Why R U ? #เพราะรักใช่เปล่า (ไฟท์เตอร์xติวเตอร์) (Yaoi)

ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,045 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

ไฟท์เตอร์ติวเตอร์

 

 

- Chapter 14 -

 

“กลับมาแล้วครับ” ติวเตอร์พูดขึ้นตอนที่เปิดประตูห้องเข้ามาในห้องแล้ว

 

“กลับมาแล้วเหรอเตอร์ ไปๆ ไปล้างมือก่อน พี่ทำสุกี้เสร็จแล้ว จะได้มากินเลย” ติวเตอร์พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปล้างมือก่อนจะออกมานั่งกินสุกี้ที่พี่สาวทำไว้ให้

 

“กินเยอะๆ นะจะได้โตไวๆ”

 

“เตอร์โตแล้วน่า”

 

“โตแล้วยังไง สุดท้ายก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาพี่อยู่ดี กินไป” ต้องตาพูดจบก็คีบกุ้งและลูกชิ้นส่งไปวางไว้ในชามของน้องชายตัวเอง เธอมีความสุขที่ได้ใช้ช่วงเวลานี้กับน้อง ได้พูดคุย ได้ยิ้ม หัวเราะ และได้ดูแลในแบบที่ปกติตัวเธอไม่ค่อยได้ทำ ซึ่งต้องตาไม่รู้หรอกว่าในอนาคตข้างหน้าเธอจะได้กลับมาไทยเมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยว่าปลายทางที่ไปงานมันจะหนักหนาหรือเปล่า แต่ในฐานะพี่สาวคนโตของบ้านสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

 

ติวเตอร์กับต้องตาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ๆ ในการกินสุกี้ด้วยกัน เรื่องราวหลายอย่างถูกพูดคุยและบอกเล่ากันอย่างสนุกสนาน แต่ในการพูดคุยมันก็ยังมีบางเรื่องที่ต้องตารู้สึกว่าติวเตอร์ปกปิดเอาไว้ ถึงแม้ไม่ได้ถามแต่เธอก็รับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่ามันมี แค่ตอนนี้ยังไม่มีจังหวะที่จะถามเท่านั้น

 

22.45

 

ต้องตาเดินออกจากห้องน้ำหลังจากที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ แว่บแรกที่เดินออกมาเธอหันไปมองที่เตียงนอนแต่มันว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของน้องชายตัวเองอยู่ในนั้น แต่พอมองหาอีกทีถึงรู้ว่าตอนนี้ติวเตอร์นั่งอยู่ตรงระเบียงด้านนอก

 

ภาพความเหงาที่สะท้อนออกมาผ่านแผ่นหลัง มันมีมากมายเสียจนเธออดคิดไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้น้องชายเธอเป็นแบบนี้ ท้ายสุดสิ่งที่คนเป็นพี่ทำได้คือเดินออกมาและถามหาความจริงจากปากติวเตอร์เอง

 

“นั่งด้วยคนได้ไหม” ต้องตาเปิดประตูระเบียงออกมาพร้อมกับชะโงกหน้าถาม

 

“มาดิพี่ต้อง” ติวเตอร์ยิ้มแล้วขยับตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัว

 

“เตอร์มานั่งตรงนี้บ่อยเหรอ ไม่กลัวยุงกัดหรือไง”

 

ไม่หรอกพี่ต้อง เตอร์จะมานั่งเวลาที่มีเรื่องให้คิดเท่านั้นแหละ”

 

“แสดงว่าตอนนี้ก็มีอ่ะดิ”

 

“...” ติวเตอร์ไม่ตอบ เขาแค่เงยหน้าพิงกับเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ เท่านั้น

 

“จริงๆ เราสองคนไม่ได้นั่งเปิดใจคุยกันนานแล้วเนอะ”

 

“อื้อ”

 

“วันนี้เรามาเปิดใจคุยกันดีไหม”

 

“ก็ได้”

 

“งั้น... พี่ขอพูดก่อนละกัน” ต้องตาพูดพร้อมกับมองตรงไปยังวิวเบื้องหน้า “เตอร์เชื่อไหม การที่พี่สมัครงานไปต่างประเทศครั้งนี้ พี่ไม่ได้มีความมั่นใจอะไรเลย มีแต่ความกลัวเต็มไปหมด กลัว... ตั้งแต่สมัคร สัมภาษณ์ ทำวีซ่าหรือเวิร์คเพอร์มิต จนตอนนี้จะบินไปทำงานแล้วพี่ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี”

 

“...”

