{os/sf B.A.P} BJ's STORY by Yongguk&Youngjae

ตอนที่ 3 : [SF] Revenge | EP.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60


 

 

 

 

 

 

 

แสงแดดยามเช้าสาดแสงเจิดจ้าผ่านผ้าม่านสีขาวผืนบาง แสงที่เล็ดรอดเข้ามาภายในห้องนั้นทำให้เจ้าของร่างที่กำลังอยู่ในนิทราที่แสนดีเมื่อก่อนหน้านี้ต้องปรือตาลืมขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อถูกแสงจากภายนอกรบกวนการหลับของเขา

 

 

แสงที่แยงตาทำให้ดวงตาที่เคยหลับพริ้มค่อย ปรือขึ้นเพื่อให้สามารถปรับรับแสงได้ ก่อนที่เขาจะรู้สึกได้ว่าที่นี่นั้นไม่ใช่ห้องของตัวเอง เขาค่อย ยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับอาการมึนที่หัวนิด เขาจึงนั่งนิ่ง บนเตียงเพื่อให้ร่างกายตัวเองปรับสภาพให้ได้ก่อน พอทุกอย่างโอเคแล้ว เขาจึงมองสำรวจไปรอบ ห้องอย่างสงสัยว่าเขานั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไหร่ ก่อนจะพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เขาจะมาอยู่ที่นี่แต่เขาก็นึกไม่ออก จำได้เพียงแค่ว่าเขากำลังเดินกลับบ้าน แล้วจู่ ก็เหมือนมีใครเดินตามมา หลังจากนั้นใครคนที่ว่าก็เอาอะไรมาปิดจมูกเขาก็ไม่รู้ก่อนที่เขาจะหลับวูบไปและจำอะไรไม่ได้อีกเลย

 

 

 

 

 

ดวงตาคู่สวยเสมองสำรวจไปรอบ ห้องอีกครั้ง จนสายตาไปสะดุดอยู่ที่ประตูบานใหญ่ก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่จะสามารถให้คำตอบแก่เขาได้ว่าที่ที่เขากำลังอยู่นี้คือที่ใดกัน พอคิดได้ดังนั้นร่างบางก็ค่อย ก้าวขาลงจากเตียงเพื่อหมายจะไปยังประตูบานนั้นทันที

 

 

แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะได้ก้าวถึงพื้น เขากลับรู้สึกเหมือนมีวัตถุเย็นคล้ายโลหะบางอย่างอยู่เท้าของเขา พอก้มลงไปมองที่เท้าก็พบว่าข้อเท้าของเขานั้นถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นใหญ่ที่ผูกยึดติดไว้กลับเสาปลายเตียง ยิ่งเห็นเช่นนั้นแล้วเขาก็ได้แต่คิดสงสัยด้วยความขุ่นข้องใจว่าใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ มาล่ามโซ่ราวกับเขาเป็นสัตว์เลี้ยงแบบนี้ได้อย่างไรไงกัน มันจะเกินไปแล้ว

 

 

แกร๊กกกกก…………

 

 

ไม่ปล่อยให้ร่างบางของคนที่อยู่ในห้องต้องสงสัยนาน เสียงปริศนาก็มาพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ชายร่างสูงบุคคลผู้ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าของห้องที่เขาอาศัยอยู่ ผู้ชายคนนั้นมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดา ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก เขาละเกลียดรอยยิ้มแบบนั้นจริง เลย

 

 

 

หึ ว่าไง ตื่นแล้วหรอ เมื่อคืนหลับสบายไหมละ

 

คุณเป็นใคร แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ผมเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของผู้ชายคนนั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามซะเอง

 


ฉันเป็นใครนายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ส่วนเรื่องที่นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มันจะไปยากอะไร ก็ฉันเป็นคนพานายมาไงละ ถามได้ตอบเสียงทุ้มปนตะคอกคล้ายคนกำลังหงุดหงิด อะไรกัน นี่เขาก็ถามดี นะ ยังไม่ทันได้ทำอะไรที่น่าจะทำให้อีกคนหงุดหงิดได้เลย เมนส์ไม่มารึไง หงุดหงิดง่ายจัง

 

 

...แล้วคุณพาผมมาที่นี่ทำไมละ อีกอย่างทำไมต้องล่ามโซ่ผมไว้แบบนี้ด้วย

 

 

อยากรู้หรอ ก็คิดเอาเองสิว่าทำไม…. หึ แต่หน้าโง่ แบบนายคงคิดเองไม่ได้หรอกมั้งดูมันครับ มันหยามผมมากครับ มีสิทธิ์อะไรมาว่าผมโง่กัน พูดไปละไม่อยากจะโม้แต่ก็ขอโม้หน่อยละกันว่าผมนะติดอันดับท็อปเท็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีของสายชั้นทุกปีเลยนะโว้ยยยย

 

เห็นแกความโง่ของนาย งั้นฉันจะสงเคราะห์บอกให้นายได้รู้ไว้หน่อยแล้วกัน

 

“........”

 

ปกติแล้วนายคิดว่าโซ่นี้มีไว้ทำอะไรละ

 

“.........”

