Why R U ? #เพราะรักใช่เปล่า (ไฟท์เตอร์xติวเตอร์) (Yaoi)

ตอนที่ 8 : Chapter 07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,595 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

ไฟท์เตอร์ติวเตอร์

 

 

- Chapter 07 -

 

ไอ้สายฟ้ายังไม่มาอีกเหรอวะ

 

ยังติวเตอร์ที่ตอนแรกนั่งเท้าคางคิดวุ่นวายกับบางอย่างอยู่หันไปตอบเพื่อนสนิทที่เดินมานั่งฝั่งตรงข้าม มันน่าจะไปเจอกันที่ห้องเรียนเลยมั้ง เหลือเวลาอีกตั้งเกือบสองชั่วโมง

 

อ่าวเหรอ

 

เดย์อ่ะแหละ มาเร็วเกิน

 

ก็บ้านกูอยู่ไกลนี่หว่า มึงต่างหาก หออยู่แค่นี้ทำไมมาเร็วจัง

 

ขี้เกียจอยู่ห้องน่ะคำตอบจากติวเตอร์ไม่ได้ทำให้เดย์แปลกใจเท่าไหร่เพราะเจ้าตัวก็เป็นแบบนี้ชอบมานั่งสิงห้องสมุดเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง แต่ที่เห็นจะไม่เข้าใจก็คงเป็นสีหน้าของติวเตอร์ที่ดูไม่สดใสเท่าไหร่นั่นแหละ

 

ได้นอนบ้างป่ะเนี่ย

 

ไม่ค่อยอ่ะ

 

เครียดเรื่องหางานเหรอวะ

 

อื้อ นิดนึงแหละคนฟังพยักหน้าเบาๆ เสียงงึมงำในลำคอบ่งบอกว่าเจ้าตัวเหนื่อยเกินกว่าจะพูดถึงมัน

 

มึงลองดูในเนตแล้วหรือยัง

 

ดูแล้วติวเตอร์ตอบ ส่วนใหญ่แถวๆ หอเราเขาไม่ค่อยรับพาร์ทไทม์เท่าไหร่อ่ะ ไอ้ที่รับก็อยู่ไกล พอคำนวณเงินแล้วมันไม่ค่อยคุ้ม

 

“...”

 

แต่ว่าเดี๋ยวก็คงหาได้แหละติวเตอร์ระบายยิ้มออกมาให้เพื่อนสนิท สีหน้าเดย์ที่แสดงออกมาเขาดูออกว่ามันกำลังเป็นห่วง ท้ายสุดเลยยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าไปอีกที

 

ไม่ต้องมายิ้มให้กูเลย ถามจริงมึงได้คุยกับที่บ้านบ้างเปล่า พี่สาวมึงหรือพ่อกับแม่

 

มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกเดย์ เรายังไหวอยู่

 

“...” เดย์ทำหน้าไม่เชื่อ

 

จริงๆ

 

เออๆ กูเชื่อแล้วก็ได้ ไม่ต้องมาทำหน้าดุใส่หรอกน่า

 

ก็เดย์พูดมาก

 

แล้วเรื่องนี้หวาเขารู้หรือยัง

 

คร่าวๆ น่ะยังไม่ได้บอกรายละเอียดมากติวเตอร์บอกหว่าหวาแค่ว่ากำลังหางานใหม่ แต่ไม่ได้บอกสาเหตุว่าทำไมถึงต้องหา

 

เดย์เงียบมองเพื่อนสนิทอยู่สักพักก็ลุกขึ้นยืนเหมือนเพิ่งจะนึกบางอย่างออก

 

งั้นเดี๋ยวกูมาติวเตอร์พยักหน้าแบบขอไปที เขาไม่ได้ถามเดย์ว่าจะไปไหน อาจเพราะความง่วงที่สะสมทำให้สมองประมวลผลช้าเกินกว่าปกติ ท้ายสุดเจ้าตัวก็ทำได้แค่ขยับนอนหนุนแขนตัวเองแล้วหลับตาลงช้าๆ

 

ติวเตอร์ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็มีความรู้สึกเหมือนมีใครสักคนจ้องมองอยู่ พอเริ่มขยับตัวความรู้สึกที่โดนจ้องมองก็เหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเลยเลือกที่เงยหน้าหันไปมองยังฝั่งตรงข้า

