สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 134,104 Views

  • 1,158 Comments

  • 1,262 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,698

    Overall
    134,104

ตอนที่ 21 : Chapter 10 : พันธสัญญา | The Commitment [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 313 ครั้ง
    24 พ.ค. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 10

พันธสัญญา | The Commitment


“คุณพ่อ...” 

แพทย์หญิงเก็ดถวาก้าวขึ้นมาต่อหน้าบุรุษชราที่เดินฝ่าสายหมอกมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ชายวัยเกษียณที่ยังดูองอาจผึ่งผายมาพร้อมผู้ติดตามในชุดซาฟารีมาดเข้มสองคน พลเอก พศุตม์ สุคนธ์พิสุทธิ์ เดินผ่านบุตรสาวมาหยุดยืนต่อหน้าชายหนุ่มลูกครึ่งตัวสูงใหญ่ที่ทั้งตัวตอนนี้สวมกางเกงเลสีชมพูพาสเทลอยู่ตัวเดียว

สภาพดูน่าทุเรศไม่น้อย...แต่ทายาทคนโตแห่งตระกูลแฮมิลตันย่อมไม่ให้เครื่องแต่งกายที่ไม่พร้อมมากลบมาดคุณชายใหญ่ของเขาได้ ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า อดีตนายทหารใหญ่ไม่ได้รับไหว้แต่มองเขาด้วยสายตาพิเคราะห์หนักหน่วง

“คุณคือเหมราช แฮมิลตัน”

“ครับ”

“ขอผมคุยกับลูกสาวเป็นการส่วนตัว” พลเอกพศุตม์กล่าวขึ้นเรียบๆ แต่ฟังแล้วชวนให้เย็นวาบ “แล้วจะขอคุยกับคุณ”

เหมราชแต่งตัวด้วยชุดเดิมของเมื่อวานที่มีใครบางคนมาตากไว้ให้จนแห้งสนิท นั่งมองออกมาที่ม้าหินในสวนหลังระเบียงบ้านปีกไม้เป็นระยะ สองพ่อลูกกำลังนั่งคุยกันในบรรยากาศจริงจังโดยมีผู้ติดตามทั้งสองยืนอารักขาไม่ห่าง

เป็นพ่อลูกที่หน้าตาไม่เหมือนกันสักเท่าไร อันที่จริง...เก็ดถวาและเพียงดินก็ไม่เหมือนทั้งพ่อและแม่ เหมราชเปิดแท็บเล็ตของตัวเองเพื่ออ่านข้อมูลคร่าวๆ ที่เขาค้นหามาได้ระหว่างรอ พลเอกพศุตม์เป็นคนลำพูนโดยกำเนิด บิดาของเขาเป็นช่างทำเครื่องประดับ มารดาเสียชีวิตตั้งแต่เขาเกิด พศุตม์ในวัยเด็กเป็นคนใฝ่รู้และรักดี ขยันหมั่นเพียรจนเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ ต่อมาสมรสโดยถูกต้องตามกฏหมายกับนางสาวปัทมนที่ต่อมาได้เป็นคุณหญิงตามยศของสามี ทั้งคู่ไม่มีบุตรด้วยกัน แต่จู่ๆ พศุตม์กลับมีชื่อเป็นบิดาของเด็กฝาแฝดชายหญิงกับเศรษฐีนีเมืองเหนือ ในอดีตนั้นแทบไม่มีใครรู้ แต่เมื่อพลเอกผู้นี้ได้ขึ้นมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เรื่องส่วนตัวต่างๆ ของเขาก็ย่อมถูกขุดคุ้ยจนประเด็นลูกนอกสมรสถูกนำมาพูดถึงจากผู้ต่อต้านอยู่เนืองๆ แต่โชคดีที่ทั้งดารณีและลูกๆ ยังคงยึดถือความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว การดำเนินชีวิตอย่างเงียบเชียบและไม่พาตัวเองไปอยู่ในสื่อทำให้ดราม่าไม่เคยลุกลามไปมากกว่าวงซุบซิบนินทาที่ไม่ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง

ในสมัยนี้เรื่องบุตรนอกสมรสไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตและถูกดูแคลนเท่าในอดีต แต่เพียงดินและเก็ดถวาก็เลือกที่จะทำตัวโลว์โปรไฟล์อย่างที่สุด ใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด คนหนึ่งทำงานในไร่ อีกคนอยู่โรงพยาบาลชุมชน ห่างไกลแสงสีและสังคมในเมืองหลวงแบบที่ลูกผู้มีอำนาจทั่วไปใช้ชีวิตกัน


บิดาของเก็ดถวาเปิดภาพในโทรศัพท์มือถือของตัวเองยื่นให้ลูกสาวดู

“ตำรวจกับคนของพ่อไปสำรวจจุดเกิดเหตุเมื่อคืนนี้ แต่ตอนไปถึงรถโฟร์วีลไหม้วอดทั้งคันแล้ว มีรอยเลือดเปรอะอยู่แถวๆ นั้นแต่หาคนเจ็บไม่พบ คงจะหนีไป หรือไม่ก็มีคนมารับ แต่ตำรวจเก็บรอยเลือดไปขยายผลแล้ว”

เก็ดถวาเลื่อนดูภาพเหล่านั้นอย่างละเอียด “รอยเลือดพวกนี้เป็นของคนร้ายค่ะ พวกมันจะยิงเรา แต่คุณเหมราชยิงสวนเข้าที่แขนมือปืนคนหนึ่งค่ะ”

“นายเหมราชเป็นคนยิง ?” 

“ค่ะ…” หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองบิดา “เขาใช้อาวุธได้คล่องและยิงแม่นมาก คุณเหมราชไม่ได้กะยิงให้ใครตาย แค่ต้องการหยุดพวกมันเท่านั้น ถ้าไม่มีเขาอยู่ด้วย แคทก็...ไม่แน่ใจว่าจะปกป้องตัวเองได้ไหม”

พลเอกคนดังมองลูกสาวชั่วอึดใจก่อนเอ่ยปากถาม “เมื่อคืนนี้ หนูพักอยู่กับเขา...”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นค่ะคุณพ่อ เราจำเป็นต้องอยู่ห้องเดียวกัน ทั้งนี้...เพื่อความปลอดภัย คุณเหมราช...ให้เกียรติแคทเป็นอย่างดีค่ะ” ลูกสาวกล่าวความจริงแต่นึกถึงหลายความเสี่ยงเมื่อคืนแล้วก็อดหน้าร้อนขึ้นมาวูบวาบไม่ได้

“หนูรู้ใช่ไหม ว่าปารัชให้เหมราชเป็นที่ปรึกษาพิเศษ”

“ทราบค่ะ”

“ถึงเขาจะเป็น...คนดี แต่สถานะของเขาอันตรายเกินไปสำหรับลูก และการใกล้ชิดกับเขามากเกินจำเป็นไม่ใช่เรื่องดี” 

เก็ดถวาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที “ค่ะ”

คำตอบรับตรงๆ ของคนเป็นลูกทำให้บิดาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาเลี้ยงลูกมาแบบนี้ แบบทหารที่ไม่ต้องพูดอะไรกันให้มากความ พศุตม์กลับสู่เรื่องเดิมที่คุยค้างไว้ด้วยการเลื่อนอีกภาพให้ลูกดู

“นอกจากรอยเลือดแล้ว ในพงหญ้าข้างทาง คนของพ่อเจอสิ่งนี้”

เก็ดถวาขยายภาพในจอโทรศัพท์ มันคือปลอกกระสุนทำจากโลหะทองเหลืองเฉกเช่นปลอกกระสุนทั่วไป แต่สิ่งที่พศุตม์อยากให้โฟกัสคือภาพต่อไปที่ถ่ายด้านฐานปลอกกระสุน

“ปกติปลอกกระสุนจะบอกที่มาของอาวุธชนิดนั้นๆ ได้ ชื่อผู้ผลิตกระสุนปืนจะถูกตอกไว้ที่ฐานอย่างที่พ่อเคยสอนหนู แต่ปลอกกระสุนที่เราเจอนั้นแปลกตรงที่มันไม่ได้ตอกรหัสหรือสถานที่ผลิตเหมือนกระสุนทั่วไป มันกลับมีเพียงภาพนี้ที่สลักลงไป”

เก็ดถวาเพ่งมองตาไม่กะพริบ

“ขนนก ?”

