สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 133,202 Views

  • 1,157 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,796

    Overall
    133,202

ตอนที่ 5 : Chapter 3 (2) สังเวียนเจ้าป่า | Battle of the Bosses [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    24 ม.ค. 61

 

          เสียงเจื้อยแจ้วของนกนานาชนิดผสานกับเสียงใบไม้พัดกราวจากสายลมแห่งรุ่งอรุณ ทำให้ แพทย์หญิง เก็ดถวา สุคนธ์พิสุทธิ์ ตื่นขึ้นด้วยหน้าตาที่สดชื่นผ่องใสขึ้นกว่าเมื่อวาน หญิงสาวเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านมอกกำปอ ดวงหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

“ดิน !” คุณหมอร้องทักอย่างยินดี รีบรุดมาทรุดนั่งลงตรงข้าม “กลับมาได้ไง ไหนว่าอีกสามสี่วันถึงจะกลับไง”

หนุ่มหล่อหน้าเข้มด้วยไรหนวดเคราที่ขึ้นครึ้ม ตัวสูงใหญ่แข็งแรง ผมสีดำสนิท ผิวสีแดงแทนเพราะเกรียมแดด แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์ที่ดูสมบุกสมบัน เพียงดิน สุคนธ์พิสุทธิ์ วางถ้วยกาแฟเอสเปรสโซขมปี๋ลงบนโต๊ะ เลื่อนสายตาจากรายการข่าวเช้าในโทรทัศน์เพื่อหันมองแฝดน้องที่มานั่งใกล้ๆ ดวงตาดุๆ ของเขาส่งมาราวกับคุณครูคุมสอบที่ถือไม้เรียวรอหวด จากอ่างขางถึงน้ำรินก็ราวๆ สามชั่วโมง ชายหนุ่มขับรถลงเขาตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาถึงไร่ได้ตอนเจ็ดโมงเช้าด้วยความเป็นห่วง ทุกครั้งที่เขาออกไปทำงานบนดอย เก็ดถวาจะสัญญามั่นเหมาะว่าเธอดูแลแม่และไร่ได้ แต่หลายครั้งที่เพียงดินต้องกลับมาก่อนกำหนดแบบนี้ด้วยใจที่เป็นกังวลห่วงทั้งแม่ทั้งน้องทั้งไร่และคนงาน 

“ป้าอบโทรไปบอกว่าดอกพุดเป็นลม เจ้าข้าวตูโดนงูเห่ากัด รถกระบะเสียเข้าอู่ แถมยังมีฝรั่งมาตื๊อขอซื้อที่ ขนาดนี้จะไม่กลับได้ไง”

แม่น้องสาวหน้าเจื่อนลงไปเมื่อได้ฟังเหตุวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นในไร่ช่วงที่พี่ชายไม่อยู่ นึกถึงก๊อกสุดท้ายของเมื่อคืนที่เธอเป็นลมล้มพับไป เก็ดถวาฟื้นขึ้นหลังจากนั้นในอีกไม่กี่นาทีถัดมา ลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้ามารดาและป้าอบเชยมองอยู่อย่างโล่งอก ในห้องนอนของเธอเอง... 

“เป็นไงบ้างลูก” แม่เลี้ยงดารณีสีหน้าดีขึ้นอย่างใจชื้น ส่วนลูกสาวยังคงมึนเล็กๆ 

“คุณฟื้นแล้ว ป้าใจหายหมดเลย” ป้าอบเชยถอนหายใจดังเฮ้อ ในมือยังมีสำลีชุบแอมโมเนีย “คุณเป็นลมน่ะเจ้า โชคดีแต๊คุณฝรั่งคนนั้นเปิ้นรับคุณไว้ก่อนหัวจะฟาดพื้น (คุณเป็นลมน่ะค่ะ โชคดีจริงที่คุณฝรั่งคนนั้นรับคุณไว้ก่อนหัวจะฟาดพื้น)”

เก็ดถวานิ่งไป...ฝรั่งคนนั้น !? คุณแม่บ้านยังเล่าเสียงจ๋อยๆ 

“แล้วเปิ้นก็อุ้มคุณขึ้นมาส่งถึงเตียง เปิ้นแข็งแฮงจ๊าดนัดนะเจ้า งามแต๊โตย อย่างกับดาราฝาหรั่ง คุณทัชที่ว่างามแล้ว งามสู้คุณที่อยู่ข้างล่างบ่ได้เลย (แล้วเขาก็อุ้มคุณมาส่งถึงเตียง เขาแข็งแรงจริงๆ นะคะ หล่อมากด้วย อย่างกับดาราฝรั่ง คุณทัชที่ว่าหล่อแล้ว ยังหล่อสู้คุณที่อยู่ข้างล่างไม่ได้เลย)” คุณหมอฟังแล้วได้แต่ทำตาปริบๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ที่รู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนวาบขึ้นมาเบาๆ เมื่อได้ยินว่าเขา ‘อุ้ม’ เธอขึ้นมาส่งถึงห้องนอน ห้องนอนที่แม้แต่แฝดพี่อย่างเพียงดินยังไม่ค่อยได้เข้ามาสักเท่าไหร่ ! ป้าอบเชยดูจะปลื้มคุณฝรั่งเอาเสียมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เก็ดถวาต้องถามซํ้าอีกทีก็คือ

“อยู่ข้างล่าง !?...”

คราวนี้เป็นแม่เลี้ยงดารณีที่เป็นฝ่ายขยายความ “เขาลงไปรออยู่ข้างล่าง จนกว่าจะแน่ใจว่าลูกฟื้น เผื่อว่าลูกเป็นอะไรรุนแรงจะได้อยู่ช่วยกันได้ทัน เขาบอกว่าถ้าแคทยังไม่ได้สติเกินห้านาทีให้เรียกเขาทันที”

เก็ดถวาฟื้นขึ้นมาก่อนห้านาที หญิงสาวหันหาพี่เลี้ยงแล้วสั่งเสียงแปร่งๆ “เอ่อ...ป้าอบลงไปบอกเขาให้หน่อยแล้วกันนะคะ ว่าหนูฟื้นแล้ว ไม่เป็นอะไร เขาจะได้กลับ เกรงใจเขา”