 

พี่ไฟท์ติวเตอร์เรียกคนที่กำลังท้าวคางมองหน้าเขาอยู่ สายตาที่ส่งมาเขามองไม่ออกหรอกว่ามันหมายถึงอะไร อาจจะมองเฉยๆ หรือไม่ก็... กวนตีนเขา

 

มึงเห็นเป็นใครล่ะ

 

แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่คนพูดขยับตัวนั่งดีๆ มือข้างหนึ่งนวดหว่างคิ้วราวกับปลุกตัวเองให้ตื่น

 

หวาเรียกกูมา

 

หวาเหรอ?

 

“...”

 

เรียกมาทำไมอ่ะไฟท์เตอร์ไม่ตอบ เจ้าตัวแค่ยักไหล่เบาๆ เหมือนไม่ได้แคร์ที่จะตอบคำถามเขาด้วยซ้ำ อะไรของพี่เนี่ย

 

ถามไปก็เท่านั้นเพราะไฟท์เตอร์ไม่ยอมพูด เอาแต่จ้องมองมาที่หน้าเขาราวกับหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา มันกลายเป็นสงครามเล็กๆ ระหว่างเราที่เอาแต่มองหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใครสักคน

 

ติวเตอร์ไม่คิดจะยอมแพ้ ไฟท์เตอร์เองก็ไม่ต่าง เราทั้งคู่สบตากันอยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งคนที่มองหน้ากันในตอนแรกเลื่อนสายตาไปที่อื่น ซึ่งมันจะไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเลยถ้าสายตาคมเข้มของคนตัวสูงไม่เลื่อนลงมายังริมฝีปากเขา

 

“...”

 

มองอะไรของพี่วะ

 

นั่นคือเสียงที่ดังออกมาจากคนน้อง แม้เจ้าตัวไม่ได้พูด แต่ไฟท์เตอร์ก็สัมผัสได้ถึงเสียงนั้น ไม่รู้ว่าควรขำดีไหม เพราะทุกครั้งที่เขามองริมฝีปากคนตัวเล็กกว่า เจ้าตัวมักจะมีพฤติกรรมแบบนี้ตลอด ไม่ขมวดคิ้วจนยุ่งก็เม้มปากแน่นอย่างที่เห็น แม้จะดูเหมือนไม่ใส่ใจโดยการเสมองไปทางอื่น แต่ใบหูแดงกร่ำไม่ได้ปกปิดความเขินอายที่แสดงออกมาเลยสักนิด

 

ไฟท์เตอร์อมยิ้ม มองพฤติกรรมลุกลี้ลุกลนของติวเตอร์อย่างอารมณ์ดี เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของสายรหัสมาก่อน ไม่เคยคิดว่าคนที่ชอบทำหน้าดุใส่เขาตลอดเวลาอย่างติวเตอร์จะมีมุมที่ดู... น่ารัก

 

เตอร์!! เสียงเรียกชื่อติวเตอร์ดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันกลับไปมองถึงเห็นว่าเป็นหว่าหวาที่กำลังส่งยิ้มให้ แปลกก็ตรงแววตาดูมีเลศนัยจนอดเดาไม่ได้ว่าเพื่อนสนิทเขากำลังมีแผนการบางอย่างในใจอยู่หรือเปล่า ยิ่งมีไอ้เดย์เดินตามหลังมาด้วยแบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันต้องมีลับลมคมในสักอย่าง

 

หวามีอะไรหรือเปล่า

 

ต้องมีด้วยเหรอ หวาอาจจะแค่มาหาเตอร์เฉยๆ ก็ได้

 

แน่ใจ? ทำไมเราไม่รู้สึกว่าแค่มาหาเฉยๆ เลยอ่ะ

 

รู้ดีอีกแล้วหว่าหวายิ้มแล้วขยับนั่งลงข้างเขา ในขณะที่เดย์เดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม ข้างๆ กับพี่ไฟท์ งั้นเข้าเรื่องเลยละกัน

 

“...” สีหน้าหว่าหวาเหมือนกำลังนำพาปัญหาใหญ่สักอย่างมาให้เขายังไงยังงั้น

 

