{os/sf B.A.P} BJ's STORY by Yongguk&Youngjae

ตอนที่ 2 : [SF] Revenge | EP.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60







Title: Revenge

Pairing: Yongguk x Youngjae

Rate: PG-13-













คำเตือน: เรื่องนี้อาจมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง และอาจมีคำพูดหยาบคาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอให้เอ็นจอยรีดดิ้ง ขอบคุณค่ะ

























       เสียงลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของร่างบางตรงหน้าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างบางของหญิงสาวกำลังอยู่ในห้วงนิทราที่แสนดี เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจได้ว่าคนป่วยตรงหน้าผู้ซึ่งมีฐานะเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขานั้นยังอยู่กับเขา ยังไม่ได้จากเขาไปไหน





เขารู้สึกเหนื่อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เหลือเกิน มันหนักเกินไปจนเขาแทบแบกรับมันไม่ไหว เหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้มันทำให้เขากังวลเป็นอย่างมาก ภาพของน้องสาวที่มีอาการลมหายใจติดขัด น้ำลายฟูมปาก เนื่องจากได้รับยาเกินขนาดโดยที่มีเหล่าพยาบาลกำลังเร่งช่วยกันรักษาอยูในห้องไอซียู วินาทีนั้นเขากลัวเหลือเกินว่ามินอาจะไม่อยู่กับเขาแล้ว กลัวเหลือเกินว่าน้องสาวของเขาจะจากเขาไปอีกคน





ชายหนุ่มได้แต่นั่งมองร่างไร้สติของน้องสาวด้วยแววตาที่มีแต่ความห่วงใยที่มีให้แก่น้องสาวของตนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงของคนไข้มาสักพักแล้ว ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความครุ่นคิดเมื่อนึกถึงเหตุผลที่ทำให้บังมินอาน้องสาวของเขาต้องมามีสภาพเช่นนี้





“มินอา ใครที่มันทำให้น้องเจ็บ พี่จะทำให้มันเจ็บกว่าที่มันทำกับน้อง มันคนนั้นจะต้องได้รู้ซึ้งถึงรสชาติแห่งความเจ็บปวดว่ามันเป็นยังไง พี่จะไม่มีทางปล่อยให้มันได้มีชีวิตอย่างสงบสุขแน่นอน พี่สัญญา” กล่าวกับร่างที่ไร้สติด้วยความรู้สึกเคียดแค้น ก่อนจะปลอบประโลมผู้เป็นน้องอย่างโยนด้วยการลูบหัวเบา ๆ ก่อนที่ตัวเขาเองจะขอนอนพักบ้าง









































บรรยากาศที่เงียบสงัดในเวลายามเย็นเช่นนี้ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียนของใครหลาย ๆ คน นักเรียนส่วนใหญ่ก็ค่อย ๆ ทยอยกลับบ้านไปกันจนเกือนหมดแล้ว แต่ยังคงมีเด็กหนุ่มที่นั่งโดดเดี่ยวด้วยความใจจดใจจ่อรอว่าเมื่อไหร่เพื่อนตัวดีของตัวเองจะมาซะที






“แฮ่ก ๆ โทษทีนะ ยองแจอ่า พอดีว่าเมื่อกี้ฉันลืมของนะ แฮ่ก ๆ” ไม่ทันไรก็ปรากฏร่างของอิมแจบอมที่วิ่งมาด้วยท่าทีรีบร้อน พร้อมกับเสียงหอบราวกับไปวิ่ง 4x100 เมตรมา ผู้ที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของเขา และก็คือคนเดียวกันกับที่เขากำลังรออยูและก็คือคนเดียวกันกับที่เขากำลังรออยู่นั่นเอง




“อืม ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากมาช้ากว่านี้ก็ไม่แน่”


“โหยยย คุณแจครับ ก็คนมันไม่ได้ตั้งใจนี่นา”


