สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 145,263 Views

  • 1,212 Comments

  • 1,389 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,976

    Overall
    145,263

ตอนที่ 36 : Chapter 18 : ลมปราณหิมาลัย | Breath of Himalaya [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 346 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 18

ลมปราณหิมาลัย | Breath of Himalaya


เพียงดิน สุคนธ์พิสุทธิ์ ตื่นแต่เช้ามารับไอหมอกเย็นยะเยือกริมทะเลสาบดิล ทะเลสาบรูปหัวใจที่ซุกซ่อนอยู่กลางเทือกเขาสุมันตรา บนระดับความสูงสามพันสามร้อยเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่มีหิมะเกือบตลอดทั้งปี และยังมีป่าสนแน่นครึ้ม ในป่าลึกมีถ้ำโบราณอายุหลายพันปีที่ปกคลุมด้วยต้นกุหลาบพันปีสีชมพูสดจนแทบมองไม่ออกว่าด้านในจะมีโพรงถ้ำขนาดใหญ่เร้นกายอยู่ ไม่มีถนนใดที่เข้าถึง มีแต่ทางคนเดินเล็กๆ ที่เมื่อถูกหิมะทับถมอยู่ตลอดปีก็แทบดูไม่ออกว่าตรงไหนเป็นทางเดินนอกจากคนที่ชินเส้นทางเท่านั้น 

เพียงดินก้าวออกจากกองบัญชาการชั่วคราวของ “แนวร่วมเพื่อกอบกู้คีราลัย’ ซึ่งปักหลักอยู่ในถ้ำแห่งนี้มาเกือบหนึ่งปี RFK เกิดจากการรวมตัวกันของภาคประชาชน ทหารปลดประจำการ และชนเผ่าหลายหมู่เหล่าที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ดารัณวัต พวกเขามีกองกำลังลับๆ เป็นของตัวเองและถูกขับเคลื่อนจากกลุ่มอินทรีภูผาที่นำโดยพันเอกเวศิน อดีตทหารราชองครักษ์ผู้จงรักภักดีต่อคีริชยิ่งกว่าชีวิต 

สมาชิกคนใหม่ที่สำคัญยิ่งต่อ RFK หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองอย่างครุ่นคิด ข้างกายของเพียงดินมีเสือดาวหิมะตัวใหญ่ที่เขาเรียกมันว่า ‘ธาล’ เดินเคียงไม่ห่าง ‘ธาล’ แปลว่า ‘แผ่นดิน’ ทั้งคู่ได้พบกันตั้งแต่วันที่รถของชายหนุ่มถูกรถยนต์ลึกลับเบียดจนตกถนนท่ามกลางพายุหิมะที่กำลังก่อตัว มันปรากฏตัวพร้อมกับอินทรีแห่งหิมาลัยสีดำ เพียงดินตั้งชื่อให้อินทรีตัวใหญ่นั่นว่า ‘อัสมาน’ อันหมายถึง ‘ท้องฟ้า’ แน่นอนว่าเมื่อ ‘ท้องฟ้า’ และ ‘แผ่นดิน’ ปรากฏกายขึ้นพร้อมกันก็สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กลุ่มผู้ไล่ล่า มันชัดเจนว่าทั้งธาลและอัสมานรอคอยเวลานี้มาทั้งชีวิตของพวกมัน วันที่จะได้ปกป้องบุคคลที่ควรปกป้อง จนกระทั่งกลุ่มอินทรีภูผามาชิงตัวเขาและสรัสวตีพาไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้สำเร็จ

ตั้งแต่มาอยู่กับ RFK เพียงดินไม่ได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์มากนัก เขาถูกกำชับจากเวศินเรื่องการใช้อุปกรณ์สื่อสารว่าต้องระวังให้มาก แต่คราวนี้มันถึงจุดที่จำเป็นจริงๆ 

น้ำบริสุทธิ์ของทะเลสาบดิลใสนิ่งราวกระจก มีเพียงลมหายใจแห่งหิมาลัยเท่านั้นที่ทำมันกระเพื่อมเป็นริ้วคลื่นบางเบา ทุกอย่างสงบ...อย่างน้อยก็ในวินาทีนี้ เพียงดินตัดสินใจกดโทรศัพท์หาใครคนหนึ่ง

“ดินอยู่ที่ไหน แคทเป็นห่วงดินจนจะบ้าแล้ว !” เสียงของน้องสาวร้อนรนมาตามคลื่นที่ได้ยินไม่ค่อยชัดนัก

“ไม่ไกลจากชามาล แคทเป็นไงบ้าง”

“มาแค่สามวัน เหมือนสามเดือน แคทเจออะไรเยอะแยะไปหมด ดิน...นี่มันอะไรกัน แคทอยากรู้เรื่องทั้งหมด เล่าได้ไหม ดินเจออุบัติเหตุ ถูกจับไป ถูกทำร้ายหรือ....อะไรกันแน่”

“อย่าเพิ่งเล่าเลยนะแคท เรื่องมันยาว แคทรู้ไว้แค่ว่า ดินกำลังจะเอาบ้านของเรากลับคืนมา 

“ดิน…” ‘บ้านของเรา’ คีราลัยอันแสนสุขที่ถูกพรากไปตั้งแต่ปารัชขึ้นสู่อำนาจ เก็ดถวาหายใจสะท้าน รู้อยู่ลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งเพียงดินจะต้องกลับสู่การทำหน้าที่ตามพันธสัญญา แต่นึกไม่ถึงว่ายามเวลานั้นได้มาถึงจริงๆ หญิงสาวก็พบว่ามันช่างฟังดูหนักอึ้งปานขุนเขาทะมึน ลมหายใจของธราดลจิตติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้ภารกิจลุล่วง เขาจึงได้รับการคุ้มกันขั้นสูงสุดจากทั้งคน เสือและอินทรี อดีตกลุ่มทหารกล้าแห่งคีราลัยจะไม่ยอมเสียใครไปอีกแล้ว แต่หนทางข้างหน้ามันช่างหนักหน่วงและไม่มีสิ่งใดการันตีได้เลย ธาลก้าวลงใกล้ตลิ่งแล้วดื่มกินน้ำบริสุทธิ์ในทะเลสาบ หากสายตาของมันยังระแวดระวังรอบตัวอยู่เสมอ

“ฟังนะแคท ตามกำหนดแคทจะถึงชามาลในคืนที่สามหลังจากนี้ คืนนั้น...จะมีคนพาน้องเอยไปหาแคท...”  เก็ดถวานิ่งฟังใจเต้นตุบ “และเขาจะพาทั้งแคทและน้องเอยกลับเมืองไทยโดยเร็วที่สุด”

น้องสาวงุนงงกับคำสั่งของเขา “ให้กลับเมืองไทย ? แต่...ดินเป็นคนเรียกให้แคทมาที่นี่เอง”

“ว่าไงนะ...” เพียงดินฉงน รู้สึกแปลกวาบ

“ข้อความจากดินไม่ใช่หรือที่ส่งมาที่มือถือของแคท ภาษาเทวนาครีที่บอกว่า มาที่นี่...”

เพียงดินฟังแล้วอึ้งสนิท “แคท นั่นไม่ใช่ดิน”

เก็ดถวาเบิกตากว้าง “อะไรนะดิน...ไม่ใช่ดินแล้วเป็นใคร !