ป้าอบเชยฟังแล้วทำหน้างง ก่อนไปโรงพยาบาลยังขู่กันฟ่อๆ ตอนนี้มาเกรงใจ หากแม่เลี้ยงกลับเป็นฝ่ายลุกขึ้นเอง

“แม่ลงไปเอง"

หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง คุณหมอแคทก็ได้รับรายงานจากป้าอบเชยต่อมาว่ามารดาของเธอยังคงนั่งคุยอยู่กับ ‘นายฝรั่ง’ ความประหลาดใจทำให้หญิงสาวอยากลงไปสังเกตการณ์ใจจะขาด แม่เป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยรับแขกแล้วในช่วงหลัง แต่กลับคุยอะไรกับคนที่จะมาขอซื้อที่อยู่เป็นนาน แต่สุดท้ายป้าอบก็บังคับให้เธอนอนพักผ่อนแถมยังนั่งเฝ้าไว้อีกจนหญิงสาวผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เก็ดถวาเดินไปชงโกโก้ร้อนแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารตามเดิม โดยมีไข่กระทะหน้าตาน่ากินมาเสิร์ฟบนโต๊ะเรียบร้อย

“ดินไม่เห็นต้องลงมาให้เสียงานทางนั้นเลย แคทดูแลได้น่า” คนน้องแก้ตัวเสียงอุบอิบ 

“ดูแลได้แต่มันโหลดไปไหมคุณหมอ” พ่อหนุ่มเจ้าของไร่ยังตำหนิไม่เลิก แต่ความห่วงอาทรนั้นฉายชัดกว่า “แล้วนี่ดีขึ้นยัง”

“ดีแล้ว มันก็แค่วูบเพราะอดนอนกับหิวข้าวนั่นแหละ ได้นอนเต็มตื่นก็สดชื่นแล้วล่ะ” 

เพียงดินส่ายศีรษะ “ดูแลคนอื่นแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองสิแคท ทำงานจนเป็นลมนี่ดินไม่โอเคเลยนะ ถ้าต้องเตือนกันมากๆ จะให้ลาออกมานั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่ในไร่อย่างเดียวแล้วนะ”

เสียงพี่ชายเข้มจัด บวกกับหน้าที่เข้มอยู่แล้วทำให้คนฟังแสร้งทำคอหด ด้วยรู้ว่าสุดท้ายแล้วเพียงดินก็ขู่ไปอย่างนั้น เขารู้ว่าเธอรักในความเป็นแพทย์ และไม่เคยขัดในสิ่งที่น้องได้เลือกเลยสักครั้ง แต่จะมีอารมณ์เสียบ้างเวลาเห็นเธอโหมงานจนสุขภาพย่ำแย่ “รู้แล้วคุณพ่อ แหม ดุจริงดุจัง เป็นพ่อหรือเป็นพี่เนี่ย ดุจนใครๆ เขาก็กลัวหัวหดกันหมดแล้วเนี่ย”

“ก็เห็นมีแต่เรานี่แหละไม่เคยจะกลัว” เพียงดินถลึงตาใส่เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นกลัวเขาแต่กลับหัวเราะคิกคัก “แล้วฝรั่งที่มาขอซื้อเป็นใคร”

“เขาชื่อเหมราช” เสียงนุ่มของแม่เลี้ยงดารณีตอบขึ้นมาแทนลูกสาว เธอเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับลูกฝาแฝดพร้อมถ้วยชาจีนร้อนฉ่า

“อ้าว ไหนใครๆ บอกเป็นฝรั่ง ? นี่กะว่าถ้าโผล่มาอีก จะกลับมาช่วยด่าเป็นภาษาอังกฤษให้เลยนะเนี่ย” เพียงดินฉงนแต่ก็ไม่วายเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“เราเนี่ยนะจะเสียเวลาไปด่าเขา แม่ว่าเอาปืนไล่ยิงตั้งแต่เห็นหน้าเสียมากกว่า” คุณดารณีขำแต่ก็รู้ทันความใจร้อนของลูกชาย

“เขาชื่อ เหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ทายาทคนโตตระกูลแฮมิลตัน เขาเป็นซีอีโอดูแลเชนโรงแรมแฮมิลตันปาร์คทั่วโลก” เป็นสิ่งที่เก็ดถวารู้อยู่แล้ว แต่หนุ่มชาวไร่ที่วันๆ อยู่แต่กับต้นหมากรากไม้อย่างเพียงดินถึงกับขมวดคิ้ว 

“เป็นบิ๊กบอสนี่นา ต้องลงมาดูที่ด้วยตัวเองเลยเหรอ แต่คนระดับนั้น...คงคำนวณเสร็จในหัวแล้วว่าจะได้กำไรแค่ไหนจากการได้ที่ของเราไป ไม่งั้นคงไม่บากหน้ามาเจรจาทั้งที่คนทั้งอำเภอก็รู้ว่าเราไม่เคยญาติดีกับพวกมาขอซื้อที่” 

“เขาเป็นลูกชายคนโตของมัทนา แฮมิลตัน เพื่อนเก่าของแม่เอง” ดารณีพูดเรียบๆ แต่ทำเอาลูกสองคนอ้าปากค้าง

“จ..จริงเหรอแม่” 

มารดายกชาจีนขึ้นจิบ แปลกใจตั้งแต่เมื่อคืนเมื่อได้เห็นนามบัตรของพ่อหนุ่มรุ่นลูกที่อยู่ๆ ก็เข้ามามีบทบาทในไร่อย่างมากมายในช่วงไม่กี่ชั่วโมง ถามไถ่กันถึงได้รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เธอกับมัทนารู้จักกันเมื่อนานมาแล้ว ก่อนหน้าที่คุณนายโรสจะแต่งงานกับโรเบิร์ตแล้วย้ายไปอเมริกา ถือเป็นมิตรเก่าแก่ที่เคยอุปถัมป์กันไว้ในบางเรื่อง เรื่องที่ดารณีเองก็ไม่เคยเล่าให้ลูกทั้งสองได้ฟัง...

“เมื่อคืน...เขาคุยเรื่องซื้อที่กับแม่ดาแล้วเหรอคะ” เก็ดถวาถามเลียบๆ เคียงๆ

“อืม เขาก็บอกตรงๆ ว่าอยากมาขอซื้อที่แปดสิบไร่ติดริมน้ำฝั่งเหนือ จะทำรีสอร์ทห้าดาว เขาตระเวนดูมาหลายแปลงแล้วแต่ชอบโลเคชั่นของเราที่สุด”

“แล้วแม่ดา...”

