สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 133,852 Views

  • 1,158 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,446

    Overall
    133,852

ตอนที่ 13 : Chapter 7 (2) : จุดตัดที่บรรจบ | Intersection [75%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    9 มี.ค. 61


สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 7 (2)

จุดตัดที่บรรจบ | Intersection


        “ยินดีที่ได้พบ...คุณ...เพียงดิน        

        “เป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับครับ...ท่าน” เสียงตอบราบเรียบ รอยยิ้มสุภาพตามมารยาทสากลแต่มีแววท้าทายบางอย่างอยู่ในนั้น เพียงดินหันไปจับมือกับภวันติเป็นรายต่อไป ลูกชายของปารัชยิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตร สะท้อนถึงจิตใจที่ยังไร้มลทินของเขา เพียงดินยิ้มรับก่อนจะหุบลงทันควันเมื่อเหมราชเดินเข้ามาแทนที่

“สวัสดีคุณเพียงดิน ดีใจที่ได้พบกันอีก” เหมราชส่งมือให้พ่อหนุ่มรุ่นน้องรอเช็กแฮนด์ ยกยิ้มอย่างกวนประสาท เพียงดินดื้อแพ่งไม่ยอมยื่นมาจับด้วยแต่กลับพูดเบาๆ แบบได้ยินกันสองคน

“ตามติดท่านประธานาธิบดีอย่างกับร่างทรงเชียวนะ ท่าน ‘ที่ปรึกษา’ เป็นไงล่ะ ได้ถนนมากี่สาย ได้โรงแรมมากี่แห่ง ได้สัมปทานเหมืองอะไรในคีราลัยไปแล้วบ้าง” เจ้าของไร่มอกกำปอแขวะขึ้นอย่างอดไม่ได้ ท่านที่ปรึกษาหัวเราะชอบใจ ปล่อยผ่านความตีรวนของเด็กหนุ่มใจร้อนด้วยการเร่งให้เขาไปปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

“อย่ามัวแต่จะมากัดผมอยู่เลยเพียงดิน ท่านประธานาธิบดีรอท่านนักวิชาการเกษตรอยู่นะ”  

เพียงดินก้าวขึ้นไปเดินเคียงข้างเพื่อพาอาคันตุกะเดินชมแปลงเกษตรต่างๆ 

“จากสนามบินเชียงใหม่มาถึงที่นี่ ราบรื่นดีใช่ไหมครับท่าน” นักวิชาการเกษตรหนุ่มเริ่มงานด้วยการตั้งคำถามกับประธานาธิบดี ปารัชพยักหน้าอย่างไม่ใคร่เข้าใจนัก

“ก็ดี แต่ก็ยังนั่งรถหลายชั่วโมงอยู่ทีเดียวนะ ทำไมหรือคุณเพียงดิน” 

“ในยุคสมัยที่ทุกสิ่งเจริญก้าวหน้า มีสนามบิน มีถนน มีรถยนต์สมรรถนะดีเลิศ หนทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดกว่าจะมาถึงที่นี่ก็ยังใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ครั้งหนึ่งในอดีต ในวันที่ไม่มีทางถนนแบบนี้ ในวันที่ที่นี่ยังมีแต่ฝุ่นดินแดง ต้นไม้แห้งๆ ภูเขาหัวโล้น ประชาชนแร้นแค้นและสิ้นหวัง หากมีพระราชาพระองค์หนึ่ง...เสด็จมาถึง...”

ชายหนุ่มเริ่มบรรยายความเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงรื่นหู ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าแม้จะเคยบรรยายสิ่งเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เพียงดินก็ยังอิ่มเอิบใจทุกครั้งที่ได้พูดและได้เล่า

