สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 145,336 Views

  • 1,216 Comments

  • 1,390 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,049

    Overall
    145,336

ตอนที่ 10 : Chapter 6 (1) : เส้นขนานที่พานพบ | Convergent parallel [60%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    22 ก.พ. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 6 (1)

เส้นขนานที่พานพบ | Convergent parallel

กรุงเทพมหานคร

“ผมถูกชะตากับคุณจริงๆ คุณแฮมิลตัน”

ปารัช พลเทวา ยกชาฝรั่งในถ้วยกระเบื้องหรูหราขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดีภายในห้องรับรองพิเศษกลางสวนสวยของโรงแรมที่ถูกกั้นโซนอย่างมิดชิดเป็นส่วนตัว เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ยิ้มรับอย่างสุภาพแต่ยังคงไว้ด้วยท่าทางทะนงตนในความเป็นนักธุรกิจใหญ่ ภวันติผู้เป็นบุตรชายยิ้มกว้างอย่างปลาบปลื้มแกมโล่งอกที่ดูเหมือนว่าการจัดการให้บิดาได้หารือกับแม่ทัพใหญ่แห่งแฮมิลตันกรุ๊ปในวันนี้ดูจะส่งผลดีเกินคาด เหมราชเตรียมข้อมูลมาสนทนาและเสนอแนะหลายอย่างที่มีประโยชน์และน่าสนใจจนทำให้ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งคีราลัยต้องตั้งใจฟังและมีข้อซักถามกันต่อมาไม่หยุดหย่อน 

เกือบชั่วโมงที่ได้เข้าพบท่านประธานาธิบดีแห่งรัฐคีราลัย ทริปเปิลเอชก็พิจารณาได้ว่าปารัช พลเทวาคนนี้มีความทะเยอทะยานในการบริหารชนิดหาตัวจับยาก เขาได้รับเลือกตั้งขึ้นเป็นผู้นำประเทศตั้งแต่อายุแค่สามสิบห้าด้วยโปรไฟล์เลิศหรูที่ไม่มีใครในคีราลัยเทียบได้ในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ เป็นอดีตนักเรียนนายร้อยจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สที่ผลการเรียนดีเยี่ยม เรียนต่อปริญญาโทรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กลับมารับราชการด้วยความรู้เต็มเปี่ยมทั้งการทหาร รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และการเมือง ถึงจะศึกษาจากประเทศอนุรักษ์นิยมอย่างอังกฤษแต่ปารัชเป็นพวกหัวก้าวหน้าสมัยใหม่ เขาตั้งมั่นตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเมื่อยี่สิบสองปีที่แล้วในการนำพาคีราลัยเข้าสู่เวทีโลก ทั้งการเข้าร่วมองค์กรการค้าโลก การเปิดเขตการค้าเสรีกับประเทศเพื่อนบ้านมหาอำนาจอย่างจีนและอินเดีย แต่ก็ยังมีการคานอำนาจโดยการมุ่งหาพันธมิตรจากประเทศตะวันตกทั้งจากทางรัฐและเอกชนด้วยการดึงนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไปลงทุนกิจการต่างๆ ในคีราลัยด้วยข้อเสนอที่จูงใจ แต่ก็ติดอุปสรรคตรงระบบการคมนาคมและสภาพภูมิประเทศที่ยังเป็นปัญหาอยู่มาก

“แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เราใช้อยู่ตอนนี้เป็นฉบับที่สิบ ซึ่งปรับเปลี่ยนมาจากฉบับที่เก้าที่ร่างโดยกษัตริย์แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งฉบับก่อนๆ ผมว่ามันล้าสมัย แต่ก็ยังทนใช้กันมานานเพราะถึงจะมีสภาแต่สภาก็ยังเกรงใจคีริช เอ้อ...หมายถึงกษัตริย์น่ะ เราเรียกท่านว่าคีริช คีริชศิขเรนทรทรงเป็นนักรัฐศาสตร์ที่น่ายกย่อง แต่ทรงไม่ใช่นักธุรกิจเลย คุณก็รู้ โลกเราทุกวันนี้มันขับเคลื่อนด้วยการค้าขายเท่านั้น ซึ่งแผนพัฒนาฯ ฉบับล่าสุดผมก็พยายามให้มันยืดหยุ่นมากขึ้น สอดรับกับความเป็นไปของโลกมากขึ้น ที่สำคัญที่เราต้องจัดการอย่างเร่งด่วนก็คือระบบคมนาคมในการขนส่งและกระจายสินค้า ซึ่งผมดีใจนะที่วันนี้ได้คุยกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างอันดับต้นๆ ของโลกอย่างบริษัทของคุณ ผมเฝ้าฝันถึงวันที่คีราลัยจะมีสนามบินทันสมัย มีถนนดีๆ มีอุโมงค์ลอดภูเขา มีสะพาน มีรถไฟที่เชื่อมกันทั้งประเทศเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ ผู้คนไปมาหาสู่กันอย่างสะดวก”

เหมราชรับฟังอย่างสำรวม ดวงตาของปารัชเรืองรองเมื่อเห็นภาพคีราลัยคึกคักและมั่งคั่ง รอยยิ้มภายใต้หนวดสีดอกเลาฉายขึ้น ท่านผู้นำหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบแม้ในเรือนรับรองจะติดเครื่องปรับอากาศ เขายังเล่าต่ออย่างนึกครึ้ม

“คีราลัยเราอยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัยเกือบค่อนประเทศ มีที่ตั้งของเมืองหลวงอันชุลเป็นที่ราบที่กว้างที่สุด  แล้วคุณรู้ไหม ในภูเขาของเราเต็มไปด้วยสินแร่เยอะแยะ ทองแดง โครเมี่ยม แร่ดินอลูมิเนียม ที่สำคัญ มีอัญมณีทั้งเพชร มรกต และแซฟไฟร์ แต่เรา...ผมหมายถึงคีราลัยตอนที่ยังมีกษัตริย์ปกครองไม่เคยใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรามีเลย คีราลัยมีประชากรเกือบสองล้านคน แต่กว่าครึ่งคือคนภูเขาที่ดำรงชีพด้วยรายได้ต่ำเตี้ยและไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่รู้จักวิทยาการ และไม่เคยได้รับการให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ คนเหล่านี้ถือมั่นในระบอบกษัตริย์จึงไม่ยอมปรับเปลี่ยนอะไรเลย ท่านบอกให้ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ก็ก้มหน้าทำงกๆ ฝากชีวิตไว้กับพระราชา รอคอยแต่สิ่งที่ท่านป้อนให้เท่านั้น พอสิ้นราชวงศ์ มันจึงสายเกินไปแล้วที่พวกเขาจะลืมตาอ้าปากได้เพราะถูกกดหัวมานานเกินไป...” 

เหมราชเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตานิ่งดุจราชสีห์ที่กำลังประเมินอีกฝ่ายแบบที่เขาเคยทำ ปารัชเล่าด้วยรอยยิ้มบางๆ และน้ำเสียงปกติ แต่คำพูดที่แฝงในประโยคเหล่านั้นต่างหากที่ทำให้ทริปเปิลเอชต้องมองประธานาธิบดีด้วยการพิจารณาที่ถ้วนถี่อีกครั้ง

“ท่านหมายถึง ตอนที่ยังปกครองโดยกษัตริย์ พระองค์เมินเฉยต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ประเทศล้าหลังเพราะประชาชนถูกปิดหูปิดตาและถูกล้างสมองให้จงรักภักดีด้วย ‘ความเชื่อ’ อย่างนั้นหรือครับ”

คำพูดแรงตรงของเหมราชทำให้ปารัชชะงักกึก แต่ก็ยังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีคนรุ่นหนุ่มมาถกเถียงกับเขาตรงๆ แบบออกรสชาติเช่นนี้ แม้บิดาจะยังหัวเราะอารมณ์ดี แต่คนที่หน้าตาตื่นกลับเป็นลูกชายเพราะกลัวว่าคู่สนทนาจะตีความผิดไปไกล

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณแฮมิลตัน” ภวันติรีบอธิบาย “ไม่มีใครอาจหาญคิดว่ากษัตริย์กดหัวประชาชนได้หรอกครับ พวกเราชาวคีราลัยก็เหมือนกับคนไทยที่อย่างไรก็เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ไว้เหนือเกล้าด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อว่าราชวงศ์เองก็พยายามอย่างมากที่จะปกครองประเทศให้ประชาชนเป็นสุขมากที่สุด แต่...โลกสมัยใหม่มันหมุนเร็วมาก การปกครองแบบราชาธิปไตยบางครั้งก็ตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง คีริชองค์สุดท้ายยึดมั่นในศาสนาและเรื่องของการเกษตร ปศุสัตว์ ท่านจึงละเลยภาคอุตสาหกรรมไปบ้าง และสภาพประเทศเรามันก็ยากที่จะปลูกพืชเศรษฐกิจอะไรได้ มันเลยดูเหมือนพระราชดำริของท่านไม่คืบหน้า แต่ในยุคของคุณพ่อผม แผนพัฒนาฉบับล่าสุดบอกชัดเจนว่าเราจะพัฒนาทุกๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข การท่องเที่ยว คุณพ่อถึงได้เลือกไปศึกษาดูงานที่โครงการหลวงในวันมะรืน และพร้อมที่จะพัฒนาโครงการร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ”

เหมราชยิ้ม สมแล้วที่ภวันติจบการศึกษาด้านการทูต ถึงความหมายจะไม่ต่าง แต่เขาก็เลือกใช้คำที่ฟังดูแล้ว ‘ประนีประนอม’ มากกว่าบิดาของเขาที่ดูเป็นคนฉะฉานโผงผางกว่า

“คุณคงคิดว่าพวกเราเป็นพวกซ้ายจัดที่ต่อต้านระบอบกษัตริย์สินะ” ปารัชยิ้มก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาทายาทคนโตแห่งแฮมิลตันอย่างใจเย็น “ไม่ใช่เลย คนคีราลัยผูกพันกับราชาธิปไตยมายาวนานนับพันปี ผมเองก็เช่นกัน คุณคิดว่าการขึ้นมาแทนที่กษัตริย์ที่ประชาชนบูชายิ่งกว่าชีวิตเป็นเรื่องง่ายหรือ ผมจึงต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักมาจนถึงตอนนี้ และถ้าให้เลือกได้ เราทุกคนก็ยังอยากให้มีกษัตริย์ปกครองประเทศต่อไปเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจให้ราษฎร เพียงแต่ต้องมีที่ปรึกษาที่ช่วยท่านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันโลก ไม่ใช่พวกคร่ำครึที่คอยแต่จะเลียแข้งเลียขาท่านอย่างเดียว เข้าใจใช่ไหม”

