ลำดับตอนที่ #2
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #2 : ตอนที่ 2 เหล่าขุมกำลังของโจโฉ
"อุดมการณ์.อุดมการ์ณของท่านคืออะไรเหรอ"ฉันถามท่านโจโฉกลับไปด้วยความสงสัย
"รวบรวมแผ่นดิน..ขจัดขุนนางกังฉิน.." ท่านโจโฉตแบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ฉันครุ่นคิดไปซักพักนึง..ความจรงินี่อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะแสดงให้เห็นว่าโยวไคอย่างเราก็สามารถอยู่ร่วมกับมรุษย์ได้.แต่ขณะที่ฉันเขามาในบ้านพักของท่านโจโฉนั้นกลับฉุกคิดคำพูดคำนึงที่ ท่าน พาโชว์ลี่เคยพูดไว้
"ประวัติที่เคยเกิดขึ้นแล้วอย่าไปเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันขาด" มันทำให้ฉันค่อนข้างลำบากใจพอสมควร
"แม่นางเชิญนั่ง"ท่านโจโฉกล่าวเชิญชวนฉันอย่างสุภาพก่อนที่เขานั้นค่อยนั่งลงบนเก้าอี้ไม้
ฉันมิองไปรอบๆห้องของเขานั้นก็ดูไม่ค่อยหรูหราอะไรนัก...สักพักนึงคนใช้ของท่านโจโฉนั้นยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ..
"โอ้..โห..น่ากินทั้งนั้นเลย" ตั้งแต่เกิดมาฉันก็เคยได้เจออาหารหรูหรายังงี้แหละเป็นครั้งแรกเพราะโดยปรกติที่คฤหาสน์มารแดงฉันก็ได้กินแต่อาหารง่ายเท่านั้นเอง
"แล้วแม่นางคิดยังไงบ้างละ.จะมาร่วมอุดมการณ์ด้วยกันไหม"ท่านโจโฉถามมาอีกขณะที่เขานั้นหยิบไหเหล้าแล้วรินลงบนจอกสีทองลายมังกร
"คือ..เป็นบุญคุณมากเลยค่ะ..ที่ท่านได้เชิญชวนข้า..และแถมยังเลี้ยงอาหารด้วย..ส่วนเรื่องที่ท่านว่านั้น.."ฉันเว้นคำพูดไประยะนึกเพื่อประมวลลความคิด..
"ถ้าเราเข้าด้วย..เราอาจจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ก็ได้"
"แต่ว่า.....ถ้าเราปฏิเสธไปกลัวเสียน้ำใจเขาซะด้วย"
"เอาไงดีเนี่ย...."
ความคิดหลายอย่างนั้นวนไปมาในสมองฉันจนแทบไม่มีอันจะกินเลยจนสักพักนึกก็นึกขึ้นได้ว่า
"ถ้าเราแค่เข้าร่วมแล้วไม่ทำอะไรที่ไม่ขัดต่อประวัติศาสตร์เราก็ไม่ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์นี่หน่า" พอตัดสินใจได้ดังนั้นฉันจึงส่งยิ้มให้เขาก่อนจะพูดมาว่า "ตกลงค่ะ"
เมื่อท่านโจโฉได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นพร้อมถือสุราในท่าคำนับ
"ขอบคุณอย่างมากเลยแม่นาง..ถ้าเช่นนั้นโปรดรับคารสะจากข้าหนึ่งจอก"ท่านโจโฉก้มคำนับพลางยื่นจอกสุรามาให้
"ขอบคุณท่านมาก"ฉันพูดขึ้นมาอย่างเกรงใจก่อนะหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดจอกหลังจากกินข้าวเสร็จท่านโจโฉก็ลุกขึ้นมาทันที
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาท่านไปพบกับเหล่าขุนพลกับกุนซือของข้า" เขาพูดเชื้อเชิญก็จะพาฉันไปที่อาคารแห่งหนึ่งซึ่งดูกว้างขวางมากลายจีนในสมัยก่อนดสวยงามอย่างมากท่าโจโฉค่อยเปิดประตูของอาคารนั้น พอฉันเข้ามานั้นก็ได้พบกับเหล่าขุนพล และ กุนซือที่ยืนขนาบข้างกันเป็นแถวยาว
ด้านในสุดของห้องนั้นมี โต๊ะกับเก้าอี้ลายมังกรซึ่งพอเดาได้เลยว่าเป็นของท่านโจโฉแน่นอน
"ขอต้อนรับท่านขุนพลหญิง"นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันอบอุ่นใจมากๆการต้อนรับแบบนี้ทำให้ฉันนั้นรู้สึกเป็นส่วนนึงของกองทัพของท่านโจโฉ
