Why R U ? #เพราะรักใช่เปล่า (ไฟท์เตอร์xติวเตอร์) (Yaoi)

ตอนที่ 7 : Chapter 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,582 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

ไฟท์เตอร์ติวเตอร์

 

 

- Chapter 06 -

 

22.02

 

อื้อ

 

เสียงครางเบาๆ จากใครสักคนปลุกไฟท์เตอร์ให้ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ เขากระพริบตาอยู่สองถึงสามทีเพื่อปรับโฟกัสให้ตัวเองชินกับความมืดภายในห้อง ลาดไหล่ที่ควรจะรู้สึกสบายกลับหนักอึ้ง พอไฟท์เตอร์หันกลับไปมองถึงพบสาเหตุที่ทำให้เขาปวดไหล่

 

ศีรษะของใครอีกคนที่ติดอยู่ในห้องเอกสารด้วยกันวางซบอยู่ที่บ่าเขาข้างหนึ่ง กลุ่มผมยุ่งเหยิงที่พอหันไปมองมันก็กวนทั้งแก้มและเกือบจะเข้าปากเขาด้วยซ้ำ ท้ายสุดไฟท์เตอร์เลยตัดสินใจเอื้อมมือไปลูบผมยุ่งๆ ของคนข้างกายให้ให้เข้าทีเข้าทาง

 

อืมเสียงครางในลำคอดังขึ้นอีกรอบ คนตัวบางกว่าขยับเอียงศีรษะตามจังหวะมือของเขาอย่างรู้สึกสบาย ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าติวเตอร์แม่งโคตรเหมือนแมว

 

แมวที่ขู่ฟ่อๆ เวลาที่รู้สึกไม่พอใจกับแมวที่กำลังอ้อนใครสักคนเวลาอยากเอาแต่ใจ

 

ไฟท์เตอร์ลูบหัวติวเตอร์อยู่พักนึงจนรู้สึกว่ามันออกจะแปลกไปสักหน่อย สุดท้ายเขาเลยลดมือลง แต่แทนที่คนตัวบางกว่าจะนอนนิ่งๆ เจ้าตัวกลับเปลี่ยนท่าทางด้วยการขยับตัวเข้ามาเบียดเขามากขึ้นกว่าเก่า มือสองข้างที่กอดตัวเองอยู่ถูกลูบขึ้นลงไปมา

 

ไฟท์เตอร์มองภาพนั้นอยู่สักพักก็สบถออกมาเบาๆ อย่างไม่เป็นภาษา เขาคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจหยิบเอาเสื้อช็อปที่วางอยู่บนตักตัวเองขึ้นห่มให้ติวเตอร์แล้วเงยหน้ามองไปทางอื่น

 

ความเงียบที่อยู่กับคนไม่ชอบหน้ามันควรจะอึดอัดกว่านี้ไหมวะ

 

แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด

 

 

23.12

 

ติวเตอร์กับไฟท์เตอร์ติดอยู่ในนี้มาเกือบหกชั่วโมงแล้ว ไม่มีใครเดินเข้ามาเห็น รปภ. เองก็ดูจะไม่ได้สังเกตว่าไฟในห้องสมุดมันเปิดอยู่ บางทีเราทั้งคู่อาจจะต้องรอแบบนี้จนถึงเช้า

 

ปวดตัวอ่ะเสียงพึมพำเบาๆ ดังขึ้น คนที่นอนหลับซบบ่าเขากำลังจะตื่นในอีกไม่ช้า เจ้าตัวขยับศีรษะไปมาก่อนจะค่อยๆ ลืมตามองเขาด้วยสติที่น่าจะยังไม่ครบร้อย

 

ไฟท์เตอร์มั่นใจว่าคนอายุน้อยกว่ายังไม่ตื่นเต็มที่เพราะสิ่งที่ติวเตอร์ทำคือการวางคางตัวเองลงบนบ่าเขาโดยที่ระยะห่างระหว่างเราทั้งคู่เหลือเพียงแค่ไม่กี่เซ็นต์ แต่พอได้สบตากันสีหน้าง่วงๆ ก็เหมือนจะเริ่มได้สติ

 

สบายป่ะ พิงไหล่คนอื่น

 

เปล่าสักหน่อยคนตอบคำถามพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขยี้ตาตัวเองไปด้วย พี่นั่นแหละที่พิง

 

ก็ติวเตอร์จำได้ว่าก่อนที่เขาจะหลับไปคนที่พิงไหล่คือพี่ไฟท์ต่างหาก

 

แน่ใจ

 