เหมราชยกกาแฟดำขมจัดของตัวเองขึ้นจิบบ้าง “ถ้าสมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทรยังทรงพระชนม์ชีพอยู่จนถึงตอนนี้ ท่านประธานาธิบดีคิดว่ากษัตริย์จะทรงพัฒนาประเทศไปได้ไกลกว่าท่านไหมครับ เพราะดูแล้ว นอกจากความเจริญที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวงแล้ว คีราลัยที่เหลือเองก็เปลี่ยนแปลงไปไม่มากเท่าไรในระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่เปลี่ยนระบอบมา”

ปารัชชะงักไปอีกครั้งกับคำถามที่แสนจะไม่อ้อมค้อม แต่แทนที่จะโกรธเขากลับนึกชื่นชมพ่อหนุ่มรุ่นลูกคนนี้มากขึ้น เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ไม่ได้มาเพื่อประจบประแจงแล้วขอสัมปทานทำเหมืองเพชรเหมือนนักธุรกิจต่างชาติคนอื่นๆ แต่เขากลับถามในสิ่งที่เรียกว่า ‘การทดสอบทัศนคติ’ ได้อย่างถึงกึ๋น ฉลาดและเต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บ

“ไม่มีใครรู้หรอกคุณแฮมิลตัน” ปารัชดับบุหรี่ลงในที่เขี่ยทั้งที่ยังสูบไม่หมดมวน “ผมยังยืนยันว่าคีริชท่านเป็นคนดี และพวกเรารักท่านมาก แต่เรื่องความดีและความเก่งเป็นคนละเรื่องกัน และอย่างที่ผมบอก คีราลัยเองก็เป็นรัฐที่ยากจะบริหาร ทั้งปัญหาเรื่องสภาพภูมิประเทศสภาพอากาศและชนกลุ่มน้อยต่างๆ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ซึ่งก็น่าเสียดาย คีริชอยู่ในบัลลังก์เพียงสิบปี ยังไม่ได้พัฒนาสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันท่านก็สิ้นเสียก่อน ถ้าท่านยังมีพระชนม์ชีพ คีราลัยอาจมีรถไฟใต้ดินไปแล้วก็ได้ใครจะรู้”

ปารัชหัวเราะ เหมราชยิ้มบางเบา คนอย่างปารัชจะว่าเดายากก็ไม่ใช่ แต่จะว่าล่วงรู้ทุกสิ่งที่เขาคิดจริงๆ ก็ไม่ใช่อีก 

“ราชวงศ์ดารัณวัตปกครองประเทศมายาวนานกว่าสี่ร้อยปี แต่ต้องมาล่มสลายในไม่กี่นาทีเพราะความวิปลาสของคนเพียงคนเดียวแท้ๆ น่าเสียดาย...น่าเสียดายจริงๆ” ท่านผู้นำมองทะลุออกไปที่สวนอังกฤษเบื้องหน้า ดวงตาเหมือนกำลังเห็นภาพอะไรบางอย่าง ก่อนถอนหายใจแล้วลุกขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้ติดตามที่รออยู่นอกเรือนรับรองลุกขึ้นตามพรึบพรับ

“เอาล่ะ ผมดีใจมากที่ได้เจอคุณในวันนี้คุณแฮมิลตัน เรื่องต่างๆ หลังจากนี้ภวันจะประสานงานกับคุณเองในฐานะผู้ช่วยของผม ตอนนี้ขอตัวก่อน ส่งผมที่หน้าประตูนี่ก็พอ ภวันคงมีธุระคุยกับคุณต่อ” ปารัชหันมาตบบ่าลูกชาย “พ่อไปพักที่ห้องก่อนล่ะภวัน อยากล้างหน้าล้างตาเอนหลังก่อนไปงานเลี้ยงที่สถานทูตเย็นนี้สักหน่อย”

ทั้งลูกชายและเจ้าของโรงแรมก้มหัวให้ท่านประธานาธิบดีอย่างแสดงความเคารพ

“ผมขอโทษถ้าบางทีอาจจะพูดตรงไป” เหมราชเอ่ยปากกับ ภวันติ พลเทเวา หลังจากส่งท่านปารัชลับสายตาไปแล้ว หนุ่มนักการทูตยิ้มอย่างมีไมตรีจิต

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมรู้จักคุณดี คุณพ่อผมก็ชอบคนตรงๆ เลยมั่นใจว่าถ้านัดคุณกับท่านมาเจอกันได้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าไม่ดี คุณพ่อท่านชอบคุณนะ เพราะถ้าท่านไม่เปิดใจกับใครท่านจะไม่ใช้เวลาอยู่ด้วยนานขนาดนี้” ภวันติเรียกคนสนิทให้นำของสิ่งหนึ่งมาให้ มันเป็นหนังสือปกแข็งเล่มใหญ่ที่มีสันหนาเกินสองนิ้ว หนังอึ้งจนภวันติต้องวางมันลงกับโต๊ะรับแขก

