All + Reader ตัวละครแสนรัก [ปิดรับรีเควสชั่วคราวจ้า]

ตอนที่ 21 : [Conan] Amuro Tooru x Reader : Spy [Request]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

Pairing : Amuro Tooru x Reader
Theme : สปาย
Summary : จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคู่หูสายลับต้องมาเจอเหตุการณ์อันตรายที่เสี่ยงตายแพ็คคู่




..........................................................................................................................................................................................................





        เสียงฝีเท้าจากรองเท้าหนังสีดำขลับสะท้อนก้องกับพื้นดังตึกๆตามจังหวะการก้าวเดินของเจ้าของ ร่างในชุดลำลองแต่คล่องแคล่วเดินไปตามทางเท้าผ่านย่านตึกอาคารต่างๆบนถนนสายหลัก แขนข้างหนึ่งหนีบซองเอกสารไว้ใต้รักแร้ นัยน์ตาสี(...)ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกันแดดสีชา เจ้าของร่างนั้นเดินหลบเข้าไปในซอยเล็กเปลี่ยวซอยหนึ่งที่ค่อนข้างมืดสลัวและไม่มีคนพลุกพล่าน ยืนเอนตัวพิงหลังกับกำแพงฝั่งหนึ่ง สายตาคอยจับจ้องออกไปยังถนนข้างนอกพยายามมองหาบุคคลที่นัดหมายไว้ 

        รอไม่นาน บุคคลที่ว่าก็เดินทางมาถึง ชายหนุ่มผิวสีแทนอ่อนในชุดเสื้อยืดคอวีแขนยาวสีครีมสวมทับด้วยเสื้อตัวนอกสีดำ เส้นผมสีบลอนด์ทรายซีดเป็นปอยระกับกรอบใบหน้าของเขา เช่นเดียวกับคุณ นัยน์ตาสีครามของเขาซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นกันแดดสีดำเข้าชุดกัน อามุโร่ โทโอรุ กำลังเดินตรงมาหาคุณ หรือชื่อจริงอีกชื่อของเขาที่คุณรู้จักดีในชื่อของฟุรุยะ เรย์

        เขาถอดแว่นกันแดดออกเช่นเดียวกับคุณ มือข้างหนึ่งของเขาล้วงกนะเป๋าด้วยท่าทางสบายๆ อชมืออีกข้างยกขึ้นเสยผมสีบลอนด์ซีดนั้น ริมฝีปากได้รูปหยักยิ้มด้วยความเป็นมิตร

        " ว่าไง มีอะไรคืบหน้าบ้างล่ะ ซาเกะจัง*? "

เขาพูดด้วยเสียงนุ่มทุ้ม ปนหยอกล้อคุณด้วยชื่อเล่นที่เขาตั้งให้ คุณกลอกตาพลางมองค้อนเขาแวบหนึ่งก่อนจะส่งซองเอกสารนั้นให้เขา

        " ดูให้คุ้มหน่อยนะ บอน-บอน กว่าฉันจะได้มันมานี่เลือดตาแทบกระเด็น "
คุณว่า หยอกย้อนเขากลับด้วยชื่อเล่นที่คุณเรียกเองเช่นกัน

         ทั้งคุณและโทโอรุต่างเป็นสปายแฝงตัวอยู่ในองค์กรชุดดำโดยมีโค้ดเนมเป็นของตนเองเหมือนสมาชิกคนอื่นๆ เขาถูกตั้งโค้ดเนมว่าเบอร์บอนที่คุณตั้งเล่นใหม่ให้เขาเป็นบอน-บอน ซึ่งนั่นก็แลกกับการที่เขาเองก็เรียกคุณเล่นกลับว่าซาเกะจัง...คุณอยู่ในฝ่ายเทคนิคกับเอกสารคอยแอบแฮ็กสื่อต่างๆหรือเจาะระบบการสื่อสารเพื่อล้วงเอาข้อมูลออกมา แต่ปัจจุบันนี้เหลือคุณอยู่ในนั้นคนเดียว เพราะส่วนใหญ่โทโอรุจะออกมาทำงานภาคสนามอยู่ข้างนอกมากกว่า แต่วันนี้คุณปลีกตัวจากจอคอมพิวเตอร์กับตั้งแฟ้มเอกสารเป็นกรณีพิเศษเพื่อลอบเอาเอกสารรวบรวมข้อมูลที่คุณแฮ็กได้ทั้งหมดในเดือนนี้มาส่งต่อให้กับโทโอรุ ซึ่งเจ้าตัวรับมาเปิดดูคร่าวๆก่อนจะหนีบไว้ในอ้อมแขนก่อนจะสบตาแล้วฉีกยิ้มหวานให้คุณ