หวาอยากให้เตอร์ช่วยติวภาษาอังกฤษให้พี่ไฟท์หน่อยน่ะ

 

นั่นไง... ว่าแล้ว

 

เดี๋ยวก่อนหวาติวเตอร์รีบแย้ง ไม่ต่างจากไฟท์เตอร์ที่ถึงแม้ไม่ได้พูดอะไร แต่การขมวดคิ้วนิดๆ ก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเจ้าตัวไม่รู้เรื่องที่ต้องมาติวภาษาอังกฤษกับเขาเหมือนกัน แต่ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้นไฟท์เตอร์กลับนิ่งเงียบและไม่พูดแย้งอะไรขึ้นมา

 

ไม่ต้องเดี๋ยวแล้ว รับเลย ไหนเตอร์บอกว่าเด็กที่เรียนพิเศษอยู่ตอนนี้ไม่มีแล้วไม่ใช่เหรอ

 

ก็ใช่ แต่เรา...

 

น้าเตอร์ ช่วยพี่ไฟท์หน่อย มีเตอร์คนเดียวที่พอจะช่วยได้ เตอร์ก็รู้ว่าหวาไม่เก่ง Eng ส่วนพี่ไฟท์ก็ลง eng 4 มาสองเทอมแล้วยังไม่ผ่านสักที

 

“...”

 

ถ้าเทอมนี้ไม่ผ่านอีก ก็ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเรียนจบไหมมหาลัยติวเตอร์มีบังคับเรียนภาษาอังกฤษทั้งหมด 4 ตัว ไล่จาก 1 ไป 4 ซึ่งแต่ละคนจะถูกเทสระดับจากคะแนนแอดมิดชั่น ด้วยความที่ติวเตอร์มีคะแนนภาษาอังกฤษสูงมาก ตอนเข้าปีหนึ่งเขาเลยโดดไปเรียน Eng 4 เลย แน่นอนว่าเขาเรียนและสอบผ่านจบไปแล้วตั้งแต่ปีหนึ่ง

 

แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสักหน่อยติวเตอร์บ่น มองหน้าเพื่อนสนิทที่กำลังนำปัญหาใหญ่มาให้เขา

 

เกี่ยวสิ เกี่ยวมากด้วย เพราะเตอร์คือสายรหัสและเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพี่ไฟท์

 

“...” สายรหัสอะไร ทำตัวไม่เห็นเหมือนสายรหัสสักนิด

 

น้า ช่วยพี่เขาหน่อยเถอะเตอร์

 

ใช่ๆ ช่วยพี่เขาไปเถอะ ยังไงก็สายรหัสกันป่ะวะ แล้วอีกอย่างหวาเขาบอกกูว่าปกติพี่ไฟท์จ้างคนติว Eng ชั่วโมงละ 500 เลยนะเว้ย เยอะกว่าที่มึงทำอีกนะเตอร์

 

จะชั่วโมงละเท่าไหร่ ประเด็นมันไม่ได้อยูตรงนั้นสักหน่อย

 

หรือถ้าเตอร์ไม่รับสอนพิเศษให้พี่ไฟท์จริงๆ เตอร์ก็ต้องให้ที่บ้านหวาช่วยเรื่องเงิน โอเคไหม?

 

เราเคยพูดเรื่องนี้กันไปแล้วไม่ใช่เหรอหวา

 

เคยพูดแต่ว่า...

 

ถามจริงเถอะที่ทุกคนทำกันแบบนี้เพราะสภาพเรามันดูน่าสงสารมากเลยเหรอ เราดูเหมือนคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากขนาดนั้นจริงดิ

 

เตอร์ มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย หวาก็แค่เห็นพี่ไฟท์ไม่เก่ง Eng แล้วเตอร์ก็รับติวพอดี อย่างน้อยก็ถือว่าช่วยกันทั้งสองฝ่ายไง

 

“...”

