สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 133,390 Views

  • 1,157 Comments

  • 1,260 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,984

    Overall
    133,390

ตอนที่ 6 : Chapter 4 (1) : บันทึกแห่งทุกนาทีที่ผันแปร | Every minute journal [55%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    1 ก.พ. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 4 (1)

บันทึกแห่งทุกนาทีที่ผันแปร | Every minute journal


ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลน้ำรินบ่ายวันนี้ดูจะสงบขึ้นกว่าหลายวันที่ผ่านมา หมอและพยาบาลพอได้มีเวลาพักหายใจหลังจากทำแผลและฉีดยาให้ผู้ป่วยเคสล่าสุดที่ถูกสุนัขกัดเสร็จสิ้น เก็ดถวาถูกคุณพยาบาลอรอุมาหัวหน้าพยาบาลห้องฉุกเฉินไล่ให้ไปกินข้าวเพราะเวลาล่วงเลยมาจนเกือบบ่ายสามแล้ว แต่คุณหมอก็ยังขอใช้เวลาว่างอันน้อยนิดในการขึ้นมาดูอาการของเด็กหญิงข้าวตูที่ห้องพักรวมผู้ป่วยหญิงก่อนไปโรงอาหาร

ล่าสุดที่ได้คุยกับแพทย์หญิงปทิตตาผู้เป็นแพทย์เจ้าของไข้ ข้าวตูยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่ตอนนี้เด็กหญิงเริ่มมีสติลืมตาตื่นได้แม้จะยังอ่อนเพลียและดูจะงอแงไม่น้อยกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ถูกใส่ไว้กับตัว ส่วนแผลบริเวณที่ถูกกัดก็ยังคงต้องล้างทำความสะอาดและรักษากันอย่างใกล้ชิด เก็ดถวายิ้มเมื่อเข้าประตูห้องพักรวมมาก็เห็นพี่จุ๊บแจงกับนายข้าวตังยังคงเฝ้าข้างเตียงหนูน้อยไม่ห่าง ส่วนอีกคนนั้น...

หืม...อีกคน ?! แม้เห็นแต่แผ่นหลัง แต่คุณหมอก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ! เขามาทำไม !?

เก็ดถวาหยุดกึกอย่างตั้งหลักก่อนถึงเตียงของข้าวตู ใช้ม่านที่เปิดไว้ครึ่งเดียวของเตียงข้างๆ ที่ผู้ป่วยเจ้าของเตียงลุกไปเข้าห้องบังตัวไว้หมิ่นๆ นึกไม่ออกเสียดื้อๆ ว่าจะเข้าไปแล้วต้องทำหน้าและต้องพูดอะไร เสียงนายข้าวตังดังลอยเข้าหู พร้อมทีท่าแสนยินดีของหนุ่มน้อย เก็ดถวาแง้มม่านมาเหลือบมอง เธอจึงได้เห็นว่าบนเตียงของข้าวตูมีตุ๊กตายูนิคอร์นสีชมพูแหวววางไว้ ส่วนที่โต๊ะหัวเตียงก็เต็มไปด้วยของกินของใช้ที่จำเป็นของแม่ลูกในช่วงที่ต้องอยู่เฝ้าเด็กหญิงที่โรงพยาบาล  

“ขอบคุณมากครับ” ข้าวตังพยายามพูดภาษากลางแม้สำเนียงจะยังฟังแปร่งๆ เหมราชเห็นรอยยิ้มที่คลายกังวลขึ้นของทั้งแม่ลูกชาวไร่แล้วก็อดรู้สึกสุขไปด้วยไม่ได้ รู้สึกสะท้อนใจอยู่ไม่น้อยที่ก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าพ่อของข้าวตังข้าวตูเป็นไข้ป่าตายไปตั้งแต่เด็กหญิงอายุได้แค่สามขวบ นางจุ๊บแจงก็ทำงานในไร่เลี้ยงลูกสองคนอย่างขยันขันแข็ง ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่อย่างไม่ย่อท้อ

“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยกัน ลูกเจ็บแบบนี้เดี๋ยวเราแม่ลูกก็ต้องหยุดงานมาเฝ้าน้อง อยู่โรงพยาบาลจะได้มีอะไรกิน ไม่ต้องเสียตังค์ออกไปซื้อกินทุกมื้อ”

นายข้าวตังยิ้มปลื้ม “คุณลุงใจดีจัง” 

เออ เกือบจะยิ้มรับปลื้มปริ่มได้อยู่แล้วล่ะ แต่เดี๋ยว... 

“ลุง !?!?”

‘ลุง’ หน้ายุ่งสนิท แต่คนที่แอบฟังอยู่หลังม่านแทบจะกลั้นขำไว้ไม่ไหว ข้าวตังยังอธิบายต่อแบบหน้าซื่อๆ สิ้นดี “ก็แม่เคยบอกว่า คนที่อายุมากกว่าพ่อกับแม่ก็ต้องเรียกลุง”

“แจงอายุเท่าไหร่” เหมราชหันไปถามแม่ข้าวตู หน้าหล่อบึ้งสนิท แต่เก็ดถวากลับรู้สึกได้ว่ามันจะต้องเป็นหน้าที่น่าขันเอามากๆ และเธออยากเห็นหน้าเขาตอนนี้ชะมัด คุณลุงเหมราช !

“เอ้อ...สามสิบหกเจ้า”

“เอ้ย งั้นเรียกอาก็พอสิ !” 

สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนข้าวตังจะได้พูด คนเป็นแม่ก็รีบปรามอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

“ไอ้ตังอย่าไปเรียกคุณเปิ้นว่าลุงว่าอา บ่เอา หื้อเรียกคุณหรือเรียกนาย” เหมราชพอฟังรู้เรื่องแล้วทีนี้

“ไม่เป็นไรหรอก เรียกอะไรก็ได้ ฉันไม่ได้มียศศักดิ์อะไร คนธรรมดาๆ นี่แหละ เรียกอาก็ได้ข้าวตัง”

หนุ่มข้าวตังยิ้มกว้างเห็นฟันขาววับ “อาอะไรครับ คุณลุง เอ้ย คุณอา”

“อา...เฮคเตอร์...” เหมราชบอกชื่อพื้นๆ ที่คนอเมริกันทั้งประเทศรู้จักและเรียกได้ แต่ข้าวตังกลับนิ่งไป ทำหน้างงแบบไม่มีเสแสร้ง เหมราชถอนหายใจ อาจเรียกยากเกินไป “ชื่อเหมราช เออคือ...อยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ”

“ขอบคุณครับ คุณอา...หรั่ง” เหมราชงงบ้าง ก่อนจะสรุปได้ใจความ หรั่งมาจากฝรั่งแน่ ลืมไปสนิทว่ารูปลักษณ์ท่าทางภายนอกของเขาเหมือนฝรั่งมากกว่าคนไทย ส่วนนายข้าวตังหาจุดลงตัวได้ก็ยิ้มแฉ่ง ยกมือไหว้ปลกๆ “ขอบคุณที่ช่วยน้องผมด้วย”  

อาหรั่งของข้าวตังสบตาหนุ่มน้อย เห็นแววตาที่ใสซื่อจริงใจ “อันที่จริง ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้านายของพวกเรานั่นแหละที่ช่วยข้าวตูไว้ รู้ไหม การผายปอดกับปั๊มหัวใจเนี่ยมันเหนื่อยอยู่นะ ปกติต้องมีคนเวียนกันช่วยปั๊ม นี่หมอปั๊มมาคนเดียวกว่าจะถึงโรงพยาบาลก็คงแทบจะหมดแรงเลยล่ะ พวกเราน่ะ ต้องกตัญญู ดีกับเขาให้มากๆ นะ”

เก็ดถวายืนนิ่งอยู่หลังม่าน... หากเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่รู้จักบังเกิดขึ้น คุณหมอคลี่ยิ้มบางเบาออกมาโดยไม่รู้ตัว จุ๊บแจงฟังนายฝรั่งแล้วก็ยกมือไหว้ ‘ความดี’ นั้น

“คุณหมอใจดีตั้งกะยังเป็นละอ่อนจนโตเป็นสาว คนตี้บ่อฮู้จักก็ว่าว่าเปิ้นเป็นคนขี้สวก แต่แต๊ๆ แล้วเปิ้นเป็นนางฟ้า ทั้งงามทั้งใจดี แม่เลี้ยงกับคุณดินก็ประเสริฐขนาด จะหานายตี้ใดเมตตาจะอี้บ่มีแล้ว ครอบครัวเฮาเป็นหนี้ชีวิตหมู่เขาบ่ฮู้เต้าใดเลย หื้อทั้งงาน หื้อทั้งความเป็นอยู่สุขสบายจ๊าดนัก เจ็บป่วยอะหยังก็ฮักษาหื้อ ถ้าเปิ้นบ่ไล่แจงออกเอง แจงก็จะขอยะงานจนตายอยู่กับไร่มอกกำปอนี่ล่ะเจ้า” (คุณหมอใจดีตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว คนที่ไม่รู้จักก็ว่าว่าเธอเป็นคนดุ แต่จริงๆ แล้วเธอเป็นนางฟ้า ทั้งสวยทั้งใจดี แม่เลี้ยงกับคุณดินก็ประเสริฐเหลือเกิน จะหานายที่ไหนเมตตาเท่านี้ไม่มีแล้ว ครอบครัวเราเป็นหนี้ชีวิตพวกท่านไม่รู้เท่าไหร่เลย ให้ทั้งงาน ให้ทั้งความเป็นอยู่สุขสบายมาก เจ็บป่วยอะไรก็รักษาให้ ถ้าท่านไม่ไล่แจงออกแอง แจงก็จะขอทำงานจนตายอยู่กับไร่มอกกำปอนี่ล่ะค่ะ)

นายข้าวตังทำหน้าที่ล่ามได้ดีนัก เหมราชฟังแล้วยิ้ม รู้สึกอิ่มเอมบอกไม่ถูก นึกถึงพนักงานหลายระดับที่อยู่รอบตัวเขา เกือบทุกคนมีดีกรีจากสถานศึกษา ไม่ก็มีประสบการณ์โชกโชนจากบริษัทชั้นนำ หลายคนเป็นคนเก่งระดับหัวกะทิแต่คนพวกนั้นก็ได้รับการยึดโยงให้ภักดีด้วยค่าจ้างที่แพงลิบลิ่ว และถ้าหากมีบริษัทอื่นเสนอค่าตอบแทนได้สูงกว่าก็พร้อมจะโบยบินจากองค์กรไปทุกเมื่อ  

แล้วหันกลับมาดูคนกลุ่มนี้...หัวใจของพวกเขาเป็นอะไรที่ดูออกได้ง่ายดายไม่ซับซ้อนจนนิดเดียว มันคือการให้ การรับ และตอบแทนอย่างจริงใจที่สุดแล้ว เป็นการทำงานที่เกื้อกูลกันด้วยความบริสุทธิ์ใจเฉกเช่นเครือญาติ เสน่ห์ของวิถีแบบไทยๆ และแบบชาวบ้านๆ   

“อ้าว คุณหมอแคท มาเยี่ยมข้าวตูหรือคะ มายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่เข้าไปล่ะคะ” คุณพยาบาลที่ช่วยพยุงคนไข้มาที่เตียงข้างๆ ร้องทักขึ้นอย่างแสนซื่อพร้อมทั้งเปิดม่าน ส่งผลให้ทั้งจุ๊บแจง ข้าวตัง และแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนหันไปมองเป็นตาเดียว คุณหมอเก็ดถวายืนเก้อ ยิ่งตอนสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่มีประกายล้อเลียนฉายขึ้นในทุกครั้งที่มองเธอของผู้ชายคนนั้นด้วยแล้ว... 