ลายเส้นขนนกสีดำที่ถูกสลักอยู่ที่ฐานปลอกกระสุนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ความคิดอ่านของเก็ดถวาในยามนี้ราวกับมีอานุภาพบางอย่างที่วิ่งเข้าปะทะ พลเอกพศุตม์เฉลยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น

“ขนนกสีดำ ตราสัญลักษณ์ของทหารชุดดำหน่วยอินทรีภูผา แห่งกองทัพคีราลัย...”

“อินทรีภูผา...” เก็ดถวาขนลุกวาบ ทวนชื่อนั้นขณะที่สายตายังไม่ถอนออกจากภาพปลอกกระสุนปริศนา บิดาเคยเล่าถึงนักรบผู้พิทักษ์องค์กษัตริย์แห่งคีราลัยหน่วยนี้ให้เธอได้ฟังอยู่เนืองๆ ในวันที่สมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทรสวรรคต เช้าต่อมาทหารหน่วยอินทรีภูผาสิบแปดนายก็อันตรธานหายไปทุกคนอย่างไร้ร่องรอย รวมทั้งผู้พันเวศินซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วย ผู้ที่กษัตริย์ศิขเรนทรไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นหนึ่งในราชเลขาธิการคู่กับปารัช พลเทวาในตอนนั้น เป็นเหตุการณ์ลึกลับที่ยังคงไม่มีใครหาคำตอบได้ บ้างก็ว่าปารัชสั่งเก็บทหารทั้งหน่วยเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามต่อการปกครองของเขา บ้างก็ว่าพวกเขารวมตัวกันฆ่าตัวตายหมู่ในป่าลึกลับ

“อินทรีภูผาได้ชื่อว่าเป็นทหารที่ถูกปลูกฝังให้จงรักภักดีอย่างสูงสุด ในอดีตหากมีการโค่นล้มกษัตริย์ด้วยวิธีปราบดาภิเษกขึ้นราชวงศ์ใหม่ ทหารองครักษ์หน่วยนี้จะถูกสำเร็จโทษตามผู้เป็นนายทั้งหน่วย เพราะถือว่านักรบเหล่านี้เป็นภัยต่อกษัตริย์องค์ใหม่อย่างที่สุด”

เก็ดถวาใจเต้นรัว เธอคิดมาตลอดในกรณีนี้ว่าคงไม่พ้นปารัชที่จัดการกำจัดทหารฝีมือเยี่ยมทั้งสิบแปดนายรวมทั้งผู้พันเวศิน แต่การปรากฏขึ้นของปลอกกระสุนชิ้นนี้ทำให้หญิงสาวตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะนั่นหมายถึง...

“อินทรีภูผายังคงอยู่ พวกเขาซ่อนตัวอยู่เพื่อที่จะนำกษัตริย์ที่แท้จริงกลับคืนสู่แผ่นดินคีราลัยตามคำปฏิญญาที่พวกเขาได้ให้ไว้ต่อราชบัลลังก์และเทพเจ้าแห่งขุนเขา” 

“ปลอกกระสุนปลอกนี้ อาจจะ...เป็นเรื่องบังเอิญก็ได้นะคะคุณพ่อ” คุณหมอยังไม่อยากเชื่อ ทุกอย่างมันเร็วเกินไปมาก

“พ่อยังไม่ปักใจเชื่อในทีแรกเหมือนกัน จนก่อนหน้าที่จะมาหาลูกที่นี่ พ่อไปเจอดินที่โรงพยาบาลแม่ลาน้อยมาเมื่อตอนเช้ามืด...”

เก็ดถวารอฟังต่อด้วยใจระทึก


โรงพยาบาลแม่ลาน้อย, แปดชั่วโมงก่อนหน้านั้น

เพียงดิน สุคนธพิสุทธิ์ ก้มมองใบหน้าที่กำลังอิงซบอยู่กับอกกว้างของเขาอย่างสงสารระคนเอ็นดู เขาและสรัสวตีมาถึงโรงพยาบาลแม่ลาน้อยหลังรถพยาบาลนำส่งคุณป้าสมถวิลได้อย่างเรียบร้อย จนตอนนี้คุณสมถวิลยังคงต้องนอนเพื่อสังเกตอาการอยู่ในห้องฉุกเฉิน คนป่วยหลับไปแล้ว แต่ญาติจำเป็นของคุณสมถวิลยังนั่งรออยู่เงียบๆ ที่เก้าอี้หน้าห้อง ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียจากเหตุการณ์มากมายมาทั้งวันทำให้แม่สาวน้อยข้างบ้านของเพียงดินนั่งสัปหงกอย่างหมดสภาพ เจ้าของไร่มอกกำปอถอนหายใจด้วยรอยยิ้มบาง

สรัสวตีเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโต อ่อนโยน ใจดี มีน้ำใจ ช่างเห็นอกเห็นใจคนอื่น ไม่ว่าจะกับคน กับสัตว์ กับต้นไม้ต้นหญ้า คงมีแต่เขาคนเดียวในโลกกระมังที่หญิงสาวไม่ชอบเข้าใกล้นัก เพียงดินรู้สึกอยากเขกหัวตัวเองขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าก็เพราะเขาเองทั้งนั้นที่ชอบแกล้ง ชอบดุ ทำให้น้องเอยติดภาพเขาเป็นผู้ชายห่ามๆ ที่ไม่น่าคบหามาจนถึงตอนนี้

เพียงดินเองก็เคยนึกว่าเธอเป็นเพียงเด็กข้างบ้านที่ชอบมาวอแวน่ารำคาญ ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าทำไมเขาถึงจดจำเรื่องราวของเด็กหญิงป่วนๆ คนนี้ได้มากมายนัก ทำไมถึงรู้สึกไม่ชอบใจเวลาเห็นเธอทำท่าปลื้มผู้ชายคนอื่น ทำไมถึงได้อยากอยู่ใกล้ในเวลาที่เธอต้องเผชิญปัญหา อันที่จริง...ต้องพูดว่า เขาชอบอยู่ใกล้ๆ เธอในทุกเวลาน่าจะถูกต้องที่สุด ความรู้สึกนี้มันเด่นชัดตั้งแต่เธอกลับมาจากอังกฤษแล้วทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งในแปลงกุหลาบนั่น...