        " ไม่ทำให้เธอผิดหวังหรอก ซาเกะจัง ว่าแต่ เลือดตาแทบกระเด็นเชียวเหรอ เธอขลุกอยู่ในห้องพวกนั้นคนเดียวทั้งวัน น่าจะจัดการได้สบายๆเหมือนเดินจ่ายตลาดเลยนะ "

ประโยคนั้นสะกิดต่อมหงุดหงิดจนคุณตวัดหน้าหันขวับปรายตามองค้อนตัวคนพูด

        " นายลองกลับไปสำนักงานใหญ่สักรอบแล้วจะรู้ ตอนนี้พวกนั้นติดระบบรักษาความปลอดภัยแน่นยิ่งกว่าเดิมอีก ยิ่งห้องของฝ่ายเทคนิคข้อมูลอย่างพวกฉันนะ...ไม่รู้จะติดกล้องกับพวกระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับอะไรนักหนา คอมพิวเตอร์ทุกตัวก็ถูกตั้งโค้ดรหัสผ่านตั้งสองชั้นกว่าจะเข้าไปใช้ได้ ขนาดฝั่งพวกนั้นเองยังบ่นกันเลย"

โทโอรุเลิกคิ้ว เขาเกาท้ายทอยด้วยท่าทีประหม่า
        "...เรื่องนั้นฉันไม่รู้เลย ไม่ค่อยได้ตามข่าวจากข้างใน วุ่นกับงานข้างนอกนี่แหละ"
คุณถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นกอดอก
        " แล้วที่นัดฉันมาแถวนี้ มีอะไรหรือเปล่า ปกตินายทำงานอยู่ฝั่งย่านชานเมืองโตเกียวนี่นา"
รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนอารมณ์กลายเป็นยิ้มแบบเจื่อนๆ
        " ก็...ยังไงดีล่ะ...อยู่ดีๆยินก็ส่งคำสั่งมาให้ฉันไปสะกดรอยตามกลุ่มคนน่าสงสัยกลุ่มหนึ่งเข้าน่ะสิ ฉันแวะไปดูมาแล้ว พวกเขาดู...ไม่รู้สิ ท่าทางจะซ่อนอะไรไว้อีกเยอะ นั่นแหละ..เอาง่ายๆคือฉันอยากได้กำลังเสริมนั่นแหละ ถ้าเธอไม่รีบน่ะนะ พวกเขาให้เวลาเธอถึงกี่โมงล่ะ? "
คุณก้มดูนาฬิกา ตอนนี้มันชี้บอกเวลาบ่ายสามโมง
        " ฉันต้องกลับสำนักงานให้ทันสี่โมงครึ่ง"
โทโอรุเอามือจับคางขณะใช้ความคิด
        " ชั่วโมงครึ่งเหรอ...ทันอยู่ถ้าเราช่วยกันเร่งมือ เธอโอเคไหม?"

        เขาถาม คุณนิ่งไปครู่หนึ่ง ถึงเขาจะบอกว่าทันก็เถอะ แต่คุณก็ไม่ค่อยอยากเอาตัวเองไปเสี่ยงมากหรอก คุณไม่อยากมีปัญหากับพวกระดับสูงขาโหดคนอื่นๆที่จะเค้นเอาความไม่หยุดถ้าคุณกลับไปไม่ทัน

        " เราต้องทำอะไรบ้างล่ะ?"
" แค่สืบแล้วก็รายงานยินหรือว็อดก้า แล้วพวกเขาจะส่งคนมาเก็บกวาดหรือจัดการอะไรก็แล้วแต่ ตามที่สองคนนั้นเห็นสมควร"
คุณถอนหายใจด้วยความเคยชินกับบอสใหญ่สองคนก่อนจะกระซิบกับเขาเบาๆ
"งั้นก็ได้ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรให้เลือดเปื้อนมือ.."

