สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 144,910 Views

  • 1,209 Comments

  • 1,389 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,623

    Overall
    144,910

ตอนที่ 4 : Chapter 3 (1) : สังเวียนเจ้าป่า | Battle of the Bosses [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    23 ม.ค. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 3 (1)

สังเวียนเจ้าป่า | Battle of the Bosses


ฉิบหาย...

เสียงสบถแห่งความล่มสลายในการควบคุมสถานการณ์ดังก้องอยู่ในเซลล์สมองอันแสนชาญฉลาดของทริปเปิลเอช แม้เนื้อตัวและใบหน้าเธอจะเลอะเทอะจนเหมือนไปคลุกถ่านมา แต่เหมราชจำได้เพียงสบตา ไอ้เขม่าควันระยำนั่นไม่มีทางปิดบังดวงหน้างดงามที่คอยตามรบกวนจิตใจเขาอย่างน่าโมโหมานานนับปี ให้ตายเถอะ นี่ไม่ได้เตรียมใจมาแม้สักนิดว่าจะต้องมาเจอเธออีก...แถมเจอในสถานการณ์ที่แบบ....โคตรน่าประทับใจเลย...

ฉิบหาย...เขานี่แหละ โง่ฉิบหาย ! 

“เอ้อ...คุณ...ฟังก่อน” แต่จะให้ยืนอึ้งมองได้แค่หลังตอนเธอเดินจากไป แล้วทุกอย่างก็จบไปแบบโง่ๆ...มันก็เสียเชิงราชสีห์เจ้าป่าไปหน่อยไหม ชายหนุ่มก้าวขายาวๆ ไม่กี่ก้าวก็มาดักหน้าเธอสำเร็จ ลูกสาวเจ้าของไร่ชะงักกึก ตวัดสายตาโหดๆ มองเขาเขม็ง

“ป้ายก็แปะอยู่ทนโท่ยังจะมาคิดถาม แถมยังไม่มีมารยาทมากวนเจ้าของบ้านในเวลาที่ทุกคนควรได้พักผ่อน ไล่แล้วก็ยังไม่ไป เขาเรียกว่าหน้าด้าน คุณฟังพูดภาษาไทยได้นี่นะ คงไม่ต้องแปล” 

มาเป็นชุด... เหมราชยืนฟังแล้วก็งง อย่างแรก แน่ล่ะ ในชีวิตสามสิบสี่ปีของทายาทคนโตแห่งแฮมิลตัน ไม่เคยมีใครมาใช้คำพูดแบบนี้กับเขา และไม่เคยมีใครมาใช้สายตารังเกียจแบบที่กำลังโดนผู้หญิงคนนี้ทำใส่ ! อันที่จริงก็ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ไทม์สแควร์แล้ว หมอเก็ดถวาเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่กล้าแหวใส่ทริปเปิลเอช จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังทำเหมือนเขาเป็นไอ้ตัวน่ารำคาญที่พูดไม่รู้ฟัง ทำไมคนเป็นหมอถึงอารมณ์เสียได้ทุกครั้งที่เจอแบบนี้ มันใช่เหรอ ! 

“คุณ...เป็นวัยทองรึเปล่าเนี่ย หรือวันนั้นของเดือน ไปกินรังแตนมาจากไหน ต้องเหวี่ยงอะไรเบอร์นี้ ผมแค่จะพูดกับคุณดีๆ แบบที่คนมีอารยะเขาพูดกัน...” เหมราชถามเธออย่างไม่เข้าใจจริงๆ นี่เขายังพูดไม่ได้จบเลยสักประโยคก็โดนแม่เจ้าประคุณตอกหน้าไม่เว้นช่วง เก็ดถวาตาลุกเมื่อโดนเขาย้อนถามเอาเจ็บๆ แต่ก็เริ่มนึกขึ้นได้ ผู้ชายคนนี้ซวยมากที่ดันโผล่มาแบบจังหวะนรก ในวันที่ร่างเธอกำลังจะพัง ในวันที่เธอไม่ได้นอนไม่ได้กิน ในวันที่คนไข้ของเธอตาย แล้วยังจะมาพูดเรื่องซื้อที่ทำรีสอร์ทที่เธอแสนจะเกลียด...ถึงเขาจะไม่รู้เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เธอเหวี่ยงแรงขนาดนี้ แต่ก็...ความผิดเขานั่นแหละ !  

เก็ดถวากัดฟัน บังคับเสียงให้นิ่งเย็นเยียบแต่ชัดเจนทุกคำ “เราจะไม่ขายที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียว”  

ความเด็ดขาดจากท่าทีนั้นทำให้นักธุรกิจใหญ่อึ้งไป แต่สัญชาตญาณกลับผลักขาของเขาให้ก้าวเข้าหาเธอเองอย่างไม่รู้ตัว เก็ดถวาถอยทันควัน ในขณะที่ป้าอบเชยกับนายข้าวตังยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก คุณหมอภาคน้ำเดือดแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นนักหรอก ส่วนกรณ์ก็ตาค้างเข้าจังๆ เมื่อเจอฤทธิ์เดชคุณหมอคนสวยที่เจ้านายเคยสั่งให้ตามเช็กประวัติอยู่อย่างเงียบๆ มาช่วงหนึ่ง เขาอุตส่าห์เลี่ยงใช้คำว่าหน้ามึนอย่างเกรงใจ แต่หมอแคทคนนี้มาด่าหน้าด้านแสกหน้ากันตรงๆ...งานนี้ไม่รู้จะสงสารเจ้านายหรือจะสมน้ำหน้าดี...

