สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 132,997 Views

  • 1,156 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,591

    Overall
    132,997

ตอนที่ 1 : Prologue : ...ที่มิอาจลบเลือน | Enchanted [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Prologue

...ที่มิอาจลบเลือน | Enchanted


00.00

ลูกไฟดวงใหญ่จะแตกสลายกลายเป็นสะเก็ดดารานับล้าน ราตรีจะสว่างแล้วพลันมืดมิดลง...ชั่วกาล

…….

เสียงตูมสนั่นสั่นสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งเกาะแมนฮัตตัน และกำลังสะท้อนก้องไปทั้งโลก แสงสว่างจ้าจากลูกบอลปีใหม่บนยอดตึกวันไทม์สแควร์ รวมกับจอแอลอีดีรอบทิศที่กำลังระเบิดดูคล้ายดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่โดนอุกกาบาตพุ่งเข้าชน แรงดันมหาศาลก่อให้เกิดเศษแก้วและกระจกนับล้านชิ้นที่แตกละเอียดกลายเป็นสะเก็ดระเบิดอานุภาพสูงพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ สิ้นแสงนั้นคือความมืดและเขม่าควันที่มาแทนกันในชั่วพริบตาเดียว ท่ามกลางความตกใจและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วพื้นที่ที่ใช้จัดงานเคาท์ดาวน์กลางกรุงนิวยอร์ก

เมืองที่ไม่เคยหลับใหล เมืองแห่งความหวัง ความฝัน ความงาม และ...ความโหดร้ายทั้งมวล

คงยังไม่ถึงเวลาที่ เหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน จะต้องเจอกับมัจจุราชในคืนวันสิ้นปีที่กลายเป็นคืนนองเลือดคืนนี้ เมื่อเขาและเซบาสเตียน แฮมิลตัน ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องยืนอยู่ในจุดที่ตั้งแบ็คดรอปโฆษณาข้างเวทีการแสดงพอดิบพอดี แผ่นไม้อัดกลายเป็นโล่กำบังชั้นดีให้พวกเขายังคงมีลมหายใจและไม่พรุนไปด้วยเศษกระจก

เสียงเพลง New York New York ของแฟรงค์ ซินาตร้า ลอยติดๆ ดับๆ มาไกลๆ จากร้านค้าแถวนั้นที่มีเครื่องปั่นไฟสำรองพอให้วิทยุยังเล่นได้ ท้องฟ้าเหนือไทม์สแควร์มืดสนิทหลังจากจอแอลอีดีหลายสิบจอพังพินาศ ไฟฟ้าดับไปทั่วบริเวณมีแต่กระแสไฟฟ้าที่ยังช็อตค้างเป็นบางจุด เสียงไซเรนเริ่มดังและถี่ยิบ เสียงร้องอย่างหวาดผวาของผู้คนแทรกเข้าโสตประสาทกรีดแทงความรู้สึก เสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสผสมปนเปอยู่กับเสียงรํ่าไห้ หากแต่ฟังอู้อี้เหมือนมาจากที่ห่างไกล ทุกอย่างเหมือนภาพสโลว์โมชั่นอันเลือนลางเหมือนที่เคยดูในหนังแอ็คชั่นฮอลลีวู้ด 

ซีอีโอแห่งแฮมิลตันโฮเต็ลส์เวิร์ลด์ไวด์พยายามยึดตัวน้องชายเอาไว้หลังจากเสียงระเบิดตูมใหญ่สิ้นลง แต่ดูเหมือนเขาจะห้ามเซบาสเตียน แฮมิลตันไม่ได้อีกแล้วในนาทีนี้ สิงห์หนุ่มคนที่ห้าแห่งตระกูลแฮมิลตัน ตระกูลนักธุรกิจมั่งคั่งผู้ทรงอิทธิพลในนิวยอร์กวิ่งถลาฝ่าฝูงชนออกไปที่ลานกว้าง สายตาของเขาสอดส่ายหาใครคนหนึ่งอย่างร้อนรนกระวนกระวาย

เหมราชพยายามตั้งสติแล้วหันมองรอบตัว มันเกิดขึ้นอีกแล้ว... เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นปกคลุมนิวยอร์กอีกครั้งเหมือนเมื่อครั้งเหตุการณ์สิบเอ็ดกันยา คราวนี้มันน่าสะพรึงยิ่งกว่าตรงที่เขาอยู่ในเหตุการณ์และได้เห็นภาพอันน่าหดหู่เหล่านี้ด้วยตาตนเอง นิวยอร์กและสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญหน้ากับความกลัวครั้งใหม่...และมันจะไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน...