อื้มติวเตอร์พยักหน้าหงึกหงักทั้งๆ ที่คางตัวเองก็ยังวางอยู่บนบ่าไฟท์เตอร์ จนคนถามต้องใช้สายตาบอกติวเตอร์ให้รู้ตัวอีกรอบ

 

ให้โอกาสดูให้แน่ใจอีกที... ว่าใครพิงพูดจบไฟท์เตอร์ก็เลิกคิ้วถามอีกครั้ง ติวเตอร์ก้มมองตัวเองที่เหมือนจะเริ่มตื่นเต็มตา

 

เอ่อ... คือผม

 

มีใครอยู่ข้างในไหมครับ” เสียงใครสักคนดังขึ้นจากด้านนอกดึงความสนใจคนทั้งคู่ให้หันไปมองทันที

 

!!

 

มีใครติดอยู่ในห้องเอกสารหรือเปล่าติวเตอร์และไฟท์เตอร์มองหน้ากันอีกรอบก่อนจะเคาะประตูบอกใครก็ตามให้ช่วยเปิดประตู

 

พี่ครับ!! ช่วยด้วย พวกเราติดอยู่ในนี้ ช่วยพวกเราด้วยครับ!!!

 

ช่วยด้วยครับ!!!!

 

ปัง ปัง ปัง

 

ติวเตอร์ไม่มีวันลืมว่าชีวิตนึงเคยติดอยู่ในห้องเก็บเอกสารเพียงเพราะดันลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างนอก

 

ส่วนไฟท์เตอร์ก็คงไม่มีวันลืมว่าต่อไปจะไม่เล่นโทรศัพท์จนแบตหมดเกลี้ยงอีกแล้ว

 

แกร๊ก

 

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องมายังหน้าเขาทั้งคู่ ติวเตอร์ยกมือขึ้นบังแสงนั้นได้ไม่นาน ดวงตาก็เริ่มปรับภาพให้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

เสียงถอนหายใจยาวดังออกมายังไม่เท่ากับสีหน้าโล่งอกที่คนเป็นน้องแสดงออกมาสักนิด ไฟท์เตอร์สังเกตเห็นว่าติวเตอร์ก้มหน้าหงุดเหมือนพยายามระงับความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

 

รู้แหละว่าพยายามเข้มแข็ง แต่บางทีถ้ากลัวก็แค่บอกว่ากลัวก็ได้ป่ะวะ ไม่เห็นต้องแสดงออกให้คนทั้งโลกเห็นเลยว่าตัวเองไหว

 

ขอบคุณนะครับพี่ติวเตอร์เงยหน้าขึ้นมาแล้วส่งยิ้มกว้างพร้อมกับคำพูดขอบคุณไปให้พี่รปภ.ที่มาเปิดประตูให้

 

ไม่เป็นไร ดีนะที่พี่เดินผ่านมาเห็นไฟในห้องสมุดมันเปิดทิ้งไว้พอดี ไม่งั้นน้องสองคนคงได้อยู่กันจนถึงเช้า

 

ครับ อ้อ แล้วก็อันนี้กุญแจห้องสมุด ฝากพี่คืนอาจารย์ด้วยได้ไหม ผมไม่รู้ว่าอาจารย์ชื่ออะไร ตอนช่วยถือของมาก็ลืมถาม

 

อ๋อได้ๆ คิดว่าน่าจะหาได้ไม่ยากเพราะอาจารย์ที่มีกุญแจห้องสมุดมีไม่กี่คนหรอก ส่วนพวกน้องก็รีบกลับกันได้แล้วนะ ดึกมากแล้ว

 

เราทั้งคู่พยักหน้าให้พี่รปภ.อย่างเข้าใจก่อนจะพากันเดินลงมาจากตึก เราหันไปบอกขอบคุณพี่รปภ.อีกรอบแล้วถึงค่อยเดินออกมา ไฟท์เตอร์จอดรถไว้ที่อาคารเรียนรวม เขากะว่าจะไปเอารถแล้วส่งน้องรหัสก่อนถึงค่อยกลับคอนโด แต่ดูเหมือนน้องรหัสจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเท่าไหร่นัก ก็เจ้าตัวทำท่าเหมือนจะเดินไปอีกทางแบบนั้น

 

แล้วนั่น... มึงจะไปไหน

 

กลับหอ

 

กลับกับกู เดี๋ยวไปส่ง

 

ไม่เป็นไรพี่ไฟท์ เดี๋ยวผมเดินกลับเองได้

 

“...”

