้ คนกันเอง) 

“แน้ พาไผมาโตย คุณหมอคนงาม (แน้ พาใครมาด้วย คุณหมอคนสวย)” ป้าหมูปิ้งแซวอย่างเอ็นดู แต่คนถูกแซวเริ่มอยู่ไม่สุข “โอ๊ะๆ เปิ้นลือกันอยู่ว่านังณูตี้ขายเสื้ออยู่ในกาดไปอาละวาดตี้โฮงบานก๊ะ อีนี่มันเป๋นหมาบ้าจะอี้ กร่างนัก บ่มีไผในกาดอยากสุงสิงกะมันหรอก แต่เอ ละก็หันว่ามีป้อจายหน้าฝรั่งง้ามงามมาจ้วยด่านังณูซะกระเจิง เป๋นคุณใจ้ก่อเจ้า (โอ๊ะๆ เขาลือกันอยู่ว่านังณูที่ขายเสื้ออยู่ในตลาดไปอาละวาดที่โรงพยาบาลเหรอ อีนี่มันเป็นหมาบ้าแบบนี้แหละ กร่างนัก ไม่มีใครในตลาดอยากสุงสิงกับมันหรอก แต่เอ เห็นว่ามีผู้ชายหน้าฝรั่งหล่อๆ มาช่วยด่านังณูซะกระเจิง เป็นคุณใช่ไหมคะ) 

สองหนุ่มสาวเริ่มหันมองหน้ากัน ข่าวเม้าท์มอยในอำเภอที่ไม่ใหญ่ไม่โตนี่สะพัดกันได้ในพริบตาเดียวจริงๆ และคำเมืองมาเป็นชุดแบบนี้เหมราชตามไม่ทันแน่ แต่กับสาวน้ำรินที่ฟังออกหมดเริ่มทำตาปริบๆ ไม่มีช่องเข้าอธิบายเมื่อป้ายังใส่ต่อรัวๆ 

“ได้หันตัวจริงละ โอ้ย ง้ามงามอย่างกะดาราทีวีน่อ คุณเป็นไผ มาจากตี้ใดกัน เป็นแฟนคุณหมอตอนหมอเรียนตี้กรุงเทพฯ ใจ้ก่อ แน่ะ ป้ากึ๊ดแล้ว งามแต๊งามว่าอย่างหมอยังไงก่อต้องมีแฟนแล้ว (ได้เห็นตัวจริงแล้ว โอ้ย หล่ออย่างกับดาราทีวีเลยนะ คุณเป็นใคร มาจากไหนกัน เป็นแฟนคุณหมอตอนหมอเรียนที่กรุงเทพฯ ใช่ไหม แน่ะ ป้าคิดแล้วเชียว สวยๆ อย่างหมอยังไงก็ต้องมีแฟนแล้ว)”

“ป้าอ้อยคะ !” คุณหมอร้องขัดขึ้นทันทีอย่างตกอกตกใจ มโนกันได้เบอร์ใหญ่จนหญิงสาวต้องรีบแก้ไขด้วยเสียงฟังชัด “ไม่ใช่แฟน ไม่ได้รู้จักกันด้วยค่ะ !” 

“อ้อ...เจ้าๆ บ่ฮู้จักก็บ่ฮู้จักเน่อ” ป้าอ้อยดูจะเข้าใจอะไรง่ายๆ แต่สายตานั้นไม่เชื่อเลยสักนิด เก็ดถวามองบนแล้วถอนหายใจอีกรอบก่อนเดินหนีไปทันที ในขณะที่อีกคนพยายามฟังและสุดท้ายก็จับได้ตรงคำว่า ‘แฟน’ เขาไม่ได้ตาฝาดแน่ เขาเห็นคุณหมอคนงามของป้าอ้อยหน้าแดง...เธอหน้าแดงจริงๆ นะ

“ป้าคนขายหมูปิ้งแกพูดอะไร หมอแปลที ผมฟังออกเป็นบางคำเอง” ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าจนมาเดินข้างๆ เธอเหมือนเดิม หยิบหมูปิ้งขึ้นกินอย่างเพลิดเพลิน สายตาจากคนข้างตัวหันขวับมามองแรงใส่เขาอย่างเอาเรื่อง

“พูดภาษาไทยน้ำไหลไฟดับแบบคุณเนี่ยนะจะฟังที่ป้าแกพูดไม่ออก”

“เอ๊า แม่ผมบังคับให้เรียนให้พูดแต่ภาษาไทยกลางนี่ ภาษาเหนือนี่เขาก็มีศัพท์ของเขาผมจะไปฟังออกหมดได้ไง แน่ะ เขินแล้วอย่าพาลดิ ป้าแกคิดว่าเราเป็นแฟนกันงี้ ? สงสัยพรุ่งนี้มีลือทั้งอำเภอแน่คุณ ต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวไหมเนี่ย” เขาหัวเราะชอบใจไม่ได้เห็นเป็นเรื่องทุกข์ร้อนสักนิดเดียว ส่วนอีกคนได้แต่ระบายอารมณ์ด้วยการกัดสายไหมเข้าปาก หน้าคว่ำเหมือนเด็กโดนขัดใจ เหมราชลอบมองแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู เก็ดถวานิ่งไปเมื่อถุงหมูปิ้งถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ

“กินอันนี้ดีกว่า ตอนอยู่ในห้องฉุกเฉินน่ะ เสียงท้องของหมอมันดังจนผมนึกว่าเป็นริงโทนโทรศัพท์ใครสักคนเลยนะ” เขาพูดหน้าตาเฉย แต่คนที่ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันจนห้าโมงกว่ารู้สึกอายขึ้นมาทันที ...เออ ก็รู้สึกแหละว่าท้องร้อง แต่ไม่คิดว่าจะร้องดังขนาดคนอื่นได้ยิน !