        เขาพยักหน้าพลางเดินนำกลับออกไปยังถนนภายนอกโดยไม่ลืมสวมแว่นกันแดด คุณทั้งคู่ทำทีคุยกันจิปาถะไปเรื่อยเปื่อยทำทีกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ แต่เมื่อสังเกตดีๆ คุณก็เห็นว่าสายตาของโทโอรุนั้นดูระแวดระวังคอยสอดส่องหาเป้าหมายอยู่ตลอด
.
.
.
.
.
.
.
.
        และแล้วคุณก็สะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆเขาก็กระตุกแขนดึงตัวคุณแนบติดกับกำแพงอาคารแห่งหนึ่งใกล้ทางเข้าตรอกมืดๆแคบๆซอยหนึ่ง ด้านในสุดมีกลุ่มชายสามคนในชุดสูทสีดำคู่กับแว่นกันแดดสีดำ ทุกคนมีกระเป๋าทำงานใบใหญ่คนละใบวางอยู่บนพื้นข้างๆ หนึ่งในสองคนกำลังก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือในมือ ส่วนสองคนที่เหลือกำลังพูดคุยอะไรสักอย่างที่ดูเคร่งเครียด

        คุณคอยดูต้นทางให้ในระหว่างที่โทโอรุกำลังใช้สารพัดอุปกรณ์เก็บหลักฐานและจับตาดูท่าทางคนกลุ่มนั้น บันทึกเสียงลงนาฬิกาข้อมือพิเศษหรือถ่ายรูปด้วยกล้องพกพาอัจฉริยะตัวจิ๋ว 

        เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วคุณไม่รู้ คุณรู้แค่ว่าเท้าของคุณเริ่มเมื่อยล้าจากการยืนแล้วหน้าผากกับไรผมก็เริ่มชื้นเหงื่อเพราะความอบอ้าวของอากาศในฤดูร้อน

        ตอนนั้นเองที่คุณได้ยินเสียงการชักอาวุธดังมาจากในซอยพร้อมๆกับที่ตัวคุณถูกดึงกระชากไปอีกทางด้วยพละกำลังของคนข้างๆ โทโอรุดึงคุณเข้าไปหลบหลังถังขยะสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ในตรอกข้างๆ คุณจ้องมองเขา ส่งสายตา 'มันเกิดอะไรขึ้น?' ไปให้อีกฝ่าย แต่เขากลับยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปาก ขยับปากเป็นทำนองว่า 'เดี๋ยวก็รู้'

        เพียงแค่ชั่วครู่ คุณก็เห็นชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นสาวเท้าเข้ามาในตรอก ส่วนอีกคนนึงวิ่งเลยไปดูอีกทาง โทโอรุค่อยๆดึงตัวคุณให้เขยิบเข้าใกล้เขามากขึ้น คุณทั้งคู่ระมัดระวังอย่างมากไม่ให้เผลอทำเสียงดัง พวกคุณสามารถมองเห็นวิวข้างหน้าผ่านรูโหว่เล็กๆของถังขยะเท่านั้น แถมผู้ชายที่เดินวนเวียนอยู่ก็ชักปืนออกมาเตรียมตัวเรียบร้อย ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

เยี่ยมจริงๆ...ฉันเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงที่ต้องกลับสำนักงานให้ทันแล้วยังต้องมากังวลกับคนที่จ้องจะฆ่าอยู่ตรงหน้าอีก ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆอะไรอย่างนี้นะ...

        ความกลัวและความกังวลทำให้คุณทั้งสองคนลืมสภาพแวดล้อมสกปรกๆและอากาศเหม็นๆของขยะไปหมดสิ้น สิ่งเดียวที่พวกคุณปราถนาคือการได้ออกไปจากตรงนี้อย่างปลอดภัย

        "โทรุ...เราจะทำไงล่ะแบบนี้...มันวนเวียนไม่ยอมไปไหนเลย พอจะทำอะไรได้ไหม?"
คุณกระซิบถาม คำตอบที่คุณได้คือการส่ายหัวจากคนข้างๆ
" อย่าเพิ่งเสี่ยงเลย รอดูไปก่อน "
คุณชะงักไปเพราะเพิ่งจะรู้ตัวว่าคุณกับเขาอยู่ใกล้กันขนาดไหน ตอนนี้ทั้งตัวทั้งใบหน้าคุณแทบจะแนบติดกับเขาอยู่แล้ว
" หือ? มีอะไรรึเปล่า? "