 

ผมเกรงใจ

 

เกรงใจอะไรอีก มันดึกแล้วเตอร์ บอกว่าจะไปส่งก็ไปส่ง ตามมาคนอายุมากกว่าบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งขู่นิดๆ

 

แต่ว่า...

 

หรือจะให้กูบอกหวา... ว่ามึงปฏิเสธน้ำใจกูอีกแล้ว

 

“...”

 

เอาไง

 

เออๆ ก็นำไปดิจริงๆ หว่าหวาก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับเขาขนาดนั้น เขาก็แค่เกรงใจเพื่อนสมัยเด็กและไม่ชอบเวลาที่หว่าหวาบ่นใส่มากกว่า

 

แต่หลักๆ ที่ยอมทำตามก็เพราะไม่อยากจะมีเรื่องกับพี่รหัสตัวเองเนี่ยแหละ เบื่อจะฟังพี่มันบ่นแล้วเหมือนกัน

 

 

วันเสาร์อาจจะเป็นวันที่ใครหลายๆ คนนอนตื่นสาย บางคนเลือกที่หมกตัวอยู่ในผ้าห่มและอยู่ในนั้นจนรู้สึกหิวแล้วถึงค่อยลุกออกมาหาอะไรกิน บางคนก็ออกไปเที่ยวกับครอบครัว นั่งเล่นอยู่ร้านกาแฟ หรือแม้แต่อ่านหนังสือเล่มโปรดในมุมที่ตัวเองชื่นชอบ แต่แน่ละมันก็มีใครอีกหลายๆ คนที่ต้องตื่นขึ้นมาทำงานหนักในวันนั้น ตื่นขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับชีวิตที่อาจจะไม่ดีเหมือนอย่างคนอื่น

 

ติวเตอร์เองก็ไม่ต่าง เขามาทำงานร้านพี่เก๋ตั้งแต่ก่อนเก้าโมง มาช่วยพี่พนักงานเตรียมของ และเริ่มรับลูกค้ารายแรกตอนสิบโมง ทำแบบนี้มาทั้งวันจนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบจะสามทุ่มแล้ว

 

ร้านนี้น่ารักมากเลยอ่ะ เค้กก็อร่อย แถมไม่ต้องเดินเข้าไปในซอยด้วยเสียงจากสองสาวที่เดินผ่านหน้าติวเตอร์ไปทำให้เขาอดมองเข้าไปในร้านใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อไม่กี่เดือนก่อนไม่ได้ บรรยากาศร้านเป็นสไตล์ในแบบที่คนสมัยใหม่ชอบ และลูกค้าที่นี่ก็มีจำนวนเยอะมากกว่าร้านพี่เก๋ด้วยซ้ำอาจเพราะร้านนี้อยู่หน้าปากซอยต่างจากร้านพี่เก๋ที่ต้องเดินเข้าไปในซอยอีกเกือบ100 เมตร ทั้งๆ ที่ดึกขนาดนี้แต่คนก็ยังแน่นร้านอยู่

 

ติวเตอร์ถอนหายใจออกมาแล้วโยนขยะในมือทิ้งลงถัง เขาปัดมือตัวเองอยู่สองสามทีถึงค่อยเดินกลับไปที่ร้าน

 

พี่เก๋จะบอกน้องตอนไหน

 

คิดว่าเร็วๆ นี้แหละ แต่ฉันเพิ่งลดจำนวนวันในการมาทำงานของเตอร์เมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะแก

 

แต่ถ้าพี่เก๋ไม่บอก หุ้นส่วนพี่คง...

 

เออไง นอกจากโดนด่าแล้วอาจจะต้อง...

 

แกร๊ก

 

ติวเตอร์เปิดประตูเข้ามาในจังหวะที่เจ้าของร้านกับพนักงานอีกคนกำลังคุยกันอยู่

 

คงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรใช่ไหมครับ

 

เปล่าจ๊ะเปล่า พี่ ว่าแต่เตอร์ทิ้งขยะเสร็จแล้วใช่ไหม

 

ครับ

 

งั้นเตอร์กลับเลยเถอะ ดึกแล้ว เดี๋ยวที่เหลือพี่กับไอ้บุ้งจัดการต่อเองติวเตอร์บอกเท่านั้นก็เดินกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าแล้วออกมาลาพี่ๆ ในร้านอีกรอบ

 

เดี๋ยวเตอร์พี่เก๋ตะโกนเรียกตอนที่ติวเตอร์กำลังจะออกจากร้าน

 

ครับ?

 

“...”

 

“...”

