สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 145,263 Views

  • 1,212 Comments

  • 1,389 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,976

    Overall
    145,263

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : ครรลองราชสีห์ | The Life of the Lion [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    2 ก.พ. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 1

ครรลองราชสีห์ | The Life of the Lion


แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก

ลูกตะกั่วขนาด 9 มม. ทะยานออกจากจากลำกล้องสีดำสนิทด้วยแรงส่งอันทรงพลังจากปืนยี่ห้อบาเร็ตต้าที่ถูกกระชับแน่นหนาในอุ้งมือใหญ่ของเหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน มันพุ่งเข้าเจาะวงกลมสีดำวงเล็กสุดในเป้ากระดาษที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบฟุตได้อย่างแม่นยำ ดวงตาสีสนิมเหล็กคมกริบภายใต้แว่นตากันสะเก็ดกระสุนเพ่งมองแน่วแน่ที่เป้าหมายตรงหน้าราวราชสีห์ผู้นำฝูงที่หมายจะกำราบสิงโตผู้บุกรุก นิ้วแข็งแรงเหนี่ยวไกปืนซํ้าต่ออีกหลายครั้งจนหมดแม็กกาซีนด้วยลมหายใจที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอและนิ่งผิดกับบุคลิกปกติของเขาที่มักจะใจร้อนฉุนเฉียวดุดันจนขึ้นชื่อลือชา

เหมราชถอดที่ครอบหูกับแว่นตาออกเมื่อเป้ากระดาษถูกเลื่อนเข้ามาให้ดูผลงาน ชายหนุ่มยิ้มพอใจเมื่อเห็นว่ารูเล็กๆ นั้นกระจุกอยู่ในช่องสิบแต้มทุกนัด

“กรณ์ เป็นไงบ้าง ไหนมาดูซิ” เขาเรียกหาคนที่ยืนยิงปืนอยู่ที่ช่องยิงข้างๆ กัน หนุ่มไทยแท้ที่ชื่อกรณ์ วัจนศิลป์ ยื่นแผ่นเป้ากระดาษของตนเองมาให้ตามคำสั่งผู้เป็นนาย เหมราชรวมแต้มเสร็จในเวลาไม่กี่วินาทีแล้วก็ตบบ่าลูกน้องคนสนิทดังปั้ก

“คะแนนรวมแกดีขึ้นนี่ แต่ก็ยังแพ้ฉันอยู่หกคะแนนว่ะกรณ์ มื้อกลางวันนี้แกต้องเป็นคนเลี้ยงเบียร์” 

“นายครับ อันที่จริงแล้ว...” กรณ์ถอนหายใจแบบปลงๆ “ผมเลี้ยงเบียร์นายได้ทุกมื้อโดยที่นายไม่ต้องลากผมมาซ้อมยิงปืนให้หูแตกแบบนี้ด้วยกันหรอกนะครับ”

กรณ์เป็นหนุ่มไทยแท้วัยสามสิบสอง เขาจบมัธยมปลายที่เมืองไทยก่อนมาเรียนต่อเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กจนจบเมื่อสิบปีที่แล้ว มีชีวิตเรียบๆ ชอบตัวเลข ถนัดการจัดการ ชอบค้นคว้าหาข้อมูล เคยทำงานในห้องข่าวของสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ก่อนลาออก และเมื่อสามปีก่อนที่เขาได้เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยซีอีโอแห่งแฮมิลตันโฮเต็ลส์เวิร์ลด์ไวด์นั้นในใบสมัครไม่ได้ระบุเลยว่าเขาต้องมาซ้อมยิงปืนกับเจ้านายด้วย !

อันที่จริงไม่ใช่แค่ยิงปืนหรอก...เพราะยังมีไปฝึกดำน้ำ ขับเฮลิคอปเตอร์ ขี่ม้า ชกมวย อะไรที่ว่าบ้าบิ่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายล้วนผ่านมือเหมราชคนนี้มาแล้วทั้งสิ้น !

“แกเป็นคนสนิททริปเปิลเอช ใจคอจะไม่ฝึกอาวุธไว้ปกป้องเจ้านายแกบ้างเลยหรือไง” เหมราชถามขำๆ ไม่ซีเรียสที่โดนย้อนบ่งบอกว่าสองหนุ่มสนิทกันเหมือนเป็นเพื่อน กรณ์สบตา ‘ทริปเปิลเอช’ ของเขาอย่างปลงๆ มันเป็นฉายาที่เหมราชได้มาจากกองทัพสหรัฐตอนที่โดน โรเบิร์ต แฮมิลตัน ผู้เป็นบิดาส่งไปดัดสันดานความเลือดร้อนโดยการให้ไปเป็นนาวิกโยธินอยู่สองปีหลังเรียนจบปริญญาตรี ในหน่วยที่เขาอยู่มีคนนามสกุลแฮมิลตันถึงสี่คน ทหารไม่นิยมเรียกชื่อต้น แต่ครูฝึกก็หาทางออกให้จนได้ในเวลารวบรัด

Hemaraja Hector Hamilton จากชื่อไทย ชื่อฝรั่ง และนามสกุลนั้นขึ้นต้นด้วยตัวอักษร H ทั้งสามชื่อ เหมราชเลยได้รหัสเรียกสั้นๆ ว่าทริปเปิลเอชไปโดยปริยาย และกลายมาเป็นชื่อที่ในแวดวงรู้กันดีในเวลาต่อมาว่าหมายถึงใคร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากองทัพและสงครามให้อะไรกับเขามากมายรวมถึงจริตแบบ ‘ทหาร’ ที่ติดตัวพี่ใหญ่แห่งแฮมิลตันมาจนถึงตอนนี้ การได้ใช้พลังงานล้นเหลือของตัวเองให้มีประโยชน์กับผู้อื่นเป็นเรื่องที่ทำให้มุมมองต่อชีวิตของคุณชายใหญ่ผู้อารมณ์ร้ายเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตอนอยู่ในหน่วยเขาไม่ได้ฝึกอาวุธไปเพื่อหมายคร่าชีวิตใคร หากแต่ฝึกตัวเองให้กลายเป็น ‘อาวุธที่มีชีวิต’ ฝึกหนักเพื่อให้สมอง ร่างกาย และจิตใจทำงานอย่างสัมพันธ์กันเพื่อจะไม่ไปตกเป็นทาสความรุนแรงของอาวุธที่อยู่ในมือและสามารถควบคุมมันให้อยู่หมัดด้วยสติ เขาเชี่ยวชาญการใช้อาวุธและการต่อสู้ทุกรูปแบบในแบบที่ไม่มีใครคาดถึงทีเดียว เหมราชกลับสู่วงจรธุรกิจแสนล้านด้วยความเด็ดขาดน่าเกรงขามที่ยังคงอยู่ ในขณะเดียวกันเขาก็ใจเย็นลงและมีความอดทนมากขึ้นสมใจพ่อกับแม่

หากตอนนี้ผู้ช่วยซีอีโออย่างกรณ์ตีหน้ายุ่ง ถอนหายใจซํ้าสองพลางชี้ที่เป้ายิงของเจ้านาย

“เข้าเป้าสิบคะแนนทุกนัด นายยังต้องการใครหน้าไหนมาปกป้องอีกครับ” 

เหมราชหัวเราะลั่นทันที กรณ์เป็นหนุ่มเรียบๆ เหมือนพวกพนักงานธนาคารแต่ก็กวนเอาเรื่อง การได้ต่อปากต่อคำกับผู้ช่วยคนสนิทคนนี้ทำให้ซีอีโออารมณ์ดีขึ้นได้ทุกครั้ง เขารู้ว่ากรณ์ไม่ใช่สายบู๊ และไม่ได้หวังให้ใครมาปกป้อง แต่เหมราช แฮมิลตัน คือผู้กุมบังเหียนของกิจการยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปเหยียบเท้าใครและทำให้ใครเสียประโยชน์ตอนไหน เขาปกป้องตัวเองได้ แต่คนใกล้ชิดเขาก็ควรต้องป้องกันตัวเองให้ได้เช่นกัน 

เสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินใกล้เข้ามาดึงความสนใจจากสองหนุ่มได้เล็กน้อย ขาเรียวงามในชุดแซ็กยาวพอดีเข่าสีดำเรียบหรูมาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกเขา หญิงสาวปริศนามองแผ่นกระดาษในมือหนุ่มหล่อแล้วยิ้มพรายนุ่มนวล

“ว้าว...เข้าสิบคะแนนทุกนัดทีเดียว” เธอช้อนสายตาขึ้นมองเจ้าของผลงาน “ฝีมือขนาดนี้น่าจะติดทีมชาติได้เลยนะคะ นี่มันแต้มระดับโอลิมปิกชัดๆ”  

เหมราชพิจารณาหญิงสาวที่เดินเข้ามาสนทนาด้วยด้วยแววตาสุภาพ แต่ก็แอบเก็บรายละเอียดเอาไว้เหมือนที่ทำกับทุกคนที่เข้ามาหาเขา หนึ่งวินาทีที่เห็นเธอชัดๆ ราชสีห์หนุ่มแห่งแฮมิลตันจำแนกได้ทันทีว่าสาวคนนี้เป็นสาวประเภท ‘คุณหนู’ แน่ ผมสีน้ำตาลทองรวบตึงไว้เป็นหางม้าด้านหลัง ตาสีเขียวมรกต ริมฝีปากทาสีนู้ดดูผู้ดี เสื้อผ้าที่เธอสวมดูเรียบโก้ไม่ฉูดฉาดแต่ก็แฝงความเซ็กซี่ คงมีแต่ดวงตาของเธอที่ส่งประกายวิบวับบางอย่างยามได้สบตาเขา

คุณชายใหญ่ยิ้มบางเบา ก้มหัวรับคำชมนั้นด้วยท่าทางของสุภาพบุรุษที่ถูกอบรมการเข้าสังคมมาอย่างดีเยี่ยม

“ขอบคุณครับ คุณสุภาพสตรีชมเกินไป ผมไม่ได้แม่นแบบนี้ทุกครั้งหรอก เผอิญวันนี้สมาธิดีเป็นพิเศษเท่านั้น” 