“ไม่ได้แล้วแคท มีคนต้องการให้แคทเข้ามาสู่เกมนี้ สถานการณ์อันตรายขึ้นทุกที แคทต้องกลับเมืองไทย...พาน้องกลับไปด้วย และถ้าหลังจากนั้นจะมีข่าวอะไรเกี่ยวกับดิน ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็อย่ากลับมาเด็ดขาด จนกว่า...จนกว่าทุกอย่างจะถึงเวลาของมันจริงๆ แคทจะได้กลับมาที่นี่เอง”

“เวลา...เวลาอะไรดิน”

“เวลานั้น...ที่ดินได้หาแม่จนเจอ เวลาที่ปารัชต้องลงจากอำนาจ หรือไม่ ถ้าระหว่างทางดินทำไม่สำเร็จ คีราลัยก็ยังเหลือเจ้าหญิงอีกหนึ่งคนที่จะเป็นความหวังสุดท้ายของแผ่นดินนี้ ดังนั้น...ชีวิตของแคทสำคัญเกินกว่าจะมาเสี่ยงอยู่ที่นี่ ถึงจะอยู่ในการดูแลของพวกแฮมิลตันทุกฝีก้าวก็ยังวางใจไม่ได้” คำตอบของเพียงดินเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เก็ดถวากำโทรศัพท์แน่น เหมือนเพียงดินได้กระชากวิญญาณของเธอออกไปลอยเคว้งคว้างปะทะอยู่ในสายลมหนาวเหน็บ .. ’ถ้าดินทำไม่สำเร็จ’... คำนี้ก้องอยู่ในหู

“ดิน...จะทำยังไง”

“ดินกำลังทำอยู่ กับกลุ่มแนวร่วมที่ยังภักดีต่อ...’เรา’ แคทไม่ต้องห่วง ดินจะดูแลตัวเอง ดินจะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอะไรจนกว่าจะได้เห็นคีราลัยของเราสุขสงบและสันติเหมือนที่เคยเป็น” คำมั่นของธราดลจิตติ ผู้เป็นหัวใจแห่งแผ่นดินก้องดังฟังชัดพาให้เก็ดถวาไร้คำถามใดจะยื้อเขาได้อีก เธอวางสายไปแล้วแต่คนเป็นพี่ชายยังคงยืนมองทะเลสาบดิลอย่างครุ่นคิด จนแสงตะวันเริ่มแรงกล้าสะท้อนท้องน้ำเป็นประกายระยิบจนแสบตา 

“ไปเถอะธาล เรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ” เพียงดินหมุนตัวกลับหากขาสองข้างของเขาต้องชะงักเมื่อพบว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ...เธอน่าจะอยู่ตรงนี้สักพักตั้งแต่เขาคุยโทรศัพท์กับเก็ดถวาแล้ว

“น้องเอย...” 

สรัสวตียืนมองไหล่กว้างจากด้านหลังของเพียงดินอยู่พักใหญ่ เขาคุยโทรศัพท์เคร่งเครียดจึงไม่ได้ทันรู้สึกว่ามีเธออยู่ใกล้ๆ บวกกับพื้นที่นี้เป็นจุดปลอดภัยของ RFK ที่ไม่ได้ผู้ใดจะเข้ามาได้...แต่แน่นอนล่ะ ต้องเว้นสรัสวตีไว้คนหนึ่ง เพราะเธออยู่ในฐานะที่ถึงจะไม่ได้พูดแต่ทุกคนก็ดูออกว่าเธอ ‘สำคัญ’ ต่อเจ้าชายรัชทายาทอย่างยิ่งยวด แม้แต่เสือดาวหิมะอย่างธาลเองก็รับรู้ มันเดินเข้าไปเอาหัวไถอยู่กับขาของหญิงสาวราวกับตัวเองเป็นแมวเชื่องๆ สรัสวตีลูบหัวธาลด้วยสัมผัสอ่อนโยน

สองหนุ่มสาวยืนมองกันนิ่ง ก่อนที่สรัสวตีจะยิ้มจางๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเบาหวิว

“ถึงเวลาที่เอยต้องไปแล้วใช่ไหมคะ” สองสัปดาห์ที่สรัสวตีได้มาเหยียบคีราลัยมันพลิกชีวิตของสาวน้อยนักออกแบบผู้สดใสไร้กังวลไปโดยสิ้นเชิง ทั้งบาดเจ็บ เสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย ได้คิด ได้ตัดสินใจ ทุกอย่างทำให้หญิงสาวเหมือนได้เติบโตขึ้นแบบลัดวงจรตั้งแต่วินาทีที่พันโทเวศินช่วยพวกเขาให้พ้นจากการไล่ล่าจากคนของ ปารัช พลเทวา เป็นวินาทีที่ทำให้สรัสวตีได้รู้ว่า ผู้ชายยียวนกวนประสาทที่เธอเห็นมาตั้งแต่เกิดคนนี้...ไม่ใช่เพียงดินที่เธอเคยรู้จัก หากเขาคือสายเลือดบริสุทธิ์แห่งกษัตริย์องค์สุดท้ายของคีราลัย...สายเลือดแห่งขุนเขาที่รอวันจะได้คืนสู่ราชบัลลังก์

เพียงดินสะอึกอึ้งเมื่อได้สบประสานนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังมองมาที่เขาอย่างเศร้าหมอง 

สรัสวตีเคยเป็นคนร่าเริง ก่อนหน้านี้เธอยังเป็นเด็กสาวช่างฝันที่มีความสุขอยู่ในโลกของเธอ เพียงดินโกรธตัวเองนักที่ปัญหาของเขามันกำลังพรากรอยยิ้มไปจากผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่มีหัวใจบริสุทธิ์ที่สมควรจะได้รับการปกป้องให้ออกห่างจากความทุกข์ทั้งมวล

“เอยอยู่ที่นี่ไม่ได้ ทั้งหมดนี่มันไม่ใช่ปัญหาของเอยที่ต้องมารับรู้และลำบากไปด้วย สิ่งที่พี่กำลังทำมันอันตราย พี่ไม่ยอมให้เอยตกอยู่ในอันตรายด้วยแน่นอน พ่อแม่เอยจะว่ายังไงที่พี่เอาลูกสาวคนเดียวของท่านมาเสี่ยงขนาดนี้ พี่จะเดินหน้าทำทุกอย่างต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อเห็นน้องอยู่ได้กลับไปอยู่บ้านที่เมืองไทยอย่างปลอดภัยเท่านั้น” เขาพูดหนักแน่น วางตัวเคร่งขรึมขึงขังมีระยะห่าง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งแล้วรับฟังไม่เถียงเหมือนทุกทีก็อดชะงักไปไม่ได้ ยิ่งเมื่อเห็นหยาดน้ำใสร่วงเผาะลงอาบแก้มนวลหัวใจหนักแน่นดุจหินผาของเพียงดินก็ราวกับจะถูกพายุซัดจนกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา เขาขยับเข้าหา มือใหญ่กร้านยกขึ้นประคองดวงหน้านั้นอย่างลืมตัว ทั้งที่อยากจะใจแข็งกับผู้หญิงคนนี้แล้วแท้ๆ...แต่

“ร้องไห้ทำไม...น้องเอย”

“จะให้เอยอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ดำดิ่งอยู่กับความคิดห่วงว่าพี่ดินจะไปฝ่าอันตรายอยู่ที่ไหน...อย่างนั้นหรือคะ พี่ดินใจร้ายมาก” สรัสวตีไม่สบตาเขา กัดปากจนเจ็บอย่างน้อยใจ แต่เมื่อนึกถึงบิดามารดาที่คงจะตกใจแทบช็อกหากเธอไม่ได้กลับเมืองไทยตามกำหนดเดิมแล้วก็นึกสับสนในใจวุ่นวายไปหมด

เพียงดินไม่โกรธที่ถูกน้องต่อว่า แต่...ไม่ได้ สรัสวตีอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ แค่เธอถูกกระสุนปืนจากคนของปารัชถากแขนจนได้เลือดซิบมาเขายังแทบทนเห็นไม่ได้ ชายหนุ่มไม่รู้ด้วยซํ้าว่าความรู้สึกที่มีต่อเด็กสาวข้างบ้านอย่างสรัสวตีมันเปลี่ยนไปสู่จุดที่ยากจะถอนตัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร แต่ถ้าหญิงสาวยังอยู่ข้างเขา เธอจะกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของปารัชทันที 

“อันตรายคนเดียว ก็ดีกว่าอันตรายทั้งสองคนไม่ใช่หรือ เอยอยู่ พี่จะยิ่งกังวล” นิ้วโป้งของธราดลจิตติกรีดน้ำตาออกจากพวงแก้มอย่างแผ่วเบา “ไม่คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ ไม่คิดถึงเจ้าถุงเงินหรือเอย ป่านนี้ที่บ้านเป็นห่วงเอยมากแล้วนะ” 

เมื่อเขาใช้เหตุผลนี้สรัวสตีจะทัดทานได้อย่างไร เธอเข้าใจเหตุผลทุกอย่างของเพียงดิน ในฐานะเจ้าชายรัชทายาทแห่งบัลลังก์คีราลัยที่ต้องกอบกู้ เขามีภาระใหญ่หลวงที่รออยู่เบื้องหน้า และไม่ควรต้องมีภาระใดๆ เพิ่มอีก...แม้ว่าตัวภาระอย่างเธอจะอยากอยู่ข้างๆ เขาแค่ไหนก็ตาม แต่ท้ายที่สุดของอะไรทั้งหมด...