“เออ ๆ ช่างมันเหอะ แล้วนี่จะกลับไหมบ้านนะ ถ้าไม่งั้นก็อยู่ที่นี่ไปนะ กูกลับละ”


“กลับดิ…...โถ ทำเป็นใจร้อนไปได้”


“พูดมากงั้นกูกลับก่อน”


“ครับ ๆ ไม่พูดแล้วครับ เชิญคุณแจเดินนำหน้าไปเลยครับผม” แจบอมมักจะเป็นแบบนี้ประจำไอ้เรื่องชอบพูดจากวนเบื้องล่างผมอะนะ แต่ผมก็ชินแล้วละ เอาจริง ๆ คือไม่ชินไม่ได้อะนะ ผมเลยได้แต่ส่ายหน้าหน่าย ๆ ให้อีกคนไป แล้วเดินนำไปตามที่อีกคนบอกก่อนที่แจบอมจะเดินตามมาจนทันและเราก็เดินไปพร้อมกัน





ผมกับเจ้าหมอนี่นะเราสนิทกันมานานแล้วละครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้เรียนห้องเดียวกันแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสนิทของเราลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว เรายังคงติดต่อและไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่เสมอ มีอะไรเราก็มักจะคอยให้คำปรึกษาซึ่งกันและกันเสมอ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรายังคงแน่นแฟ้นมาจนถึงทุกนี้ละมั้งครับ







อาจเป็นเพราะยองแจคงจะตั้งใจกับการมองเส้นทางข้างหน้าจนเกินไปเลยไม่ทันได้เห็นว่าถูกอีกคนนั้นลอบมองด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดา สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย และเป็นสายตาที่คนเป็นเพื่อนเขาไม่มองกัน



















“นั่นไง เพราะมึงแท้ ๆ เลยแจบอม เราเลยมาไม่ทันรถเลยเนี่ยเห็นไหม” ผมพูดขึ้นเมื่อเราสองคนเดินมาถึงยังป้ายรถเมล์สายประจำที่เรามักจะใช้กลับบ้านกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาทั้งสองจะมาไม่ทันรถรอบล่าสุดซะแล้ว ถ้าจะให้รอรอบถัดไปก็คงอีกนานเลยทีเดียว เพราะสายนี้มันไม่ได้มีผ่านมาบ่อยนัก กว่าจะมาอีกทีคงใช้เวลาเป็นชั่วโมง



“เออน่า...ไม่ต้องบ่นหรอก มาไม่ทันก็เดินเอาดิวะ บ้านก็ใกล้แค่เนี้ย ทำอย่างกับว่าไม่เคยไปได้”


“โอ้โหคุณเพื่อนครับ จะไม่ให้บ่นได้ยังไงละครับ คำว่าใกล้ของคุณเพื่อนนั่นมัน 2 กิโลได้เลยนะครับนั่น”


“พอ ๆ เลิกพูดได้แล้ว เดินไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ถึงเองแหละน่า” ผมทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยอมเดินตามเพื่อนที่เดินล่วงหน้าผมไปก่อนแล้วแต่โดยดี ทำไงได้ ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา










เดิน ๆ ไปได้สักพักผมก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกำลังถูกแอบมองอยู่ แต่พอหันกลับไปดูก็ไม่เห็นจะมีใคร รู้สึกแบบนี้อยู่หลายครั้งจนแจบอมต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ผมก็บอกปัดอีกคนไปว่าไม่มีอะไรแล้วหันไปสนใจทางด้านหน้าต่อ บางทีผมอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ ใช่สิ เขาก็คงจะคิดไปเองจริง ๆ นั่นแหละ มันคงไม่มีอะไรหรอก