“เอ้อ...ตัวเล็กตื่นบ้างหรือยังพี่แจง” คุณหมอห้องฉุกเฉินก้าวเข้าไปยืนข้างเตียง ฝั่งตรงข้ามกับซีอีโอใหญ่แห่งแฮมิลตัน

“ตื่นมาสะลึมสะลือ นี่ก็เริ่มหลับไปอีกรอบแล้วเจ้า” 

คุณหมอก้มดูแผลงูกัดที่ขาของเด็กน้อยอย่างพิจารณา “หมอป่านขึ้นมาดูแล้วตอนเช้าใช่ไหม ก็ยังจะเพลียๆ อยู่แบบนี้ล่ะนะ แต่เดี๋ยวก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้วล่ะไม่ต้องห่วง แล้วก็ต้องให้ยาฆ่าเชื้อเพราะที่ปากงูน่ะมีเชื้อโรคอยู่ ส่วนแผลก็ต้องล้างทำความสะอาดกันไปทุกวันจนกว่าจะหาย ช่วงแรกๆ นี้ก็...อยู่โรงพยาบาลไปก่อนเนอะ” 

แพทย์หญิงเก็ดถวาอธิบายให้คนแม่ฟังด้วยภาษาเข้าใจง่าย มองเด็กหญิงที่ตนเองเพิ่งช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อคืนอย่างอารี เหมราชลอบมองเธอทุกการเคลื่อนไหว หญิงสาวดูสดใสขึ้นแล้ว เธอมาทำงานตามปกติและอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีเบจทรงสุภาพสวมทับด้วยเสื้อกาวน์แบบสั้นดูสะอาดตากว่าเมื่อวานที่แสนจะมอมแมมนัก ดูเผินๆ ก็ดูเป็นคนดุจริงๆ เพราะหน้านิ่งเหลือเกิน แต่ถ้าดูกันจริงจังแล้ว สายตาของหมอนั้นมีแววแห่งความเมตตาล้นเหลือสมเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อคนอื่น

“ข้าวตังเฝ้าน้องเองครับคุณหมอ อาหรั่งเอาของกินมาให้เต็มเลย” นายข้าวตังชี้ไปที่ขนมนมเนยสองถุงยักษ์ที่หัวเตียง “เมื่อกี้น้องตื่นมาร้องไห้ แต่ได้ตุ๊กตาม้ามีหงอนตัวนี้ไปก็เงียบแล้วหลับไปเลยครับ”

“ข้าวตังไม่ต้องมาเฝ้าน้องทุกวันหรอก ต้องไปเรียนหนังสือด้วยเข้าใจไหม เดี๋ยวให้พวกที่ไร่มาช่วยกัน” 

เก็ดถวาสั่งเด็กชายด้วยเสียงดุๆ ก่อนมองของต่างๆ อย่างหมั่นไส้แล้วก็ตวัดสายตาเย็นเยียบมาที่พ่อบุญทุ่ม

“สายเปย์หรือไงคุณน่ะ จะลงสมัคร อ.บ.ต. สมัยหน้าหรือไง” เหมราชเกือบจะขำพรวดออกมา เธอกำลังทำท่าเป็นนางเสือ แต่ให้ตายเถอะ หน้าเด็กๆ ตาโตๆ หัวยุ่งๆ นั่นมัน...โคตรน่าเอ็นดูเลย

“ผมไม่ได้เปย์ให้หมอ จะเดือดร้อนทำไมเนี่ย” 

“คิดจะเอาคนของฉันเป็นพวกด้วยของพวกนี้หรือไง” เธอกล่าวหาเขาต่อด้วยประโยคภาษาอังกฤษชัดเป๊ะ

“ถ้าหมอคิดว่าคนของหมอซื้อได้เพียงแค่ของพวกนี้ หมอก็ดูถูกคนของตัวเองเกินไปนะ ผมแค่เห็นใจกับสงสารเด็ก ไม่ได้เลยหรือไง” เหมราชตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษอย่างใจเย็นราวกับพูดอยู่กับเด็กน้อย เก็ดถวาหน้าตึง ฉุนวิบ แต่ยังไม่ทันที่สงครามเย็นของหมอกับซีอีโอจะดำเนินต่อ โทรศัพท์ของหญิงสาวก็สั่นรัวอยู่ในกระเป๋ากางเกง

“หมอคะ ! มีเคสผู้ป่วยหมดสติแต่ยังมีสัญญาณชีพ กู้ภัยกำลังนำส่งโรงพยาบาล จะถึงในอีกสิบนาที” เสียงคุณอรอุมาพยาบาลห้องฉุกเฉินโทรตามเสียงตื่น

“จะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” คุณหมอไม่มีเวลาขึ้นสังเวียนต่อ เธอผลุนผลันออกจากห้องพักผู้ป่วยทันที เหมราชมองแล้วหน้าเครียดตามไปด้วย รู้สึกว่าโลกของเก็ดถวาช่างผันแปรเร็วนัก เขาเดินลงมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน มองเข้าไปก็เห็นเธอกำลังใส่ถุงมือยางอย่างเร็วรี่เตรียมพร้อมรับผู้ป่วย อึดใจเดียวรถกู้ภัยจากมูลนิธิก็วิ่งเลี้ยวฝุ่นตลบเข้ามาจอดหน้าห้องฉุกเฉิน ทั้งเวชกิจและพยาบาลเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว 

“ตอนอยู่ในรถคนไข้ยังคลำ pulse ได้ครับหมอ !” พี่กู้ภัยตัวโตคนหนึ่งตะโกนบอกเสียงดังฟังชัด 

คราวนี้โลกของเหมราชกำลังเปลี่ยนไปบ้าง ผู้ป่วยถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ผู้คนวิ่งวุ่นและทำงานอย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้า เขารู้ตัวดีว่าเป็นคนตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้รวดเร็วและเด็ดขาดที่สุดในบริษัท แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับการตัดสินใจของหมอและพยาบาลในภาวะฉุกเฉินแบบนี้

ผู้ป่วยเป็นชายชราอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีแน่ เขาเห็นเก็ดถวาเรียกผู้ป่วยและคลำชีพจรที่ใต้กรามก่อนที่เธอจะสั่งเสียงดัง ม่านรอบเตียงถูกรูดปิดมิดชิด

“คนไข้ arrest* ! ขอ CPR* เลยค่ะ เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ เตรียม defibrillator* !!!”