เธอยิ้ม “ออกจะดูแปลกดี ที่ได้พบคุณเฮคเตอร์ แฮมิลตันในที่แบบนี้นะคะ” 

ทายาทคนโตแห่งครอบครัวแฮมิลตันประหลาดใจเล็กน้อยที่เธอดู ‘รู้จัก’ เขา และแน่ล่ะ เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ผู้ทรงอิทธิพลยิ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์สหรัฐกับสนามยิงปืนที่อยู่ชั้นใต้ดินของตึกเดเซอร์ย่านเชลซีดูไปกันไม่ได้ในสายตาคนนอก ที่นี่ไม่ใช่สปอร์ตคลับสำหรับไฮโซที่ต้องเสียค่าสมาชิกแพงลิบ หากเป็นสนามฝึกยิงปืนแบบเรียบง่ายที่เน้นการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างจริงจังมากกว่าองค์ประกอบฟุ่มเฟือยอื่นๆ มีอดีตนายทหารเป็นคนดูแล ภายในจึงไม่ได้ตกแต่งหรูหรา ดูลุยๆ โทรมๆ และคนที่เข้ามาเรียนก็เป็นคนธรรมดาๆ เดินดินไม่ใช่เศรษฐีอะไร

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคุณคงเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก” อันที่จริง แม่สาวคนนี้ก็ดูไปกันไม่ได้กับสถานที่แบบนี้เหมือนกัน เธอมาเรียนยิงปืนหรือจงใจมาเพื่อเป้าหมายอื่น เหมราชลอบพิจารณาเธออีกครั้ง

“ฉันเพิ่งเริ่มฝึกยิงปืนน่ะค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานหยดพลางส่งมือมาตรงหน้าเขา “ดิฉัน เชอร์ลีน ฟอสเตอร์...เราเคยเจอกันที่งานเลี้ยงของแฮมิลตันเมื่อปลายปี ฉันไปงานกับคุณพ่อค่ะ...” 

เหมราชจับมือทักทายเธอกลับ สังเกตได้ว่าเธอกำลัง ‘รอคอย’ บางประโยคจากเขา เช่น ‘อ้อ มิสฟอสเตอร์ ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะครับ’ หรือไม่ก็ ‘ไม่ทราบว่าคุณพ่อของคุณเป็นใครกันครับ’

แต่เฮคเตอร์ แฮมิลตันคนนี้กลับพูดไปตรงๆ ว่า

“ขอโทษด้วยครับคุณฟอสเตอร์ ผมจำไม่ได้...”

เขาเห็นแววผิดหวังวูบเดียวในดวงตาสีเขียวนั้น หากเพียงชั่ววินาทีเธอก็กลับมาหัวเราะสดใส ดูชัดว่ากำลังบริหารเสน่ห์อย่างสุดพลังทีเดียว 

“คุณคงจำไม่ได้แน่ค่ะคุณแฮมิลตัน คืนนั้นคุณต้อนรับแขกหลายร้อยคนทีเดียว”

“คุณบอกว่าเพิ่งเริ่มฝึกยิงปืน...” ราชสีห์หนุ่มแห่งแฮมิลตันเก็บปืนของตัวเองใส่ซองก่อนจะมองเลยไหล่เธอไปถึงอดีตทหารร่างสูงใหญ่ที่ยืนรออยู่ด้านหลัง “เอริคเป็นครูฝึกที่เยี่ยมยอดที่สุดในนิวยอร์ก คุณต้องสนุกแน่ เขามารอนานแล้ว ขออภัยที่ทำคุณเสียเวลา ขอตัวก่อนนะครับ”

เหมราชเดินผ่านเธอโดยไม่ได้หันกลับมามองหญิงสาวที่ชื่อเชอร์ลีนอีก 

“นายเพิ่งเดินหันหลังให้ เชอร์ลีน ฟอสเตอร์ ลูกสาวรัฐมนตรีต่างประเทศ เกล็น ฟอสเตอร์ พ่อของเธอเป็นแคนดิเดตให้พรรคเดโมแครต มีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดีสมัยต่อไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียวนะครับ” เอ็นไซโคลปีเดียส่วนตัวของเหมราชเริ่มทำงาน กรณ์เตือนสติอย่างใจเย็น ในขณะอีกฝ่ายก้าวพรวดๆ ออกจากอาคารขึ้นมาถึงถนนที่ยี่สิบ ไม่หวั่นต่อหิมะแห่งเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังโปรยปราย 

“เธอเหวอน่าดูตอนที่นายตัดบทแล้วเดินเฉิบๆ ออกมาเลย ไม่มีแม้แต่คำว่า...ยินดีที่ได้รู้จัก...เสียมารยาทจริงๆ” 

กรณ์บ่นอุบเป็นตาแก่ทั้งที่อายุน้อยกว่าเจ้านายสองปี เหมราชชินกับการโดนลูกน้องคนนี้สั่งสอนเรื่องมารยาทจนสิ่งที่กรณ์พูดแทบไม่ได้ผ่านเข้าหู ชายหนุ่มกำลังคิดหนักหน่วงว่ามื้อกลางวันนี้เขาจะกินอะไรดี

“นายน่าจะชวนเธอไปดินเนอร์สักมื้อนะครับ”

ผู้ช่วยซีอีโอยังพยายามโน้มน้าว คุณเชอร์ลีนคนนี้ดูมีความทัดเทียมเจ้านายของเขาในทุกด้าน หน้าตาสะสวยแถมองค์ประกอบอื่นก็เข้าขั้นสมบูรณ์แบบ

“กินสปาเกตตี้ดีไหมวะกรณ์ หรืออาหารญี่ปุ่นดี” เหมราชทำสีหน้าหนักใจแบบเลือกไม่ได้

“ม…หมายถึงดินเนอร์เหรอครับ นายจะชวนเธอไป ?” 

“หมายถึงอาหารกลางวัน เดทหวานแหววของฉันกับแกเนี่ยแหละ” 

“นายครับ” กรณ์ถอนหายใจรอบที่ร้อย “คุณเชอร์ลีนจบปริญญาโทรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล อายุยี่สิบหก การศึกษาดี ความประพฤติดี ประวัติดีไม่มีเสื่อมเสีย ตอนนี้เธอเป็นผู้ช่วยพ่อของเธอในส่วนงานของกระทรวง ถูกอบรมมาทางสายการเมืองอย่างเข้มข้น...”

ยังไม่ทันถึงรถบีเอ็มดับบลิวคันหรูที่จอดไว้ริมถนนที่ยี่สิบ แต่เหมราชหยุดฝีเท้ากึก เริ่มรำคาญเจ้าคนสนิทที่พูดเป็นต่อยหอยขึ้นมาตะหงิดๆ 

“ถ้าเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่น่าจะต้องมาอ่อยผู้ชายถึงในสนามยิงปืนไหม...”

กรณ์อ้าปากค้างไปบ้าง รู้หรอกว่าเหมราชเป็นคนตรงๆ แต่บางทีก็ตรงจนตั้งรับไม่ทัน “ใช้คำไม่น่ารักเกินไปครับนาย นี่ถ้ามาดามมาได้ยินนายพูดถึงผู้หญิงแบบนี้ มาดามต้องบ่นจนหูชาแน่ เธอแค่อาจจะอยากมา...สร้างสัมพันธ์”

“โอเค มึงฟังกูนะกรณ์” เอาล่ะ ถ้าเจ้านายของเขาเริ่มขึ้นมึงขึ้นกูแล้วแสดงว่าคุณชายหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ เหมราชชูนามบัตรใบเล็กที่ถูกคุณเชอร์ลีนยัดใส่มือมาให้ตอนที่เขาเดินผ่านเธอ ในนั้นไม่ได้มีแค่ชื่อหรือตำแหน่งงานธรรมดาๆ แต่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือรวมทั้งไอดีของโปรแกรมแชทชื่อดังที่ดูเป็นส่วนตัวเขียนเป็นลายมือไว้ให้อย่างโจ่งแจ้งทีเดียว กรณ์มองแล้วก็อึ้งๆ ไป 

  “ทางสังคมศาสตร์เรียกสร้างสัมพันธ์ ในโลกมืดเรียกว่าอ่อย แต่ในทางธุรกิจมันเรียกว่าเปิดดีล ฉันไม่รู้เหตุผลที่เธออยากจะ ‘สร้างสัมพันธ์’ กับฉัน แต่ถ้าบังเอิญเจอกันแบบใสๆ จริงๆ เธอคงไม่เตรียมเบอร์โทรศัพท์ ไอดีแชทมาให้ซะพร้อมสรรพแบบนี้หรอก โปรไฟล์เธออาจจะดีเลิศจนน่าขนลุก แต่ฉันไม่ชอบอะไรที่มันไม่เป็นธรรมชาติและดูมีอะไรแอบแฝง ที่สำคัญ ถ้าฉันจะชอบผู้หญิงสักคน ไม่จำเป็นเลยที่ต้องมายัดนามบัตรพร้อมเบอร์มือถือนี่ให้ถึงมือฉัน เพราะไม่ว่าเธอจะอยู่ไกลสุดฟ้าแค่ไหนฉันก็จะตามไปให้เจอเองจนได้” 

มือขวาทริปเปิลเอชส่ายหัวอย่างระอา “นายก็เอาแต่พูดแบบนี้...จากระเบิดที่ไทม์สแควร์นี่ก็ผ่านมาตั้งปีกว่าๆ แล้วก็ไม่เห็นว่านายจะตามไปหาซะทีนี่ครับ ชื่อก็รู้แล้ว ที่ทำงาน ที่อยู่อะไรก็มี”

“เดี๋ยว นี่มึงพยายามจะเลี้ยวเข้าเรื่องไหนเนี่ย”

“ก็เรื่องที่นายให้ผมไปหาประวัติคุณหมอคนนั้นไงครับ คุณหมอที่นายมีแค่บัตรประจำตัวเปื้อนเลือดของเธอมาดูต่างหน้า นายคงไม่ได้ให้ผมไปสืบประวัติหมอเก็ดถวาเพียงเพราะอยากไปทวงเสื้อโค้ทตัวนั้นที่นายให้เธอไปหรอกใช่ไหมครับ”