“ม…ไม่เป็นไร ยังกินสายไหมอยู่”

“จะไปกินของหวานก่อนของคาวได้ไง เอามานี่ สายไหมน่ะ ผมกินต่อเอง” เหมราชทำเสียงจิ๊จ๊ะก่อนจะคว้าสายไหมสีชมพูที่เหลือครึ่งก้อนเอามาไว้ในมือตัวเอง เก็ดถวาได้แต่รับถุงหมูปิ้งมาอย่างงงๆ งงขึ้นไปอีกตอนเห็นชายหนุ่มงับสายไหมอย่างอร่อยดูย้อนแย้งกับท่าทางหล่อโหดๆ ของเขาแบบไปกันไม่ได้จนนิดเดียว

แพทย์หญิงเก็ดถวามองถุงหมูปิ้งกับข้าวเหนียวร้อนๆ ในมือ แล้วก็หยิบมันออกมากัดในที่สุด

“เออ ผมก็ลืมถามว่าหมอกินหมูปิ้งได้ไหม พวกหมอชอบห้ามเราไม่ให้กินของมันกับของปิ้งย่างแบบนี้”

“คนเป็นหมอ จริงๆ แล้วก็กินทุกอย่างที่ห้ามคนไข้กินนั่นแหละ” ความจริงจากปากหมอทำให้เหมราชขำได้อีกครั้ง ยิ้มพรายที่เห็นเธอหยิบหมูไม้ที่สองขึ้นมาจัดการ

“ถ้าคุณเป็นน้องสาวผมแล้วมัวแต่ทำงานจนอดข้าวบ่อยๆ แบบนี้ ผมให้ลาออกจริงๆ ดูแลคนอื่นแล้วก็ต้องไม่ลืมดูแลตัวเองสิ” 

เก็ดถวาชะงักไปเล็กน้อย นั่นเป็นประโยคที่เพียงดินใช้ขู่เธอเสมอๆ ทีเดียว ชายหนุ่มข้างตัวหันมองอย่างสงสัย “ทำไม ผมพูดอะไรผิดอีกล่ะ” 

“เปล่า” หมอเก็ดถวายักไหล่ “คุณมีน้องสาวสินะ ขัดใจเธอได้หรือไง”

“ก็ไม่ได้น่ะสิ เฟลอร์น่าจะอายุเท่าๆ กับหมอ โคตรดื้อเลยเหอะ แต่จะว่าไป มันก็ดื้อแต่กับผมคนเดียวนี่แหละ คนเขากลัวผมกันทั้งบริษัท ก็มีแต่เฟลอร์คนเดียวที่ไม่กลัว เถียงฉอดๆ แถมยังชอบหาว่าผมไปบงการชีวิตมัน ทั้งๆ ที่ทำไปทุกอย่างก็เพราะเป็นห่วงแท้ๆ” พี่ชายคนโตหน้ายุ่งเมื่อนึกถึงน้องสาวคนเล็กที่ดื้อสุดๆ ในขณะที่คนฟังอมยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ คิดถึงตัวเองกับแฝดพี่ เพียงดินก็บอกเธอเสมอเหมือนกันว่า คนกลัวเขากันทั้งไร่ ก็เห็นจะมีแต่น้องสาวคนเดียวนี่ล่ะที่ไม่เคยกลัว เก็ดถวากัดข้าวเหนียวเข้าปาก ไม่รู้ตัวเลยว่าอารมณ์ดีขึ้นมาตอนไหน

“ฉันอยากรู้จักน้องสาวคุณซะแล้วสิ ดูเป็นผู้หญิงที่น่าคบจังเลย”

พี่ชายที่มีน้องสาวแสนดื้อแค่นหัวเราะ “ผู้หญิงดื้อๆ มักจะเข้าใจกันสินะ” 

“ผู้หญิงดื้อๆ ที่มีพี่ชายจอมบงการด้วย !” 

“แล้วนี่กลับยังไง” เขาเอ่ยถามตอนที่เธอหยุดซื้อน้ำขวด ถึงจะตั้งตนเป็นคู่กัดแต่คุณหมอก็ยังมีน้ำใจซื้อให้เขาด้วยอีกขวดหนึ่ง

“เดี๋ยวพี่ชายมารับ” เธอตอบเรียบๆ ในสิ่งที่เหมราชรู้อยู่แล้ว แต่ก็ขอถามอีกทีไปอย่างนั้น เผื่อฟลุค...

“อ้อ คู่แฝด ที่พยาบาลห้องฉุกเฉินเขาบอกกันว่า เป็นหมอเก็ดถวาเวอร์ชั่นมีหนวดน่ะเหรอ”

หมอเก็ดถวาถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่ม อยากจะขำแต่ยังต้องทำฟอร์ม “ระวังไว้เหอะ ดินไม่ใช่คนที่คุณจะมาพูดจาล้อเล่นด้วยได้นะ” 

“ผมเข้าใจ ตอนผมอยู่นิวยอร์กก็ไม่มีใครกล้ามาพูดเล่นด้วยเหมือนกัน” 

“ดูจากที่คุณทำในห้องฉุกเฉินเมื่อกี้ก็รู้แล้ว” คุณหมอส่ายหน้า นึกถึงความห่ามของเขาที่ทำกับป้าเรณูและมนุษย์คลิปทั้งหลาย “อยู่กับบริษัทคุณเอง คุณต้องเป็นคนที่เอาแต่ใจมากๆ แน่” 

“ผมทนฟังคนแบบนั้นกร่างได้ไม่เกินสิบวิหรอก นี่เห็นเป็นห้องฉุกเฉินและเห็นเป็นป้าด้วยนะ ถึงได้ปล่อยไปเนี่ย ไม่งั้นไม่มีทางมาฝากรอยข่วนไว้ที่หน้าผมได้แน่” คนถูกข่วนฮึ่มฮั่มในลำคอ แต่ก็ฉงนในนาทีถัดมาเมื่อจู่ๆ หมอเก็ดถวาก็เลี้ยวเข้าร้านขายยาในเรือนแถวที่เดินผ่านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มยืนรอเธอหน้าร้านแบบไม่อยากเข้าไปเสนอหน้าให้เธอต้องตอบคำถามอันเกิดจากความเข้าใจผิดอีก ครู่เดียวหญิงสาวก็เดินออกมาโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าเธอเรียบเฉยจนเหมราชเริ่มใจไม่ดี...หรือเธอจะไม่สบาย

“คุณ...โอเครึเปล่า”