“Start CPR !” เวชกิจอีกคนขึ้นปั๊มหัวใจคนไข้ในทันที ในขณะที่คุณหมอก็ใส่เครื่องมืออ้าปากคนไข้แล้วใส่ท่อช่วยหายใจ นาทีแห่งการยื้อชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เครื่องกระตุ้นหัวใจถูกติดตั้ง พร้อมกับการเจาะเลือดและส่งให้แล็ปตรวจสอบในเวลาเดียวกัน 

“ขอ Monitor EKG EKG เป็น VF ค่ะ เตรียม defibrillation 200 jules” คุณหมอสั่งให้รู้โดยทั่วกัน เมื่อเครื่องกระตุ้นหัวใจพร้อมแล้ว ทั้งสองมือของเก็ดถวาถือ paddle หรือแผ่นขั้วไฟฟ้าทั้งสองไว้ก่อนจะนาบมันบนลำตัวของผู้ป่วย “ชาร์จนะคะ  ฉันถอย คุณถอย ทุกคนถอย ช็อกค่ะ !!”

“CPR ต่อเลยค่ะ !” พยาบาลอีกคนสับเปลี่ยนมาเป็นคนปั๊มหัวใจ เก็ดถวาสังเกตเห็นผิวของคนไข้คล้ำผิดปกติ และเท้าทั้งสองข้างที่บวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

“คนไข้มี pitting edema* ที่ขาสองข้างค่ะ” ในขณะที่คุณพยาบาลที่ติดมอนิเตอร์หันดูอีกทีก็เห็นสายล้างไต 

“มีสายล้างไตค่ะหมอ”

เก็ดถวาพอจะรู้สาเหตุแล้ว “คนไข้น่าจะเป็นโรคไตนะคะ พยาบาลคะ ถามญาติให้หน่อยค่ะว่าคนไข้ไม่ได้ล้างไตมากี่วันแล้ว !” 

เหมราชมองเห็นหญิงชราที่มากับลูกสาว ทั้งคู่กอดกันร้องไห้อย่างเงียบเชียบอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน วนเวียนมองผู้คนที่กำลังช่วยชีวิตบุคคลอันที่เป็นที่รักแบบใจไม่อยู่กับตัวแม้จะเห็นแค่ม่านสีเขียว ทั้งคู่ได้รับการขอร้องให้รออยู่หน้าห้อง มือของคุณป้ายกขึ้นพนม กำพระที่ห้อยคอตัวเองไว้ ราชสีห์หนุ่มแห่งแฮมิลตันรู้สึกว่าจุกในใจ น้ำลายฝืดคอขึ้นมาเสียอย่างนั้น คุณพยาบาลวิ่งออกมาซักประวัติผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและได้รู้ว่า

“ญาติที่บ้านบอกว่าแกไม่ได้ล้างไตมาสักอาทิตย์หนึ่งได้แล้วค่ะ” ลูกสาวบอกเสียงสะอื้น

“หมอคะ คนไข้มีประวัติรักษาโรคไตอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ไม่ได้ล้างไตมาหนึ่งสัปดาห์ค่ะ” คุณพยาบาลถ่ายทอดอาการให้คุณหมอทันที เสียงเก็ดถวาตะโกนสั่งยาดังออกมาทันทีผสมกับเสียงจากอุปกรณ์แพทย์ที่แสนจะบีบหัวใจ เหมราชพอจะนึกภาพออกว่าหลังม่านสีเขียวนั้นทุกคนกำลังเจอกับอะไร และมันทำให้เขาลุ้นไปกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนมือเย็นเฉียบแม้จะไม่เห็นอะไรที่หลังม่านนั้นเลย นึกถึงตอนที่ตัวเองไปออกหน่วยรบในอัฟกานิสถานในช่วงปีที่สองของการเป็นนาวิกโยธิน ที่ความเป็นกับความตายมีเพียงอากาศบางๆ เท่านั้นที่กั้นอยู่ แต่ที่ตรงนั้นไม่มีหมอ ไม่มีเครื่องมือช่วยชีวิตใดๆ มีแต่เพื่อนร่วมทีมที่ต้องช่วยเหลือกันเองจนนาทีสุดท้าย และเมื่อถึงที่สุดแล้ว ก็คงร้องขอได้เพียงความเมตตาจากพระเจ้าเท่านั้น...

การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพยังคงดำเนินต่อไปอีกนับสิบนาที หลังจากเก็ดถวาตะโกนช็อกอีกครั้งหนึ่ง อึดใจต่อจากนั้น ในที่สุด...

“คลำ Pulse* ได้แล้วค่ะ !” เสียงของคุณหมอมีความหวังขึ้นอย่างปิดไม่มิดทีเดียว เหมราชเผลอถอนหายใจไปด้วย ครู่เดียว เก็ดถวาก็รุดออกมาแจ้งข่าวกับสองสาวที่รออยู่

“คุณลุงกลับมาหัวใจเต้นแล้วนะคะ แต่ว่า...ยังมีโอกาสหยุดได้อีกตลอดเวลา เท่าที่หมอดู น่าจะเกิดจากอาการไตวาย มีของเสียคั่งเนื่องจากไม่ได้ล้างไตเลยทำให้มีเกลือแร่ในเลือดตัวหนึ่งมันสูง มีผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นได้ค่ะ ตอนนี้หมอให้ยาช่วยลดเกลือแร่ตัวนี้ลงแล้วนะคะ ทีนี้ หมออยากจะถามญาติว่า ถ้าคุณลุงหัวใจหยุดเต้นลงไปอีก ต้องการให้หมอ...ปั๊มขึ้นมาอีกไหมคะ” 