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือสิงห์...ยังมีลูกแมวว่ะ แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่ลูกแมวหรอก...นี่มันแม่เสือชัดๆ 

“ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว ฉันจะแจ้งตำรวจ” 

สายตาสองคู่สบประสานกันไม่วาง เก็ดถวาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นเตรียมพร้อมกดเรียกตำรวจ เหมราชไม่ได้สนใจคำขู่ของแม่คนตัวเล็กกว่าสักนิดเดียว แค่สงสัยว่าทำไมถึงจะคุยกันดีๆ ไม่ได้...

“เก็ดถวา...” เขาเผลอเรียกชื่อเธอ เจ้าของชื่อตัวเย็นวาบ เหมราช แฮมิลตัน รู้จักชื่อเธอได้ยังไง...

แต่ก็ไม่แปลกไหม เธอยังรู้จักชื่อเขาเลย ก็เขาโด่งดังเป็นเซเลบริตี้ในวงสังคมอเมริกัน เป็นปารีส ฮิลตัน ภาคผู้หญิง ใครกันจะไม่รู้จัก ...แต่เธอ...เธอเป็นแค่หมอชนบทธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น...

ความสงสัยของเก็ดถวายังไม่ถูกคลี่คลาย เสียงใครคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“คุณหมอๆๆ ! จ่วยโตยๆๆๆ (คุณหมอๆๆ ! ช่วยด้วยๆๆๆ)” คนงานหญิงในไร่ร้องเรียกหาคุณหมอเสียงลั่น

“อะไรกันพี่นา” พี่นารีอยู่ในสภาพตื่นตกใจ พูดไปหายใจไปแทบฟังไม่ได้ศัพท์  

“ไอ้...ข้าวตู ! ไอ้ข้าวตู...มันถูกงูกัด !”

“เฮ้ย !” หนุ่มน้อยเข้าตังพี่ชายเด็กหญิงข้าวตูที่ยืนอยู่กับป้าอบเชยร้องขึ้นเป็นคนแรก เก็ดถวาเบิกตากว้าง เป็นอีกครั้งที่ต้องเรียกสติทุกอย่างให้เข้าสมองภายในหนึ่งวินาที

“ว่าไงนะ ตอนนี้อยู่ไหน”

“จุ๊บแจงแม่มันผ่ออยู่ หลังโรงกล้วยไม้เจ้า !” แพทย์หญิงคนงามไม่สนใจคนแปลกหน้าทั้งสองคนอีก เธอวิ่งขึ้นรถจี๊ปบุโรทั่งพร้อมเรียกพี่นารีกับหนุ่มน้อยข้าวตังให้กระโดดขึ้นนั่งข้างๆ 

“ข้าวตังกับพี่นาไปกับฉัน ป้าอบอยู่คอยดูแม่นะคะ ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เราไม่รู้ว่างูอะไร อยู่ตรงไหนแล้ว” 

“นายครับ” กรณ์เรียกสติของเจ้านายที่ยังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบลืมหายใจ เหมราชวิ่งขึ้นรถตัวเองพร้อมสั่งเสียงเด็ดขาด...แบบที่เคยเป็นเสมอมา

“ตามรถจี๊ปไปกรณ์” 

“แต่...คุณหมอแกเพิ่งไล่เรา...” ผู้ช่วยยังลังเล กลัวว่าตอแยมากๆ จะโดนลูกปืนสวนออกมา แต่เหมราชกลับให้เหตุผลที่ทำให้กรณ์ไม่อาจโต้เถียงอะไรได้อีก

“ตอนนี้มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก มืดค่ำแล้วด้วย เผื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ” 

กรณ์หยุดรถอเนกประสงค์คันโตที่หลังรถจี๊ปข้างๆ โรงเรือนเพาะกล้วยไม้ เหมราชวิ่งถลาลงไปเมื่อเห็นเด็กหญิงอายุราวสิบขวบนอนราบอยู่บนพื้นดินหน้าห้องน้ำคนงานที่ด้านหลังเป็นพื้นที่ที่ยังเป็นป่าละเมาะ มีต้นไม้กับหญ้าขึ้นรกสูงแน่น ข้างๆ ตัวแม่หนูน้อยมีแม่ที่กำลังนั่งร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก ส่วนพี่นารีรีบวิ่งไปหยิบกระเป๋ายาฉุกเฉินในตู้เก็บของภายในโรงกล้วยไม้ออกมาตามคำสั่ง