 

“แต่สิ่งที่ทำให้พี่เลิกกลัว เตอร์รู้ไหมว่าอะไร” ประโยคสุดท้ายต้องตาหันมามองติวเตอร์ราวกับถาม มือข้างหนึ่งของเธอเอื้อมมาลูบหัวติวเตอร์ด้วยความรู้สึกรักและเอ็นดู

 

“ไม่รู้”

 

“ความลำบาก”

 

“...”

 

“มันไม่ใช่ความลำบากของพี่หรอกนะ แต่เป็นความลำบากของพ่อ แม่ แล้วก็ตัวเตอร์ พี่ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาลำบากอีกแล้ว พี่จะหาเงินมาใช้หนี้ แล้วก็...จะหาเงินมาส่งเตอร์เรียนเอง”

 

“พี่ต้อง” ติวเตอร์เรียกต้องตาด้วยน้ำเสียงสั่นระริก ไม่ต่างจากสายตาที่ส่งไปให้คนเป็นพี่ พอเขามารับรู้ว่าพี่สาวตัวเองยอมก้าวผ่านความกลัวเพื่อครอบครัวขนาดนี้ ติวเตอร์ก็ยิ่งรู้สึกตื้นตันมากขึ้นไปอีก

 

“เพราะงั้นหลังจากนี้พี่อยากให้เตอร์ใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่ อยากกิน อยากเที่ยว อยากทำอะไรทำเลย แต่ห้ามผิดกฏหมายหรือนอกลู่นอกทางเข้าใจไหม”

 

“เข้าใจ”

 

“แล้วก็รีบลาออกจากงานด้วยล่ะ วันนี้พรุ่งนี้ก็ไปลาออกได้เลย”

 

“ไม่เป็นไรพี่ต้อง เตอร์ยังไหวอยู่ ทำงานแค่นี้เอง”

 

“อย่าดื้อนักเลยเตอร์ เชื่อพี่สิ ไปใช้ชีวิตวัยรุ่นคุ้มซะ ขาดเหลือยังไงเดี๋ยวพี่จัดการเอง” เป็นอีกครั้งที่ติวเตอร์รับรู้ว่ากระบอกตาตัวเองร้อนผ่าวจนแทบจะไม่ไหว ยิ่งช่วงเวลาที่มองหน้าคนเป็นพี่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหนที่เกิดมาในครอบครัวนี้ มีพี่สาวที่ทำเพื่อเขา มีพ่อแม่ที่เข้าใจ ความเหนื่อยจากการทำงานมันน้อยนิดมากเลยนะเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา ปัญหาจากที่บ้านมันทำให้ครอบครัวเราแข่งแกร่งและรักกันมากขึ้นจริงๆ “ห้ามร้องออกมานะเว้ย”

 

ต้องตาบอกน้องชายแล้วขยี้หัวคนตรงหน้าเต็มแรง ที่เธอบอกติวเตอร์ไปแบบนั้นเพราะในดวงตาของตัวเองก็แดงกร่ำราวกับกลั้นความรู้สึกไม่ไหวแล้วเหมือนกันถ้าติวเตอร์ร้องไห้ออกมาไม่พ้นเธอต้องร้องด้วยอีกคน

 

“ฮึก... อื้อ ไม่ได้ร้องสักหน่อย” ติวเตอร์ยกมือสองข้างลูบที่ตาตัวเองเพื่อปัดความรู้สึกและน้ำตาออกไปให้หมด เขาเงยหน้ากลืนก้อนความรู้สึกบางอย่างลงคอแล้วหันมามองพี่สาวอีกรอบ

