{os/sf B.A.P} BJ's STORY by Yongguk&Youngjae

ตอนที่ 4 : [SF] Revenge | EP.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ก.ค. 60

    CR.SQW








 

 

 

 .


.


.

 

 .

 

.

.

.

.

“เป็นไง เล่นผจญภัยปีนกำแพงบ้านฉันสนุกมากไหม”

 




 

ราวกับโลกหยุดหมุนเมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ยองแจรู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน การต้องมาเผชิญหน้ากับอีกคนในสถานการณ์แบบนี้มันช่างรู้สึกน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน

 





“ค...คือผม” รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องคำพูดก็แลดูจะติดขัดไปเสียหมด ยองแจรู้สึกอยากหายไปจากตรงนี้เสียเหลือเกิน

 



“นี่นายกล้ามากนะที่หนีฉันมาแบบนี้ อุตส่าห์หนีออกมาทั้งที ทำไมไม่หนีให้รอดละ” ยงกุกกักฟันกรอดด้วยความโมโหพูดพร้อมกับค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปใกล้กับอีกคนที่ยังคงนั่งจุ้มปุ้กอยู่ที่พื้น แววตาของยงกุกวาวโรจน์อย่างน่ากลัวจนยองแจไม่กล้าที่จะสบตา เมื่อยงกุกก้าวถึงร่างของอีกคนก็จัดการจับข้อมือของยองแจแล้วกระชากให้ร่างของอีกคนลุกขึ้นยืนเพื่อมาเผชิญหน้ากับตน

 

 

 





 

“นายคิดว่าฉันควรจะลงโทษคนที่คิดหนียังไงดีละ”

 



“ผม....ไม่ได้ตั้งใจ...”

 



“ไม่ได้ตั้งใจ? หึ นี่นายเห็นว่าฉันโง่รึไงห้ะ! คิดว่าฉันจะเชื่ออย่างนั้นหรอ”

 



“.......................” ยองแจได้แต่ก้มหน้างุดแล้วไม่ยอมสบตากับอีกคน บอกตรง ๆ เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกอยากร้องให้มาก ฮือออ แม่ครับ ช่วยผมด้วย ผมกลัวแล้ว



 

“หาข้อแก้ตัวไม่ได้แล้วสินะ งั้นมานี่!!” ยงกุกตะคอกด้วยความรู้สึกโกรธเต็มที ความจริงแล้วเขาไม่ได้หลับเพียงแค่งีบพักสายตาไปก็แค่นั้น พอรู้ว่าอีกคนคิดจะหนีบอกตามตรงเลยว่าโกรธมาก พอจับได้แล้วมาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจมันยิ่งทำให้ยงกุกรู้สึกโมโหมากขึ้นไปอีก นายคิดผิดแล้วยองแจ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับบังยงกุก อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายเลย

 

 






 

ยองแจถูกยงกุกทั้งลากทั้งดึงเข้ามาในตัวบ้านด้วยความรุนแรง ข้อมือที่ถูกบีบแน่นโดยที่คนกระทำไม่คิดจะผ่อนแรงที่บีบรัดทำให้ข้อมือของยองแจขึ้นสีแดงช้ำจนเริ่มจะน่ากลัว เขาโวยวายให้อีกคนปล่อยตลอดทางที่เดินมาแต่อีกคนกลับเมินเฉยทำเป็นไม่สนใจเขาซะอย่างนั้น

 



“นี่คุณ ผมเจ็บนะ ปล่อยผมเถอะ”

.

 

“โอ๊ย!” ยองแจร้องเสียงดังเมื่อถูกอีกคนผลักร่างของตนลงบนเตียงด้วยความรุนแรงก่อนที่ร่างของผู้กระทำจะตามมาคร่อมร่างของเขาไว้ด้วยความรวดเร็วพร้อมกับจับแขนทั้งสองข้างของยองแจตรึงไว้เหนือหัวเพื่อให้ร่างที่อยู่ใต้อาณัติของเขาขัดขืนไม่ได้

 


“ค..คุณ จะทำอะไรของคุณนะ” ยองแจเบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับการกระทำที่ไม่คาดคิดของอีกคน

 


“ก็จะทำโทษคนที่คิดหนีไงละ” กล่าวเสร็จก็ก้มลงไปซุกไซร้คลอเคลียที่บริเวณคอของคนที่อยู่ภายใต้ร่างของตนทันที ยองแจตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เฉกเช่นนี้ พอมาเจอแบบนี้เข้าก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ด้วยสติที่ยังพอมีอยู่บ้างเลยทำให้เจ้าตัวคิดได้ว่าเขาควรรีบนำตัวเองออกไปจากสถานการณ์นี้โดยเร็ว ยองแจพยายามขัดขืนอีกคนแต่ดูเหมือนความพยายามของเขาจะไม่เกิดผลเมื่อแรงของอีกฝ่ายนั้นช่างเยอะเสียเหลือเกิน ผู้ชายเหมือน ๆ กันแต่ทำไมอีกคนถึงได้แรงเยอะกว่าเขานักนะ พยายามผลักก็แล้วดันก็แล้วอีกคนก็ยังไม่ยอมออกไปจากตัวเขาเสียที ยองแจจึงใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของร่างด้านบนเข้าอย่างจังทำให้ร่างของยงกุกนั้นผละออกไปได้ ยองแจเลยใช้โอกาสที่ยงกุกเผลอรีบลุกขึ้นทันที แต่ไม่ทันที่จะได้หนีอย่างที่ใจคิดก็กลับโดนยงกุกคว้าเอาไว้ซะก่อน ด้านยงกุกเมื่อคว้าแขนของอีกคนเอาไว้ได้ก็กระชากให้อีกคนล้มกลับไปนอนอยู่บนเตียงตามเดิมทันที