เขากับเธอยืนอยู่บนจุดที่แตกต่างกัน...และนี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“หม่อมฉันเข้าใจแล้ว สุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะเห็นสมควร” สรัสวตีพยายามเปล่งเสียงใสๆ แล้วพูดล้อเลียนเขาเหมือนที่เคย ฝืนยิ้มให้ทั้งที่น้ำตายังกบตาก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดหลวมๆ ของเขาแล้วหันหลังกลับไปยังเต็นท์พำนัก มีเพียงดวงตาแห่งธราดลจิตติที่ยังมองเธอจากไปด้วยหัวใจที่หน่วงหนึบ

ขบวนรถของคณะทำงานจากแฮมิลตันกรุ๊ปใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจเส้นทาง จนบ่ายคล้อยยามที่แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง ทีมของคีราลัยจึงได้พาแขกวีไอพีเข้าหนีราตรีที่กำลังมืดมิดในหมู่บ้านเล็กๆ ระหว่างทาง

“คืนนี้เราจะพักกันที่นี่นะครับ คุณแฮมิลตัน คุณหมอ” วิศวกรชาวคีราลัยผู้ขับรถนำขบวนมาจอดสนิทอยู่ที่ลานกลางหมู่บ้านที่ดูแล้วมีบ้านเรือนกระจุกตัวอยู่ไม่ถึงร้อยหลังคาเรือน และก็เหมือนกับทุกหมู่บ้านที่ได้ไปเยือน ที่ชาวบ้านต่างก็ฝ่าความหนาวออกมาด้อมๆ มองๆ กลุ่มผู้มาเยือนตัวสูงใหญ่ผมสีอ่อนที่มาพร้อมอุปกรณ์แคมป์ปิ้งมากมายละลานตา ภาริตาตรงเข้าไปทักทายชายวัยกลางคนกับหญิงวัยเดียวกันที่ยืนรออยู่ เหมราชสังเกตได้ว่าพวกเขาน่าจะเป็นผู้นำของที่นี่จึงได้เข้าไปทำความรู้จักในฐานะผู้นำทีม

“เวนาตูเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ค่ะ ไม่มีโรงแรม มีแต่บ้านของ ไซมาห์ หัวหน้าหมู่บ้านกับภรรยาที่ทำฝั่งหนึ่งเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ซึ่งตอนนี้ใช้งานได้อยู่สองห้อง ภวันเลยประสานงานให้ทางนี้ช่วยจัดเต็นท์พักเอาไว้ให้พวกผู้ชาย ส่วนผู้หญิงสองคนในกรุ๊ปซึ่งก็คือฉันกับคุณหมอ จะนอนในบ้านค่ะ ไฟฟ้าประปาที่นี่มีนะคะ แต่มีจำกัดหน่อย หลังสี่ทุ่มไฟจะปิดเพื่อประหยัดพลังงาน เปิดใช้อีกครั้งตอนหกโมงเช้า ส่วนห้องน้ำมีอยู่ด้านนอกสองห้อง เป็นส้วมหลุมแต่ก็สะอาดค่ะ” ภาริตาอธิบายถึงความเป็นไปในคืนแรกที่พวกเขาต้องค้างในที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวงด้วยท่าทีที่เกรงใจแขกอยู่ไม่น้อย “อาจไม่ค่อยสะดวกนัก ต้องขอโทษด้วยนะคะ” 

“ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ พวกเราอยู่ได้สบายมาก ขอบคุณมาก” 

รอยยิ้มของเหมราชช่วยให้เจ้าบ้านสบายใจขึ้นทันตา ภาริตาเก้อไปเองเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองเขานานจนเกินงาม เฮคเตอร์ แฮมิลตันเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบ เขารูปงาม รวย ฉลาด ชาติตระกูลดี ดูแลกิจการมูลค่านับแสนล้าน แต่ก็ยังติดดินและใช้ชีวิตง่ายๆ ได้เป็น มันไม่แปลกเลยที่ผู้ชายคนนี้จะเป็นผู้ชายในฝันของสาวๆ เหมือนที่ปารัชบอกกับเธอตอนที่มอบหมาย ‘ภารกิจ’ นี้ให้

‘เฮคเตอร์ แฮมิลตัน จะเป็นคนที่มีประโยชน์กับเราอย่างที่สุดทั้งในตอนนี้และภายภาคหน้า ดูแลให้เขาดีที่สุดเท่าที่แกจะทำได้ ทำได้ไหม ริตา?’

คำสั่งของพ่อบุญธรรมแฝงนัยยะในแบบที่ไม่ต้องตีความเยอะ แต่ปารัชไม่ได้คิดเผื่อให้เธอต้องเผชิญหน้ากับคนรักของเขาด้วย ผู้หญิงเงอะงะแบบเธอพบกับงานยากเพราะลำพังตัวเองก็ไม่มีอะไรจะไปสู้กับหญิงสาวที่พร้อมพรั่งทั้งหน้าตาและสมองผู้มีดีกรีเป็นถึงแพทย์ แต่มันจะยากกว่าถ้าเธอทำไม่สำเร็จ เพราะสถานะของเธอทั้งในบ้านและในคีราลัยเองก็จะถูกกดให้ต่ำกว่าที่เคยเป็น

เธอเป็นลูกสาวของประธานาธิบดี แต่เพราะไม่ใช่ลูกแท้ๆ จึงไม่ต่างอะไรกับเด็กในบ้านคนหนึ่งที่ไม่เคยได้รับโอกาสหรือมีตัวตนใดๆ แต่พ่อของเธอต้องการผูกมัดเขา และถ้าเธอทำได้ เธอจะกลายเป็นภาริตาคนใหม่ที่ใครๆ ก็จะเห็นความสำคัญ

หากแต่ตอนนี้... ใจของลูกสาวของปารัชก็หล่นลงไปอีกเมื่อเห็นถึงความห่วงใยที่เหมราชมีต่อคนรักของเขา แค่หมอเก็ดถวาพยายามจะเปิดกล่องยาท้ายรถ ชายหนุ่มก็ปราดเข้าไปช่วยแบบไม่สนว่าเขากำลังยืนคุยอยู่กับเธออยู่

“ไม่สบายหรือแคท” เขาช่วยยกกล่องยาหนักอึ้งลงมาวางบนโต๊ะหินให้เธอได้เปิดสะดวกๆ ตั้งแต่วางสายจากเพียงดิน วันนี้ทั้งวันเธอยังคงตามถ่ายรูปและจดบันทึกให้เขาในสถานที่ที่ไปสำรวจต่างๆ ช่วยทีมทำงานอย่างไม่มีสิ่งใดบกพร่อง หากแต่เก็ดถวาพูดแทบจะนับคำได้ บทสนทนากับเพียงดินน่าจะส่งผลอะไรบางอย่างต่อหญิงสาวและเป็นบางอย่างที่เธอไม่ยอมปริปากพูดต่อ...แม้แต่กับเขา

“ไม่ใช่แคทค่ะ  คุณอลันต่างหาก” เธอบุ้ยใบ้ไปที่หนึ่งในทีมวิศวกรที่ยังนั่งหมดแรงอยู่ในรถอีกคัน “เห็นว่าท้องเสีย เลยจะจัดยาไปให้ค่ะ” แต่หมอก็คือหมอ เรื่องส่วนตัวมาทีหลังเสมอหากมีคนเจ็บป่วยอยู่ใกล้ตัว

“ผมช่วยไหม ยาอะไรเดี๋ยวผมเอาไปให้เอง แคทดูเหนื่อยๆ ไปพักเถอะ” น้ำเสียงของเขาอาทรอ่อนโยน เป็นความห่วงใยจริงใจที่ทำเอาคุณหมอเก็ดถวาสะอึกอึ้งด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ แคทจัดการเอง” มองหน้าเขาก็รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างตีขึ้นมาจุกคอ เธอเป็นห่วงเพียงดิน เป็นห่วงหลายต่อหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วที่นี่...และที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ...เธอห่วงว่าเขาจะต้องลำบากเพราะเธอมากพอๆ กับห่วงว่าจะไม่ได้เจอเขาอีก

เก็ดถวายิ้มบางๆ ให้ก่อนขอตัวไปทำหน้าที่ที่เธอถนัดที่สุด เหมราชมองตามอย่างครุ่นคิด 

“คุณหมอดูเงียบๆ ไปนะคะ เป็นอะไรหรือเปล่า” คนที่สังเกตได้อีกคนอย่างภาริตาก็อดเดินตามมาต่อบทสนทนาไม่ได้