"เผอิญข้าได้สั่งทหารให้ไปบอกขุนพลทุกท่านใหเตรียมการต้อนรับท่านไว้แล้วละ"ท่านโจโฉพูดบอกฉันพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
"เอาละเชิญขุนพลทุกท่านทำความรู้จักและนำตัวกับขุนพลคนใหม่กันได้"พอท่านโจโฉพูดเสร็จเหล่าขุนพลกุนซือต่างมาแนะนำตัวฉันนั้นได้รู้จักกับญาติๆและพี่น้องของท่านโจโฉอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น
"แฮหัวตุ้น "คนนนี้แม้จะหน้าตาดุดันและร่างสูงใหญ่แต่เขาดูเป็นกันเองอย่างมากแถมเขายังโชว์วิชาเพลงดาบให้ดูด้วย เขาดูแรงเยอะมากเวลาทักทายเขาตบหลังฉันจนฉันหัวเกือบคะมำแหนะ
"แฮหัวเอี๋ยน" น้องชายของแฮหัวตุ้น เขาดูค่อนข้างใจร้อนแต่ถือว่านิสัยก็คล้ายๆผู้พี่อย่างมาก
ดูจากรูปร่างอันกำยำเลยรู้ว่าเขาคงจะแข็งแรงมากๆแถมยังเชี่ยวชาญธนูได้เนื่องจากเขาพกคันธนูตลอดเวลาเลย
"โจหยิน และ โจหอง" สองพี่น้องซึ่งเป็นคนร่วมสกุลของท่านโจโฉเขาทั้งสองนั้นดูท่าทางห้าวหาญ และ ใจร้อน แถมยังเคร่งครัดต่อระเบียบด้วย เขาทั้งสองนั้นยังสาธยาย กฎกองทัพให้ฉันฟังจนหูชาเลยละ
"โจฮิว" เป็นญาติของท่านโจโฉ ดูท่าทางขึงขังที่สุดเลยละแถมยังสุภาพเรียบร้อยมากในบรรดาทหารด้วย และรู้สึกจะเป็นคนที่รู้วิธีปฏิบัติกับผู้หญิงมากที่สุดเลยต่างจาก สองพี่น้องแฮหัวที่ใช้วิธีทักทายฉันด้วยการตบหลังฉัน
"งักจิ้น" เขาเป็นคนเตี้ยม่อต้อ.กว่าคนอื่นแต่เขาดูสุขุมสุดในกลุ่มเลยละดูท่าทางเขาเชื่อใจในตัวท่านโจโฉอย่างมากเลยละเขาดูอัธยาศัยดีอย่างมากคุยกับฉันได้อย่างสนุกแต่ค่อนข้างน่าเบื่อเพราะพูดแต่เรื่องการทหาร
"ลิเตียน"เขาดูจะมีสุภาพมากๆ..สุภาพมากที่สุดในบรรดากลุ่มแถมยังดูอ่อนโยนอีกอาจจะเรียกว่าเป็นผู้ชายคนที่สองเลยที่ฉันชอบแต่สุขภาพเขานั้นดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เขาเป็นคนไม่โลภมากเลยเขายังบอกอีกว่าที่เขาเข้าด้วยกับโจโฉเพราะว่าเขานั้นสมัครใจมาช่วยเอง
"เอาละถ้างั้นสำรับวันนี้ข้าก็จะปล่อยให้ขุนพลทุกคนไปพักผ่อนกันนะ..เลิกประชุม"โจโฉประกาศขุนพลต่างคำนับลากก่อนจะเดินออกจากที่ว่าราชการสักพักนึงลิเตียนก็เดินเข้ามาหาฉัน
"ท่านเหม่ยหลิง ท่านคงยังไม่เห็นห้องพักท่านเดี๋ยวข้าจะนำทางไปให้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาะแล้วก็เดินนำหน้าฉันเดินไปได้สักพักจู่ๆเขาก็พูดขึ้น
"เออ..คือ..ท่านเหม่ยหลิงถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีศึกสงคราม..จะว่าอะไรไหมถ้า..จะไปเที่ยวเล่นที่ตลาดนะครับ"เขาถามกับฉันอย่างเขินๆหน้าเขาแดงแจ๋อย่างกับผลท้อเลยละ
"ก็ได้ค่ะ"ฉันตอบไปแล้วส่งยิ้มให้นั้นยิ่งทำให้เขานั้นเขินขึ้นไปอีก สักพักนึงก็ทาถึงที่พักน่าจะเรียกว่าเป็นคฤหาส์ส่วนตัวเสียมากกว่าเพราะว่าบ้านั้นดูใหญ่พอตัวกินเนื้อที่ไปมากเลย..ข้างๆบ้านประดับต้นบ๊วยต้นใหญ่ซึ่งใหญ่พอจะคลุมได้ทั้งบ้านเลยอาจจะเอาไว้เป็นร่มบังแดดได้เลยละ
"โอ้..โห" พอฉันเข้าไปในบ้านนั้นห้องนั้นโอ่โถงมาก พื้นไม้ที่ขัดงามวาวจนแทบเห็นหน้าตัวเอง..