เหมราชอึ้ง ทำตาปริบๆ กรณ์หรี่ตามองอย่างจับสังเกต 

“กูก็แค่...อยากรู้ว่าเด็กนั่น...เป็นหมอจริงรึเปล่า หน้าตาดูไม่น่าเชื่อถือเลย” 

แถอะไรกันเบอร์นี้...เหมราชรู้ตัวเองดีทุกอย่าง เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและเลือกที่จะไม่สบสายตาจับผิดของลูกน้องคนสนิท แต่กรณ์ผู้รู้ทันและรู้ทางกลับจ้องเขม็ง นายกำลังโกหก เขารู้ เหมราชโกหกไม่บ่อยหรอกเพราะเขาเป็นคนตรงๆ แต่บางเรื่อง เหมราชก็ชอบท่ามากไม่ยอมรับเช่นเรื่องนี้ และที่สำคัญ นายมักเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างเวลาปากไม่ตรงกับใจ

“เด็กอะไร โอเค ถึงจะเด็กกว่านายหลายปีแต่หมอเก็ดถวากำลังจะอายุยี่สิบแปดเต็มในอีกไม่กี่เดือนนี่แล้วครับ ผมว่านายอยากจะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะ ตอนนี้เธอยังโสด และผมก็ไม่รู้นะว่าเธอจะโสดต่อไปได้อีกนานแค่ไหน เธอสวยจะตาย นายเองก็สามสิบสี่แล้วนะครับ เลือกมากเดี๋ยวมันจะฝ่อเอานะ”

ได้ยินคำปรามาสเต็มสองหู ราชสีห์หนุ่มก็แยกเขี้ยวถลึงตาขึ้นมาทันที 

“ไอ้กรณ์ ของกูไม่เคยฝ่อ !” หากยังไม่ทันได้เอ็ดตะโรเจ้าผู้ช่วยจอมกวนต่อ ทั้งเหมราชและกรณ์ก็ต้องหันขวับอย่างงุนงงเมื่อรู้สึกว่ามีคนวิ่งแทรกกลางระหว่างพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผู้คนที่เดินอยู่แถวนั้นร้องเอะอะขึ้นคล้ายมีเหตุร้าย มองถัดออกไปไม่กี่หลาก็เห็นชายหนุ่มชาวเอเชียคนนึงทรุดนอนกองอยู่บนพื้นฟุตบาท เอามือกุมท้อง ใบหน้าเหยเก

“ช่วยด้วยครับ...เขา...ขโมยโทรศัพท์มือถือผมไป” ชายคนนั้นพยายามเปล่งเสียงทั้งที่โดนชกท้องจนจุกไปหมด เหมราชไม่คิดอะไรต่อ เขาหันกลับไปยังเจ้าหนุ่มที่ยังวิ่งออกไปได้ไม่ไกลนักก่อนจะออกสตาร์ทวิ่งตามด้วยช่วงขายาวๆ ข้างหน้าเป็นถนนสายที่ห้า ถ้าเจ้าหัวขโมยเลี้ยวเข้าฟิฟท์อเวนิวได้ก็งานยาก เพราะเขาจะหายเข้าไปในฝูงชนแน่ เหมราชวิ่งเร็วขึ้นอีกจนสามารถกระโดดตะครุบโจรได้สำเร็จ ผู้คนที่เริ่มขวักไขว่ต่างกรีดร้องอย่างตกอกตกใจตอนที่มีผู้ชายสองคนตะลุมบอนกันอยู่บนทางเท้า เหมราชพยายามไม่ออกอาวุธรุนแรงแต่กลับโดนวายร้ายชกเข้าหน้ากลับมาจนเลือดซิบที่มุมปาก หัวขโมยเป็นคนฝรั่งผิวขาวหนวดเครารุงรังตาขวางเหมือนเสพยามา ที่สำคัญมันพยายามจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แต่อดีตนาวิกโยธินอย่างคุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันย่อมไวกว่า เขาพุ่งเข้าจับข้อมือของมันแล้วบิดไพล่หลังไว้กับแขนอีกข้างจนมันร้องโอดโอยอย่างสิ้นฤทธิ์ มีดพกคมกริบตกลงพื้น พอดีกับที่สายตรวจเลี้ยวรถมาจอดหน้าที่เกิดเหตุทันท่วงที นายตำรวจสองนายรุดลงจากรถในขณะที่เหมราชล้วงหาสมาร์ทโฟนราคาแพงในตัวเจ้าหนุ่มจนเจอ 

คุณชายใหญ่ปล่อยหน้าที่จัดการเจ้าหัวขโมยให้เป็นของตำรวจนิวยอร์กต่อจากนั้น เขาเดินกลับมาที่ตรงจุดที่เจ้าทุกข์นอนเจ็บอยู่ กรณ์กำลังช่วยพยุงเขาขึ้นมา 

“มือถือของคุณครับ คุณโอเครึเปล่า” หนุ่มนิวยอร์กพลเมืองดียื่นสมาร์ทโฟนคืนให้เขา 

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมาก” ผู้ชายคนนั้นรับไว้พลางพร่ำขอบคุณไม่ขาดปาก ดูว่าเขาจะดีใจจนพูดอะไรอย่างอื่นไม่ออก เหมราชพินิจชายตรงหน้าแล้วก็พบว่าเขาเป็นชายชาวเอเชียที่หน้าตาเดาไม่ออกว่าชาติไหน ไม่ใช่คนไทยหรืออาเซียนแบบเขาแน่ ดวงตาไม่เรียวรีเหมือนพวกจีนเกาหลีญี่ปุ่น ตาโตคิ้วเข้ม หากผิวขาวจัดไม่เหมือนคนเอเชียใต้ การแต่งกายของเขาถึงจะเป็นชุดลำลองแต่เหมราชมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่ามีราคา วาจาท่าทางของเขาดูสุภาพเรียบร้อยเป็นผู้ดี ที่สำคัญดูจะไม่ใช่คนนิวยอร์กเพราะเหมราชเห็นแผนที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของหนุ่มต่างถิ่น

“คุณต้องระวังมากหน่อย นิวยอร์กมีพวกวิ่งราวเยอะ มือถือคุณก็รุ่นแพงสุดใหม่เอี่ยมขนาดนี้มันก็ล่อตาล่อใจนะครับ ยิ่งเห็นคุณดูเป็นนักท่องเที่ยวมาคนเดียวแบบนี้ยิ่งตกเป็นเป้า ”

“ในมือถือนี้มีข้อมูลสำคัญเยอะมาก ถ้าหายไป เรื่องใหญ่แน่ๆ ขอบคุณมากจริงๆ ครับคุณ” เขาขอบคุณอีกครั้งก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่าง “โอ๊ะ คุณ...บาดเจ็บนี่ครับ”

“โอ๊ย เล็กน้อยครับ” เหมราชปาดเลือดที่ซึมจากมุมปากอย่างไม่ยี่หระ ในขณะที่อีกคนหน้าซีดเผือด

“โอ ผมรู้สึกผิดมาก ผมอยากตอบแทนคุณบ้าง เป็นค่าทำแผลก็ยังดีนะครับ”

เหมราชอ้าปากจะปฏิเสธ แต่กรณ์ทำหน้าที่ให้แทนอย่างรู้งาน

“ขอบคุณในไมตรีจิตของคุณนะครับ แต่เขาไม่รับหรอกครับ เจ้านายของผมช่วยคุณเพราะเป็นสิ่งที่ควรทำแค่นั้น คุณไม่ต้องคิดมาก”

“อย่างที่เขาพูด คุณไม่ต้องคิดมาก ผมต้องไปแล้ว ลาก่อนครับ” เหมราชจบฉากแบบดื้อๆ เหมือนที่ทำบ่อยๆ เขาก้าวขาจะออกเดินหากชายหนุ่มแปลกหน้ายื่นนามบัตรของตัวเองออกมาตรงหน้าเขา เป็นนามบัตรใบที่สองที่เหมราชได้ในวันนี้

“คุณครับ นี่นามบัตรผม ถ้าในอนาคตมีอะไรที่จะผมช่วยเหลือคุณได้ ผมยินดีเสมอครับ”

เหมราชรับนามบัตรนั้นมายิ้มๆ ก่อนส่งต่อให้กรณ์หลังจากเดินมาถึงรถส่วนตัว กรณ์รับกระดาษแผ่นเล็กมาจากเจ้านาย เมื่อพลิกอ่านชื่อบนนั้นแล้วคลังข้อมูลเคลื่อนที่อย่างเขาก็รู้สึกคุ้นหูนัก

Bavanti Baladeva

ภวันติ พลเทวา 

“นายครับ....” กรณ์ตาโตเมื่อนึกออก “ผู้ชายคนนั้น เขาเป็น....” 