 

ความเงียบและสายตาที่พี่เก๋ส่งมาทำให้ติวเตอร์ขมวดคิ้ว

 

เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่จะบอกให้เรากลับดีๆ

 

อ๋อ... ครับติวเตอร์รับคำอีกครั้งถึงค่อยเดินออกมาจากร้าน

 

มันเป็นช่วงเวลานั้นแหละ ช่วงเวลาที่เดินเรื่อยเปื่อยท่ามกลางความมืด อาจมีเพียงแสงไฟจากสองข้างทางคอยส่องลงมาแต่ทั้งหมดก็ไม่ดำมืดเท่ากับความรู้สึกเขาตอนนี้ด้วยซ้ำ

 

ใช่... ติวเตอร์ได้ยิน

 

ได้ยินทุกอย่างแม้กระทั่งตอนที่พี่เก๋คุยโทรศัพท์กับหุ้นส่วนในร้าน

 

เก๋รู้แล้วค่ะพี่ เข้าใจๆ เดี๋ยวเก๋บอกน้องเองว่าเราจะไม่รับพาร์ทไทม์... ค่ะ... เดี๋ยวเก๋จะบอกน้องเอง น้องน่าจะเข้าใจแหละว่าตอนนี้สถานการณ์ร้านเรามันแย่จริงๆ

 

หรือแม้แต่ตอนที่พี่เก๋คุยกับพนักงานในร้านอีกคน

 

อือ... ไหวแหละ

 

ติวเตอร์หยุดเดิน เขาก้มหน้าแล้วหลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากเที่เม้มแน่นบ่งบอกความรู้สึกในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เขาก็พยายามแล้ว พยายามที่จะเข้มแข็ง พยายามที่จะสู้

 

แต่ดูเหมือนสิ่งที่พยายามมันจะแย่ลงเรื่อยๆ ทุกอย่างมันประเดประดังเข้ามาราวกับคนบนฟ้าเกลียดชังเขามากเสียจนอยากจะเหยียบใจเขาให้จมดินยังไงยังงั้น

 

แต่ช่างเถอะ ติวเตอร์ลืมตาขึ้น กระบอกตาร้อนผ่าวจนเจ้าตัวต้องกลืนน้ำลายก้อนโตลงคอเพื่อให้ความรู้สึกบางอย่างมันไหลลงไปด้วย เขาไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากเสียน้ำตาให้กับอะไรต่างๆ ง่ายดายเกินไป

 

เพราะงั้นสิ่งที่ติวเตอร์ทำได้ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่การยกมือขึ้นปาดปลายน้ำที่กำลังปริ่มจะไหลแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง

 







 

 

 

 

 

 

5 0 %

 

 

 

 

 

บรรยากาศในร้านเค้กค่อนข้างเงียบ จำนวนลูกค้าที่อยู่ในร้านมีไม่เยอะ จริงๆ คือแทบจะนับจำนวนคนได้ด้วยซ้ำ พูดตามตรงติวเตอร์ไม่ได้อยากลาออก แต่สถานการณ์ของร้านตอนนี้กำลังย่ำแย่ ซึ่งถ้าจำเป็นจะตัดค่าใช้จ่ายในส่วนใดส่วนหนึ่งออกก็คงมีแค่ส่วนของเขาที่ควรจะตัดออกมากที่สุด

 

เตอร์แน่ใจเหรอว่าจะลาออก

 

แน่ใจครับพี่เก๋

 

แต่ว่าตอนนี้เรากำลังลำบากอยู่ไม่ใช่เหรอพี่เก๋พูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขนาดสถานการณ์ร้านเป็นแบบนี้ พี่เก๋ก็ยังเป็นห่วงเขาเสมอ

 

เตอร์ไม่ลำบากอะไรเลยพี่เก๋

 

แต่ว่า...

 

คนที่ลำบากจริงๆ คือพี่เก๋ต่างหากติวเตอร์ยิ้มกว้าง

 

ตะ... เตอร์รู้งั้นเหรอ

 

ครับ เตอร์รู้รู้หมดแหละว่าพี่เก๋เองก็ลำบากใจ รู้ด้วยว่าตัวเธอพยายามช่วยเหลือเขาเท่าที่จะสามารถทำได้แล้ว

 

จริงๆ พี่ก็พยายามจะหาร้านที่รับพาร์ทไทม์ให้เตอร์อยู่นะ รอก่อนก็ได้นะเตอร์

 

ไม่เป็นไรครับพี่เก๋ เตอร์ได้งานแล้วเพราะมันจำเป็น เขาเลยเลือกที่จะโกหก

 

แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหกพี่

 

เตอร์จะโกหกทำไมอ่ะพี่เก๋ เชื่อเตอร์ดิ เตอร์ได้งานแล้วจริงๆพี่เก๋เงียบ จ้องมองไปที่หน้าติวเตอร์ราวกับคาดคั้นว่าจะได้คำตอบที่มันผิดปกติ แต่รอยยิ้มจริงใจที่ส่งมาให้ก็ทำเอาคนถามถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

โอเคค่ะ พี่เชื่อเตอร์ก็ได้ พี่เองก็แอบกังวลเรื่องนี้อยู่ แต่ถ้าเตอร์ได้งานแล้วพี่ก็สบายใจ

 

ครับ พี่เก๋ไม่ต้องห่วงเตอร์เลย เตอร์ได้งานใหม่มาสักพักแล้ว

 

ดีจัง แล้วนี่เตอร์เริ่มงานใหม่วันไหนคะเนี่ย

 

จริงๆ เริ่มวันนี้เลยครับ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็เข้างานแล้วติวเตอร์ทำทีเป็นมองนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วทำหน้าเป็นกังวล

 

อ่าวจริงดิ แล้วนี่จะไปทันไหมอ่ะ

 

ทันๆ แต่เดี๋ยวไงเตอร์คงต้องขอตัวเลยนะครับ

 

ได้จ๊ะได้ ส่วนเงินงวดสุดท้ายที่เตอร์ทำงานพี่จะรีบโอนให้ภายในอาทิตย์นะคะ

 

ตอนไหนก็ได้พี่ เตอร์ไม่ได้รีบอะไร ยังไงเตอร์ไปก่อนนะครับ

 

โชคดีนะเตอร์ ว่างๆ ก็แวะมาหาพวกพี่บ้าง

 

ครับ มาแน่นอนติวเตอร์พูดพร้อมกับยกมือไหว้พี่เก๋กับพี่คนอื่นๆ ในร้านเค้กเป็นครั้งสุดท้าย สีหน้าแต่ละคนดูเป็นกังวลและรู้สึกผิด จนติวเตอร์ต้องยิ้มกว้างออกมาราวกับบอกว่าเขาโอเค

 

ซึ่งเขาโอเคจริงๆ นะ แม้จะเดินออกมาแล้วแต่ความทรงจำดีๆ มันยังอยู่เสมอ อาจเพราะที่นี่เป็นที่ทำงานพิเศษที่แรกด้วยล่ะมั้ง มันเลยทำให้เขาได้ประสบการณ์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ความรับผิดชอบ การเข้าสังคม การพูดคุยกับลูกค้า หรือแม้แต่ความรู้ที่เกี่ยวกับกาแฟก็ตาม

 

เพราะงี้... มันเลยใจหายไปบ้างตอนที่เดินออกมา แต่จะให้ทำยังไงได้ทุกคนต้องเดินต่อ เขาเองก็ต้องเดินต่อเหมือนกัน

 

ติวเตอร์ไม่รู้หรอกว่าทางข้างหน้ามันจะลำบากมากกว่านี้ไหม จะได้งานใหม่ในเร็วๆ นี้หรือเปล่า บางทีอาจจะต้องรอเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน แต่มันก็ถอยไม่ได้แล้วไง

 

เพราะเขาไม่ได้มีเหมือนคนอื่น ไม่ได้เป็นเหมือนคนอื่นที่เพียบพร้อมและมีทุกอย่างคอยซัพพอร์ตในทุกๆ ทาง เขาก็เป็นแค่คนๆ นึงที่ต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่นหน่อย

 

มันก็แค่นั้น

 

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มจากการหางานใหม่ก่อนละกันติวเตอร์พูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปค้นแฟ้มเอกสารสมัครงานในกระเป๋าเพื่อที่จะเริ่มหางานอีกครั้ง

 

จริงๆ เมื่อคืนติวเตอร์มองหางานในอินเตอร์เน็ตมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่รับแต่ฟูลไทม์ทั้งนั้น ยิ่งแถวมหาลัยหรือแถวหอเขายิ่งไม่ค่อยมีลงประกาศงานพาร์ทไทม์เลยด้วยซ้ำ ไอ้ที่ลิสายการมาก็เต็มหมดแล้ว เพราะงั้นสิ่งที่ติวเตอร์ทำได้ตอนนี้ก็คือเดินดูป้ายสมัครงานหรือไม่ก็ walk in เข้าไปถามร้านค้าในแต่ละร้านแทน