โต๊ะและเก้าอี้กินข้าวส่วนตัวซึ่งแกะสลักเป็นลายมังกรอย่างดี กระบี่ประจำตัวที่แขวนไว้บนผนัง แล้วก็..
"เตียงงง"ฉันรีบวิ่งรี่กระโดดลงไปในเตียงที่ปูด้วยลูกฝูกที่นุ่มนิ่มน่ากอดมากๆ..ฉันอนกลิ่งเกลือกไปมาอย่างไม่มีอะไรทำสักพักึงฉันเริ่มคิดถึงเรื่องในข้างหน้า
"ขุนพลแต่ละคนต่างเป็นคนดีมากๆ.."
"อยากจะอยู่ที่นี้ไปนานๆ"
"ท่านลิเตียนก็ดูใจดีอย่างมาก.."
"แต่ว่า.....ถ้าพวกเขาจากไปละ.." จู่ๆฉันเริ่มร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุฉันเริ่มคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าถ้าพวกเขาต่างตายจากต่อหน้าต่อตาฉันฉันคงรับไม่ได้.....แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะตายเมื่อไหร่
"คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่กำหนดชะตาชีวิตของพวกเขาและที่สำคัญ"
"ฉันอยากให้พวกเขาอยู่กับฉัน...ตลอดไป"
--------------------โปรดติดตามต่อในตอนที่ 3---------------------------------------
เอาละดำเนินเรื่องได้ไปพอสมควรแล้วเอาละสู้ๆต่อไปเพราะต่อไปเนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้วละ
อ้อ..ช่วยคอมเม้นต์ด้วยเน้ออออ..ครับอยากได้กำลังใจนะครับ
"รวบรวมแผ่นดิน..ขจัดขุนนางกังฉิน.." ท่านโจโฉตแบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ฉันครุ่นคิดไปซักพักนึง..ความจรงินี่อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะแสดงให้เห็นว่าโยวไคอย่างเราก็สามารถอยู่ร่วมกับมรุษย์ได้.แต่ขณะที่ฉันเขามาในบ้านพักของท่านโจโฉนั้นกลับฉุกคิดคำพูดคำนึงที่ ท่าน พาโชว์ลี่เคยพูดไว้
"ประวัติที่เคยเกิดขึ้นแล้วอย่าไปเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันขาด" มันทำให้ฉันค่อนข้างลำบากใจพอสมควร
"แม่นางเชิญนั่ง"ท่านโจโฉกล่าวเชิญชวนฉันอย่างสุภาพก่อนที่เขานั้นค่อยนั่งลงบนเก้าอี้ไม้
ฉันมิองไปรอบๆห้องของเขานั้นก็ดูไม่ค่อยหรูหราอะไรนัก...สักพักนึงคนใช้ของท่านโจโฉนั้นยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ..
"โอ้..โห..น่ากินทั้งนั้นเลย" ตั้งแต่เกิดมาฉันก็เคยได้เจออาหารหรูหรายังงี้แหละเป็นครั้งแรกเพราะโดยปรกติที่คฤหาสน์มารแดงฉันก็ได้กินแต่อาหารง่ายเท่านั้นเอง
"แล้วแม่นางคิดยังไงบ้างละ.จะมาร่วมอุดมการณ์ด้วยกันไหม"ท่านโจโฉถามมาอีกขณะที่เขานั้นหยิบไหเหล้าแล้วรินลงบนจอกสีทองลายมังกร
"คือ..เป็นบุญคุณมากเลยค่ะ..ที่ท่านได้เชิญชวนข้า..และแถมยังเลี้ยงอาหารด้วย..ส่วนเรื่องที่ท่านว่านั้น.."ฉันเว้นคำพูดไประยะนึกเพื่อประมวลลความคิด..