 

แต่ถ้า... ความหวังดีของหวามันไปทำให้เตอร์คิดแบบนั้น หวาก็ขอโทษละกันเสียงหว่าหวาเปลี่ยนไปในโทนที่ไม่พอใจทันที สีหน้าบึ้งตึงของเธอทำให้เดย์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มร้อนรน

 

ไอ้เตอร์... มึงก็เห็นว่าหวาเขาก็แค่อยากช่วย ไม่มีใครมองมึงแบบที่มึงกำลังคิดอยู่สักหน่อย

 

“...” ติวเตอร์ไม่ตอบคำถามเดย์ เขารู้สึกเซ็งกับสิ่งที่เพื่อนแต่ละคนพยายามยัดเยียดให้ ที่สำคัญคือติวเตอร์ไม่ชอบเลยที่ใครต่อใครพากันสงสารเขาแบบนี้

 

รู้แหละว่าต้นทุนชีวิตของเขามันติดลบ แต่เขาก็อยากจะดิ้นรนให้ได้ด้วยตัวเองก่อน หรือถ้าจำเป็นต้องสอนพี่ไฟท์จริงๆ ก็ขอให้เป็นการสอนที่พี่มันอยากจ้าง ไม่ใช่มาในรูปแบบที่เหมือนยื่นมือเข้ามาช่วยเขาในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้

 

เหอะไฟท์เตอร์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วมองหน้าติวเตอร์อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แล้วถ้าสมมติพวกเพื่อนมึงเขามองมึงแบบนั้นจริงๆ มันผิดตรงไหนวะที่เขาจะช่วย คนที่อายว่าตัวเองเป็นแบบไหนต่างหากที่ควรรู้สึกผิด

 

ผมไม่เคยอายว่าผมเป็นแบบไหน

 

แล้วทำไมมึงถึงไม่ยอมรับงานนี้ล่ะ

 

“...”

 

เพราะเงินมันน้อยไปเพราะไม่ชอบกูหรือเพราะ...ไฟท์เตอร์เงียบไปจังหวะหนึ่ง ยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะเอื้อมมือไปจับริมฝีปากตัวเองช้าๆ อย่างอื่น

 

แน่นอนว่าสิ่งที่แสดงออกมามันก็เหมือนบอกเขาทางอ้อมว่าไฟท์เตอร์กำลังหมายถึงเรื่องจูบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

 

พี่ไฟท์!!

 

พอเถอะค่ะหว่าหวาออกโรงห้ามทัพอีกรอบ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว

 

“...”

 

เอาเป็นว่าหวาเข้าใจที่เตอร์ไม่ยอมรับติวภาษาอังกฤษให้พี่ไฟท์เพราะทั้งคู่ไม่ถูกกัน แต่ไม่รู้ดิ...บางทีก็อดคิดไม่ได้นะว่าหวาอาจจะไม่ได้สำคัญมากพอที่จะขอร้องอะไรเตอร์แบบนี้

 

หว่าหวาถอนหายใจออกมา สีหน้าเธอดูนอยด์มากแต่ติวเตอร์รู้ทันแหละว่าเพื่อนสนิทชอบทำอะไรแบบนี้เวลาที่จะอ้อนให้เขาทำตามความต้องการของตัวเอง ซึ่งปกติเขาก็ทำบ้างไม่ทำบ้างแต่ครั้งนี้...

 

ติวเตอร์เหลือบสายตาไปมองไฟท์เตอร์อีกรอบ ยิ้มร้ายกาจและภาษากายที่ดูท้าทายกว่าปกติมันทำเอาเขารู้สึกหวั่นใจจนต้องชักสายตากลับมามองที่หว่าหวาแทน แน่นอนว่าเพื่อนสมัยเด็กของเขายังคงทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ แต่สายตาที่ส่งมาให้ก็ยังเต็มไปด้วยความหวังว่าเขาจะเปลี่ยนใจหรือเอ่ยปากถาม

 

เห็นแบบนี้ก็อดขำออกมาไม่ได้

 

นี่ดราม่าเหรอเรา

 

อื้อ ดราม่าหว่าหวาพยักหน้ายอมรับแบบตรงๆ  “แล้วได้ผลบ้างไหมอ่ะ

 

“...”