 

แน่นอนว่าการหางานในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้มันก็ยากแหละ นี่เดินหาในซอยถัดจากร้านเค้กพี่เก๋มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วนะ แต่ทุกๆ ร้านที่เดินเข้าไปมีแต่ให้ฝากประวัติไว้หรือไม่ก็บอกว่ารับแต่ฟูลไทม์เท่านั้น

 

ซึ่งถ้ามันหางานใหม่แถวมหาลัยไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องหาที่มันไกลจากที่นี่ไปอีกนิด อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็หวังว่าคนบนฟ้าจะเลิกแกล้งเขาสักที

 

ซ่า ซ่า!!!!

 

เสียงเม็ดฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง ฟ้าที่ตอนแรกสว่างสดใส จู่ๆ ไม่รู้มาจากไหนตกลงมาอย่างกับไม่เคยตกมาก่อน ติวเตอร์วิ่งไปหลบที่หน้าร้านๆ นึงแล้วมองสายฝนตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องรู้สึกยังไงอีก

 

ไม่รู้ว่าควรจะต้องท้อไปมากกว่านี้

 

เฮ้อออ

 

เสียงถอนหายใจดังยาว ติวเตอร์มองปรายฝนที่ตกโปรยปรายด้วยใจที่ดำดิ่งลงลึกไปเรื่อยๆ เขามองสายฝนนิ่งแล้วหลับตาลงช้าๆ อีกครั้ง ในใจภาวนาอีกรอบว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

 

20.15

 

ฝนตกอีกแล้ว...

 

มันเป็นวันที่น่าเบื่ออีกครั้งกับการที่ต้องมาติดแง็กอยู่บนถนนท่ามกลางฝนที่กำลังโปรยปรายแบบนี้

 

ไฟท์เตอร์มองดวงไฟท้ายรถหลายสิบดวงที่อยู่ตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย เขาเอื้อมมือไปเปิดวิทยุให้คลอไปกับเสียงฝนก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมส์ฆ่าเวลา

 

ซ่า ซ่า

 

แม้สายฝนที่กำลังเทลงมาจะไม่ได้สาดกระหน่ำเหมือนในช่วงแรก แต่แค่นี้มันก็มากพอทำให้คนใช้ท้องถนนอย่างเขาหงุดหงิด ไฟท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองกระจกหลังเพื่อจะขยับรถให้เบี่ยงไปเลนฝั่งซ้าย แต่ภาพๆ หนึ่งที่สะท้อนกลับมาทำให้เขาอดไม่ได้ที่หันกลับไปมองด้วยตาตัวเองอีกรอบ

 

ไฟท์เตอร์เห็นใครบางคนที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางละอองฝน

 

ใครบางคนที่โคตรคุ้นตา ไม่ว่าจะขนาดส่วนสูงหรือท่าเดิน

 

ใครบางคนที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเดินตากฝนในช่วงเวลาแบบนี้

 

เพิ่งเลิกงานเหรอหรือว่าอะไร

 

ความคิดแรกที่แว่บเข้ามาในหัวคือความรู้สึกหงุดหงิดนั่นแหละ สุดท้ายพอเบี่ยงรถมาเลยฝั่งซ้ายแล้วก็ยังติดแง็กไม่ขยับอยู่ดี ไฟท์เตอร์มองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้รถเขาเรื่อยๆ ในหัวกำลังคิดว่าเขาควรจะตะโกนเรียกให้คนที่เดินตากฝนอยู่ตรงนั้นขึ้นมาบนรถตอนที่เจ้าตัวเดินเข้ามาใกล้หรือปล่อยให้มันเดินเปียกปอนไปทั้งอย่างนั้นดี

 

แน่นอนว่าไอ้ความคิดแบบหลังมันเกิดขึ้นเพราะไฟท์เตอร์กำลังหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนตัวบางกว่าถึงมาเดินตากฝนแบบนี้ แม้ในมือข้างหนึ่งจะมีแฟ้มเอกสารปิดหัวไว้ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี่

 

ท้ายที่สุดเขาเลยเลือกที่จะเงียบมองดูคนที่กำลังเดินผ่านรถตัวเองไปช้าๆ ปลายนิ้วที่เคาะลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะเดียวกับเพลงในรถ สายตายังไล่มองไปยังคนที่กำลังจะเดินผ่านไปอยู่

 

ไม่เห็นจะอยากเรียก

 

ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ

 

ปล่อยให้แม่งเดินหนาวตายอยู่แบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะ

 

แต่ว่า...