"ถ้าเราเข้าด้วย..เราอาจจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ก็ได้"
"แต่ว่า.....ถ้าเราปฏิเสธไปกลัวเสียน้ำใจเขาซะด้วย"
"เอาไงดีเนี่ย...."
ความคิดหลายอย่างนั้นวนไปมาในสมองฉันจนแทบไม่มีอันจะกินเลยจนสักพักนึกก็นึกขึ้นได้ว่า
"ถ้าเราแค่เข้าร่วมแล้วไม่ทำอะไรที่ไม่ขัดต่อประวัติศาสตร์เราก็ไม่ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์นี่หน่า" พอตัดสินใจได้ดังนั้นฉันจึงส่งยิ้มให้เขาก่อนจะพูดมาว่า "ตกลงค่ะ"
เมื่อท่านโจโฉได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นพร้อมถือสุราในท่าคำนับ
"ขอบคุณอย่างมากเลยแม่นาง..ถ้าเช่นนั้นโปรดรับคารสะจากข้าหนึ่งจอก"ท่านโจโฉก้มคำนับพลางยื่นจอกสุรามาให้
"ขอบคุณท่านมาก"ฉันพูดขึ้นมาอย่างเกรงใจก่อนะหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดจอกหลังจากกินข้าวเสร็จท่านโจโฉก็ลุกขึ้นมาทันที
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาท่านไปพบกับเหล่าขุนพลกับกุนซือของข้า" เขาพูดเชื้อเชิญก็จะพาฉันไปที่อาคารแห่งหนึ่งซึ่งดูกว้างขวางมากลายจีนในสมัยก่อนดสวยงามอย่างมากท่าโจโฉค่อยเปิดประตูของอาคารนั้น พอฉันเข้ามานั้นก็ได้พบกับเหล่าขุนพล และ กุนซือที่ยืนขนาบข้างกันเป็นแถวยาว
ด้านในสุดของห้องนั้นมี โต๊ะกับเก้าอี้ลายมังกรซึ่งพอเดาได้เลยว่าเป็นของท่านโจโฉแน่นอน
"ขอต้อนรับท่านขุนพลหญิง"นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันอบอุ่นใจมากๆการต้อนรับแบบนี้ทำให้ฉันนั้นรู้สึกเป็นส่วนนึงของกองทัพของท่านโจโฉ
"เผอิญข้าได้สั่งทหารให้ไปบอกขุนพลทุกท่านใหเตรียมการต้อนรับท่านไว้แล้วละ"ท่านโจโฉพูดบอกฉันพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
"เอาละเชิญขุนพลทุกท่านทำความรู้จักและนำตัวกับขุนพลคนใหม่กันได้"พอท่านโจโฉพูดเสร็จเหล่าขุนพลกุนซือต่างมาแนะนำตัวฉันนั้นได้รู้จักกับญาติๆและพี่น้องของท่านโจโฉอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น
"แฮหัวตุ้น "คนนนี้แม้จะหน้าตาดุดันและร่างสูงใหญ่แต่เขาดูเป็นกันเองอย่างมากแถมเขายังโชว์วิชาเพลงดาบให้ดูด้วย เขาดูแรงเยอะมากเวลาทักทายเขาตบหลังฉันจนฉันหัวเกือบคะมำแหนะ
"แฮหัวเอี๋ยน" น้องชายของแฮหัวตุ้น เขาดูค่อนข้างใจร้อนแต่ถือว่านิสัยก็คล้ายๆผู้พี่อย่างมาก
ดูจากรูปร่างอันกำยำเลยรู้ว่าเขาคงจะแข็งแรงมากๆแถมยังเชี่ยวชาญธนูได้เนื่องจากเขาพกคันธนูตลอดเวลาเลย
"โจหยิน และ โจหอง" สองพี่น้องซึ่งเป็นคนร่วมสกุลของท่านโจโฉเขาทั้งสองนั้นดูท่าทางห้าวหาญ และ ใจร้อน แถมยังเคร่งครัดต่อระเบียบด้วย เขาทั้งสองนั้นยังสาธยาย กฎกองทัพให้ฉันฟังจนหูชาเลยละ
"โจฮิว" เป็นญาติของท่านโจโฉ ดูท่าทางขึงขังที่สุดเลยละแถมยังสุภาพเรียบร้อยมากในบรรดาทหารด้วย และรู้สึกจะเป็นคนที่รู้วิธีปฏิบัติกับผู้หญิงมากที่สุดเลยต่างจาก สองพี่น้องแฮหัวที่ใช้วิธีทักทายฉันด้วยการตบหลังฉัน