        คุณรีบส่ายหัวกลบเกลื่อนก่อนจะหันกลับไปเพ่งมองข้างหน้าเหมือนเดิม ชายอีกคนเข้ามาสมทบ ดูเหมือนเขาจะตรวจดูแถวนั้นจนแน่ใจแล้วว่าไม่เจอพิรุธอะไร คุณเหลือบเห็นโทโอรุล้วงกระดุมสีดำรูปร่างกลมออกมาแล้วทำทีโยนมันออกไปข้งหน้าเบาๆ คุณรู้ดีว่ามันไม่ใช่กระดุมหรอก มันคือเครื่องดักฟัง...โทโอรุหมุนปุ่มสี่เหลี่ยมบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของเขาเพื่อบันทึกข้อมูลก่อนจะหันกลับไปข้างหน้า

" ทางโน้นมีไหม? " 
"ไม่มี ฉันไปดูยันสุดถนน ไม่มีวี่แววพวกน่าสงสัยตะกี้"
"แปลกนะ เวลาแค่นิดเดียวพวกมันจะไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง"

        เหงื่อของโทโอรุหยดลงบนไหล่ของคุณ หน้าผากของคุณเองก็ชุ่มเหงื่อเช่นกัน ไม่ใช่เหงื่อที่มาจากความร้อนหรืออากาศ แต่มาจากความกดดันและความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจ 

"แล้วในนี้แกค้นหมดรึยัง?"
"เข้ามาก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย"
" ฉันว่าเดินไปดูข้างหลังหน่อยจะดีกว่า มันน่าจะมีพื้นที่พอจะหลบได้ "

ประโยคนั้นทำให้คุณย่อตัวลงต่ำยิ่งกว่าเดิม โทโอรุเองก็เช่นกัน

" แกเอาจริงเรอะ ซ่อนอยู่หลังถังขยะเนี่ยนะ เป็นฉันไม่ลงทุนขนาดนั้นหรอก "

อีกคนนึงส่งเสียงแค่นหัวเราะอย่างขำขันปนดูถูกตรงข้ามกับคุณทั้งคู่ที่ใจคอไม่ดีอย่างมาก โทโอรุดึงคุณเข้ามาใกล้เขายิ่งกว่าเดิม

"ก็ไม่แน่หรอก ดีกว่าปล่อยให้มันหลุดไป ดีซะอีกจะได้ทำลายหลักฐานไปพร้อมกันเลย ไอ้ถังนี่มันใหญ่พอควร กองขยะข้างหลังอีก จัดการมันแล้วก็ซ่อนไว้แถวนี้นั่นแหละ กว่าจะมีคนมาเจอใครจะรู้ เผลอๆอาจปาไปตอนบี้ขยะแล้วก็ได้"

"งั้นทำให้มันเสร็จๆซะ แกนำไปก่อน"

        เสียงชักไกปืนดัง'กริ๊ก'ขึ้นสองครั้งก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้า คุณแทบจะกลั้นหายใจทุกขณะที่เสียงฝีเท้านั้นเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คราวนี้คุณแนบตัวลงติดพื้นโดยมีโทโอรุตามมาติดๆ  คุณชำเลืองมองเขาด้วยความกังวล เขาพยักหน้าน้อยๆแล้วลูบไหล่คุณเป็นเชิงให้กำลังใจ

        คุณได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังแข่งกับเสียงตึกๆของการเดินขึ้นแทบจะทุกวินาที จนในที่สุด เสียงฝีเท้าทั้งสองเสียงก็ฟังดูเหมือนกับอยู่ห่างออกไปแค่หนึ่งไม้บรรทัด

        แต่ในตอนนั้นเอง เสียง'ติ๊ดๆ'เป็นจังหวะก็ดังออกมาจากฝั่งตรงข้ามพอดีกับเสียงฝีเท้าทั้งสองหยุดลง ความเงียบปกคลุมบริเวณไปครู่หนึ่ง

        "...หมอนั่นบอกว่าคนนัดมาถึงแล้ว ไป ยิ่งส่งของนั่นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี "
" แล้วไอ้พวกนั้นล่ะ? "
        " ช่างมัน ถ้าเราไม่ปากสว่างก็ไม่มีทางหลุดไปหรอก แกก็เงียบเอาไว้ละกัน "
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆแผ่วเบาแล้วเงียบหายไป 

        เมื่อเห็นว่าชายทั้งสองคนจากไปแล้ว คุณกับโทโอรุก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ พวกคุณโผล่หัวยืดตัวขึ้นมาให้คลายความปวดเมื่อย แต่พักเดียวที่พวกคุณพากันเดินห่างออกมาจากถนนตรงนั้นเพราะรู้ดีว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงถ้าหากยังอยู่ในตรอกนั้นนานๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
        โทโอรุพาคุณมาหยุดอยู่ริมถนนแห่งหนึ่ง เขาส่งยิ้มแห้งๆเป็นเชิงสำนึกผิดมาให้