ทั้งแม่ทั้งลูกสาวมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าไปร้องไห้ไป “ปั๊มค่ะหมอ พี่ชายคนโตของหนูทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ กำลังจะบวชเร็วๆ นี้ อย่างน้อยขอให้พ่อได้เห็นผ้าเหลืองเถอะนะคะ”

คุณหมอฟังแล้วจุกถึงลิ้นปี่ “โอเคค่ะ ถ้าญาติยังสู้ ก็น่าจะต้องส่งคนไข้ไปล้างไตและอยู่ห้อง ICU ที่โรงพยาบาลศูนย์ เพราะที่นี่เราไม่มี ICU แต่ยังไงตอนนี้คุณหมอปทิตตาที่เป็นหมออายุรกรรมกำลังลงมาดูคนไข้แล้วนะคะ เดี๋ยวรอคุณหมอคอนเฟิร์มอีกทีก็ได้ ส่วนเรื่องการรักษาหลังจากนี้ญาติคุยกับคุณหมอปทิตตาได้เลยนะคะ”

สองแม่ลูกพยักหน้ารัวๆ ยอมรับทุกสภาพขอแค่ผู้เป็นที่รักยังมีลมหายใจต่อไป

“ขอบคุณจ๊าดนักเจ้า คุณหมอ ฮือ (ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ)” คุณป้าภรรยาคุณลุงในห้องฉุกเฉินยกมือไหว้คุณหมอที่เด็กกว่าตัวเองหลายรอบท่วมหัวราวกับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เก็ดถวาตาโตรีบลดมือของคุณป้าที่กำลังสะอื้นฮักไม่ให้ไหว้ตัวเอง

“มะ...ไม่ต้องไหว้ค่ะคุณป้า...เป็นหน้าที่ของหมอนะคะ”

“ป้าเข้าไปผ่อตาชุ่มได้แล้วกะเจ้าคุณหมอ (ป้าเข้าไปดูตาชุ่มได้แล้วไหมคะคุณหมอ)” 

“เอ้อ...รอสักครู่ดีกว่านะคะ ขอเวลาให้พยาบาลใส่สายสวนปัสสาวะกับทำหัตถการก่อนค่ะ” 

เก็ดถวาพยักหน้าให้กำลังใจภรรยาและลูกสาวของตาชุ่ม แต่เมื่อหันกลับมาเห็นอีกคนที่ยังยืนอยู่หน้าห้องเหมือนกันหน้าสวยๆ ก็กลับมาบึ้งสนิท กำลังจะอ้าปากไล่เขาไปที่อื่นแต่เสียงโวยวายจากส่วนที่นั่งรอตรวจในห้องฉุกเฉินก็ทำให้คุณหมอต้องรีบกลับเข้าไปอีกครั้ง เหมราชมองตามเข้าไปแล้วก็เห็นหญิงวัยกลางคนอีกคนกำลังยืนเท้าเอวชี้หน้าพยาบาลอยู่ด้วยหน้าตาเหวี่ยงระดับสิบ ต่อหน้านางมีพยาบาลที่ยืนหน้าซีด เวชกิจหนุ่มอีกคนรุดเข้าไปตาม เก็ดถวาแหวกวงล้อมเข้าไปเผชิญหน้ากับมนุษย์ป้าที่กำลังเตรียมอาละวาด คราวนี้เหมราชไม่รอช้า เขาสาวเท้าก้าวไปด้วยทันที

“มีอะไรกันหรือคะคุณป้า ผลักพยาบาลทำไมคะ” แพทย์หญิงเก็ดถวาพยายามคลี่คลายสถานการณ์ คนไข้คนนี้น่าจะอายุราวห้าสิบ แต่งตัวสีจัดจ้าน 

“ฉันนั่งรอมาสี่สิบนาทีแล้ว เมื่อไหร่จะได้ตรวจเนี่ย !!!” เหตุผลหลักที่เจ้าหล่อนโกรธ เก็ดถวาผินหน้ามาหาพยาบาลสาว เธอรายงานเสียงสั่นๆ เพิ่งถูกคนไข้รายนี้ผลักมาอย่างแรงหลังจากเธอเข้ามาแจ้งว่าอาจต้องรอต่ออีกสักเล็กน้อย เพราะคุณหมอยังมีคนไข้คนอื่นที่ฉุกเฉินกว่าที่ต้องเคลียร์ให้หมดก่อน

“คนไข้แจ้งว่ามีอาการไอ น้ำมูกไหลมาสามวันค่ะ หนูเลยให้นั่งรอก่อน...”

“ฉันเจ็บคอจนจะตายแล้วเนี่ย แสบไปหมด นํ้ามูกก็ไหลตลอดขนาดนี้ จะให้ฉันรอจนตายคาห้องนี่เลยรึไง ฉันมาก่อนทำไมไม่ตรวจฉันก่อน !!”

คนนอกอย่างเหมราชฟังแล้วยังฉุนกึก แต่เก็ดถวา...ยังนิ่งนัก ใบหน้าของเธอไม่บ่งบอกความรู้สึก ไม่มีอาการตกใจ เหนื่อยใจ หรือไม่พอใจ เธอเก็บอารมณ์ได้เนียนสนิท เย็นยิ่งกว่าหิมะหิมาลัยแม้อีกฝั่งแทบจะพ่นไฟใส่เธอได้อยู่แล้ว ชายหนุ่มเหลือบมองเห็นสาวใหญ่ขาวีนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าตัวเองออกมาถือไว้ แอบเปิดกล้องแถมยังกดอัดวีดีโออีกแน่ะ !