“งูอะไร พี่แจงทันเห็นไหม” เก็ดถวาทรุดนั่งข้างๆ ปากถามข้อมูลตาก็ประเมินอาการอย่างรวดเร็ว นางจุ๊บแจงเล่าไปร้องไห้ไป ส่วนข้าวตูนั้น...ดูจะแขนขาอ่อนแรง ไม่มีแรงพูดไปแล้ว หน้าแข้งซ้ายบริเวณถูกกัดเริ่มบวมและยังดูกระสับกระส่าย เก็ดถวารีบล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์

“บ่หันเลยเจ้าคุณหมอ เจ้าตูมันว่าจะมาเข้าส้วมนี่ แต่หายไปนานฉันเลยมาตาม มาถึงก็หันมันนอนฮ้องโอดโอยอยู่ (ไม่เห็นเลยค่ะคุณหมอ เจ้าตูมันว่าจะมาเข้าส้วมนี่ แต่หายไปนานฉันเลยมาตาม มาถึงก็เห็นมันนอนร้องโอดโอยอยู่)”

“สองเขี้ยว งูพิษ...” เหมราชเปิดไฟฉายจากมือถือตัวเองส่องที่ไปที่แผล “รอยเขี้ยวห่างกันแบบนี้แสดงว่าตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นด้วย งูเห่าแน่คุณ เด็กเริ่มลิ้นแข็ง ลืมตาสองข้างไม่เท่ากันแล้ว” 

เขาพูดกับคุณหมอเป็นภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้แม่เด็กรู้เรื่องแล้วจะยิ่งขวัญหนีดีฝ่อ เก็ดถวาหันขวับ ผงะที่ยังเห็นเขาอยู่ตรงนี้ ไล่ไม่ไปไม่เท่าไหร่แต่นี่ขับรถตามเข้ามาถึงในตัวไร่ ! แถมยังรู้เรื่องงู !

แต่นี่ไม่ใช่เวลาวีน คุณหมอสั่งเสียงดังฟังชัด

“ใครก็ได้หักกิ่งไม้ให้หน่อย เอาขนาดยาวเท่าขาเด็ก !” ไม่ต้องรอสักวินาที เหมราชก็ส่งกิ่งไม้แข็งๆ ขนาดเหมาะมือมาตรงหน้าราวกับเตรียมไว้ให้แล้ว เก็ดถวามองอย่างอึ้งๆ แต่ก็รีบดามกิ่งไม้นั้นเข้ากับขาของข้าวตู

“ต้องรัดขาก่ครับคุณหมอ ขันชะเนาะน่ะ” ข้าวตังผู้เป็นพี่ชายถามเสียงสั่นๆ ไร่มอกกำปอพัฒนาพื้นที่จนมีคนงานมากมาย เรื่องงูเงี้ยวเขี้ยวขอนั้นห่างหายกันมานานเพราะคนเริ่มเยอะ แต่บริเวณนี้อยู่ใกล้ธารนํ้าและเป็นป่าละเมาะด้วย ก็เป็นได้ที่จะมีงูหลงมา

“ไม่ต้อง อย่าทำนะ ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย จำไว้ ห้ามขันชะเนาะ ห้ามดูดพิษ ห้ามกรีดแผล” คุณหมอรีบห้าม “ล้างแผลแล้วเอากิ่งไม้มาดามแล้วหาผ้าพันไว้ไม่ให้ตรงส่วนที่ถูกกัดเคลื่อนไหวมาก กับพยายามอย่าให้แผลอยู่สูงกว่าหัวใจก็พอ”

‘ผ้า’ ที่คุณหมอพูดถึงหมายถึงผ้าพันแผลแต่มันกลับไม่มีอยู่ในกระเป๋าฉุกเฉินใบย่อม แต่แล้วอีกผ้าที่พอใช้แทนกันได้ก็ถูกยื่นมาตรงหน้าทันทีโดยไม่ต้องเรียกหาราวกับรู้คิวอีกครั้ง มันเป็นเนคไทผ้าไหมดูก็รู้ราคาแพงแค่ไหน หญิงสาวหันหาเจ้าของเทคไทแต่สุดท้ายก็รับมันมาแล้วพันไปรอบๆ กิ่งไม้ที่ดามไว้กับหน้าแข้งของเด็ก

“เอาล่ะ พยายามให้ขาอยู่นิ่งที่สุดนะ ช่วยกันยกหน่อย เราต้องเคลื่อนตัวข้าวตูในท่านอนแล้วไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” 

“ผมช้อนกลางตัวเด็กเอง ขอคนจับส่วนหัวกับขาไว้ให้นิ่งๆ” เหมราชพูดเสียงเฉียบขาดไม่แพ้คุณหมอ ไม่รอให้ใครอนุญาตทริปเปิลเอชก็ทำหน้าที่บุรุษพยาบาลอย่างคล่องแคล่วเหมือนเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มามาก เก็ดถวาวิ่งไปที่รถจี๊ปแต่เหมราชกับพาคนเจ็บไปที่รถเอ็มพีวีคันโก้ของตัวเอง