เดินไปเดินมาเผลอแป๊บเดียวก็ถึงหน้าบ้านของตัวเองซะแล้ว ผมหันไปบอกลาแจบอม ก่อนที่เราจะต่างคนต่างแยกย้ายเข้าบ้านของตัวเองไป อ้อ อีกอย่างผมลืมบอกไปนะ นอกจากผมกับแจบอมจะเป็นเพื่อนสนิทกันแล้วเรายังตำแหน่งเพื่อนบ้านกันอีกด้วย เป็นไงละ ไม่ใช่แค่ทางเดียวกันแต่บ้านนี่ติดกันเลยต่างหาก
























“กลับมาแล้วคร้าบบบบ……..” เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็ต้องส่งสัญญาณบอกให้คนในบ้านรับรู้ถึงการกลับมาของเราสักหน่อย มาแบบเงียบ ๆ ก็ไม่ใช่ยองแจสิ รู้สึกไหม ยองแจ เดอะ นอยซ์ นะ (เขามีแต่ เดอะ วอยซ์ โว้ยยยย // เอ๊ะ* เสียงใคร?? อ้อ เสียงไรท์เอง)





“อ้าว ยองแจ กลับมาแล้วหรอลูก พอดีเลย แม่ทำกับข้างเสร็จพอดี ลูกจะทานเลยรึเปล่าละ หืม?”


“ทานเลยละกันครับ กำลังหิวพอดีเลย” ไม่รอช้าก็รีบเข้าไปจัดการกับเหล่าอาหารตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อยทันที ฝีมือแม่เขานี่เยี่ยมสุด ๆ ไปเลย





ก็อย่างที่เห็นละครับ ผมกับแม่นะเราอยู่กันสองคนละ ผมเองเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่ ซึ่งผมก็ว่ามันค่อนจะดีนะครับกับการเป็นลูกคนเดียว ก็พ่อกับแม่ผมนะตามใจผมทุกอย่างเลยไงละ ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านของผมจะไม่ได้รวยเลิศเลอเพอร์เฟคอะไร แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรเช่นเดียวกัน ครอบครัวเราถือว่าอบอุ่นใช้ได้เลยละ แต่มันก็น่าเสียดายตรงที่พ่ออยู่กับเราได้ไม่นาน พ่อผมสุขถาพไม่ค่อยดี มีโรครุมเร้าเยอะ จนในสุดท้ายท่านก็ทรุดหนักและจากผมไปในที่สุด ตอนนั้นผมเพิ่งจะสิบขวบเองละครับ คิดถึงแล้วก็เศร้าดีจัง เฮ้อ~....

































Yongguk's Part









สายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับ 10 กว่าสายที่กำลังปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูในขณะนี้ ทำให้เขาคิดได้ว่าเขาควรที่จะไปรับน้องสาวของเขาได้แล้ว หลังจากที่ปล่อยให้เจ้าตัวรออยู่นาน ทั้ง ๆ ที่เขาก็มาถึงสถานที่ที่เรียกว่าโรงเรียนตั้งนานแล้วแท้ ๆ





มินอาออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 2 สัปดาห์ได้แล้ว หลังจากที่พักฟื้นจนอาการดีขึ้นมาก หมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยตอนนี้มินอาก็กลับมาเรียนเป็นปกติแล้ว แต่ด้วยจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป ทำให้เขาไม่ไว้ใจที่จะปล่อยให้มินอาคลาดสายตาไปได้ เพราะเป็นห่วงว่าเจ้าตัวอาจจะคิดสั้นอีกก็เป็นได้ เขาก็อาสาเป็นคนขับรถไปรับไปส่งเจ้าตัวเวลาจะไปไหนตลอด พร้อมทั้งยังกำชับนักกำชับหนาว่าห้ามทำแบบเมื่อวันนั้นอีก ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมตอบตกลงแต่โดยดี ทำให้ยงกุกเบาใจขึ้นมากที่ได้ยินแบบนั้น แต่ก็ยังไม่หายห่วงซะทีเดียว ตลอดช่วงสองสัปดาห์มานี้เขาเลยคอยเฝ้าดูมินอาอยู่ห่าง ๆ อีกด้วย