 

 “ทีนี้ตาเตอร์เปิดใจให้พี่บ้าง ห้ามบอกนะว่าไม่มีอะไร เพราะพี่รับรู้ได้ว่ามันมี”

 

“...” ติวเตอร์ไม่ได้ตอบ เขาแค่มองตรงไปยังท้องฟ้ามืดตรงหน้าที่วันนี้มองเห็นแสงดาวริบหรี่เหมือนทุกวัน ในใจก็ยังคิดแหละว่าจะเล่ามันออกมาให้พี่ต้องฟังดีไหม แต่ในท้ายที่สุดก็ตัดสินใจพูดมันออกมา

 

“พี่ต้อง พี่ว่าการเราจะจูบกับใครสักคนนึงได้ มันต้องมีเหตุผลอะไรมาซัพพอร์ตบ้างไหมอ่ะ”

 

“เตอร์คิดว่าไงล่ะ”

 

“เตอร์ไม่รู้...”

 

“เอาจริงนะเตอร์ การจูบกันมันไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมาซัพพอร์ตหรอก แต่ถ้าเตอร์อยากให้พี่หาเหตุผล” ต้องตาเงียบแล้วทำท่านึก “มันก็คงมีไม่เยอะหรอก บางทีอาจจะเกิดความอยาก ความใคร่ ความโกรธ หรือไม่ก็เพราะงาน แต่บางทีอาจจะไม่มีเหตุผลอะไรเลยก็ได้ ก็แค่อยากจูบเฉยๆ ก็มี แต่คนส่วนใหญ่ที่เขาจูบกันมันก็เริ่มต้นจากความรู้สึกดีๆ หรือไม่ก็ความรักกันทั้งนั้นแหละ”

 

“งั้นเหรอ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่ามันเป็นความรู้สึกไหน”

 

“ก็รู้สึกจากรสจูบตอนที่ริมฝีปากเราแตะกันยังไงล่ะ มันอบอุ่นไหม วูบโหวงในช่องท้องหรือเปล่า รู้สึกตื่นเต้น ใจสั่นเหมือนโดนมนต์สะกดตอนที่ลืมตาขึ้นมาจ้องกันบ้างไหม”

 

“เรื่องแบบนี้... มันสัมผัสกันได้ด้วยเหรอพี่ต้อง” ติวเตอร์บ่นพึมพำพยายาม ริมฝีปากเล็กถูกกัดจนแดงไปหมด เพราะสิ่งที่พี่ต้องพูดมา ติวเตอร์สัมผัสมันได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ

 

“แล้วเตอร์สัมผัสได้ป่ะล่ะว่ามันเป็นรสประมาณไหน”

 

“เตอร์ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องของเตอร์สักหน่อย”

 

“งั้นเหรอ” สีหน้ากรุ่มกริ่มจากพี่สาวทำเอาติวเตอร์ไปไม่เป็นจนต้องตาส่ายหัวขำออกมาเบาๆ แล้วถึงค่อยพูดต่อ “เอาจริงนะเตอร์ เหตุผลจากการจูบทั้งหมดทั้งมวลที่พี่บอกเตอร์ไปเนี่ย ถ้าเราไม่ได้คิดจริงจังอะไร การจูบมันก็เป็นแค่การจูบธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ”

 

“...”

 

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรายังคิดวนเวียนถึงมันตลอดเวลา คิดถึงรสสัมผัส คิดถึงใบหน้าเขา คิดถึงทุกการกระทำในช่วงเวลาที่จูบกัน ถ้ามันเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่มันก็อาจจะไม่ใช่แค่จูบแบบธรรมดาๆ หรอกนะ แต่มันเป็นมากกว่านั้น มาก... ในแบบที่พี่ว่าเตอร์เองก็น่าจะเข้าใจ”

 