“อืม” 

“เหตุการณ์วันนี้คงทำให้คุณ...เซ็งน่าดู” เขาชวนคุยเมื่อทั้งคู่เดินกันมาเรื่อยๆ จนมาหยุดยืนอยู่ที่สุดถนนคนเดิน จุดที่คลองธรรมชาติตัดผ่านตรงหน้าพอดี แสงทองแห่งดวงอาทิตย์ยามใกล้อัสดงสาดฉาย คุ้งน้ำเกิดประกายระยิบจากแดดสุดท้ายของวันที่สัมผัสสายน้ำ ท้องฟ้าหลากสีงดงามราวกับมีใครมาวาดระบาย เสียงกระดิ่งเสนาะหูจากวัดเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามลอยตามลมข้ามคลองมาพาให้ใจผ่อนคลาย เหมราชหยุดยืนมองทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยใจสงบอย่างที่ไม่เคยสงบแบบนี้มานานนัก ชีวิตของเขามันผันแปรเหมือนตารางหุ้น วิ่งวุ่นเพื่อให้บริษัทได้ก้าวนำคนอื่น สมองที่ต้องคิดคำนวณอยู่ตลอดไม่เคยได้หยุดพักอย่างจริงจัง...จนนาทีนี้

คนที่ไม่รู้จักกันเดินต่อมาจนถึงศาลาริมนํ้าที่ไม่ห่างออกมานัก แต่สงบเงียบกว่าตรงถนนคนเดินมาก เก็ดถวาเหม่อมองแสงสุดท้ายที่ขอบฟ้า

“เป็นปกติของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเคสแบบนี้หรอก เราเจอกันตลอด โดนบ่น โดนว่า โดนเสียดสี โดนทำร้ายร่างกายกันก็เคย คนที่มาโรงพยาบาลทุกคนแบกความทุกข์มากันทั้งนั้น และอย่างที่คุณว่า ทุกคนย่อมคิดว่าทุกข์ของเรานั้นยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว เมื่อคนไข้มากแต่หมอมีน้อยให้การรักษาได้ไม่ทันท่วงทีหรือไม่ได้ดังใจ หมอพยาบาลจึงไม่ได้แค่ต้องรักษาคนไข้อีกต่อไป แต่ต้องรองรับอารมณ์ของคนไข้กับญาติด้วย เป็นเรื่องที่เราต้องเจอ ต้องทนและทำใจรับให้ได้” 

“แล้วทำได้แค่ทนหรือ เราทำอะไรได้มากกว่านั้นไหม เพิ่มหมอเพิ่มพยาบาลอีกเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ”

คนเป็นหมอถอนหายใจ “เพิ่มหมอกับพยาบาลเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือรัฐต้องลดจำนวนผู้ป่วยให้ได้ต่างหาก การสาธารณสุขขั้นพื้นฐานต้องเข้าถึงประชาชนมากกว่านี้ ประชาชนต้องได้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยมากกว่านี้ และต้องมีวินัยและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตมากกว่านี้ ถึงจะเป็นการลดโหลดที่โรงพยาบาลได้อย่างแท้จริง ตอนนี้เหรอ ง่ายๆ แค่เมาไม่ขับ ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องใส่หมวกกันน็อค ขับรถอย่าพูดโทรศัพท์ แค่นี้ยังทำกันไม่ค่อยจะได้เลย ทุกคนล้วนฝากความหวังไว้กับหมอเมื่อเหตุได้เกิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงมันป้องกันได้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่ว่าหมอไม่อยากรักษานะ หมอดีๆ ทุกคนล้วนเต็มที่เพื่อคนไข้ทั้งนั้น ไม่มีหมอคนไหนอยากให้มีคนไข้ตายในมือตัวเองหรอก แต่หลายครั้ง ที่ความทุ่มเทของเราก็โดนมองข้ามและถูกตีค่าเป็นเพียงแค่คนทำงานบริการที่ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชน”

เธอพูดสิ่งที่อยู่อัดอั้นออกมายาวยืด ยาวที่สุดเท่าที่เหมราชเคยได้ยินคุณหมอที่แสนประหยัดถ้อยคำคนนี้ได้พูดเลยทีเดียว มันคงเป็นประเด็นที่คั่งค้างอยู่ในใจเธอมาตลอด

“ผมว่าคนบ้านเราเข้าถึงหมอง่ายเกินไปรึเปล่า ทำให้คนไม่ค่อยรู้คุณค่าและไม่ค่อยเห็นใจในคนทำงานด้านนี้ คุณรู้ไหม ที่อเมริกานี่ถ้าไม่ได้จะเป็นจะตายจริงๆ ต้องนัดหมอล่วงหน้าทีละหลายวันเลยนะ ไม่ใช่นึกอยากมาเจอก็เจอได้ตลอดเหมือนที่นี่ พวกฉุกเฉินปลอมๆ แล้วมาเนียนเข้า ER ยังไงก็โดนไล่ไป OPD หมด คนเยอะแค่ไหนก็ต้องรอ ไม่มีหยวนๆ หรอก” 

“พอกฏระเบียบตึงเกินไปก็จะโดนบ่นลงโซเชียลเน็ตเวิร์ค กลายเป็นหมอรังแกคนจนบ้าง คร่ำครึบ้าง ไม่มีความเมตตาบ้าง โรงพยาบาลกับคนไข้ก็ต้องอาศัยหลักประนีประนอมเพื่อให้แต่ละวันมันผ่านไปได้ แต่คนไข้ที่ดีๆ ก็มีอีกเยอะนะ บางทีแค่คำทักทายว่า หมอเหนื่อยไหม กินข้าวบ้างนะ พักบ้าง อะไรแค่นี้ก็ทำให้เราก็มีกำลังใจตรวจคนไข้ได้ทั้งวันแล้ว” เธอยิ้ม เรื่องที่เธอได้ระบายออกมามันคือปัญหาด้านสังคมและการสาธารณสุขระดับมหภาคเลยทีเดียว แต่มันกลับเป็นเรื่องที่คนสองขั้วกลับพูดคุยกันได้ราบรื่นที่สุดตั้งแต่พบกันมา...