“หนังสือประวัติศาสตร์ของคีราลัยฉบับภาษาอังกฤษ ที่คุณเคยขอไว้ แปลและรวบรวมมาจากจดหมายเหตุและบันทึกต่างๆ ทั้งจากชาวคีราลัยและคนต่างชาติที่เข้าไปติดต่อค้าขายโดยศาสตราจารย์ จอห์น แลมเบิร์ต นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ท่านเคยพำนักอยู่อินเดียเป็นเวลานาน และได้เข้ามาเป็นพระอาจารย์พิเศษให้กับมกุฎราชกุมารในช่วงที่คีริชยังทรงพระชนม์ชีพ”

คุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันกล่าวขอบคุณแล้วรีบเปิดดูหนังสืออย่างกระตือรือร้น 

“ปกตินักธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศเรา ไม่เคยมีคนไหนขออ่านประวัติศาสตร์ของประเทศเลย มีแต่วุ่นวายอยู่กับสัญญาต่อรองผลประโยชน์ คุณเป็นคนแรกนะครับเนี่ย” ภวันติพูดขึ้นขำๆ

“ได้ยังไงครับ ผมว่ามันจำเป็นมาก คุณจะค้าขายกับใครก็ต้องศึกษาที่มาที่ไปของคนๆ นั้น เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน มีความเชื่อหรือสิ่งต้องห้ามอย่างไรบ้าง เหมือนที่ปราชญ์ซุนวูท่านสอนเอาไว้ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" 

“ปกติคนตะวันตกก็ไม่ค่อยสนใจที่จะ ‘รู้เรา’ เท่าไหร่หรอกครับ พวกเขาสนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเองและมองเห็นเราเป็นแค่คนภูเขาที่จูงจมูกได้ง่ายๆ เสมอมา” 

เหมราชละสายตาจากหนังสือขึ้นมองมิตรผู้อ่อนวัยกว่าอย่างอารี “ผมเข้าใจในสิ่งที่คุณเจอมาตลอดนะคุณภวันติ แต่อย่างน้อย ศาสตราจารย์แลมเบิร์ตคนนี้ก็เป็นคนตะวันตกที่รู้จักพวกคุณดีประมาณนึงเลยไม่ใช่หรือ ถึงได้เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาได้หนาปึกขนาดนี้ ส่วนผมเองก็มีสายเลือดตะวันออกแบบเข้มข้นอยู่ครึ่งหนึ่ง แม่ผมเป็นคนไทย และท่านไม่เคยสอนให้เราเหยียบย่ำรากเหง้าและความเชื่อความศรัทธาของชนชาติใด”

“ผมถึงไม่แปลกใจว่าทำไมพวกคุณถึงทำธุรกิจได้เจริญรุ่งเรืองทั่วโลก”

ซีอีโอใหญ่ยิ้มรับแล้วก็หันกลับไปสนใจกับหนังสือเล่มยักษ์ในมือ

“หนังสือเล่มนี้ขึ้นบัญชีห้ามขายในคีราลัย แต่เรามีไว้ที่หอจดหมายเหตุในห้องสมุดของรัฐบาลห้าก็อปปี้ ผมเบิกออกมาให้คุณเล่มหนึ่ง” 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างฉงน “ทำไมถึงห้ามขายครับ”

“เนื่องจากมันถูกรวบรวมโดยชาวต่างชาติ บางที ก็จะมีข้อคิดเห็นหรือข้อมูลด้านลบต่างๆ เกี่ยวกับราชวงศ์และประเทศแทรกอยู่ แต่ผมเข้าใจว่าที่ห้ามขายคงเป็นข้อมูลช่วงท้ายของหนังสือ ที่ว่าด้วยเรื่องเหตุการณ์ปลงพระชนม์กษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ‘อย่างละเอียด’ เพราะท่านศาสตราจารย์ถือเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์มากคนหนึ่ง ภาพและเรื่องในนั้น...ยังคงกระทบจิตใจของชาวคีราลัย”

คนที่เพิ่งได้หนังสือถูกใจพลิกไปที่ช่วงท้ายของเล่มในทันที ภาพสีจางๆ ของกลุ่มคนในชุดพื้นเมืองคีราลัยชั้นสูงที่ปูเต็มสองหน้าทำให้เหมราชไม่อาจละสายตาไปที่อื่นได้เลย ทุกใบหน้าในนั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มบางๆ องค์ประกอบทุกอย่างดูสวยสง่างดงามแม้แต่เสือดาวหิมะที่นอนหมอบอยู่เบื้องหน้าประมุขในภาพก็ยังดูองอาจราวกับรูปปั้น

“พระบรมฉายาลักษณ์ของคีริชศิขเรนทรและพระบรมวงศานุวงศ์รูปสุดท้าย ถ่ายในวันครบรอบพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีศิขเรนทรและพระราชินีศรุตาเทวี อีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ทุกพระองค์ในภาพนี้ก็สิ้นพระชนม์ครับ รวมทั้งเจ้าเสือดาวหิมะนั่นด้วย” เสียงของบุตรชายปารัชสั่นขึ้นน้อยๆ แม้แต่คนห่างไกลเหตุการณ์อย่างเหมราชยังรู้สึกสะเทือนใจไปด้วย