 

 






 

“หึ ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก ได้...งั้นฉันจะจัดให้ถึงใจนายแลยละ เตรียมตัวรับไว้ได้เลย”

 

 

 

 





 

-CUT-

 

 

 .


.


.


.


10.056137%

 













 บรรยากาศชวนอึดอัดปกคลุมไปทั่วทั้งโต๊ะอาหารและสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อีกสองคนที่ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับอาหารของตนโดยไร้ซึ่งคำพูดคำจา นี่ก็ผ่านมาได้เกือบสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคืนนั้น ยองแจอยากจะคิดว่ามันเป็นแค่เพียงฝันร้าย แต่กลับทำได้แค่หลอกตัวเอง ในเมื่อความจริงมันตอกย้ำที่ว่าในเช้าของอีกวันที่เขาตื่นมาก็ถูกความเจ็บเล่นงานแล่นไปทั่วสรรพางค์จนแทบจะเดินไม่ไหว แถมคนต้นเหตุก็หายหัวไปอย่างไม่คิดจะสนใจใยดีกัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับคนแบบนั้นอยู่แล้วละ

 

 

 

 

 

 

การต้องเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มันเป็นอะไรที่ทรมานมากสำหรับเขา มันคงจะดีกว่านี้หากไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก ยองแจเลือกที่จะเงียบและทำเป็นเมินใส่อีกคนจนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่ปริปากพูดกับยงกุกสักคำ ซึ่งก็แปลกที่ยงกุกก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา ถ้าหากเป็นเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาคงโดนอีกคนตำหนิไปแล้ว

 

 

 

เอี๊ยดดดด........

 

 

 

เสียงเก้าอี้กระทบกับพื้นดังขึ้นเมื่อร่างสูงของยงกุกที่อยู่ดี ๆ คิดจะลุกก็ลุก

 

 

“ฉันจะออกไปทำธุระข้างนอก ส่วนนายก็อย่าลืมทำความสะอาดบ้านด้วยละ แล้วที่สำคัญอย่าคิดหนีเด็ดขาด"

 

 

 

พูดจบเจ้าตัวก็เดินออกไปทันทีไม่คิดจะรอฟังคำตอบของผู้ร่วมโต๊ะอีกคนเพราะคิดว่ารอไปก็เท่านั้น ถึงอย่างไรยองแจก็คงไม่คิดจะเอ่ยตอบตนอยู่แล้ว แต่ถึงยองแจจะไม่ได้ตอบรับยองแจก็เข้าใจที่ยงกุกสั่งทุกอย่าง และทำตามอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่เคยคิดที่จะหนีอีกเลย แต่แล้วเขานั้นจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนถึงเมื่อไหร่ละ นั่นคือสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอด ถึงแม้เขาจะอยากถามอีกคนมากแค่ไหน แต่ถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ เพราะฉะนั้นสู้อยู่เฉย ๆ ต่อไปดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายลมจากทะเลที่ผัดผ่านปะทะใบหน้าไปทำให้ยงกุกรู้สึกดีไม่ใช่น้อย เขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงความอึดอัดบนโต๊ะอาหารเมื่อสักครู่ออกมายังสถานที่ที่เขามักมาประจำเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เขาก็แค่อยากคิดทบทวนอะไรบางอย่างก็เพียงเท่านั้น หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นเขาก็รู้สึกแปลก ๆ ทำตัวไม่ถูกที่ต้องเผชิญหน้ากับอีกคนซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเพราะรู้สึกผิด เขารู้ดีว่าการที่เขาลงโทษยองแจด้วยวิธีนั้นมันดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ในเมื่อมันมีวิธีอื่นตั้งมากมายแต่เขาก็ดันเลือกที่จะทำแบบนั้น แต่จะว่าไปบางทีมันก็อาจจะสมควรแล้วก็ได้ ยองแจควรชดใช้ในสิ่งที่ทำกับมินอาไว้ เขาควรได้รับความเจ็บปวดอย่างที่มินอาเคยได้รับ ใช่สิ  มันควรเป็นแบบนั้น