        " ขอโทษนะที่พาเธอเกือบซวย"
คุณพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะมีอีกอย่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น
        " ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"
เขาก้มดูนาฬิกา
        " สามโมงสี่สิบ"
คุณถอนหายใจ
        " โอเค มีเวลากลับไปทันถ้านั่งแท็กซี่"
เขากระพริบตา สีหน้าดูสงสัย
        " แล้วเนื้อตัวเธอล่ะ?"
คุณยักไหล่
       "เดี๋ยวแวะอาบน้ำที่ฟิตเนสแถวนี้เอา"
เขาพยักหน้า
       "ไว้ถ้าได้วันหยุดจะตอบแทนเธอเป็นการชดเชยที่เกือบพาตายคู่"
คุณหลุดหัวเราะ ตีแขนเขาเบาๆ
        "ช่างมันเถอะ  ฉันต่างหากต้องขอบคุณที่อุตส่าห์ปกป้องฉันซะแนบแน่นเชียว"

        คุณพูดแล้วก็นึกถึงตอนที่เขาโอบคุณให้เข้าไปใกล้ ทีแรกคุณกะแค่หยอกโทโอรุเล่นๆ แต่เขากลับตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำเอาคุณอึ้งไป

        " คนเราก็ต้องปกป้องคนที่รักเป็นธรรมดา "
เขาพูดด้วยท่าทีสบายๆปนเขิน แต่เมื่อเหลือบมาเห็นสีหน้าของคุณ แก้มเขาก็เกิดขึ้นสีเรื่อเป็นแถบ
        " ก็...ชอบเธอมานานแล้วล่ะ แต่ไม่มีโอกาสบอก ลืมๆไปเถอะ มันไม่สำคัญหรอก...มั้ง"
คุณส่ายหัวก่อนจะยิ้มหวานออกมาเพราะความน่ารักของเขา คุณเอื้อมมือขึ้นหยิกแก้มเขา
        " มันสำคัญสิ เพราะ...ฉันเองก็ชอบนายเหมือนกัน..."
คุณก้มหน้ามองพื้นทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกไป
        " จริงเหรอ? "
คุณพยักหน้า เขาหัวเราะร่วนแล้วยกมือขึ้นลูบหัวคุณเบาๆ
         " งั้นมาตกลงกัน คราวหน้าถ้ามีวันหยุด...เราไปเดทกัน โอเคนะ"
เขาเอ่ยพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าคุณ คุณค่อยๆเอานิ้วเกี่ยวก้อยกับเขาด้วยความเขิน
        " งั้น...ไว้เจอกันนะ ซาเกะจัง "
        " อย่ามาสายล่ะ บอน-บอน "

        เขาหัวเราะร่วนแล้วโบกมือลาก่อนจะหันหลังเดินกลับไปพร้อมๆกับคุณที่มุ่งหน้าไปอีกทางโดยที่ใบหน้ายังคงเปล่งประกายไปด้วยความสุข

สำนวนที่กล่าวว่าภายในเรื่องร้ายๆก็ยังคงมีเรื่องดีๆแฝงอยู่นี่มันมีจริงๆด้วยสินะ


...................................................................................................................................................................................................................
*เพิ่มเติม*
*ซาเกะหรือสาเก เป็นเหล้าชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นจ้า



...................................................................................................................................................................................................................
ป.ล.1 ไรต์กลับมาแล้วจ้า หลังจากมรสุมการสอบ...ทรมานไปอีก...
ป.ล.2 ขอโทษนะคะที่หาเวลาลงไม่ได้เลย ปีนี้แจ็กพ็อตแตกมีแต่วิชายากๆ
ป.ล.สุดท้าย คิวรีเควสจ้า
       1. Mafumafu [Utaite]
      2. Soraru [Utaite]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

410 ความคิดเห็น

  1. #32 Lady Fake (@Karma-nagisa-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 22:26
    น่ารักง่ะ*//*(สารภาพว่าเผลอลืมฟิคนี้ไปแล้ว) พยายามต่อไปนะคะ! ถึงจะมีเรื่องยุ่งยาก แต่นั้นแหละ.. ชีวิตก็มีสีสันมาเพิ่มให้แก้เบื่อ(มั้งนะ)
    #32
    0