“ผมเข้าใจนะ แต่ไม่ว่าจะจนรวย จะเป็นคนป่วยคนสบายดี ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิดูถูกคุกคามคนอื่นแถมยังละเมิดสิทธิถ่ายคลิปแบบที่ป้ามหาภัยนั่นทำ แบบนั้น...ยอมรับไม่ได้”

เก็ดถวานิ่งไปบ้าง เธอค่อยๆ หันมองเขาขณะที่ในสมองกำลังฉายภาพในห้องฉุกเฉินนั้นซํ้าไปซํ้ามา สายตาสองคู่หยุดเพื่อสบประสานกัน หญิงสาวพูดกับเขาด้วยเสียงเรียบๆ ทว่าเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“อันที่จริง ก็ไม่เคยมีใครลุกขึ้นมาปกป้องเราทันทีแบบที่คุณทำ...เหมือนกัน” 

แม้ไม่ใช่คำขอบคุณ แต่เหมราชกลับรู้สึกว่ามันกินความหมายได้มากกว่านั้นมาก สองหนุ่มสาวตกสู่ภวังค์แห่งตะวันชิงพลบ สิ่งที่นางเรณูอาละวาดไม่ได้ทำให้ห้องฉุกเฉินประหลาดใจได้เท่ากับความกล้าหาญในการออกโรงปกป้องและไม่ยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้ของเขา...ผู้ชายแปลกหน้าแห่งน้ำรินที่ไม่มีใครรู้จัก ผู้ชายที่เก็ดถวาพบในวันที่เหมือนโลกจะแตก ไม่ว่าจะที่นิวยอร์กหรือน้ำริน.... ผู้ชายคนนี้มาพร้อมบรรยากาศที่ปั่นป่วน แต่ก็มาพร้อมอะไรบางอย่างที่ทำให้ชุ่มชื่นใจได้ในยามที่รู้สึกห่อเหี่ยว

“พยาบาลกรี๊ดคุณกันทั้งโรงพยาบาลเลยทีเดียว” คุณหมอผู้เย็นชาเป็นฝ่ายหลบสายตานั้นก่อน เสมองนกมองฟ้าไปไกลๆ ทำหน้าย่นอย่างหมั่นไส้แต่ไม่จริงจังนัก “ผ.อ. ก็ปลื้มคุณเสียใหญ่โต สมใจแล้วล่ะสิ ได้ใจคนของฉัน แถมยังได้ใจหมอพยาบาลทั้งโรงพยาบาลไปแล้ว แถมในตลาดก็รู้กันหมดละ เอาจริงนะ ถ้าคุณลงสมัคร อ.บ.ต. สมัยหน้าคุณได้ชัวร์”

“สิ่งที่ผมทำ ได้ใจ ‘หมอ’ ด้วยหรือ...” คนย้อนถามยิ้มกริ่ม ตั้งใจเล่นนัยยะจนคนฟังชะงักไปอีกครั้ง เหมราชรอฟังด้วยสายตาพราว เขาก็แค่อยากรู้ว่า ได้ใจหมอที่ว่านี่รวมหมอคนนี้ด้วยรึเปล่า เก็ดถวานิ่งไปทันที ชายหนุ่มเริ่มคุ้นเคยกับท่าทางของเธอขึ้นทีละน้อย ถึงจะดูนิ่งดูดุ แต่เนื้อแท้ของเก็ดถวาไม่ได้ไร้ความรู้สึกขนาดนั้นหรอก...

หญิงสาวไม่ตอบหากเลือกที่จะกลบเกลื่อนบรรยากาศแปลกๆ ที่ลอยขึ้นรอบตัวด้วยการหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วยื่นให้เขา

“หืม” สิ่งที่เหมราชรับมาเป็นถุงพลาสติกเล็กๆ ที่ข้างในมียาใส่แผลสดขวดเล็กกับพลาสเตอร์ปิดแผลแบบกันน้ำ คนที่ซื้อมาให้อุบอิบบอก ไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่นิดเดียว

“แผลที่แก้มคุณถลอกเลือดซิบอยู่นะ เล็บมนุษย์ป้านั่นมีเชื้อโรครึเปล่าก็ไม่รู้ ใส่ยาแล้วปิดพลาสเตอร์ซะ ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็...ยังดีกว่าไม่ทำอะไรแหละ” 

ราวกับมีอะไรตีขึ้นมาจุกที่อก ผู้ชายตัวโตที่โดนข่วนหน้ามาอึ้งไปทันที เก็ดถวาคงไม่รู้ว่าแผลแค่นี้สำหรับเขามันเล็กน้อยมากจนไม่รู้สึกอะไรเลย เขาผ่านสนามรบมาแล้ว บาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งที่สงครามทิ้งไว้มันหนักหนากว่ารอยเล็บข่วนนี้มากนัก หากแต่ความ ‘ห่วงใย’ ของคุณหมอที่เหมราชไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับทำให้เขาไปไม่เป็น มันมีอานุภาพทำลายล้างยิ่งกว่าขีปนาวุธโทมาฮอว์ค มันทำให้หัวใจที่แข็งแกร่งของราชสีห์สั่นคลอนหนักหน่วง ชายหนุ่มตั้งสติพยายามเรียกฟอร์มคืนด้วยการกระแอมเบาๆ แล้วเปิดขวดยาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยถนัดหนัก

“เอ้อ ล้างหน้าก่อนสิคะ แล้วค่อยใส่ยา” คุณหมอบุ้ยใบ้ไปที่ขวดน้ำเปล่าที่เขาจิบไปได้นิดหน่อย เหมราชว่าง่ายไปเสียทุกอย่างในยามนี้ เขาเทน้ำราดลงที่หน้าตัวเองทันที เช็ดเรียบร้อยด้วยผ้าเช็ดหน้าที่พกไว้ตลอดแต่ไม่เคยได้ใช้งาน หากความทุลักทุเลกลับมาเกิดตอนเขาพยายามจะหยอดยาลงบนแผลด้วยตัวเอง เก็ดถวาลุ้นอยู่สักพักแล้วก็ถอนหายใจ เธอล้างมือตัวเองแล้วจัดการดึงขวดยามาไว้ในมือ