“อาจจะเหนื่อยสะสมมาหลายวันครับ ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่งานของหมอก็ยุ่งมากอยู่ มาที่นี่ก็ยังอดดูแลคนโน้นคนนี้ไม่ได้อีก”

“นั่นสิคะ คุณหมอดูจริงจังกับงาน ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร ดูไม่ค่อยมีมุมแบบผู้หญิงๆ มีกัน ไม่นึกว่าผู้ชายอย่างคุณแฮมิลตันจะชอบผู้หญิงแข็งๆ แบบนี้นะคะ” 

เหมราชสะดุดหูไปเล็กน้อยทันทีกับความเห็นของหญิงสาวที่ยังยืนแบบไม่ยอมห่างจากเขา 

“คุณภาริตาคิดว่าผู้ชายอย่างผมควรชอบผู้หญิงแบบไหนหรือครับ” 

“คุณเองก็ทำงานนอกบ้าน ใช้สมองมาหนักหนาอยู่แล้ว ถ้าได้คู่ชีวิตที่ช่างเอาอกเอาใจ เป็นกุลสตรีเรียบร้อยนุ่มนวล ช่างอ้อนบ้าง ก็น่าจะเติมเต็มกันได้ดีกว่า...รึเปล่าคะ คือ...ฉันเห็นคนเป็นหมอ ส่วนใหญ่ก็จะเย็นชา ดุ แข็งกระด้าง บ้างาน แล้วก็ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว หมอแคทเอง...ก็ดูจะเป็นแบบนั้น มันน่าแปลกอยู่เหมือนกันที่พวกคุณสองคนมารักกันได้”

คนฟังฟังแล้วกระตุกยิ้ม พอจะเข้าใจ ‘เจตนา’ ของแม่สาวที่กำลังใช้การรุกแบบตื้นๆ ด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นกับเขา

“คุณภาริตารู้ไหม ว่าผมเจอหมอแคทครั้งแรกที่ไหน”

“คะ ?” สาวคีราลัยตามไม่ทันที่จู่ๆ เขาก็ถามกลับในสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยถึง

“ในวันนิวยอร์กเคาท์ดาวน์ที่เกิดเหตุระเบิดก่อการร้าย ผมอยู่ที่นั่นกับน้องชายและน้องสะใภ้” ภาริตาฟังแล้วทำตาโต “น้องสะใภ้ผมโดนระเบิดบาดเจ็บ ทุกอย่างวิกฤต วุ่นวาย สับสน หมอแคทเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่ไปร่วมงานเคาท์ดาวน์ แต่เธอกลับพุ่งเข้าหาคนเจ็บที่มามากมายในคืนนั้นทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งที่อากาศหนาวจัดแบบติดลบ เธอช่วยชีวิตน้องสะใภ้ของผม และช่วยได้อีกหลายชีวิต ไฟฟ้าตรงนั้นดับหมด แต่คุณรู้ไหม ผมเห็นหมอแคทสว่างราวกับเรืองแสงได้อยู่ในความมืด...ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ผมกลับรู้สึกว่าหมอแคท...ได้ช่วยชีวิตผมเอาไว้ด้วย...”

เหมราชเล่าได้ชัดนักราวกับทุกอย่างยังมาปรากฏให้เห็นตรงหน้า สายตาคู่คมยังมองตาม ‘แสงสว่าง’ ของเขาที่กำลังอธิบายเรื่องยาแก้ท้องเสียให้กับลูกน้องของเขาฟังอย่างจริงจัง 

“ชีวิตที่เคยว่ายวนอยู่แต่ในเกมธุรกิจ ชีวิตที่มีแต่เรื่องของผลตอบแทน ราคาหุ้น ผลกำไรขาดทุน ชีวิตที่หมกมุ่นอยู่แต่กับการต้องก้าวนำคนอื่น หมอทำให้ผมเห็นชีวิตอื่นๆ ทำให้รู้ว่า อะไรที่ว่าสำคัญก็สู้ ‘ลมหายใจ’ ไม่ได้” 

“คุณคิดว่าผมควรปล่อยให้ผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้เดินไปจากชีวิตง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ผมเชื่อว่ามนุษย์จะมีความรักที่แท้จริงได้เพียงครั้งเดียว และผมพบเธอ...ในวันที่โลกรอบตัวผม...เลวร้ายที่สุด”

รอยยิ้มของเขาฉายขึ้นอีกครั้งตอนที่ชี้ให้ภาริตาที่พูดอะไรไม่ออกเห็นว่าเริ่มมีเด็กชาวบ้านสี่ห้าคนวิ่งมารุมล้อมเมื่อรู้ว่าใครเป็น ‘หมอ’ ความเมตตาของเธอแผ่ออกมาเหมือนมีรัศมีรอบตัวเมื่อเก็ดถวาเริ่มตรวจสุขภาพเด็กๆ อย่างคร่าวๆ ด้วยความเคยชิน ทั้งตรวจฟัน ตรวจผมดูเหา เช็กการหายใจ พร้อมลงท้ายด้วยการแจกนมกล่องให้เด็กๆ ไว้ดื่ม ความชื่นชมทะลักล้นออกมาจากดวงตาของเหมราช

“การที่หมอเก็ดถวาช่วยต่อลมหายใจให้คนอื่นมานับไม่ถ้วน ทำให้ผมได้รู้ว่า ลมหายใจของผมจากนี้ จะมีไว้เพื่อใคร...”

ภาริตาตัวชาจนแทบไม่รู้สึก เขาพูดถึงขนาดนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการโดนชกจนหน้าหงาย หญิงสาวปั้นยิ้มขื่นๆ พ่ายแพ้และอับอายจนไม่กล้าแม้แต่จะมองเขาอีก 

“เป็นความรัก...ที่น่าอิจฉาจริงๆ เสียด้วยค่ะ ถ้าอย่างนั้น ฉัน...ขอตัวไปที่ห้องพักก่อน กุญแจห้องพักของคุณหมอเสียบไว้ให้แล้วที่ประตูห้องนะคะ ส่วนเต็นท์ของคุณแฮมิลตันคือเต็นท์ใหญ่หลังสุดท้าย ฉันให้ทางนี้จัดโต๊ะทำงานเอาไว้ให้ในนั้นด้วยเผื่ออยากประชุมงานค่ะ”

“ขอบคุณครับ คุณภาริตา” 

ลูกสาวของปารัชเดินจากขึ้นบ้านไปเงียบๆ เหมราชเดินตรงรี่เข้าไปหาคุณหมอที่ยังพยายามให้เด็กคนหนึ่งอ้าปากให้กว้าง

“ว่าไงครับคุณหมอ เด็กๆ ที่นี่มีอะไรน่าห่วงไหม” เขาถามพลางขยี้ผมเจ้าหนูคนหนึ่งที่วิ่งมาเกาะขาเขาอย่างใคร่รู้

“เด็กๆ มีฟันผุกันทุกคนเลยแต่ยังดีที่ไม่มีเหานะคะ และส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจค่ะ เอ่อ ไซมาห์คะ” เธอหันไปถามหัวหน้าหมู่บ้านที่พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง “ไม่ทราบว่าแถวนี้มีการทำอะไรที่ก่อให้เกิดมลพิษรึเปล่าคะ”

ไซมาห์นิ่งไปก่อนชี้ไปที่ภูเขาทะมึนที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน “ด้านในหุบเขาเป็นเหมืองพลอยน่ะครับหมอ”

“เหมือง ?”