“คุณเป็นหมอจะขับเองแล้วทิ้งคนไข้ไว้บนเบาะได้ไง เกิดมีเหตุฉุกเฉิน ไปรถผม ด้านหลังรถพับเบาะเก็บหมดแล้ว นอนราบได้เลย นั่งรถจี๊ปคุณไปมีหวังเด็กได้ดามกระดูกคอเป็นของแถม”

เก็ดถวาอึ้งอีกครั้ง แต่ก็มุดตัวเข้าไปในห้องโดยสารของรถอเนกประสงค์คันใหญ่ที่เบาะตอนหลังถูกพับเก็บไว้ราบกับผนังรถ กลายเป็นที่โล่งๆ ให้เด็กหญิงอายุสิบขวบนอนเหยียดตัวได้พอดี หญิงสาวนั่งอยู่ข้างๆ ข้าวตูคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด กรณ์ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ส่วนเหมราชนั่งหลังคนขับข้างๆ แม่เด็กพร้อมเปิดไฟในรถให้สว่างเพื่อให้คุณหมอดูสังเกตคนไข้ได้ชัดเจน

รถสีขาวออกตัวพุ่งตรงสู่โรงพยาบาลน้ำริน มันนิ่งและกระเทือนน้อยกว่ารถจี๊ปแบบเทียบกันไม่ติด ข้าวตูยังนอนกระสับกระส่าย หากตอนนี้เก็ดถวาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างแล้ว เด็กหญิงเริ่มมีอาการกลืนน้ำลายลำบากอ้าปากไม่ขึ้น 

สัญญาณไม่ดีเลย...ข้าวตูหายใจเหมือนอึดอัดอยู่อีกสองเฮือกก่อนหยุดนิ่ง 

หยุดหายใจ ! อะดรีนาลีนของเก็ดถวาหลั่งเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้แล้วในวันนี้ 

นางจุ๊บแจงที่มองลูกอยู่ตลอดเวลาเริ่มตัวสั่นงันงก สติแตกขึ้นมาอีก เหมราชอดใจหายวาบไม่ได้เมื่อเห็นเก็ดถวาก้มลงผายปอดต่อด้วยปั๊มหัวใจเด็กหญิงข้าวตูทันที เขาหันไปสั่งกรณ์ให้เปิดไฟฉุกเฉินแล้วเร่งความเร็วของรถเพิ่มขึ้นอีกนิด ถามคนสนิทด้วยภาษาอังกฤษ

“ใกล้ถึงโรงพยาบาลหรือยังกรณ์ อีกกี่นาที” กรณ์เหลือบดู GPS ที่ติดอยู่

“จากตรงนี้ไม่เกินเจ็ดนาทีครับ”

“ขอแค่สามได้ไหม แต่เอาปลอดภัย เด็กหยุดหายใจแล้ว เรามีเวลาแค่นั้น” เกินกว่านี้หมอก็จะแย่ไปด้วย เขาเคยอบรมการฝึก CPR กู้ชีพตอนเป็นทหาร ขนาดปั๊มด้วยแรงผู้ชายยังเล่นเอาเหนื่อย !

“ครับนาย” 

“คุณหมอ ไอ้ตูมันเป็นอะหยัง มันบ่หายใจก่ะ...ฮือ (คุณหมอ ไอ้ตูมันเป็นอะไร มันไม่หายใจเหรอ ฮือ)”

เหมราชจับไหล่แม่เด็กไว้พยายามให้เธอคลายความตระหนก เสียงของเขามั่นคง เก็ดถวายังคงปั๊มหัวใจต่อไป “ใจเย็นๆ เด็กไม่เป็นอะไรหรอก อยู่กับหมอแล้ว หมอช่วยข้าวตูหายใจอยู่ ไม่เป็นไรนะ” 

จุ๊บแจงพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ใจแทบจะขาดเมื่อมองชีวิตน้อยๆ ของลูกสาวที่กำลังฝากไว้กับคนเป็นหมอและรถสีขาวที่กำลังมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล


เก็ดถวาเดินแทบจะลอยออกมาจากห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลน้ำรินที่วันนี้ดูวุ่นวายมากเป็นพิเศษ ฝีเท้าชะงักลงเมื่อยังเห็นว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นยังคงยืนรออยู่ที่ด้านนอกห้อง หน้าตาเขาเหมือนอยากรู้อาการของเด็กหลังจากที่ส่งข้าวตูถึงห้องฉุกเฉินเรียบร้อย เธอคิดอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะพูดออกมาลอยๆ เหมือนพูดกับลมกับฟ้า 

“จากอาการก็คงจะเป็นงูเห่านั่นแหละ ปริมาณพิษคงมากอยู่ถึงได้หยุดหายใจกลางทาง แต่นี่ก็ใส่ท่อช่วยหายใจให้เซรุ่ม ปลอดภัยแล้วล่ะ...แต่ถ้าเรามาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านี้คง...” 

เสียงหวานๆ เริ่มพร่าก่อนหายลงคอ นึกภาพตามที่ตัวเองพูดแล้วก็อดสะท้อนวาบในอกไม่ได้ และถ้าไม่ได้ผู้ชายคนนี้...เหมราชขยับมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เก็ดถวาช้อนสายตาขึ้นมองเขาก่อนพูดในสิ่งที่ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน

“ขอบคุณ...” 