“บาส…” เหมราชมองหาน้องชาย เห็นร่างสูงใหญ่ทรุดอยู่บนพื้นท่ามกลางผู้คนมากมายที่ยังวิ่งอลหม่านอย่างแตกตื่น เซบาสเตียนกำลังเอาตัวเองป้องร่างบอบบางที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนนที่เย็นเฉียบไม่ให้เธอโดนเหยียบหรือโดนสะเก็ดกระจกที่ยังลอยว่อนไปมากกว่านี้ พี่ชายใหญ่แห่งแฮมิลตันถลามาถึงสองร่างกลางถนนในเสี้ยววินาที เขามองคนที่นอนนิ่งอยู่ใต้ร่างของน้องชายแล้วสะท้านเยือกในหัวอก

นีรนารา วาณิชไพฑูรย์ หรือ นีร่า หวาง.... 

รองหัวหน้าแผนกไอทีของแฮมิลตันกรุ๊ป สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงผู้ชาญฉลาดที่เซบาสเตียนพาเข้ามาคลี่คลายปัญหาเรื้อรังด้านไอทีให้กับบริษัท แน่ล่ะ...เธอไม่ใช่แค่พนักงานธรรมดาๆ หรอก 

เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเธอส่งข้อความหาเซบาสเตียนว่าลูกบอลปีใหม่กำลังระเบิด ให้พวกเขารีบออกไปจากพื้นที่... แน่นอนมันเหลือเชื่อที่ได้อ่านอะไรแบบนั้น แต่สุดท้าย....เธอก็พูดถูก

ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่... วิศวกรคอมพิวเตอร์ ? เป็นลูกสาวเจ้าสัว ? เป็นผู้หญิงที่เซบาสเตียนรู้สึก ‘พิเศษ’ ? แล้วที่มากกว่านั้นเล่า...เธอรู้ล่วงหน้าว่าจะมีระเบิด เธออยู่กับตำรวจและเอฟบีไอทั้งโขยง และเธอไม่ยอมหนี...แม้จะรู้ว่าความตายกำลังคอยท่าอยู่เบื้องหน้า แต่เธอยังยืนหยัดเพื่อหวังจะทัดทานมันได้ในวินาทีสุดท้าย... 

เหมราชสบถกับตัวเองที่ไม่ควรคิดอะไรไร้สาระในตอนนี้ เขาหลุดจากภวังค์อันสับสนเมื่อรู้สึกว่าเริ่มโดนคนที่วิ่งวุ่นไปมากระแทกเอาจนรู้สึกเจ็บ เขาปราดไปที่น้องชายและสาวคนพิเศษของเขาที่ยังนอนอยู่ท่ามกลางความชุลมุน เอาร่างกายใหญ่โตแข็งแรงของตัวเองลงไปค้อมตัวเหนือคนทั้งคู่ไว้อีกชั้นไม่ให้ใครมาเหยียบน้องชายกับคนเจ็บได้

“หนูนา...” เซบาสเตียนที่มีเลือดเปรอะไปทั้งตัวกำลังกอดเธอไว้ นีรนาราพยายามปรือตามองเขาอย่างยากลำบาก

เสียงทุ้มๆ สั่นเครือของชายหนุ่มเบาแทบไม่ได้ยิน

“หนูนา คุณรู้สึกตัวไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตอบผมหน่อย"

นีรนาราได้ยินทุกคำแต่ไม่มีแรงจะขยับปาก หญิงสาวรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วแขนขวา เจ็บแปลบอยู่หลายจุดในร่างกาย เซบาสเตียนถอดเสื้อโค้ทของเขาคลุมร่างเธอไว้ให้อุ่นที่สุด เสียงห้าวของเหมราชดังอยู่เหนือพวกเขาทั้งสองคน

“บาส ฉันจะไปตามหมอ !” 