“ชาวบ้านที่นี่ถางภูเขาแล้วปลูกฝิ่นกันแพร่หลาย ทำไร่เลื่อนลอย ผืนป่ารอบๆ ถูกทำลายจนเสื่อมโทรม เป็นแหล่งทุรกันดารที่เข้าถึงยากและขาดแคลนสาธารณูปโภค ปัญหาที่เกิดขึ้นที่แม่ลาน้อยรู้ไปถึงพระเจ้าอยู่หัว ท่านจึงได้เสด็จมาที่นี่ด้วยพระองค์เองแม้หนทางจะลำบากมาก ทางรถยังเข้าไม่ถึง ฮ.พระที่นั่งก็มาจอดลงบนยอดเขาด้านโน้น...” เพียงดินชี้ให้ดูยอดเขาที่เห็นอยู่ลิบๆ “จากเฮลิคอปเตอร์ ในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาททั้งสองข้าง ไม่มีลาดพระบาท ในพระหัตถ์มีแผนที่และกล้องถ่ายรูป บุกป่าฝ่าดงเพื่อมาหาราษฎรของพระองค์เพื่อจะค้นหาทางแก้ไขปัญหาและพลิกฟื้นผืนดินที่ไร้ชีวิตให้กลับมาทำประโยชน์ได้”

คณะผู้มาเยือนจากคีราลัยเดินตามเพียงดินมาจนถึงเนินสวยที่มองลงไปเห็นนาขั้นบันไดที่ลดหลั่น แม้จะไม่มีต้นข้าวใดเติบโตในเดือนมีนาคมเช่นนี้ แต่ผืนดินในหุบที่มีชาวนากำลังเตรียมดินและถางวัชพืชกันอย่างขะมักเม้น ท้องนาโอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวชอุ่มและบ้านเรือนขนาดพออยู่ของชาวบ้านที่แทรกตัวอยู่ตามไหล่เขาก็สะท้อนถึง ‘ชีวิต’ ที่พลิกฟื้นได้จริงๆ

“บนผืนดินในบริเวณที่ท่านเห็นอยู่ทั้งหมดนี้รวมไปถึงหมู่บ้านโดยรอบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยเสด็จมาถึง และพระราชดำเนินสำรวจจนทั่ว ทรงสำรวจทั้งดิน ทั้งน้ำ ทั้งความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทรงแนะให้ชาวบ้านลองปลูกข้าว แต่ชาวบ้านก็ยากจนเหลือเกิน ไม่มีเงินแม้จะซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ท่านจึงได้ก่อตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลกขึ้นมาที่นี่”

“ธนาคารข้าว ?” ภวันติเริ่มสนใจจริงจัง เพียงดินยิ้ม

“ธนาคารข้าวก็คือการทำโครงการให้ชาวบ้านยืมเมล็ดข้าวไปปลูกก่อนครับ เมื่อออกผลแล้วก็ค่อยมาคืน ส่วนที่เหลือก็ไว้กินในครัวเรือนหรือขายต่อกันไป” 

แขกผู้มาเยือนพยักหน้ารับ ทุกคนสนใจสิ่งที่เพียงดินกำลังอธิบายจนมองเขาเป็นตาเดียว เหมราช แฮมิลตัน ยิ้มอย่างพอใจในความเอาการเอางานของเกษตรกรผู้ทุ่มเท ที่วันนี้เพียงดินได้แสดงให้ทริปเปิลเอชได้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้ทำเป็นแค่หัวรั้นไปวันๆ ปารัชเองแม้จะพยายามทำตัวเป็นปกติแต่ก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองพ่อหนุ่มที่ถูกส่งมาบรรยายด้วยดวงตาจับสังเกต

เพียงดินมีผมสีดำสนิท ตัวสูง ท่าทางองอาจถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามีความยะโสเล็กๆ อยู่ในนั้น เพียงดินผู้มีดวงตาคมแบบนกอินทรีเฉกเดียวกับอดีตกษัตริย์ผู้วายชนม์แห่งคีราลัย...ศิขเรนทร 

เสียงบรรยายของเพียงดินค่อยๆ หายไปในห้วงคิดของปารัช พลเทวา ภาพในความทรงจำเมื่อครั้งอดีตผุดพรายขึ้นมาแทนที่ ในวันนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทรพาเขาและเวศินผู้ดำรงตำแหน่งราชเลขาธิการในพระองค์เดินดูโครงการนำร่องการปลูกส้มในหมู่บ้านอมาร์ ไม่ไกลจากเมืองหลวงอันชุลนัก แสงจากท้องฟ้าสีฟ้าใสสะท้อนลงบนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ อมาร์อยู่ต่ำลงมา มีธารน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งไหลผ่านก่อให้เกิดพื้นที่เพาะปลูกที่ได้คุณภาพตลอดปี