สองคำสั้นๆ แต่ เหมราช แฮมิลตัน ก็บอกไม่ถูกว่าควรรู้สึกอย่างไรดี ชายหนุ่มยังไม่ว่ากระไร เขายังคงมองเธอนิ่ง แม้ในฐานะเจ้าของไร่เธอจะดุเดือดและแข็งกร้าวนัก แต่ในฐานะแพทย์ ผู้หญิงคนนี้ทำหน้าที่ได้อย่างชื่นชมในความมีสติ ความเมตตาและความทุ่มเทของเธอ เก็ดถวาเริ่มอึกอักที่โดนจ้องเอาๆ จนในที่สุดทริปเปิลเอชก็คว้าข้อมือของคุณหมอแล้วพามายังอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลกัน เก็ดถวายังงง ขมวดคิ้วเมื่อเห็นป้ายที่หน้าห้อง

‘ห้องน้ำหญิง’ คุณหมอหันขวับมามองคนที่พามาส่ง เหมราชมองหน้าเธอแล้วส่ายหัวเบาๆ

“ล้างหน้าเหอะ หน้าหมอโคตรหลอนเลยตอนนี้ ดูซิ ดำปี๋เหลือแต่ลูกตาอย่างกับอีเห็น คนไข้แตกตื่นหมด” 

เก็ดถวาตาโต นึกขึ้นได้ทันที ตั้งแต่ดูคนเจ็บจากไฟไหม้ เธอก็ออกจากห้องฉุกเฉินมาแบบล้างมือแค่นั้น อยากจะกลับมาล้างหน้าล้างตัวที่บ้านทีเดียว แต่ก็มาเจอแขกไม่ได้รับเชิญต่อด้วยเคสฉุกเฉินของข้าวตูจนต้องกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้ง คุณหมอคนสวยเสียหน้าอยู่ไม่น้อย รีบผลุบหายเข้าห้องน้ำ ส่วนนักธุรกิจใหญ่ได้แต่ขำเบาๆ อย่างเอ็นดู ยืนพิงผนังรออยู่หน้าห้องอย่างใจเย็น

แพทย์หญิงเก็ดถวาออกมาจากห้องน้ำในอีกไม่กี่นาทีถัดมา หยุดกึกอีกครั้งเมื่อยังเห็นผู้ชายคนเดิมที่รออยู่ เหมราชหันมองเธอเต็มตาแล้วก็ต้องเป็นฝ่ายหยุดนิ่งไปบ้าง เมื่อไร้เขม่าควันที่เประเปื้อน ดวงหน้าสวยก็ปรากฏแจ่มชัดแม้เธอจะดูอิดโรย เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่เหมราชได้เห็นหน้าเธอชัดๆ ด้วยสองตาตัวเองเช่นนี้

ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมสีนิลสวยซึ้ง ริมฝีปากได้รูปถึงจะเริ่มซีดเพราะความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ผิวขาวเผยแก้มใสที่ยังมีหยาดนํ้าเกาะอยู่ เครื่องหน้ารับกันเหมาะเจาะงามเหมือนกับวาดเอา เหมราชจำไม่ได้เลยว่าเขาหยุดมองอยู่นานแค่ไหน มองจนคนถูกมองเริ่มทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งคุณหมอสาวอีกคนเดินเข้ามาทำลายภวังค์แปลกๆ ที่กำลังดำเนินอยู่  

“แคท กลับบ้านไปพักได้แล้ว วันนี้ฉุกเฉินกันหลายรอบเกินร่างกายจะรับไม่ไหวเอา ทางนี้มีหมอพอ ข้าวตูนี่เดี๋ยวป่านดูให้” แพทย์หญิงปทิตตา แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปสาวห้าวตัดผมสั้นกุดทะมัดทะแมงเดินมาตบบ่าเพื่อนอย่างเป็นห่วง พาให้เก็ดถวาหลุดจากดวงตาคมๆ นั้น

“แคทอยู่ได้นะป่าน เด็กในไร่เห็นมาตั้งแต่เกิด เป็นห่วงมัน”

“เด็กในไร่ แต่เจ้าของไร่ก็ต้องนอนป่ะวะ อย่าดื้อ เดี๋ยวได้แอดมิทกันทั้งนายทั้งบ่าวพอดี เชื่อป่าน กลับบ้าน ไปๆ เอ้อ...คุณฮะ...เป็นคนพาหมอแคทมาใช่ไหม ฝากกลับไปด้วยนะฮะ” หมอป่านหันมาฝากฝังเพื่อนสาวกับผู้ชายที่ยืนอยู่ด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่การที่เขาเป็นคนมาส่งคนเจ็บพร้อมหมอ และยืนคุยกันได้พักใหญ่ก็น่าจะรู้จักมักจี่กันอยู่บ้าง เก็ดถวาอ้าปากจะค้านแต่ปทิตตาหายกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินเสียแล้ว 