ยังไม่ทันที่นายใหญ่แห่งแฮมิลตันจะขยับลุก เขาพลันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งฝ่าควันออกมาในระยะใกล้ก่อนจะทรุดนั่งอยู่ข้างๆ นีรนารา ก้มหน้าก้มตาดูคนเจ็บจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองใคร

“ขอฉันดูคนเจ็บหน่อยนะคะ ฉันเป็นหมอค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น สองหนุ่มเห็นคนที่อ้างว่าเป็นหมอตรวจดูการหายใจและจับชีพจรของคนเจ็บเป็นอันดับแรก เมื่อคลำไปถึงท่อนแขนขวานีรนาราก็สะดุ้งน้อยๆ เซบาสเตียนยังพยายามเรียกให้เธอรู้สึกตัว

เสียงไฟฟ้าช็อตบนจอแอลอีดีที่อยู่เหนือศีรษะพวกเขาดังแปลบขึ้น ประกายไฟลุกวาบออกมา เหมราชสบถ ทำท่าจะช้อนร่างนีรนาราขึ้น แต่คุณหมอสาวร้องเสียงหลง

“จะทำบ้าอะไร ! อย่าแตะต้องเธอนะ !” มือเย็นเฉียบของหมอจับมือชายหนุ่มแปลกหน้าไว้แน่นพลางจ้องเขาด้วยดวงตาดุจัด เหมราช แฮมิลตัน ชะงักกึก ไม่เคยมีใครตวาดเขาด้วยเสียงแบบนี้มาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ‘หมอ’ อีกครั้ง คราวนี้มองอย่างจริงจังราวกับจะต้องการบันทึกไว้ ดวงตาสองคู่สบประสานกัน แม่สาวเสียงดุชะงักไปเพียงนิดที่ได้เห็นเขาชัดๆ เหมราชรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกระตุกวูบ ใบหน้าเธอนั้นเปื้อนเลือดไปซีกหนึ่งจนแทบดูไม่ออกว่าดวงหน้าที่แท้ของเธอเป็นเช่นไร เขาเห็นแผลแตกตรงขมับข้างขวาของเธอที่เลือดยังคงซึม ดวงตากลมสีดำสนิทพุ่งทะลุคราบเลือดเหล่านั้นออกมากระแทกทุกผัสสะของเขาเข้าอย่างจัง 

ผู้หญิงเอเชีย ผมสีดำยาวเลยบ่ามาไม่มากถูกมัดไว้ง่ายๆ ดวงตาสีดำ กลมใสเหมือนลูกแก้ว ตัวบางๆ ไม่สูงมาก เหมราชก้มลงดูมือน้อยที่ยึดมือเขาไว้แน่น ผิวเธอขาว...ขาวราวหิมะ 

ที่สำคัญ ผู้หญิงคนนี้ยังดูเด็กมาก...เป็นหมอแน่หรือเนี่ย....

“แต่จะมีระเบิดอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ เราต้องย้ายตัวเธอ !” คุณชายใหญ่เถียงสวน

“กระดูกแขนขวาเธอหัก และยังไม่รู้ว่ามีส่วนไหนร้าวอีกหรือเปล่า ถ้าคุณเคลื่อนย้ายเธอโดยไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะอันตรายมาก” แพทย์สาวถลึงตาใส่แล้วก็เลิกสนใจเขาอีก เธอถอดเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวของตัวเองกดห้ามเลือดบริเวณข้อมือของนีรนาราที่โดนสะเก็ดกระจกบาดลึกโดยไม่สนว่าตัวเองจะต้องหนาวเหน็บเพียงไรหลังจากนี้เมื่ออุณหภูมิในแมนฮัตตันกำลังติดลบ เซบาสเตียนช่วยทันทีด้วยการรับอาสาเป็นคนกดเสื้อนั้นไว้ที่แผลด้วยตัวเอง

“คุณชื่ออะไรคะ” เสียงอ่อนโยนกระซิบข้างหูคนที่นอนอยู่ เหมราชจ้อง ’หมอ’ ตาไม่กะพริบ 

“นี...ร่า...” เจ้าของชื่อพยายามยิ่งยวดที่จะเอ่ยปาก แม้เสียงจะเบาราวกระซิบแต่ก็ทำให้คุณหมอยิ้มได้ เพราะนั่นแปลว่าคนไข้ยังมีสติและรู้สึกตัว

“โอเคนีร่า คุณยังมองเห็นและยังได้ยินหมอใช่ไหมคะ” นีรนาราพนักหน้าเบาๆ อย่างอ่อนแรง