“ได้สัมปทานมาสักห้าปีแล้วหมอ” 

“จริงๆ แล้วบริษัทที่ได้สัมปทานในการทำเหมืองเหล่านี้ควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบชุมชนและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบๆ บริเวณเหมือง เขาได้ทำบ้างรึเปล่า” เหมราชถามอย่างนึกสงสัย เพราะสภาพหมู่บ้านที่นี่ยังดูกันดาร ทั้งที่อยู่ติดถนนสายหลักและยังเป็นทางผ่านไปยังเมืองใหญ่อย่างชามาล ไซมาห์ส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“บริษัทที่ได้สัมปทานเป็นใครหรือคะ” 

คราวนี้ไซมาห์นิ่งไปอยู่นานกว่าจะตัดสินใจตอบเบาๆ “ชื่อบริษัทเจมิไน หนึ่งในหุ้นส่วนคือท่านผู้บัญชาการตำรวจชาลิค” 

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ข้าราชการไม่สมควรจะมีชื่ออยู่เป็นหุ้นบริษัทไหนทั้งนั้น แต่...อะไรแบบนี้ก็เกิดขึ้นเป็นปกติในทุกประเทศ มีนายตำรวจใหญ่เป็นหุ้น ใครเล่าจะกล้าร้องเรียน เก็ดถวาถอนหายใจก่อนที่ไซมาห์จะเลียบๆ เคียงๆ เอ่ยปากขึ้นอีกเรื่อง

“หมอครับ คือผมมีหลานสาวนอนป่วยอยู่ในบ้านหลังด้านใน หมอช่วยไปดูหน่อยได้ไหม” 

เก็ดถวาพยักหน้ารับอย่างไม่ต้องคิด “ได้สิคะ อาการเป็นยังไง”

“เป็นไข้นอนซมมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ” 

“ผมไปด้วย” เหมราชก้าวเดินอย่างไม่คิดเช่นกัน เขาหันไปห้ามอีกสองหนุ่มที่ทำท่าจะขยับตาม “ไม่เป็นไร กรณ์ เจสัน ฉันไปเอง” 

ไซมาห์ เหมราช และเก็ดถวา เดินฝ่าลมหนาวพร้อมกระเป๋ายาไปจนถึงบ้านหินหลังเล็กที่อยู่แทบจะท้ายหมู่บ้าน แม่ของเด็กเป็นน้องสาวของไซมาห์ เธอทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวลูก ภายในบ้านไม่มีฮีตเตอร์ มีแต่เตาผิงที่ยังคุ คุณหมอทรุดนั่งลงข้างฟูก เริ่มลงมือตรวจอาการเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่ตัวเล็กกว่ามาตรฐาน ใช้เวลาไม่นานก่อนจะจัดยาให้ สั่งไซมาห์ที่พอจะเข้าใจภาษาอังกฤษ

“ไข้หวัดธรรมดาน่ะค่ะ แต่เด็กมีอาการไอ หมอจะให้ยาลดไข้ แล้วก็ยาน้ำแก้ไอสำหรับเด็ก ตอนนี้ที่ช่วยบรรเทาได้นอกจากกินยา คือทำให้ร่างกายอบอุ่นมากๆ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ งดของทอดก่อน ระวังคนในบ้านจะติดด้วยนะคะ”

ไซมาห์ถ่ายทอดคำสั่งของหมอต่อไปยังน้องสาว เก็ดถวาเห็นดวงตาของเธอที่มองมาพร้อมพร่ำขอบคุณในภาษาคีราลัยไม่ขาดปาก ก่อนจะพยายามพยุงลูกสาวให้ลุกขึ้นมากินซุป เป็นดวงตาแห่งความซาบซึ้งแม้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง แต่สำหรับคนเป็นแม่ ทุกเรื่องของลูกนั้นยิ่งใหญ่เสมอจริงๆ 

ผู้มาเยือนขอตัวลากลับ ไซมาห์จะตามมาส่งแต่ทั้งสองยืนยันว่าเดินกลับไปได้ในระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แม้ฟ้าจะเริ่มมืดและอุณหภูมิเริ่มลดลงอีก สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันมาเงียบๆ บนทางที่ไม่มีผู้คน เก็ดถวายังคงจมอยู่กับตัวเอง เหมราชมองถึงตอนนี้แล้วความอดทนของเขาก็สิ้นสุด เธอหน้านิ่วคิ้วติดกันแบบนี้มาทั้งวัน ไม่พูด ไม่แม้แต่จะเกริ่นถึงสิ่งที่เพียงดินโทรมาแม้ประโยคเดียว ลมหนาวพัดตึงมาตามช่องเขาจนเก็ดถวาต้องเอาสองมือมาถูกัน เหมราชคว้ามือของเธอมากุมไว้ทันทีพร้อมกับรั้งเธอไว้ให้หยุดคุยกัน 

“แคทมีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ผมฟังได้ไหม” เบื้องหน้าพวกเขาเป็นเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนที่กำลังสะท้อนรับกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มลึกราวมหาสมุทร งดงามแต่ก็ลึกลับ เก็ดถวาหยุดกึก มือใหญ่ที่จับมือเธอกุมกระชับย้ำเตือนให้เธอได้รับรู้ว่า...เขาคือคนที่พร้อมจะรับฟังเธอเสมอ

“หลังจากที่เพียงดินโทรมา คุณก็มีอาการเครียดเห็นได้ชัด มีอะไรเกิดขึ้นกับเขารึเปล่า ทำไมคุณไม่เล่าให้ผมฟังเหมือนทุกครั้ง” เก็ดถวาช้อนสายตาขึ้นมองเขา มีถ้อยคำเป็นล้านที่อยากจะพรั่งพรูออกมา แต่เธอจะพูดได้อย่างไร เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าเพียงดินเป็นเจ้าชายของประเทศนี้ ที่กำลังเข้าร่วมขบวนการกอบกู้สถาบันกษัตริย์ให้คีราลัย ความรู้สึกผิดตีรวนขึ้น เขาหวังดีและเป็นห่วงเธอขนาดนี้ แต่หญิงสาวกลับต้องปิดบังเขา

“ดิน...ให้แคทกลับเมืองไทยค่ะ เขาบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร แค่มีเหตุจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เขาต้องแยกทำงานกับทีมใหญ่ ตอนนี้เขาอยู่กับน้องเอย แล้วก็...ทีมงานคีราลัยอีกกลุ่ม”

“เขาจะอยากให้แคทกลับทำไม ในเมื่อเขาเป็นคนส่งข้อความเรียกให้คุณมาที่นี่แต่แรกไม่ใช่หรือ” เหมราชขมวดคิ้ว ก่อนพูดเสียงเรียบแบบหยั่งเชิง “หมายเลขที่ส่งข้อความแรกมาถึงคุณ ไม่ได้ถูกส่งจากเพียงดินสินะ ?”

“ดิน..ก็บอกว่าไม่ใช่เขาค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร”

“วันที่ข้อความนี้ถูกส่งมา เพียงดินอยู่ทางเหนือแล้ว แต่หมายเลขนี้...ผมให้หนูนาตรวจสอบให้ พบว่ามันส่งมาจากในอันชุลนั่นแหละ”

“ในอันชุลหรือคะ” คนฟังตาโตอย่างตกใจ ตกใจกว่าคือคนๆ นี้ตรวจสอบได้ทุกอย่าง เขามีคนให้เลือกใช้ มีหูตารอบตัวจริงๆ  

“อืม...โทรผ่านดาวเทียม จากอันชุลแต่ไม่สามารถระบุพิกัดแน่ๆ ได้” เขาสรุปเสียงเครียด “แต่ก็แปลได้ว่ามีใครบางคนในอันชุลต้องการให้คุณมาที่คีราลัย ซึ่งคนนั้น...ไม่ใช่เพียงดิน” 

นี่เหมราชอนุมานนั่นถูกต้องที่สุด แต่สิ่งที่เขาสงสัยต่อมาต่างหากที่ทำให้คนที่กำลังปกปิดบางอย่างเกร็งขึ้นมาทันที “ทำไมคนไทยธรรมดาๆ อย่างพวกคุณถึงได้มีวาระซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับประเทศนี้มากนัก น่าแปลกจริงๆ ว่าไหม”  

เขาจ้องตาเธออยู่ในความมืดที่กำลังเคลื่อนเข้าโอบล้อม “แล้วตอนนี้เพียงดินไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำไมเขาถึงต้องแยกกับคณะทำงาน” 

เก็ดถวานิ่งไป หลบตาลงต่ำ เขารุกราวกับราชสีห์ที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม หญิงสาวไม่ควรลืมว่านี่คือจุดแข็งที่สุดของ เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ชายผู้มีพลังอย่างที่สุดในเรื่องนี้

“ถ้าคุณตอบว่าไม่รู้ หรือไม่มีอะไร คุณกำลังดูถูกสติปัญญาของเฮคเตอร์ แฮมิลตัน มากนะแคท” 

เธอถูกวางเงื่อนตายจนพูดอะไรไม่ออก เหมราชไม่อยากทำแบบนี้ แต่มันถึงจุดที่ควรต้องร่วมมือกันหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่ใช่แค่นั่งจมกับความสับสนไปวันๆ 

“แคท...บอกไม่ได้ค่ะ” เธอไม่อยากโกหก การไม่บอกน่าจะดีที่สุด หญิงสาวผละกายออกทำท่าจะเดินหนี แต่เหมราชก็ดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง 

“งั้นผมบอกเอง เขาไม่ได้แยกไปทำงานเรื่องการเกษตร แต่เพียงดินกำลังเข้าร่วมกับกลุ่มอะไรบางกลุ่มที่กำลังคิดก่อการปฏิวัติรัฐบาลของปารัช” 

ดวงตาของเก็ดถวาเบิ่งค้างราวกับเห็นภูติพราย ตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่ห้ามไม่อยู่ 

เขารู้...รู้ได้อย่างไร !!! เหมราชไม่ปล่อยให้เธอได้สติ ปล่อยคำถามเด็ดเข้าเป้าไปอีกดอก

“คำถามต่อมา ทำไมเพียงดินถึงทำแบบนั้น ทั้งๆ ที่เขาเป็นแค่เจ้าของไร่ทางเหนือชาวไทยที่โลว์โปร์ไฟล์สุดๆ เขาต้องการทำการปฏิวัติคีราลัยไปทำไม ตอบผมได้ไหม แคท...”

คุณหมอพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนของเขา เสียงสั่นเครือ ห่างเหิน “คุณกำลังทำให้ฉันประสาทเสีย คุณเหมราช ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณ คุณไม่มีสิทธิจะมาต้อนฉันแบบนี้ ปล่อย...”

“ผมขอโทษจริงๆ คุณหมอ แต่ผมถูกดึงเข้ามาอยู่ตรงกลางของเกมชิงอำนาจของพวกคุณไม่ใช่หรือ ดังนั้น มันถึงเวลาที่คุณต้องพูดความจริงกับผมได้แล้ว...รังสิอรุณกาล

จักรวาลรอบตัวมืดดับเหมือนปิดสวิตช์ ทุกอย่างหยุดนิ่ง เก็ดถวาตัวชาไปทั้งร่าง หูอื้อตาลายแทบไม่ได้ยินอะไร แข้งขาอ่อนจนเกือบจะทรุดลงไปแต่ก็ได้แขนแข็งแรงของเขาที่โอบรัดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“คุณรู้...” ‘รังสิอรุณกาล’ รวบรวมพลังที่เหลือเอ่ยถามเขาด้วยเสียงเบาหวิว “ตั้งแต่...เมื่อไหร่...”

“ตั้งแต่เช้าวันนั้น ที่สวนสนบ่อแก้ว แม่บอกผม หลังจากเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวมายี่สิบกว่าปี แต่ไม่ต้องกังวล ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีกแล้ว” 

เก็ดถวามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก หัวสมองหมุนติ้วราวกับมีใครจับเขย่า เหมราชยังรุกต่อเนื่อง “แม่เลี้ยงไม่เคยเล่าให้คุณฟังเลยใช่ไหม ว่าคุณตาผม ในฐานะนายกรัฐมนตรีในตอนนั้น คือคนที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้คุณกับเพียงดินได้อยู่ในเมืองไทยอย่างปลอดภัย ท่านพศุตม์คุณพ่อของคุณคือเด็กในปกครองของคุณตาผม ที่ท่านไว้วางใจให้ดูแลพวกคุณในฐานะลูกบุญธรรม ทำทุกอย่างให้พวกคุณเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีใครมายุ่งกับพวกคุณได้ ปกปิดซ่อนเร้นพวกคุณออกจากสายตาของพวกคีราลัย ให้ที่ดินแม่เลี้ยงเอาไว้เป็นบ้านที่ปลอดภัยของพวกคุณ คุณตาของผมทำภารกิจนี้ด้วยความเสี่ยงสาหัส ทั้งต่อชีวิตพวกคุณ ทั้งต่อตำแหน่งหน้าที่การงานของท่านเอง แต่ท่านก็เลือกที่จะทำ เพราะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านจะทำ เพื่อสมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทร...ผู้เป็น ‘เพื่อน’ ของท่าน”

เก็ดถวาตกตะลึงตาค้าง แทบจะยืนไม่อยู่เอาจริงๆ เมื่อได้ฟังความทั้งหมดจากผู้ชายที่เป็น ‘ฐานที่มั่นสุดท้าย’ ของเธอ ลมหายใจของหญิงสาวหอบสะท้าน พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่พุ่งขึ้นมา ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งกลัว ผสมปนเปกันไปหมด

“ฉัน...คงดูเป็นตัวตลกในสายตาคุณ เหย่อหยิ่งจองหองใส่คุณต่างๆ นานา แต่สุดท้ายก็เป็นแค่คนพลัดถิ่นที่พวกคุณช่วยเอาไว้”  

“แคท พวกผมไม่เคยคิดแบบนั้น” เธอเข้าใจผิด แต่เขาต้องเลือกที่จะเข้มใส่ 

“ตอนที่ฉันมาพูดเรื่องขายที่ คุณก็คงนึกสมเพชฉันอยู่ในใจ ว่าฉันกำลังมายื่นข้อเสนอขายในสิ่งที่มันเป็นของพวกคุณมาก่อน” 

“แคท ไม่ใช่ !” เขาดุจริงจัง พยายามดึงเธอกลับเข้าสู่เหตุผล แต่ก็ดูว่าอาจทำไม่ได้ในสภาพอารมณ์แบบนี้ ชายหนุ่มจึงเลือกกอดเธอไว้แนบอก ลูบผมเธออย่างปลอบประโลมอ่อนโยน 

แคท” เขาเรียกย้ำชื่อของเธอที่เขาเคยเรียกมาตลอด ย้ำให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็คือแคทคนเดิมของเขา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“แคทฟังผมให้ดี การทำร้ายคุณคือสิ่งที่ผมไม่มีวันทำ ไว้ใจผม เหมือนกับที่ผม...กำลังทำทุกอย่างเพื่อคุณ...ได้ไหม”

น้ำตาของเก็ดถวาร่วงพรูลงเปียกเสื้อแจ็คเก็ตของเขาอย่างสุดจะกลั้นอีกต่อไป “ฉัน...ไม่รู้ว่า...จะไว้ใจใครได้แล้ว ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป หรือทำอะไรถึงจะถูก ฉันอยากเป็นแค่หมอ แต่ฉันก็ทนเห็นปารัชกำลังย่ำยีประเทศนี้ไม่ได้ ฉันอยากกลับเมืองไทยไปเป็นลูกแม่ดาเหมือนเดิมแล้วก็ตัดเรื่องนี้ออกไปจากสมอง แต่ฉันก็เป็นห่วงดิน ฉันอยากไว้ใจคุณ แต่คุณก็เป็นที่ปรึกษาศัตรูของฉัน แล้วยังแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องของฉันทั้งที่คุณรู้มาตลอด”

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใส ปากสั่นเสียงสั่นอย่างอัดอั้น

“ใช่ ความจริงก็คือฉันเป็นลูกของกษัตริย์ แล้วยังไง ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรต่างกับลูกแกะหลงทาง ฉันเป็นเจ้าหญิง ใช่ แต่ความภาคภูมิใจในชาติกำเนิดของตัวเองมันถูกทำลายย่อยยับไปตั้งนานแล้ว ฉันกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าของที่นี่ พี่ชายฉันกำลังคิดการใหญ่ ฉันจะช่วยก็ไม่ได้ จะรออยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะกลับก็ไม่ได้ ทำได้แค่อยู่ใต้เกราะกำบังของพวกคุณ ต้องปั้นหน้าทำญาติดีกับพวกคนที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าครอบครัวฉัน ฉันจะอยู่ตรงไหนอยู่แบบไหนก็ทรมานใจทั้งนั้น”

“บอกฉันที ว่าถ้าคุณเป็นฉัน คุณจะทำยังไง” เธอย้อนถามเขาด้วยความเจ็บร้าวจนเหมราชอึ้งไปสนิท ก่อนที่เจ้าหญิงของเขาจะปาดน้ำตาให้เหือดแห้งแล้วเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นจนได้ในที่สุด 

“คุณหมอเป็นอะไรรึเปล่าคะ” ภาริตาถามขึ้นเมื่อเห็นเก็ดถวาเดินจ้ำนำหน้าเหมราชมาถึงลานกางเต็นท์ คุณหมอคนสวยหน้าตาไม่สู้ดี ดวงตาฉ่ำแดงอย่างน่าสงสัย เธอปลีกตัวขึ้นห้องพักไปโดยไม่ได้สนทนากับใคร คนรักของหมอยังมองตามแม้ปากจะต้องตอบคำถามอย่างเสียไม่ได้

“เธอมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยครับ” 

“ไม่ใช่ว่าคุณทำอะไรให้เธองอนนะคะ” ภาริตากระเซ้าเบาๆ รู้สึกมีหวังขึ้นมานิดหน่อยที่เห็นคู่รักดูจะมีปัญหากัน