 

เขาก็มีไว้ล่ามนักโทษเพื่อกันไม่ให้นักโทษหนีไงละ ทีนี้พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างรึยังว่าฉันพานายมาที่นี่ทำไม หึรอยยิ้มแบบเดิมได้ถูกส่งมาให้เขาอีกแล้ว เอาตรง เขาก็แอบคิดนะว่าผู้ชายคนนี้นี่โรคจิตหรือเปล่า หน้าตายิ่งให้อยู่ ผมหยักศกที่ยาวจนแทบจะทิ่มตาอยู่แล้วนั้นยิ่งทำให้เหมือนไปใหญ่

 

อะไรกัน ผมไม่เข้าใจ หมายความว่าคุณจะให้ผมมาเป็นนักโทษของคุณงั้นหรอ??”

 

หึ ฉลาดเหมือนกันนี่

 

บ้าน่า คุณเป็นโรคจิตรึไง ทำไมผมต้องยอมไปเป็นนักโทษของคุณด้วย ผมทำอะไรผิดไม่ทราบ

 

ทำอะไรผิดงั้นหรอ ทำไม? นึกไม่ออกหรอว่าไปทำความเลวอะไรไว้ไม่พูดเปล่าแต่กลับย่างเท้าเข้ามาใกล้เขาเรื่อย แววตาที่จ้องมาที่เขาราวกับจะฆ่าเขานั้นมันทำให้ผมรู้สึกกลัว กลัว ผู้ชายคนนี้แลดูอันตรายเกินไป ผมกลัวเขาเหลือเกิน

 

 

 “แต่ก็อย่างว่า คนแบบนายคงไปทำเรื่องชั่ว ไว้เยอะมากสินะ จนถึงขนาดจำไม่ได้แบบนี้ แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องรู้อยู่ดีว่าทำไม แล้วนายก็ไม่สิทธิ์เลือกด้วยเพราะฉันไม่ได้ถามความสมัครใจของนาย

 

“..............” งง บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้เขากำลังงงมาก ผู้ชายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ เรารู้จักกันด้วยหรอ แล้วเขาไปทำอะไรให้ พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เท่าไหร่จำได้เขาก็ไม่เคยไปมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อนเลยนะ

 

อ้อ แล้วก็นี่ ฉันเอาข้าวมาให้ กินซะ ฉันไม่อยากให้นักโทษของฉันต้องตายไปซะก่อนหรอกนะพูดเสร็จก็โยนจานข้าวมาให้ ขอย้ำว่าโยน โยนจริง ครับ เสียงจานข้าวแสตนเลสกระทบกับพื้นกระเบื้องดังเคร้งจนผมนี่สะดุ้งตัวโยงกันเลยทีเดียว พอโยนเสร็จผู้ชายคนนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไปทันทีจนเขาเรียกไม่ทันเลยทีเดียว

 

 

เดี๋ยวก่อนสิ...นี่คุณ...นี่ มาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ มาปล่อยผมก่อนสิโว้ยยยยยตะโกนจนยอมแพ้ต่อความพยายามของตัวเองที่จะให้อีกคนสนใจ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าใครคนนั้นจะมาสนใจกันเลยสักนิด ถ้าถามว่าทำไมผมไม่ถามตั่งแต่ที่ผู้ชายคนนั้นยังไม่ออกไป ก็แหมคนมันอึ้งอยู่นี่ครับ ทั้งอึ้งทั้งมึนทั้งงงกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดจนสองประมวลไม่ทันเลยยังไงละ

 

 

 

ตอนนี้ก็เหลือแค่เขาคนเดียวกับจานข้าวอีกหนึ่งใบ ข้าวซึ่งหน้าตาไม่น่าทานเลยสักนิด ข้าวที่ในจานมีแต่ข้าวเปล่าราดน้ำแกงแลดูจืด กับเศษเนื้อไม่กี่ชิ้นที่คลุก ๆ กันมา แลดูเหมือนอาหารสุนัขอย่างไรก็ไม่รู้ จะกินได้ไหมเถอะ นี่ไม่รู้ว่าได้ใส่ยาพิษลงด้วยไปรึเปล่า ไว้ใจได้ที่ไหนกัน เลยเลือกที่จะไม่กินดีกว่า

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

ด้านยงกุกหลังจากที่ออกมาจากห้องก็ได้แต่นั่งสงบอารมณ์ของตัวเองมาสักพักแล้ว ตอนที่เอาข้าวเข้าไปให้เด็กนั่นเขาเกือบห้ามจะเผลอลงมือทำอะไรอีกคนไปแล้ว แค่เห็นหน้าก็อยากจะจับมาบีบคอให้หายแค้น แต่ถ้าหากเขาทำเช่นนั้นมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก

 

 


ใช่แล้วละเขาเป็นคนลักพาตัวเจ้าเด็กนั่นมาเอง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องใช้วิธีนี้แต่ก็ไม่รู้จะคิดหาเหตุผลไปทำไมในเมื่อถึงอย่างไรเขาก็ทำมันลงไปแล้ว

 


 