สายพระเนตรของศิขเรนทรทอดไกลไปยังภูเขาสลับซับซ้อนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ ในพระหัตถ์มีผลส้มพันธุ์ซัตซูม่าที่เด็กชาวบ้านนำมาถวาย

“การเกษตรคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประชาชนของฉันยืนด้วยขาของตัวเองได้ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้ถึงเมื่อไร”

ราชเลขาฯ ทั้งสองมองหน้ากัน กษัตริย์ทรงวิตกเรื่องนี้อยู่ตลอด ทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นปัจจัยภัยนอก และปัจจัยภายในประเทศเรื่องการ ‘ต่อต้านระบอบกษัตริย์’ จากพวกหัวก้าวหน้าที่นับวันจะมีบทบาทมากขึ้นในสังคมเมืองของคีราลัย คำว่า ‘อยู่ไปได้’ ของกษัตริย์ที่ตรัสออกมา ไม่ได้กินความถึงแค่เรื่องของพระชนมายุที่มากขึ้นของพระองค์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความไม่แน่ใจในความมั่นคงของ ‘ระบอบ’ ด้วย ปารัชนิ่งเงียบไป หากเวศินแย้งขึ้นมา

“ฝ่าพระบาทตรัสอะไรเช่นนั้น ราชวงศ์ดารัณวัตยังต้องอยู่คู่คีราลัยอีกตราบนานเท่านาน ทรงมีพระราชโอรสพระราชธิดาหลายพระองค์ แต่ละพระองค์ล้วนพระปรีชา เป็นกำลังหลักของชาติได้อีกนานพะยะค่ะ”

“เป็นเรื่องที่นับว่าเป็นความโชคดีของฉัน” ศิขเรนทรแย้มพระสรวล หากพระเนตรก็ยังฉายแววกังวล 

“ห่วงก็แต่เจ้าแฝดเล็ก ลูกหลงแท้ๆ มาลตีแม่เขาก็สันโดษเหลือเกิน ให้ยศให้ศักดิ์อะไรก็ไม่รับเลยสักอย่าง ไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีพรรคพวก เป็นคนต่างชาติต่างศาสนาอีก กลัวแต่คนอื่นๆ จะมารังแก”

พระสนมมาลตีได้พระทัยรักของศิขเรนทรไปอย่างล้นเหลือแบบไม่มีใครเทียบเคียง พระองค์หันพระพักตร์เพื่อทอดพระเนตรราชเลขาฯ คนสนิททั้งสองที่พระองค์ไว้พระทัยที่สุด

“ถ้าฉันเป็นอะไรไปก่อนที่ ‘ดล’ กับ ‘กาล’ จะโต ฝากลูกๆ ฉันด้วยนะ...เวศิน ปารัช” 

เวศินรวบรวมความกล้าแย้งสมเด็จพระราชาธิบดีไปอีกหลายประโยคเพื่อไม่ให้ตรัสสิ่งใดที่เป็นลางแบบนั้น หาก ปารัช พลเทวา ไม่เอ่ยอะไรแม้คำเดียว แต่ดวงเนตรของกษัตริย์ที่จ้องมองเขายังสลักแน่นไม่อาจลบไปจากสมอง เสียงบรรยายของเพียงดิน สุคนธ์พิสุทธิ์ ที่ดังขึ้นกระชากท่านผู้นำกลับมาสู่นาทีปัจจุบัน

