All + Reader ตัวละครแสนรัก [ปิดรับรีเควสชั่วคราวจ้า]

ตอนที่ 43 : [Marvel] Doctor Strange x Reader : Encourage [Request]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

Pairing : Stephen Strange x Reader
Theme : Support
Summary : สตีเฟ่น สเตรนจ์กับลูกศิษย์กิตติมศักดิ์(?)ผู้ใจร้อน




...................................................................................................................................................................................................................



        ภายในห้องใต้ดินโทนสีน้ำตาลที่ถูกออกแบบในสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับแนวโมเดิร์นด้วยอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารทันสมัย นัยน์ตาสี(...)จับจ้องเขม็งตรึงอยู่กับหินสีดำเลอะคราบตะไคร่เกรอะกรังขนาดเท่าตู้เสื้อผ้าก้อนหนึ่งที่วางตั้งอยู่บนพื้นตรงหน้าโดยมีมือเรียวทั้งสองข้างที่อยู่ในรูปกำปั้นแน่นเกร็งแข็งอยู่ข้างลำตัว คิ้วทรงสวยผูกขมวดเข้าหากันแน่นจนผิวเนียนเกิดรอยย่นเป็นริ้วแถบ ภายในหัวสมองของคุณแน่นตื้อด้วยสมาธิประสานกับสายตาที่เพ็งเล็งไปยังหินก้อนนั้นด้วยความเคร่งเครียดราวกับว่ามันเคยทำอะไรให้คุณโกรธแค้นมาก่อน คุณทำเช่นนั้นอยู่ราวๆสักนาทีสองนาทีก่อนจะกะพริบตาส่งคลื่นบางอย่างใส่เป้าหมาย แต่มันมีพลังแค่ทำให้มันสั่นกุกกักๆ เปล่งแสงสีแดงอ่อนๆ ลอยขึ้นจากแท่นวางสักห้าเซนติเมตรก่อนจะกลับลงมาแล้วหยุดแน่นิ่งไป คุณสบถออกมาก่อนจะเดินดุ่มๆเข้าไปเสยหินก้อนนั้นดังโป๊กด้วยหมัดอย่างมีอารมณ์โมโห ผลลัพธ์อย่างเดียวที่คุณได้กลับมาคือข้อนิ้วที่ชาด้านปวดระบมตึบๆให้คุณนึกเสียใจที่ทำอย่างนั้น

        " เดาว่าเสียง 'โป๊ก' เมื่อกี้นี้คงไม่ได้มาจากหินนั่นแหงๆเลย "

        เสียงทุ้มห้าวเจือความขำขันดังขึ้นเรียบๆจากบานประตูเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีใครเข้ามาดึงความสนใจให้คุณตวัดศีรษะหันไปมองทั้งๆที่ยังกุมมือข้างที่เพิ่งใช้ก่อเรื่องมาหมาด แววตาของสตีเฟ่น สเตรนจ์ที่มองกลับมายังคุณนั้นมีแววหลุกหลิกไหววูบไปมาแสดงให้เห็นถึงความขบขันที่ยังหลงเหลืออยู่ คุณเม้มปาก ทำหน้ามุ่ยแล้วยกมือเท้าเอว

        " กำลังทำอะไรอยู่? "
คุณเบนสายตาชำเลืองมาทางเขา
        " อยากได้พลังจิตเพิ่มน่ะสิ เลยมาฝึกนี่ไง "
เมื่อให้คำตอบแล้ว นัยน์ตาสี(...)ก็หันกลับไปเพ่งเขม็งยังเป้าหมายที่เดิม คิ้วสีดำเช่นเดียวกับสีผมของคนถามเลิกสูงขึ้นเป็นเชิงสงสัย
        " พลังแบบไหนอีกล่ะ? ผมว่าแค่ส่งคลื่นกระแสจิตทำลายสิ่งของได้ก็เก่งมากพอตัวแล้วนะ "

สตีเฟ่นพูดเรียบๆพลางถอดเสื้อนอกซึ่งเป็นโค้ตตัวยาวสีน้ำตาลออกพาดไปบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงสรีระกำยำของเจ้าตัวที่หย่อนร่างลงนั่งเอนหลัง

        " ฉันอยากได้พลังที่มันเงียบๆอย่างเคลื่อนย้ายสิ่งของน่ะ คลื่นทำลายนั่นบ่อยครั้งก็ทำฉันมีปัญหาเวลาต่อสู้เพราะมันเสียงดัง "
คนฟังไม่ได้ตอบโต้อะไรนอกจากเอามือสองข้างมาประสานกันไว้บนตักด้วยท่าทางสง่างามแบบมาดที่ผู้ประกอบอาชีพแพทย์มักจะทำ
        " อ้อ--งั้นเหรอ...แล้วฝึกไปถึงไหนแล้ว? "
        " ยังวนอยู่ขั้นเริ่มนี่แหละ พยายามมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่มันก็เหมือนเดิม ขยับแค่กะติ๊ดเดียวแล้วก็นิ่ง น่าโมโห..."