หลังจากที่เมื่อวานเขาตั้งใจจะไปรับมินอาแต่กลับเจอเด็กคนนี้กำลังกลับบ้านพอดีแต่ด้วยอะไรไม่รู้ที่ดลใจให้เขาเดินตามยองแจไป แล้วความคิดชั่ว ๆ ที่ไม่รู้มาจากไหนก็ไม่รู้ที่ทำให้เขาลงมือทำแบบนั้น หลังจากที่ยองแจหลับไปเขาก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงน้องสาวตัวเองที่น่าจะรอตนอยู่ เขาจึงจัดการโทร.ไปเคลียร์กับมินอาทันที โดยอ้างว่าตัวเองนั้นมีธุระด่วนจึงทำให้สามารถไปรับได้และอาจจะไม่อยู่หลายวันอีกด้วยพร้อมกับขอโทษที่โทร.มาบอกช้า ด้านมินอาก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเข้าใจว่าพี่ชายคงจะติดงานด่วน

 

 

หลังจากที่เขาเคลียร์กับมินอาเสร็จแล้วเขาก็จัดการพายองแจมาที่นี่ทันที ซึ่งมันก็คือบ้านพักตากอากาศในเกาะส่วนตัวของเขาเอง ถึงแม้เขาไม่ค่อยได้มาพักที่นี่สักเท่าไหร่แต่ก็มักจะมีแม่บ้านมาคอยดูแลทำความสะอาดให้อยู่เสมอ และการที่เขามาที่นี่เขาก็ไม่ได้ละเลยต่อหน้าทีความรับผิดชอบของตนเอง เขาได้โทรไปฝากฝังเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้อย่างคิมฮิมชานให้ช่วยดูแลบริษัทให้แล้ว ถึงแม้ว่ามันจะสงสัยว่าทำไมแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มันไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรเขามากนัก

 

 

 

 



 

 

นับตั้งแต่เมื่อเช้าที่ผู้ชายคนนั้นเอาข้าวมาให้เขาจนตอนนี้เวลาก็ล่วงไปจนบ่ายกว่า ๆ แล้ว ข้าวในจานก็ไม่มีทีท่าว่าจะพร่องไปเลยสักนิดถึงแม้ว่าตนเองจะหิวจนตาลายแล้วก็ตาม แต่ลำพังจะให้ยอมกินข้าวที่ผู้ชายคนนั้นเอามาให้เขาก็เกรงว่าตัวเองอาจจะไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้

 

 

 

แอดดด...........................

 

 


เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับปรากฏร่างของชายคนนั้นอีกครั้ง ในมือของเขาถือจานข้าวที่ตั้งใจจะเอามาให้อีกคน แต่พอเห็นจานข้าวที่เขาเอามาให้คนที่อยู่ในห้องตั้งแต่เช้ากลับไม่พร่องไปสักนิดเลยทำให้ยงกุกถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

 

 

“ทำไมถึงยังไม่กินข้าว” ถามอีกคนเสียงเย็นจนคนฟังใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

 

“ผมไม่หิ...../กรอกก~....”  พูดยังไม่ทันจะจบดีท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไอ้ท้องบ้าเอ้ย แกจะมาร้องอะไรตอนนี้เนี่ย น่าอายที่สุด ไม่รักษาหน้ากันบ้างเลย

 

“หึ ตกลงว่าไงละ จะกินหรือไม่กิน”

 

“ผมไม่กิน”

 

“ไม่กินใช่ไหม ได้.....”

 

พูดเสร็จผู้ชายคนนั้นก็เอื้อมมือมาบีบคางของเขาให้เขาอ้าปากออกก่อนจะพยายามตักข้าวในจานมายัดใส่ปากเขา นี่กะจะฆ่ากันให้ได้เลยหรือไง เรื่องอะไรจะยอมละ เขายังไม่อยากตายนะโว้ย

 


ยองแจพยายามขัดขืนอีกคนไม่ให้อีกคนสามารถเอาข้าวมาเข้าปากตัวเองได้ง่าย พยายามดิ้นสุดฤทธิ์แต่กลับรู้สึกแรงของอีกฝ่ายนั้นช่างเยอะเหลือ เมื่อไม่รู้จะทำเช่นไร จะสู้ก็สู้ไม่ได้ เขาเลยตัดสินใจใช้ปากงับเข้าที่มือของอีกฝ่ายเต็ม ๆ จนคนที่โดนงับถึงกับร้องเสียงดังลั่นห้อง

 

“โอ๊ย! ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม ได้........งั้นตามฉันมานี่” ยงกุกหันไปปลดโซ่ที่ข้อเท้าของยองแจออกก่อนจะฉุดข้อมือลากให้อีกฝ่ายเดินตามตัวเองมา

 

“โอ้ยนี่คุณ ผมเจ็บนะ จับเบา ๆ หน่อยไม่ได้รึไง แล้วนี่คุณจะพาผมไปไหนห้ะ ปล่อยผมนะ บอกให้ปล่อยไง ปล่อยสิโว้ยย”

 