“เสือดาวนี่ สัตว์ทรงเลี้ยงของพระราชาหรือครับ” สมแล้วที่เป็นราชาแห่งหิมาลัย

“เสือดาวหิมะกับอินทรีภูเขาถือเป็นสัตว์คู่บารมีกษัตริย์ของคีราลัยมาตั้งแต่โบราณครับ สัตว์สองชนิดนี้อยู่บนธงชาติและตราราชวงศ์ของเราด้วย มีความเชื่อกันว่าหากกษัตริย์พระองค์ใดได้พบเสือดาวหิมะและพญาอินทรีที่มีลักษณะถูกต้องตามตำรามาอยู่คู่กันแล้ว รัชสมัยนั้นจะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรือง เสือดาวตัวนี้คีริชท่านพบตอนเสด็จเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ห่างไกลบนเขา มันเชื่องมากอย่างน่าประหลาดแม้จะเป็นสัตว์ป่า มันเดินเข้าหาและหมอบอยู่แทบพระบาทท่าน ยอมให้ท่านพากลับวังหลวงแต่โดยดี ประชาชนก็แซ่ซ้องยินดีรอคอยพญานกอินทรีที่จะมาอยู่คู่กัน แต่...ก็ไม่มีวันนั้น กษัตริย์เสด็จสวรรคตเสียก่อน” 

เหมราชฟังเพื่อนรุ่นน้องเล่าอย่างตั้งใจ ขณะที่ก็ยังไล่สายตาไปทั่วทั้งภาพอย่างพินิจพิจารณา ภวันติยังอธิบายต่อพลางชี้ไปบนภาพเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังสนใจจริงจัง

“คีริชทรงมีพระมเหสีสามพระองค์ องค์แรกคือพระราชชายาศรุตาเทวี ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระราชินี ทรงมีพระราชโอรสหนึ่งพระองค์และพระราชธิดาสองพระองค์ องค์ที่สองคือพระราชชายาศรีวารวาณี มีพระราชโอรสสองพระองค์ ส่วนองค์ที่สามคือพระราชชายาสิริกัลยา มีราชพระธิดาหนึ่งพระองค์ ส่วนเจ้าชายทัตตกรคือพระองค์นี้ครับ ส่วนองค์อื่นๆ ก็เป็นพระญาติ รวมทั้งหมดในภาพก็สามสิบห้าพระองค์”

พระมเหสีทุกพระองค์งามแบบสาวหิมาลัยแท้ ผมสีดำสนิทดวงตาคมชัดผิวขาวราวหิมะ ทรงพระสิริโฉมในฉลองพระองค์ที่ปักอย่างประณีต หากแต่ความเจิดจรัสนั้นไม่อาจดึงสายตาของทริปเปิลเอชได้เท่ากับบุคคลคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมสุดของหน้าหนังสือนั้น สตรีที่แต่งกายชุดพื้นเมืองธรรมดากว่าทุกพระองค์ในภาพ ดวงหน้าของท่านงดงามราวกับวาดและมีรอยยิ้มที่ดูแล้วแสนจะสุขสงบ ที่สำคัญ เป็นดวงหน้าที่เขารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด

พระสนมมาลตี ครับ...” ภวันติเฉลยเมื่อเห็นเหมราชจ้องมองอยู่ตำแหน่งนี้เป็นเวลานาน “ท่านเป็นพระสนมของคีริช...จริงๆ ก็เหมือนกับพระราชชายาทั้งสามพระองค์ แต่ท่านไม่ได้รับการแต่งตั้ง คุณย่าผมท่านเคยอยู่ในวัง เล่ามาว่าพระสนมท่านไม่ต้องการบรรดาศักดิ์เองด้วย พอใจกับตำแหน่งพระสนม แต่ถึงท่านจะเป็นแค่พระสนม แต่คีริชก็ยังทรงแต่งตั้งให้พระโอรสธิดาที่เกิดกับพระสนมมาลตีดำรงพระยศเจ้าฟ้า และมีตำแหน่งเป็นรัชทายาทเทียบเท่าพระเจ้าลูกเธอองค์อื่นๆ เป็นกรณีพิเศษครับ”

“แสดงว่ากษัตริย์ต้องโปรดพระสนมท่านมาก” ไม่น่าแปลกใจ เพราะพระสนมมาลตีดูสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ทำตัวโดดเด่นแม้จะมีใบหน้างดงามที่สุดในพระราชชายาทั้งหมด

“โปรดมากที่สุดเลยด้วยครับ ทุกคนในวังต่างรู้ดี คุณย่าบอกว่า พระสนมมาลตีเป็นคนสวยเหลือเกิน ท่านอ่อนโยนมาก อ่อนน้อมถ่อมตัว ไม่ทะเยอทะยาน ไม่มีพิษมีภัยกับใคร ที่สำคัญคือพระสนมท่าน...เป็นคนไทยนะครับ”

“เป็นคนไทย ?!” ข้อมูลนี้สร้างความแปลกใจให้คนฟังอย่างยิ่งยวด “จริงเหรอครับ ทำไมคนไทยไม่ค่อยรู้จักท่านเลย”