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

“นี่ นี่นาย.....นี่นายตื่นได้แล้ว” ยงกุกเขย่าตัวปลุกอีกคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาโดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงการกลับมาของเขาเลยสักนิด ยองแจปรือตาขึ้นน้อย ๆ เมื่อโดนสิ่งภายนอกรบกวนการพักผ่อนของเขา เมื่อเช้ากว่าที่เขาจะทำความสะอาดบ้านเสร็จก็เล่นเหนื่อยไม่ใช่น้อยทำให้เขารู้สึกเพลียและเผลอหลับไปในที่สุด พอรู้สึกตัวยองแจก็เด้งตัวลุกขึ้นในท่านั่งทันทีหลังจากที่ได้เห็นชัด ๆ ว่าใครเป็นคนปลุกตน

 

 

 

 

“มานอนอยู่แบบนี้ แล้วงานที่ฉันให้ทำละ เสร็จแล้วหรือยัง”

 


“....................................................”  มีแต่ความเงียบส่งกลับไป เพราะไม่อยากจะเปลืองน้ำลายสนทนาด้วย มีตาก็ดูเอาเองสิ ไม่เห็นต้องถาม (ยองแจคิดในใจ)


 

“นี่ ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงห้ะ เป็นใบ้รึไง”


 

“.....................................................”

 

 

“ฉันพูดด้วย ก็พูดตอบสิ อย่าให้ฉันต้องโมโห”

 

 

“...........................................................”

 


ราวกับเส้นความอดทนของยงกุกขาดผึ่ง เมื่อไม่ว่าจะพยายามยังไงอีกคนก็ไม่ยอมเอ่ยปากพูดกับเขาสักคำ มิหนำซ้ำยังจะหันกน้าหนีไม่ยอมสบตาเขาอีกด้วย หึ ให้มันได้อย่างนี้สิ ตอนนี้เขาชักจะโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้วละ



 

“โอ๊ย!

 

 

ยองแจถึงกับต้องร้องออกมาเมื่ออยู่ ๆ เจ้าของร่างสูงก็ส่งมือสากมาบีบเข้าที่กรามของตนอย่างแรงจนยองแจต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แถมอีกคนยังส่งแววตาอาฆาตที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตนกำลังทำให้อีกคนโมโหมากแค่ไหน เล่นเอาซะยองแจสบตาแล้วอยากจะมุดหายไปจากตรงนี้เลยละ

 

 

“ให้พูดดี ๆ ไม่ยอมพูด ต้องให้ทำแบบนี้ใช่ไหม”

 


“นี่คุณ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ผมเจ็บนะ”

 

 

“ทำไมฉันพูดด้วยถึงไม่ยอมตอบ”

 

 

“ผมไม่อยากสนทนากับคนอย่างคุณ” ในเมื่อไม่ยอมฟังคำร้องขอแล้วคุยกันดี ๆ จะเอาแบบนี้ก็ได้ จ้องมาจ้องกลับ ตวาดมาตวาดกลับ ไม่โกง

 

 

“คนอย่างฉัน ทำไม คนอย่างฉันมันเป็นยังไงห้ะ”

 

 

“............................................”

 



“พูดมาสิ ฉันบอกให้พูด!!!” ตวาดเสียงดังพร้อมกับเพิ่มแรงบีบที่แก้มจนเริ่มจะมีรอยช้ำปรากฏให้เห็น ทำให้ยองแจต้องแสดงสีหน้าเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บ

 

 

“ใจร้าย คุณมันคนใจร้าย ทั้งใจร้าย ทั้งเลว......... ผม เกลียด คุณ!!”  ขึ้นเสียงเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เอาจริง ๆ ตอนนี้เขาก็ชักจะเริ่มหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน เหนื่อยที่ต้องทนเป็นนักโทษของอีกคน ไม่เอาแล้ว เขาจะไม่กลัวผู้ชายคนนี้อีกแล้ว พอกันที วันนี้เขาจะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม

 

 

 

“นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายจะไปไหนไม่ทราบ” กำลังจะก้าวเดินหนีไปให้พ้น ๆ หน้าของคนใจร้ายแต่ก็กลับทำไม่ได้ดั่งใจ เมื่อคนใจร้ายที่ว่าเอามือมารั้งแขนของตนไว้ก่อน

 

 

 

“ผมก็จะไปให้พ้นหน้าคนใจร้ายอย่างคุณไงละ”

 



สิ่งที่ได้ยินนั้นมันกำลังเพิ่มความโมโหให้ยงกุกจากที่เป็นอยู่แล้วให้รุนแรงขึ้นไปอีก จากที่แค่จับแขนของยองแจไว้เฉย ๆ เขาก็เปลี่ยนเป็นออกแรงบีบแขนนั้นก่อนจะกระชากร่างเล็กให้เข้ามาเผชิญหน้ากับตนใกล้ ๆ

 

 

 

“นายไม่มีสิทธิ์ที่จะไปไหนทั้งนั้น ถ้าฉันไม่อนุญาต หรือไม่ก็จนกว่าฉันจะทรมานนายจนกว่าจะพอใจ 555555555555555

 

 

“ เลว.......เลวที่สุด คุณมันเลวคุณยงกุก คุณมันเลว!!