นอกจากเป็นมนุษย์ป้าแล้วยังเป็นมนุษย์คลิปอีกเหรอวะเนี่ย ?! เหมราชสุดจะระอา แต่คุณหมอคนเดียวในบริเวณนั้นกลับพยายามสะกดอารมณ์ เธอยิ้มให้คนไข้น้อยๆ พูดด้วยเสียงอ่อนโยน พยายามให้อีกฝ่ายเย็นลง 

“หมอต้องขอโทษด้วยที่ให้รอ แต่เพราะอาการของคนไข้ยังพอรอได้ และเรามีผู้ป่วยที่วิกฤตกว่าที่จะต้องดูแลก่อนนะคะ”

แต่ป้ามหาภัยกลับยิ่งฟังยิ่งเต้น “อ้าว นี่เป็นหมอประสาหมาอะไรวะ เลือกปฏิบัติ ฉันก็เป็นคนไข้ ฉันจ่ายเงินให้โรงพยาบาลเหมือนกัน ฉันมาก่อนฉันก็ต้องได้ตรวจก่อน จะมาให้คนอื่นแซงคิวได้ยังไงกันโว้ย”

“หลักการปฏิบัติงานของห้องฉุกเฉิน คือรักษาคนไข้ที่ฉุกเฉินที่สุดก่อนนะคะ ถ้าอาการยังไม่หนัก ก็ต้องรอค่ะ” เก็ดถวายังอธิบายอย่างใจเย็น รู้ดีว่าไม่ควรเสียเวลากับคนแบบนี้ แต่ถ้าเดินหนีไปเฉยๆ ก็คงเป็นเรื่องขึ้นมาอีก 

“อย่ามาเถียงฉัน ฉันน่ะเสียเงินจ่ายภาษีให้เป็นเงินเดือนหมอและพยาบาลนะ !” 

ประโยคนี้ทำให้คุณหมอและพยาบาลจี๊ดขึ้นเลยทีเดียว เก็ดถวาพยายามนับหนึ่งถึงสิบ ตอบกลับเรียบๆ “หมอและพยาบาลเองก็เสียภาษีเหมือนกันค่ะ เผลอๆ อาจจะเสียมากกว่าที่คนไข้เสียด้วยซํ้านะคะ” 

หมอไม่ได้พูดอะไรผิดแม้แต่คำเดียว แต่คนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลไม่มีทางทนฟังได้ มนุษย์ป้ายกมือถือขึ้นถ่ายหน้าหมอตรงๆ แบบไม่แอ๊บอีกต่อไป ทั้งพยาบาลและเวชกิจตาลุก “นี่เป็นหมอแน่รึเปล่าเนี่ย ท่าทางก็ไม่น่าเชื่อถือ ซื้อใบประกอบโรคมารึเปล่า ทำไมพูดจาแบบนี้ ไหนชื่ออะไร จบที่ไหนมา พูดซิ !” 

ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริดในความก้าวร้าว ป้าจอมป่วนไม่ถ่ายแค่คลิป ยังพากย์เสียงตัวเองลงไปในคลิปราวกับกำลังโดนรังแกแสนสาหัส ถึงตรงนี้เหมราชโมโหจนตาลุก หนวดกระดิก พยายามหลับตานับหนึ่งสองสามแบบเก็ดถวา...แต่สงสัยจะทำไม่ได้ ! 

“ดูเถอะค่ะ โรงพยาบาลน้ำริน หมอเลือกปฏิบัติ ไม่สนใจคนไข้ ฉันป่วยจะตายไม่มีใครมาดูดำดูดี”

เวชกิจพยายามเดินหน้าเข้าหาคนไข้ที่เริ่มคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่เก็ดถวายังห้ามไว้ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบดูอีกที แต่คราวนี้เป็นน้ำเย็นที่มาพร้อมความเย็นชาและเด็ดขาด “หยุดถ่ายคลิปเถอะค่ะคนไข้ โรงพยาบาลเป็นเขตห้ามบันทึกภาพและเสียงนะคะ มันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยคนอื่น เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นๆ ผิดกฏโรงพยาบาลและผิดกฏหมายด้วยค่ะ” 

ดวงตากลมดุกร้าวของคุณหมอที่เปลี่ยนจากเดิมทำให้ป้าตัวร้ายชะงักกึก แต่ยังคงปากดีอย่างไม่ยอมแพ้ “ละเมิดละแมดอะไร โรงพยาบาลจัดการห่วยๆ แบบนี้ก็ต้องถ่ายประจานให้คนอื่นมันรู้ด้วย !” 

“เก็บมือถือเถอะครับคุณป้า” เวชกิจพยายามเจรจา แต่เมื่อเห็นคนเดินเข้าหา ป้าก็ยิ่งโวยวาย

“อย่าเข้ามานะ !” ป้าหันรีหันขวางไม่เห็นอะไรนอกจากขวดน้ำดื่มที่ตัวเองดื่มเหลือไว้วางส่งๆ อยู่บนเก้าอี้ที่นั่งรอ หล่อนไม่คิดอะไรให้เสียเวลา ยกขวดพลาสติกที่มีน้ำเปล่าอยู่ครึ่งขวดสาดเข้าที่ใบหน้าคุณหมอคนเดียวในที่นั้นทันที !

“เก็ดถวา !” เป็นเสียงเหมราชที่โพล่งออกมาเป็นคนแรก จากยืนสังเกตการณ์อยู่รอบนอก แค่วินาทีเดียว ชายหนุ่มก็ก้าวพรวดมายืนอยู่ข้างหน้าคุณหมอเก็ดถวาที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งตะลึงงัน ใบหน้าและเสื้อกาวน์เปียกชุ่ม นาทีนี้หญิงสาวพูดอะไรไม่ออกอีกแล้วเมื่อทั้งห้องฉุกเฉินเงียบกริบ มีแต่แผ่นหลังของผู้ชายตัวสูงใหญ่ยืนทะมึนอยู่เบื้องหน้าเธอ

เหมราชตะคอกใส่ป้ามหาภัยอย่างสิ้นอดทน “นี่เหรอคนป่วยจะตาย ถ้าจะตายจริงๆ คงไม่ลุกขึ้นมามีแรงสาดน้ำกับยกมือถือถ่ายคลิปแบบนี้หรอก! คุณอย่าเอาความทุกข์ของตัวเองเป็นใหญ่ จะโวยวายหาพระแสงอะไร คุณแค่ไอมีน้ำมูกเจ็บคอ แหกตาดูเตียงข้างๆ บ้างรึเปล่า เตียงนั้นโดนหมากัดแผลเหวอะ เตียงนี้มอเตอร์ไซค์ล้มหัวแตก ส่วนเตียงนี้หยุดหายใจ ! เขาปิดม่านไว้ก็จริงแต่เดาไม่ได้เลยเหรอไงว่าเขาปั๊มกันอยู่ เสียงดังขนาดนั้น ตาไม่ได้บอดหูไม่ได้หนวก แต่ความเห็นแก่ตัวมันบังประสาทสัมผัสอยู่ !?”