“ฉันใส่ให้ ย่อตัวลงหน่อยสิ ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์” เธอแหงนหน้าช้อนสายตาดุๆ ขึ้นมองเขา คนตัวยักษ์คลี่ยิ้มก่อนจะย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเธอ สายตาของคุณหมอแน่วแน่อยู่กับแก้มซ้ายของเขา หากสายตาของเขากลับพิศมองทั่วดวงหน้าหวานที่แสนธรรมชาติ เก็ดถวาผิวขาวละเอียดจนแทบเห็นเส้นเลือด แก้มเธอสีชมพูใสเหมือนแก้มเด็ก ริมฝีปากคู่สวยก็ดูนุ่มเนียน คิ้ว ขนตา และเรือนผมสีดำสนิทตัดกันผิวขาวๆ อย่างโดดเด่น เรียกได้ว่ามีเครื่องหน้าที่แทบจะไม่ต้องง้อเครื่องสำอางเลยทีเดียว เหมราชรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนขึ้นมาแปลกๆ เมื่อนิ้วเล็กๆ ของคุณหมอแตะไปบนแก้มสากๆ และร้อนขึ้นอีกนิดเมื่อลมหายใจของเธอปัดแผ่วมาโดนใบหน้ากร้านๆ ของเขาอย่างไม่ตั้งใจ มันร้อนจนชายหนุ่มต้องขอทำปากแมวใส่หมอเพื่อบดบังอาการวูบวาบแสนประหลาดนี้

“ผมสูง 190 ก็มาตรฐานผู้ชายอเมริกันทั่วไปนะ หมอเตี้ยเองรึเปล่า โอ๊ย” ความปากแมวโดนตอบโต้ทันทีด้วยมือซ้ายที่ประคองใบหน้าของเขาให้อยู่นิ่งพลันหยิกเข้าให้ที่แก้มสากนั้นอย่างแค้นเคืองชายหนุ่มสะดุ้งโหยง สายตาดุๆ ตวัดมองค้อนขวับ ก่อนจะแปะพลาสเตอร์ลงไปอย่างกระแทกกระทั้น

“ผมขอโทษน่า แหย่เล่นเอง ทำไมดุจัง หืม” เขาไม่เจ็บเท่าไรหรอกเก็ดถวารู้ดี เพราะพ่อตัวร้ายยังคงลอยหน้ามองเธออย่างล้อเลียนเหมือนหญิงสาวเป็นเด็กหญิงขี้งอนตัวน้อยๆ ไม่ได้เกรงใจหน้าดุๆ ที่เธอพยายามปั้นมาตลอดยี่สิบกว่าปีเลยสักนิด ! 

นักธุรกิจใหญ่ยืดตัวขึ้นอย่างอิดออดเมื่อเธอจบกระบวนการทำแผลแบบง่ายๆ ริมคลองยามเย็น เหมราชกอดอกแล้วพิจารณา “แต่หมอรู้ไหม ถึงหมอจะ ‘ตัวเล็ก’ แค่นี้ แต่เวลาหมออยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอดูตัวใหญ่มากเลยนะ ดูเป็นควีนเลย เอ แต่ควีนดูอาจจะอายุมากไป เป็นเจ้าหญิงดีกว่า เจ้าหญิงแห่งห้องฉุกเฉิน”

เก็ดถวานิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น... “เจ้าหญิง....” ดวงตากลมมีประกายบางอย่างแปลกๆ ที่เหมราชสังเกตได้ แต่เธอก็ซ่อนมันกลับลงไปได้อย่างมิดชิด ‘เจ้าหญิง’ ทรุดตัวลงนั่งที่บันไดท่าน้ำ มองดวงอาทิตย์ลูกกลมที่ถูกภูเขาสูงกลืนกินลงไปได้ครึ่งดวงแล้ว

“คุณคงไม่เคยเจออะไรแบบนี้สินะ ที่ทำงานของคุณ...คงอยู่บนชั้นที่สูงที่สุดของตึกแฮมิลตัน เห็นนิวยอร์กได้ทั้งเมือง หรูหราครบครัน อุ่นสบายในวันที่อากาศหนาว และเย็นฉ่ำในวันที่อากาศร้อน เข้าออฟฟิศทีก็คงมีแต่คนเกรงใจก้มหัวให้ วันๆ นั่งดูแต่ตารางหุ้น มีกาแฟมาเสิร์ฟถึงบนโต๊ะในเวลาบ่ายสามเป๊ะของทุกวัน คงไม่เคยต้องมาอดหลับอดนอน กินข้าวกลางวันตอนห้าโมงเย็นเป็นเรื่องปกติ แถมยังโดนคนไข้วีนแตกแบบฉัน”

ซีอีโอฟังแล้วอมยิ้มบางเบา นั่งลงข้างเธอ เก็ดถวามองเห็นเขาเป็นแค่นักธุรกิจที่เกิดมาบนกองเงินแล้วลอยชายเล่นหุ้นไปวันๆ อย่างนั้นหรือ โลกของทริปเปิลเอชมันซับซ้อนกว่านั้นมาก และทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก

“ก็ใช่ แต่ไม่ทั้งหมดหรอก ตำแหน่งซีอีโอไม่ได้มีไว้แค่ใช้เซ็นหนังสือนะ หมอรู้ไหม ผมเคยต้องบินด่วนจากไทเปมาภูเก็ตด้วยเรื่องเส้นผมแค่เส้นเดียว”