ผมเดินมาถึงสถานที่ที่มักจะมารับอีกคนตรงนี้ประจำก็พบว่ามินอานั้นได้นั่งรอมาก่อนแล้ว และน่าจะรอมานานมากแล้วด้วย สังเกตได้จากที่หน้าของเจ้าตัวที่เริ่มจะแสดงความบูดบึ้งออกมาให้เห็น พอได้เห็นแบบนั้นแล้วความรู้สึกก็เริ่มตีตื้นขึ้นมาทันทีเลยละครับ ไม่รอช้าปล่อยให้อีกคนต้องรอนานกว่านี้ผมรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหามินอาทันที




“พี่ยงกุก ทำไมวันนี้พี่มาช้าจังเลยคะ ปกติพี่ไม่ช้าแบบนี้นี่ พี่มัวไปไหนมาหรอ” ทันทีที่เห็นผมมินอาก็ถามออกมาทันที โดยที่ผมยังไม่ทันจะเอ่ยทักอีกคนเสียด้วยซ้ำ



“อ่า…คือความจริงวันนี้พี่มารอตั้งนานแล้วนะ แต่พอดีนั่งรอในรถแล้วมันรู้สึกเบื่อ ๆ เลยออกไปเดินเล่นแถวนี้มานะ แต่พี่คงจะเดินเล่นเพลินไปหน่อย ยังไงพี่ก็ขอโทษมินอานะที่ทำให้ต้องรอนาน”




“นี่เพลินขนาดมินอาโทร.ไปตั้ง 10 กว่าสาย พี่ก็ไม่รับเชียวหรอคะ” น้ำเสียงนี่บ่งบอกถึงความน้อยใจมากเลยอะครับ ณ จุดจุดนี้



“คือพี่ปิดเสียงไว้นะ เลยไม่ได้ยิน อย่างอนพี่เลยนะ เรามากลับบ้านกันดีกว่า” พูดไปก็เท่านั้น ก็เจ้าตัวเล่นไม่พูดกับเขาเลย แถมยังถือกระเป๋าแล้วเดินจ้ำอ้าวไปขึ้นรถซะดื้อ ๆ โดยไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อยเสียอย่างนั้น เขาละได้แต่สายหัวอย่างเหนื่อยใจให้กับความขี้น้อยใจของน้องสาวตัวเองซะจริง ๆ




















จวบจนตอนนี้เขาก็ได้พาน้องสาวมาถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพแล้วเรียบร้อย พอจอดรถได้ที่แล้วมินอาก็รีบเดินลงจากรถไปเลย แถมเมื่อกี้ยังปิดประตูใส่เขาซะแรงอีกต่างหาก งานนี้ท่าทางจะงอนจริงอะครับ เอ๊ะ หรือแกล้งงอน แต่ไม่ว่าจะแบบไหนสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเป็นฝ่ายไปตามง้ออยู่ดีนั่นแหละ




“มินอาครับ ยังไม่หายงอนพี่อีกหรอหืม”



“........”



“ไหนบอกพี่มาสิ ว่างอนอะไรพี่นักหนาเนี่ย หืมมมม”



“..........” *เงียบ -_-’



“ก็พี่บอกแล้วไงครับว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ แค่เผลอเดินเล่นเพลินไปหน่อยเอง โทรศัพท์พี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะไม่รับสายเราซะหน่อย”



“...........” ก็ยังคงเงียบอยู่ดี



“มินอาครับ มีอะไรก็คุยกับพี่ดี ๆ สิครับ เราเงียบแบบนี้พี่ใจไม่ดีเลยนะรู้ไหม มินอาไม่เห็นพี่เป็นพี่แล้วหรอ เราเป็นพี่น้องกันมีอะไรก็ควรพูดกันตรง ๆ นะ”



“ก็……..”



“ก็อะไรครับ ??”