“หุบปากสักทีได้ไหม รำคาญ อย่าให้ฉันต้องโมโห......อะ นี่ ถึงแล้ว” พูดขึ้นพร้อมกับหยุดลากเขาเมื่อเดินมาถึงยังจุดหมายที่ต้องการ เมื่อมองไปรอบ ๆ ยองแจก็พบว่ามันเป็นสนามหญ้าของบ้านซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวนะ แล้วหมอนี่จะพาเขามาที่สนามหญ้าทำไมกัน แต่แล้วสิ่งที่เขาข้องใจก็ถูกไขเมื่ออีกคนโยนบางส่งบางสิ่งมาให้เขา

 


 

“พอดีช่วงนี้คนสวนไม่ว่างนะ ไม่มีใครมาตัดหญ้าสักทีจนมันรกหมดแล้ว ถ้ายังไงก็วานตัดให้หน่อยละกันนะ แรงเยอะนักนิ”  ใช่แล้ว หมอนั่นยื่นกรรไกรตัดหญ้ามาให้ผม แต่เดี๋ยวนะ นี่มันชักจะบ้าเกินไปเกินแล้ว ทำไมผมต้องทำด้วย แล้วจะให้ตัดด้วยกรรไกรนั่นอะนะ สนามมันไม่ใช่เล็ก ๆ นะ แถมตอนนี้แดดเปรี้ยงขนาดนี้ใครยอมทำก็บ้าแล้ว

 

“แล้วทำไมผมต้องทำด้วยมิทราบ”

 

“ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่านายไม่มีสิทธิ์เลือก ตอนนี้นายอยู่ในฐานะนักโทษของฉัน ก็ต้องทำตามที่ฉันสั่ง ทำไม.....หรือว่านายอยากเอาแรงของนายไว้ทำอย่างอื่นมากกว่า ถ้าต้องการแบบนั้นฉันจะจัดให้นายก็ได้นะ หึ” คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นยังไม่เท่ากับสายตาที่อีกคนใช้โลมเลียเขาราวกับจะกลืนกินเขาไปทั้งร่าง ให้ตายสิผู้ชายคนนี้ทำให้เขากลัวจริง ๆ

 

“ว่าไง ตกลงจะยอมตัดหญ้า หรือจะทำอย่างอื่น” เน้นเสียงที่ประโยคหลังพร้อมกับส่งสายตากดดันคำตอบจากอีกฝ่าย

 

“ก็ได้ ๆ ผมทำก็ได้ แต่ขอเปลี่ยนจากกรรไกรเป็นเครื่องตัดหญ้าแทนได้ไหม สนามกว้างขนาดนี้ให้ใช้กรรไกรตัด ผมไม่ไหวหรอกนะคุณ”

 

“ไม่ได้ จะไหวไม่ไหวมันก็เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน นายไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไรทั้งนั้น มีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ” พูดเสร็จก็โยนกรรไกรตัดหญ้ามาด้านหน้าเขาจนแทบจะเฉียดเท้าอยู่แล้ว ดีนะที่เขายกขาหลบทัน ไม่เช่นนั้นต้องได้เรื่องเจ็บตัวแน่ ๆ

 

“อ้อ แล้วอย่าคิดหนีละ ห้ามอู้ด้วย ฉันจะคอยจับตาดูนายไว้” สั่งจบก็เดินเข้าร่มไปปล่อยให้เขายืนตากแดดมองกรรไกรด้านหน้าอย่างปลง ๆ

 

ยองแจหยิบกรรไกรขึ้นมาเพื่อที่จะตัดหญ้า แต่ให้ตายเถอะ นี่ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยไม่รู้ควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แต่เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ลองมั่ว ๆ ดูก็คงไม่เป็นไร

 






ตัดไปสักพักแล้วเขาก็ยังตัดไม่ได้ครึ่งสนามเลย เหงื่อที่ไหลจากการออกกำลังราวกับเพิ่งไปอาบน้ำมาทำให้เสื้อที่ใส่อยู่ตอนนี้เปียกชุ่มจนเสื้อแนบไปกับตัว ไหนจะแดดที่ร้อนจัดบวกกับความหิวเนื่องจากยังไม่มีอาหารลงถึงท้องตั้งแต่เมื่อวาน จะว่าไปตอนนี้เขาก็รู้สึกตาลาย ๆ  ยังไงก็ไม่รู้ เงยมองทัศนียภาพด้านหน้าก็รู้สึกเหมือนมันจะหมุนไปหมุนมาแปลก ๆ ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทันได้รู้ตัว

 

 

 

ยงกุกที่เฝ้ามองจับตาดูอีกคนอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นก็รีบวิ่งไปดูทันทีด้วยความเป็นห่วง

 

“นี่นาย...... ยองแจ......ได้ยินฉันรีเปล่า” ลองเรียกดูเพื่อเช็คอาการของอีกคน แต่ไม่ว่าจะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ทีท่าอีกคนจะตอบรับเขา ยงกุกจึงตัดสินใจช้อนตัวอีกคนแล้วอุ้มเข้าไปหลบแดดในบ้านก่อน

 

 

 

 







 

 