ชายหนุ่มค่อยๆ เอียงใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าให้ลงมาพิงอยู่ที่ไหล่เขาอย่างเบามือที่สุด ลมหายใจของสรัสวตีเริ่มสม่ำเสมอ เพียงดินจึงค่อยๆ อ้อมแขนของเขาไปโอบรอบตัวเธอ จากพิงหมิ่นเหม่อยู่ที่หัวไหล่ ตอนนี้เพียงดินกอดเธอไว้ทั้งตัว ดวงหน้าหลับพริ้มน่ารักซุกอยู่กับอกเขาอย่างวางใจ เวลาผ่านไปอย่างอ้อยอิ่งจนกระทั่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขามันส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามานั่นแหละ แม่สาวน้อยถึงได้สะดุ้งตื่น แล้วก็ต้องหน้าแดงเถือกเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปในอกแข็งแรงของคู่ปรับอย่างไม่รู้ตัว

“ขอโทษ / ขอโทษค่ะ” ทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกันอย่างเก้อๆ เพียงดินเห็นท่าทางประหม่าของอีกฝ่ายก็อดยิ้มไม่ได้ เขาตบอกตัวเองอีกครั้ง

“มานอนต่อมา ไม่รู้ว่าอกพี่อุ่นสบายหรือเพราะเด็กง่วงจัดกันแน่ หลับปุ๋ยน้ำลายยืดเลย” สรัสวตีตาโต หน้าร้อนผ่าวทั้งเคืองทั้งอาย

“ไม่เป็นไรค่ะ ตาสว่างแล้ว” 

“คนเฝ้าดูเพลียกว่าคนป่วยเสียอีกนะ หน้าซีดจัง” เพียงดินยังไม่เลิกแกล้ง เขายื่นหน้ามาพิจารณาคนหน้าซีดแบบใกล้ขนาดที่ปลายจมูกของเขาเฉียดแก้มนุ่มไปแค่เซ็นต์เดียว แต่เมื่อเห็นสรัสวตีตัวแข็งทื่อ คนขี้แกล้งก็เริ่มสงสาร 

“อยากดื่มน้ำอะไรเย็นๆ หวานๆ หน่อยไหม จะได้สดชื่น พี่ไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อตรงหัวถนนนี่ให้” คำเสนออย่างเต็มใจนั้นสรัสวตีไม่คุ้นเคยสักนิด เธอมองเขาอย่างงงๆ จนคนที่เสนอตัวเริ่มเก้ออีกครั้ง 

“ก็พี่...จะออกไปซื้อของตัวเองอยู่แล้ว ก็แค่ซื้อมาเผื่อ”

“งั้น...นมถั่วเหลืองเย็นๆ ยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะพี่ดิน ขอบคุณนะคะ”

เพียงดินลุกพรวด เห็นดวงตากลมๆ จ้องมาทำตาปริบๆ แบบนั้นก็เริ่มวางมือวางไม้ไม่ถูกอยู่เหมือนกัน เขากำชับหญิงสาวให้นั่งอยู่กับที่ห้ามเดินไปไหนก่อนตัวเองจะเดินดุ่ยๆ ออกไปนอกตัวโรงพยาบาล ทันทีที่ชายหนุ่มสัมผัสความมืดรอบกายภายนอกโรงพยาบาลเขาก็รู้สึกแปลกประหลาด เดินไปไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงร้านแต่ทำไมเพียงดินกลับรู้สึกว่าเส้นทางนี้ช่างยาวนัก ความเคลื่อนไหวในป่าละเมาะเล็กๆ ข้างทางทำให้ชายหนุ่มสะดุดกึก เขาหันขวับ !

ไฟฉายจากมือถือถูกสาดเข้าไปในทันที ทุกอย่างดูสงบนิ่ง แต่เมื่อออกเดิน พุ่มไม้ในป่าก็โบกไหวอีกครั้ง คราวนี้เพียงดินหันกลับไปประจันหน้ากับความเคลื่อนไหวลึกลับนั้นอย่างไม่เกรง ปืนพกในรถที่เขาแอบหยิบมาเหน็บไว้ที่ขอบกางเกงด้านหลังถูกชักขึ้นมาประทับเตรียมพร้อม และเมื่อไฟฉายถูกสาดออกไปอีกครั้ง เพียงดินก็แทบหยุดหายใจเมื่อแสงไฟพลันสว่างวาบเข้ากระทบดวงตาคู่หนึ่งหลังต้นไม้ที่กำลังจ้องมองเขา 

ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ก่อนค่อยๆ ก้าวเข้าหาราวกับมีแรงดึงดูดที่อธิบายไม่ได้ ดวงตานั้นอยู่ในผ้าคลุมศีรษะสีดำกลืนไปความมืดแห่งราตรี เป็นดวงตาของมนุษย์ไม่ใช่ผี ไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นดวงตาที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อน

เจ้าของดวงตานั้นค่อยๆ เผยกายออกมาจากหลังต้นไม้ แม้ในความมืดเพียงดินก็เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่มีผิวขาวจัดอยู่ในเครื่องแต่งกายสีดำสนิท ชายปริศนาปลดผ้าที่คลุมหน้าออกช้าๆ แล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าเพียงดิน

บุตรชายของพลเอกพศุตม์ยืนอึ้งตะลึงงัน หัวใจแต้นแรงราวมีใครจับเขย่า ชายชุดดำน่าเกรงขามแต่ไม่มีท่าทีคุกคาม ตรงกันข้าม เขากลับยืนตรงราวทหารก่อนจะก้มหัวให้เพียงดิน...

ฝ่าบาท” แค่สองคำแต่ทำเพียงดินมวนท้องหัวหมุนไปหมด เขาจ้องหน้าบุรุษนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา

“ผู้พัน...เวศิน...”

เจ้าของชื่อยิ้มพรายในความมืด เขายื่นมือมาตรงหน้าอีกคนพร้อมของเล็กๆ ชิ้นหนึ่งกลางฝ่ามือ ชายหนุ่มก้มมอง ดวงตาสั่นพร่าเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของชายชุดดำ

มันไม่ใช่อาวุธ ไม่ใช่ของมีค่า มันเป็นเพียงก้อนดินแข็งๆ ก้อนหนึ่งที่อยู่ในมือนั้น และทันทีที่ก้อนดินนั้นได้เปลี่ยนมาอยู่ในมือใหญ่ที่เย็นเฉียบของเพียงดิน ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในก้อนดินก้อนเล็กๆ นั่น แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่พบบุรุษปริศนาอยู่ตรงนั้นแล้ว

เพียงดินกำก้อนดินในมือไว้แน่นราวกับมันเป็นเพชรล้ำค่า รับรู้ความนัยของผู้ที่นำมันมาให้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ก้อนดินแห่งคีราลัย ก้อนดินที่พ่อของเขาเคยปั้นให้เล่นยามที่ยังเยาว์


“รู้ไหมดล...ธราดลจิตติ แปลว่าอะไร” เสียงทุ้มอ่อนโยนลอยมาบางเบาที่ข้างหู

เด็กชายตัวน้อยในตอนนั้นส่ายหน้าดิก กำลังสนุกอยู่กับก้อนดินที่ถูกปั้นเป็นรูปหัวใจที่ผู้เป็นพ่อยื่นให้

“ไม่รู้พะย่ะค่ะ ทูลกระหม่อมพ่อ” 

“ความหมายทั้งหมดอยู่ในมือของลูกนั่นไง” 

เพียงดินก้มลงมองก้อนดินในมืออีกครั้ง

ธราดลจิตติ...หัวใจแห่งแผ่นดิน 

คงถึงเวลาแล้ว ที่ก้อนดินก้อนนี้จะต้องกลับสู่แผ่นดินของมัน...อีกครั้ง...


“ดินบอกพ่อว่า...เมื่อคืนเขาเจอผู้พันเวศิน” พศุตม์เอ่ยบอกลูกสาว คุณหมอแห่งนํ้ารินเงยหน้ามองบิดาด้วยแววตาสั่นระริก

พันโทเวศิน ! ดินเจอพันโทเวศิน หัวหน้าหน่วยอินทรีภูผาที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งคีราลัยสวรรคต เขากลับมาปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง...เบื้องหน้าเพียงดิน

  พลเอกพศุตม์บอกอีกข่าวที่ทำให้สีหน้าของเขาเครียดลงกว่าเดิม “พ่อคิดว่า พ่อรู้ว่าทำไมผู้พันเวศินและอินทรีภูผาถึงกลับมาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อเย็นวานพ่อรู้ข่าวล่วงหน้าบางอย่าง ที่กำลังจะมีคำสั่งออกมาในวันนี้” 

ข่าว...? เก็ดถวารอฟังใจจดจ่อ ผู้เป็นพ่อหน้าขรึมลงไปอีก 

“ทางรัฐบาลของปารัชขอความช่วยเหลือมาทางมูลนิธิโครงการหลวง...ให้ส่งเพียงดินไปคีราลัย

แพทย์หญิงเก็ดถวานิ่งงันเหมือนถูกไฟช็อต ใจหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม มือสั่นขึ้นมาทันที

“ดินจะไปในฐานะหัวหน้านักวิชาการเกษตรเพื่อไปฝึกอบรมเรื่องการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรที่นั่น”

“ปารัชเรียกดินไปฆ่าชัดๆ !” แฝดน้องของเพียงดินสะท้านในช่องอก น้ำตาแห่งความกลัวเริ่มตีล้นขึ้นมารอท่าที่หัวตา หญิงสาวจับแขนบิดาไว้แน่น “อย่าให้ดินไปนะคะ คุณพ่อยับยั้งคำสั่งได้ คุณพ่อมีอำนาจ...”