“แต่...” ติวเตอร์ลังเลไม่แน่ใจว่าควรพูดออกไปไหม แต่เพราะสายตาอ่อนโยนที่ต้องตาส่งมามันก็มากพอให้ติวเตอร์มั่นใจว่าพี่สาวจะยอมรับทุกอย่างได้ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม “แต่ถ้าสมมติคนที่เราจูบเป็นผู้ชายเหมือนกันล่ะพี่ต้อง ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ต้องจะทำยังไง”

 

ต้องตายิ้มให้กับคำถามน่าเอ็นดูจากติวเตอร์ น้องชายที่ตอนนี้กำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเองมันช่างใสซื่อในความรู้สึกเธอเสียเหลือเกิน

 

“พี่ว่าเตอร์ต้องตัดบรรทัดฐานพวกนี้ออกไปก่อนนะ ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ ฐานะ ชื่อเสียงเงินทอง หรืออะไรก็ตามที่เป็นตัวปิดกั้นความรู้สึกเราตอนนี้ เตอร์ตัดมันออกไปซะ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นความรัก ความชอบ หรือความรู้สึกดีๆ สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้มาเป็นตัวกำหนดให้เราหรอก”

 

“...”

 

“ความรักก็คือความรัก เพศไม่ใช่ตัวกำหนด ฐานะก็ไม่ใช่ แต่เป็นความรู้สึกต่างหาก” คำตอบของต้องตาทำให้ความรู้สึกขุ่นมัวในใจเตอร์จางหายไปจนเกือบหมด บางอย่างที่ปักอกอยู่ในใจเหมือนถูกดึงออกไปจนหมดสิ้นแต่ว่า...

 

มันก็มีบางอย่างที่ยังติดอยู่ในความรู้สึกอยู่ดี

 

“แล้วถ้าคนที่เรารู้สึกเป็นคนที่เพื่อนเรากำลังคุยๆ อยู่ล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้พี่ต้องจะทำยังไง”

 

“คุยๆ อยู่คือไม่ใช่แฟนงั้นเหรอ”

 

“อื้อ”

 

“แล้วเพื่อนเราชอบเขาหรือเปล่า”

 

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เพราะที่เคยคุยกันรอบนั้นเหมือนหว่าหวาแค่อยากเอาชนะพี่ไฟท์เฉยๆ แต่สุดท้ายติวเตอร์ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไงกันแน่

 

“เอางี้ พี่ตอบในฐานะคนทั่วไปละกัน ซึ่งมันอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้นะ แต่พี่มองว่าความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ ในเมื่อเราต่างคนก็ต่างรู้สึกต่อกันแล้วมันก็ไม่ควรปิดบังหรือหลบซ่อนอะไรอีก และถ้ามันเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ พี่ก็จะถามกับคนๆ ตามตรงว่าเขาจะเอายังไงกันแน่ ถ้าเขารู้สึกกับเราจริงๆ เขาก็ต้องเคลียร์กับเพื่อนเราให้จบเพราะถ้ามันยังคาราคาซังอยู่แบบนี้มันก็มีแต่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ”

 

“แล้วเพื่อนเราล่ะพี่ต้อง เขาจะรู้สึกแบบไหน”

 

“พี่ว่าถ้าเพื่อนที่เตอร์พูดถึงอยู่ เขาเป็นเพื่อนที่รักและเป็นห่วงเตอร์จริงๆ เขาน่าจะเข้าใจ แค่เตอร์ต้องบอกเขาว่าตัวเองรู้สึกยังไงก็พอ”

 

“...” ติวเตอร์ยังเงียบ เธอจ้องมองน้องชายที่ยังมีสีหน้าสับสนวุ่นวายอยู่ สุดท้ายสิ่งที่คนอย่างเธอทำได้คือการเอื้อมมือไปขยี้หัวติวเตอร์เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ

 

“เชื่อพี่เถอะเตอร์ ยังไงไอ้หวามันก็เข้าใจแน่นอน ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วยังไงมันจะเข้าใจ”

 

“พี่ต้อง...” ติวเตอร์ตาลุกวาวไม่คิดว่าต้องตาจะเดาออกว่าเพื่อนคนนั้นคือหว่าหวา

 

“พี่น่ะเป็นพี่แกนะเตอร์ เพื่อนที่แกแคร์มากมายขนาดนี้มีอยู่บนโลกสักกี่คนเชียว หนึ่งในนั้นก็มีไอ้หวา ไอ้ซน ซึ่งถ้าให้เดาก็คงมีแค่ไอ้หวานั่นแหละ”

 

“...”