สติที่เคยหายไปเมื่อก่อนหน้านี้ค่อย ๆ กลับคืนสู่เจ้าตัว ยองแจค่อย ๆ ยกแพขนตาลืมขึ้นรับทัศนียภาพตรงหน้าก็พบว่าเขาได้กลับมาอยู่ห้องเดิมที่เขาอยู่เมื่อเช้าแล้ว นี่เขาคงเป็นลมไปสินะ อ่อนแอจริง ๆ เลย ยองแจเอ้ย ดูเหมือนว่าเสื้อของเขาจะถูกเปลี่ยนไปด้วยนะเนี่ย ว่าแต่ใครเป็นคนเปลี่ยนให้กัน จะคิดว่าเป็นผู้ชายคนนั้นก็คงไม่ใช่หรอกมั้ง อีตานั่นคงไม่มีน้ำใจขนาดนั้นหรอก เผลอ ๆ จะทิ้งเขาให้ตายเป็นผีเฝ้าสนามด้วยซ้ำ แต่จะว่าไปนอกผู้ชายคนนั้นแล้วก็ไม่มีใครนี่นา

 



 

แกร๊กกก.........

 

เสียงเปิดประตูที่จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากผู้ชายคนนั้น

 

“รู้สึกตัวแล้วหรอ เป็นไงบ้าง หิวหรือยัง” แปลก...แปลกไปทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทาง คำพูดคำจาก็ดูแปลกไป นี่จะมาไม้ไหนของเขานะ เอ๊ะ หรือว่าหมอนี่จะสำนึกผิดที่ให้เขาไปตากแดดตากลมจนเป็นลมกันนะ

 

“ว่าไง ฉันถามว่าหิวหรือยัง ไม่ได้ยินหรือไง” นั่นไง ว่าไม่ทันขาดคำก็ขึ้นเสียงใส่เขาเหมือนอย่างเคยซะแล้ว

 

“ก..ก็หิวแล้ว” จนถึงตอนนี้ผมจะไม่ปฏิเสธแล้วครับว่าหิว หิวมากด้วย อีกหน่อยจะแ*กหัวคนตรงหน้าได้อยู่แล้วเนี่ย

 

“ก็ดี...ฉันก็หิวแล้วเหมือน ลงไปทำอะไรให้กินหน่อยสิ”

 

“ห้ะ ว่าไงนะ”

 

“ก็บอกว่าลงไปทำอะไรให้กินหน่อยไงเล่า หูหนวกรึไง ถ้าไม่ทำก็อดนะ แล้วแต่นาย ตอนเช้าฉันอุตส่าห์ทำให้กินแต่นายดันไม่กินเอง เพราะฉะนั้นฉันจะทำแล้ว ถ้าอยากกินก็ไปทำเอง แล้วทำเผื่อฉันด้วยละ

 

 





และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้ผมต้องมายืนทำตาเลิกลักอยู่ในครัวตอนนี้ ให้ตายเถอะ เกิดมาคนอย่างยองแจเคยต้องเข้าครัวที่ไหนกัน ปกติก็มีหน้าที่แค่รอกินอย่างเดียวไม่เคยต้องทำเองเลยสักครั้ง

 

การบ่นไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดีขึ้น ผมเลยตัดสินใจเปิดดูของในตู้เย็นว่ามีอะไรที่พอทำอาหารได้บ้าง แต่เท่าที่ดูแล้วก็ไม่มีอะไรพอจะทำได้เลยนอกจากไข่ที่มีไม่กี่ใบ อะไรกันนี่ไม่คิดจะซื้อของทำกับข้าวสำรองไว้บ้างเลยรึไง นอกจากไข่ที่เขาเห็นแล้วที่เหลือก็มีแต่ขวดไวน์ที่ยัดไว้แทบจะเต็ม นี่ผู้ชายคนนั้นเขาแ*กเหล้าแทนข้าวรึไงกัน ในเมื่อมีแต่ไข่เมนูที่เขาคิดได้ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากไข่เจียว เอาวะ ถึงแม้จะไม่เคยทำแต่ลองดูก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง

 

 

 





จานอาหารถูกนำมาวางตรงหน้าของเจ้าของบ้านที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่ได้เห็นหน้าตาของอาหารยงกุกถึงกับขมวดคิ้วทันที

“นี่อะไร”

“ก็ข้าวกับไข่เจียวไงคุณ ไม่รู้จักหรือไง”

“นี่นายจะให้ฉันกินมันหรอ ข้าวแฉะ ๆ กับไข่เจียวไหม้ ๆ ที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะกินได้เนี่ยนะ”

“โถ่คุณ ก็ผมทำไม่เป็นนี่นา นี่ผมไม่ทำครัวคุณพังก็บุญแค่ไหนแล้วเนี่ย”

“ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วละ ว่าคนอย่างนายมันคงจะทำอะไรไม่ได้เรื่องหรอก” อยากจะเถียงให้กับคำดูถูกของอีกคน แต่ก็เถียงไม่ได้ในเมื่อสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดมันก็ถูกทุกอย่าง

 

“แล้วคุณจะทำยังไงกับอาหารพวกนี้ละ จะกินมันรึเปล่า”

“กินก็บ้าสิ ไหม้ขนาดนี้ ขืนกินไปก็ได้เป็นมะเร็งตายพอดี”

“ถ้าเอาไปทิ้งแล้วเราจะกินอะไรละ”

“ฉันให้คนตั้งโต๊ะไว้ให้ที่สระน้ำหลังบ้านแล้วละ ไปทานได้เลย”