 

 

“ใช่! ฉันมันเลว แต่ถ้าอย่างฉันเรียกว่าเลว งั้นอย่างนายก็คงเรียกว่าชั่ว หึ ก็ดูเหมาะสมกันดีไม่ใช่หรอ”

 

 

 

“ผมไม่เข้าใจ ผมไปทำอะไรให้คุณนักหนา หึ ไม่รู้ละ ยังไงซะผมก็จะไป”

 

 

ว่าแล้วก็ใช้ปากงับไปที่แขนของอีกคนเข้าอย่างจัง ยงกุกรู้สึกเจ็บจนต้องปล่อยแขนอีกคนเพื่อไปกุมแขนตัวเองเอาไว้แทน ยองเห็นดังนั้นก็อาศัยจังหวะที่อีกคนเผลอเตรียมวิ่งทันที แต่ช่างน่าเศร้าเมื่ออีกคนดันรู้ทันเสียก่อน ใช้มือกระชากแขนของเขาให้กลับไปเหมือนเดิม

 

 

 

“เป็นบ้าหรือไง กัดเข้ามาได้ เห็นทีฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เผื่อมันจะช่วยให้นายหายบ้าได้บ้าง”

 




ยงกุกพยายามลากอีกคนให้ตามคนไปแต่แรงขัดขืนของอีกคนทำให้การเคลื่อนที่ของทั้งตนและยองแจนั้นเป็นได้ยาก เขาจึงตัดสินใจช้อนตัวอีกคนขึ้นแล้วอุ้มในท่าเจ้าสาวจนอีกคนถึงกับโวยวายเสียงดัง



 

“นี่คุณจะทำอะไรนะ ปล่อยผมนะ” ดิ้น ๆ แล้วก็ดิ้นหวังว่าอีกคนจะปล่อยแต่ก็ไร้ประโยชน์อีกเช่นเคย

 

 

“ก็จะทำให้นายเลิกบ้าซะทีไงละ อยู่เฉย ๆ เหอะน่า รำคาญญญญ.....”

 

 

“งั้นคุณก็ปล่อ......”

 

 



 

 

ตู้มมมม!!..............................

 

 

 



 

 

จะเป็นเสียงอะไรละ ใช่ คุณคิดถูกแล้ว เขาถูกผู้ชายใจร้ายจับโยนลงสระไงละ

 


 

“แค่กๆๆๆ..........”  เนื่องจากโดนโยนลงสระโดยไม่ทันไม่ตั้งตัวทำให้ตอนนี้ยองแจสำลักน้ำจนสภาพตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำสักเท่าไหร่ คนบ้า โยนลงมาได้ยังไง นี่เขาก็คนนะไม่ใช่ผักปลาถึงจะมาโยนทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ กันแบบนี้ได้ เขาไม่ได้อยากเล่นน้ำสักหน่อย แล้วดูสิแดดเปรี้ยงขนาดนี้ถ้าเกิดเขาป่วยขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

 

 

 

“นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณนะ โยนผมลงมาในนี้ทำไม ผมไม่ได้อยากเล่นน้ำนะคุณ”

 

 

“ก็เมื่อกี้นายแลดูเหมือนหมาบ้าเลย เป็นไงละ หายบ้ารึยัง”.......................“แต่ดูไปแล้วเหมือนนายจะยังไม่หายบ้านะเลยนะ”

 

 

ยองแจสงสัยในการกระทำของอีกคนเมื่ออยู่ ๆ ยงกุกก็กระโดดลงสระมา ก่อนที่ตัวของอีกคนจะประชิดกับตน

 


“ถ้างั้นเรามาเล่นกันอีกหน่อยก็แล้วกัน เผื่อจะดีขึ้น”

 

น้ำเสียงฟังแลดูน่ากลัวกล่าววาจาแฝงเลศนัย ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายที่ยองแจไม่เข้าใจ


 “นายจะได้ชดใช้สิ่งที่นายทำอย่างสาสมเลยละ”

 

 

 

 



 

ไม่รีรอสงสัยอะไรอีกทั้งนั้น ยงกุกจัดการจับหัวของยองแจกดลงไปในน้ำอย่างโกรธแค้นด้วยอารมณ์ที่มีทั้งหมดตอนนี้ จนคนที่ถูกกระทำรู้สึกเหมือนกำลังจะตายเพราะเริ่มจะขาดอากาศหายใจ แต่ด้วยสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดทำให้ร่างเล็กพยายามขัดขืนการกระทำของอีกคนจนสามารถเงยหน้าพ้นผิวน้ำได้ แต่ไม่ทันไรเขาก็ถูกคนใจร้ายกดหัวลงไปในน้ำอีกครั้ง เขาทำมันซ้ำ ๆ จนยองแจมีท่าทีเหมือนจะขาดใจตายอยู่รอมร่อเขาถึงได้หยุดมัน

 

 



“เป็นไง ยังคิดอยากจะไปจากที่นี่อยู่อีกรึเปล่า”

 

 

“ คุณมันบ้า ยังไงซะผมจะไปจากคุณให้ได้”