มีหรือที่พลเอกพศุตม์จะไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกสาวกำลังหวาดหวั่น แต่...“ดินยืนยันกับพ่อว่าเขาจะไป”

นั่นล่ะเพียงดิน...เก็ดถวาแทบจะหมดแรงทั้งที่รู้ดีว่าคำตอบของพี่ชายจะเป็นเช่นไร แฝดผู้พี่ของเธอเป็นคนแบบนั้น ปากบอกว่าไม่แยแสไม่สนใจในชาติกำเนิด พยายามตอกย้ำให้ทั้งเธอและเขาคิดถึงแต่ปัจจุบันที่พวกเขากำลังเป็น เหมือนพยายามทุกวิถีทางที่จะหันหลังให้ แต่เก็ดถวารู้ว่าแท้ที่จริงเพียงดินมีคีราลัยอยู่ในทุกลมหายใจ ราวกับจิตวิญญาณของเขาถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่ลึกลับที่มองไม่เห็น เพียงดินใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อค้นคว้า เรียนภาษา ศึกษาข้อมูลของประเทศนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่เงียบๆ เหมือนกำลังรอคอยเวลาที่จะได้กลับไป

เหมือนกับที่เขาเดินทางมาแม่ลาน้อย แม้จะรู้ว่าอันตรายยิ่งถ้าปารัชเกิดจำได้ แต่เพียงดินก็ยังเลือกที่จะเผชิญหน้าอยู่ดี

“ประชาชนคีราลัยตกอยู่ภายใต้การบริหารของปารัชที่มีแต่ความสุ่มเสี่ยง ปารัชกับลูกชายเป็นพวกหัวก้าวหน้าก็จริง แต่ทุนนิยมของพวกเขากลับสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในประเทศ ไหนจะเรื่องเงินเฟ้อ หรือการให้ต่างชาติเข้ามามีบทบาทในกิจการภายในมากขึ้นเรื่อยๆ จนวัฒนธรรมประเพณีค่อยๆ ถูกกลืนกิน คนรวยก็รวยมาก คนจนก็จนมาก คนในพื้นที่ห่างไกลก็ถูกตัดขาดจากศูนย์กลาง คู่แข่งทางการเมืองก็ถูกกำจัดด้วยวิธีการต่างๆ จนปารัชสามารถอยู่ในอำนาจมาได้ถึงยี่สิบกว่าปี แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการจัดฉากเพื่อให้เขาขึ้นตำแหน่งอย่างชอบธรรมในสายตาต่างชาติ ทั้งๆ ที่สุดท้ายแล้วอำนาจการบริหารทุกอย่างก็ตกอยู่ในมือของปารัชเพียงคนเดียวไม่ต่างจากประเทศเผด็จการเลยสักนิด ทุกอย่างล้วนเป็นระเบิดเวลาที่จะทำให้ประเทศนั้นล่มสลายทั้งสิ้น ประชาชนหมดหวังและเริ่มเรียกร้องถึงวันเวลาอันร่มเย็นในสมัยที่ยังมีพระราชา และ....มันอาจถึงเวลาแล้วที่คีราลัยจะต้องได้กษัตริย์ที่แท้จริงกลับคืนมา อินทรีภูผาถึงได้ปรากฏตัวและพร้อมอารักขาลูกๆ หลังจากนี้” 

พศุตม์สบตาลูกสาว “ดินต้องกลับไปที่นั่น เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาของคีราลัย”

“ถ้าอย่างนั้นแคทจะไปด้วย”

“ไม่ได้” เสียงเฉียบขาดของชายชาติทหารทำให้บุตรสาวชะงักกึก “เพราะหากเกิดอะไรขึ้นกับคนหนึ่ง จะได้เหลือ...อีกคน”

เก็ดถวาอึ้งสนิท พูดอะไรไม่ออกแม้คำเดียว คำของพ่อกรีดแทงใจนัก พลเอกพศุตม์มองนิ่งที่ดวงตาสั่นไหวของลูก

“เราดูแลลูกๆ มาตลอดยี่สิบกว่าปีนี้ด้วยความรักและ...พันธสัญญา พ่อและแม่เป็นเพียงผู้คุ้มครองและปกป้องให้ลูกได้เติบโตอย่างปลอดภัยจนถึงเวลาอันสมควร ถึงเราจะรักและห่วงลูกๆ มากแค่ไหน แต่เราก็ไม่มีสิทธิใดที่จะรั้งลูกไว้ได้”

“เราต้องให้ดินไปจริงๆ...ใช่มั้ยคะ...” คำถามนั้นแผ่วเบาราวกระซิบ

“เวลานั้นได้มาถึงแล้ว...ฝ่าบาท


เหมราชยืนรอสองพ่อลูกอยู่เงียบๆ ที่ระเบียงบ้านปีกไม้ ทั้งสองใช้เวลาสนทนากันนานพอสมควรกว่าจะเดินกลับมา ทายาทแฮมิลตันจับสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นของเก็ดถวาได้ไม่ยาก หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ใบหน้าที่ไม่ผ่อนคลายเหมือนมีอะไรในใจทำให้เขาสัมผัสบรรยากาศความตึงเครียดได้ทันที หญิงสาวบอกเขาด้วยเสียงเรียบๆ ตอนที่เดินนำหน้าบิดาตนเองมาถึงระเบียงบ้าน

“ฉัน...จะเข้าไปเก็บของในห้องค่ะ” ประโยคเดียวก็รู้ได้ว่าหญิงสาวกำลังส่งต่อช่วงเวลาน่าอึดอัดนี้มายังเขาเข้าให้แล้ว พลเอกพศุตม์ก้าวมาหยุดยืนต่อหน้าผู้ชายที่อยู่ร่วมห้องกับลูกสาวมาทั้งคืน สีหน้าของอดีตนายทหารใหญ่ไม่ได้ดุดันขึงขังอย่างที่นึก เขามองชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“คุณเป็นลูกชายคนโตของ...มัทนา ?” พศุตม์ยิงคำถามแรกที่ทำให้คนฟังประหลาดใจนัก

“ท่านรู้จักแม่ผมด้วยหรือครับ”

“มัทนาไม่เคยเล่าเรื่องผมให้คุณฟัง ?”

เหมราชนิ่งไป พยายามนึก “คิดว่า...ไม่เคยครับ”

รอยยิ้มแปลกๆ ฉายขึ้นที่มุมปาก “ผมรู้จักแม่คุณมานาน...ก่อนที่พวกคุณจะเกิดเสียอีก” 

คำตอบที่ชวนให้ฉงนยังไม่จาง คำถามใหม่ก็ถูกส่งมา “ได้ข่าวว่าคุณกำลังเตรียมตัวไปคีราลัย จะไปเมื่อไหร่”

“ก็...หลังจากงานแต่งงานน้องสาวผมที่กรุงเทพฯ ครับ ราวๆ เดือนหน้า”

“ถ้าอย่างนั้น ระหว่างนี้คุณก็คงไม่มีธุระอะไรที่จะต้องแวะเวียนมาเชียงรายแล้วสินะ เรื่องที่ดิน บ้านเราก็พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ขาย ลูกสาวผมก็จะกลับไปทำงาน ใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม คุณเอง...ก็กลับไปใช้ชีวิตของคุณเถอะ อย่ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเราอีกเลย...”