“ห้ะ ว่าไงนะ นี่คุณแกล้งผมหรอ”

“แกล้งอะไรกัน เขาเรียกว่ามีแผนสำรองต่างหากละ” พูดพร้อมกับส่งยิ้มเบา ๆ มาให้ คนอะไรเจ้าเล่ห์จริง แต่จะว่าไปที่หมอนั่นยิ้มเมื่อกี้ก็ดูหล่อดีเหมือนกันนะ นี่เขาเคยเห็นหมอนั่นยิ้มแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย

 

 

 




ทานอาหารมื้อค่ำริมสระว่ายน้ำใต้แสงเทียน นี่ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้จะมีมุมโรแมนติกอะไรแบบนี้ด้วย ตกลงเขาเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย แล้วที่เขาบอกว่าผมเป็นนักโทษของเขาแต่กลับพาผมมาทานอาหารทะเลแสนหรูในบรรยากาศแบบนี่เนี่ยนะ นี่ถ้าไม่เพราะว่าเขารู้ว่าคนตัวสูงตรงหน้าไม่ชอบเขา ผมก็คงคิดว่าหมอนี่กำลังพาผมมาเดทยังไงก็ไม่รู้

 

 

 

 

 

หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านไป ตอนนี้เขาอาบน้ำเสร็จจนเตรียมตัวจะนอนแล้วละ ซึ่งเสื้อผ้าที่ใช้เปลี่ยนก็คงจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้องนั่นแหละ จะว่าไปก็ยังไม่ได้ถามเรื่องที่ใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อให้เขาเลย แต่เดี๋ยวนะ ในเมื่อนี่เป็นห้องของหมอนั่นแล้วคืนนี้หมอนั่จะนอนไหนละ

 

“นี่คุณ ล..แล้ว คืนนี้คุณจะนอนที่ไหนละ”

 

“ฉันก็นอนที่ห้องฉันนี่แหละ ไม่ให้นอนห้องตัวเองแล้วจะให้ไปนอนไหนละ”

 

“อ..เอ่อ  แล้วคุณจะให้ผมไปนอนที่ไหนละ”

 

“ก็นอนนี่ไง”

 

“งั้น ผมว่าผมนอนบนโซฟาละกันนะ”

 

“ก็ขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันนี่แหละ ทำไม กลัวฉันรึไง เมื่อคืนยังนอนด้วยกันได้เลย”

 

“ว..ว่าไงนะครับ เมื่อคืนคุณกับผมกับเรานอนด้วยกันงั้นหรอ”

 

“ก็ใช่นะสิ นี่ อย่าเรื่องมากหน่า มานอนได้แล้ว ฉันง่วงแล้ว”

 

ยองแจยอมไปขึ้นเตียงแต่โดยดี ถึงแม้จะรู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องมานอนร่วมเตียงเดียวกันกับคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ แต่ยังไงซะก็เป็นผู้ชายด้วยกันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง คิดว่านะ เขาไม่อยากจะขัดใจอีกคนสักเท่าไหร่หรอก คนอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทางที่ดีทำตามใจอีกคนจะดีที่สุด

 

 

หลังจากที่ล้มตัวลงนอนได้ไม่ทันไร ยงกุกก็เอื้อมแขนไปกอดอีกคนไว้จนยองแจตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก

 

“นี่คุณจะทำอะไรนะ ปล่อยผมนะ” ว่าพยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดอีกคน

 

“นี่ นอนนิ่ง ๆ เป็นหมอนข้างให้ฉันไปเถอะน่า อย่าดิ้นมากได้ไหม”

 

พูดไปก็เท่านั้นเมื่อยองแจไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดง่าย ๆ ยงกุกจึงจัดการจับอีกคนพลิกตัวหันหน้ามาเผชิญกับเขา จนใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่นิ้วจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ดวงตาของทั้งสองสบกันราวกับมีสิ่งดึงดูดทำให้ไม่สามารถละสายสายตาออกจากกันได้ ยงกุกเคลื่อนหน้าเข้าหน้าอีกคนช้า ๆ ยองแจที่เห็นว่าอีกคนเริ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็หลับตาปี๋ด้วยหัวใจที่เต้นส่ำไม่เป็นจังหวะ

 

“รีบนอนซะ ไม่อย่างนั้น นายอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืน” ยงกุกหันมากระซิบเบา ๆ ที่หูของอีกคนก่อนจะล้มตัวเองนอนพร้อมกับกอดอีกคนไว้แน่น เขาควรจะรีบ ๆ นอนซะ ก่อนที่อดใจไม่ไหวทำเรื่องเลยเถิดไปมากกว่านี้

 