 

 

“นี่โดนขนาดนี้ยังคิดจะไปอยู่อีกหรอ ก็ดี ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู”

 

 

 



ยงกุกก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอีกคนจะทำได้อย่างที่พูดไหม เขาจัดการถอดเข็มขัดของตนก่อนจะเอามันมาพันข้อมือทั้งสองข้างของอีกคนไว้แน่นแล้วจับยองแจไปมัดไว้กับราวบันไดที่อยู่ติดขอบสระโดยให้ลำตัวของร่างเล็กลอยอยู่ในน้ำ

 

 

 

 

“นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคุณ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ”


 

“เก่งนักไม่ใช่หรอ แน่จริงก็หนีออกไปให้ได้สิ หึ”  กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินหนีออกมาทิ้งร่างของยองแจเอาไว้ทั้งอย่างนั้นแล้วทำเป็นเมินเสียงโวยวายของอีกคน

 

 

 

 

 


“จะไปไหนนะ นี่คุณยงกุก มาปล่อยผมก่อนนะ ปล่อยสิโว้ยยยยยยย....”

 

 


ยองแจตะโกนอยู่นานจนรู้สึกท้อใจ นี่จะไม่สนใจกันจริง ๆ สินะ ถึงเขาตายก็คงไม่คิดที่จะสนใจเลยสักนิดสินะ คิดแล้วก็เวทนาตัวเองจริง ๆ ที่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เขามันก็แค่คนอ่อนแอคนหนึ่งจะให้มาทนกับความป่าเถื่อนของอีกคนแบบนี้ได้ยังไงกัน ฮือออ แม่จ๋า ผมถึงคิดถึงแม่จังเลยครับ ตอนนี้แม่จะทำอะไรอยู่นะ จะเป็นยังไงบ้าง จะคิดถึงผมเหมือนที่ผมกำลังคิดถึงแม่อยู่รึเปล่า T^T

 

 

 

 

 

 

 

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยย นี่เขาชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ แดดก็ร้อน ความรู้สึกของคนใกล้จะตายมันเป็นแบบนี้เองสินะ คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มแสยะกับตัวเองที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่น่าจะหลุดจากพันธนาการนี้ไปได้ ครั้นจะร้องขอให้คนใจร้ายเห็นใจก็น่าจะไร้ประโยชน์ แถมฟ้าก็แลดูจะเล่นตลกกับตนเสียเหลือเกินเมื่อท้องฟ้าที่เคยมีแดดส่องจ้าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ณ บัดนี้กลับมีเมฆตั้งเค้ามากมายราวกับฝนจะตก และไม่นานมันก็ตกลงมาจริง ๆ ตามที่คาดไว้ เม็ดฝนมากมายเทกระหน่ำลงมากระทบกับร่างกายของเขาราวกับจะตอกย้ำซ้ำเติมในสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ เหอะ ให้ตายเถอะ แม้แต่ฟ้าก็ยังไม่เห็นใจกันเลย พอกันที เขาไม่ไหวแล้ว

 


 

 

เสียงสะอื้นกับน้ำตามากมายไหลร่วงลงมาจากตาคู่สวย ยองแจก็แค่อยากร้องไห้กับสิ่งบัดซบที่เขาต้องเจอ อยากระบายมันออกมา ถึงแม้จะไม่มีใครรับรู้มันก็เถอะ จะว่าไปฝนตกก็ดีเหมือนกัน มันช่วยให้เขาร้องไห้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นว่าเขามันอ่อนแอแค่ไหน

 


“ฮัด ชิ้ว!

 


ตอนนี้ยองแจรู้สึกใกล้จะตายจริง ๆ แล้วละ ถึงแม้ว่าฝนจะหยุดตกไปแล้วแต่ร่างเล็กที่เนื้อตัวเปียกปอนเพราะตากฝนมาเกือบชั่วโมงเริ่มมีอาการหนาวสั่นแถมหัวก็ยังรู้สึกมึน ๆ ที่หัว ทำไมคุณยงกุกถึงได้โกรธได้เกลียดอะไรเขานักหนานะ เขาไม่เข้าใจอีกคนเลยจริง ๆ นี่คงจะอยากให้เขาตายมากสินะถึงได้ไม่คิดจะสนใจใยดีกันเลย แล้วนี่เขาจะต้องมาตายในสภาพนี้จริง ๆ นะหรอ คิดแล้วก็รู้สึกสมเพชสิ้นดี เขาคงต้องเงยหน้ารับชะตากรรมสินะ จะว่าไปทำไมรู้สึกสายตาเริ่มจะเลือนรางแปลก ๆ หึ นี่เขากำลังจะตายแล้วจริง ๆ สินะ พ่อจ๋า ผมกำลังจะไปหาพ่อแล้วนะครับ เมื่อรู้ว่าจะตัวเองใกล้จะหมดสติเต็มทีก็ไม่วายที่จะนึกถึงใครบางคนที่คงรอเขาอยู่สักที่บนฟากฟ้านั่น ก่อนที่สุดท้ายสติจะดับวูบไปในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ยงกุกเฝ้ามองยองแจอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เดินออกมา ถึงจะทำเป็นเหมือนไม่แคร์กันแต่เขาก็แอบห่วงอีกคนมาตลอดแต่ก็แค่อยากจะดัดนิสัยอีกคนไม่ให้อวดดีอีกก็แค่นั้น แต่พอเห็นฝนตกลงมาก็รู้สึกสงสารคนที่ต้องนั่งตากฝนอยู่จับใจแต่ก็ไม่อยากใจอ่อนให้ ไม่รู้ว่าเขาทำเกินไปรึเปล่า แต่พอเห็นเด็กนั่นเป็นลมหมดสติคาสระน้ำทิฐิทั้งหมดที่เคยก่อไว้ก็พังทลายลงจนหมดสิ้น เขารีบวิ่งปรี่เขาไปหาร่างที่นอนสลบอยู่ทันทีอย่างร้อนรนด้วยความเป็นห่วงว่าอีกคนจะเป็นอะไรไป บ้าจริง ยงกุกเอ้ย มึงไม่น่าเล่นอะไรแบบนี้เลย