 

ว่าไงเตอร์ ได้ผลบ้างป่ะเนี่ยคนที่โดนอ้อนก็อยากจะบอกว่าไม่ได้ผลอยู่หรอก แต่ปัจจัยที่จะรับติวให้พี่ไฟท์มันไม่ได้มีแค่เรื่องที่หว่าหวาขอร้องเพียงอย่างเดียวเนี่ยดิ

 

ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าทำแบบนี้มันได้ผลตลอด

 

เตอร์เองก็ชอบทำแบบนี้ตลอดเหมือนกันนั่นแหละ หวาเลยต้องงัดบทดราม่ามาใช้ไง ขอร้องดีๆ ไม่ชอบบบ สรุปตกลงติวให้พี่ไฟท์นะคะ

 

อื้อติวเตอร์พยักหน้าเบาๆ ในขณะที่หว่าหวายิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นว่าเขายอมรับข้อเสนอ

 

แน่นอนว่าเพื่อนเขาไม่มีทางรู้เลยว่าอีกเหตุผลนึงที่ดูจะมีน้ำหนักมากกว่าและไม่สามารถละเลยได้เหมือนกันก็คือไฟท์เตอร์

 

ติวเตอร์รู้ว่าไฟท์เตอร์ไม่มีทางเอาเรื่องที่เราสองคนเคยจูบกันไปบอกคนอื่นเพราะเจ้าตัวห้ามเขาขนาดนั้นคงไม่มีทางเอาไปบอกใคร แต่ที่รับก็เพราะโดนพี่มันท้าทายเนี่ยแหละ ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยเป็นคนที่รับคำท้าอะไรง่ายๆ แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงกลายเป็นคนไม่มีสติไปได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้

 







 

 

50%

 

 

 

 

 

Rrrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในจังหวะที่ติวเตอร์กำลังอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจเท่าไหร่นัก

 

ว่าไงหวา...

 

(ตอนนี้เตอร์อยู่ห้องหรือเปล่าอ่ะ)

 

อื้อ อยู่ หวามีอะไรงั้นเหรอ

 

(พอดีเราเพิ่งคุยกับพี่ไฟท์เมื่อกี้ เราว่าจะให้พี่เขาไปติวกับเตอร์วันนี้เลย ไม่แน่ใจว่าเตอร์ว่างไหม)

 

ก็ว่างอยู่หรอก แล้วหวากับพี่ไฟท์จะเข้ามากันตอนไหนเหรอ

 

(น่าจะบ่ายๆ แหละ แต่หวาคงไม่ได้เข้าไปด้วย)

 

อ่าว ทำไมงั้นอ่ะ

 

(หวาไม่อยากไปรบกวนเวลาเรียนของพี่ไฟท์น่ะ เพราะมันต้องใช้สมาธิไม่ใช่เหรอ)

 

ก็ใช่

 

เอาไว้เดี๋ยวหวาให้พี่เขาโทรหาเตอร์ละกันนะ)

 

อื้อ ยังไงก็ได้ติวเตอร์พูดกับหวาอีกไม่กี่ประโยคก็วางสายไป เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ในใจก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่มีเรื่องให้ต้องตีหรือขับเคี่ยวกันระหว่างที่กำลังสอนก็พอ

 

Rrrrrrrrrrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกรอบแต่คราวนี้เจ้าของห้องถึงกับขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่เข้าใจนิดๆ เพราะหว่าหวาเพิ่งบอกเขาไปเมื่อกี้ว่าไฟท์เตอร์จะเข้ามาตอนบ่าย แต่นี่ยังไม่สิบโมงเลยด้วยซ้ำไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร

 

ฮัลโหล

 

(กูอยู่หน้าหอมึงแล้ว)

 

ห๊ะ

 

(กูบอกว่ากูอยู่หน้าหอมึงแล้ว)

 

เดี๋ยวพี่ไฟท์ ไหนหวาบอกพี่จะมาตอนบ่าย

 

(แต่กูก็มาแล้วไง รีบลงมารับสักที กูร้อน)

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

 

ติวเตอร์มองโทรศัพท์ในมือแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เขาอดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าที่บ้านของไฟท์เตอร์เลี้ยงดูคนๆ นั้นมายังไง ทำไมบางครั้งถึงเอาแต่ใจมากจนน่าปวดหัว ท้ายสุดเจ้าตัวก็ขยับลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบบัตรผ่านประตูหอก่อนจะรีบลงไปรับใครอีกคนที่คาดว่าน่าจะอารมณ์เสียอยู่พอสมควร

 

และใช่... ติวเตอร์เดาถูก

 

ไฟท์เตอร์กำลังหงุดหงิด

 

พี่ไฟท์ติวเตอร์เดินออกมาจากหอก่อนจะตะโกนเรียกคนที่กำลังยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ คนอายุมากกว่าเงยหน้าขึ้นมองแล้วเดินตรงมาหาติวเตอร์

 

ช้า

 

ช้าอะไร ยังไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำติวเตอร์บ่นอุบกับคนที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเขาไป

 

ก็ช้าอยู่ดี

 

“...”