        ในที่สุด คุณก็ยอมละสายตาจากหินเจ้ากรรมก้อนเดิมกลับมาให้ความสนใจกับคู่สนทนาเต็มรูปแบบ อดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งนั้นในตอนนี้มีสีหน้าเคร่งขรึมนิ่งสงบราวกับคนที่เพิ่งได้ฟังมุกตลกฝืดๆที่ขำไม่ออก สตีเฟ่นดูเหมือนกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะหัวเราะหรือจะถอนหายใจดี

        " อะไรล่ะ? "
คุณจิกตามองค้อน นัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่ายจ้องมองกลับมาที่คุณ เขาเพียงแต่กะพริบตาทีเดียวแล้วถอนใจยาวอย่างหน่ายๆ
        " อย่าบอกนะว่าคุณเริ่มฝึกจากของขนาดมหึมาแบบนั้นแทนที่จะใช้ของชิ้นเล็กๆน่ะ ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย... "

        เขาพูดลอยๆพลางบุ้ยใบ้ไปยังเจ้าหิน ส่วนคุณก็กำลังเปิดดูตำราที่ยืมมาจากแอนเชียน คุณกวาดสายตาอ่านรายละเอียดในนั้นด้วยสีหน้ามู่ทู่ยู่ยี่พร้อมๆกับความหงุดหงิดที่ก่อตัวสุมมากขึ้นๆภายใน

        " อยากให้ช่วยหรือเปล่าล่ะ? "
เขาเสนอ คุณพ่นลมออกจมูกดังฟืดด้วยความหัวเสียก่อนจะตวัดมือปัดหนังสือปิดอย่างรุนแรง คว้ามันขึ้นมาจากโต๊ะแล้วโยนลงไปบนตักของสตีเฟ่น
        " ตามใจ...แต่ฉันไม่คิดว่าคุณจะช่วยได้มากหรอกนะ มันไม่ค่อยมีอะไรใช้การใช้งานได้สักเท่าไหร่ "
คุณพูดระหว่างที่เจ้าตัวพลิกเปิดไปตามหน้ากระดาษ นัยน์ตาสีเข้มวาดดูรายละเอียดของแต่ละหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องถ่ายเอกสาร
        " ผมว่าคุณเอามันมาใช้ไม่ถูกวิธีซะมากกว่านะ "
เขาเอ่ยเรียบๆหลังจากกวาดตาอ่านจนพอใจแล้ว
        " หมายความว่าไง? "
        " ก่อนจะใช้พลัง คุณเรียกใช้ธาตุก่อนร่ายเวทย์หรือเปล่าล่ะ? "
คุณหรี่ตาลง มือลูบเรือนผมสี(...)ขณะพยายามใช้ความคิด
        " ไม่ได้ทำ--ก็ในนั้นไม่ได้บอกไว้นี่นา "
คิ้วของอีกฝ่ายขมวดผูกกัน เขาคว้าหนังสือเปิดพลิกหน้าไปมาอีกครั้ง
        " เหรอ...แต่นี่มันเขียนตัวแดงหราบนบรรทัดแรกเลยนะ แถมมีข้อแนะนำที่บอกว่า 'ควรเริ่มจากของขนาดเล็กหรือขนาดปานกลางก่อน' ซะด้วย"
เขาบอกพลางหันหน้าหนังสือที่ว่ามาทางคุณ นิ้วชี้จิ้มอยู่ตรงข้อความที่เอ่ยถึง นัยน์ตาสี(...)กะพริบปริบๆ
        " คุณอ่านมันแบบผ่านๆล่ะสิท่า "