“ระบบชลประทานสมัยนั้นยังไม่มีการใช้เครื่องจักรหรือท่อพีวีซีอะไรแพร่หลาย พระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทรงสอนให้ใช้ไม้ไผ่เจาะรูแล้วต่อน้ำลงมาจากภูเขา ทรงย้ำเหลือเกินถึงเรื่องน้ำและป่า จนมีชาวบ้านคนหนึ่งในสมัยนั้น เชื่อคำในหลวงเดินเข้าป่าด้วยจอบเพียงด้ามเดียวแล้วพยายามขุดบ่อน้ำขึ้นมาให้ได้ ตอนนั้นทุกคนก็ไม่เข้าใจ ต่างคิดว่าทั้งฝนและน้ำในป่าน่าจะมีใช้เพียงพอแล้ว คุณตาท่านนั้นใช้เวลาถึงเก้าปีในการขุดบ่อน้ำ ดินถล่มก็ขุดใหม่ด้วยความอุตสาหะ จนกระทั่งได้บ่อน้ำในหมู่บ้านขึ้นมาจนได้ หลังจากนั้นภัยแล้งก็มาเยือน และหมู่บ้านก็อยู่รอดได้ด้วยบ่อน้ำบ่อนี้จริงๆ คุณจะเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวของเราท่านไม่ได้ ‘ให้’ เพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้าฉาบฉวย แต่สิ่งที่ท่านให้คืออาชีพและองค์ความรู้ที่จะทำให้พสกนิกรของท่านได้เรียนรู้ ได้เลี้ยงตัวเองและพัฒนาชุมชนให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน”

เพียงดินนำคณะทั้งหมดขึ้นรถมาถึงไร่กาแฟพันธุ์อะราบิก้าที่หมู่บ้านห้วยห้อม และทุกคนล้วนได้ลองชิมกาแฟสดหอมกรุ่นจากไร่

“ในหลวงเสด็จกลับมาก่อตั้งโครงการหลวงแม่ลาน้อยขึ้นในปี พ.ศ. 2522 การปลูกฝิ่นค่อยๆ หายไป ผืนดินแห้งๆ กลับมาเขียวขจี โครงการหลวงช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้ปลูกพืชผักเมืองหนาว รวมไปถึงส่งเสริมการปลูกกาแฟ ที่เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของบ้านห้วยห้อมในตอนนี้ ที่นี่มีไร่กาแฟอะราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กาแฟของร้านดังๆ อย่างสตาร์บัคส์ที่คนเมืองดื่มกันอยู่ทุกวันก็มาจากไร่กาแฟที่นี่ ผลิตได้ถึงขนาดส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้มากที่สุดในประเทศเช่นกัน รวมถึงการพัฒนาด้านศิลปะหัตถกรรมก็ดำเนินไปควบคู่กัน โดยเฉพาะเรื่องของผ้าทอชาวเขาเผ่าละว้า เผ่ากะเหรี่ยง และผ้าทอจากขนแกะ”

“ที่นี่เลี้ยงแกะด้วยหรือ” ปารัชถามขึ้นอย่างสนใจ เพียงดินจึงได้โอกาสแนะนำคุณสมถวิลและอาสาสมัครจากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นลำดับต่อไป สรัสวตีผ่อนลมหายใจอย่างตื่นเต้นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนใหญ่คนโต แต่สายตามั่นคงของเพียงดินที่ส่งมาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นได้อย่างน่าประหลาด หญิงสาวแนะนำตัวเองก่อนจะเริ่มอธิบายงานในส่วนตัวเองด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชน่าฟัง

“ก่อนหน้าที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าท่านจะเสด็จมาถึง มีมิชชันนารีเข้ามาอยู่ก่อนและมอบแกะให้ชาวบ้านห้าตัวในตอนเริ่มแรกค่ะ พอหลังจากนั้น สมเด็จพระราชินีท่านจึงพระราชทานให้อีกยี่สิบตัวรวมทั้งมีพระราชเสาวณีย์ให้ปรับปรุงสายพันธุ์ จากแกะยี่สิบห้าตัวในคราวนั้น ตอนนี้บ้านห้วยห้อมเลี้ยงแกะนับร้อยตัว แกะเหล่านี้ได้สร้างอาชีพให้กับสตรีที่นี่มาถึงตอนนี้ค่ะ...”

การสาธิตการตัดขนแกะเริ่มต้นขึ้น ผู้มาเยือนต่างจ้องดูอย่างตื่นเต้น สรัสวตีอธิบายต่อเสียงแจ๋ว  