 

แล้วนั่นจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม กูร้อน

 

แม่ง ถ้าจะขอยกเลิกการติวตอนนี้จะทันไหมเนี่ย

 

 

พี่ไฟท์ จะเรียนดีๆ ได้ยังเนี่ยติวเตอร์เท้าคางมองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาไม่พอใจเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าเจ้าของชื่อแค่เงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าเขาแป๊บนึงก่อนจะก้มหน้าลงไปเล่นต่อ ก่อนหน้านี้เขากับไฟท์เตอร์ก็ทะเลาะกันไปรอบนึงเรื่องที่สอนไปเท่าไหร่ ไฟท์เตอร์ก็เหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาสอนสักอย่าง

 

ขนาดแกรมม่าง่ายๆ คนอายุมากกว่าก็ยังทำผิด แต่คือเรื่องนั้นมันพอจะทำใจยอมรับได้ไง แต่เรื่องไม่ตั้งใจเนี่ยดิ เขาไม่ชอบเลย

 

คือถ้าพี่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมสอน ผมก็ยังพร้อมจะสอนต่อ แต่ดูพี่ดิ รู้ทั้งๆรู้ว่าตัวเองอ่อนภาษาอังกฤษแต่ก็ยังไม่ตั้งใจอีก เห็นแบบนี้ผมเองก็ไม่อยากจะสอนพี่แล้วจริงๆ นะพี่ไฟท์

 

“...” พอพูดก็ไม่สนใจ ไม่รู้ได้ยินในสิ่งที่เขาบอกออกไปบ้างหรือเปล่า

 

พี่ได้ยินที่ผมพูดป่ะเนี่ย

 

ได้ยิน

 

ถ้าได้ยินก็ตั้งใจเรียนหน่อยเถอะ ถ้าไม่ตั้งใจผมจะยกเลิกแล้วจริงๆ นะ

 

ถ้าจู่ๆ มึงจะยกเลิกสอนไปแบบนี้ มึงไม่กลัวว่ากูจะเอาไปบอกเพื่อนมึงหรือไง

 

หวารู้ว่าผมเป็นคนแบบไหน เขารู้ว่าสิ่งที่ผมไม่โอเคมากที่สุดตอนกำลังสอนคือความไม่ใส่ใจแบบที่พี่กำลังทำไฟท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองคนพูด สายตาแบบนี้ติวเตอร์เดาไม่ออกหรอกว่าพี่ไฟท์กำลังคิดอะไรอยู่

 

แต่สุดท้ายถึงกูจะนั่งอยู่เฉยๆ มึงก็ได้เงินไม่ใช่รึไง

 

พี่ไฟท์ พี่คิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ คิดว่าผมเห็นแก่เงินมากขนาดนั้นเลยหรือไง

 

สภาพมึงตอนนี้พูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ

 

พี่... ไฟท์น้ำเสียงที่ติวเตอร์ใช้เรียกไฟท์เตอร์มันทั้งสั่นและดูไม่มั่นคงขึ้นมาเสียดื้อๆ แววตาที่สะท้อนกลับมายังเขามันเต็มไปด้วยเจ็บปวดแต่พยายามกักเก็บความรู้สึกนั้นไว้ไม่ให้เขาเห็น

 

จริงๆ ไฟท์เตอร์ไม่ได้คิดจะพูดประโยคเมื่อกี้ออกมาหรอก แต่เพราะมันดันหลุดปากและเขาก็ไม่ใช่ประเภทที่จะเอ่ยคำขอโทษออกมาง่ายๆ ด้วย ยิ่งคนตัวเล็กเม้มปากแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดราวกับระงับอารมณ์ตัวเองแบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขา...