ภวันติถอนหายใจ “ก็ตำแหน่งสนมไม่ต่างอะไรกับเมียน้อยนี่ครับ ใครจะอยากพูดถึงกัน ถึงจะเป็นเมียน้อยที่สามีรักมากแต่ก็ไม่ได้มีหน้ามีตาแถมยังเป็นที่ดูถูกด้วย ท่านเองก็เป็นคนสันโดษชอบอยู่เงียบๆ ด้วยเลยไม่มีใครสนใจ ท่านไม่ได้ต้องการสมบัติพัสถาน แค่ได้อยู่กับชายที่รัก ได้เลี้ยงพระโอรสธิดาฝาแฝดในทุกวันท่านก็มีความสุขแล้ว” 

“โอรสธิดาฝาแฝด....หมายถึง ฝาแฝดชายหญิงหรือครับ” หัวใจของเหมราชเต้นแรงขึ้นแปลกๆ ยิ่งตอนที่ภวันติชี้ให้ดูเจ้าหญิงเจ้าชายพระองค์น้อยที่ยืนจับมือกันอยู่ที่แถวหน้าสุด ใกล้ๆ กับเสือดาวหิมะตัวใหญ่

“ใช่ครับ เจ้าฟ้าชายธราดลจิตติ เจ้าฟ้าหญิงรังสิอรุณกาล” เหมราชเพ่งมองตรงจุดที่ภวันติชี้ให้เห็นทั้งสองเจ้านายแล้วก็หัวใจก็กระตุกวาบอย่างไม่มีเหตุผล เด็กชายหญิงอายุราวห้าขวบในชุดพื้นเมืองสีน้ำเงิน ใบหน้าเหมือนกันชัดเจน มีดวงตากลมๆ แสนไร้เดียงสาที่เหมราชรู้สึกว่ากำลังจ้องมองเขาอยู่

“พระองค์อื่นๆ สิ้นพระชนม์ด้วยยาพิษบ้าง กระสุนปืนบ้าง แต่พระสนมมาลตีและเจ้าฟ้าฝาแฝดสิ้นในกองไฟครับ พระสนมท่านพาพระโอรสธิดากลับตำหนักโดยไม่ได้ร่วมงานเลี้ยง ช่วงที่ท่านกำลังจะหลับ ไฟก็ลุกท่วมห้องนอนท่าน ประตูหน้าต่างถูกล็อกจากข้างนอก ท่านติดอยู่ในนั้นจนรุ่งเช้า ทั้งนางกำนัล ทั้งพระสนม และพระโอรสธิดากลายเป็นศพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกจนไม่รู้ใครเป็นใคร น่าเวทนามาก”

เหมราชเปิดเร็วๆ ไปที่หน้าท้ายๆ แล้วก็เห็นสภาพพระตำหนักพระสนมมาลตีหลังถูกไฟไหม้ที่ศาสตราจารย์แลมเบิร์ตถ่ายภาพไว้ได้ ซากปรักหักพังของเรือนโบราณเก่าแก่ไม่เท่ากับภาพร่างมนุษย์ที่ถูกเพลิงผลาญจนสิ้นชีวาวายเรียงกันอยู่ในห่อผ้าสีขาว มือเล็กๆ สีดำสนิทหงิกงอที่ชูโผล่พ้นรอยแยกของผ้าขาวขึ้นมาทำให้เหมราชสะท้อนแปลบในหัวอก...เจ้าชายทัตตกรทรงทำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร...แม้แต่เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ไม่ละเว้น...

ชายหนุ่มพลิกหน้ากระดาษกลับไปที่หน้าภาพหมู่ราชวงศ์ เพ่งมองที่ ‘เจ้าฟ้าฝาแฝด’ ที่ยังทรงพระเยาว์อีกครั้ง 

“ธราดลจิตติ...” จากพระราชโอรส เหมราชเลื่อนนิ้วไปที่พระพักตร์ของพระราชธิดาองค์สุดท้องแห่งกษัตริย์คีราลัย เอ่ยทวนพระนามนั้นซํ้าเบาๆ ผ่านลำคออย่างครุ่นคิด

“รังสิอรุณกาล...”

เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่เขาปิดเสียงไว้สั่นระรัวอยู่ในกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ชายหนุ่มสะดุ้งออกจากภวังค์แห่งอดีตอันแสนเศร้า หยิบมันออกมาแล้วก็คลี่ยิ้มได้ทันทีเมื่อเห็นชื่อ

Katty…

เขาบันทึกชื่อเธอในโทรศัพท์ไว้แบบนั้น ดูน่ารักกุ๊กกิ๊กผิดกับตัวจริงที่ดุราวแม่เสือลิบลับ !

ความร้อนรนของ แพทย์หญิง เก็ดถวา สุคนธ์พิสุทธิ์ แทบจะพุ่งออกมาพร้อมอาการสั่นของเจ้าสมาร์ทโฟนในมือเขาแต่ เหมราช แฮมิลตันกลับกดตัดสายทิ้งแล้วหันมาขอตัวกับบุตรชายประธานาธิบดีให้ถูกมารยาท

“ขอตัวสักครู่นะคุณภวัน”

“เชิญครับเชิญ"

เหมราชตัดสายเธอทิ้ง !