คุณชายใหญ่เปิดประเด็นจนคุณหมอหันมองเขาอย่างสงสัย

“มีอาเสี่ยนักธุรกิจใหญ่คนนึงบินมาร่วมงานอะไรสักอย่างที่ภูเก็ต พาเมียมาด้วย รุ่งขึ้นสามีออกไปทำงาน เมียออกไปเที่ยวช้อปปิ้งอยู่ในตัวเมือง เมียกลับมาที่โรงแรมก่อนในตอนเย็น เธอโวยวายเป็นบ้าว่าแม่บ้านทำห้องไม่สะอาดเพราะทำเส้นผมตกไว้บนโซฟาเส้นหนึ่ง ผู้จัดการโรงแรมเรียกแม่บ้านมา เด็กก็ยืนยันว่าไม่ใช่ผมเธอเพราะผมเธอยาวก็จริงแต่ไม่ได้ยาวขนาดนั้น และแม่บ้านของเราจะเก็บผมเรียบร้อยทุกคน เมียเสี่ยไม่ยอมท่าเดียว หาว่าแม่บ้านไม่ใส่ใจ ไม่สมราคาค่าวิลลาคืนละหลายหมื่น แม่บ้านยืนยันหนักแน่นว่าเธอทำความสะอาดห้องดีแล้วทุกซอกทุกมุม ไม่มีทางจะมีผมเธอหรือผมใครตกอยู่แน่ แต่คุณนายนั่นหาว่าแม่บ้านก้าวร้าวและเถียงคำไม่ตกฟาก เธอหันไปกดดันผู้จัดการ ผู้จัดการก็เห็นว่าแขกเป็นคนดัง ก็บังคับให้เด็กแม่บ้านก้มกราบคุณนายกลางล็อบบี้ไม่อย่างนั้นจะไล่ออก คุณนายก็รอเด็กกราบเท้าเตรียมจะไลฟ์สดลงเฟซบุ๊คทีเดียว แต่เด็กคนนั้นไม่ยอม คุณนายก็ยิ่งโมโห ทีนี้ฟาดงวงฟาดงาอาละวาดทั้งโรงแรม จะฟ้องร้อง จะร้องเรียนสมาคมธุรกิจโรงแรม จะฟ้องสื่อเรียกนักข่าวกันมาใหญ่โต ตอนนั้นผมประชุมอยู่ที่ไทเป ใกล้ภูเก็ตที่สุดในจำนวนพี่น้อง เลยต้องบินด่วนข้ามประเทศมาเพื่อจัดการเคสนี้”

“แล้วคุณทำไง” เก็ดถวาคิ้วขมวดสนใจจริงจัง กัดหมูปิ้งในถุงที่ยังเหลืออยู่ไปด้วย

“ผมเรียกดูกล้องวงจรปิดทั้งโรงแรม ตรงบริเวณวิลล่าที่ผัวเมียนั่นอยู่ไม่ได้ติดวงจรปิดไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวของแขกก็จริง แต่ประตูด้านหลังที่ติดหาดมีกล้องอยู่ และทำให้เราได้เห็นว่า สามีของคุณนายพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา ผู้หญิงที่มีผมยาวสีดำเท่าๆ กับที่ตกอยู่บนโซฟาเป๊ะทีเดียว” 

เก็ดถวาตาโตตอนส่งก้อนข้าวเหนียวเข้าปากตามหมูชิ้นสุดท้ายที่กลืนลงท้อง เหมราชเล่าต่อเหมือนกำลังเล่านิทานผจญภัยให้คนฟังได้ตื่นเต้นตาม

“พอสามีกลับเข้ามา คาดคั้นกันจนสรุปได้ว่าตอนเมียออกไปช็อปปิ้ง ผัวที่ทำทีว่าออกไปคุยงานกลับหิ้วผู้หญิงที่เดินไปมาอยู่หน้าหาดของโรงแรมเข้ามานอนด้วย แต่จะนอนเตียงก็กลัวเมียจับได้เลยไปทำกันบนโซฟาแล้วก็รีบออกไปก่อนหน้าเมียจะเข้าห้องมา”

คนที่ฟังมาอย่างตั้งใจถึงกับอ้าปากค้าง “เสื่อมจริงๆ....แล้วคุณจัดการไงต่อ”

“พอรู้ความจริงอะไรกันแล้ว ผัวเมียก็ทนอายไม่ไหว เช็กเอาท์ไปในคืนนั้นเลย ส่วนผู้จัดการโรงแรม ผมสั่งพักงานในฐานะที่แก้ปัญหาได้ห่วยแตก”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเห็นสมควรไปด้วย “แล้วเด็กแม่บ้านล่ะคะ”

“ผมให้ค่าทำขวัญและให้หยุดงานได้เป็นกรณีพิเศษ พอรุ่งขึ้น ผมไปที่บ้านของเด็กคนนั้น แล้วไปกราบขอโทษพ่อแม่ของเธอ” 

คราวนี้เก็ดถวาหันมองเขาจริงจังอย่างไม่อยากเชื่อ เหมราชเล่าต่อ ความรู้สึกที่ต้องแก้วิกฤตในวันนั้นยังจำได้แม่น “ถึงแม่บ้านคนนั้น จะเป็นแค่ลูกสาวคนงานในสวนยาง บ้านที่อยู่ก็ซอมซ่อเล็กกว่าวิลล่าที่สามีภรรยาคู่นั้นอยู่ แต่เธอก็ไม่ควรต้องถูกทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์แบบนั้น ถึงไม่ได้กราบเท้าคุณนายแต่เธอก็โดนถ่ายคลิปถ่ายทอดกันไปทั่ว ต้องร้องไห้อับอายอยู่ในหมู่คนที่มุงดูกลางล็อบบี้ ผมเป็นเจ้านาย แต่กลับปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดกับลูกน้องของผมในโรงแรมของผมเอง ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เลยที่ผมจะไม่ไปขอโทษพ่อแม่ของเด็กคนนั้น ทั้งเด็กทั้งพ่อแม่ทั้งลูกน้องที่ไปด้วยต่างตกใจที่ผมทำแบบนั้น แต่ผมไม่แคร์หรอกนะ สุดท้ายเรื่องก็จบด้วยดี”

คนฟังคิดภาพตามแล้วหน้าเครียดไปด้วยอย่างขัดอกขัดใจ “ไม่ใช่ความผิดคุณเลย ความผิดของผู้จัดการด้วยแท้ๆ”

“ไม่ใช่ความผิด แต่คือความรับผิดชอบ”​ เหมราชตอบยิ้มๆ รู้สึกขำดีอีกแล้วที่เรื่องซีเรียสแบบนี้กลายเป็นเรื่องที่ทำให้เธอหยุดขู่ฟ่อใส่เขาแล้วหันกลับมาฟังเหมือนเด็กหน้าห้องที่ตั้งใจเรียนเอามากๆ เรื่องหนักๆ ในการทำงานแบบนี้ทำไมถึงกลายเป็นสนธิสัญญาหยุดยิงที่ทรงประสิทธิภาพไปได้... 