 

“เพราะงั้นสิ่งที่เตอร์ทำได้ตอนนี้คือเคลียร์กับเขาคนนั้นซะว่าจะเอายังไง แล้วก็บอกหวาให้รู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดบอกให้หมดทั้งความรู้สึกเรา ความรู้สึกเขาคนนั้น และที่สำคัญอย่าให้ไอ้หวามันรู้เอง ไม่งั้นนะบ้านแตก เข้าใจที่พี่บอกใช่ไหมเนี่ย”

 

“อืม เข้าใจแล้ว”

 

“อ้อ” ต้องตาหันมามองติวเตอร์อีกรอบ “วันที่ไปส่งพี่ก็ให้เขามาด้วยดิ”

 

“ห๊ะ”

 

“วันที่เตอร์จะไปส่งพี่ที่สนามบินเตอร์ก็พาเขามาหาพี่ด้วย พี่อยากเห็น...” ติวเตอร์ไม่ได้รับปากต้องตาหรอกเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะชวนไฟท์เตอร์ได้ไหม

 

ไม่รู้ว่าชวนไปแล้วจะโดนปฏิเสธหรือเปล่า

 

สิ่งที่กลัวตอนนี้ไม่ใช่ความรู้สึกเขาหรอก แต่เป็นความรู้สึกพี่ไฟท์ตั้งหาก

 

“เฮ้ออ” ต้องตาถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วขยับลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะหันมามองคนเป็นน้องอีกที “พี่ไปนอนแล้วนะ”

 

“ครับ”

 

“ส่วนเราก็อย่าอยู่ดึกล่ะ เดี๋ยวยุงกัด”

 

“อื้อ ไม่ดึกหรอก เดี๋ยวอีกสักพักก็จะเข้าไปแล้ว ฝันดีนะพี่ต้อง ขอบคุณมากๆ นะพี่” ติวเตอร์เงยหน้ามองพี่สาวตัวเองที่ตอนนี้ดึงศีรษะน้องชายตัวเองมากอดปลอบ ต้องตาขยี้ศีรษะติวเตอร์ที่ยังรั้งเอวไม่ยอมปล่อยอย่างเอ็นดู

 

“ปล่อยได้แล้วไหมไอ้ลูกหมา”

 

“อื้อ” ติวเตอร์ปล่อยเอวต้องตาแล้วปาดปรายน้ำตาตัวเองออกอย่างลวกๆ เธอมองน้องชายอีกครั้งคิดว่าสิ่งที่เธอทำได้ก็คงมีเพียงแค่เท่านี้ ที่เหลือก็อยู่ที่ติวเตอร์นั่นแหละว่าจะเรียนรู้และเอาคำพูดเธอไปคิดและทบทวนได้มากแค่ไหน

 

ไม่รู้ว่าเทียนเล่มๆ ตรงนี้จะไปจุดสว่างในใจติวเตอร์และส่งต่อไปให้ใครอีกคนได้หรือเปล่า

 

ซึ่งเธอคงได้แต่หวังว่ามันจะทำได้... ก็เท่านั้น

 

 

 

 

L o a d i n g

 

 

 

5 0 %

 

 

 

 

 

 

“พี่ไฟท์” ใครบางคนเรียกชื่อเขาจากด้านหลัง พอหันกลับไปมองถึงรู้ว่าคนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มคือเดย์ แม้จะสัมผัสได้ถึงอาการฝืนแต่ไอ้เดย์ก็ยังสู้อุตส่าห์ยิ้มให้เขา “มารับหวาเหรอพี่”

 

“อืม แล้วนี่มึงมาทำอะไรแถวนี้วะ”