เก็ดถวาที่ยังตาแดงๆ จ้องโทรศัพท์ตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ความกระวนกระวายผุดขึ้นซํ้าเมื่อไม่สามารถติดต่อกับความหวังสุดท้ายของเธอได้ น้ำตาที่เหือดไปแล้วก็หยดลงอีกครั้งเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังขวัญเสีย

คนบ้า...ไหนว่า ‘ประทับใจ’ กัน ตัดสายกันทิ้งแบบนี้น่ะหรือประทับใจ คุณหมอคิดเตลิดอย่างพาลพาโล แต่ก็พยายามทำให้ตัวเองสงบด้วยเสียงนางฟ้าน้อยๆ ในสำนึก...เขาอาจติดธุระสำคัญอยู่...

ความคิดว้าวุ่นของเก็ดถวาถูกปัดเป่าให้ดับวูบเมื่อโทรศัพท์มือถือของเธอส่งเสียงร้องดังสวนความคิด

เหมราช แฮมิลตัน...เขาโทรกลับมาแล้ว !...แต่แบบวิดีโอคอลล์ หัวใจที่กำลังอ่อนแอของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นราวกับผืนดินแห้งผากที่โดนฝนแรกของฤดูกาล เก็ดถวายิ้มกว้างทั้งที่น้ำตาเปียก รีบกดรับมือไม้สั่น เมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มปรากฏขึ้นบนหน้าจอนั่นล่ะ คุณหมอคนสวยถึงได้อึกอัก เริ่มรู้สึกตัวว่าทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาอีกแล้ว

“เอ้อ...ฉัน...ขอโทษที่รบกวน”

“ผมไม่ได้ตัดสายคุณทิ้งเพราะเรื่องรบกวน แต่ผมไม่ชอบได้ยินเสียงเฉยๆ” ซีอีโอคนดังยิ้มพราย จ้องมองดวงหน้าหวานๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองหลังจากหลบฉากจากเรือนรับรองลงมาหาที่คุยแบบ ‘ส่วนตัว’ ในสวนสวยของโรงแรม 

“ผมอยากเห็นหน้าคุณด้วย” 

ดวงหน้าที่เหมราชอยากเห็นตอนนี้กำลังมองเขาตาปริบๆ ด้วยอาการร้อนวาบผะผ่าว เมื่อเธอหยุดนิ่ง เหมราชจึงได้สังเกตเห็นใบหน้านั้นชัดๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว หัวใจแข็งแกร่งดุจราชสีห์ของเขามีปฏิกิริยาทันทีที่ได้เห็นหูตาของแม่เสือสาวแดงก่ำ

“นั่นหมอร้องไห้ ?”

“ม…ไม่ใช่” คนที่เพิ่งร้องไห้ปฏิเสธด้วยความเคยปาก รีบเช็ดน้ำตาที่ยังเปรอะแก้ม ทริปเปิลเอชถอนหายใจ เกือบจะยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาให้หน้าจออย่างลืมตัว

“เป็นหมอต้องไม่โกหกสิครับ” เสียงนั้นอ่อนโยนจนเหมราชเองก็ยังแทบไม่เคยได้ยินเสียงนี้ของตัวเอง “ใครทำคุณร้องไห้ขนาดนี้ บอกผมซิ” 

“คุณเหมราชคะ...” เก็ดถวารีบเข้าเรื่องที่เป็นภาระหนักหนาอยู่ในใจ หากเสียงเรียกชื่อเขาที่ทอดคำลงท้ายอ่อนหวานทำให้เจ้าของชื่อแทบจะพุ่งตัวไปเชียงรายเดี๋ยวนั้น “ฉันมีเรื่องอยากถามคุณค่ะ คือวันนั้นที่คุณมาส่งฉันที่บ้าน...”

“เรื่องสร้อยรูปเกล็ดหิมะรึเปล่า” นี่ล่ะทริปเปิลเอช อะไรที่ไม่ควรเสียเวลาเขาก็ยิงตรงเข้าประเด็นได้ทันที

“คุณเก็บมันไว้ใช่มั้ยคะ !” ดวงตากลมสีนิลเป็นประกายขึ้นอย่างตื่นเต้นยินดี ซํ้าพอเห็นชายหนุ่มหยิบมันออกจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วโชว์ให้เธอเห็น เก็ดถวาก็รู้สึกเหมือนโลกที่ดำมืดทั้งใบกลับพลิกฟื้นคืนความสว่างไสวในพริบตา เธอระล่ำระลักบอก

"คุณเหมราช...ฉัน...ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี รบกวนคุณช่วยรักษามันไว้ให้ฉันอย่างปลอดภัยที่สุดได้ไหม ฉันจะรีบไปรับคืนอย่างเร็วที่สุดเลยค่ะ พรุ่งนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ” 

ทายาทแฮมิลตันมองสีหน้าดีใจลิงโลดที่ต่างกับหน้าซีดๆ เมื่อสักครู่อย่างแสนจะเอ็นดู “พรุ่งนี้เหรอ...ผมต้องลงไปตรวจโรงแรมที่ภูเก็ต แต่วันมะรืนผมจะไปดูงานที่โครงการหลวงแม่ลาน้อยกับประธานาธิบดีคีราลัย”

“แม่ฮ่องสอน...งั้นฉันจะไปพบคุณที่แม่ลาน้อยค่ะ !"