พนักงานในอาคารสำหนักงานใหญ่กลุ่มแฮมิลตันบนถนนที่ห้าสิบใจกลางแมนฮัตตันต่างก็ยืนตัวลีบ บ้างก็ขยับกายหลีกทางกันให้พรึ่บพรั่บเมื่อบุรุษผู้เปรียบเสมือน ‘แม่ทัพใหญ่’ แห่งองค์กรก้าวฉับๆ เข้าประตูหน้าตึกมาด้วยมาดองอาจน่าเกรงขาม ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ได้ตัดแต่งให้เป็นระเบียบกับดวงตาสีสนิมเหล็กของเขารับกันอย่างเหมาะเจาะกับไรหนวดเคราที่ขึ้นครึ้ม และถึงลุคของทริปเปิลเอชจะดูเป็นหนุ่มดิบๆ แต่มันกลับไปกันได้อย่างไม่น่าเชื่อกับสูทสีเข้มของดีไซเนอร์ชั้นนำที่เขาสวมใส่อยู่ในร่างสูงใหญ่กว่าหกฟุตสองนิ้วของตัวเอง รูปลักษณ์และบุคลิกของเขาจับตาต้องใจสาวๆ ทั้งตึกนี้หรืออาจรวมถึงทั้งนิวยอร์ก บวกกับตำแหน่ง ‘ทายาทคนโต’ แห่งแฮมิลตันกรุ๊ปที่ความเป็นความตายแห่งบริษัทเก่าแก่นี้อยู่ในความรับผิดชอบของเขาก็ยิ่งช่วยไม่ได้เลยที่ทั้งหมดนี้จะทำให้ เหมราช แฮมิลตัน ยิ่งโดดเด่นและกลายเป็นจุดวางสายตาของผู้ที่ได้พบเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต 

ขายาวๆ ของเขาก้าวตรงไปที่ลิฟท์สำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยระหว่างทางบรรดาผู้จัดการจากหลายฝ่ายก็ตรงรี่เข้ามารายงานความคืบหน้าถึงเรื่องต่างๆ ที่เจ้านายใหญ่มอบหมายให้ไปทำแบบเดินไปด้วยพูดไปด้วยอย่างเคยชิน

“นายครับ โรงแรมที่ปารีสของเราแจ้งมาว่า เมอร์ซิเออร์ ปิแอร์ เฟรชอง เชฟฝรั่งเศสที่ได้อันดับหนึ่งจากการจัดอันดับเชฟโลกปีล่าสุดกำลังจะหมดสัญญากับริทซ์-คาร์ลตันเดือนหน้านี้...” เควิน สโคลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานด้านอาหารชิงรายงานก่อนอย่างกระหืดกระหอบ หากสิ่งที่ได้กลับมาจากซีอีโอคือการปรายตามองพร้อมคิ้วที่ขมวดขึ้นเบาๆ 

“ก็เสนอสัญญาของเราไปได้เลย เรื่องแค่นี้ต้องมาถามผมด้วยหรือไง” 

มิสเตอร์สโคลส์กลืนน้ำลายเอื๊อกกับท่าทีธรรมดาๆ แต่สายตานั้นเย็นสุดขั้วของผู้เป็นนาย “คือ...หลังจากได้อันดับหนึ่งเชฟโลกมาแล้ว ค่าตัวของเมอร์ซิเออร์เฟรชองก็...อัพขึ้นค่อนข้างสูงครับนาย และตอนนี้ทางเชนโรงแรมไฮแอทเองก็กำลังต้องการตัวเขาไปประจำที่ดูไบเหมือนกัน เราจะสู้...ได้ถึงแค่ไหนครับ”

เหมราชหยุดคิดอึดใจเดียวก่อนตัดสินใจทันที “การันตีรายได้ให้เขาไปแปดหมื่นเหรียญต่อปี ประจำการที่โรงแรมแฮมิลตันปาร์คที่ซานฟรานซิสโก พร้อมที่พัก สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล พักร้อนปีละยี่สิบห้าวัน และตำแหน่งเอ็กเซ็กคูทีฟ เชฟ” นายใหญ่หยุดฝีเท้าแล้วสบตาลูกน้องที่อายุมากกว่าตัวเองด้วยสายตาที่ชวนให้เสียวสันหลังวาบ 

“ข้อเสนองามขนาดนี้ถ้าคุณยังทำให้เขาตกลงกับเราไม่ได้ ผมจะไล่คุณออกแทน” 

สโคลส์ตาโต เหงื่อชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าไล่ออก อันที่จริงเหมราชขู่ทุกคนแบบนั้นเพราะต้องการรีดสมรรถนะของคนทำงานออกมาให้มาทรงประสิทธิภาพสูงสุด ที่ผ่านมาชายหนุ่มก็ยังไม่เคยไล่ใครออกหากคนนั้นไม่เข้าข่ายทุจริตหรือต้องคดีอาชญากรรม แต่คำขู่ของเขาก็ทำให้ทุกคนหัวหดได้เสมอเพราะไม่รู้ว่าเจ้านายจะเอาจริงขึ้นมาเมื่อไร 

ความเด็ดขาดของทริปเปิลเอชก็ยังทำผู้ช่วยคนสนิทอย่างกรณ์ทึ่งได้เสมอ เหมราชใช้สมองคิดคำนวณความคุ้มของการจ้างนี้แค่สามวินาที...กรณ์ยืนจับเวลาอยู่ในใจ...นายใช้เวลาคิดแค่สามวินาทีจริงๆ...

“นายครับ...” หมดจากสโคลส์ ก็ถึงคิวของ ทอร์เบน เบคเกอร์ ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของแฮมิลตันโฮเต็ลส์เวิร์ลด์ไวด์กับข่าวที่เขาดูจะตื่นเต้นกับมันอย่างที่สุด “ข่าวล่ามาเร็วจากเชียงใหม่ครับนาย คุณอดิสรณ์ประธานกรรมการ IHM ต้องการเงินไปปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท เลยให้คนติดต่อมาว่าต้องการเสนอขายโรงแรมลานนาเรอเรสซองส์กับเราเพราะเห็นว่าเรากำลังต้องการขยายโรงแรมในภาคเหนือของไทย”

“เท่าไหร่”

“หนึ่งร้อยห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐครับ” เหมราชยังคงรับฟังอย่างไร้ปฏิกิริยาใด มิสเตอร์เบคเกอร์เปิดไอแพดส่วนตัวดึงข้อมูลที่ตัวเองค้นหาไว้ขึ้นมานำเสนอเจ้านายอย่างกระตืิอรือร้น กรณ์อมยิ้ม ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มีการพรีเซนต์งานกันระหว่างเดินเข้าบริษัท เจ้านายของเขาเป็นพวกทอร์นาโดระดับห้า ไปไวมาไวไม่มีร่ำไร ใครที่จะทำงานกับเขาได้ต้องตื่นตัวตลอดเวลา

“ลานนาเรอเนสซองส์ได้โหวตจากลูกค้ามาเป็นอันดับเก้าจากหนึ่งร้อยในการจัดอันดับ World’s Best Hotel ประจำปีนี้จากนิตยสาร Travel & Leisure แล้วยังติดอันดับ Best Design Hotel จากทุกโพล เราได้มาก็กินกำไรต่อไปได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มมากนัก ทุกอย่างทำไว้ดีและพร้อมอยู่แล้วทั้งสถานที่ ระบบ บุคลากร ราคานี้ เหมือนได้เปล่าเลยนะครับนาย” เบคเกอร์เลื่อนภาพต่างๆ ของโรงที่ประกาศขาย เหมราชมองตาด้วยสายตาเย็นเฉียบจนกรณ์เองต้องแอบกลืนน้ำลายแทนคุณเบคเกอร์

“ข่าวล่าของคุณ ล่าแค่ไหน”

“ก็...ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เองครับ ท...ทำไม..ครับ” ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนเริ่มอึกอักเมื่อมองเห็นท่าทีบางอย่างจากคู่สนทนา เหมราชหยุดเดินอีกครั้ง ก่อนพูดข้อมูลที่ทำให้เจ้าของข่าวล่าถึงกับอ้าปากค้าง

“นายมาโนช ผู้ถือหุ้นใหญ่และเจ้าหนี้ตั๋วแลกเงินรายใหญ่ของ IHM เพิ่งส่งหนังสือเข้าร้องเรียนกับ ก.ล.ต. คัดค้านการเสนอขายโรงแรมของนายอดิสรณ์โดยบอกว่านั่นคือการกระทำในนามบริษัทโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายเพราะไม่ผ่านมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เป็นการลักลอบผ่านวาระโดยที่กรรมการไม่ครบองค์ประชุม ก่อนหน้านี้นายอดิสรณ์ก็มีการเอาหุ้นของ IHM ไปจำนำกับกลุ่มบีวันคอร์ป แถมมีการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินจำนวนนับร้อยล้านเมื่อปลายปีที่แล้ว  นอกจากนั้นยังมีเลิกจ้างพนักงานของบริษัทโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายสิบคนโดยไม่จ่ายเงินค่าจ้างและค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน พนักงานพวกนั้นเลยรวมตัวกันฟ้องร้องบริษัทกำลังเป็นคดีในศาลแรงงานอยู่ตอนนี้....”

ทอร์เบน เบคเกอร์ หน้าซีดเผือด พูดจาตะกุกตะกักไปไม่เป็นเมื่อได้รู้ว่าข้อมูลของตัวนั้นพลาดอย่างน่าขนลุก “ร...เรื่องนี้...ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับนาย”

“สิบห้านาทีที่ผ่านมานี่ล่ะ ดูเหมือนว่าข่าวของผมจะอัพเดทกว่าของคุณนะเบคเกอร์” เหมราชตอบด้วยเสียงเรียบๆ แต่สายตาไม่เรียบด้วยเลยสักนิด

“จากดราม่ามหากาพย์พวกนี้คุณคิดว่าเรายังควรจะเสี่ยงกับลานนาเรอเนสซองส์อยู่อีกไหม...นายอดิสรณ์คงรีบโทรหาคุณหวังจะโยนเผือกร้อนให้กับเรา ถ้าเราไม่ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ตกลงกันไปคงมีหวังได้ปวดหัวตาย” 

แม่ทัพใหญ่แห่งแฮมิลตันเดินมาหยุดที่หน้าลิฟท์ของผู้บริหาร กรณ์สแกนม่านตาตัวเองเข้ากับเครื่องสแกน

ชั่วอึดใจประตูลิฟท์ก็เปิดออก สองหนุ่มเดินเข้าลิฟท์ในขณะที่มิสเตอร์เบคเกอร์ยังยืนอึ้งจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่หน้าลิฟท์ ดวงตาแห่งราชสีห์ของแฮมิลตันคนโตเป็นประกายวาววับ มุ่งมั่น เบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด

“ผมไม่ซื้อลานนาเรอเนสซองซ์ แต่จะไปหาที่ดินสร้างโรงแรมใหม่ด้วยตัวเอง...กรณ์” เหมราชหันหาคนสนิท “ฉันจะไปเมืองไทยสัปดาห์หน้า จัดการเรื่องไพรเวทเจ็ทให้ด้วย”

“ครับนาย” กรณ์รับคำก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง


‘ทริปเปิลเอช’ กลับมาถึงห้องทำงานซีอีโอบนชั้นเจ็ดสิบ กับเรื่องใหญ่ๆ ที่ผ่านการตัดสินใจระหว่าง ‘เดินเข้าบริษัท’ เสร็จสิ้นไปสองเรื่อง ชายหนุ่มพุ่งเข้าประตูราวกับจรวดแบบไม่ทันที่เลขาฯ สาวใหญ่หน้าห้องจะทันได้เอ่ยรายงานสิ่งใด หนุ่มหล่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งนิวยอร์กถอดเสื้อสูทโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี แต่แล้วมาดเท่ๆ ที่มากด้วยอำนาจก็แทบพลันมลายหายเมื่อชายหนุ่มเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา 

มีไม่กี่คนหรอกที่จะนั่งเก้าอี้รองประธานใหญ่ของกลุ่มแฮมิลตันได้...