 

 

 

ไอ้เตอร์!!” สุดท้ายเขาก็ลดกระจกข้างคนขับแล้วตะโกนเรียกติวเตอร์อยู่ดี

 

“...”

 

ติวเตอร์!!!!!” เจ้าของชื่อได้ยินเสียงแรกจากใครสักคน เขาหันกลับมาก่อนจะหรี่ตาเล็กมองไปยังรถคันหนึ่ง ภาพที่เห็นคือไฟท์เตอร์เอี้ยวตัวมาทางกระจกฝั่งที่นั่งจข้างคนขับแล้วมองตรงมายังเขา

 

พี่ไฟท์

 

ขึ้นรถ

 

“...”

 

เร็วเจ้าของรถพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับเพื่อบอกให้คนน้องรีบขึ้นมาบนรถ ติวเตอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมทำตามที่ไฟท์เตอร์สั่ง

 

ติวเตอร์ขึ้นมาบนรถ เสียงถอนหายใจของคนเป็นน้องดังยาวแล้วพิงเข้ากับเบาะอย่างหมดแรง

 

เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไร เขาเองที่ตอนแรกอยากเอ่ยปากด่าเรื่องที่มาเดินตากฝนเหมือนคนบ้าแบบนี้ ก็เลือกที่จะเงียบเหมือนกัน อาจเพราะเห็นสภาพเปียกปอนของคนที่เพิ่งขึ้นรถมาล่ะมั้งเขาเลยเลือกที่จะเงียบและเอื้อมมือไปเพิ่มอุณหภูมิแอร์ให้แทน

 

ไม่มีเสียงพูดคุย มีแค่เสียงเพลงกับบรรยากาศรถติดและวุ่นวายจากภายนอก

 

แต่มันก็เป็นอยู่แบบนั้นได้ไม่นาน เพราะใจของเขาก็อยากถามอยู่ดีว่าติวเตอร์ไปเดินตากฝนทำไม

 

มึงไปทำอะไรแถวนั้นวะ

 

“...” นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเงียบที่จมหายไปเหมือนกัน พอหันกลับไปดูถึงรู้ว่าคนอายุน้อยกว่าไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาถามสักนิด เจ้าตัวยกมือข้างนึงขึ้นท้าวแขนเข้ากับประตูฝั่งข้างคนขับ สายตามองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย ใบหน้าคนตัวเล็กเหมือนมีเรื่องบางอย่างให้คิดวุ่นวายเต็มไปหมด

 

ไฟท์เตอร์มองสำรวจคนที่อยู่ข้างกายแล้วขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เนื้อตัวเปียกปอนยังไม่น่าสงสัยเท่ากับแฟ้มเอกสารที่มีบัตรประชาชนขีดคร่อมว่าใช้สำหรับสมัครงานอยู่บนตัก

 

ไหนหว่าหวาบอกว่าทำงานร้านเค้กไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังหางานใหม่อยู่อีก

 

มันเป็นความคิดที่อยู่ในหัว และพอเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าขาวซีดอีกรอบ ไฟท์เตอร์กลับพบว่าคนตัวเล็กกว่าหลับตาลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ... ที่หางตาของติวเตอร์มันเหมือนมีร่องรอยของอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น

 

มันไม่ใช่ละอองฝน แต่เหมือนจะเป็นน้ำตาเสียมากกว่า

 

ไฟท์เตอร์ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาเดามันเป็นแบบที่เขาคิดไหม แต่ถ้าเป็นน้ำตาจริงๆ เขาไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับคนตรงหน้ากันแน่ อะไรที่แย่มากขนาดที่ต้องกลั้นความรู้สึกตัวเองขนาดนี้

 

มันเกิดอะไรขึ้นกับมึงวะเตอร์

 

มีอะไรที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

ชีวิตเศร้ามาก อิพี่ไฟท์จะช่วยน้องยังไงคะ

 

มันเป็นเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไปอ่ะ55555

 

ฝากติดสองแท็กนะคะ #whyrutheserises #whyrunovel

 

จริงๆ แท็กใดแท็กนึงก็ได้อยากอ่านฟีดแบค

 

ขอบคุณนะคะ เจอกันวีคหน้านะ ขอปั่นแบบยาวๆ คำผิดบอกด้วยน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#whyrutheseries กับ #whyrunovel หน่อยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.582K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,384 ความคิดเห็น

  1. #1312 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 12:49
    สงสารน้องจัง
    #1,312
    0
  2. #1284 JmKm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:25