“แม่รับฟังไว้ แต่ก็บอกว่าขอยังไม่ตัดสินใจเพราะเราไม่ได้ร้อนเงิน เขาก็เข้าใจดี ไม่ได้เซ้าซี้อะไร” 

“เขาอาจให้แม่เขามาเจรจากับแม่เองต่อจากนี้ก็ได้ หรือถ้าเขาอยากได้จริงๆ ก็คงมีวิธีมาบีบเราได้สารพัดนั่นแหละ” เพียงดินคาดการณ์ แน่ล่ะ เขาและเก็ดถวามีประสบการณ์ไม่ดีมานักต่อนักกับบรรดานายหน้าและนักธุรกิจที่เพียรมาขอซื้อที่ พวกนี้กว้านซื้อที่ในอำเภอจนพื้นที่ใกล้ตัวเมืองเต็มไปด้วยรีสอร์ท นำมาซึ่งขยะ เสียงดัง ไร่นาและพื้นที่ป่าธรรมชาติถูกรุกลํ้าและทำลาย รถราที่มากขึ้นนับเท่าตัว นักธุรกิจพวกนี้ไม่เคยมองที่ผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและชุมชนมากไปกว่าเรื่องเงินอยู่แล้ว

“ก็ไม่รู้สิ แต่แม่เชื่อว่าเขาไม่ทำ เท่าที่คุย คุณเหมราชมีความตรงไปตรงมาในการทำธุรกิจอยู่พอตัว แล้วแม่ก็บอกไปแล้วว่า ที่ดินทั้งพันไร่ของไร่มอกกำปอ แม่โอนเป็นชื่อลูกทั้งสองคนแล้ว จะตกลงอะไรยังไง ดินกับดอกพุดก็ต้องยินยอมด้วย”

ฝาแฝดมองหน้ากัน มีไม่กี่คนหรอกที่จะรู้ว่าที่ดินผืนใหญ่นี้เป็นของทั้งสองคนแล้วอย่างสมบูรณ์ เพียงดินสรุปเสียงห้วนจัด “ดินไม่ขายผืนดินทำกินของเราแน่นอนแม่ แคท ถ้าอิ่มแล้วดินจะไปส่งที่โรงพยาบาล” 

ดารณียิ้มตอนที่เห็นลูกชายดันหลังลูกสาวให้ไปขึ้นรถ ดูแลน้องอย่างดีเหมือนเคย เพียงดินกลายเป็นเสาหลักของไร่มอกกำปอได้อย่างเต็มภาคภูมิ ชายหนุ่มวัยย่างยี่สิบแปดที่จบการศึกษาวิศวกรรมการเกษตรจากวิทยาลัยการเกษตรอันดับหนึ่งในอเมริกา เขากลับมาพร้อมปริญญาโทและความรู้อัดแน่น หากแต่ไม่เคยเรียกว่าตนเองว่าวิศวกร แต่กลับเลือกบอกทุกคนว่าเขาคือ ‘เกษตรกร’ อย่างภาคภูมิใจ 

แม่เลี้ยงแห่งไร่มอกกำปอมองรถโฟร์วีลของลูกชายที่เลี้ยวออกจากไร่ ผ่านพุ่มดอกพุดซ้อนที่ขึ้นอัดแน่นแล้วก็นึกถึงอีกบทสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับผู้ชายที่มาขอซื้อที่คนนั้น

“ดอกไม้ที่แม่เลี้ยงปลูกไว้ตรงทางเข้าไร่เป็นพุ่มใหญ่ๆ แน่นๆ ที่เป็นดอกสีขาวกลิ่นหอมๆ นั่นดอกอะไรครับ” ดารณีขมวดคิ้วน้อยๆ ที่จู่ๆ เหมราช แฮมิลตัน ก็จบการสนทนาเรื่องซื้อที่แต่กลับพูดถึงเรื่องดอกไม้ขึ้นมาแทน

“ทำไมหรือคะ”

แม่เลี้ยงสังเกตเห็นชายหนุ่มดูเก้อไปเล็กๆ ความขึงขังจริงจังหย่อนลงไปเมื่อเขาเอ่ยถามถึงดอกไม้ อันเข้ากันไม่ได้เลยกับลุคที่ดุดันราวราชสีห์ของเขา “ผมชอบ คือ...เอ่อ มันหอมมาก ดมแล้วเย็นใจจริงๆ อยากจะหาซื้อไปปลูกที่โรงแรมที่เชียงใหม่บ้างครับ” 

“เชียงใหม่ก็มีขายถมเถค่ะ เป็นดอกไม้พื้นๆ ไม่ได้หายากอะไร ใครๆ ก็ปลูกกัน แต่คุณไม่ได้อยู่เมืองไทยคงไม่คุ้น ลองไปถามร้านส่งต้นไม้ที่เชียงใหม่ได้เลยค่ะ ภาษากลางเรียกพุดซ้อน ส่วนภาษาเหนือ เรียกดอกเก็ดถวา”

เหมราชหันมามองเธออย่างประหลาดใจ ถามย้ำอีกครั้ง

“ชื่ออะไรนะครับ ?”

“ดอกไม้ที่คุณถาม ชื่อดอกเก็ดถวาค่ะ” 


ตัวเธอเบาอย่างกับลูกแมวจริงๆ ด้วย 

เหมราชหลับตานึกถึงวินาทีที่ได้ช้อนคุณหมอเก็ดถวาผู้สิ้นฤทธิ์ขึ้นมาในวงแขน ตัวเธอยังมอมแมมและมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์ ผมเผ้าที่มัดไว้หลุดลุ่ย แต่หน้าซีดๆ นั้นก็งามเหลือจนอยากจะอยู่มองจนเธอฟื้น หากไม่ติดว่านั่นเป็นห้องนอนสุภาพสตรีอีกทั้งมีแม่ของเธออยู่ด้วยทั้งคน แต่แม้จะไม่กี่อึดใจที่เขาได้อยู่ในห้องนั้น เหมราชก็ยังได้รู้ว่าแม้แต่ห้องนอนของเธอก็ยังหอมกลิ่นดอกเก็ดถวาจางๆ ไปทั้งห้อง ห้องนอนดูไม่เป็นผู้หญิงมากนัก เพราะเป็นไม้สีเข้ม มีแต่เครื่องเรือนและเตียงสี่เสาของเธอที่เป็นสีขาวสะอาดตา กระจกบานสูงมีม่านโปร่งบังสายตาและที่โดดเด่นคือโต๊ะหนังสือตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายก่ายกองและคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่เปิดคาไว้บ่งบอกว่าเจ้าของห้องเป็นสาวคงแก่เรียนมากแค่ไหน เป็นผู้หญิงประเภทที่มีหนังสือในห้องนอนมากกว่าลิปสติก