โดนด่าเป็นชุดป้าก็เป็นฝ่ายยืนอึ้งบ้าง แต่ก็ยังพยายามหัวหมอ “แล้ว...แล้วนี่เป็นหมอหรือเป็นใคร ทำไมมาพูดกับฉันแบบนี้ ฉันฟ้องหมิ่นประมาทได้นะ !” 

“โอ๊ยป้า ! ตัวเองหมิ่นก่อนคนแรกยังไม่รู้ตัวอีก ไปหาว่าหมอซื้อใบประกอบโรคนี่หมิ่นเขาชัดเจน พยานก็เยอะแยะ ถ้าหมอเอาผิดป้าก็ได้เลยนะ ยังไม่รวมที่สาดน้ำใส่หมออีกนะ ผิดหลายกระทงแล้ว ! แล้วอาการของป้าน่ะเขาเรียกไม่ฉุกเฉิน ป้ายก็แปะอยู่ทนโท่ว่าอาการฉุกเฉินวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาทันทีน่ะมี 6 ประเภท แล้วที่ป้าเป็นมันเข้าข่ายฉุกเฉินตรงไหนไม่ทราบ หมอพยาบาลก็มีอยู่เท่านี้ ก็ต้องให้เขารักษาคนที่อาการหนักกว่าก่อน เข้าใจอะไรยากวะ ผมว่าจริงๆ แล้วป้าก็รู้แหละว่าอาการตัวเองไม่ได้หนักอะไรมาก แต่ก็อยากมาหาหมอที่ห้องนี้เพราะขี้เกียจรอคิวตรวจข้างนอกใช่ไหม !” 

ป้าขี้วีนตาโต เหมราชไม่ได้ตวาดอะไรเสียงดังแต่ทั้งรูปร่างทั้งหน้าทั้งเสียงและท่าทางของเขากลับมีพลังเหลือหลาย ทำให้คนไข้สุดป่วนอึกอักพูดอะไรไม่ออก เหมราชสังเกตเห็นหมออีกคนที่เดินเข้าห้องฉุกเฉินมา เขาหันกลับมาพูดกับเก็ดถวา

“หมอเฉพาะทางลงมาดูคนไข้แล้ว คุณไปคุยกับหมอเถอะ” หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ พยักหน้ารับ พยายามตั้งสติแล้วเช็ดน้ำออกจากใบหน้าตัวเองจากทิชชูที่คุณพยาบาลส่งให้ ก่อนเดินไปคุยกับแพทย์หญิงปทิตตาที่ยังงงๆ ว่าเกิดเหตุอะไรที่ห้องฉุกเฉิน 

“ลบ-คลิป-เดี๋ยว-นี้ !” คนแปลกหน้าแห่งน้ำรินเน้นทุกคำชัดเจน

“กู...ไม่ลบ...โว้ย...” มนุษย์ป้าเสียงอ่อนลง แต่ยังคงถือดี

“วีนหมอพยาบาลได้เพราะพวกเขาไม่ตอบโต้สินะ เป็นหมอพยาบาลต้องทนใช่ไหม ขอโทษเถอะว่ะป้า พอดีผมไม่ใช่หมอ ผมไม่ต้องทน !!!” เขาคว้ามือถือในมือป้ามาไว้ที่ตัวทันที อีกฝ่ายเต้นผาง กระโจนเข้าพยายามแย่งสมบัติตัวเองกลับคืนเป็นพัลวัน มือไม้ตะกุยตะกายยื้อแย่ง เหมราชเอาร่างกายหนาๆ ของตัวเองบังไว้แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงเล็บคมๆ ที่ข่วนเอาที่หน้า เขาพยายามใช้เวลาอันน้อยนิดในการจัดการลบทุกรูปและคลิปที่ได้ถ่ายไว้ในห้องฉุกเฉินออกจนหมดแล้วยัดคืนใส่มือสาวใหญ่อย่างรวดเร็ว

เหมราชหันมาที่ญาติคนไข้อีกกลุ่มที่ยังยกมือถือขึ้นถ่ายคลิปแบบติดเป็นนิสัย ดวงตาของเขาแข็งกร้าวเอาเรื่อง พูดเรียบๆ แต่เด็ดขาดจนคนได้ฟังถึงกับหัวหดรีบลดมือถือตัวเองลงโดยอัตโนมัติ

“ผมเชื่อว่าถ้ามีใครถ่ายรูปและคลิปในห้องนี้ไว้เมื่อกี้ จะต้องมีรูปผมติดไปด้วยอย่างแน่นอน ผมบอกเลยว่าขอให้ลบให้หมดนะครับ บริษัทผมมีฝ่ายไอทีตรวจสอบได้ตลอดเวลา ถ้าผมเจอเหตุการณ์วันนี้อยู่ในเฟซบุ๊คของใครหรือสื่อไหน ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ผมตามเจอแน่ ไม่ต้องห่วง ถ้ามีใครหน้าไหนอยากคุยกับทนายผมแล้วเสียเงินแสนหลังจากนี้ก็เชิญลองเลย !” 