“เดี๋ยวๆ หมออยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” เขารีบเบรกเมื่อเห็นคนสวยทำท่ากระตือรืนร้นเกินเหตุ “ผมจะเอาไปคืนคุณที่ไร่เอง แต่อาจจะอีกสองสามวันคุณรอได้ไหม ผมไม่อยากให้คุณลำบากขับรถมาจากเชียงราย แปดชั่วโมงได้นะคุณ ต้องข้ามเชียงใหม่ทั้งจังหวัดทางก็ขึ้นเขาทั้งนั้นมันอันตราย ไม่อยากให้คุณลางานด้วย”

ไม่ว่าจะเมื่อไร ผู้ชายคนนี้จะมาพร้อมเหตุผลที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ เธอรับคำเบาๆ แม้จะร้อนใจแต่ก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอกไปแล้วหญิงสาวจึงไม่ดื้อดึงอีก เหมราชหรี่ตามองคุณหมอลูกแมวที่ยังหน้าแดงๆ อยู่อย่างสนใจในกิริยานี้ของเธอที่เขาไม่คาดว่าจะได้เห็น

“สร้อยเส้นนี้มันสำคัญกับคุณมากใช่ไหม ถึงได้ร้องไห้จนเสียทรงขนาดนี้”

เก็ดถวาอึ้งไป หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากยากเย็น ตัดสินใจบอกเขาด้วยข้อมูลกลางๆ แต่ก็เป็นจริงตามนั้น “มันเป็นของเก่า...ของครอบครัวฉันค่ะ รบกวนคุณ เก็บมันไว้ให้มิดชิด...อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาดเลยนะคะ ได้โปรด...”

“เข้าใจแล้ว” แม้จะรู้สึกแปลกๆ กับคำฝากฝังของเธอแต่เหมราชก็ไม่ถามอะไรต่อ ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นละลายใจจนคนเห็นก็อดหวั่นไหวไม่ได้ “ผมจะดูแลมันให้หมออย่างดีที่สุด ไม่ต้องห่วง แล้วก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ผมไม่ชอบเห็นน้ำตาคุณเลยให้ตาย”

เก็ดถวายิ้มได้เป็นครั้งแรกของวัน เป็นรอยยิ้มที่เหมราชถึงกับบอกตัวเองเอาไว้ในวันนี้เลยว่าเขาพร้อมทำทุกอย่างที่จะรักษารอยยิ้มนี้เอาไว้...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...


*******************

พี่เฮค #คนตรง2018 อีกแล้ว 5555

ตอนนี้มาลุ้นกันต่อนะคะทั้งเรื่องสร้อย เรื่องพี่ดินที่จะต้องเจอท่านประธานาธิบดีแบบจังๆ

เรื่องราวทั้งหมดเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ ตามกันต่อยาวๆ ค่ะ ^^

(มีกลับไปแก้ไขบทสนทนาในตอนที่ 5 เล็กกกกน้อยนะคะ อ่านซํ้าได้เพื่อการเชื่อมเรื่องที่ถูกต้องค่ะ

เกี่ยวกับระยะทางจากเชียงรายไปแม่ฮ่องสอนค่ะ)



ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์พยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #369 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 12:59
    พี่เหมน่ารักสุดๆอ่ะ แบบนี้หมอก็ละลายพอดี
    #369
    0
  2. #273 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:25
    ฟินสุดใจ
    #273
    0
  3. #272 เนยหวาน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:41
    นางเอกเป็นเจ้าหญิงใช่ไหม แล้วตอนหลังพระเอกจะรู้ความจริงจากการไปเห็นรูปสร้อยในหนังสือประวัติศาสตร์หรือเปล่าน้าาาา



    ปล.อ่านตอนคุยเรื่องการปกครองไป เสียวสันหลังไปไงไม่รู้ค่ะแอด ยิ่งตอนโยงมาประเทศไทย ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การเมืองมาเต็มเลย

    😱😱

    #272
    0
  4. #271 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:02
    อยากรู้จักท่านประธานาธิบดีเลยค่ะ อะไรทำให้พี่ดินดูจะไม่ชอบท่านขนาดนั้นกันนะ
    #271
    0
  5. #270 nuii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:02
    น่ารักอะ มาบ่อยๆนะคะ เปิดมาดูทุกวันเลย
    #270
    0
  6. #269 tb103985 (@tb103985) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:47
    ฟินไปอีก อยากได้เล่มแล้ว
    #269
    0
  7. #268 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:01
    รักผู้ชาย( ในเรื่อง ) ของไรท์ทุกคนเลยค่ะ โอ้ย ฟินทะลุฟ้า อิอิ เมื่อไหร่จะถึงตุลาน้อ ขอบคุณค่ะไรท์
    #268
    0
  8. #267 cuties_mm (@cuties_mm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:03
    ขอเล่มหนา ๆ นะคะ ได้โปรด
    #267
    0
  9. #266 veitan (@veitan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:15
    บทจะมุ้งมิ้ง จุ้งจิ้งกับคุณหมอ ทริปเปิ้ลเอชก็จะน่ารักขึ้นมาทันที >/////<
    #266
    0
  10. #265 gigkik (@gikgik) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:02
    รักๆๆๆค๊าาา
    #265
    0
  11. #264 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:56
    HHH สนใจรูปฝาแฝดแน่ๆๆๆๆ
    #264
    0