ทริปเปิลเอชไม่รู้ตัวสักนิดว่านั่งยิ้มบางๆ อยู่คนเดียวอยู่ในรถคันหรู จนกรณ์ที่นั่งอยู่คู่กับนายพฤกษ์คนขับถามขึ้น

“ตอนบ่ายนี่นายจะไปไหนดีครับ” 

เหมราชกลับมาสู่วินาทีปัจจุบันในทันที นึกขึ้นได้ว่าพอตระเวนดูที่ดินในช่วงเช้ากับนนทัชได้สองแปลง เขาก็ขอยกเลิกนัดในตอนบ่ายทั้งหมดด้วยเหตุผลว่ามีธุระสำคัญกว่าต้องจัดการ ทริปเปิลสั่งการเสียงขรึม

“ไปร้านขายของในตลาด เอาแบบร้านที่มีของใช้กับของเล่นเด็ก” กรณ์สงสัยแต่ก็คลายลงเมื่อเจ้านายบอกถึงอีกจุดหมาย “แล้วก็ไป...โรงพยาบาลน้ำริน”


สรัสวตี วริศวงศ์ ขี่จักรยานไปก็สอดส่ายสายตาอย่างกระวนกระวายมาตามทางในไร่มอกกำปอ ตื่นมาตอนเช้ายังไม่ทันได้ยืดเส้นยืดสายดี คนงานในบ้านก็วิ่งมารายงานว่าเจ้าถุงเงินน่าจะแอบมุดรั้วหายเข้าไปในไร่ข้างๆ เพราะหาเท่าไรก็ไม่เจอและเห็นร่องรอยขุดและมุดอยู่ที่ริมรั้ว ฟังแล้วเจ้าของก็ถึงกับกุมขมับ บ้านวริศวงศ์มีอยู่ยี่สิบไร่ยังแทบจะหาไม่เจอ แล้วไร่มอกกำปอ..พันไร่ ! พันไร่เชียวนะ ถุงเงิน !

แม่สาวน้อยนักเรียนนอกอาบนํ้าอาบท่าในเวลารวดเร็ว คว้าจักรยานเสือภูเขาคันเก่งได้ก็ปั่นเข้าไร่มอกกำปออย่างคุ้นเคย ถามไถ่คนงานมาตามทางก็ว่าเห็นอยู่ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง ล่าสุดก็มีคนบอกว่าเห็นเด็กลูกคนงานอุ้มไปเล่นแถวๆ แปลงกุหลาบ

“ถ้าเจอตัวละก็จะให้อดข้าวสามวัน ! ถุงเงิน !” คุณหนูเอยคาดโทษเจ้าหมาน้อยอย่างแค้นเคือง แต่ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขี่จักรยานวนหาต่อไป

เพียงดินส่งน้องสาวที่โรงพยาบาลพร้อมทั้งขึ้นมาเยี่ยมและจัดการเรื่องเจ็บป่วยให้เด็กหญิงข้าวตูเสร็จสรรพตามประสาเจ้านายที่ดี ก็ขับกลับไร่มอกกำปอ ดูงานตามจุดต่างๆ ของไร่ไปตามปกติ เขาเป็นผู้บริหารไร่ที่ลงมาคุมงานเองแบบทุกตารางนิ้ว ไม่มีอะไรในไร่นี้ที่เพียงดินจะไม่รู้ไม่เห็น จากรุ่นแม่สู่รุ่นเขา ชายหนุ่มตั้งใจจะทำให้ไร่นี้เป็นไร่พัฒนาตัวอย่างในการทำการเกษตรแบบยั่งยืนตามแบบโครงการในพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ผู้ซึ่งเพียงดินเทิดทูนศรัทธาเหนือเกล้ามาตั้งแต่จำความได้ เขาซึมซับการทำไร่นาแบบผสมผสาน ปลูกทุกอย่างที่กินได้ และส่งขายทุกอย่างที่ปลูกได้ในราคายุติธรรม เน้นการให้ความรู้ อบรบ และปลูกฝังให้เกษตรกรรักในอาชีพและผืนดิน ให้พวกเขามีรายได้ที่เพียงพอและมีความสุขโดยไม่ต้องดิ้นรนเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ ยึดถือการปลูกพืชแบบอินทรีมากกว่าการใช้สารเคมีเยอะๆ เพื่อเร่งผลผลิตแล้วขายเอากำไรอย่างเดียว อีกทั้งยังมีแปลงทดลองวิจัยเพาะพืชพันธุ์ต่างๆ ที่เคยปลูกยากหรือเคยต้องนำเข้า เพื่อสร้างทางเลือกและไม่ให้เกิดการโก่งราคาในตลาดจนเกินไป ซึ่งนอกจากจะเป็นเกษตรกรนักพัฒนาแล้ว เพียงดินยังรับหน้าที่บรรยายความรู้ในเรื่องการเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับชาวบ้านและเกษตรกรที่สนใจ ไม่ว่าจะห่างไกลหรือทุรกันดารแค่ไหนแต่เมื่อได้รับการติดต่อจากเกษตรจังหวัดหรือจากโครงการในพระราชดำริตามที่ต่างๆ ชายหนุ่มก็จะไปถึงอย่างไม่มีเงื่อนไข และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาจะต้องขึ้นดอยทีละหลายๆ วันอยู่เสมอ

เพียงดิน สุคนธิ์พิสุทธิ์ ขับรถมาถึงโรงเรือนปลูกกุหลาบที่เขาเพิ่งได้กุหลาบพันธุ์อังกฤษหลายชนิดมาเพาะขยายพันธุ์เมื่อไม่นานมานี้ การได้เห็นดอกไม้ที่ออกดอกออกผลชูช่อรอรับเขาแบบนี้คือความสุขของคนทำไร่ชนิดหาใดเปรียบ หากครู่หนึ่งที่เดินเข้าในโรงเรือนแล้วก็แปลกใจนักที่ไม่มีคนงานอยู่เลย แต่ทันทีที่นึกขึ้นได้ถึงเหตุผลเจ้าของไร่คนดุก็เปียกปอนไปทั้งตัวเพราะสเปรย์น้ำที่พ่นออกมาจากทุกทิศตามเวลาที่ตั้งไว้ !