"งักจิ้น" เขาเป็นคนเตี้ยม่อต้อ.กว่าคนอื่นแต่เขาดูสุขุมสุดในกลุ่มเลยละดูท่าทางเขาเชื่อใจในตัวท่านโจโฉอย่างมากเลยละเขาดูอัธยาศัยดีอย่างมากคุยกับฉันได้อย่างสนุกแต่ค่อนข้างน่าเบื่อเพราะพูดแต่เรื่องการทหาร
"ลิเตียน"เขาดูจะมีสุภาพมากๆ..สุภาพมากที่สุดในบรรดากลุ่มแถมยังดูอ่อนโยนอีกอาจจะเรียกว่าเป็นผู้ชายคนที่สองเลยที่ฉันชอบแต่สุขภาพเขานั้นดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เขาเป็นคนไม่โลภมากเลยเขายังบอกอีกว่าที่เขาเข้าด้วยกับโจโฉเพราะว่าเขานั้นสมัครใจมาช่วยเอง
"เอาละถ้างั้นสำรับวันนี้ข้าก็จะปล่อยให้ขุนพลทุกคนไปพักผ่อนกันนะ..เลิกประชุม"โจโฉประกาศขุนพลต่างคำนับลากก่อนจะเดินออกจากที่ว่าราชการสักพักนึงลิเตียนก็เดินเข้ามาหาฉัน
"ท่านเหม่ยหลิง ท่านคงยังไม่เห็นห้องพักท่านเดี๋ยวข้าจะนำทางไปให้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาะแล้วก็เดินนำหน้าฉันเดินไปได้สักพักจู่ๆเขาก็พูดขึ้น
"เออ..คือ..ท่านเหม่ยหลิงถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีศึกสงคราม..จะว่าอะไรไหมถ้า..จะไปเที่ยวเล่นที่ตลาดนะครับ"เขาถามกับฉันอย่างเขินๆหน้าเขาแดงแจ๋อย่างกับผลท้อเลยละ
"ก็ได้ค่ะ"ฉันตอบไปแล้วส่งยิ้มให้นั้นยิ่งทำให้เขานั้นเขินขึ้นไปอีก สักพักนึงก็ทาถึงที่พักน่าจะเรียกว่าเป็นคฤหาส์ส่วนตัวเสียมากกว่าเพราะว่าบ้านั้นดูใหญ่พอตัวกินเนื้อที่ไปมากเลย..ข้างๆบ้านประดับต้นบ๊วยต้นใหญ่ซึ่งใหญ่พอจะคลุมได้ทั้งบ้านเลยอาจจะเอาไว้เป็นร่มบังแดดได้เลยละ
"โอ้..โห" พอฉันเข้าไปในบ้านนั้นห้องนั้นโอ่โถงมาก พื้นไม้ที่ขัดงามวาวจนแทบเห็นหน้าตัวเอง..
โต๊ะและเก้าอี้กินข้าวส่วนตัวซึ่งแกะสลักเป็นลายมังกรอย่างดี กระบี่ประจำตัวที่แขวนไว้บนผนัง แล้วก็..
"เตียงงง"ฉันรีบวิ่งรี่กระโดดลงไปในเตียงที่ปูด้วยลูกฝูกที่นุ่มนิ่มน่ากอดมากๆ..ฉันอนกลิ่งเกลือกไปมาอย่างไม่มีอะไรทำสักพักึงฉันเริ่มคิดถึงเรื่องในข้างหน้า
"ขุนพลแต่ละคนต่างเป็นคนดีมากๆ.."
"อยากจะอยู่ที่นี้ไปนานๆ"
"ท่านลิเตียนก็ดูใจดีอย่างมาก.."
"แต่ว่า.....ถ้าพวกเขาจากไปละ.." จู่ๆฉันเริ่มร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุฉันเริ่มคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าถ้าพวกเขาต่างตายจากต่อหน้าต่อตาฉันฉันคงรับไม่ได้.....แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะตายเมื่อไหร่
"คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่กำหนดชะตาชีวิตของพวกเขาและที่สำคัญ"
"ฉันอยากให้พวกเขาอยู่กับฉัน...ตลอดไป"
--------------------โปรดติดตามต่อในตอนที่ 3---------------------------------------
เอาละดำเนินเรื่องได้ไปพอสมควรแล้วเอาละสู้ๆต่อไปเพราะต่อไปเนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้วละ
อ้อ..ช่วยคอมเม้นต์ด้วยเน้ออออ..ครับอยากได้กำลังใจนะครับ
เก็บเข้าคอลเล็กชัน
ความคิดเห็น