*******************

ศัพท์แพทย์เดี๋ยวมาเชิงอรรถไว้ให้ตอนครบ 100% นะค้า ขออภัย วันนี้รีบอัพ แหะๆ

คำผิดถ้ามีก็เดี๋ยวจะกลับมารีไรท์ค่า

ส่วนพี่เฮคคคค หล่อออจุง 5555

เคสแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติในโรงพยาบาลนะคะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้หมอกับพยาบาลทุกท่านจริงๆค่ะ

ขอบคุณคุณหมอและพยาบาลจริงๆ ทุกท่านที่เป็นที่ปรึกษาและตรวจทานข้อมูลการแพทย์

ให้กับข้าพเจ้านะคะ ขอบพระคุณจริงๆค่ะ

.

ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav ทุกโหวต

ขอบพระคุณชาวเน็ตที่ไปโหวตให้ Clair de Lune 

ได้ติด 1 ใน 25 นักเขียนที่มีผู้อ่านโหวตให้มากที่สุดใน MEB ด้วยนะคะ เป็นพระคุณและเป็นปลื้มมากๆ ค่ะ


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว

เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด ถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ แคลร์ไม่ได้อยู่ในวงจรของแพทย์ 

อาจมีข้อมูลหลุดหรือผิดได้ต้องขออภัยและพร้อมจะแก้ไขค่ะ

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขบ้างเพราะคุณหมอกับคุณพยาบาลช่วยดูเรื่องข้อมูลให้ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


Clair de Lune

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #584 Jureeporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:01

    ข้อมูลทางการแพทย์เป้ะมากมายเลยค่า สุดยอดเลยค่า

    #584
    0
  2. #416 Natsuko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 18:23
    เชิงอรรถทันที หลรือวงเล็บไว้ได้ไหมคะ จะได้อ่านเลยไม่ติดขัด
    #416
    0
  3. #365 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 09:52
    มนุษย์ป้ามีทุกที่จริงๆ พี่เหมสุดยอดอ่ะจัดการป้าเรื่องเยอะได้อยู่หมัด
    #365
    0
  4. #328 nongcee (@phattaya7177) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:59
    ดีที่อ่านเข้าใจเพราะทำงาน รพ ไม่งงค่ะ
    #328
    0
  5. #246 Moonoizz Lookkaew (@moonoizz-lk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:34
    คุณแคลลลลร์ ประทับใจมากๆ ข้อมูลทางการแพทย์ดีมากจริงๆ ค่ะ สถานการณ์ที่ER มันเป็นแบบนี้จริงๆ เลย

    พี่ใหญ่ของเราออกโรงปกป้องคุณหมอทั้งที ประทับใจกันไปทั้งโรงพยาบาล :))
    #246
    0
  6. #194 mwmoowan (@wanjoyyod) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:46
    OMG อ่านแล้วมันแบบใช่เลยค่ะ ข้อมูลแน่นมากนะคะเนี่ย
    #194
    0
  7. #185 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 19:41
    โธ่... ดีใจเก้อนึกว่า มีตอนใหม่คิดถึง พี่ดินกะ พ่อเหมมมม เมื่อไหร่จิมา ต่อ แงงงง
    #185
    0
  8. #184 เดียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 10:30
    like รัวๆค่ะ ป๋าเฮค
    #184
    0
  9. #183 ศรีจำปา (@kanusama) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 09:21
    โอ๊ยฉันหัวร้อนถ้าเจอมนุษย์ป้าแบบนี้ อย่าเจอเวรฉันนะ!!!
    #183
    0
  10. #182 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:05
    ตอนนี้ นี่ เข้ากะ สถานการณ์ ปัจจุบันดีจัง
    #182
    0
  11. #180 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:31
    เฮคจ๋า สุดยอดอ่ะ เชียร์ค่ะ
    #180
    0
  12. #179 natda9 (@natda9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 19:23
    พี่เฮคสุดยอดดดด
    #179
    0
  13. #178 Dawrung669 (@25480508) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 16:55
    พี่เฮคหล่อดุ ถูกใจจุง
    เป็นกำลังใจให้คุณหมอ คุณพยาบาลที่มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพโดยบริสุทธิ์ใจค่า
    #178
    0
  14. #177 gibbsfreeenergy (@gibbsfreeenergy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 15:50
    ดีมากค่ะ ทำดี ต้องชมพระเอกของเรา
    #177
    0
  15. #176 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:26
    เป็นกำลังใจให้คุณหมอ คุณพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินทุกคนค่ะ


    และเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยเช่นกันค่ะ
    #176
    0
  16. #174 nuii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 12:37
    สุดยอดดดดดดคะ Mr.HHH รออ่านต่อนะคะ
    #174
    0
  17. #172 tb103985 (@tb103985) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 11:47
    ตอนนี้โดนใจสุดๆ
    #172
    0
  18. #171 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:30
    เฮียแกสุดยอดอะ😄
    #171
    0
  19. #170 warin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:23
    โอยยยย คุณแคลร์คะชอบเรื่องนี้ทุกตอนอยู่แล้ว แล้วก็ชอบตอนนี้มากๆยิ่งขึ้นไปอีก ยังกะคุณแคลร์มานั่งอยู่ในใจคนทำงานโรงพยาบาลเลยค่ะ เป็นทุกคำที่อยากพูดและตอนนี้พี่เฮกหล่อมากกกกก

    ❤❤
    #170
    0
  20. #169 salinee2509 (@salinee2509) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 08:58
    พี่เฮคใจหล่อมากกกก
    #169
    0
  21. #168 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 08:19
    HHH ใจหล่อมาก..กก
    #168
    0
  22. #166 Unknown (@ttaallnn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 07:41
    ถ้าไม่ลบเดี๋ยวลุงจะฟ้อง incubus นะ
    #166
    0
  23. #165 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 06:36
    พี่เฮคหล่อจังวันนี้ เอาใจไปเลย
    #165
    0
  24. #164 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 05:42
    ป๋เฮคน่ารักอ่ะ มาอีกเยอะ ๆ นะคะ
    #164
    0
  25. #163 sumimaew (@sumimaew) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 04:17
    โอ๊ย… ทริปเปิ้ลเอช สุดๆสะใจไปเลย ชอบ ชอบ
    #163
    0