“ก็พี่ยงกุกนั่นแหละ มารับมินอาช้า เดินเพลินอะไรนักหนา เพลินขนาดลืมมินอาเลยหรอ ไม่เป็นห่วงมินอาแล้วรึไง มินอาไม่ชอบรออะไรนาน ๆ พี่ยงกุกก็น่าจะรู้นี่นา”



“หืม? สรุปที่ไม่คุยกับพี่เพราะเรื่องนี้หรอ”



“ก็ใช่นะสิ”



“ฮ่ะ ๆ พี่ต้องขอโทษจริง ๆ นะ ที่ทำให้เราต้องรอนาน พี่จะไม่ทำอีกแล้วนะครับ แล้วที่เราบอกว่าพี่ไม่ห่วง พี่จะไม่เป็นห่วงเราได้ไงละ พี่ต้องห่วงเราอยู่แล้วสิในเมื่อเราก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง นอกจากมินอาแล้วพี่ก็ไม่เหลือใครอีกแล้วนะ” หัวเราะอย่างเอ็นดูให้กับผู้เป็นน้องสาวก่อนจะพล่ามยาว ก็อย่างทีาพูดไปนอกจากมินอาเขาก็ไม่มีใครแล้วจริง ๆ พ่อแม่ของเราทั้งสองเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ได้พรากพวกท่านทั้งสองไปจากเขาและมินอาตลอดกาล





“พี่ยงกุก…..”



“ว่าไงหืม?”



“มินอาต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ ที่ทำตัวงี่เง่าใส่พี่ มินอาไม่น่าทำแบบนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าพี่รักมินอามากขนาดไหน แล้วมินอาก็ขอโทษสำหรับเหตุการณ์วันนั้นด้วย ถ้ามินอานึกถึงพี่ให้มากกว่านี้ เหตุการณ์แบบวันนั้นมันก็คงไม่เกิดขึ้น”



“ไม่เอาน่า อย่าโทษตัวเองไปเลย แค่สัญญากับพี่ว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกก็พอแล้ว”



“ค่ะ มินอาสัญญา มินอาจะไม่ทำแบบนั้นอีก มินอารักพี่ยงกุกนะคะ”



“หึ พี่ก็รักมินอาเหมือนกันะ” พูดก่อนจะอ้าแขนไปโอบกอดผู้เป็นน้องสาวเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ความรู้สึกต่าง ๆ มากมายราวกับได้ถ่ายทอดผ่านทางอ้อมกอดของพวกเขาทั้งสองแทนคำพูดหมดแล้ว ต่อจากนี้เขาจะดูแลมินอาให้ดีที่สุดให้สมกับที่เขาได้ให้สัญญากับพ่อและแม่ไว้ก่อนที่ท่านจะจากไป เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครหน้าไหนที่บังอาจทำร้ายน้องสาวของเขา ทำให้มินอาต้องเจ็บปวดไม่ว่าจะทางกายหรือใจก็ตาม เขาจะไม่มีทางปล่อยมันไปอย่างแน่นอน








































Youngjae’s Part


















ตืดดดดด~.........ดด……..ด….





เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกว่าได้เวลาเลิกเรียนแล้ว เขาจัดการกวาดข้าวของทุกอย่างลงกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงเตรียมจะออกไปริแจบอมเหมือนอย่างเคย แต่ยังไม่ทันจะได้เดินผ่านประตูห้องเรียนของตัวเองดีก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนถี่ ๆ จากแอพลิเคชั่นแชทสีเขียวยอดฮิตจนเขาต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู









                                    “JB: ยองแจ วันนี้กลับก่อนเลยนะ พอดีไอ้มาร์คนัดไปซ้อมเต้นวะ จะแข่งมะรืนนี้อยู่แล้ว โทษทีนะเว้ยเพื่อน”