ยองแจที่เห็นอีกคนล้มตัวลงนอนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอก ฮืออ......ไอ้คนบ้า คนลามก คนหื่นกาม ทำไมต้องมาทำให้เขาเป็นแบบนี้ด้วยเนี่ย แล้วหัวใจบ้านี่ทำไมมาเต้นแรงด้วยห้ะ โอ้ย แล้วคืนนี้เขาจะนอนหลับได้ไงละเนี่ย งือออ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์แล้วที่ยองแจมาอยู่ที่นี่ วัน ๆ เขาก็ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ทำตามคำสั่งของอีกคนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางทีก็ชอบมองเขาแปลก ๆ แต่ก็ดีอย่างหนึ่งตรงที่อีกคนไม่ได้จับเขาล่ามโซ่ไว้เหมือนกับวันแรกที่ถูกพามาแล้ว เห็นแบบนี้ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ปล่อยเขาให้เป็นอิสระมากนัก ในเมื่อเขายังจับตาดูผมตลอดเวลาทุกย่างก้าวไม่ว่าผมจะเดินไปส่วนไหนของบ้านหลังนี้ก็ยังมีสายตาของอีกคนจับจ้องมาเสมอ นั่นคงเป็นเพราะว่าเขากลัวผมจะหนีละมั้ง ซึ่งผมยอมรับว่าตลอดเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็คิดหาวิธีหนีตลอดนั่นแหละ แล้วก็ทำได้แค่คิดแต่ทำไม่ได้ ก็จะให้ทำได้อย่างไรละ เล่นโดนจับตามองทุก 24 ชั่วโมงขนาดนั้น แม้แต่เวลานอนก็ไม่เว้น ไม่ได้หมายถึงว่าหมอนั่นมานอนถ่างตาดูเขาหรอกนะ แต่หมอนั่นเล่นนอนกอดรัดเขาแน่นทุกคืนเลย ขนาดแค่เขาขยับตัวจะลุกไปเข้าห้องน้ำหมอนั่นก็พลอยลุกไปด้วยแล้ว

 

 

 

 



ณ ห้องนั่งเล่นที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องทำงานขนาดย่อมโดยฝีมือของผู้ชายร่างสูงซึ่ง ณ ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมที่เจ้าตัวใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำงาน ยองแจเห็นอีกคนวุ่น ๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่บ่ายแล้วทำให้ยงกุกไม่ค่อยได้สนใจยองแจมากนักแต่ก็ไม่วายสอดส่องสายตาหาร่างของอีกคนอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจว่ายองแจนั้นยังไม่ได้หนีหายไปไหน

 

 

ร่างเล็กเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้ว ยองแจกำลังเตรียมตัวจะเข้านอนแต่ก็ยังไม่เห็นบุคคลที่ได้ชื่อว่าเจ้าของห้องเลย เอ๊ะ หรือว่าเขาจะยังอยู่ที่ห้องนั่งเล่นอยู่นะ ว่าแล้วก็ไปดูสักหน่อยดีกว่า

 

 

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ เจ้าของร่างสูงยังคงอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเช่นเดิม แต่ให้ตายเถอะอะไรคือการไปนั่งหลับคาคอมฯแบบนั้นกัน ถ้าง่วงนักแล้วทำไมไม่ขึ้นไปนอนบนห้องเล่า เห็นทีต้องไปปลุกซะหน่อยแล้ว

 

 

เมื่อเดินมาถึงร่างของคนที่หลับอยู่ก็เหมือนว่าความตั้งใจในตอนแรกที่จะมาปลุกของอีกคนนั้นหายไป ยามได้เห็นใบหน้าของคนที่ชอบออกคำสั่งใส่เขานักหนากำลังหลับอยู่ ดวงตาที่ชอบมองเขาราวกับจะกลืนกินบัดนี้มันหลับพริ้มแลดูไม่มีพิษมีภัย ไหนจะคิ้วที่ยังขมวดเป็นปมแม้กระทั่งตอนหลับนั้น ได้เห็นแล้วรู้สึกน่าขำเหลือเกิน ดูท่าคงจะมีเรื่องให้เครียดมากสินะ

 

 

ระหว่างที่แอบมองใบหน้าของคนที่นอนหลับอยู่เพลิน ๆ จู่ ๆ ยองแจก็แกคิดบางอย่างขึ้นได้ เดี๋ยวนะ ในเมื่อหมอนี่หลับอยู่เขาก็คงไม่รู้สินะถ้าหากเขาจะหนีไปตอนนี้ ยองแจยิ้มให้กับความคิดของตัวเองที่คิดอะไรดี ๆ ขึ้นได้ ในเมื่อโอกาสเหมาะขนาดนี้ ถ้าเขาไม่หนีตอนนี้แล้วเขาจะหนีตอนไหน หึ ช่วยไม่ได้นะคุณอยากหลับเองทำไม

 

 

 

 



 

 