        “ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนนี้เป็นช่วงเหมาะกับการตัดขนแกะพอดีเพราะอากาศร้อน ส่วนใหญ่ชาวบ้านก็เลี้ยงแกะไว้ใต้ถุนแล้วช่วงสายๆ ก็จะเปิดคอกให้ออกไปหากินที่ทุ่งหญ้าค่ะ ถ้ากลัวว่าสุนัขจะกัดก็ใส่เสื้อเกราะที่ร้อยจากฝาเบียร์ให้แกะก่อน เป็นการเลี้ยงด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านแบบเรียบง่ายแต่ก็ได้ผลค่ะ พอตัดขนแกะแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้คือการทำความสะอาดขนแกะ นำไปตากแห้ง แล้วก็นำมาตัดแต่ง เอาพวกเศษดินเศษหญ้าออกให้หมด จากนั้นก็ดึงยืดเพื่อให้มีความนุ่ม ใช้แปรงหวีจนขนแกะฟูละเอียด แล้วจึงนำไปปั่นเป็นด้ายขนแกะแล้วนำมาทอและย้อมสีค่ะ”

ภวันติถ่ายคลิปขั้นตอนการปั่นด้ายขนแกะด้วยความสนใจจริงจัง “ที่คีราลัยเองก็เลี้ยงแกะนะครับ แต่ส่วนใหญ่เลี้ยงเอาเนื้อ และถ้าตัดขนมาทำเครื่องนุ่งห่มก็จะมาแบบทั้งชิ้นเลย เราไม่ค่อยนำมาปั่นเป็นด้ายแล้วทอแบบนี้”

สรัสวตียิ้มหวาน “เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลาอยู่พอสมควรค่ะ แต่ผ้าชิ้นที่ทอสำเร็จจะให้ความนิ่มและความอบอุ่นดีมาก และถ้าได้การตัดเย็บที่ดีก็กลายเป็นชุดใส่ไปงานได้สบาย ชุดที่ดิฉันใส่อยู่ตอนนี้ก็ทำจากผ้าขนแกะของที่นี่ค่ะ”

เพียงดินเริ่มตาขวางเมื่อเห็นภวันติมองสำรวจชุดสวยของสาวน้อยดีไซเนอร์พลางชมเปาะ แถมเหมราชยังขยิบตายกนิ้วโป้งให้แบบเยินยอกันสุดๆ คุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันแทบจะขำพรวดเมื่อสังเกตเห็นหน้าบึ้งๆ ของนักวิชาการเกษตรหนุ่มหล่อที่แผ่รังสีออกมาชัดนัก เพียงดินพาคณะทั้งหมดกลับมาสู่โครงการหลวงแม่ลาน้อยเมื่อเยี่ยมชมบ้านห้วยห้อมจนได้เวลาสมควร เขาพาท่านประธานาธิบดีและบุตรชายไปบริเวณแปลงนาขั้นบันไดอีกครั้งเพื่ออธิบายเจาะลึกถึงการเตรียมดินและวิธีการปลูกข้าวบนที่สูงแบบละเอียด ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับเข้ามายังที่ทำการโครงการในช่วงตะวันเริ่มคล้อยเพื่อส่งมอบพันธุ์ข้าวและพักผ่อนอิริยาบถชั่วครู่

“ไม่กี่ปีหลังจากพระราชาเสด็จมาที่นี่ จากภูเขาหัวโล้นก็กลายเป็นป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ และชีวิตที่เคยสิ้นหวังของผู้คนที่นี่...ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ประเทศไทยมีกษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมด้วยไปด้วยพระเมตตาและพระปรีชา ช่างน่าทึ่งและน่าอิจฉาจริงๆ” ภวันติยังคงเดินดูภาพแห่งอดีตที่จัดแสดงไว้ในที่ทำการ ท่านประธานาธิบดีผู้เป็นบิดาดูจะประหยัดถ้อยคำลงไปแต่ทดแทนด้วยแววตาที่ครุ่นคิดมากขึ้น

เพียงดินยิ้ม “สำหรับคนไทย ท่านอยู่เหนือความเชื่อที่ว่ากษัตริย์คือสมมติเทพ แต่ท่านคือสัญลักษณ์แห่งความดีทั้งมวลที่มีอยู่จริง จับต้องได้ มองเห็นได้ พิสูจน์ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงจากโครงการนับร้อยที่พระองค์ท่านได้ทำ จากพระบรมราโชวาท จากคำสอนที่ท่านปลูกฝังให้ประชาชนได้คิดและปฏิบัติตาม ท่านจึงเป็นมากกว่าความเชื่อ แต่ทรงเป็นความหวัง เป็นความสุข และเป็นความดีที่เที่ยงแท้ของประชาชนจริงๆ”