        คุณย่นจมูก ฉวยหนังสือคืนมาจากมือหนาโยนกลับลงไปบนโต๊ะ คุณจัดการถกแขนเสื้อพับขึ้นหมายจะลองดูอีกครั้ง ผลลัพธ์ยังคงลงเอยเท่าเดิม...คุณสบถเสียงดังก่อนจะหันกลับไปหาผู้ชมที่นั่งกอดอกกระดิกเท้าสบายใจเฉิบ

        " ก็บอกแล้วไงว่าคุณทำผิด ข้ามขั้นตอนแบบนั้นมันจะได้ผลยังไงกัน "
เขาบอกเสียงเรียบพลางยักไหล่ สิ่งตอบแทนความเห็นนั้นคือสายตาเขียวปั๊ดขุ่นเคืองที่คุณส่งไปให้เจ้าตัว
        " มันต้องได้ซี่ คอยดูไปก่อนเถอะ! "

        คุณพูดเสียงลอดไรฟันด้วยความหัวเสียพลางลองอีกรอบ คราวนี้คุณหลับตาปี๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมจนรู้สึกปวดตุบๆแถวขมับ มือทั้งสองกำหมัดแน่นเสียจนเกร็งและสั่นเทายิ่งกว่าครั้งผ่านๆมาที่เคยฝึก  คุณเพ่งสติและสมาธิทุกอย่างในห้วงความคิดรวมตรงไปย้งเป้าหมายข้างหน้าเป็นจุดเดียวพร้อมๆกับสมองสั่งการถึงพลังอำนาจที่ต้องการเรียกใช้ 

        หินก้อนใหญ่เริ่มลอยตัวขึ้นอย่างช้าๆทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งมันลอยตัวในระดับความสูงเทียบเท่ากับครั้งที่แล้ว มันหยุดค้างอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆลอยสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆจนติดเพดาน

        " เห็นไหมล่ะ ทางลัดนี่ดีกว่าเยอะ "
คุณพูดพลางฉีกยิ้มอย่างมีชัยให้ด็อกเตอร์ที่จับจ้องภาพตรงหน้าด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะไม่เชื่อสายตา
        " อืม...แต่ผมว่ามันแปลกๆอยู่นะ "

        สตีเฟ่นเอ่ยขึ้นลอยๆ คุณยังไม่ทันจะได้โอกาสถามอะไรต่อก็พอดีกับที่มีแสงสีแดงสว่างวาบเปล่งออกมาจากหินก้อนนั้นราวกับแสงแฟลชของกล้องถ่ายรูป ในเพียงพริบตาเดียว...ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นตูมใหญ่พร้อมๆกับเศษหินที่ดตกตัวออกพุ่งกระจัดกระจายจากแรงระเบิด คุณรู้สึกถึงจากอะไรบางอย่างที่กระชากดึงคุณไปแนบติดกับพื้นพร้อมกับแสงสีเงินห้อมล้อมตัวคุณเป็นรูปครึ่งวงกลมคล้ายโดมกระจก มันสะท้อนปัดเศษหินเล็กใหญ่ที่พุ่งเบี่ยงหลบออกไปจากทิศทางที่คุณอยู่

        แขนของสตีเฟ่นสอดเข้ามาใต้ท้องเพื่อช้อนตัวคุณขึ้นมาจากพื้นหลังแน่ใจว่าความโกลาหลสงบลงแล้ว คุณกะพริบตาปริบๆเรียกสติก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

        " ...ดูเหมือนคุณจะพูดถูกนะ...สตีฟ..."
คุณพึมพำเสียงแผ่วเบาก่อนจะเอนหลังพิงกำแพง
        " ถ้าผมสร้างเกราะป้องกันไม่ทันล่ะก็ เราได้พักร้อนยาวที่โรงพยาบาลแน่ๆ "
เสียงทุ้มเอ่ยพลางถอนหายใจบ้าง ไอร้อนจากลมหายใจนั้นรดต้นคอทำให้คุณรู้สึกร้อนผ่าวจั๊กจี้พิกล

เดี๋ยวนะ...รดต้นคอ...?