 

 


 

 

 

“ยองแจ..... ยองแจ!!....นี่ตื่นมาสิยองแจ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ”

 

 

ไร้การตอบรับจากอีกคนนั่นทำให้ยงกุกรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเกรงว่าอีกคนจะเป็นอะไรไปจริง ๆ แถมตอนนี้ตัวของยองแจนั้นก็ร้อนมากด้วย ถ้าเดาไม่ผิดร่างเล็กคงโดนพิษไข้เล่นงานเข้าแล้วละ

 

 

 

 

 

 

 


  ยงกุกจัดการอุ้มร่างไร้สติของยองแจเข้ามาในตัวบ้านก่อนจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกคนแล้วหาผ้ามาเช็ดตัวให้หวังเพื่อความร้อนในร่างกายอีกคนจะลดลงบ้าง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงปล่อยให้ยองแจนอนพักต่อไปส่วนตัวเขาเองก็ต้องขอตัวเพื่อไปจัดการกับตัวเองก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจวบจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนที่นอนซมอยู่นั้นจะฟื้นขึ้นมาเลย ยงกุกเองก็คอยเฝ้าอีกคนไม่ห่าง ในใจก็ภาวนาขอแค่ให้อีกคนฟื้นขึ้นมาซะที เขาไม่รู้ว่าควรทำอะไรได้บ้าง จึงได้แต่นั่งมองอีกคนอยู่เฉย ๆ จนความง่วงเริ่มเข้ามาครอบงำ ว่าแล้วก็ของีบสักนิดเถอะ

 

 

 

 

 

 

“หนาว.........แม่ครับ ผมหนาว”

 

 

เสียงแหบของคนที่นอนป่วยดังเข้ามาในโสตประสาทของคนที่เผลองีบหลับไปทำให้เจ้าตัวต้องลืมตาลุกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะพบกับร่างเล็กที่นอนขดเอาแขนกอดตัวเองจนยงกุกเห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูปนสงสารแปลก ๆ หึ ดูท่าทางจะหนาวมากสินะ เฮ้อ ไอ้เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดจะปล่อยให้คนแถวนี้หนาวตายซะด้วยสิ คิดแล้วก็ย้ายตัวเองไปนอนบนเตียงเดียวกันก่อนจะเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปโอบให้อีกคนหันเข้ามาสู่อ้อมกอดของตัวเอง

 

 

 



“จะว่าไป ดูดี ๆ นายก็น่ารักดีเหมือนกันนี่ ยูยองแจ” ยงกุกลอบมองสำรวจใบหน้าของคนที่หลับตาพริ้มอยู่อย่างเผลอตัว ไม่ว่าจะแพขนตายาว หรือริมฝีปากบางนั่น ทุกองค์ประกอบที่อยู่บนใบหน้าหวาน มองรวม ๆ แล้วยงกุกคิดว่าคนตัวเล็กที่หลับอยู่ตรงเขานี้ช่างสวยเหลือเกิน ยงกุกใช้มือปัดผมที่ปรกหน้าหวานออกเบา ๆ ก่อนจะใช้ริมฝีปากของตนจุมพิตลงไปที่หน้าผากมนของอีกคนแล้วกระชับร่างของยองแจเข้ามาในอ้อมกอดของตนให้แน่นขึ้นก่อนจะหลับไปกับอีกคนในนิทรานี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



แสงแดดามเช้าที่แยงตาทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่บนเตียงต้องฝืนตนลืมขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ พยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่อาการมึน ๆ ที่หัวทำให้เขาจำต้องนอนลงเช่นเดิมแล้วทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะรู้สึกสงสัยว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็เท่าที่จำความได้เมื่อวานเขายังถูกปล่อยให้อยู่ในสระอยู่เลย คุณยงกุกเป็นคนอุ้มเขาขึ้นมาหรอ ............ไม่ใช่ ๆ บ้านะ ยองแจ เขาไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก งั้น...แล้วไอ้ผ้าที่อยู่บนหัวเขานี่คืออะไร

 

 

 

 


แกร๊กกก..............