“ผมไปส่ง” คนแปลกหน้าของน้ำรินพูดขึ้นเรียบๆ

“ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้” คนพื้นที่สวนกลับทันที

“จะกลับยังไง”

“เดี๋ยวไปยืมมอเตอร์ไซค์ รปภ. ขี่กลับไปก่อนก็ได้ ยืมกันบ่อยๆ” เสียงนั้นแข็งแรงดูช่วยเหลือตัวเองได้ แต่เหมราชฟังแล้วส่ายหัวอย่างเดียว

“หมอจะขี่มอเตอร์ไซค์โต้ลมเกือบสามสิบกิโลกลับไร่ ทั้งๆ ที่มีรถเก๋งให้นั่งสบายๆ เนี่ยนะ ประสาทรึเปล่าวะ” ประโยคสุดท้ายเขาพูดกับตัวเอง แต่มันก็ดังพอที่คู่สนทนาจะได้ยิน แม่เสือสาวกัดฟันกรอด

“ปากแบบนี้ คนที่โดนงูกัดน่าจะเป็นคุณมากกว่านะ”

คุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันฟังแล้วยิ้มกริ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนได้เห็นอยากจะข่วนหน้าให้เลือดซิบ “อืม...ก็โอเคอยู่นะ ถ้างูกัดแล้วจะโดนหมอเป่าปากน่ะ”

เก็ดถวาถลึงตาใส่เขาอย่างดุๆ แม้ในใจจะเริ่มสั่นขึ้น...แปลกๆ “ไม่ตลก”

“โอเคๆ นั่งกลับไปกับผม ผมสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องซื้อที่ให้หมอรำคาญใจสักแอะ”

“ไม่ต้องพูดอะไร แค่คุณยืนเฉยๆ ฉันก็รำคาญคุณจะแย่แล้ว ถอย !” เก็ดถวาผลักเขาให้ออกห่าง แต่ตัวเองกลับเซวูบ เหมราชคว้าเอวเล็กๆ นั้นไว้ได้ทันก็จะล้ม เก็ดถวาตัวร้อนวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงทุ้มที่ดังใกล้หูตัวเองพร้อมกับมือใหญ่แข็งแรงที่รั้งตัวเธอไว้อย่างมั่นคง

“อวดเก่ง เยอะไม่เข้าเรื่อง”

โดนเขาว่าเอาตรงๆ บ้าง แต่เก็ดถวาไม่มีแรงจะด่ากลับเลยในตอนนี้

“ผมไม่ได้ห่วงอะไรหมอนักหนาหรอก ผมห่วงชาวบ้าน หมอล้มไปสักคนแล้วชาวบ้านที่เจ็บป่วยจะทำยังไง หนึ่งชีวิตของหมอ มีค่ากับคนนับร้อยที่นี่ กรณ์ เปิดประตู” เหมราชไม่ว่าเปล่า เขารวบเอวคุณหมอผู้แสนดื้อไว้มั่น แม้เจ้าตัวจะพยายามดิ้นขลุกขลัก คนที่ไม่ได้ห่วงหมอแทบไม่ต้องออกแรงดันอะไรมากก็จับหญิงสาวเข้านั่งในรถได้ง่ายๆ พร้อมปิดประตูทันควัน

“ฉันไม่ไปกับคุณ เราไม่ได้รู้จักกัน” แม่เสือแห่งไร่มอกกำปอยังมีแรงพอจะหันมาขู่ฟ่อ แต่ต้องตัวแข็งทื่อในวินาทีถัดมาเมื่อสิงห์หนุ่มเอื้อมตัวมาดึงสายเข็มขัดนิรภัยฝั่งคุณหมอแล้วจัดการคาดให้เธอเสร็จสรรพ เก็ดถวาแทบกลั้นหายใจเมื่อหน้าเขาอยู่ใกล้แค่หนึ่งฝ่ามือ เหมราชกระตุกยิ้มร้ายกาจส่งให้อย่างกวนประสาท เห็นดวงตากลมๆ กับคิ้วที่ขมวดจนผูกโบว์ในระยะใกล้ๆ แบบนี้ก็ยิ่งอารมณ์ดี

“เรารู้จักกัน หมอรู้ดี...ว่าเรารู้จักกัน” เขาเน้นทุกคำ “เว้นแต่ว่าหมอจะหัวฟาดพื้นจนความจำเสื่อม ลืม ‘ผู้ป่วยสีเขียว’ ของหมอคนนี้ไปแล้ว” 