แล้วคุณก็รีบเด้งตัวออกไปทางอื่นทันทีที่ระลึกได้ว่าสิ่งที่คุณเอนหลังพิงซะเต็มที่นั้นไม่ใช่กำแพงแต่เป็นลำตัวกำยำของร่างสูงและบริเวณที่คุณนั่งอยู่ก็ไม่ใช่พื้นหากแต่เป็นตักของเขา คุณก้มหน้างุด รู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูบฉีดสูงขึ้นไปตามใบหน้า

        " เออ...ฉันว่าวันนี้ฉันพอแค่นี้ดีกว่า ฉ-ฉันไปกินของว่างพักผ่อนละ "

        คุณพูดเลิกลั่กก่อนจะรีบสาวเท้าฉับๆผ่านร่างสูงออกไปจากห้องใต้ดินแล้ววิ่งจี๋ขึ้นบันไดไป ทิ้งให้เขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะอยู่ข้า่งใน
.
.
.
.
.
.
.
.
        คุณทั้งสองต่างจิบน้ำชาอยู่บนโซฟาคนละตัวในห้องนั่งเล่นท่ามกลางอากาศอบอุ่นจากแดดอ่อนแรงลงมาในยามบ่าย

        " จะว่าไป...คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าคุณแวะมาทำอะไรที่นี่ "
คุณจุดประเด็นหาเรื่องคุยเพื่อให้ตัวเองเลิกจดจ่อคิดถึงเหุตการณ์เมื่อครู่ คู่สนทนากระดกถ้วยชากระเบื้องขึ้นจิบก่อนจะเอ่ยตอบ
        " ตอนแรกก็ไม่ได้จะมาแถวนี้หรอก แต่พอดีแอนเชียนเป็นห่วงเธอก็เลยขอให้ผมแวะมาดู "
คุณหน้าบูดเมื่อได้ยินชื่อนั้น
        " หึ ไม่จำเป็นต้องห่วงหรอก...พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกเธอว่าฉันเปลี่ยนใจแล้ว "
สตีเฟ่นเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
        " จะยอมแพ้แล้วเหรอ? "
คุณผงกหัวน้อยๆขณะกัดเล็มคุกกี้ช็อกโกแลต
        " แหงสิ ก็เห็นอยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก มันยากเกินไป "
ชายหนุ่มถอนหายใจหน่ายๆ เขาวางถ้วยชาลงกับโต๊ะยาวแล้วเสียงทุ้มก็เริ่มเล่าเรื่องอย่างเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยพลังดึงดูดคนฟัง
        " ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว มีชายธรรมดาๆคนหนึ่ง เมื่อเขาอยู่ชั้นมัธยม--เขาก็ตั้งใจอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อได้เป็นหมอตามที่เขาปรารถนา--"

        ริมฝีปากของคุณกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ มือยกขึ้นกอดอก เอนหลังพิงพนักโซฟาเหลือบสายตาขึ้นไปมองสตีเฟ่นรอฟังเรื่องเล่าต่อไป

        " --เขาทำสำเร็จ เขาได้เป็นหมอตามที่ใฝ่ฝันไว้ ด้วยความสามารถ ความรักในอาชีพและแรงกายแรงใจทำให้เขาได้ไต่เต้าขึ้นเป็นศัลยแพทย์ฝีมือดีอันดับหนึ่ง--แต่--"
เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่เค้นโทนให้ทุ้มต่ำลงกว่าเดิมทำให้คุณตั้งอกตั้งใจฟังมากกว่าเดิม แม้ในใจจะรู้ดีว่าเขาก็แค่เล่าเรื่องอดีตของตัวเองก็เถอะ...
        "--ความสามารถนั้นทำให้เขาหลงระเริงจนมองข้ามคุณค่าของสิ่งเล็กๆน้อยๆเพื่อไขว่คว้าหาชื่อเสียงเงินทองไม่จบไม่สิ้น ในวันหนึ่ง...เขาก็ได้เจอกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล--"
        "--เขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ชีวิตที่เหมือนเดิมคืนมา เป็นโชคดีที่เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง...แต่แน่นอน...แม้แต่ในโลกจักรวาลอันลึกลับพิศวงก็ยังไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เขาต้องกลับมาทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย แล้วในที่สุด--"

เขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง คุณเปลี่ยนท่านั่งเป็นเท้าคาง สีหน้าเลิกคิ้วอมยิ้มเพราะเดาทางตอนจบของเรื่องออก
        " --เขาก็กลายเป็นมหาจอมเวทย์มาจนถึงทุกวันนี้ไงล่ะ "
คุณกลั้วหัวเราะในคอก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
        " เรื่องของตัวคุณน่ะฉันรู้อยู่แล้วน่า เล่าให้ฟังทำไมกัน... "
พูดยังไม่ทันขาดคำ ผมสี(...)ก็ยุ่งกระเซิงจากการถูกขยี้ด้วยมือหนาของอีกฝ่าย
        " ผมแค่อยากจะบอกไม่ให้คุณยอมแพ้เท่านั้นเอง "
คุณถอนหายใจพลางดันมือเขาออกจากศีรษะ
        " ช่างมันเถอะ สตีฟ ฉันไม่เอาแล้ว "