    ชีวิตเศร้า เหล้าซักขวดไหมครับ

    #1,284
    0
  3. #1258 Bombom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 19:02

    ????????????????????อยากอ่านนิยายต่อเลย สงสารน้องเต้อจุง

    #1,258
    0
  4. #1242 In.orn (@ThaeGuitar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 21:46
    สงสารเตอร์
    #1,242
    0
  5. #1227 Mamoto Tobari (@thitanana) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 11:53
    สงสารเตอร์
    #1,227
    0
  6. #1208 Youlady (@Youlady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 03:49
    แง น้องน่าสงสาร
    #1,208
    0
  7. #1193 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:17
    เส้าอะค่ะ แงงงง
    #1,193
    0
  8. #1178 narayapaul (@narayapaul) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 07:44
    สงสารน้องงงง
    #1,178
    0
  9. #1162 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 07:44
    พ่อหนุ่มของชั้น ไรท์ขาเห็นใจน้องเตอร์หน่อยเเงง
    #1,162
    0
  10. #1152 Bluebird52 (@Bluebird52) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 13:43
    ตำผิดนะคะ ^^

    กะพริบตา , พาร์ตไทม์ , ติดแหง็ก
    #1,152
    0
  11. #1139 pp_wert (@pp_wert) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 16:11

    แงงง สงสารรร
    #1,139
    0
  12. #808 ploy-phu (@ploy-phu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 12:12

    เตอร์น่าสงสารจริงๆ
    #808
    0
  13. #710 LovelyThew (@LovelyThew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 04:42
    น้ำตามา สงสารน้อง
    #710
    0
  14. #671 我的王子 (@2559dongyi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:08

    คือ​ชีวิต​จะ​เศร้า​อะไร​ขนาด​นั้น​
    #671
    0
  15. #584 unnny unn (@unnny) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:40
    ฮือหนูคับบบ
    #584
    0
  16. #520 030893 (@030893) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 13:44
    เออคืองงวะ อ่านไปอ่านมา น้ำตาไหลเสยเลย 😥😥😥
    #520
    0
  17. #487 Darkdemo09 (@Darkdemo09) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:39
    เศร้าตามเลยน้ำตาคลอเลยอ่ะแง..
    #487
    0
  18. #453 PPsry (@PPsry) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 13:55
    ฮืออ เศร้าตามอ่ะ TT
    #453
    0
  19. #433 Issunong (@Issunong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:59

    ขอยาวๆหน่อยจ้า

    #433
    0
  20. #431 กระแต (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:39

    ตัดจบแบบนี้ไม่ได้นะ! น้ำตายังนองหน้าอยู่เลย????

    #431
    0
  21. #427 sirilak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:12

    รอหน

    รอหนังสือนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ????????

    #427
    0
  22. #426 Shido_Hikaru (@Ray_Earth) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 05:58

    ติวเตอร์น่าสงสารมาก คงจะเหนื่อยและท้อใจไม่น้อยเลย ร้องออกมาบ้างก็ได้นะหนู
    #426
    0
  23. #420 ลมตะวันออก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:42

    พอเห็นหน้านักแสดงที่มารับบท แหมมันช่างเหมาะแล้วทำให้หัวใจคนรอดูพอโต คาดหวังเลยนะ

    ขอให้ได้ผู้กำกับที่เก่งสมกับที่หวัง ละครวายหลายเรื่องล่มลงทะเลพร้อมคำสาปส่ง จับละครวายทำดีจะได้ความรักระดับอินเตอร์ ถ้าทำหวังเป็นทางลัดจะโดนยำเละ

    #420
    0
  24. #419 ลมตะวันออก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 23:20

    เฮ้อ......ชีวิตมันเศร้า ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมันเหนื่อย ทำงานมันก็เหนื่อยกันทุกคน จะต่างคือต้นทุนของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน

    ขอบคุณนิยายดีๆที่แต่มาให้อ่าน แต่ชีวิตติวเตอร์เหนื่อยเกินนะ ทำคนอ่านเศร้าและเหนื่อยตาม

    #419
    0
  25. #418 ืning งัยจะใครละ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 14:01

    สงสารน้องเตอร์มากเอาเลขบ/ชมาค่ะ เดี๋ยวพี่โอนไปให้ นับเหรียญแพ๊พนะ 5555 ส่วนเนื้อเรื่องก็ดูสมูทขึ้นพอแทนตัวนสด.ลงไปมันทำให้เห็นภาพชัดขึ้นเลยค่ะ สู้ๆนะคะคุณออน

    #418
    0