แค่สามสิบกิโลเมตรจากโรงพยาบาลน้ำรินถึงไร่มอกกำปอ หากแพทย์หญิงเก็ดถวาก็ยังเผลอหลับสนิทอยู่บนเบาะนุ่มของรถคันหรูอย่างเหนื่อยจัด เหมราชมองเธอด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำในแบบที่ตัวเองก็จำกัดความไม่ได้ว่าคืออะไร เขาปรับเบาะนั่งของเธอให้เอนลงมากขึ้น หยิบเสื้อสูทตัวเองที่พาดอยู่กับพนักเก้าอี้ก่อนคลุมลงบนร่างน้อยที่ดูจะสั่นเบาๆ เพราะแอร์ที่เย็นเฉียบ จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้ฟังมาจากห้องฉุกเฉิน ผู้หญิงคนนี้ล้าเกินไปแล้วสำหรับวันนี้  กรณ์สังเกตสังกาทุกอย่างจากกระจกมองหลัง มือขวาของทริปเปิลเอชยิ้มบางเบาอยู่ในความมืด รถมาจอดสนิทอยู่หน้าประตูไร่มอกกำปอ 

“ไม่ต้องบีบแตร” เหมราชสั่งคนสนิทด้วยเสียงเบาๆ 

“แต่นายครับ...” กรณ์หันมาแต่ก็ต้องหยุดปากเมื่อเจ้านายยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดปาก

ชู่ว...

ผู้ช่วยคุณชายใหญ่หยุดการโต้แย้งใดๆ อันจะทำให้เกิดเสียงลงทันที เขาค่อยๆ เปิดประตูรถลงไปรอด้านนอก เหมราชปล่อยให้ห้องโดยสารเงียบและมืด นั่งมองคนหลับ ให้เธอได้พักเท่าที่เธออยากพัก อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่สามารถปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเงียบเชียบโดยที่ตัวเองนั่งนิ่งๆ ได้นานเกือบยี่สิบนาที จนกระทั่งหญิงสาวข้างๆ สะดุ้งตื่นขึ้นเอง เธอมองรอบตัวอย่างตกใจแต่ก็คลายลงเมื่อเห็นประตูบ้านตัวเองอยู่ตรงหน้ารถนี่เอง

“ถึงนานรึยัง...ท...ทำไมไม่ปลุก...” เธออุบอิบถาม ไม่กล้าสบตา เสียหน้าอีกครั้งที่แว้ดใส่คนหน้าด้านไว้ตั้งมากแต่กลับมานอนหมดสภาพอยู่ในรถเขาได้เสียนี่ 

เหมราชทำท่าครุ่นคิด “ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะปลุกแบบไหนดี” เขาหันมองเธอด้วยสายตาพราว แบบที่ทริปเปิลเอชก็จำไม่ได้ว่าคนบ้างานแบบเขาทำสายตาแบบนี้เป็นด้วย

“เอาน้ำราด เอาไฟช็อต หรือจะปลุกแบบ...ปลุกเจ้าหญิงนิทรา” สายตาที่มองเลื่อนหยุดลงมาที่ริมฝีปาก ไม่ได้ดูหื่นกระหายน่ากลัว แต่ดูเหมือนกำลังล้อเลียนแม่เสือที่สุดท้ายก็กลายเป็นลูกแมวไร้พิษสงอยู่ดี เจ้าหญิงนิทรารีบหันหนีสายตานั้นมองออกนอกรถ

“กรณ์ เอารถเข้า” เขาเปิดกระจกไปตะโกนสั่งผู้ช่วยที่ยังอยู่นอกรถ กรณ์รีบเปิดประตูไร่ตามคำสั่งแล้วผลุบกลับมานั่งประจำที่คนขับ เก็ดถวาส่งเสื้อสูทคืนเขาอย่างเก้อๆ กล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านทรงล้านนาของเธอ

เหมราชลงจากรถมายืนส่ง ตั้งใจจะยังไม่กลับจนกว่าจะเห็นเธอเข้าบ้านเรียบร้อย แต่แล้ว... 

“เก็ดถวา !”

หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบเมื่อเห็นคนตัวเล็กที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวกลับหมดสติทรุดฮวบลงตรงหน้า ทิ้งทั้งร่างลงในอ้อมแขนของเขาที่ยื่นมารับไว้ได้ทันอีกครั้ง...


*******************

อีพี่เฮคกวนประสาทมากจนอยากแพ่นกบาล ส่วนหมอก็ดื้อจนน่ากำราบ อิอิ

สังเวียนนี้ใครจะอยู่ใครจะไป เขาเจอกันอีกหลายยกแน่ค่า

ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav ทุกโหวต

ขอบพระคุณชาวเน็ตที่ไปโหวตให้ Clair de Lune 

ได้ติด 1 ใน 25 นักเขียนที่มีผู้อ่านโหวตให้มากที่สุดใน MEB ด้วยนะคะ เป็นพระคุณและเป็นปลื้มมากๆ ค่ะ


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว

เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด ถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ แคลร์ไม่ได้อยู่ในวงจรของแพทย์ 