“โชคดี...พวกคุณโชคดีจริงๆ” ปารัชพูดขึ้นในขณะที่มือลูบคลำกระสอบบรรจุพันธุ์ข้าว ข้าวที่ศิขเรนทรทรงใฝ่ฝันหนักหนาว่าอยากจะเห็นคีราลัยปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเลี้ยงคนในประเทศได้อย่างพอเพียงไม่ต้องนำเข้าจากประเทศอื่น

“คีราลัยเอง...ก็เคยมีกษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมด้วยไปด้วยพระเมตตาและพระปรีชาเช่นกัน ใช่ไหมครับ”

คำถามเรียบๆ จากเพียงดินทำท่านประธานาธิบดีและบุตรชายชะงักงันไปทันที ดวงตาคมดุจนกอินทรีของผู้พูดวาววับขึ้นชั่วเสี้ยววินาที และมีเพียงเหมราช แฮมิลตันเท่านั้นที่สังเกตได้

“ขอประทานโทษด้วยครับ ผมคงพูดอะไรไม่สมควร” เพียงดินกล่าวขอโทษ แต่เขาไม่ก้มหัวให้ท่านผู้นำ ไม่เลยแม้แต่น้อย เหมราชหรี่ตาเฝ้ามองกิริยานั้นอย่างพิจารณา

“ไม่…” ปารัชยิ้มบางเบา “ไม่เลย ถึงเรื่องราวของกษัตริย์คีราลัยจะเป็นแค่อดีต แต่ก็เป็นอดีตที่ทำให้คนคีราลัยได้สุขใจยามที่ได้นึกถึงว่า...ครั้งหนึ่งเราก็เคยมีกษัตริย์ที่ทรงพระเมตตาล้นเหลือเช่นกัน”

สมาร์ทโฟนที่สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกงของทริปเปิลเอชดึงความสนใจเขาได้ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาอ่านข้อความแล้วถอนหายใจเบาๆ

‘ฉันมาถึงแล้วนะคะ รออยู่ตรงที่นัดไว้ คุณทำงานให้เสร็จก่อนได้นะคะ ฉันไม่รีบค่ะ รอได้’

ไม่รีบ ? รอได้ ? เหมราชส่ายหัว การที่แพทย์หญิงผู้รักงานยิ่งชีพถึงกับลางานกะทันหันแล้วขับรถข้ามเขามาเกือบแปดชั่วโมงเพื่อสร้อยเส้นเดียวนี่ไม่น่าจะเรียกว่าไม่รีบหรือรอได้เลยจริงๆ นี่เขาจะทำยังไงกับความดื้อเงียบของเก็ดถวาดี ชายหนุ่มหันไปกระซิบกับภวันติเสียงขรึม

“ผมมีธุระนิดหน่อย ขอตัวสักครู่นะคุณภวัน”


เก็ดถวาจอดรถจี๊ปไว้ด้านนอกศูนย์แล้วรีบเดินจ้ำเข้ามารอยังที่นัดหมายซึ่งอยู่ใต้ระเบียงที่ทำการ มองซ้ายมองขวาเพื่อไม่ให้เจอกับเพียงดิน 

การมาที่นี่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องสมาร์ทเท่าไรเก็ดถวารู้ดี แม้ในทางทฤษฎี เธอและพี่ชายจะตายไปแล้วในกองเพลิงที่ลุกโหมคืนนั้น แต่ปารัชยังคลางแคลงใจอยู่เสมอในเรื่องนี้ มันเสี่ยงหากเธอและเพียงดินต้องเผชิญหน้ากับผู้ยิ่งใหญ่แห่งคีราลัยในเวลาเดียวกัน แต่มันจะเสี่ยงกว่าหากคนเหล่านั้นได้เห็นสร้อยเกล็ดหิมะของเธอที่อยู่กับเหมราช คุณหมอถึงตัดสินใจมารับสร้อยด้วยตนเอง ตั้งใจว่าจะรับของแล้วจะรีบรุดออกไปเลยแบบไม่ต้องพบเจอใคร 