พลเอกพศุตม์ไม่อ้อมค้อมอีก และนั่นทำให้เหมราชพูดอะไรไม่ออกจนคำเดียว สีหน้าเรียบๆ นั้นประหัตประหารเขาได้ชะงัดยิ่งกว่าพวกมาตีหน้ายักษ์ใส่แบบเทียบไม่ติด เวรกรรมจะเอาคืนหนักหนาเกินไปไหม ด่านพี่ชายยังฝ่าไม่ได้ ยังมาเจอด่านหินกว่าอย่างพ่อเธอไปอีก !

“พูดจาทำตัวเป็นตาแก่หัวโบราณไปได้ พี่ศุตม์” เสียงของสตรีคนหนึ่งที่ดังขึ้นคั่นกลางระหว่างความกระอักกระอ่วนที่ปะทุขึ้นทำให้ชายหนุ่มต่างวัยทั้งสองหันขวับมาทันที เหมราชตาเบิกโพลง ส่วนพศุตม์นั้นชะงักราวกับตกลงในห้วงสุญญากาศ

“คุณโรส...”

“แม่ !”

มัทนา แฮมิลตัน อยู่ตรงนั้น ด้านหลังเป็นกรณ์คนสนิทของเขาที่ส่งยิ้มเจื่อนๆ มาให้ผู้เป็นนาย ขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมสองนายที่ยืนประกบอย่างแข็งขัน คุณนายโรสเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายด้วยมาดนางพญาทุกกระเบียด

“อยากจะมาเซอร์ไพรส์ลูกที่กรุงเทพฯ เมื่อวาน แต่กลายเป็นว่าคนที่โดนเซอร์ไพรส์คือแม่เพราะลูกไม่ได้กลับบ้าน แต่แม่คิดว่า...แม่ก็ยังอยากเซอร์ไพรส์ลูกอยู่ดี เลยตัดสินใจนั่ง ฮ. มารับลูกด้วยกันที่นี่กับกรณ์ พอตอนนี้ พูดเลยว่า เซอร์ไพรส์ที่สุดของที่สุด” มัทนาหันมองมายังอีกคนที่ยังจ้องเธอตามไม่กะพริบ “ไม่เจอกันนานมากเลยนะคะพี่ศุตม์ ยังเฮี้ยบไม่เปลี่ยน แต่นี่...ลูกชายของโรสเอง หยวนๆ ให้หน่อยได้ไหมคะ”

เหมราชงงเป็นไก่ตาแตก มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก ทำไมแม่ถึงเรียกเขาว่า...พี่ศุตม์ ?

พศุตม์เรียกสติกลับคืนก่อนปรับสีหน้าให้เข้มเท่าเดิม เขาก้าวมายืนประจันหน้าคุณนายใหญ่แห่งแฮมิลตัน

“คุณโรสรู้ดีว่าทำไมผมถึงห้ามไม่ให้ ‘ลูกสาวผม’ กับลูกชายคุณใกล้ชิดกันไปมากกว่านี้ คุณรู้ดี...” เขาทิ้งปริศนาเอาไว้ให้คนนอกอย่างเหมราชงงอีกครั้ง เป็นมัทนาที่เป็นฝ่ายนิ่งไปบ้างเมื่อทบทวนสิ่งที่อีกฝ่ายพูด รอยยิ้มเย็นๆ ของคุณโรสจางหายไป เหลือเพียงความเคร่งขรึมที่ฉายขึ้นแทนที่

“โรสต้องการคุยกับเฮคเตอร์เป็นการส่วนตัวค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมลาคุณทั้งคู่ไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกัน ขอบคุณสำหรับ ฮ. ที่เตรียมไว้ให้ ขอบคุณคุณเหมราชที่ช่วยดูแลลูกสาวผมในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ผมขอพาลูกกลับเชียงรายด้วยตัวเองจะสะดวกใจกว่า ขอตัว” 

เหมราช แฮมิลตัน มองนายทหารผู้มากบารมีเดินอ้อมไปรอบุตรสาวอยู่ที่หน้าบ้านปีกไม้ด้วยร่องสมองที่ยังอัดแน่นไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ทริปเปิลเอชหันขวับมามองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเอาเรื่อง

“มีอะไรที่คุณนายไม่เคยเล่าให้ผมฟัง ช่วยเล่ามาให้หมด ขอแบบสรุป ตอนนี้เลย !”

“พลเอกพศุตม์เป็นเด็กในอุปการะของคุณตา ! ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้ !” เหมราชมองมารดาอย่างคาดคั้นเร่งเร้า กลายเป็นสองแม่ลูกที่เป็นฝ่ายมานั่งคุยกันที่ม้าหินบ้าง เขามองไปที่นายพลเอกที่ยังยืนรอลูกสาว เก็ดถวาใช้เวลาอาบน้ำเก็บข้าวของ และตอนนี้เหมราชเห็นเธอรับโทรศัพท์จากใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณตาอุปการะเด็กด้อยโอกาสหลายสิบคน แม่เองยังจำได้ไม่หมดเลยว่ามีชื่ออะไรกันบ้าง” คุณตาของเขา พลเอก ฤกษ์ ศิวะกูล อดีตนายกรัฐมนตรีสายทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของไทย 

“พี่ศุตม์เองก็เข้ามาอยู่ในบ้านก่อนแม่เกิดเสียอีก คุณตาเล่าว่า ท่านเลี้ยงพี่ศุตม์ตั้งแต่ตอนแบเบาะ รับมาจากพ่อแท้ๆ ของเขาที่ตอนนั้นเป็นมะเร็งอาการเป็นตายเท่ากัน แม้จะรักษากันจนหายแบบปาฏิหาริย์สุดๆ แต่สุดท้ายพ่อของพี่ศุตม์ก็ยกเขาให้เป็นเด็กในปกครองของคุณตาอย่างถาวรโดยที่ตัวเองขอออกบวชตลอดชีวิต คุณตาส่งให้พี่ศุตม์ไปเฝ้าบ้านพักของท่านที่เชียงใหม่ตอนย่างเข้าวัยรุ่น ส่งเสียให้เรียนหนังสือที่นั่น ให้ที่อยู่ที่กิน ให้เงินใช้ตามสมควร ให้แม้กระทั่งนามสกุลใหม่ มีชีวิตอย่างสบายไม่เคยขัดสนจนกระทั่งจบโรงเรียนนายร้อยออกมาเป็นทหาร คุณตาก็สนับสนุนอย่างดีมาตลอด”

“คุณ...เอ้อ คุณลุงพศุตม์ เขารักคุณตาไหมครับ”

“รักสิ พี่ศุตม์เป็นคนกตัญญูและซื่อตรงมาก เขาเทิดทูนคุณตาเหมือนพ่อแท้ๆ”  

“ตอนแม่เกิด แม่ก็คงเป็นคุณหนูโรสตัวน้อยๆ ของเขาใช่ไหมเนี่ย”

“ก็ทำนองนั้น เขายกย่องแม่เป็นเจ้านาย ถึงแม้ว่าตอนเข้าวัยรุ่น เขา...จะรู้สึกกับแม่มากกว่านั้นก็ตาม”

“Holy shit…” เหมราชตาลุกกับข้อมูลใหม่ที่เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต “เขารักแม่เหรอ”

“เป็นความผูกพันตั้งแต่เด็กมากกว่า แต่คุณตาก็ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมด้วยการส่งพี่ศุตม์ไปเฝ้าบ้านให้ที่เชียงใหม่ไงล่ะ ส่วนตอนนั้นแม่เรียนโรงเรียนประจำในกรุงเทพฯ เพื่อนรักของแม่ก็คือ...ดารณี ลูกสาวเศรษฐีเชียงใหม่ที่บ้านกำลังมีปัญหาด้านการเงิน”