อาจมีข้อมูลหลุดหรือผิดได้ต้องขออภัยและพร้อมจะแก้ไขค่ะ

ป.ล. 2 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


Clair de Lune

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #363 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 23:43
    ผู้หญิงคนนี้ล่ะที่จะจัดการให้พี่เหมราชอยู่ในกำมือได้
    #363
    0
  2. #244 Moonoizz Lookkaew (@moonoizz-lk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:12
    สองคนนี้นี่ ฝีปากพอกันทั้งคู่จริงๆ ค่ะ
    #244
    0
  3. #199 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:53
    แหมๆได้ใจกันจริงๆเลย
    #199
    0
  4. #143 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:49
    ความประทับใจกันและกันแล้ว ดีใจจัง ^^
    #143
    0
  5. #141 บราวนี่ขี้อ้อน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 06:34
    ขอเป็นกำลังใจให้ไร้ท์ฯ เขียนเร็วๆ ค่ะ
    #141
    0
  6. #135 pawanrattuk (@pawanrattuk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:08
    ติดตามอยู่นะค่ะ
    #135
    0
  7. #128 Koi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:43
    สนุกมากกกก ค้างอยู่บนขื่อ กรุณามาสอยลงไปทีค่าาา 555



    ปล. ต้องเป็นปารีส ฮิลตัน ภาคผู้ชายรึป่าวคะ รึว่าภาคผู้หญิงถูกแล้ว? รึก้อยจะงงเอง แหะๆ
    #128
    1
    • #128-1 Clair de Lune (@bulannara) (จากตอนที่ 4)
      21 มกราคม 2561 / 23:20
      กรี๊ด เขียนผิดจริงๆ ด้วยค่า แก้ไขแล้ว ขอบคุณมากนะคะ ^__^
      #128-1
  8. #127 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:29
    ขอเล่มเถอะค่ะ ม่ายไหวแล้ว
    #127
    0
  9. #126 nuii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 18:18
    สนุกมาก มาบ่อยๆนะคะ
    #126
    0
  10. #125 Chi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:18
    หนังสือจะออกทันเดือนมีนามั้ยคะ อดใจไม่ไหวแล้ววว
    #125
    0
  11. #124 NonyPai (@nthinkam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 11:47
    หมอน่ารัก หมอเก่ง แต่หมอต้องพักบ้างไรบ้างจะคะ เด๋ว 3H จะแลดูเอง อิอิ
    #124
    0
  12. #123 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 11:36
    โอ้ยยย มันส์ คัน ฟิน มากกกค่ะไรท์ เอาไปล้านไลคเลยค่ะ
    #123
    0
  13. #122 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 09:43
    สนุกมากค่ะ

    นิดนึงนะคะ
    ถ้าแคทเป็นจบเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คงอายุมากกว่าอินเทิร์น ที่จบใหม่ (อินเทิร์น ใช้เรียกแพทย์ใช้ทุนปี1 อย่างเดียวค่ะ) อย่างน้อยสามสี่ปี ถ้าหมอที่เป็นรุ่นเดียวกันน่าจะใช้คำว่า แพทย์ประจำโรงพยาบาลมากกว่า
    #122
    0
  14. #121 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 07:16
    สนุกมากเลยค่ะ สังเวียนนี้น่าลุ้น รอเล่มใจจดใจจ่อเลยค่ะ
    #121
    0
  15. #120 Nutcha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 04:31
    โอย ฟิน ชอบมากๆค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งอยากได้เล่มเร็วๆค่ะ เฮียเฮคนี่มีแอบหยอกเย้าสาวด้วยนะเออ
    #120
    0
  16. #119 sommapun (@sommapun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 01:01
    สนุกมากๆเช่นเคยค่ะ หมอแคทเก่งแกร่ง พี่เฮคเตอร์แกร่งกว่านิ๊ดนุง ต่อไปนี้พี่เฮคเตอร์จะดูแลหมอแคทเอง ฮิ๊ว คิดเองฟินเอง
    #119
    0
  17. #118 Dawrung669 (@25480508) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 00:32
    อ่ะ ฟินนน พี่เฮคมีงุ้งงิ้งด้วย
    ศึกครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะอยู่ข้างใครดีน่ะ เอาเป็นว่าเราขออยู่ข้างคนชนะล่ะกัน 555
    #118
    0
  18. #117 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:57
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #117
    0
  19. #116 gigkik (@gikgik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:08
    สนุกตั้งแต่เริ่มเลยคะ น่ารักมากกกก
    #116
    0
  20. #115 Isariya_y (@Isariya_y) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:06
    ฟินแบบค้างๆ
    #115
    0
  21. #114 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:57
    สนุกมากค่ะ รอแม่เสือปะทะราชสีห์
    #114
    0
  22. #113 pon6969 (@pon6969) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:50
    แค่เริ่มต้นก็สนุกมากๆคะ
    #113
    0
  23. #112 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:50
    ฟินอ่ะ มาต่อไวๆ นะคะ หวังว่า งานหนังสือ มี.ค เม.ย. นี้ จะปั่นทันมั้ยค่าาา อยากอ่านเล่ม ใจจิขาด รอนๆ รอ นาน พอ กะ พี่บาส หรือป่าวหน่ออออ
    #112
    0
  24. #111 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:48
    ลุกเร็ว เลยเกิดอาการวูบ บางคนถึงตายได้เลยนะคะ เคสแบบนี้
    #111
    0
  25. #110 peangpirom (@peangpirom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:47
    ฉุกเฉินก็ยังฟินได้อีก ขอบคูณค่า
    #110
    0