 

คือกู

 

งั้นหลังจากนี้ผมขอไม่สอนพี่แล้วละกัน

 

เดี๋ยวดิวะ

 

พี่กลับไปเถอะนะ ผมไม่อยากสอนพี่แล้วจริงๆ ว่ะ

 

ติวเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว สายตาที่ส่งตรงมายังไฟท์เตอร์มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นราวกับหินผาที่ถูกกระเทาะให้แหลกลงเรื่อยๆ

 

มึงแน่ใจเหรอว่าจะเอาแบบนี้

 

อื้อ แบบนี้แหละ ดีแล้ว

 

“...”

 

“...”

 

 “งั้นก็ได้ กูเองก็ไม่ได้อยากให้มึงมาสอนเหมือนกันพูดจบไฟท์เตอร์ก็หันไปหยิบหยิบเงินแบงค์พันในกระเป๋าตัวเองมาประมาณสี่ใบแล้ววางมันลงบนโต๊ะญี่ปุ่น อันนี้ค่าสอนในส่วนของวันนี้

 

ติวเตอร์มองเงินที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะดึงไว้ใบนึงพร้อมกับกลับส่งที่เหลือคืนไปหาคนที่เพิ่งยืนขึ้น

 

มันเกินพี่ไฟท์

 

ก็เอาไปดิ ไม่เป็นไร เงินแค่นี้เอง

 

พี่ไฟท์ ขอล่ะ เลิกดูถูกผมสักทีเถอะ... นะพี่

 

เออๆไฟท์เตอร์ดึงเงินจำนวนที่เกินยัดเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเดินไปหน้าประตูก่อนจะหันกลับมามองติวเตอร์อีกรอบ

 

อะไรอีก

 

ให้กูกลับแล้วทำไมไม่ไปส่ง

 

ต้องไปส่งด้วยเหรอ แค่เดินลงไปเองมันไม่ยากเลยนะพี่ไฟท์

 

ก็กูไม่มีคีย์การ์ด จะเปิดประตูด้านล่างยังไงล่ะ

 

มันไม่ต้องใช้คีย์การ์ดพี่ไฟท์ แค่กดปุ่มแล้วเปิดประตูออกไปได้เลย

 

“...”

 

ขอล่ะพี่ เลิกกวนผมได้ไหม ถ้าจะไป... ก็ไปสักที

 

ปัง!

 

เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงถอนหายใจยาว ติวเตอร์เอนหลังพิงเตียงแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน เขาหลับตาลงช้าๆ พยายามหานึกถึงอะไรก็ตามที่ทำให้ใจตัวเองสงบลงกว่านี้

 

สภาพมึงตอนนี้พูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ

 

นั่นสินะ สภาพเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ควรจะมีทิฐิอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ

 

เพราะงั้นพี่ไฟท์ไม่ผิดหรอกที่จะพูดอะไรแบบนั้นออกมา ก็ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริงนี่นา

 

เฮ้อ” ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาอีกครั้ง ในหัวกำลังคิดเรื่องที่จะเริ่มสมัครงานใหม่อีกรอบ ตอนแรกก็คิดว่าการได้ติวให้ไฟท์เตอร์มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีแล้วซะอีก

 

แต่มันก็ไม่ได้ผิดไปจากที่คาดสักเท่าไหร่

 

บางครั้งก็เบื่อความรู้สึกที่ต้องเริ่มใหม่แบบนี้ชะมัด

 

แต่ถ้าไม่เริ่มเราก็ไม่มีทางเดินไปถึงเส้นชัยสักที...

 

 

 

 

 

TBC

 

ขอโทษที่อัพช้านะคะ พอดีเพิ่งว่าง แล้วคือเมื่อวานอัพเกิน 50 % ด้วยเพิ่งมาดูว่าอัพเกิน 55555

 อนุญาตให้ด่าอิพี่ไฟท์ได้ แต่ต่อจากนี้อาจจะรักนางก็ได้นะ อุ้ย สปอยป่ะเนี่ยยยย

 ส่วนชีวิตติวเตอร์มันโคตรจะดราม่าแหละ หวังว่ามันจะผ่านไปได้เร็วๆ นะติวเตอร์ สู้นะ

 #whyRUnovel

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.595K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,384 ความคิดเห็น