“มาดาม !” เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเต็มตาว่าเป็นใคร มัทนา แฮมิลตัน เงยหน้าขึ้นจากสมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่เธอกำลังเพ่งดูอย่างคร่ำเคร่ง เหมราชยิ้มกว้างทั้งที่เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ กับสายตาของแม่ที่จ้องมา “มานานแล้วหรือครับ ทำไมไม่โทรตาม”

“ก็ว่าจะโทรอยู่ แต่พอดีเพื่อนแม่เขาแชร์คลิปนี้กันมาในเฟซบุ๊คก็เลยเปิดดูก่อน” มาดามคนใหญ่แห่งแฮมิลตันลุกจากโต๊ะทำงานของลูกชายเดินตรงมาที่เขา พลิกหน้าจอโทรศัพท์ยื่นมาตรงหน้าพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ดวงตานั้นเอาเรื่องนัก...

“หนุ่มพลเมืองดีช่วยนักท่องเที่ยวถูกวิ่งราวมือถือกลางแมนฮัตตัน” เธออ่านหัวข้อข่าวที่แชร์กันเอิกเกริกในโซเชียลเน็ตเวิร์กต่อด้วยเนื้อความประกอบคลิป “คนดียังคงมีในนิวยอร์ก, เซเลบริตี้นักธุรกิจคนดัง เฮคเตอร์ แฮมิลตัน สวมบทฮีโร่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่โดนวิ่งราวมือถือกลางย่านเชลซีโดยซัดเจ้าโจรกระจอกเสียหมอบคาทางเท้า นักท่องเที่ยวได้มือถือคืนส่วนมิจฉาชีพก็โดน NYPD สอยไปได้ในที่สุด หล่อเท่โคตรแมนขนาดนี้ คุณแฮมิลตันควรไปเป็นพระเอกหนังสักเรื่องจริงๆ...

หลังจากทำคนอื่นหน้าซีดมานักต่อนัก คราวนี้ เฮคเตอร์ แฮมิลตัน กลับกลายเป็นฝ่ายหน้าซีดเองเมื่อเห็นคลิปที่มีตัวเองอยู่ในนั้นเต็มตา ออกลีลาราวกับถ่ายหนังบู๊อยู่ก็ไม่ปาน ไม่แปลกเลยที่มารดาเห็นแล้วจะหน้าตึงขนาดนี้

“แม่ภูมิใจเสมอที่ลูกแม่เป็นคนดีมีน้ำใจ แต่เฮค ถ้าเจ้าโจรนั่นมันเกิดมีอาวุธขึ้นมา...” 

“ผมประเมินดูแล้วเห็นว่าสู้ไหวครับแม่” เหมราชปั้นหน้าขรึม ดูออกว่าแม่ห่วงจนกลายเป็นโกรธเล็กๆ คุณนายมัทนาเป็นสตรีไทยที่ดูนิ่งๆ แต่เด็ดขาดยิ่งกว่าใครในบ้าน เธอใจเด็ดแค่ไหนคงไม่ต้องเท้าความ เพราะขนาดส่งลูกรักไปเป็นทหารเพื่อดัดสันดานได้ถึงสองปีก็คงไม่ต้องบอกแล้วว่าในโลกนี้เหมราชผู้ดุดันเกรงใจใครมากที่สุด !

“แม่เชื่อว่ามีอีกหลายวิธีที่จะช่วยนักท่องเที่ยวคนนั้นได้...” เธอพูดเสียงเย็นๆ แบบที่ทำให้ลูกชายเลือดร้อนไม่กล้าสบตา สิ่งที่คนเป็นแม่ทำหลังจากนั้นคือจับหน้าเขาให้หันหาแสงด้านนอกหน้าต่าง แล้วคุณนายก็ได้เห็นแผลที่มุมปากชัดๆ

“โดนมาหนึ่งหมัดสินะ” เธอถอนหายใจ “แล้วถ้าไม่ใช่หมัด...แต่เป็นมีดหรือปืน ? คลุกวงในกันขนาดนั้นถ้ามีปืนเราคงไม่รอด...” 

คุณนายหันขวับมาทางผู้ช่วยคนสนิท ที่ยืนหน้าเหลือสองนิ้ว

“ผมห้ามไม่ทันจริงๆ ครับมาดาม” กรณ์รีบแก้ตัวเสียงอ่อยจนคนเป็นนายอยากจะซัดให้ ตอนอยู่กับกูละต่อปากต่อคำนัก ไอ้...

มัทนาเดินออกไปนอกห้องทำงานของลูกชายอยู่ชั่วครู่ และ...แม่ก็คือแม่จริงๆ มาดามกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือแล้วลงมือทำแผลให้ลูกชายอย่างเบามือแต่ยังไม่วายค้อนให้เป็นระยะ

“แม่มาหาถึงออฟฟิศ มีอะไรรึเปล่าครับ” ลูกชายถามเสียงอ่อนตอนที่มารดาทำแผลใส่ยาให้เขาเสร็จสิ้น

“มี” คุณนายตอบชัดถ้อยชัดคำ “เรื่องแรก งานแต่งเฟลอร์* น้องกับวิคเตอร์อยากจัดที่นิวยอร์กกับที่เมืองไทยด้วย...ซึ่งแม่ก็ว่าดี” 

เหมราชได้ยินชื่อว่าที่น้องเขยที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับตัวเองมาตลอดก็กลอกตาไปมาด้วยความหมั่นไส้ บุษราณี เฟลอร์ แฮมิลตัน น้องสาวคนเดียวของเขา และทายาทหญิงคนเดียวในหกคนของแฮมิลตันรุ่นล่าสุด เธอพบรักกับ วิคเตอร์ นอร์แมน ตั้งแต่มัธยมปลายสมัยที่หมอนั่นยังเป็นแค่เด็กหนุ่มฐานะปานกลางที่ได้ทุนเรียนหนังสือจากครอบครัวของเขา แต่ด้วยความไม่เข้าใจโลกของวัยรุ่นทำให้ทั้งคู่ต้องเหินห่างร้างลากันไปถึงเจ็ดปี เฟลอร์เติบโตเป็นสาวนักธุรกิจสวยสะพรั่ง วิคเตอร์หนีไปเป็นนักข่าวเดนตายกบดานอยู่ในแอฟริกา ในชุดความคิดของเหมราช แฮมิลตัน ผู้ชายคนนั้นมันไม่เหมาะกับน้องสาวเขาด้วยประการทั้งปวง แต่ทั้งคู่ก็พบกันอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เขารู้ได้ว่าวิคเตอร์เลิกเป็นนักข่าวหันมาเป็นเขียนนิยายสืบสวนผจญภัยขาย จนโด่งดังขึ้นระดับเวิร์ลด์สเบสต์เซลเลอร์ทุกเล่ม สตูดิโอใหญ่ๆ ของฮอลลีวู้ดติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างภาพยนตร์ นิยายก็พิมพ์ซํ้าเป็นสิบๆ ครั้ง ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีถึงขั้นเข้าเทคโอเวอร์กิจการโรงพิมพ์และแฟรนไชส์ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ล่าสุดเข้าหุ้นกับน้องสะใภ้เขา นีรนารา แฮมิลตัน เปิดบริษัทพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเป็นการต่อยอดธุรกิจไปอีก ใครจะไปนึกไอ้หมาวัดหน้าหล่อที่เคยไร้ตัวตนสำหรับเขามันจะแอบสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อหมายเด็ดดอกฟ้ามาแสนนาน...ที่สำคัญ มันเด็ดได้เสียด้วย ! 

“มาดามว่าดี ผมก็ว่าดี” เสียงทุ้มๆ นั่นเนือยลงอย่างเซ็งๆ เมื่อพูดถึงเจ้าวิคเตอร์นั่น แต่ใครจะไปขัดใจคุณมัทนา แฮมิลตันได้เล่า ! มารดายิ้มออกมาได้ในที่สุด

“ตอนงานแต่งวินด์กับแอนนี่*จัดกันแค่ที่เคนยา ญาติๆ ที่เมืองไทยก็บ่นมาทีแล้วว่าไม่ได้ไปงานแต่งหลาน คราวของเฟลอร์จัดที่เมืองไทย คราวนี้ญาติเราก็จะได้มาร่วมงานได้ แม่เพิ่งได้ฤกษ์มา มีเวลาเตรียมตัวอีกสองเดือนเท่านั้น วินด์อยู่ไกล น้องอยากให้เฮคช่วยเป็นพ่องาน”

ประโยคสำคัญมันอยู่สุดท้ายนี่ละ ! เฮคเตอร์ถอนหายใจดังลั่นห้อง คนเป็นแม่รู้ทันอีกครั้งรีบสรุปให้อย่างนึกขันกับท่าทางเหมือนเด็กห้าขวบโดนขัดใจของลูกชายคนโตที่ทุกคนในบริษัทต่างกลัวหัวหด 

“เอาเถอะ แม่จะช่วยอีกแรง ทำให้น้องเราเองนะ ไม่ได้ทำให้ใครสักหน่อย ส่วนเรื่องวิคเตอร์ แม่ว่าเฮคต้องทำใจแล้วล่ะ ยังไงเขาก็จะต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกับเราแน่ ตั้งแง่ไปก็ไม่มีประโยชน์”

“แม่รักมันมากกว่าผมแล้วสินะ ไอ้ลูกหมานั่น” 

“ดูเรียกเข้า !” คุณมัทนาขำแต่ก็ต้องปราม “แม่ไม่เห็นว่าวิคเตอร์มีอะไรเสียหายตรงไหน เป็นคนมั่นคง ความรู้ดีความคิดความอ่านสมาร์ทและรอบรู้ ตั้งใจทำงานสร้างฐานะแถมยังมีหัวเรื่องธุรกิจ ที่สำคัญ เขารักและดูแลน้องดีมาก แล้วเราจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้ หืม...”