“หมอแคทไม่มีนิสัยผู้หญิงๆ แบบนั้นเลยครับ เธอกำลังไม่สบายใจจริงๆ แต่เดี๋ยวก็ดีขึ้นครับ” 

“งั้นฉันเอาชาร้อนๆ ไปให้เธอหน่อยดีกว่า จะได้ชวนลงมากินดินเนอร์ด้วยกันด้วย อ้อ ส่วนกระบอกนี้ของคุณนะคะ” บุตรสาวของปารัชยื่นกระบอกน้ำเก็บความร้อนให้เขา ยิ้มให้ด้วยดวงตาซื่อๆ “ชาสมุนไพรท้องถิ่นของขึ้นชื่อของแถวนี้ หอมมาก ดื่มก่อนนอนก็ช่วยให้ผ่อนคลายหลับสบายค่ะ”


ดินเนอร์ถูกจัดกลางแจ้งรอบกองไฟในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ทางทีมสำรวจเตรียมมาเอง เป็นเนื้อสเต็กเอาไว้ย่าง กินกับขนมปังอย่างง่ายๆ มีหัวแครอทที่แวะซื้อจากชาวบ้านระหว่างทางเอามาต้มกินแก้เลี่ยน โดยทางไซมาห์กับภรรยานำซุปร้อนๆ แบบโฮมเมดมาสมทบ 

เก็ดถวาบิขนมปังเข้าปากแบบไม่รู้รสชาติ เธอนั่งอยู่ข้างซีอีโอแห่งแฮมิลตันแต่กลับไม่คุยอะไรกับเขาเลย บรรยากาศอึมครึม แต่หนุ่มๆ ดูจะไม่มีใครสังเกต ได้แต่กินข้าวเฮฮากันตามประสา คงมีแต่ภาริตาที่ลอบมองคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่เนืองๆ 

“คุณหมออิ่มแล้วหรือคะ” ภาริตาถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวข้างกายของทายาทแฮมิลตันนั่งนิ่งไม่แตะอะไรอีก

“ค่ะ...” คนที่กินอะไรไม่ลงตอบพลางหันไปสบตาคนข้างๆ ก่อนจะขอตัวทันที “ขออนุญาตขึ้นห้องพักก่อนนะคะ พอดีรู้สึกเพลียๆ แต่ถ้าคุณคนไหนรู้สึกไม่สบายก็มาเรียกได้ตลอดเวลานะคะ ไม่ต้องเกรงใจ” 

เหมราชมองตามร่างน้อยที่ก้าวตรงเข้าไปยังโฮมสเตย์ของไซมาห์อย่างหนักใจ คงต้องปล่อยให้เธอได้ทำใจให้นิ่งและมีเวลาอยู่กับตัวเองสักพักนั่นแหละ ตามไปตอนนี้ก็มีแต่จะตึงใส่กันเปล่าๆ  


เก็ดถวาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแคบๆ ภายในห้องพักขนาดเล็กที่พอจะใส่ได้แค่เตียงขนาดสามฟุต และชุดโต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุด ภาริตานอนอยู่ห้องติดกัน ไม่นาน คุณหมอก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ก่อนเสียงปิดประตูจะตามมา มองออกไปนอกหน้าต่างตรงลานกางเต็นท์ก็เห็นว่าหนุ่มๆ เริ่มแยกย้ายกันเข้าพักผ่อนในเต็นท์ของตัวเอง บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ความสงบทีละน้อย คงมีแต่เธอที่ยังคงเหม่อมองหิมาลัยด้วยหัวใจว้าวุ่นอยู่คนเดียว 

เธอเห็นเหมราชเดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบๆ บริเวณตามประสาคนเป็นผู้นำ ก่อนจะเลาะเข้าไปที่เต็นท์ใหญ่ของตัวเองด้านลึกสุด ดวงไฟที่แขวนไว้เหนือลานกางเต็นท์ยังส่องสว่าง แต่อีกสักพักก็คงดับแล้วที่นี่ก็จะเข้าสู่ความมืดโดยแท้จริง คงมีแต่แสงจากตะเกียงเจ้าพายุที่อยู่ในเต็นท์ใครเต็นท์มันเท่านั้น 

เก็ดถวารู้สึกว่าหัวใจของตัวเองยังสั่นอยู่ไม่หายตอนที่เขาเรียกชื่อจริงของเธอ ชื่อที่เธอไม่ได้ยินมานานหนักหนา ชื่อที่เหมือนได้สาบสูญไปแล้วจากโลกใบนี้ เหมราชรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอมาตลอด รู้ว่าปัญหาของเธอคืออะไร รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหนถ้าเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้...แต่เขาก็ยังทำ เหมือนกับที่คุณตาของเขาได้ทำเมื่อยี่สิบสองปีที่แล้ว เขาวางเดิมพันทั้งชีวิต ทั้งสถานะ ทั้งบริษัท หน้าที่การงานของตัวเอง ในการเอาเธอมาไว้ใกล้ตัวในฐานะคนรัก บังคับกลายๆ ให้พวกปารัชต้องยั้งมือไม่จัดการสิ่งใดร้ายแรงกับเธอทั้งที่คนพวกนั้นจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ 

มันไม่ใช่มีแต่เธอหรอกที่มีปัญหาอยู่คนเดียว...และคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ถ้าไม่ได้คุยกับเขาอีกครั้งในแบบที่เธอนิ่งลงแล้ว จะมาทำตัวงี่เง่าข้ามคืนมันก็ไม่ใช่เธอหรอก

เก็ดถวานั่งคิดอยู่อีกชั่วอึดใจ แล้วก็ลุกขึ้นมาใส่เสื้อโค้ทอีกครั้ง ค้นไฟฉายด้ามเล็กในกระเป๋าเดินทางโดยไม่ลืมหยิบบาร์เรตต้ากระบอกดำเสียบเข้ากับขอบกางเกง แล้วค่อยๆ ย่องออกจากห้องอย่างเงียบเชียบที่สุด 


เหมราช แฮมิลตัน วางตะเกียงเจ้าพายุไว้บนโต๊ะทำงานเล็กๆ ที่ทางเจ้าของสถานที่เตรียมไว้ให้ในเต็นท์ กางแผนที่พร้อมเปิดกล้องถ่ายรูปแล้วไล่ดูรูปต่างๆ ที่คณะสำรวจได้ลงพื้นที่ในวันนี้ พยายามจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่เลวในห้านาทีแรก แต่หลังจากนั้น ในแผนที่ที่เขากำลังเพ่งมองมันกลับเต็มไปด้วยดวงหน้าชุ่มน้ำตาของ...เก็ดถวา

เธอคงกำลังว้าวุ่นใจแสนสาหัสและน่าจะนอนไม่หลับแน่ในคืนนี้ รู้สึกผิดวูบขึ้นมาทันทีว่าไม่น่าไปใช้วิธีไล่ต้อนให้เธอจนมุมแบบนั้น เก็ดถวาไม่ได้ผิดอะไรเลยที่ปิดบังสถานะที่แท้จริงของเธอกับเขา มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ใช่จะพูดออกมาได้ง่ายๆ จริงๆ เขาถอนหายใจหนักหน่วง เครียดขึ้นมาจนต้องเปิดโทรศัพท์แล้วไล่หาเพลงที่พอจะมีอยู่ในนั้นเปิดทำลายความสงัดไปเบาๆ เผื่อใจจะได้ผ่อนคลายขึ้น หากสุดท้ายแล้วเหมราชก็ทนห่วงเธอไม่ไหวต้องตัดสินใจวางดินสอลงบนโต๊ะ ลุกไปรูดซิปประตูเต็นท์ก่อนจะก้าวพรวดออกไป แต่พลันต้องชะงักกึก เมื่อมีใครบางคนที่กำลังนึกถึงอยู่ไม่คลายในห้วงคิดมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า 

“แคท…"

เก็ดถวายืนกอดอกอยู่ที่หน้าเต็นท์ อากาศหนาวเหน็บจนจับขั้วหัวใจ สองหนุ่มสาวสบตากันในแสงสลัว ตกอยู่ในภวังค์จากดวงไฟกลางลานที่ส่องมาแทบไม่ถึงตรงนี้ เสียงเพลงยังดังลอดออกมาเบาๆ จากในเต็นท์


When the rain is blowing in your face, And the whole world is on your case,
I could offer you a warm embrace, To make you feel my love.