แพทย์หญิงคนเก่งแห่งน้ำรินหลบหลีกผู้คนที่ยังยืนประปรายกันเต็มลานหน้าที่ทำการ เดินลงเนินมาถึงบริเวณลานหญ้าใต้ระเบียงที่มีพุ่มไม้ขึ้นสูงพอให้บังตัวเองได้

เหมราช แฮมิลตัน เดินออกนอกอาคารที่ทำการมายังจุดนัดพบที่มองออกไปเห็นนาขั้นบันไดที่กำลังถูกแสงตะวันยามบ่ายคล้อยที่พยายามทะลุเมฆฝนออกมาบางๆ อาบไล้ไปทั่วหุบเขาเขียวขจีแห่งแม่ลาน้อย สายลมเย็นจากผืนป่าต้นน้ำพัดวูบ ต้นไม้ต้นหญ้าเบื้องหน้าโอนเอนลู่ลม บรรยากาศสุขสงบผิดกับด้านบนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน

ซีอีโอหนุ่มจากป่าคอนกรีตอย่างนิวยอร์กหลับตาแล้วสูดโอโซนบริสุทธิ์เข้าปอด หากลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหัวใจที่เคยเต้นได้มั่นคงนักก็พลันเหวี่ยงไหวโยกโยน เมื่อภาพตรงหน้าทำให้เหมราชอยากมีมนตร์วิเศษที่จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินช้าลงได้

เจ้าของสร้อยเกล็ดหิมะอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้มัดผมไว้เหมือนทุกครั้งที่เจอ ผมสีดำสนิทยาวเลยบ่าจึงปลิวไสวไปตามสายลมจนนิ้วเล็กๆ ต้องจับมันเหน็บไว้กับหู เก็ดถวายืนกอดอกมองแปลงนาขั้นบันไดและเนินเขาโดยรอบ เสี้ยวหน้าของเธอที่หันมาเพียงนิดช่างเหมาะเจาะลงตัวรับกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ และกลิ่นของฝนที่ใกล้เข้ามาพาให้อากาศสดชื่น เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีเขียวขี้ม้ากับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบแสนธรรมดาแต่มันกลับทำให้เธอดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับขุนเขาที่เป็นฉากหลังอย่างน่าอัศจรรย์

งดงามราวกับภาพวาด...

“ถ้าปลายปีได้มายืนมองต้นข้าวออกรวงสีทองไปทั้งเขาอยู่ตรงนี้ คงจะเป็นภาพที่ลืมไม่ลงเลย” เสียงทุ้มๆ ที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เก็ดถวาคลายออกจากภวังค์แล้วหันขวับกลับมาที่ต้นเสียง ดวงตากลมโตที่มีประกายขึ้นมาอย่างยินดีผสมกับรอยยิ้มที่แย้มกว้างขึ้นราวกับดีใจหนักหนาที่ได้เห็นหน้าเขาก็ทำให้เหมราชก้าวขาแทบไม่ออกแล้ว

“คุณเหมราช...” แล้วยังจะเสียงหวานที่ทอดเรียกชื่อเขาก็ทำให้ทริปเปิลเอชต้องสูดลมหายใจลึก

ผู้หญิงคนนี้สร้างปฏิกิริยารุนแรงให้เกิดกับมนุษย์ผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับสิ่งใดอย่างเหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน เข้าให้แล้วจริงๆ...








*******************

พาไปเที่ยวแม่ลาน้อยกันนิดนึงนะคะ

ใครไม่เคยไป ขอให้ไปดูสักครั้งแล้วจะหลงเสน่ห์แม่ลสน้อยจริงๆ ค่ะ

ส่วนอีก 25% สุดท้ายมีจิกหมอนกันต่อด้วยตื่นเต้นอีกนิดหน่อยนะออเจ้า อิอิ 

ส่วนปารัช คนๆ นี้ที่แท้จริงเป็นอย่างไรเรายังปล่อยให้เดากันไปก่อน เป็นตัวละครที่เขียนสนุก

เพราะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอัะไรมากมายจริงๆ ติดตามไปด้วยกันค่า


ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #992 Sun27 (@rawismink) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 14:02
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ
    #992
    0
  2. #694 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:47
    อ่านแล้วน้ำตาไหลค่ะ
    #694
    0
  3. #427 Natsuko (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 23:35
    น้ำตาไหลเลยค่ะ ท่านทำให้ไว้มากกว่า 4 พันโครงการ คิดถึงพระองค์ท่านจริงๆ
    #427
    0
  4. #372 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:43
    พี่ดินพูดถึง ร.9 แล้วมันจุกอยู่ในอกเลย สิ่งที่พระองค์ทรงทำและเหลือทิ้งไว้ให้คนไทยมันเกินบรรยาย
    #372
    0
  5. #329 FC T.O.P (@em19shn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 10:26
    อ่านที่เพียงดินพูดถึงในหลวงแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ คิดถึงพระองค์ท่านจริงๆ รักพระองค์
    #329
    0
  6. #327 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:51
    คิดถึงพ่อหลวง จังค่ะ พี่เพียงดิน บรรยาย ได้ถึงหัวใจ คนไทย น้องดอกพุด หวาน ได้อีกไหมคะกับพี่เฮค
    #327
    0
  7. #326 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 18:58
    อ่านตอนนี้แล้ว น้ำตาซึมเลยค่ะ คิดถึงพระองค์ท่าน T_T
    #326
    0
  8. #325 Filmpeace (@Filmpeace) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 18:42
    แง รออ่านตอนฟิน กรี้ดๆๆ//มีวันอัพแบบแน่นอนไหมคะ
    #325
    0
  9. #324 pita (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 13:24
    คิดถึงพ่อหลวงของเราเลยค่ะ...
    #324
    0
  10. #323 Sadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 12:28
    อ่านแล้วน้ำตาจะไหลคิดถึงพระองค์
    #323
    0
  11. #322 Andenoomz (@cheeranan10) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 10:43
    อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ คิดถึงพระองค์ท่าน
    #322
    0
  12. #321 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 10:13
    อ่านตอนนี้แล้วอยากร้องไห้ด้วยความคิดถึง
    #321
    0
  13. #320 mooning khayan (@lastnight14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:52
    รอค่ะไรเตอร์ ขอให้เขียนนิยายที่ให้ความสนุกและความรู้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะคะ FC ไรเตอร์
    #320
    0
  14. #319 เพียงภิรมย์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:43
    แสนสุขที่สุดค่ะ อ่านแล้วครบครั้นได้อรรธรสสมบูรณ์เหลือเกินค่ะ
    #319
    0
  15. #318 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:30
    อ่านแล้วคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงรักและดูแลประชาชนของพระองค์มากมายเหลือเกิน
    #318
    0
  16. #317 cupidjoon (@cupidjoon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 07:04
    อ่านจบตอนนี้แล้ว คถ ในหลวงของเรามากเลยคะ
    #317
    0
  17. #316 ชมพูนุช (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:59
    เรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่เป็นหนังสือในควรค่าแก่การเก็บรักษาของเคนอ่าคนนี้ รอติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #316
    0
  18. #315 sumimaew (@sumimaew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:58
    คิดถึงองค์พระราชา
    #315
    0
  19. #314 Pencil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:54
    ขอบคุณค่ะ อบอุ่นที่สุด
    #314
    0
  20. #313 แอม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:40
    ละมุนละไมมากค่ะ

    คุณเหมราช
    #313
    0
  21. #312 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:34
    รอติดตามนะคะ
    #312
    0
  22. #311 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:34
    รอติดตามนะคะ
    #311
    0
  23. #310 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 04:14
    ถูกใจมากกกกกค่ะ นักเขียนในดวงใจ
    #310
    0
  24. #309 Bambina-R (@Bambina-R) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 03:53
    อ่านไปน้ำตาไหลเฉ้ยยย งืออ😭😭
    ขอบคุณที่เขียนตอนนี้ขึ้นมานะคะคุณแคลร์
    รักเรื่องนี้หมดใจแล้ว มีสาระ มีอุดมการณ์
    มีปริศนาให้ลุ้น และมีความเขินบิดละเมียดละไมตามสไตล์คุณแคลร์จริงๆๆๆ ถูกจริตคนอ่านคนนี้ค่ะ ตุลาต้องมานะคะ กราบบบบขอร้อง
    #309
    0
  25. #308 gigkik (@gikgik) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 03:05
    รักที่สุดเลยจ้าาาา
    #308
    0