“โรงเรียนฝรั่งมีแต่ลูกท่านหลานเธอตอนนั้นไม่มีใครคบดาเลยนอกจากแม่ เงินค่าเล่าเรียนบางเทอมทางบ้านเขาก็มาหยิบยืมเอาจากบ้านเรา จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ธุรกิจที่บ้านของดากำลังล้มละลายจริงๆ คุณตากับคุณยายของลูกจึงช่วยไว้ด้วยการซื้อเครื่องเพชรชิ้นสุดท้ายของครอบครัวนั้นเอาไว้ในราคาที่พวกเขาเอาไปปลดหนี้ได้ จนรอดพ้นภาวะล้มละลายได้ในที่สุด จากนั้นพวกเขาก็เริ่มฟื้นตัว จนหาเงินมาซื้อเครื่องเพชรชุดนั้นคืนได้”

“นี่เอง ที่แม่เลี้ยงดารณีเคยบอกว่ารู้จักแม่ดี ผมจะโทรมาถามแม่ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ลืมสนิท เท่ากับว่า...เขาเคยเป็นหนี้บุญคุณบ้านเรา มิน่า แม่เลี้ยงถึงได้ต้อนรับขับสู้ผมดีมากไม่เหมือนที่คิดไว้ ซับซ้อนดีจริง”

“ยังไม่ซับซ้อนถึงที่สุดหรอกลูกรัก สิ่งที่ทำให้ซับซ้อนขึ้นไปอีกก็คือ ดารณี...แอบชอบพี่ศุตม์ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น” 

“หืม ?” เหมราชยังคงเซอร์ไพรส์กับคำบอกเล่าของมารดาอย่างไม่หยุดหย่อน

“ป๊อปปี้เลิฟของเด็ก แอบรักพี่ชายเพื่อนอะไรทำนองนั้น แต่พอพี่ศุตม์เป็นทหารแล้วแต่งงานกับปัทมน ส่วนแม่แต่งงานกับคุณพ่อ และดารณีเข้าดูแลธุรกิจของที่บ้านอย่างเต็มตัว เรื่องรักๆ ของวัยรุ่นพวกนี้ก็ดูจะเลือนหายไป สิบกว่าปีผ่านไป ในวันที่แม่กลับมาเยี่ยมคุณตาที่เมืองไทย พี่ศุตม์ก็มาหาคุณตาพร้อมกับ...เด็กฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง”

ความระทึกที่แท้ได้มาถึงแล้ว

“เขาบอกคุณตาว่า เด็กแฝดคู่นั้น...คือเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งคีราลัย ประเทศเล็กๆ ที่พระราชวงศ์ถูกปลงพระชนม์หมดสิ้นทุกพระองค์ เหลือเพียงลูกของพระสนมคนไทยสองพระองค์นี้เท่านั้นที่รอดตายมาได้” 

เหมราชแทบกลั้นหายใจฟัง มัทนายังคงเล่าถึงเรื่องราวในวันนั้นได้อย่างแจ่มชัด

“คุณตาถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้เห็นเจ้าฟ้าผู้น่าสงสาร น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คุณตากับสมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทรเป็นสหายต่างวัยที่ดีต่อกันยิ่งตอนที่พระองค์ท่านเรียนการทหารอยู่ที่อังกฤษ ตอนนั้นคุณตาเป็นทูตทหารอยู่ที่นั่น”

พระเจ้า ! คุณพระคุณเจ้า นี่แม่เก็บอะไรแบบนี้มาถึงตอนนี้โดยไม่บอกให้เขาซึ่งเป็นลูกแท้ๆ รู้ได้ยังไงกัน !

“พี่ศุตม์รับหน้าที่ดูแลเจ้าฟ้าฝาแฝดมาจากพ่อแท้ๆ ของเขา ที่ไปบวชเป็นภิกษุอยู่ที่คีราลัย แต่เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าพี่ศุตม์จะจัดการได้คนเดียวเลยต้องขอมาพึ่งบารมีคุณตา คุณตาแนะนำให้พี่ศุตม์ทำเรื่องรับรองบุตรให้กับสองพระองค์ มันเป็นกลไกที่ต้องอาศัยอำนาจคุณตาเข้าช่วยจริงๆ เราต้องเก็บเรื่องของสองพระองค์เอาไว้ให้มิดชิด แม้แต่ปัทมนที่เป็นภรรยาพี่ศุตม์ก็ยังไม่รู้ นึกว่าเด็กสองคนนี้เป็นลูกพี่ศุตม์จริงๆ ที่เกิดกับผู้หญิงคนอื่น ถึงปัทมนจะเป็นผู้หญิงหัวอ่อนและแต่งงานโดยไม่เต็มใจแต่เธอก็ไม่ยอมเซ็นรับเป็นแม่เด็ก แต่เจ้าฟ้าฝาแฝดต้องมีคนดูแล ใครที่ไว้ใจได้ เก็บความลับได้ ไม่อยู่ในสายตาของผู้คนที่จับจ้อง สันโดษ และมีความพร้อมมากพอที่จะเลี้ยงดูพวกท่าน แม่เคยนึกอยากรับเลี้ยงพวกท่านไว้เอง แต่ความเป็นคนดังในสังคมของครอบครัวเราจะทำให้คนตั้งคำถามจนไม่มีความปลอดภัยแน่ แม่นึกถึงใครไม่ออกในตอนนั้นนอกจาก...ดารณี...”

ลูกชายของมัทนารู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังชาวาบไปทั่ว สิ่งที่เขาเคยรู้สึกสงสัยยามได้อ่านหนังสือประวัติคีราลัยเล่มนั้น หลายอย่างถูกปะติดปะต่อเข้าด้วยกันแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยคาดฝันว่าสิ่งที่เขาเคยเชื่อมโยงไว้เล่นๆ จะเป็นเรื่องจริง !

        “ทำไม...แม่เลี้ยงถึงรับเลี้ยงทั้งสองพระองค์ มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก”

“เพราะดารักพี่ศุตม์เป็นทุนเดิม รวมทั้งเขาต้องการตอบแทนครอบครัวของเราที่เคยช่วยไว้ตอนเขาลำบาก ดารับปากทันทีตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเจ้าชายกับเจ้าหญิงเลยด้วยซํ้า พอได้เจอ ดาก็รักเจ้าฟ้าพระองค์น้อยทั้งสองได้อย่างเต็มหัวใจ ยอมโดนผู้คนนินทาว่าเป็นเมียน้อย ยอมทำตัวสันโดษเพื่อที่จะซ่อนความลับนี้ให้อยู่ลึกที่สุด”

        เหมราชรู้สึกว่าหัวตัวเองกำลังหมุนติ้วเป็นลูกข่าง 

“คุณตาโอนที่ดินที่น้ำรินของตัวเองจำนวนพันไร่เอาไว้ให้ดารณีและลูกๆ ได้อยู่กันอย่างสงบห่างไกลจากผู้คน วางกำลังดูแลอารักขาอย่างลับๆ”

โอ...ไร่มอกกำปอ...ที่แท้ที่ดินผืนนั้นก็เป็นของคุณตาของเขามาก่อนนี่เอง แม่เลี้ยงดารณีรู้ดีจึงไม่ปฏิเสธเลยตอนที่เขาขอซื้อ เพียงแต่ลูกๆ ทั้งสองของเธอไม่เคยรู้ในข้อนี้ แต่เอาเถอะ...เรื่องราวตอนนี้มันไปไกลกว่าเรื่องที่ดินจนกู่ไม่กลับแล้ว !