ก็ตามนั้นละครับ วันนี้ผมก็คงต้องกลับคนเดียวไปโดยปริยาย ด้วยความที่ขี้เกียจนั่งรอรถ ผมเลยเดินแบบเซ็ง ๆ เรื่อย ๆ มาคนเดียว





*กึก





ผมชะงักขาหยุดเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามผมมา ผมค่อย ๆ หันไปมองตามทิศทางที่มาของเสียงนั้นก่อนจะพบกับความว่างเปล่า




ผมหันหน้ากลับมาสนใจทางเดินต่อเมื่อพบว่าไม่มีใคร้ดินตามผมมา





*กึก






แต่แล้วผมก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินของตัวเองอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงแบบเดิมอีกแล้ว ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้หูฝาดแน่ ๆ เพราะเสียงมันชัดมาก ผมพยายามตั้งสติแล้วค่อย ๆ หันไปมองอีกครั้ง แล้วก็เป็นเช่นเดิม ไม่เห็นใครเลยนอกจากความว่างเปล่า




ผมเลยหันกลับมาแล้วออกเดินต่อ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนมีคนเดินตามผมมาอีก แต่คราวนี้ผมไม่กล้าหันไปมองแล้วละ หึ... เอาแล้วละครับ เหตุการณ์แบบเมื่อวานมันมาอีกแล้ว แต่จะแตกต่างก็ตรงที่ผมเดินคนเดียวนี่แหละ แถมเสียงนั้นดูเหมือนจะใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วย ตอนนี้สติผมแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วละครับ ผมพยายามควบคุมไม่ให้ขาของตัวเองสั่นมากไปกว่านี้แล้วเดินต่อไปอย่างปกติที่สุด





ผมไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่อยู่หลังผมมันคืออะไร คนหรือผี แต่ที่รู้แน่ ๆ ตอนนี้คือเขากลัวมาก กลัวจนอยากจะวิ่งหนีใส่เกียร์หมาไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะขนาดจะเดินให้ปกติยังทำได้ยากเลย ในใจตอนนี้นึกด่าแจบอมที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้คนเดียว คอยดูนะเจอหน้าเมื่อไหร่พี่จะด่าให้ลืมชื่อเลย คอยดู………







ในขณะที่ยังก่นด่าแจบอมอยู่ในใจอยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกประชิดจากด้านหลัง ผมตกใจมาก ณ วินาทีนั้นผมคิดว่าต้องแล้ว กำลังจะก้าวท้าวออกวิ่งแต่ไม่ทันได้ทำตามที่ใจคิดก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรนุ่ม ๆ อยู่บริเวณแถว ๆ ปลายจมูก แล้วหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าเปลือกตามันชั่งหนักอึ้งเหลือเกิน ก่อนที่ผมจะหลับใหลและไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
























_____________________________________________________________________________

Talk: มาอัพแบบมึน ๆ กับฟิคอึน ๆ ไม่รู้จะชอบกันรึเปล่า เรายังไม่ได้ตรวจคำผิดเลย

         พอดีรีบ เนื่องจากแต่งมาหลายวันแล้วไม่เสร็จซะที วันนี้ก็เลยรีบปั่นให้เสร็จ ๆ กว่า            จะเสร็จได้นี่ต้องใช้แรงบันดาลใจเยอะมาก  ผิดพลาดตรงไหนก็ติชมกันได้น๊า

        


         ตอนแรกกะจะลงให้ได้ก่อนวันจองบัตร แต่ก็ปั่นไม่ทัน ว่าแต่ไหนใครจะไปคอนกัน          บ้างเอ่ย นกไม่อกยังไง มาคุยบอกกันได้น๊า ^•^





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #4 A-Yo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    งือออ ยงกุกจะทำอะำรยองแจอ่ะ ชอบแนวนี้มาต่อเร็วๆน้าาาา 
    #4
    0
  2. #3 bambiesiw7894 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 22:17
    มาต่อเร็วน้าาา สนุกๆ
    #3
    0