“เวรเอ๊ย !” อดสบถไม่ได้ ลืมได้ยังไงว่ามีการตั้งเวลาสเปรย์น้ำอัตโนมัติในแปลงกุหลาบไว้ตอนเก้าโมงนี่ ! เขายืนเท้าเอวอยู่กลางโรงกุหลาบอย่างเซ็งๆ เปียกไปทั้งตัวแบบไม่มีประโยชน์เลยที่จะวิ่งหาที่หลบ ชายหนุ่มรอให้สเปรย์หยุดทำงานก่อนที่ตัวเองจะถอดเสื้อเชิ้ตยีนส์ที่สวมอยู่ออกแล้วจัดการบิดแล้วพาดผึ่งไว้กับร้านไม้ไผ่ที่สร้างไว้รอให้กุหลาบมาเลื้อย จากนั้นก็เดินตรวจต้นไม้แสนรักทั้งสภาพเปลือยท่อนบนแบบปกติธรรมดาของชาวไร่เหมือนที่เคยทำบ่อยๆ แต่เมื่อเดินมาถึงมุมของกุหลาบอังกฤษที่เขาเฝ้าประคบประหงมมานาน เพียงดินก็ตาค้างพูดไม่ออกเกือบจะช็อกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

          โซนกุหลาบอังกฤษสุดรักสุดหวงของเขา...ดอกไปทางกิ่งไปทาง กลีบกระจุยดินกระจาย กระถางคว่ำคะมำหงาย สภาพเหมือนโดนทอร์นาโดพัดผ่าน !

นี่มันอะไร !!! 

เพียงดินพยายามตั้งสติ แล้วเขาก็เห็นไอ้ตัวร้ายที่พังแปลงกุหลาบของเขา !

สรัสวตีจอดจักรยานเสือภูเขาพิงไว้กับต้นสนใหญ่หน้าโรงเรือนปลูกกุหลาบ หญิงสาวหยุดคิดอยู่ชั่ววินาทีว่าจะเข้าดีไม่เข้าดี ตอนเธอยังเป็นเด็กชอบมีบางคนมาดุเสมอว่าห้ามเข้าแปลงนั้นแปลงนี้เพราะเดี๋ยวทำต้นไม้ตาย เสียงโหดๆ นั่นยังก้องหูจนนึกขยาดอยู่ไม่หาย หากเมื่อได้ยินเสียงโฮ่งดังขึ้นมาจากในโรงเรือน สรัสวตีตาเบิกกว้าง ไม่คิดอะไรอีกต่อไป

“ถุงเงิน ! อยู่นี่ใช่มั้ย ! ออกมาเดี๋ยวนี้เลย...” คุณหนูเอยก้าวพรวดพราดเข้าไปในเรือนกุหลาบ แล้วก็ต้องเบรคตัวเองจนหน้าแทบคะมำ เมื่อเห็นใครบางคนกำลังอุ้มเจ้าถุงเงินอยู่ ใครบางคนที่มีหยาดน้ำเกาะพราวที่ท่อนบนเปลือยๆ โชว์มัดกล้ามแข็งแรงสมส่วน ใครบางคนที่มีหนวดเคราขึ้นครึ้มและมีนัยน์ตาคมราวกับเหยี่ยวภูเขา สรัสวตีมองอย่างตกตะลึงอึ้งไปชั่วขณะ คำพูดทุกคำถูกสูบหาย รู้สึกมือเย็นเยียบขึ้นมาทันทีได้ที่สบสายตาดุๆ คมๆ นั้น 

ส่วนหมาที่เขาอุ้มอยู่...คืออย่าเรียกว่าอุ้มเลย...เรียกว่ากำลังจับเขย่าดีกว่า

“พี่...ดิน...” ไหนพี่แคทว่ายังไม่กลับ ! สรัสวตีอึกอักอยากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เพียงดินมองเด็กสาวที่ก้าวเข้ามาในเรือนกุหลาบอย่างไม่คาดฝัน เขาเพ่งมองอยู่ชั่วขณะถึงได้นึกออก เด็กข้างบ้านที่เขาไม่ได้เห็นมาเกือบสิบปี จากเด็กน้อยตัวจํ้ามํ่าแก้มเป็นกระติกในตอนนั้น สรัสวตีโตขึ้นมาก...สวยผุดผาดแบบสาวเต็มวัย...จนเขาจำแทบไม่ได้

“เรียกหาเจ้าตัวนี้อยู่ ?” คำทักทายของเขาคือการชูเจ้าถุงเงินที่กำลังตัวสั่นงันงกและเปียกไม่แพ้คนขึ้นมา สายตานั้นกร้าวจนคนสบตาถึงกับขนหัวลุก สรัสวตีพยักหน้าหงึกหงัก สายตาหันไปเห็นซากอารยธรรมฝีมือเจ้าหมาแล้วก็แทบจะลมจับ แปลงกุหลาบหลายตารางเมตรที่พังเละเทะแบบไม่ต้องสืบเลยว่าฝีมือและฝีเท้าของใคร !

“ตายแล้วถุงเงิน ตายแน่ๆๆ...” คุณหนูเอยคราง เข่าสองข้างแทบอ่อนแรง ขนาดกุหลาบมีหนามมันยังเล่นซะพังขนาดนี้...โอย...

“ซนวายป่วงขนาดนี้ต้องตีให้จำบ้างนะ” เพียงดินพูดเรียบๆ แต่กลับเงื้อมือขึ้นจะตีเจ้าถุงเงินที่เขารวบอยู่ ทั้งคนทั้งหมาร้องงี้ดขึ้นพร้อมกัน !

“อย่าค่ะ ! อย่า อย่าตีหมาเลยนะคะ”

เพียงดินเงื้อมือค้างไว้ก่อนเลิกคิ้วถาม “ให้ตีเจ้าของแทน ?”