“ทำไมแม่ไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย เรื่องนี้มัน...มันสำคัญมากนะครับ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเขาเองในตอนนี้ ตอนที่เขากำลังรู้สึกว่าเขากำลัง ‘ตกหลุมรัก’ ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ชั่วพริบตาเธอก็กลายเป็น...เจ้าหญิงจากดินแดนอื่นไปเสียแล้ว 

ลูกชายมองมารดาด้วยแววตาอ่อนแสงแบบที่มัทนาเองก็ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ความรู้สึกผิดตีแล่นขึ้นมาจับจิตจับใจ

“แม่ขอโทษ เฮคเตอร์ แต่หลังจากคุณตาเสีย เราสามคนก็สัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ไม่ว่าจะกับใคร แม่เองอยู่คนละทวีปไม่ค่อยได้ข่าวคราวของพวกท่านเท่าไหร่ แต่ก็มั่นใจว่าพี่ศุตม์กับดารณีจะสามารถทำให้เก็ดถวาและเพียงดินเติบโตได้อย่างปลอดภัยและกลายเป็นคนธรรมดาอย่างสมบูรณ์ จนกว่า....จนกว่าจะถึงเวลาที่พวกท่านต้องกลับไป...”

“กลับไป ?”

“คำทำนายจากหลวงพ่อสุวิชชา พ่อแท้ๆ ของพี่ศุตม์ บอกชัดว่า เจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์นี้จะกลับคืนสู่ราชบัลลังก์คีราลัยได้อีกครั้ง เพียงแต่เราต้องช่วยกันปกป้องพวกท่านเอาไว้...จนกว่าจะถึงเวลานั้น” 

ถึงตรงนี้เหมราชทำอะไรต่อไปไม่ถูกเลยสักอย่าง ได้แต่หลับตาผ่อนลมหายใจออกอย่างหน่วงหนึบ

“ตอนที่กรณ์บอกว่าลูกกำลังรู้สึกชอบคุณหมอคนหนึ่งในเชียงราย คุณหมอที่เป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงดารณี...แม่ช็อกมากถึงต้องนั่งเจ็ทมาเมืองไทยในทันที...เฮคเตอร์...” มัทนาประคองแก้มของบุตรชายแล้วมองลึกลงไปในดวงตาสีสนิมที่กำลังสั่นไหว 

“ลูกช่วยปกป้องเธอได้ แต่...อย่ารัก...” คำพูดของแม่แทงตรงเข้าที่หัวใจที่กำลังถูกบีบจนปวดตุบ “สักวันหนึ่ง...ธราดลจิตติและรังสิอรุณกาลจะต้องกลับไปในที่ที่พวกท่านจากมา เจ้าฟ้าฝาแฝดคือบุคคลผู้มีพันธสัญญากับคีราลัย พวกท่านจะมีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ จะต้องอยู่ในกรอบธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัด จะต้องอุทิศทั้งชีวิตเพื่อประเทศนั้น แต่ถ้าไม่สำเร็จ...ถ้าปารัชรู้เรื่องนี้... ไม่ว่าจะเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินหรือเป็นคนธรรมดาอย่างเก็ดถวาและเพียงดิน ก็จะไม่มีโอกาสได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป เมื่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้วก็ถอยออกมาเสียเฮคเตอร์ เพราะไม่ว่าจะทางไหน...ลูกแม่...ก็จะเจ็บปวดทั้งนั้น”

เสียงของมัทนาเริ่มสั่น เหมราชหลับตาลงนิ่ง คำว่าจะไม่มีเก็ดถวาอยู่บนโลกอีกต่อไปมันทำให้ทั้งใจเจ็บแปลบรุนแรง ชายหนุ่มทบทวนถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์นี้ หลายภาพผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป แต่ก็มีอีกหลายภาพที่ผ่านมาแล้วสลักแน่นติดตรึงในความทรงจำสลัดเท่าไรก็ไม่หลุด...ซึ่งภาพที่ยังฝังแน่นอยู่ทั้งหมดล้วนแต่มีผู้หญิงที่ชื่อ ‘เก็ดถวา’ อยู่ในภาพเหล่านั้น....

เหมราช แฮมิลตันลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาสบตามารดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มัทนาตีความได้ในทันที ลูกชายของเธอ...ไม่ยอมถอยแน่แล้ว มาดามแฮมิลตันฝืนยิ้มอย่างหนักใจแต่ก็รู้ดีว่าทำอะไรไม่ได้ถ้าเหมราชได้ตัดสินใจแล้ว

“เป็นความผิดของแม่ใช่ไหม ที่เลี้ยงลูกออกมาเป็นคนบ้าบิ่นหมดทุกคนแบบนี้”

“มีแต่คนบอกว่า นิสัยนี้ของพวกเรา...เหมือนแม่นะครับ”

คุณนายหัวเราะออกมาได้เป็นครั้งแรกของวัน เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เอาล่ะ เฮคเตอร์เป็นผู้ใหญ่แล้ว ลูกรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจจะส่งผลอะไรบ้าง ถ้าเลือกที่จะไม่ถอยก็ต้องดูแลชีวิตและหัวใจตัวเองให้ดีลูกรัก ตอนแรกที่กรณ์บอกว่าแม่อาจจะได้ลูกสะใภ้เป็นหมอก็นับว่าน่าตื่นเต้นมากแล้ว ตอนนี้ยังเป็นเจ้าหญิงไปอีก นับว่าสมศักดิ์ศรีคุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันจริงๆ”

มารดาลูบแก้มชายคนโตด้วยแววตาที่ผ่อนคลายขึ้น เธอรู้จักลูกทุกคนดี เฮคเตอร์ก็เช่นกัน เขาถูกสอนให้เป็นนักสู้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ไม่เคยกลัวอะไร ไม่เคยวิ่งหนีอุปสรรค มีแต่วิ่งเข้าใส่ เรื่องใดที่ทริปเปิลเอชตัดสินใจลงสนามแล้ว เขาจะไปต่อให้สุดทาง ไม่มีวันยอมแพ้กลางคันแน่นอน

บทสนทนาของแม่และลูกชายถูกขัดจังหวะขึ้นด้วยเสียงปิดประตูห้องพัก ทั้งสองเห็นคุณหมอเก็ดถวาสะพายกระเป๋าผ้าเดินตรงไปที่รถตรวจการณ์คันโตของท่านพศุตม์ที่จอดรออยู่ เหมราชตั้งท่าจะเดินไปหาแต่มารดารั้งไว้เพื่อกำชับเรื่องสำคัญอีกหนึ่งอย่าง

“เฮค...ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของคู่แฝดนอกจากแม่ ลุงพศุตม์ และดารณี ลูกเป็นคนที่สี่ ดังนั้น เก็บมันไว้ให้มิดชิดที่สุด ทำทุกอย่างให้เป็นปกติ” ลูกชายพยักหน้ารับก่อนที่แม่ลูกแฮมิลตันจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าอีกสองคนที่กำลังจะขึ้นรถเพื่อกลับเชียงราย

เก็ดถวาสบตาผู้ชายตัวโตแล้วชะงักอึ้ง  ก่อนนึกขึ้นได้รีบยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าที่ยืนอยู่ข้างเขา 

“สวัสดีค่ะ...มาดาม” มัทนารีบรับไหว้ก่อนเพ่งพิศมองหญิงสาวอย่างเต็มตาด้วยความรู้สึกเต็มตื้นปลาบแปลบไปหมด เด็กน้อยวัยห้าขวบที่ดูอ่อนแอและหวาดกลัวเหลือเกินในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวงดงามผุดผาด ดูสุขุมเยือกเย็นแต่แววตากลับดูแข็งแกร่งและกล้าหาญ รัศมีแห่งสายเลือดขัตติยาแผ่กระจาย

“หนูแคท...หนูคงจำป้าไม่ได้แน่ ตั้งแต่วันนั้นมันก็...นานมากแล้ว” ประโยคท้ายมัทนาพึมพำอยู่กับตัวเอง ก่อนจะถือวิสาสะเอามือบางๆ ของเก็ดถวามากุมกระชับ “แต่ป้าก็ดีใจที่ได้เห็นหนูเติบโตอย่างสง่างามที่สุดในวันนี้... ไม่ว่าหนูจะต้องเจออะไรหลังจากนี้ ขอให้บุญรักษา พระคุ้มครองนะลูก”

ไม่น่าเชื่อว่ามาดามแฮมิลตันที่ใครต่อใครว่าเด็ดขาดนักหนาจะมีเสียงที่โอบอ้อมอารีได้เพียงนั้น เก็ดถวารู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งกายกับคำอวยพรแสนจริงใจจากสตรีที่เธอเพิ่งได้พานพบ คุณหมอยิ้มรับด้วยความรู้สึกจุกปรี่ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง

“ขอบพระคุณค่ะ มาดาม...” 