“กระจกบาดข้อมือคุณ หมอต้องห้ามเลือดคุณก่อน แล้วกระดูกแขนขวาคุณก็หัก ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่คุณอย่าเพิ่งขยับตัวนะคะ คุณคะ ฉันอยากได้เศษกระดาษลังตรงนั้นกับ...เข็มขัดของคุณ” 

ประโยคท้ายเธอเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเหมราชชัดเจน ชายหนุ่มงุนงงกับคำสั่งของเธอ แต่ผู้ชายที่ไม่เคยทำตามคำสั่งของใครนอกจากพ่อกับแม่ก็ลุกวิ่งไปหยิบเศษกระดาษลูกฟูกนั่นมาพร้อมกับรูดเข็มขัดหนังราคาแพงออกจากหูกางเกงแสล็คของตัวเองตามคำสั่งเธอ หมอสาวชาวเอเชียหน้าเด็กเอาเศษกระดาษลังแข็งๆ ดามแขนขวาของนีรนาราไว้พร้อมเอาเข็มขัดของเหมราชพันมันไว้พอให้กระดาษอยู่ทรงแนบไปแขน นีรนาราร้องโอยเบาๆ ทันใด ชายหนุ่มอีกคนก็วิ่งพุ่งตรงมาแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างกระหืดกระหอบ

“หมอแคท ! ขอบคุณพระเจ้าที่คุณอยู่ที่นี่ มีอะไรให้ช่วยไหม” ผู้ชายคนนี้ล่ะน่าจะเป็นหมอจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉินแน่นอน เขาสวมชุดหมีสีส้มมีป้ายแปะด้านหลังแบบสะท้อนชัดว่า DOCTOR สะพายเป้ปฐมพยาบาลใบใหญ่ 

“หมอสโตน ผู้ป่วยสีเหลืองค่ะ ยังรอได้หน่อย” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า ‘หมอแคท’ รับริบบิ้นสีเหลืองที่ใช้คัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินผูกเข้ากับข้อมืออีกข้างของนีรนาราพร้อมบอกอาการของคนเจ็บด้วยภาษาทางการแพทย์กับหมอผู้มาใหม่เป็นชุด หญิงสาวหันมองอีกสองหนุ่มที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างคนเจ็บ 

“ส่วนสุภาพบุรุษสองคนนี้...สีเขียวค่ะ”

“โอเค ผมวิทยุเรียกเปลมาให้แล้ว ฝากหมอแคทดูเคสนี้ให้ด้วย ในตึกน่าจะยังมีเจ็บอีกเพียบ ส่วนเป้ปฐมพยาบาลใบนี้คุณเอาไปเลย เดี๋ยวผมไปเบิกใบใหม่ ฝากด้วยนะหมอ...ฝากด้วย” หมอสโตนฝากฝังพลางวิ่งออกไปอย่างรีบเร่ง

สีเหลืองคือผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน รอได้บ้างแต่ไม่นาน ส่วนสีเขียวหมายถึงผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง เหมราชเคยรู้มาบ้าง เขาสวนกลับทันทีไม่ยอมให้เธอผูกริบบิ้นให้ที่ข้อมือ

“พวกเราไม่เป็นอะไร ไม่ใช่คนเจ็บ เราจัดการตัวเองได้”

คุณหมอสาวทำหน้าเซ็งเหมือนกำลังพูดอยู่กับเด็กชายแสนดื้ออายุห้าขวบ เอาอีกแล้ว...นอกจากน้องสาวอย่างเฟลอร์แล้วก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำหน้าแบบนี้ใส่เหมราช แฮมิลตันเลยสักคนตั้งแต่เกิดมา ! คุณหมอชี้ไปต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากแขนเสื้อโค้ทสีเข้ม เหมราชรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาก็ตอนที่เธอชี้ให้ดูนี่แหละ 

“มีเศษกระจกฝังอยู่ในต้นแขนคุณ คุณคือคนเจ็บแน่นอน” เธอว่า ก่อนหันไปที่เซบาสเตียนที่ยังกังวลใจใหญ่หลวงอยู่กับแม้สาวน้อยที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้า “ส่วนคุณ หางคิ้วคุณมีแผลแตก โชคดีที่เลือดออกไม่เยอะ แต่คุณน่าจะโดนเย็บหลังจากนี้สักสองสามเข็มค่ะ”