ยามลมฝนสาดพรมลงบนใบหน้า, ยามที่เธอต้องแบกโลกไว้ทั้งใบ
ฉันขอมอบอ้อมกอดอบอุ่นนี้ไว้, ให้เธอรู้สึกถึงความรักจากฉัน


When the evening shadows and the stars appear, And there is no one there to dry your tears,
I could hold you for a million years, To make you feel my love.


เมื่อราตรีกำลังเคลื่อนเข้าหาและดวงดาวปรากฏกาย, ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อเช็ดน้ำตาให้เธอ
แต่ฉันจะกอดเธอได้นานนับล้านปี, เพื่อให้เธอรู้สึกถึงความรักจากฉัน


I know you haven’t made your mind up yet, But I will never do you wrong.
I’ve known it from the moment that we met, No doubt in my mind where you belong.


ฉันรู้ว่าเธอยังไม่ได้ตัดสินใจ, แต่ฉันจะไม่มีวันทำร้ายเธอ

ฉันรู้ตั้งแต่นาทีแรกที่เราได้เจอกัน ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป...ในหัวใจของฉัน...จะเป็นที่ของเธอเสมอ

(*บางส่วนจากเพลง Make you feel my love โดย Bob Dylan)


เพลงนั้นไพเราะและชวนให้หยุดฟัง เก็ดถวามองเขาทีกำลังจ้องเธอแบบชวนให้ประหม่า แก้มเย็นๆ ของหญิงสาวเรื่อขึ้นในความมืดตอนที่ชี้ไปที่เต็นท์ด้านหลังเขา

“ขอเข้าไปได้ไหมคะ ตรงนี้...หนาว”


*******************

กรี๊ดดด มาแล้วววววค่าาา ฮือออออ ???? ???? ????

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และยังรักในการอ่านนะคะ

ขอบพระคุณที่ยังสนับสนุนกันตลอดมา

และขออภัยที่สุด หายไปนานอีกแล้ว มาชดเชยให้ 1 ตอนเต็มๆ อ่านกันยาวๆ ไปเลยค่ะ

ปลายปีที่ผ่านมายุ่งเหลือเกิน สมาธิไม่มี เขียนไม่ได้

เป็นตอนที่เขียนแล้วลบหลายครั้งมาก เป็นตอนที่เขียนยากมากๆ มากๆ จริงๆ

อ่านจบแล้วก็จะเข้าใจผู้เขียนได้ค่ะว่าทำไมถึงยาก ????

เป็นตอนที่ต้องซ่อนเรื่องของเพียงดินเอาไว้ในเล่มหน้าที่เป็นเล่มของเขาเองโดยเฉพาะ

และเป็นตอนที่มีตัวละครเผชิญกับสภาวะหลายอารมณ์อย่างมาก

ทั้งพี่ดิน ทั้งน้องเอย ทั้งพี่เฮค ทั้งภาริตา และโดยเฉพาะหมอแคท

ส่วนตอนหน้า สปอล์ยไว้เลยว่าใครรอเลิฟซีน (เลเวลไหนต้องลุ้นกันเอง) ต้องไม่พลาดนะคะ อิอิ

.



Make You Feel My Love เพลงต้นฉบับเป็นของ Bob Dylan

ซึ่งขอเลือกฉบับ cover ใหม่โดย Sleep at Last ซึ่งได้อารมณ์เหงาๆอุ่นๆ

เป็นเพลงที่เรียกได้ว่า ตรงกับสิ่งที่เป็นเฮคเตอร์ แฮมิลตัน เป็นอย่างเหลือเกินจริงๆ ค่ะ

นั่นก็คือ การทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้รับรู้และยอมรับในความรักของเขา

.

ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 346 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #1058 mang_kapoon Faii (@ploysasi) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:15
    กรี๊ดสิบที สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ :)
    #1058
    0
  2. #1057 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:45
    สมการรอคอย วน มาอ่านรอบที่ 10 รอ ตอนต่อไป ด้วยหัวใจระทึก กรี๊ดๆๆ เบาในใจ 555
    #1057
    0
  3. #1054 Mayzia (@mixmay) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:43
    สวัสดีปรใหม่ค่ะ ยังรออยู่นะจ๊ะ
    #1054
    0
  4. #1053 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:57
    HNY เช่นกันค่ะ อ่านแล้วอุ่นคลายหนาวดี ขอตอนหน้าพรุ่งนี้ได้ไหมคะ
    รอหนังสือไม่ไหวแล้วค่ะ
    #1053
    0
  5. #1052 ไอยดา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:07

    น่ารักมากมายกับตอนที่รอคอยค่ะ

    #1052
    0
  6. #1051 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 00:26
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ

    ขอให้มีสุขภาพที่ดี มีความสุขมากๆนะคะ
    ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ด้วยค่ะ
    #1051
    0
  7. #1050 Supanee Toy (@sleepykat) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:30
    ดีใจมากๆ ที่พี่เฮคกลับมา รออ่านตอนต่อนะคะ
    #1050
    0
  8. #1049 Nui (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:58

    อ่านวนไปมาระหว่างรอตอนใหม่ค่ะ ชอบมากทุกเรื่องเลย????

    #1049
    0
  9. #1048 พราวแสงรุ้ง (@chuleekornl) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:30
    รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ ขอบคุณมากๆค่า
    #1048
    0
  10. #1047 kunyeen (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 19:06

    เป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีมากกกก..ค่ะ อยากอ่านเต็มเล่มแล้วค่ะ❤

    #1047
    0
  11. #1046 พิณ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:24

    ชอบๆๅสนุกมาก

    #1046
    0
  12. #1045 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:46
    ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่ มีความสุขสมหวังนะคะ เอาใจช่วยค่ะ
    #1045
    0
  13. #1044 mugglemousee (@mousezaap18) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:25
    รอซื้อ หนังสือ แบ้วค่ะตอนนี้
    #1044
    0
  14. #1043 mydaisy23 (@mydaisy23) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 13:17
    ขอบคุณนะคะ
    #1043
    0
  15. #1041 Malayzee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 11:41

    เย้ ๆ ของขวัญปีใหม่ ขอบคุณที่มาลงหนึ่งตอนยาวๆ

    #1041
    0
  16. #1040 panij152 (@panij152) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 09:02
    ขอบคุณค่ะที่มาต่อให้ได้รับความสึตอนปีใหม่นะคะ ปีใหม่นี้ขอให้ไรท์มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ สมหวังในทุกสิ่งที่หวังนะคะ
    #1040
    0
  17. #1039 Dainalovely (@Dainalovely) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:51
    รอตอนต่อไปนะคะ

    อย่าให้ขาดตอนน้ราาาาา
    #1039
    0
  18. #1038 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 08:43
    ดีต่อใจ
    #1038
    0
  19. #1037 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:30
    เป็นของขวัญปีใหม่จากไรท์ ที่ดีจริงๆเลยค่า สุขภาพแข็งแรง หนังสือยอดขายปังๆ นะคะไรท์ จะได้มีแรงแต่งเพียงดินต่อ แบบไม่ขาดตอนไวๆ

    แล้วก็ต่อด้วยโดมินิก กะ แมกซิมัส อีก 2 หนุ่มแฮมินตัน บอยส์ รออ่านอยู่นะค๊า...รักไรท์นะคะจุ๊บๆ
    #1037
    0
  20. #1036 tempname (@tempname) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:27
    ถ้าอย่างนั้น ตอนหน้าต้องรีบมาเลยนะคะ อย่าเคาะกะลาให้...ดีใจเก้อนะ มันบ๊าปปปป! สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #1036
    0
  21. #1035 Andenoomz (@cheeranan10) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:24
    มาแล้วววว ดีใจมากค่า สวัสดีปีใหม่นะคะ รออ่านต่อแทบไม่ไหวแล้ว อิอิ
    #1035
    0
  22. #1034 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:21
    ขอบคุณค่ะ สำหรับของขวัญปีใหม่/
    นับวันรอเลยค่ะ.....
    #1034
    0
  23. #1033 tb103985 (@tb103985) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:05
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ รอทักวันเลยค่า
    #1033
    0
  24. #1032 loveryong (@ryeong11) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 06:51
    ฮืออออ ไรท์มาเลย พร้อมกับตอนที่สนุกอีกเช่นเคย เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ รอเลิฟซีนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ55555\\\\ สวัสดีปีใหม่นะคะ
    #1032
    0
  25. #1031 pon6969 (@pon6969) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 06:42
    มาแล้ว สวัสดีปีใหม่ค่า
    #1031
    0