        ร่างสูงจับจ้องมองใบหน้าเหนื่อยหน่ายของคุณก่อนจะหยัดตัวลุกจากโซฟา เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าชั้นหนังสือที่สูงติดเพดานทั้งกำแพงตลอดฟากของห้อง

        " เชื่อผมเถอะ คุณแค่กำลังหมดแรง สิ่งที่คุณต้องการก็คือกำลังใจ--"
เขาพูดพลางไล่นิ้วไปตามสารพัดสันปกหนังสือหลายรูปแบบบนชั้นไปๆมาๆ นัยน์ตาสีเข้มกวาดไปรอบๆมองหาเล่มที่ตนต้องการ
        " แล้วก็--คำแนะนำเพิ่มเติมนิดๆหน่อยๆ "

        หนังสือปกสีซีดเล่มหนามีฝุ่นจับบางๆถูกมือใหญ่คว้าออกมาจากชั้นวาง เขาก้มลงเป่าฝุ่นออกจากหน้าปกก่อนจะยื่นมาให้คุณ คุณรับมันมาพลิกดูอย่างลวกๆ

        " เล่มนี้ไม่มีประโยชน์หรอก มีแต่อักษรพิลึกๆที่ฉันอ่านไม่ออก ว่าจะโยนทิ้งหลายรอบแล้ว "
มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นยิ้มจางๆ
        " อ่านออกแน่ถ้ามีผมคอยสอน "
        อีกฝ่ายตอบพร้อมกับส่งสายตามองกลับมาที่คุณเหมือนจะสื่อนัยบางอย่าง คุณส่ายศีรษะก่อนริมฝีปากยะคลี่ยิ้มออกมาแล้วเดินนำร่างสูงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือในห้องทำงาน


        หลังจากนั้นเป็นต้นมา บ้านของคุณก็มีแขกขาประจำแวะมาเยี่ยมเยียนทุกเมื่อเชื่อวัน...เขาคือ สตีเฟ่น สเตรนจ์ อดีตศัลยแพทย์ผู้โด่งดังมือหนึ่ง จอมมหาเวทย์แห่งมวลจักรวาล และอีกไม่นานก็คงจะพ่วงตำแหน่งว่าที่---ขออุบเอาไว้ก่อนละกันนะ~



...................................................................................................................................................................................................................
ป.ล. คิวรีเควสจ้า
      1. Rikuo Nura [Nurarihyon no Mago] 
      2. Lavi [D.Gray-man]
      3. Yukimura Tooru [Aoharu x Kikanjuu]
      4. The Shape [Dead By Daylight]
      5. Nura Rihan [Nurarihyon no Mago]
      6. Nurarihyon [Nurarihyon no Mago]
      7. Kageyama Tobio [Haikyuu!!]
      8. Eyeless Jack [Creepypasta]
      9. Yamamoto Takeshi [Katekyo Hitman Reborn]
      10. Ferid Bathory [Owari no Seraph]
      11. Ciel Phantomhive [Black Butler]
      12. Atsushi Nakajima [Bungo Stray Dogs]
      13. Dazai Osamu [Bungo Stray Dogs]
      14. Jason Voorhees [Friday the 13th]
      15. Asuramaru [Owari no Seraph]
      16. L [Death Note]
      17. Ben Tennyson [Ben 10]
      18. (Yandere) Pharaoh Atem [Yu-Gi-Oh!]
      19. Amuro Tooru [Detective Conan]
      20. Severus Snape [Harry Potter]
      21. Damian Wayne [DC-Batman]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

394 ความคิดเห็น

  1. #113 Nice_Maso (@ghost-1111) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:18

    ขอบคุณค่าาา
    #113
    0
  2. #112 Tsukino Mashiro (@Kurosakirin) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:47

    12~ 13~ ตรงกับเลขอายุของหนูดี(?)

    #112
    0
  3. #111 Rabbit. K.S. (@crosuei) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:22
    รอของกลุ่มนูระค่ะ >_<
    #111
    0