เจ้าของเจ้าถุงเงินอึ้ง แต่ก็ทำใจดีสู้เสือค่อยๆ เดินเข้าหา “พี่ดินเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาหรือไง” 

พี่ดินเลิกคิ้วอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจจุดประสงค์ของคำถาม “ถ้าใช่ ก็ตีเลยค่ะ จะได้รู้ว่าเจ้าของไร่มอกกำปอใจร้ายแม้กระทั่งกับผู้หญิงกับหมาตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้” ไม่พูดเปล่า เจ้าหล่อนแบมือมาตรงหน้าเขาในขณะที่มีคนงานเริ่มเข้ามาสังเกตการณ์ในแปลงกุหลาบทีละคนสองคนอย่างงงๆ  

โอ้โฮเว้ย ! แสบไม่ใช่เล่น ! จากฝ่ายถูกกระทำเจ้าหล่อนสามารถพลิกให้เขากลายเป็นไอ้โจรห้าร้อยต่อหน้าคนงานได้ในประโยคเดียว ! ชายหนุ่มมองแม่ตัวยุ่งแล้วกัดฟันอย่างสะกดอารมณ์ เอ่ยปากให้คนงานออกไปก่อนจะย่างสามขุมเข้าหา ใกล้จนเธอรู้สึกถึงความชื้นจากร่างกายเขา ชิดจนเธอเห็นลอนกล้ามท้องที่เรียงตัวสวยงามจนหน้าสวยๆ ร้อนผ่าวเมื่อรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้แค่ฝ่ามือเอื้อม เพียงดินยืนอยู่ในตำแหน่งที่พาให้หัวใจของสาวน้อยเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่แล้วสุดท้ายเขาก็ยัดเจ้าถุงเงินใส่อ้อมกอดของเธอพลางก้มกระซิบที่ข้างหูชวนให้หนาวเยือก

“ถ้าจะตี ไม่ตีหรอกที่มือน่ะ”

สรัสวตีตาโต มือข้างที่ไม่ได้อุ้มสุนัขรีบปิดบั้นท้ายของตัวเองทันที เจ้าของไร่สายโหดหัวเราะหึหึแล้วก็ดันหลังให้เธอมาดูผลงานเจ้าลูกชายจอมแสบที่ฝากไว้

“ดูซะ กุหลาบพันธุ์ Heritage จากอังกฤษ ออกดอกแล้วจะบานแค่วันเดียว พรุ่งนี้ก็จะโรยไป ดูฝีมือหมาของเธอ กุหลาบเพิ่งบานได้แป๊บเดียวก็กระจุยกระจายแบบนี้ แล้วตรงนี้ พันธุ์หายากปลูกยากทั้งนั้น หมด หมดกัน”

สรัสวตีเห็นร่องรอยวินาศกรรมเต็มตาแล้วก็หน้าซีด สำนึกผิดอย่างใจจริง เพียงดินรักต้นไม้ทุกต้นอย่างกับลูก มาเห็นแบบนี้จะไม่ให้เขาโกรธก็คงไม่ได้จริงๆ 

“เอย...ขอโทษค่ะ”

เพียงดินมองคนที่ทำเสียงอ่อยๆ แล้วก็ถอนหายใจแรง 

“ถ้าเราตกลงปลงใจที่จะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตสักตัวแล้วล่ะก็ ก็ต้องมีเวลาดูแลสั่งสอน เลี้ยงเพราะสงสารหรืออยากได้เพื่อนก็โอเคแหละ แต่อย่าให้มันกลายมาเป็นภาระตัวเองและคนอื่นแบบนี้ ไม่โอเค” เขาสั่งสอน ทำตัวเหมือนที่แฝดน้องชอบแซวบ่อยๆ ว่าเป็นครูไหวใจร้าย แม่หนูเอยจากบ้านวริศวงศ์ไม่กล้าสู้ตาพี่ชายข้างบ้านเลยในนาทีนี้

“เอยเพิ่งได้มันมาเมื่อวานนี่เอง ก็กำลังสอนอยู่” 

เห็นท่าทางจ๋อยสนิทแบบนั้นเพียงดินก็ไม่รู้จะว่ากระไรได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำอะไรสักอย่างให้สำนึกในความผิดนี้ทั้งนายทั้งหมา

“โอเคๆ พี่ไม่ตีเจ้าถุงเงินของเราก็ได้ แต่แปลงกุหลาบพังขนาดนี้ ยังไงเราต้องรับผิดชอบแทนมันในฐานะเจ้าของ” 


เจ้าถุงเงินที่ถูกล่ามอยู่ที่ต้นสนหน้าเรือนกุหลาบส่งเสียงงี้ดง้าดพลางชะเง้อคอมองเข้าไปในแปลงดอกไม้เป็นระยะอย่างสนใจใคร่รู้ สรัสวตีที่ตอนนี้ชุดเสื้อยืดกางเกงชาวดอยของเธอกำลังชุ่มด้วยเหงื่อและเปรอะดินไปทั้งตัว โดยเฉพาะสองมือที่ดำปี๋ถึงซอกเล็บ

“ไปเอากากมะพร้าวสับเล็กมารองก้นกระถาง ใส่ดินแล้วค่อยๆ เอากุหลาบลง” นายใหญ่ของไร่ที่ยังท็อปเลสยืนกอดอกสั่งคนงานจำเป็นหน้าสวยเสียงเข้ม สรัสวตีก้มหน้าก้มตาทำตามสั่งงกๆ แม้จะออกอาการปั้นปึ่งอยู่เล็กๆ ที่เขายังคงทำตัวเป็นจอมโหดคงเส้นคงวาเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็ก ด้วยการสั่งให้เจ้าของถุงเงินทำความสะอาดบริเวณที่เลอะเทอะคนเดียวห้ามคนงานมาช่วย ทั้งกวาดดิน ทั้งซ่อมแซมต้นกุหลาบที่พอซ่อมได้ด้วยการเอามาใส่กระถางใหม่เป็นสิบๆ กระถางทีเดียว !