ยองเดินมาตามทางเชื่อมเพื่อไปยังประตูหน้าบ้านที่เขาคิดว่ามันน่าจะทำให้เขาหนีพ้นไปจากที่นี่ได้ ตลอดช่วงที่อยู่ที่นี่เขาแอบสังเกตอยู่เสมอว่าพอมีเส้นทางไหนที่เขาจะหนีได้บ้าง จากที่สังเกตได้นั้นเขาพบว่าด้านหลังบ้านจะมีสระน้ำอยู่ถัดออกไปจะเป็นทะเล ซึ่งจากที่ดูแล้วมันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าหากเขาจะไปทางนั้นเพราะมันไม่มีคนอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงเลย แถมเรือสักลำก็ไม่มี ต่างจากด้านหน้าบ้านที่เขาคิดว่ามันน่าจะมีถนนซึ่งใช้ในการสัญจรไปมาของผู้คนอยู่เพราะเขาเคยได้ยินเสียงรถผ่านไปมาอยู่บ่อยครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ยองแจรู้สึกอยากจะตะโกนด่าคนที่เขาเพิ่งจะหนีออกมาเสียจริง ๆ เมื่อมาถึงประตูรั้วด้านหน้าบ้านแล้วกลับพบว่ามันถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาเหมือนอีกคนจะป้องกันการหนีของเขาไว้อย่างดี แต่ขอโทษเถอะ แค่นี้มันไม่ทำให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะหนีได้หรอก ออกทางประตูไม่ได้ปีนกำแพงก็ได้วะ เรื่องแค่นี้มันไม่ไกลเกินความสามารถของเขาหรอกน่า

 

 

ร่างเล็กของยองแจรีบจัดการกระโดดเพื่อใช้มือเป็นหลักยึดกำแพงเอาไว้ก่อนจะค่อย ๆใ ช้เท้าไต่จนขึ้นไปอยู่บนกำแพงรั้วได้ในที่สุด ไม่รอช้ายองแจรีบกระโดดลงจากกำแพงรั้วทันทีก่อนที่ใครอีกคนจะมาเห็นเข้า

 

 

 

 

ตุบ!!

 

เสียงจากการทิ้งน้ำหนักของร่างเล็กที่ทิ้งตัวลงมาจากกำแพงดังขึ้นหลังจากที่ร่างของยองแจลงถึงพื้นเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

แต่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดพลาดเมื่อยองแจรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่แล่นเข้ามาทำงานเขา บ้าเอ๊ย ก็เมื่อกี้เขาดันลงผิดจังหวะเลยทำให้ขาพลิกนะสิ อุตส่าห์หนีออกมาได้อยู่แล้วเชียวแต่ดันยังไปไหนไม่ได้เพราะขาเจ็บเนี่ย น่าเจ็บใจชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นไง เล่นผจญภัยปีนกำแพงบ้านฉันสนุกมากไหม”

 

และแล้วเสียงที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดในเวลานี้ก็ดังขึ้นพร้อมกับปรากฏร่างของเจ้าของเสียงอยู่ตรงหน้าเขา ใช่แล้วเสียงของคนที่เขากำลังหนีอยู่ยังไงละ คำพูดติดตลกแต่เมื่อฟังดูจากน้ำเสียงแล้วผมคิดว่าไม่น่ารอดครับงานนี้ ตายแน่ครับ ผมต้องตายแน่ ๆ ถึงจะไม่รู้ว่ามาได้ยังไงก็เถอะ ฮือออ ยองแจอยากจิคราย T^T


TBC.










________________________________________________________________________________________________________

-ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจสำหรับคนที่เข้ามาเพราะอ่านสปอยด้วยหากเนื้อหามันไม่ไดเป็นแบบที่คุณคิด อิอิ ^+++^

-OMG พี่ยงกุกมาได้ไงเนี่ย แล้วยองแจของเราจะรอดไหม ไอ้พี่ยงกุก ไอ้คนบ้า ทำไมต้องใจร้ายกับยองแจขนาดนั้นด้วยห้ะ น้องแจของชั้นออกจะตัวเล็กบอบบางซะขนาดนี้

- และในที่สุดเราก็มาอัพจนได้ ความจริงตั้งใจจะลงให้เร็วกว่านี้ แต่ด้วยปัญหาที่มากมาย คอมก็พัง โปรเจ็คก็ต้องเคลียร์ นอกจากเวลาไม่ค่อยจะมีแล้วอารมณ์ก็บิวท์ไม่ค่อยจะออกอีก เลยทำให้มาอัพช้าด้วยประการฉะนี้แล T^T


ส่วนในด้านของฟิคนั้นบอกตามตรงว่าเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่ามันควรจะเป็นเรื่องยาวมากกว่า แต่ทั้งนี่ทั้งนั้นด้วยความขี้เกียจที่มีอย่างล้นหลามของเราแล้วเราเลยพยายามตัด ๆ ให้มันสั้น ๆ เพื่อที่มันจะได้เป็นฟิคสั้น (?) มันก็อาจจะมีความรู้สึกแปลกหน่อย ๆ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกขัด ๆ ก็บอกกันได้น๊า อ้อ แล้วอีกอย่าง เราไม่ได้ตรวจคำดี ๆ ก็เลยไม่ได้เกลาคำหรือประโยคใหม่สักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะสนุกกันหรือเปล่า ยังไงก็ติชมกันได้น๊า ด่าได้แต่อย่ากดแบนเป็นพอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #6 koonjirr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:30
    น่าติดตามมากค่ะ แล้วยองแจจะเป็นงัยเนี่ย มาอยู่ด้วยกันสองต่อสองยังไม่มีไรเกิดขึ้นเลย พี่ยงกุกห้ามใจเก่งมาก นอนกอดทุกคืนแล้วไม่ทำไรได้งัย ขัดใจมากกกก มาต่อเร็วๆ น่ะคะ
    #6
    0