เป็นอีกครั้งนั่นล่ะ ที่คุณชายใหญ่เถียงแม่ไม่ได้ 

“เรื่องที่สอง ช่วงบ่ายนี้เคลียร์งานให้เสร็จนะ ตอนเย็นจะขอตัวไปดินเนอร์ด้วยกันหน่อย”

“มาดามอยากกินมื้อไหนผมว่างให้เสมอแหละครับ” เหมราชพยายามทวงตำแหน่งลูกรักกลับคืนด้วยการยิ้มประจบยอมรับคำชวนของมารดาโดยไม่คิด ไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนเป็นแม่

“พูดแล้วนะ อย่าโยกโย้ล่ะ” เท่านั้นล่ะ ลูกชายถึงได้เห็นนัยแอบแฝงในคำชวนนั้น

“ดินเนอร์มื้อลับสุดยอดกับท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ เกล็น ฟอสเตอร์ ที่เซฟเฮาส์ของเขา คุณพ่อให้ลูกไปร่วมโต๊ะด้วย” 

……

กรณ์เป็นคนแรกที่สำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขลกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งขำทั้งสะใจ โลกนี้มันก็พลิกตะแคงไปมาคาดเดาไม่ได้แบบนี้นั่นล่ะ ดูเถอะ ทำเป็นฟอร์มจัดไม่ยอมชวนสาวไปดินเนอร์ทั้งที่เธอก็ทอดสะพานเต็มปรี่ สุดท้ายต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าบ้านเจ้าหล่อนเองเสียอย่างนั้น

“แน่ะ ลูกรับปากว่าจะไปแล้วนะ อย่าบิดพลิ้ว” มาดามดักคอเมื่อเห็นหน้าเหวอๆ 

“เกล็น ฟอสเตอร์คือว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ เขารู้จักกับคุณพ่อมานานตั้งแต่ยังทำงานในสภารัฐนิวยอร์ก ถึงไม่ได้สนิทขนาดเรียกว่าเพื่อนได้แต่ตอนงานเลี้ยงของบริษัทเราเขาก็มาเป็นประธานมอบเงินบริจาคให้ ตอนนี้เขาเชิญเราบ้าง จะไม่ไปก็น่าเกลียด ไปเสียหน่อยก็ดี จะได้รู้จักเขารู้จักเรา ถ้าเห็นว่าไม่โอเค กลับมาแล้วค่อยถอยฉากเสียก็ยังทัน”

เหมราชหัวเราะหึหึ “นักการเมืองเรียกนักธุรกิจเข้าไปพบมันจะมีอะไรได้แม่ เขาคงอยากให้แฮมิลตันเป็นสปอนเซอร์ในการหาเสียงสมัยหน้า”

“คุณพ่อก็ว่าแบบนี้ ถึงได้ต้องไปพบให้รู้กันไปเลยชัดๆ ว่าวาระซ่อนเร้นของเขาเป็นอย่างไร และเราจะวางตัวเองแบบไหน”

เหมราชผ่อนหลังพิงพนักโซฟา แต่ใบหน้านั้นซีเรียสจริงจัง เขาไม่ชอบการเมือง แต่ความที่อยู่ตรงจุดนี้ทำให้ชายหนุ่มต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับนักการเมืองมากหน้าหลายตาในหลายประเทศด้วยซํ้า สิ่งที่ทำได้คือต้องรักษาจุดยืนของตนเองให้ดี ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรเถรตรงมากเพราะเป็นการสร้างศัตรู เป็นจุดที่อยู่ยากแต่ก็ต้องทำให้สมดุลที่สุด 

“ถูกครับ ก็ต้องไปให้รู้ สำหรับภาพลักษณ์ที่เราเห็นตอนนี้ มิสเตอร์ฟอสเตอร์ดูโอเคกว่าประธานาธิบดีคนปัจจุบันในทางนโยบายด้านสังคมสงเคราะห์และเรื่องมนุษยธรรม ประวัติดีไม่มีเรื่องเสื่อมเสียอะไร ถ้าเขาเป็นคนดี ก็เท่ากับว่าเราสนับสนุนคนดีให้บริหารประเทศ ก็คงดีกว่าเอาเงินไปละลายกับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่เกิดประโยชน์กับส่วนรวม” 

มาดามแฮมิลตันยิ้มก่อนจับแก้มสากๆ ของคนเป็นลูกอย่างแสนรัก โรเบิร์ตกับเธอเลี้ยงลูกทุกคนด้วยการปลูกฝังจริยธรรมในการดำเนินชีวิตและการทำงานมาให้ตั้งแต่อ้อนแต่ออก พวกเขาเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์และฐานะทางสังคม มีโอกาสที่จะหลงระเริงและเตลิดเสียคนได้ง่ายดาย พ่อแม่จึงตอกย้ำทุกวันให้เข้าเส้นเลือดว่าความมั่งมีไม่อาจจีรังหากไม่รู้จักเป็น ‘ผู้ให้’ ทุกก้าวของแฮมิลตันต้องสุจริตและสง่างาม ถ้าพวกเขายืนหยัดอยู่ข้างความดีและความถูกต้อง แฮมิลตันจะยืนอยู่ได้บนทุกที่ในโลก 

“เพราะเฮคเตอร์เป็นแบบนี้ แม่จะรักคนอื่นมากกว่าลูกได้อย่างไร” คุณนายหยอดคำหวานก่อนกระซิบบอกอีกหนึ่งข้อมูล “ลูกสาวมิสเตอร์ฟอสเตอร์ สวยและไปรไฟล์ดีมาก ไปรู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายนะลูก”

“โอ๊ย มาดาม !” ลูกชายทำหน้าเบื่อหน่ายเมื่อสุดท้ายก็วกเข้าเรื่อง ‘จับคู่’ อีกจนได้ กรณ์อยากหัวเราะดังๆ แต่ก็เกรงใจผู้ใหญ่

“เฮคเตอร์ ลูกอายุสามสิบสี่แล้ว น้องสองคนเป็นฝั่งเป็นฝาไปหมด ลูกพี่ลูกน้องอย่างเซบาสเตียนก็แต่งไปแล้ว ถึงลูกจะยังสนุกกับการทำงานแต่แฮมิลตันก็จำเป็นต้องมีนายหญิงดีๆ เก่งๆ มาช่วยกันดูแลในอนาคตนะลูก”

ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มาดามพยายามแนะนำ ‘ผู้หญิงดีๆ’ ให้ลูกชายคนโต ทั้งที่รู้ว่าคุณชายใหญ่แห่งบ้านแฮมิลตันเป็นหนุ่มสลาตันที่บ้้างาน ไม่ใช่พวกเจ้าชู้ประตูดิน ถึงสาวๆ จะหมายปองเขากันทั้งเมืองแต่เหมราชไม่เคยมองเรื่อง ‘รัก’ เป็นสารัตถะของชีวิต

“เดี๋ยว...ทำหน้าเซ็งโลกแบบนี้ แอบคบกับใครอยู่หรือเปล่า ชอบผู้ชาย ? หรือมีสาวในใจอยู่แล้ว ? บอกแม่มาตรงๆ แม่เป็นแม่สมัยใหม่ลูกก็รู้ รับได้ทุกอย่าง กรณ์...” ดูแม่เขายิงคำถามเสียก่อน ! แต่สุดท้ายพอคาดคั้นอะไรจากลูกไม่ได้ คุณนายก็มีอันต้องหันไปหาคนสนิทที่พร้อมจะคายความลับทุกอย่างให้เธอได้ฟัง

“เอ่อ…” กรณ์อึกอัก เรื่องนี้กรณ์เองก็ไม่กล้าเสี่ยงจะปากโป้ง เพราะดวงตาที่มีลุกไฟยักษ์ของเจ้านายกำลังมองถลึงใส่เขา

“ไม่มีทั้งนั้นล่ะครับแม่ !” ลูกชายตัดบทฉับ “โอเคๆ เย็นนี้เราจะไปดินเนอร์กันกับว่าที่ประธานาธิบดี ส่วนเรื่องอื่นหลังจากนี้ก็ค่อยมาว่ากันอีกทีแล้วกันครับ” 


“ดีใจจริง ที่ได้ต้อนรับพวกคุณทุกคน ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก” รัฐมนตรีต่างประเทศ เกล็น ฟอสเตอร์ กระชับมือแน่นกับท่านประธานใหญ่แห่งแฮมิลตันกรุ๊ป โรเบิร์ต แฮมิลตัน ยิ้มรับอย่างสุภาพก่อนแนะนำภรรยาและลูกชายคนโตอย่างเป็นทางการ

“ผมต้องเป็นฝ่ายพูดคำนี้มากกว่าครับ ขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีให้เกียรติกับครอบครัวของเรา บ้านสวยมากเลยครับ” เซฟเฮาส์ของรัฐมนตรีอยู่ในเขตลองไอส์แลนด์ในรัฐนิวยอร์ก เป็นบ้านเดี่ยวมีบริเวณแต่ก็ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าจนดูโอเวอร์ เรียกได้ว่าสมแก่ฐานะและตำแหน่งหน้าที่ เหมราชจับมือกับเจ้าของบ้านเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนสายตาจะเลื่อนปะทะกับสาวสวยที่เขาเพิ่งตัดสัมพันธ์ไปเมื่อตอนสาย เชอร์ลีน ฟอสเตอร์ ยกยิ้มที่มุมปากในท่าทีที่บ่งบอกถึงชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ของเธอในวันนี้ 

“เรียกเกล็นเถอะ เราไม่ใช่คนห่างไกลอะไรกันเลย นิวยอร์กเกอร์ด้วยกันแท้ๆ นี่มาเรียมภรรยาผม นี่เชอร์ลีน ลูกสาวคนเดียวของเรา ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้...” 

เหมราชหันมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ถัดจากเชอร์ลีน ฟอสเตอร์ แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง

“โอ๊ะ” 

สองหนุ่มดูตกใจที่เห็นหน้าของอีกคน ทำเอาท่านรัฐมนตรีฉงน

“นี่พวกเธอรู้จักกันรึ”

หนุ่มสายเลือดเอเชียหันบอกเจ้าของบ้านด้วยความตื่นเต้นดีใจ “โดยบังเอิญครับคุณอา เมื่อตอนกลางวันผมโดนมิจฉาชีพพยายามวิ่งราวโทรศัพท์ แต่คุณแฮมิลตันมาช่วยจัดการเจ้าโจรแล้วเอามือถือมาคืนให้” 

ครอบครัวฟอสเตอร์ทั้งสามชีวิตมองแขกพิเศษอย่างทึ่งๆ ต่างเซอร์ไพรส์ในความบังเอิญนี้ ก่อนจะเชื้อเชิญกันไปที่ห้องอาหาร 

‘ภวันติ พลเทวาเป็นลูกชายคนเดียวของท่านประธานาธิบดี ปารัช พลเทวา แห่งรัฐคีราลัย’ นี่คือข้อมูลที่กรณ์บอกเหมราชตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน เขาแปลกใจเล็กน้อยที่พ่อหนุ่มลุคธรรมดาๆ คนนี้เป็นถึงลูกชายประธานาธิบดี แต่ก็นั่นล่ะ เขาไม่ใช่พวกตื่นเต้นกับคนใหญ่คนโต ก็แวดล้อมด้วยคนเหล่านี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ก็ยังเก็บนามบัตรของภวันติคนนี้ไว้ ‘เผื่อ’ ได้ใช้ในภายหน้า ในขณะที่นามบัตรของเชอร์ลีนนั้นเขาโยนทิ้งไปที่ไหนตอนไหนก็จำไม่ได้เสียแล้ว 

“ภวันติเป็นลูกชายคนเดียวของประธานาธิบดี ปารัช พลเทวา แห่งรัฐคีราลัย” รัฐมนตรีฟอสเตอร์แนะนำเขาอย่างเต็มยศอีกครั้ง มองลูกเพื่อนอย่างภูมิใจราวกับเป็นลูกชายอีกคนขณะที่ทุกคนนั่งโต๊ะเรียบร้อย ”ผมกับพ่อของเขาเป็นเพื่อนรักกันมากตั้งแต่สมัยเรียน ปารัชส่งภวันมาเรียนหนังสือที่อเมริกาตั้งแต่มัธยมปลาย ฝากให้ผมดูแล จนตอนนี้เขาจบปริญญาโทรัฐศาสตร์การทูตเรียบร้อย พ่อเขาเลยให้ฝึกงานต่ออยู่กับผมที่กระทรวงอีกปี นี่ก็จวนจะกลับประเทศแล้ว ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปเหมือนกันนะ”

“ประชาชนอาจไม่เลือกผมก็ได้ครับคุณอา” ลูกชายประธานาธิบดีพูดอย่างถ่อมตน

“ไม่เลือกภวันแล้วจะเลือกใครที่ไหน ไม่มีใครเหมาะสมเท่าหลานหรอก” 

“คีราลัย...” เหมราชทวนชื่อนั้นราวกับสัมผัสได้ถึงลมหนาวแห่งหิมาลัยกำลังลอยฟุ้งในห้องอาหารที่เปิดฮีตเตอร์อุ่นจัด

“ประเทศของเราเป็นประเทศเล็กๆ คุณคงไม่เคยได้ยินชื่อ”

“เป็นรัฐเล็กๆ แต่งดงามมากเพราะอยู่ในแนวเทือกเขาหิมาลัย อุดมไปด้วยภูเขาหิมะ แร่ธาตุ ทะเลสาบ ลำธาร ป่าสน มีศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ คีราลัยไม่ใช่จีน ไม่ใช่อินเดีย ไม่ใช่ทั้งสิกขิมหรือภูฏาน แต่สืบเชื้อสายดั้งเดิมจากคนภูเขาหลายเผ่า รวมพลรวมดินแดนลงหลักปักฐานกันจนสร้างอาณาเขตให้ปรากฏบนแผนที่โลกได้สำเร็จ ผมไม่เคยไปที่นั่น แต่ข้อมูลของผม...ถูกต้องใช่ไหมครับคุณภวันติ”

ภวันติฟังอย่างอึ้งๆ รู้สึกดีขึ้นไปอีกที่คนอเมริกันจะรู้จักประเทศที่มีประชากรไม่ถึงหนึ่งล้านคน และไม่มีบทบาทสำคัญใดๆ ต่อความเป็นไปของโลก

“ถูกทุกคำเลยครับ สมแล้วที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแฮมิลตัน รอบรู้จริงๆ” 

“มิสเตอร์แฮมิลตันต้องเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละประเทศในโลกนี้เอาไว้ เพราะต้องใช้เป็นข้อมูลในการขยายฐานธุรกิจสินะคะ” หญิงสาวผู้อ่อนวัยที่สุดในห้องนั้นกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม เหมราชหันไปมองเธอเป็นครั้งแรกตั้งแต่มานั่งลงที่โต๊ะอาหาร เชอร์ลีน ฟอสเตอร์ พูดต่อ

“เขาว่ากันว่า ถ้าเฮคเตอร์ แฮมิลตัน เหยียบและอยู่บนผืนดินตรงไหนเกินสองชั่วโมง อีกไม่เกินสองปี ที่ตรงนั้นจะกลายเป็นของแฮมิลตัน”

“มิสฟอสเตอร์พูดเหมือนผมเป็นพวกกระหายอาณานิคมในยุคโบราณ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มตอบกลับเธออย่างสุภาพและยังคงระยะห่างเอาไว้ได้ ส่วนมิสเตอร์และมาดามแฮมิลตันลอบมองหน้ากัน ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขา ‘ว่ากันว่า’ ดี

“เฮคเตอร์เคยศึกษาข้อมูลของคีราลัย สนใจไปทำธุรกิจที่นั่นหรือ” ท่านรัฐมนตรีจุดประเด็นสนทนาอีกครั้งเมื่อสตาร์ตเตอร์จานแรกถูกวางลงตรงหน้าของทุกคน

“เคยคิดครับ ตัวเลขการท่องเที่ยวของคีราลัยเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี เป็นสวรรค์ของนักปีนเขาและนักชมธรรมชาติ ถ้าไปสร้างโรงแรมเล็กๆ แต่ได้มาตรฐานเอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวบ้างก็คงไม่เลว แต่ต้องยอมรับว่าภูมิประเทศของคีราลัยเป็นปัญหากับระบบโลจิสติกส์ พื้นที่เป็นเขาสูงยากต่อการเข้าถึง สนามบินก็มีเพียงสนามบินทหารเล็กๆ แห่งเดียว โปรเจ็กต์ก็เลยยังไม่ได้คืบหน้าครับ จริงๆ แล้ว เรารู้จักคีราลัยน้อยมาก ถ้าจะทำธุรกิจจริงๆ คงต้องศึกษากันให้ถ่องแท้ยิ่งกว่านี้มาก”

ภวันติอธิบายเพิ่มเมื่อประเด็นสนทนาอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดที่เขารู้ดีที่สุด “คีราลัยตอนนี้กำลังเปิดประเทศรับวัฒนธรรมตะวันตก พฤติกรรมของประชาชนก็ค่อยๆ ปรับตัวให้รับอะไรใหม่ๆ อยู่ครับ อังกฤษเคยพยายามเข้ามาหมายจะยึดคีราลัยอยู่ในช่วงที่เรายังมีกษัตริย์ปกครองประเทศ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ลงนามสนธิสัญญากัน เรารักษาคีราลัยให้เป็นราชรัฐอิสระในตอนนั้นไม่ต้องขึ้นกับอังกฤษ แต่เราต้องเสียสิทธิบางอย่างให้เขาเข้าไปหาผลประโยชน์ได้โดยเฉพาะเรื่องการทำเหมือง ซึ่งก็ได้ทั้งผลดีผลเสีย เราได้สาธารณูปโภค เทคโนโลยีสมัยใหม่ การแต่งกาย การศึกษา แต่เราก็ต้องเสียทรัพยากร และสูญเสียอัตลักษณ์ของชาติไปเยอะ ไม่ว่าจะเรื่องศาสนา การเมืองและสังคม”

“ก็ยังถือว่าโชคดี ที่คุณยังมีกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาพาชาติให้รอดพ้นภัยจากการล่าอาณานิคมไปได้ อาจต้องยอมเสียบ้าง ไม่อย่างนั้น คีราลัยอาจไม่เหลืออะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติมาถึงตอนนี้ได้เลย” เหมราชพูดเรียบๆ ในขณะที่เชอร์ลีนลอบมองสองหนุ่มที่กำลังคุยกันออกรสอย่างจับสังเกต

“ครับ...กษัตริย์ยังคงเป็นที่พูดถึงเสมอในคีราลัย แม้ตอนนี้เราจะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากราชาธิปไตยเป็นประชาธิปไตยมาสิบกว่าปีแล้ว”

“ทุกพื้นที่ในโลกย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงครับคุณภวันติ ระบอบกษัตริย์อ่อนไหวและเปราะบางขึ้นในยุคสมัยนี้ ยุคที่คนมองเห็นพระราชาเป็นเพียงบุคคลที่อยู่ในนิทานเด็ก ยุคที่คนคลั่งไคล้แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมและปฏิเสธความเชื่อเรื่องกษัตริย์เป็นสมมติเทพ ยุคที่เราตรวจสอบความเป็นไปของทั้งโลกได้ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีด้วยปลายนิ้ว กษัตริย์เองก็ต้องปรับตัวและบทบาทหน้าที่ของตนเองเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ขออภัยที่ต้องถาม ผมไม่ได้ศึกษาละเอียดไปจนถึงการปกครองในยุคนั้น ไม่ทราบว่า ทำไมถึงต้องเปลี่ยนแปลงการปกครอง”