หางคิ้วเขาแตกแต่เซบาสเตียนไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ความรู้สึกทั้งมวลของเขาไหลไปอยู่ที่ร่างน้อยตรงหน้านี่จนหมดสิ้นแล้ว ‘หมอแคท’ ผูกริบบิ้นสีเขียวให้ที่ข้อมือของเซบาสเตียน หากเมื่อกำลังจะผูกต่อให้ชายหนุ่มอีกคนเขากลับชักมือออก เหมราชมองเธอแล้วก็พูดเสียงห้วน

“งั้นหมอเองก็เป็นคนเจ็บเหมือนกัน” สายตาเขาหยุดที่ศีรษะตรงขมับขวาของเธอที่มีเลือดเปรอะ คุณหมอรู้อยู่แล้วว่าหัวเธอแตก

“ไม่เป็นไร มีคนเจ็บกว่าฉันอีกมากค่ะ” เธอพูดเสียงนิ่ง

“แล้วเดี๋ยวคุณก็จะหนาวจนตัวแข็งเพราะไม่ได้ใส่แจ็คเก็ต” เพราะแจ็คเก็ตของเธอถูกถอดออกมาใช้กดห้ามเลือดให้นีรนาราเสียแล้ว อีกครั้งที่หมอกับ ‘ผู้ป่วยสีเขียว’ สบตากัน เหมราชถอดเสื้อโค้ทสีน้ำเงินเข้มยี่ห้อแพงของตัวเองยื่นให้เธอ คุณหมอมองอย่างอึ้งๆ 

“ถ้าคุณแข็งตายไปก่อน จะไปช่วยคนอื่นได้ไง” สายตาของราชสีห์หนุ่มแห่งแฮมิลตันอ่อนลง “ผมรู้ว่ามันเปรอะเลือด...นิดหน่อย แต่คุณเป็นหมอ คงไม่รังเกียจ” 

แพทย์สาวยังชะงักงัน เหมราชถือวิสาสะคลุมแจ็คเก็ตนั้นไว้บนร่างเธออย่างไม่รอคำอนุญาต ไออุ่นที่ยังกรุ่นจากคนตัวใหญ่กว่าแผ่ซ่าน “เดี๋ยวพวกผมก็จะได้อยู่ที่อุ่นๆ แล้ว แต่หมอ...หมอน่าจะอยู่ตรงนี้อีกทั้งคืน ใส่ไว้เถอะ...”

เหมราชแปลกใจที่เห็นหญิงสาวหลบตาลงต่ำ ก่อนที่เธอจะดึงมือเขาไปผูกริบบิ้นสีเขียวจนได้ในที่สุดแบบไม่พูดไม่จา ไม่มีแม้คำขอบคุณหากคุณชายใหญ่ก็ปล่อยให้เธอคว้ามือไปโดยไม่รั้นอีก แและคราวนี้มือเล็กนุ่มนิ่มนั้นอุ่นขึ้นผิดหูผิดตาทีเดียว ไม่เย็นเหมือนเอาไปแช่แข็งมาเหมือนตอนแรกอีกแล้ว หญิงสาวไม่พยายามสบตากับเจ้าของเสื้อ แต่หันไปพูดเป็นการเป็นงานกับน้องชายของเขาแทน

“ฉันไม่ใช่หมอจากหน่วยแพทย์ของงาน ฉันเป็นแค่หมอที่บังเอิญอยู่แถวนี้ ฉันทำได้เท่าที่ทำได้ คุณต้องรอเปลจากหน่วยกู้ชีพตรงนี้ก่อน พวกเขากำลังมาแล้ว อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเองนะคะ”

คุณหมอมองเซบาสเตียนอย่างเห็นใจ...และเข้าใจ “คนรักของคุณจะไม่เป็นไร คุณต้องเข้มแข็งเพื่อเธอนะคะ ฉัน...จะไปดูคนอื่นๆ ยังมีคนเจ็บอีกมาก...มากจริงๆ”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วทำให้เหมราชและเซบาสเตียนเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัว บางคนยังนอนจมกองเลือด บางคนก็แขนขาด หลายคนเดินตามหาเพื่อนพ้องญาติมิตรของตัวเองท่ามกลางคนเจ็บมากมาย เป็นความหดหู่น่าสังเวชใจจนอยากจะหลับตาแล้วตื่นมาพบว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย

“ขอบคุณมากครับหมอ” เซบาสเตียนขอบคุณเธอด้วยใจจริง ไม่รั้งเธอไว้ ให้เธอได้ใช้ความรู้ของตัวเองในการช่วยเหลือคนอื่นต่อไป คุณหมอกกระชับเสื้อโค้ทตัวหลวมโคร่งนั้นให้เข้ากาย ดวงตาสีน้ำตาลของเหมราช แฮมิลตันเดินทางมาสบประสานกับดวงตาสีนิลอันเด็ดเดี่ยวคู่นั้นอีกครั้ง ชั่ววินาทีที่ได้จ้องมองก็เพียงพอแล้วที่เหมราชจะบันทึกภาพเธอไว้ให้สลักแน่น 

แพย์สาวยันตัวลุกขึ้นก่อนวิ่งหายไปในฝูงชนที่ยังวุ่นวาย เซบาสเตียนก้มมองที่บาดแผลบริเวณข้อมือ เขาคลายแจ็คเก็ตกันหนาวสีขาวของแพทย์หญิงคนนั้นที่เธอถอดเพื่อใช้ห้ามเลือดเมื่อเห็นว่าเลือดที่ข้อมือของนีรนาราเริ่มหยุดไหล อะไรบางอย่างที่โผล่ออกจากกระเป๋าแจ็คเก็ตทำให้เหมราชมองอย่างสงสัย เขาค่อยๆ หยิบมันออกมา 

บัตรประจำตัวของเจ้าของแจ็คเก็ต ไม่ใช่บัตรประจำตัวแพทย์ของสังกัดโรงพยาบาลใด มันเหมือนเป็นบัตรประจำตัวในงานสัมมนาทางการแพทย์อะไรสักอย่างที่ทำชั่วคราว มีชื่อและรูปของนายแพทย์ผู้เข้าร่วมสัมมนา ภาพดวงหน้าสวยคมแบบไม่มีเลือดเปรอะถูกแปะไว้กับชื่อของเธอ

KETTAWA SUKONTHAPISUT, M.D., 

            Emergency Medicine Physician

THAILAND


เหมราชรู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด เขาอ่านชื่อนั้นในใจอีกครั้งแบบภาษาไทยที่เขาคุ้นเคยดี

แพทย์หญิง เก็ดถวา สุคนธพิสุทธิ์,      

           แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน

 ประเทศไทย 

เก็ดถวา...

เหมราช แฮมิลตัน พยายามมองทะลุควันขาว ประกายไฟ และผู้คนมากมายอีกครั้ง เธอหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความสว่างเรืองรองและไออุ่นราวกับแสงแรกแห่งดวงตะวันที่พาดผ่านรัตติกาลอันมืดมิด...






******** 

สวัสดีค่า ขออนุญาตเปิดพี่เฮคเตอร์ด้วย prologue สั้นๆ

เพื่อย้อนจุดเริ่มแรกจุดนี้ของเฮคเตอร์และเก็ดถวานะคะ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการอ่านและติดตามเรื่องราวของพี่ชายใหญ่

เพราะคนเขียนจะพยายามเขียนด้วยความสุขและไม่เครียด 

(ถึงประเด็นของเรื่องจะสเกลใหญ่มากๆ ก็ตาม แหะๆ) 

นิยายที่ลงในเว็บของ Clair de Lune ทุกเรื่อง เป็นนิยายที่ไม่มีสต็อกไว้นะคะ

คือเขียนสด เขียนเสร็จสัก 50% ของแต่ละบทก็จะอัพให้อ่านกัน

จึงไม่อาจบอกได้แน่นอนว่าจะอัพได้ทุกวันไหนเวลาไหน

เอาเป็นว่า ค่อยๆ เขียน ค่อยๆ อ่าน ไม่เร่งไม่รีบ สบายๆ กันนะคะ :)

ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามกันเสมอมา

ขอบพระคุณทุกคอมเมนต์และทุก fav ด้วยค่ะ


Clair de Lune



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #583 Jureeporn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 19:55

    เพิ่งอ่านคู่บาส-หนูนากับหมอวินด์และแอนนี่จบ ดีใจที่จะได้อ่านคู่ของพี่ใหญ่และหมอแคทต่อค่า ขอบคุณมากค่ะ ดีต่อใจที่ซู้ดดดดด