 

“แวะมาหาเพื่อนน่ะพี่ไฟท์ นี่ก็ว่าจะกลับแล้ว ช่วงนี้แม่งเหนื่อยๆ”

 

“เป็นอะไรวะ” ไฟท์เตอร์ถาม “ถ้ามึงอยากระบาย เล่าให้กูฟังก็ได้นะเดย์”

 

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ไฟท์ เรื่องไร้สาระน่ะ”

 

“กูว่า... เรื่องมึงกับหวาไม่น่าจะไร้สาระนะเดย์”

 

“เฮ้ยพี่ไฟท์ อะไรของพี่เนี่ย ผมกับหวาเราเป็นแค่เพื่อนกัน พี่ไปได้ยินอะไรจากใครมา อย่าไปเชื่อนะพี่ หวาเขารักพี่”

 

“...”

 

“รักพี่มากๆ เลยแหละ” เสียงเดย์เบาลงในตอนท้าย แววตาที่สะท้อนออกมามันดูไม่ปกติ มันพยายามกักเก็บความรู้สึกตัวเองโดยการหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะหันมายิ้มให้เขาอีกรอบ “เอาไว้เดี๋ยวค่อยคุยกันวันหลังละกันนะพี่ไฟท์ ว่างๆ ค่อยนัดสังสรรค์กันอีกที”

 

“เอางั้นเหรอ”

 

“ครับ”

 

“เออๆ ไว้เจอกัน” ไฟท์เตอร์พยักหน้าแล้วตบเข้าที่บ่าคนตรงหน้าสองสามที หลังจากนั้นเดย์ถึงค่อยเดินจากไป เขาไม่อยากไปเซ้าซี้ให้เดย์ต้องยอมรับถึงความสัมพันธ์ที่มันค่อนข้างเปราะบาง เพราะหากพูดไปมันอาจจะไปจี้จุดให้เดย์รู้สึกแย่ขึ้นไปอีก สุดท้ายคนที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ก็คงมีแต่เขากับหว่าหวาเท่านั้น

 

“พี่ไฟท์” เสียงใสดังขึ้นหลังจากที่เดย์เดินจากไปไม่กี่นาที

 

“ไงหวา”

 

“รอนานไหมคะ”

 

“ไม่นะ”

 

“ว่าแต่เย็นนี้เรากินอะไรกันดี” หว่าหวายิ้มกว้างออกมาเพื่อทักทายไฟท์เตอร์ แต่ในรอยยิ้มของเธอเขากลับรับรู้ได้ถึงความเศร้า

 

“หวาอยากกินอะไรล่ะ”

 

“อะไรก็ได้ค่ะ เดี๋ยวไปดูแล้วค่อยเลือกละกันเนอะ” หว่าหวาพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาเกาะแขนไฟท์เตอร์เหมือนอย่างที่เธอชอบทำ เราทั้งคู่เดินไปยังรถที่จอดอยู่ ทำตัวเหมือนปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะพูดคุย ถามไถ่เรื่องเรียน หรือชวนคุยเรื่องต่างๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็ไม่อาจฝืนความรู้สึกภายในใจได้ เมื่อรถขับออกมาบนถนนได้ไม่ถึงสิบนาที ความเงียบก็โรยตัวลงมาช้าๆ เราทั้งคู่ต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกรอบ หว่าหวาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไฟท์เตอร์พาเธอมาส่งบ้านโดยที่ไม่แวะกินข้าวอย่างที่ตกลงกัน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาเรียกนั่นแหละ

 

“หวา... ถึงบ้านแล้วนะครับ”

 

“เอ๊ะ” หว่าหวาทำหน้างง “เราไม่แวะกินข้าวกันเหรอคะพี่ไฟท์ โทษทีนะคะหวามัวแต่เหม่อ ช่วงนี้งานเยอะมันเลยเบลอๆ น่ะค่ะ”

 

หว่าหวายิ้มกว้างส่งมาให้ ไฟท์เตอร์เองก็ยิ้มก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“พี่ว่าที่เราทำกันอยู่ตอนนี้... มันกำลังฝืนอยู่หรือเปล่าหวา”

 

“...”