บุตรชายประธานาธิบดีแห่งคีราลัยหน้านิ่งลงไปเมื่อเจอคำถาม 

“ที่เราจำเป็นต้องยุติระบอบกษัตริย์ เพราะเกิดการสังหารหมู่ภายในราชวงศ์กันเองครับ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดของชาติเรา ไม่มีพระราชวงศ์พระองค์ใดที่เหลือรอดขึ้นมาสืบทอดราชบัลลังก์ได้เลย องคมนตรีจึงต้องขอประชามติจากประชาชน เปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศ การเลือกตั้งจึงเกิดขึ้นและพ่อผมก็ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกมาจนถึงตอนนี้” 

ทั้งโต๊ะเริ่มเงียบและตั้งใจฟังโศกนาฏกรรมแห่งคีราลัยจากปากของผู้ร่วมเหตุการณ์ แม้ตอนนั้นเขาจะยังเด็กมากก็ตาม

“เจ้าชายทัตตกร พระอนุชาแห่งสมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทร ลงมือสังหารทั้งกษัตริย์ ราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยยาพิษในขณะที่ทุกพระองค์อยู่กันพร้อมหน้าในห้องเสวยในวันครบรอบพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาศิขเรนทรและพระราชินีศรุตา เป็นยาพิษที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน หากออกฤทธิ์เร็วและเฉียบขาดนัก ในเวลาเดียวกันตำหนักพระสนมของกษัตริย์ก็เกิดไฟลุกไหม้จนวายวอดทั้งหลัง และแน่นอน ทั้งพระสนมและพระโอรสธิดาทั้งองค์ใหญ่องค์เล็กที่เกิดจากพระชายาองค์อื่นๆ ของกษัตริย์ก็สิ้นพระชนม์หมดสิ้นในกองเพลิง บ่งบอกว่าเจ้าชายทัตตกรทรงวางแผนการสังหารนี้มาอย่างดี แต่เราก็ไม่อาจทราบได้หรอกครับว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของเจ้าชายคืออะไร เพราะหลังจากนั้นไม่กี่นาทีเจ้าชายก็ทรงปลิดพระชนม์ชีพพระองค์เองด้วยอาวุธปืน มีแค่สมมติฐานที่คาดเดากันต่อมาว่าอาจเป็นเพราะเจ้าชายทรงฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ขั้นรุนแรงจนโดนล้างสมอง เพราะชันสูตรแล้วก็พบว่าในพระศพของท่านมีสารเสพติดบางชนิดซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหลงผิด”

เหมราชนิ่งฟังอย่างสนใจจนแทบไม่แตะอาหารตรงหน้า นึกภาพตามแล้วก็เวทนาในชะตากรรมแห่งมนุษย์ เป็นถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินแต่มัจจุราชก็ยังไปหยิบยื่นความตายให้ได้ถึงในพระราชวังไม่เว้นแม้แต่เจ้านายวัยเยาว์

“ไม่มี...ใครเหลือรอดเลยหรือครับ” ชายหนุ่มถามอีกครั้งอย่างสะเทือนใจ

“ไม่มีครับ ราชวงศ์ดารัณวัตแห่งคีราลัยสิ้นพระชนม์ในคืนนั้น...ทุกพระองค์ 


———————————

*บุษราณี เฟลอร์ แฮมิลตัน & วิคเตอร์ นอร์แมน - จากเรื่องเสียงหัวใจแห่งสายลม

*นายสัตวแพทย์ อนิลราช & อัณณวาตี แฮมิลตัน - จากเรื่องเสียงหัวใจแห่งสายลม




———————————

มาต่อให้จบบทค่า เปิดบทแรกด้วยการรู้จักเฮคเตอร์กันยาวๆ รวมถึงคีราลัยแบบเล็กๆ น้อยๆ ด้วยค่ะ

(ว่าแต่ทำไมระหว่างภวันติกับพี่เฮค มีความสัมผัสได้ถึงความวาย 5555 ไม่รู้นะคะ ต้องลุ้นต่อไป)

ขอบคุณผู้อ่านที่แวะเวียนมาคอมเมนต์และกด fav ไว้นะคะ บอกไม่ได้จริงๆ ว่าจะอัพได้ตอนไหนอย่างไรแน่

เป็นไปถามฤกษ์สะดวกของผู้เขียนล้วนๆ ต้องขออภัยจริงๆ แต่รับรองว่าทุกเรื่องเขียนจบ ไม่เทคนอ่านนะคะ

แต่จะใช้เวลามากหน่อย เพราะงานหลวงโหดร้ายมาก 555 

แถมเรื่องพี่เฮคนี่ก็งานยากรายละเอียดมากต้องขอเวลาย่อยข้อมูลนิดนึงด้วยค่า

Clair de Lune

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #640 maymaymayy (@maymaymayy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:01
    ทำไมมีsenseว่านางเอกต้องเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดแน่ๆ555
    #640
    0
  2. #361 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 23:03
    การทำงานแบบ HHH ต้องแม่นยำและรู้ลึกรู้จริง
    #361
    0
  3. #196 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:39
    ทริปเปิ้ลเอช เรา ช่างฉลาดจริงๆเลย
    #196
    0
  4. #72 NonyPai (@nthinkam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 17:01
    นางเอกน่าจะไม่งี่เง่า รอค่ะ
    #72
    0
  5. #71 ingnon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 15:44
    กรี๊ดดดด รอมานานค่ะHHHคนนี้ ชั้นรักเค้า ชั้นจองเค้ามาตั้งนานแล้ว 555555

    แค่เปิดเรื่องก้สนุกแล้ว สมกับเป็นนิยายของคุณแคลร์ค่ะ

    เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
    #71
    0
  6. #70 sumimaew (@sumimaew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:38
    เพิ่งกลับจากเนปาลมา อ่านเรื่องโศกนาฎกรรมของคิราลัย นึกถึงราชวงศ์กษัตริย์ที่จบสิ้นของเนปาลเลย
    #70
    0
  7. #69 natda9 (@natda9) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:45
    ติดตามอยู่นะคะ เปิดมาก็สนุกเลย
    #69
    0
  8. #68 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 11:34
    รอติดตามผลงานเรื่อยๆนะคะ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอค่ะ
    #68
    0
  9. #67 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 07:02
    ชอบนิยายของไรท์ทุกเรื่องเลยค่ะ สู้ ๆ ค่ะไรท์
    #67
    0
  10. #66 พรรณวดี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:00
    สู้ๆค่ะคุณ Claire
    #66
    0
  11. #65 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:26
    ตามมาทุกเรื่อง มาถึงพี่ชายคนโต ที่ยังโสด สุดท้าย ยิ่งตาม ทุกเรื่องสนุกมากค่ะ รอนะคะ ขอบคุณค่ะ
    #65
    1
    • #65-1 บราวนี่แฟนคลับ (จากตอนที่ 2)
      21 มกราคม 2561 / 00:03
      ยังเหลือ โดมินิค กับ แมคซิมัส อีก 2 คนค่ะ (ที่ขายออกและเกือบออกแล้ว มี 3 คน พี่วินด์ กับเซบาสเตียน-แล้ว เรื่องนี้ เฮคเตอร์-เกือบ)
      #65-1
  12. #64 gigkik (@gikgik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 12:39
    เปิดเรื่องก็สนุกมากแล้วค๊าา น่ารักๆๆ
    #64
    0
  13. #63 gigkik (@gikgik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 12:39
    เปิดเรื่องก็สนุกมากแล้วค๊าา น่ารักๆๆ
    #63
    0
  14. วันที่ 5 มกราคม 2561 / 11:23
    เก็ตถวาจะเป็นเจ้าหญิงที่รอดจากศิราลัยหรือเปล่า
    #62
    1
  15. #61 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 08:27
    ขอบคุณค่ะ.... สำหรับพี่ชาย HHH
    #61
    0
  16. #60 salinee2509 (@salinee2509) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 07:22
    รออย่างใจจดใจจ่อค่า
    #60
    0
  17. #59 Pachara Prasongdee (@ptumka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 06:04
    รอและรอ ดีใจค่ะที่ได้อ่าน
    #59
    0
  18. #58 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 01:33
    ดีใจ ได้อ่าน เพิ่มสักที
    #58
    0
  19. #57 ChanidaWangwaew (@ChanidaWangwaew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 00:23
    ดีใจจจจจจจจจจ
    #57
    0
  20. #54 FC T.O.P (@em19shn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:55
    โอ้ยยยย คิดถึงเหมราชแล้วค่าาา ยังรอนะค้าไรท์
    #54
    0
  21. #52 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 09:15
    รับพี่บาสมาอ่านแล้วเรียบร้อยค่ะ สนุกมากเลย


    พี่เฮคก็เริ่มได้สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามต่อนะคะ
    #52
    0
  22. #50 SparkleRiver (@samie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 23:22
    มานอนรอ นั่งรอค่ะ คิดถึงพี่เฮค คิดถึงพี่แคลร์ รอร๊อรอ :-*
    #50
    0
  23. #49 bjitra (@bjitra) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 15:41
    รอเล่มที่ 6 นะคะ อยากได้หนังสือแล้วค่ะ ชอบที่สุดเลย ตามหมดนะคะ
    #49
    0
  24. #47 kanokorn_p (@kanokorn_p) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:04
    ชอบมากค่าาาา อัพไวๆนะคะ
    ติดตามจะครบทุกเรื่องแล้วในชุดนี้
    สู้ๆค่า 
    #47
    0
  25. #45 ืีnuii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 15:33
    ชอบมากเลยตั้งเริ่มเรื่อง มาบ่อยๆนะคะ มีครบทุกเล่มแล้ว รอสอย สุดเส้นแสงเงา
    #45
    0