“ตั้งกุหลาบให้ต้นตรง แล้วไปเอาขุยมะพร้าวกับหญ้าแห้งที่ท้ายเรือนมาคลุมดินไว้” แม่สาวน้อยเดินไปหยิบมาแล้วทำแบบเชื่อฟังโดยดี

“ทีนี้รดน้ำให้ชุ่ม” สรัสวตีเดินไปกรอกน้ำใส่ฝักบัวแล้วเดินกลับมา เพียงดินเอ่ยถาม

“ไปได้มาได้ยังไง ไอ้หมาวัดนี่” แม่สาวลุคคุณหนูอย่างสรัสวตีควรเลี้ยงหมาฝรั่งตัวน้อยๆ ดูกระแดะๆ มากกว่าจะเลี้ยงไอ้หน้าด่างแถมซนเป็นลิงนี่

“ก็...ได้มาจากวัดนั่นแหละ” 

สรัสวตีค่อยๆ รดน้ำลงบนกุหลาบแต่ละต้นแบบทะนุถนอม ไม่ได้ห่วงว่าตัวจะเลอะเทอะหรือเปียกปอน เพียงดินสังเกตเธอในทุกอิริยาบถ “พอเอยกลับมาถึงเชียงรายพ่อกับแม่ก็พาไปไหว้พระที่วัดน้ำริน หลวงพ่อบอกว่าแม่ของถุงเงินตายเพราะโดนยาเบื่อ พี่น้องมันอีกสามตัวก็ตายหมด เหลือเจ้าถุงเงินที่ไม่โดนยาอยู่ตัวเดียว แต่ถ้าอยู่วัดต่อ ก็ไม่แน่ว่าจะโดนเบื่อตอนไหนอีก พอเห็นเอยมันก็วิ่งเข้ามาคลอเคลียออดอ้อนน่าสงสาร จะไม่เอากลับมาด้วยยังไงไหว” 

น้องเอยก็ยังคงเป็นน้องเอย...เพียงดินมองเธอนิ่ง เมื่อตอนเด็กๆ มีหลายครั้งที่สรัสวตีร้องไห้งอแงเพราะอยากเอาหมาข้างถนนกลับมาเลี้ยง แต่พ่อแม่ของเธอก็ไม่อนุญาต ตอนนี้พวกท่านคงเห็นว่าเธอโตแล้วและสามารถดูแลชีวิตอื่นได้ เจ้าถุงเงินจึงโชคดีได้มาอยู่กับสาวสวยในที่สุด เพียงดินแอบยิ้มเบาๆ สรัสวตียังคงซ่อมแปลงกุหลาบอย่างขะมักเขม้นแต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังรัวในกระเป๋ากางเกงแบบชาวเขาของเธอก็ทำลายความเงียบขึ้น หญิงสาวที่ตอนนี้เปียกและเลอะดินไปทั้งแขนพยายามจะหยิบมันออกมารับอย่างทุลักทุเล แต่แล้ว...ก็เป็นหนุ่มหล่อแสนดุคนนั้นที่หยิบมันออกมา และกดรับด้วยตัวเอง !

“สวัสดีครับ น้านุช เพียงดินครับ” เจ้าของชื่อกรอกเสียงลงไปอย่างชิลๆ ดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนที่ต้องรับโทรศัพท์คนอื่น ในขณะที่เจ้าของโทรศัพท์ตาเหลือก...แม่โทรมา ! 

“อ้อ ใช่ครับ...น้อง...อยู่ตรงนี้” เขาเหลือบตามอง ‘น้อง’ ที่ยืนไม่เป็นสุข "แต่ว่ามือเปียกรับโทรศัพท์ไม่ได้ครับ” 

เพียงดินยังคงสนทนาปราศรัยไปเรื่อยไม่มีทีท่าว่าจะคืนมือถือให้แม่ลูกได้คุยกัน “ไม่ได้กวนอะไรครับน้านุช พอดี... ‘น้องเอย’ เห็นแปลงกุหลาบใหม่ที่เพิ่งลงเลยอยากลองปลูกดูบ้าง ตอนนี้เลยเล่นปลูกดอกไม้เป็นการใหญ่ครับ เห็นว่าอยากมาทำอีกบ่อยๆ น้องบอกสนุกครับ” 

‘น้องเอย’ ถลึงตาใส่พ่อตัวร้ายที่สร้างสถานการณ์ได้เกินจริงไปมาก “เจ้าถุงเงินก็อยู่ด้วยกันนี่แหละครับ ไม่กวนเลย มีสมบัติผู้ดีสมเป็นหมาบ้านน้านุชจริงๆ ครับ”

สรัสวตีอยากทึ้งหัวตัวเองพอๆ กับอยากกระโจนเข้าทึ้งเขานัก ยิ่งประโยคสุดท้ายก่อนจะวางสายนั่นด้วยแล้ว...

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวปลุกกุหลาบเสร็จ บ่ายๆ ผมจะพาไปส่งที่บ้านทั้งสองตัว เอ๊ย ทั้งหนึ่งคนหนึ่งตัวครับ สวัสดีนะครับน้านุช”

          เพียงดิน ! ผู้ชายร้ายกาจ !  





*******************

พี่ดินมาแล้วววว พี่ดินถึงจะสายโหดและก็ขี้อ่อยยังไงไม่รู้ 5555

หนุ่มชาวไร่มาดแมนแฮนด์ซัม เชื่อว่าหลังจากนี้สาวๆ จะแบ่งเป็นสองทีม 555

วางพี่ดินไว้เป็นคู่สอง (จริงๆ แอบเหนื่อยนิดนึงกับการเขียนเรื่องที่มี 2 คู่

แต่พี่ดินสำคัญกับเรื่องมากทีเดียว จนไม่อาจให้นางเป็นแค่ตัวประกอบไก่กาได้เลยค่ะ)

ส่วนพี่เฮค นางจะคืบคลานเข้ามาในชีวิตของหมอมากขึ้นเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีก็.... อิอิ

.

20% สุดท้ายขอมอบให้พี่ดินและน้องเอย ถือเป็นบทที่เป็น Battle จริงๆ

บอสสองคู่ สี่คน กัดๆ กวนๆ ไม่มีใครยอมใคร

ส่วนบทหน้า มาดูกันว่าซีอีโอสายเปย์เค้าจะรุกคืบเข้าหาหมอกันแบบไหน

รวมทั้งปริศนาในชาติกำเนิดของเก็ดถวาและเพียงดิน 

ในขณะที่เหมราชก็กำลังเข้าใกล้คีราลัยมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันค่ะ

.