 

 

 

ยองแจจ้องมองผู้มาใหม่ตาใสแป๋ว ยงกุกและยองแจต่างก็จ้องกันอยู่สักพักโดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ก่อนที่ยงกุกจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวแล้วเอ่ยทำลายความเงียบนั้นเสียเอง

 

 

 

“ตื่นแล้วหรือ หืม เป็นไงบ้างดีขึ้นรึยัง”

 


ยงกุกสาวเท้าเข้าไปใกล้กับอีกคนแล้วใช้หน้าผากของตนแนบกับหน้าผากของตนเพื่อจะวัดดูว่าอุณหภูมิในตัวอีกคนลดลงหรือยัง แต่ยงกุกหารู้ไม่ว่าการที่ทำแบบนั้นมันทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของยองแจเต้นแรงราวกับว่ามันจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ ยองแจเลยได้แต่นั่งนิ่งให้อีกคนวัดไข้ไปเพราะทำตัวไม่ถูกเนื่องจากไม่เคยชินกับโหมดนี้ของอีกคน ด้านยงกุกพอรู้สึกว่ายองแจนิ่งไปจึงคิดได้ว่าตนนั้นทำอะไรลงไปเลยผละออกมาทันที

 



 

 

“อืมมม ก็น่าจะรุม ๆ อยู่ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเมื่อคืนแล้วนะ แล้วนี่...ฉันทำข้าวต้มมาให้ เดี๋ยวนายทานซะนะ ทานเสร็จจะได้กินยา แล้วก็นอนพักซะ จะได้หายไว ๆ” ยงกุกยกชามข้าวต้มมาวางด้านหน้าของยองแจเพื่อที่จะให้ยองแจรีบ ๆ กินมันซะ แต่เจ้าดันทำเป็นไม่สนใจแล้วแกล้งทำเป็นจะนอนต่อเสียนี่

 

 


“นี่ยองแจ อย่าดื้อ รีบ ๆ มากินสิ จะได้กินยา ไม่อยากหายรึไง” เอาจริง ๆ ตอนนี้ยงกุกก็เริ่มจะเพลียกับอีกคนแล้วละ เขาเลยต้องไปจับตัวอีกคนให้ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ ก่อนจะใช้แล้วตักข้าวในชามแล้วไปจ่อที่ปากอีกคน ยองแจลอบมองข้าวในช้อนสลับกับมองหน้าเขาครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมกินข้าวที่เขาป้อน

 

 

“ยองแจ.... ถ้านายไม่ยอมกินดี ๆ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”

 

 

แล้วผลก็เหมือนเดิม ยองแจไม่ยอมหันมารับข้าวที่เขาป้อน ได้....ยองแจ จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ได้ ได้เลย เดี๋ยวพี่ยงกุกจัดให้

 

 

ยงกุกจัดการยัดข้าวที่อยู่ในช้อนเข้าปากเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวจนละเอียดก่อนจะใช้มือจับคางอีกคนให้หันมาแล้วจัดการทาบริมฝีปากตัวเองไปกับริมฝีปากสีเชอร์รี่

 

 

“นี่คุณจะท......อ....อื้อ....อ่อยนะ...อื้ออ...” ยงกุกอาศัยจังหวะที่อีกคนร้องห้ามใช้ลิ้นดันข้าวเข้าไปในปากของอีกคนแล้วกดจูบที่ริมฝีปากหวานซ้ำ ๆ จนคนโดนฉวยโอกาสเริ่มจะหมดหายใจทำให้ยงกุกต้องยอมผละออกมาอย่างเสียไม่ได้ ถึงแม้จะต้องการมันมากกว่านี้ก็ตาม

 

 

ยองแจหอบหายใจแฮ่ก ๆ ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะถลึงตามองอีกคนอย่างคาดโทษ

 


“ว่าไง ทีนี้จะทานเองได้หรือยัง”

 



ทีแรกยองแจยังคงนิ่งอยู่แต่พอเห็นว่ายงกุกทำท่าจะป้อนเขาอีกรอบ เลยต้องรีบหยิบช้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เลยได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดอย่างรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยอมกินแต่โดยดี โดยมีร่างสูงนั่งมองอยู่ข้าง ๆ

 

 

ด้านยงกุกเมื่อเห็นว่ายองแจจัดการข้าวต้มในชามจนหมดแล้วก็รีบหยิบยาไปยื่นให้คนที่ทำท่าจะนอนไปอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ได้ทานยา

 


“นี่ทานยาก่อนสิแล้วค่อยนอนต่อ”

 

“ไม่เอา ผมไม่ชอบทานยา” พูดก่อนจะนอนหันหน้าหนีอีกคน

 

“นี่ นายดื้ออีกแล้วนะ ลุกมากินอย่าเดี๋ยวนี้”

 

“................”

 

“หรือจะให้ฉันป้อนแบบเมื่อกี้..”