“ก็เหมือนกับที่หมอขอโทษยัยป้านั่นก่อนไง ไม่ใช่ความผิดของหมอ แต่เป็นความรับผิดชอบในฐานะของคนที่มีอำนาจสูงสุดในตรงนั้น เราอยู่ในจุดที่ต้องรับผิดชอบแม้จะต่างสถานที่ แต่เราก็ไม่อาจละเลยต่อทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในที่ของเราได้ แม้เราจะไม่ได้ทำก็ตาม”

เหมราชหันกลับมามองคนที่นั่งข้างๆ ล็อคสายตาคมๆ ที่ดวงตาสีนิลคู่งามคู่นั้น ในโมงยามที่ดวงตะวันลับลาอยู่เบื้องหน้า เหลือเพียงท้องฟ้าสนธยาสีสดฉ่ำที่กำลังจะถูกราตรีเข้าครอบครอง เก็ดถวานั่งนิ่งเหมือนต้องสาป อยากหลบตาเหมือนที่เคยทำ แต่นาทีนี้กลับเหมือนมีแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่ทำให้เธออยากที่จะ ‘ลอง’ มองเขากลับดูบ้าง แล้วหญิงสาวก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดผิดที่ลองเล่นกับไฟ

“แต่โชคดีของยัยป้านั่นแล้วที่สาดคุณด้วยน้ำเปล่าเฉยๆ ถ้าเป็นอะไรที่ร้ายแรงกว่านั้น ผมได้ฆ่าคนในห้องฉุกเฉินแน่” เหมราชพูดอย่างจริงจังและไม่ละสายตาไปที่อื่นเลยตอนเอ่ยออกมา พูดแล้วก็ยิ่งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แม้ไม่มีร่างกายส่วนใดสัมผัสกัน หากแค่สายตาและคำพูดที่ตีความได้หลายแบบนั้นก็เพียงพอแล้วที่คุณหมอจะสะท้านไหวไปทั้งตัว...และหัวใจ

เกินไปแล้ว...ผู้ชายคนนี้...อันตรายเกินไป เขาทำให้เจ้าหญิงน้ำแข็งแบบเธอใจสั่นจากการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการจัดการภาวะวิกฤตของผู้นำเนี่ยนะ...อะไรกันเนี่ย !!! 

เก็ดถวาหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายส่งสัญญาณดังว่ามีข้อความเข้ามา หญิงสาวหยิบขึ้นอ่านแล้วก็ลุกพรวด พยายามทำตัวปกติ 

“พี่ชายฉันมารออยู่ที่ร้านกาแฟแล้ว ไปก่อนนะ”

“ผมเดินไปส่งที่ร้าน” เหมราชลุกขึ้นตามช้าๆ ไม่รีบร้อน หากแฝดน้องของเพียงดินตาโตรีบห้ามทันที

“ไม่ต้อง ! จะเสนอหน้าไปให้ดินโมโหทำไม ดินอุตส่าห์ลืมๆ เรื่องซื้อที่ไปแล้ว โผล่ไปให้เขาอารมณ์เสียขึ้นมา เดี๋ยวโดนยิงสวนออกมาไม่รู้ด้วย” เพียงดินแม่นปืนก็จริงแต่เขาไม่เคยทำหรอก เขาไม่ใช่นักเลงหัวไม้ แต่คุณหมอเก็ดถวาก็ต้องพูดโอเวอร์ให้อีกฝ่ายล่าถอยเพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศมาคุไปบ้าง

เหมราชหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ยี่หระเลยสักนิด ท่าทางองอาจไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด

“เก็ดถวา ในโลกนี้ไม่ได้มีแต่พี่ชายคุณที่จะยิงปืนเป็นอยู่คนเดียวหรอกนะ...”  





—————————————-

*arrest = ภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) เกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างฉับพลันซึ่งเป็นการที่คลื่นไฟฟ้าภายในหัวใจมีการเต้นที่ผิดปกติอย่างสิ้นเชิง และเนื่องจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ จึงทำให้เมื่อคลื่นไฟฟ้าเหล่านี้มีความผิดปกติ หัวใจจึงเกิดการหยุดเต้นและผลที่มักพบได้บ่อยที่สุดของภาวะนี้ คือ การเสียชีวิตอย่างฉับพลัน

*CPR = Cardiopulmonary resuscitation) หมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร 

*defibrillator = เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า

*pitting edema = ภาวะบวมน้ำที่แขนและขา

*pulse = ชีพจร


*******************

55% แรกมีรีไรท์เล็กน้อยนะคะ กลับไปย้อนอ่านได้เพื่อ 45% หลังจะได้กลมกลืนขึ้นค่ะ

พาร์ตหลังยกให้คุณชายใหญ่กับคุณหมอเขาไปนะคะ อิอิ

เป็นการเรียนรู้อีกคนด้วยการสนทนาผ่านประสบการณ์ชีวิตและทัศนคติ

แทรกมุกหยอดจีบสาวแบบปากแมวของพี่เฮคเป็นระยะ 555555

คือคนเขียนก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะผจญภัยเลือดสาดกันแค่ไหน ช่วงไหนมุ้งมิ้งได้ขอใส่ไว้ก่อน 5555

ส่วนตอนหน้า เอ้า พี่เฮคกับพี่ดินป๊ะกันเน่อออ ใครจะอยู่ใครจะไป (แต่ขอเก็บไว้ทั้งคู่ดีที่สุดเนอะ 555)


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #366 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:10
    พี่ดหมน่ารักมากอ่ะ .... ก็จริงอย่างที่พี่เหมว่านะหมอแคท พี่ดินไม่ได้ยิงปืนเป็นคนเดียวนะ
    #366
    0
  2. #247 Moonoizz Lookkaew (@moonoizz-lk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:58
    พี่ใหญ่ของเราทำคุณหมอคนสวยใจเต้นได้ตอนชวนคุยเรื่องภาวะผู้นำ สุดไปเลยค่ะท่าน 5555 ประทับใจความคิดทั้งพี่เหม ทั้งคุณหมอเลยค่ะ เหมาะสมกันมากจริงๆ เป็นคู่ที่ลงตัวและดีงามมม