ส่วนผู้อ่านที่ถามไถ่กันมาว่า งานหนังสือมีนานี้ทันไหมๆๆๆ

กรี๊ด ไม่ทันนะคะ 5555555 แคลร์ เดอ ลูน เขียนหนังสือช้ามากกกกค่ะ

สถิติคือปีละเล่มสวยๆ 55555 ดังนั้นไม่ทันแน่ค่า

อาจจะเป็นงานหนังสือตุลาดีกว่า พอให้ได้หายใจกันหน่อยเนอะ 

ใครรอเล่มก็รอหน่อยนะคะ ใครอยากอ่านด้วยกันเป็นตอนๆ แบบนี้

ก็ขอขอบพระคุณอย่างสูงจริงๆ ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนกัน ช่วยแนะนำติชม

แก้ไขในข้อมูลบ้าง ตัวสะกดบ้าง เป็นความกรุณาให้นักเขียนจริงๆค่ะ

.

ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav ทุกโหวต

ขอบพระคุณชาวเน็ตที่ไปโหวตให้ Clair de Lune 

ได้ติด 1 ใน 25 นักเขียนที่มีผู้อ่านโหวตให้มากที่สุดใน MEB ด้วยนะคะ เป็นพระคุณและเป็นปลื้มมากๆ ค่ะ


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว

เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด ถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ แคลร์ไม่ได้อยู่ในวงจรของแพทย์ 

อาจมีข้อมูลหลุดหรือผิดได้ต้องขออภัยและพร้อมจะแก้ไขค่ะ

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขบ้างเพราะคุณหมอกับคุณพยาบาลช่วยดูเรื่องข้อมูลให้ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #796 17lunnla (@17lunnla) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:17

    เป็นกำลังใจนะคะ เล่มนี้จะเป็นเล่มต่อไปที่รออ่านฉบับหนังสือ..แน่นอนจ้า

    #796
    0
  2. #398 sasitorn1 (@sasitorn1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:16
    ถ้าจบพี่เฮคเตอร์กับหมอแคทจะมีเรื่องของเพียงดินหรือป่าวน่ะ
    #398
    0
  3. #364 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 08:32
    พี่ดินสายโหดแกล้งน้องหรือคะ .... พี่เหมกลายเป็นลูกเพื่อนแม่หมอแคทซะงั้น โลกกลมได้อีกค่ะ
    #364
    0
  4. #245 Moonoizz Lookkaew (@moonoizz-lk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:28
    โอยยยยยยย แอบปลื้มพี่ดินแล้วค่ะ เอ็นดูน้องเอยด้วย :))
    #245
    0
  5. #175 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 13:58
    โห....พี่ดิน ทั้งโหด ทั้งเจ้าเล่ห์
    หลงเสน่ห์ พี่ดินซะแล้วล่ะค่ะ
    #175
    0
  6. #173 213141 (@213141) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 12:22
    พี่ดิน คล้ายๆ พี่พุกของน้องเบลเลย 555 น่ารักกก ถึงนักเขียน เขียนช้าแต่ชัวร์ สนุกทุกเล่มม
    #173
    0
  7. #160 Pumpui Pc (@pumpuipc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 16:22
    กรี้ดดดดดดดดพี่ดิน
    กด จอง กด Cf พร้อมโอนค่ะ
    #160
    0
  8. #159 Bessie Puangmanee (@thebessie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 08:05
    ฉากพี่ดิน ออร่ากระจายมากกกกกก
    #159
    0
  9. #157 bjitra (@bjitra) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 13:10
    ชอบทั้งสองคู่เลย
    #157
    0
  10. #156 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 01:52
    น่ารักทั้งสองคู่ค่ะ
    #156
    0
  11. #155 Dawrung669 (@25480508) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:40
    พี่ดินนนน อิอิ.
    #155
    0
  12. #154 pon6969 (@pon6969) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:00
    คู่พี่ดินน่ารักเขียวคะ
    #154
    0
  13. #153 pon6969 (@pon6969) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:00
    คู่พี่ดินน่ารักเขียวคะ
    #153
    0
  14. #152 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:47
    เหมือน ได้อ่าน ๒ เรื่อง ๒รส ในเล่มเดียวเลย ภาคเกษตร และภาคธุรกิจการแพทย์อีกโอ๊ย คุ้มมม
    #152
    0
  15. #151 ZeeWaa (@ZeeWaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:40
    กรี๊ดดดดดด คู่แรกก็ซี๊ด คู่สองก็ฟินค่ะ
    #151
    0
  16. #150 ingnon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:35
    มาบ่อยๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะค้าาาาาาา

    แอบปันใจไปให้พี่ดินด้วยได้มั้ยคะเนี่ย
    #150
    0
  17. วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:56
    ทีมพี่ดินสายอ่อยค่ะ ท็อปเลสบ่อยๆ จะอร่อยมากนะคะ 5555
    #149
    0
  18. #147 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:42
    ดินกับเอย โอย ฟิน กว่าคู่ใหญ่อ่ะค่ะ
    #147
    0
  19. #146 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:38
    น้องเอยเจอคู่ปรับตัวจริงแล้ว... รักเพียงดิน
    #146
    0
  20. #145 maiteeklog (@maiteeklog) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 14:35
    รักมากมายย
    มาต่อเร็วๆน้าาา
    #145
    0
  21. #144 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 11:05
    กรี๊ดพี่ดินมากค่ะ >///<
    #144
    0
  22. #142 sadee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 07:14
    เช้านี้ดีต่อใจได้อ่านพี่เฮคก่อนไปทำงาน รอๆไรท์มาต่อๆๆ
    #142
    0
  23. #140 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 06:05
    ชอบที่มีพูดภาษาเหนือ ด้วยค่ะ แต่แปลกเนอะ ทำไมอ่านแล้วเข้าใจ ทั้งๆที่ ก็ไม่ใช่คนเหนือ หรือไปภาคเหนือเลย
    #140
    0
  24. #139 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 06:03
    มาต่อไวๆนะคะ อย่าหายไปนานนนนนน. มา สป ละ ครั้ง 2 ครั้ง ให้ชื่นจายโต่ยย
    #139
    0
  25. #138 sommapun (@sommapun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 00:20
    เปิดตัวพี่ดินหล่อแมนดุเข้มแบบนี้ ไรท์ทำให้หัวใจรีดเดอร์หวั่นไหวขึ้นไปอีก10ริกเตอร์
    #138
    0