 

ราวกับคำพูดเขาเป็นตัวกระตุ้นอย่างดีเมื่อพอเขาพูดจบยองแจก็เด้งตัวลุกมาหยิบมาในมือเขาไปกินทันที หึ ต้องกลัวเขาขนาดนั้นเลยรึไง

 



“หึ ดีมาก ทานยาเสร็จแล้วก็นอนซะนะเด็กดี” ยงกุกใช้ยีผมอีกคนก่อนจะจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่แล้วไม่ลืมที่จะฝังจูบที่หน้าผากมนของอีกคนก่อนจะปล่อยให้ยองแจนอนพักผ่อนต่อ

 

เอาอีกแล้วยองแจเอาอีกแล้ว หัวใจเจ้ากรรมจะมาเต้นอะไรนักหนาเนี่ย ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเขารู้สึกดีกับสัมผัสอ่อนโยนที่คุณยงกุกมอบให้ แล้วเขาก็ไม่ชินอีกด้วยที่อีกคนทำแบบนี้ ช่วยบอกเขาทีสิว่าคนเมื่อวานกับวันนี้มันคือคนเดียวกันนะ

 

“ด...เดี๋ยวก่อน”

 

“ว่าไง มีอะไรอีกหืม”

 

“คือว่า...คุณเป็นคนเช็ดตัวให้ผมหรอ”

 

“ก็ใช่ ทำไม มีอะไร”

 

“ป..เปล่าหรอก ผมก็แค่สงสัยเฉย ๆ นะ คุณไปเถอะ ผมจะนอนละ”

 

“อืม...หายไว ๆ ละ ฉันเป็นห่วง”

 

 

 

.

.

.


ตู้มม!!!

.

.

.

.


รู้สึกเหมือนอีกคนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เขาเลยทีเดียว พอได้ยินอีกคนตอบแบบนั้นก็รู้สึกร้อน ๆ ที่ใบหน้าแปลก ๆ แถมมาบอกเป็นฮงเป็นห่วง แล้วนี่ทำไมใจต้องเต้นแรงอีกแล้วเนี่ย คุณยงกุกจะรู้ไหมนะว่าวันนี้ทำให้หัวใจของเขาทำงานหนักแค่ไหน เล่นเอาซะลืมความน้อยใจที่ถูกทิ้งตากฝนเมื่อวานไปซะหมดเลย โอ๊ยยย ไม่เอาละ นอนดีกว่า ยองแจทิ้งความคิดที่ชวนให้รู้สึกว้าวุ่นทั้งหมดลงก่อนนำพาตนเองเข้าสู่นิทราอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

To be continue……………

 

 

 

 






 

 

-แวะมาอัพให้ก่อนจะหายไปสักพักเนื่องจากช่วงนี้เราใกล้สอบ และโปรเจคใหญ่ที่ยังคงไม่ผ่านพ้นไป ถ้าไม่ติดอะไรอาจจะกลับมาหลังช่วงคอนน๊า แล้วในส่วนของฉากตัดนั้น มีหรือไม่มีไปหาคำตอบกันเอาเองน๊า ฮิฮิ (หัวเราะอย่างชั่วร้าย)

Talk2: มะมีราย แค่มาอัพเดตเปอร์เซนต์เสย ๆ หุหุ


Talk3: และในที่สุดเราก็กลับมาแล้ว หลังจากที่ห่างหายไปนาน ตามจริงตั้งใจอัพให้ได้หลังคอน แต่ว่าพอหลังจากนั้นก็ติดอะไรหลาย ๆ อย่าง จึงทำให้ปั่นไม่ทัน โดนเพื่อนมาจิกให้อัพด้วยอ่า แงงงง นี่ก็เพิ่งสอบเสร็จไป อ๊ะ ๆ นี่สอบเสร็จปุ๊บ ก็รีบมาปั่นให้ปั๊บเลยน๊า อย่างอนกันน๊ารีดเดอร์ที่น่ารักของเค้าทุกคน ‘3’

         พูดถึงเนื้อเรื่องกันบ้างดีกว่า ตอนนี้นี่ต้องยอมรับเลยว่าแต่งไปก็ด่าเฮียไป เฮียอ่า ทำไมเฮียถึงทำกับแจที่น่ารักของเค้าแบบนั้น ฮือ เฮียใจร้ายอ่า ไม่ยกแจให้แล่ว เราจะเก็บไว้เอง เชอะ ๆ เอาจริง ๆ คือเนื้อเรื่องตอนแรกไม่ได้กะจะให้เป็นแบบนี้ ขอสารภาพว่าขี้เกียจเลยเปลี่ยนพล็อตนิดหน่อยจะได้รีบ ๆ จบ 55 อีกอย่างขอเปรยนิดนึงนะคะว่าตอนหน้าก็จะเป็นตอนจบของเรื่องนี้แล้ว แถมเราก็เริ่มแต่งอีกเรื่องไปบ้างแล้วด้วย รอติดตามกันได้เลยนะคะ // พอแล้วเนอะ ทอล์คจะยาวกว่าเนื้อหาละ

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น