    จะขอชมอีกครั้งว่าข้อมูลทางการแพทย์และบริบทแวดล้อมของคุณแคลร์ดีมาก แน่นมาก แม้กระทั่งความคิดเกี่ยวกับระบบสาธาฯ เหมือนมานั่งอยู่กลางใจพวกเราเลยค่ะ ฮือออออ ขอบคุณมากๆ นะคะที่เข้าใจ TT
    #247
    0
  3. #217 veitan (@veitan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:06
    เพิ่งอ่านเรื่องราวของพี่บาสจบ ในใจคิดว่าไม่มีเรื่องของพี่เฮคบ้างหรอ จนไปค้นชื่อของคุณแคลร์ ค้นไปค้นมามาเจอเรื่องนี้เรื่องของพี่เฮค โอ้ยยย สมใจมากค่ะ กด Fav ไว้เลย หนังสือออกเดือนมีนาไม่ทันไม่เป็นไร ออกเดือนตุลาหรือเดือนไหนก็จะรอค่ะ มาอัพไวไวนะคะคุณแคลร์ นักอ่านคิดถึงทริปเปิ้ลเอชแล้วค่ะ ^^
    #217
    0
  4. #215 FC T.O.P (@em19shn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:58
    อ่านเพลินมากค่ะ ชอบการสนทนาพี่เฮกกับหมอ มากกก ดูเหมาะสมกันจังเลยสองคนเนี้ย ถ้าเราเป็นหมอก็หลงรักทริปเปิลเอช ไปแล้วอะ
    #215
    0
  5. #214 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:10
    มีความรู้สึกว่าจากฉากมุ้งมิ้งนี้แล้ว จะมีความหนักหน่วงตามมา ลุ้นทุกตัวอักษรเลยค่ะไรท์.
    #214
    0
  6. #213 jn326210 (@jn326210) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:38
    น่ารักมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วไปเลยคร๊าาาา
    #213
    0
  7. #212 บราวนี่หมักเบียร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:42
    ขอให้หมอแคลร์แก้สถานการณ์คนไข้ติดนิยายได้โดยเร็ว มีเท่าไหร่ใส่มาเลย เห็นตอนใหม่แล้วอารมณ์ดีค่า
    #212
    0
  8. #210 bjitra (@bjitra) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:51
    น่ารักกกก คิดถึงงงง มาไวๆนะคะ
    #210
    0
  9. #209 NonyPai (@nthinkam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:34
    รักหมอค่ะ หมอดูอึดถึกทนดี. หายากแบบนี้
    #209
    0
  10. #208 nuii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:48
    สนุกมากคะ รออ่านต่อนะคะ
    #208
    0
  11. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:15
    เก็ตถวาเป็นเจ้าหญิงจริงๆซินะเจ้าหญิงแห่งคีราลัย
    #207
    0
  12. #206 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:05
    เป็นการคุยเรื่องจริงจังที่น่ารักมากๆเลยค่ะ

    รอพี่ดินเจอกับพี่เฮคนะคะ
    #206
    0
  13. #205 reekla (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:58
    สนุกมากค่ะชอบการวางเรื่องที่มีหลักวิชาการแทรกเป็นความรู้และไม่เครียดมีบทหวานๆของพระนางที่ใช้คำพูดมาเล่าเรื่อง เพิ่งรู้จักอ่านผลงานแต่ไม่ผิดหวังเลยจะหาผลงานเล่มอื่นๆต่อไปและลุ้นคู่ของพี่เฮคกะหมอขอมีบทหวานๆด้วยคร่าาา
    #205
    0
  14. #204 pencil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:51
    โอ๊ย ละมุนละไมทำไมมันน่ารักขนาดเน้คะ ไร้ท์
    #204
    0
  15. #203 =^_^=SL-d@o+ (@dao_vy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:20
    อ่านไปยิ้มไป ชอบบบ
    #203
    0
  16. #202 gibbsfreeenergy (@gibbsfreeenergy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:45
    โอ๊ย ดี
    #202
    0
  17. #201 Pachara Prasongdee (@ptumka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:25
    อ่านนิดอ่านหน่อย มันก็ชุ่มชื่นหัวใจนะคะ เพราะเป็นนิยายของไรท์ที่เรารักและชอบ และเป็นเรื่องของพี่ใหญ่เฮคเตอร์ที่เราลุ้นและรอคอย ซ้ำกะลังได้คุยกะสาว.....ฟินสุดๆ
    #201
    0
  18. #198 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:48
    มงลงแล้วค่ะเฮ็ก ได้ใจสาใไปเต็มๆ
    #198
    0
  19. #193 Wan Lawan (@wanlawan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:29
    สนุกมากกกกค่าาาา :-))
    #193
    0
  20. #192 sommapun (@sommapun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:22
    นี่เค้าแค่มุ้งมิ้งกันเล็กๆน้อยๆ แต่ทำไมสปาร์คมันรุนแรงอย่างงี้
    #192
    0
  21. #191 ancova554 (@ancova554) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:12
    น่ารักมากคะ ตอนต่อไปมาเร็วๆนะคะรออ่านคะ
    #191
    0
  22. #190 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:52
    หวานนิดๆ มาบ่อยๆ สไตล์นี้ ชอบค่า ขนาดคุยถึงความรับผิดชอบของภาวะผู้นำ แต่ทำเราฟินได้ โฮ๊ะๆ
    #190
    0
  23. #189 NitthaNa (@NitthaNa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:25
    ชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ “ไม่ใช่ความผิด แต่คือความรับผิดชอบ” ข้อคิดดีๆที่ควรทำ ❤️
    #189
    0
  24. #188 natda9 (@natda9) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:25
    โอ้ยยยย น่ารักหนักมากกกก
    #188
    0
  25. #187 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:10
    คุณหมอ ได้เห็นอีกมุมของ HHH
    #187
    0