  1. #1313 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 13:05
    อิพี่ไฟท์แม่งพูดดีๆไม่ได้รึไง
    #1,313
    0
  2. #1274 memeya (@memeya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:08
    อยากจะหอมหัวน๊องงงง ฮือออ เข้มแข็งไปมั้ยลูก...ข้างในหนูโอเคมั้ยคะ...ฮื่อ..แต่แม่จะไม่โอเคแล้วนะลู๊กกกก แงงงงงง
    #1,274
    0
  3. #1241 9397♡ (@amimikuma) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 13:45
    ไฟท์ใจรายอ่ะ
    #1,241
    0
  4. #1228 Mamoto Tobari (@thitanana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 16:15
    พี่ไฟท์ก็นะ น่าตี
    #1,228
    0
  5. #1221 Doublea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 06:53

    รำคาญหวา ????

    #1,221
    0
  6. #1215 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 16:17
    เหนื่อยใจจริง ๆ นะถ้าต้องมาเจอคนแบบพี่ไฟท์เนี่ย ฮึ่ยยยยย
    #1,215
    0
  7. #1194 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:28
    ถ้านี่เป็นเตอร์เหนื่อยกับชีวิตแล้วยังมาเจอคนจ้องจะคอยทะเลาะด้วยตลอดเวลาอย่างไฟท์คงไม่เข้าใกล้อีกเลยอะ เหนื่อยยยย
    #1,194
    0
  8. #1163 0828863327 (@0828863327) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 19:59
    เกลียดปากพี่ไฟท์จัง
    #1,163
    0
  9. #1153 Bluebird52 (@Bluebird52) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 14:00
    แจ้งคำผิดนะคะ ^^

    เทสต์ , เท้าคาง , แดงก่ำ
    #1,153
    0
  10. #1141 Khem15 (@Khem15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 23:00
    พูดจาไม่ดีเลยอ่ะ
    #1,141
    0
  11. #1121 002 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 03:42

    พระเอกนิสัยน่ารำคาญจัง

    #1,121
    0
  12. #1037 ฟักทองซึน (@nat0924815122) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 01:03
    โอ้โห-พี่ไฟท์ นั่นปากหรอ
    #1,037
    0
  13. #1035 TAEJESSIYEONCA (@june13whiteolin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:52
    คือรู้สึกไม่ชอบหวาตั้งแต่ตอนแรกที่อ่านเลย แต่ก็พยายามอดทนมองในแง่ดีว่านางคงไม่แย่ ยังไม่อยากตัดสินอะไรนาง แต่แบบออกมากี่ตอนๆเราก็ไม่ชอบนางอ่ะ ยิ่งไม่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆด้วย เฮ้อออออออออออออ
    #1,035
    0
  14. #1015 11563719 (@11563719) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 14:50
    รำคาญอีหวาว่มันเป็นอะไรมากป่ะ
    #1,015
    0
  15. #935 Cuteviar_ (@jindaporn_11) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 14:59
    รำคาญตัวละครหวามากๆ
    #935
    0
  16. #927 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 15:40
    รำคาณอีหวาไม่มีมารยาทมาบังคับคนอื่น
    #927
    0
  17. #908 PreeyaElf (@PreeyaElf) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 11:01

    พี่ใจร้ายอ่ะ !!!
    #908
    0
  18. #809 ploy-phu (@ploy-phu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 12:24

    สงสารน้องจัง
    #809
    0
  19. #723 EATWELL (@fafah249) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 12:22
    ฮื่อสหวฟวฟสฟสๆไม่ไหว
    #723
    0
  20. #670 สีสัน~colourful (@mzzii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:03
    สู้ๆนะะะ
    #670
    0
  21. #559 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 12:26
    พี่ไฟท์ต้องรู้จักสงบปากสงบคำบ้างสงสารน้องอ่ะT_T
    #559
    0
  22. #492 Noknoy2525 (@Noknoy2525) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 03:02
    สงสารน้อง สู้ๆๆๆ
    #492
    0
  23. #490 ลูกปลา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:31

    อ่านไปเช็ดน้ำตาไปตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้....รู้สึกเจ็บปวด????

    #490
    0
  24. #488 Darkdemo09 (@Darkdemo09) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:49
    สงสารน้องงงงสู้ๆนะค้าบบ
    #488
    0
  25. #486 iminit8 (@iminit8) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:06

    อยากกอดเตอร์แน่นๆ

    #486
    0