    #583
    0
  2. #538 adms (@kingdek) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:10
    เหลือเชื่อที่มาเจอเรื่องนี้ ดีใจมากๆ ค่ะ
    #538
    0
  3. #415 indee-indy (@indee-indy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 16:32
    <p>คือมันดี เหมือนเจอขุมทรัพย์ วันนี้จู่ๆก็อยากอ่านหมวดซึ้งกินใจ เลื่อนไปเลื่อนมายังไม่เจอที่ถูกใจสักที จู่ๆมาเจอเรื่องนี้แล้วลองอ่าน คือมันดจีย์ มันเลิศ!</p>
    #415
    0
  4. #397 sasitorn1 (@sasitorn1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 17:20
    ในที่สุดพี่เฮคเตอร์ก็จะมีเมียเหมื่อนบรรดาพี่น้องซะที
    #397
    0
  5. #360 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:13
    พี่ใหญ่ของตระกูลได้เจอเนื้อคู่แล้ว
    #360
    0
  6. #195 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:57
    หืม !!!! พี่ใหญ่จำสาวน้อยไม่ได้
    #195
    0
  7. #181 engjaethai (@engjaethai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:04
    ชอบทุกเรื่องเลยค่ะ มีความเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืนในทุกเรื่อง
    #181
    0
  8. #81 JinnyTent (@JinnyTent) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 07:40
    โหลดแอพนี้มา เพราะจะติดตามเรื่องนี้เลยค่า
    #81
    0
  9. #51 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 13:32
    เพิ่งรู้ว่าพี่บาสออกมาเป็นรูปเล่มแล้ว จะตามไปเก็บพี่บาสมาอ่านรอพี่เฮกเตอร์นะคะ



    เริ่มเรื่องได้น่าสนใจมากค่ะ
    #51
    0
  10. #24 moom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:18
    goog job.

    รอค่ะ
    #24
    0
  11. #23 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 09:32
    แค่เริ่มต้นก็สนุกแล้วค่า
    #23
    0
  12. #22 Pachara Prasongdee (@ptumka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 07:57
    ดีใจค่ะ ที่พี่ใหญ่จะหาแฟนได้สักที สู้ๆ
    #22
    0
  13. #21 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 01:52
    แค่คิดว่าพี่ใหญ่จะหาแฟนได้ (รึป่าว) ก้อสนุกรอแล้วค่ะไรท์  สู้ๆ นะคะ
    #21
    0
  14. #20 MyMod09 (@MyMod09) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 01:42
    เพิ่งอ่านบาสกับหนูนาจบไป ลูกมังกรน่ารัก ฟินมาก รอๆๆๆ
    #20
    0
  15. #19 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:05
    ในที่สุดพี่ใหญ่ก็ได้คู่ที่เหมาะสมเสียที.... รอลุ้นค่ะ
    #19
    0
  16. #18 ingnon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:33
    กรี๊ดดดด มาเเล้วๆๆๆๆ ซื้ออีบุ๊คบาสกับหนูนามาแล้วนะคะ อ่านจนถึงตีสาม ฟินไปอีกกกกก คุ้มค่ากับการอดใจรอ

    คราวนี้พี่เหมของน้องมาแล้ว รอมานาน อยากอ่านคู่นี้ที่สุดค่ะ

    ตอนนี้ขอแอบคิดว่าตัวเองเป็นหมอแคทหน่อยนะคะ 55555

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์เสมอนะค้าาาา

    ปล. ไม่รู้ไรท์เตอร์ยังจำเค้าได้อยู่รึป่าว อิอิ เป็นแฟนคลับมาตลอดเบยยย
    #18
    0
  17. #17 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:30
    ดีใจ ที่จะได้อ่าน พี่ใหญ่เสียที่ เวลา มีความรักจะเป็นยังไง
    #17
    0
  18. #16 jai19122515 (@jai19122515) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:28
    มีทุกเรื่อง ติดตามและสนับสนุนตลอด นะคะ
    #16
    0
  19. #15 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:12
    ไปถอย นีร่า กับเฮียบาส มาแล้วค่ะ โอย ฟินค่ะ
    #15
    0
  20. #14 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:12
    ไปถอย นีร่า กับเฮียบาส มาแล้วค่ะ โอย ฟินค่ะ
    #14
    0