เก็ดถวากล่าวคำลา พลเอกพศุตม์เข้าไปในรถแล้ว ลูกสาวกำลังจะก้าวขาขึ้นรถ หากเสียงทุ้มกลับรั้งเธอไว้อีกครั้ง

“แคท…”

หญิงสาวสะท้านเฮือก ไม่อยากหันกลับไปอีกแล้ว แต่รู้ตัวอีกทีเก็ดถวาก็เห็นตัวเองกำลังยืนนิ่งอยู่ต่อหน้าเขาในที่สุด เหมราชจ้องมองดวงหน้าที่สวยราวกับรูปปั้นโบราณสลักเสลา หญิงสาวผู้มีสายเลือดแห่งขุนเขา เธอลึกลับ สูงส่ง แต่ก็แข็งแกร่ง ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่าชีวิตในกาลข้างหน้าของผู้หญิงคนนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง

เหมราชส่งอะไรบางอย่างมาให้เธอ เก็ดถวาก้มมอง...บาร์เร็ตต้าสีดำกระบอกนั้น ปืนของเธอเองที่เขาใช้มันรักษาชีวิตเธอไว้ได้ เหมราชคืนให้เธอ มือเล็กๆ ยื่นมารับวัตถุทรงพลังนั้นจากมือเขา เพียงปลายนิ้วอุ่นๆ ที่สัมผัสกันก็พลันเกิดกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั้งร่าง หัวใจเต้นแรงหนักหน่วง สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่งนาน ไร้ซึ่งวาจาใด มีเพียงดวงตาสองคู่ที่สนทนากันท่ามกลางความเงียบแห่งสายหมอกที่ลอยโอบล้อมวนเวียน

และเป็นเก็ดถวาที่ผละออกจากหลุมภวังค์ที่ทั้งหวานทั้งขมหลุมนี้ได้ก่อน เธอหันกายแล้วก้าวขึ้นนั่งที่เบาะหลังทันทีที่ประตูรถปิดลง เหมราชและเก็ดถวาต่างรู้ดีว่าชีวิตของพวกเขาหลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เหมราช แฮมิลตัน ยืนมองรถสีดำที่เคลื่อนจากไปจนสุดสายตา รถที่มี ‘เธอ’ อยู่ในนั้น

รังสิอรุณกาล...แห่งคีราลัย






*******************

ขออภัยที่หายไปนะคะ งานยุ่งเหลือเกินค่ะ แต่มาชดเชยให้แบบตอนเดียวรู้เรื่องงงงงง 555

พี่ดินไปคีราลัย พี่เฮคก็จะไปคีราลัย หมอแคทต้องอยู่ทั้งที่อยากไป

ความลับอีกหลายอย่างที่คีราลัยยังรออยู่ ตามกันต่อนะคะ


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 313 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #537 Filmpeace (@Filmpeace) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 23:51
    สุดยอดดดดดดดดดดดด อิมแพคมากจิงๆ
    #537
    0
  2. #536 Goi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 12:12

    ยอดเยี่ยมที่สุด ฟินกับทุกตัวอักษรที่เรียบเรียงมาให้อ่านค่ะ

    #536
    0
  3. #535 แอม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 06:34

    สนุกกกกกกกกกกก

    #535
    0
  4. #534 NonyPai (@nthinkam) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:27
    โอ้ว น้ำตารินค่ะ ตอนนี้ มันแบบบอกไม่ถูก ความรับผิดชอบที่แสนหนักอึ้ง กับความรักที่เป็นไปได้ยากยิ่ง โอ้วโนว
    #534
    0
  5. #533 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 18:44
    พี่เฮค เจองานหนักแล้ว..... สู้ๆ ค่ะ
    #533
    0
  6. #529 คุณป้า (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 12:27

    ตอนเพียงดืนพบผู้พันเวศิน. มือถือจากไฟฉาย. น่าจะ. ไฟฉายจากมือถือ. นะคะ. ถ้าแย้งผิดขออภัยค่ะ

    #529
    0
  7. #528 ไอยดา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 11:45

    ลุ้นทุกตอน รอเล่มแล้วค่ะ


    #528
    0
  8. #527 Tawan-Kanya (@manytawan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 10:59
    คุ้มค่า..รอนานแต่มีความสุขที่ได้รอ
    #527
    0
  9. #526 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:42

    บทบรรยายสรุปเรื่องนี้ดีมากๆ เล่าได้น่าติดตาม และลุ้นทุกบรรทัดค่ะ

    #526
    0
  10. #525 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:32

    ในเมื่อรู้สถานะที่แท้จริงๆของหมอแคทแล้ว พี่เหมคงไม่มีวันถอยและยอมปล่อยมือแน่ๆ

    #525
    0
  11. #524 pits (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:12

    เขียนดีมากเลยค่ะ มีน้ำตาซึมเลย สุดยอดค่ะ

    #524
    0
  12. #523 gibbsfreeenergy (@gibbsfreeenergy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:49
    ฟิน ชอบๆๆ
    #523
    0
  13. #522 ช่อทิพย อรุณศิริ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:35

    ชอบที่สุดเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #522
    0
  14. #521 winnie2017 (@winnie2017) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:52
    ลุ้นมากจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป รอไม่ไหวแล้วเมื่อไหร่เล่มจะออกค่ะ
    #521
    0
  15. #520 loveryong (@ryeong11) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:44
    โอ้ยยย ติ่นเต้นมากกกก อยากได้เล่มแล้ววว / เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #520
    0
  16. #519 pawanrattuk (@pawanrattuk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:24
    ตื่นเต้นค่ะ มาอัพอีกนะคะ
    #519
    0
  17. #518 jujanene (@jujanene) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:21
    สนุกมากก มาอัพถี่ๆ นะคะไรท์ :'))))))
    #518
    0
  18. #517 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:14
    เรื่องเข้มข้นมากเลยค่ะ
    ตื่นเต้น อยากรู้ต่อเร็วๆเลย

    ด่านของพี่เฮคจากแค่กรรมติดจรวจนี่ ท่าทางจะหนักหนากว่าเดิม
    #517
    0
  19. #516 Cho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:12

    ขนลุกกกกกกกก ฮื้ออออ ชอบๆ มากๆ ทำไงดีคะ

    #516
    0
  20. #515 PoyDekD (@PoyDekD) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 07:01
    ชอบไรท์อะ น่ารักมากเลย มาเต็มเลย ขอบคุณนะ
    #515
    0
  21. #514 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 06:57
    ขอยคุณค่ะ อ่านเต็มอิ่มมากเลย
    #514
    0
  22. #513 wiwwow11 (@wiwiw2601) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 06:51
    ทำไมอ่านตอนพี่ดินเจอกับผู้พันเวศินแล้วน้ำตาคลอ รอเล่มนะคะ
    #513
    0
  23. #512 nuii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 06:33

    ชื่นใจ อิ่มเลย สมกับการรอคอย อย่าหายไปนานนะคะ

    #512
    0
  24. #510 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 04:05
    สมกับที่รอคอย น่ารักผุด ๆ ค่ะไรท์
    #510
    0
  25. #509 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 03:01

    สมกับที่รอค่ะไรท์ สู้ๆ นะคะ

    #509
    0