 

“พี่รู้เรื่องหวากับเดย์แล้วนะ”

 

“รู้แล้วยังไงคะ รู้ไปพี่ไฟท์ก็ไม่เข้าใจหวาหรอก”

 

“เข้าใจดิ ทำไมจะไม่เข้าใจ”

 

“พี่ไฟท์เข้าใจว่ายังไง” หว่าหวาหันมาสบตาไฟท์เตอร์แล้วเปิดปากถามในสิ่งที่เธออยากรู้

 

“ก็เข้าใจว่าไอ้ความรู้สึกสับสนที่หวากำลังเป็นอยู่เนี่ย มันเป็นแบบไหนยังไงล่ะ”

 

“หึ” หว่าหวาพ่นลมหายใจออกมาอย่างรู้สึกตลก “พี่ไฟท์สับสนเป็นกับเขาด้วยเหรอคะ ใครกันนะที่ทำให้พี่ไฟท์รู้สึกแบบนี้”

 

“...”

 

“เขาคนนั้นคงจะเป็นคนที่สำคัญกับพี่มากเลยสินะคะ” หว่าหวาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันนิดๆ “เฮ้อออ น่าน้อยใจเหมือนกันนะเนี่ย หวาอยู่กับพี่มาตั้งนาน แต่หวากลับไม่เคยได้ความรู้สึกนั้นจากพี่เลยสักครั้ง”

 

“...”

 

“เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมาเลย”

 

“หวา”

 

“หวาพูดเล่นน่ะค่ะ เพราะถึงตอนนี้สิ่งที่พี่ไฟท์เป็นอยู่มันก็ทำให้หวาเข้าใจแล้วแหละค่ะว่าหวาควรจะเลือกใคร ขอบคุณพี่ไฟท์มากๆ เลยนะที่ทำให้หวาตาสว่างสักที แต่พี่ไฟท์... หวาขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ ตอนนั้นที่พี่ไฟท์เข้ามาจีบหวา พี่สนใจหวาจริงๆ หรือเป็นเพราะเหตุผลอื่นกันแน่”

 

“...”

 

“...”

 

“ที่เงียบเพราะไม่อยากบอกหวาสินะคะ ช่างเถอะค่ะ เอาเป็นว่าหวาเข้าใจ เพราะที่ผ่านพี่ดีกับหวามากๆ ขนาดจะมีอะไรกันพี่ยังไม่ยอมทำเลย อาจเพราะเหตุผลนี้ด้วยล่ะมั้งมันเลยทำให้หวาเลยอดคิดไม่ได้ว่าเพราะอะไรพี่ถึงเข้ามา แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ หวาเข้าใจ และก็หวังว่าพี่จะไม่ไปทำแบบนี้กับใครอีก ถ้าพี่จะคบกับใครก็คบไปเลย อย่าไปรั้งเขาไว้ด้วยสถานะคนคุย หรือรั้งเขาไว้ด้วยการกระทำที่ใจดีของพี่ เพราะคนอื่นที่ไม่ใช่หวาเขาอาจจะเสียใจมากกว่านี้ไปแล้ว โชคดีค่ะพี่ไฟท์"



ปัง

 

เสียงปิดประตูปิดลงพร้อมกับดวงตาเหนื่อยล้าของไฟท์เตอร์ เขาหลับตาลงแล้วนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด เขาพยายามคิดทบทวนคำถามของหว่าหวาอีกรอบ

 

ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงได้เข้าไปหาหว่าหวา


และคำตอบในคำถามก็เหมือนจะมีแค่อย่างเดียว... เท่านั้น



 

 

 

พี่ครับชื่อผมไม่ได้เขียนแบบนั้น...

 

ก็กูจะเขียนแบบนี้ มึงจะทำไม

 

บางทีมันอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น เริ่มมาตั้งแต่วินาทีแรกที่น้องเดินเข้ามาในวันรับน้อง

 

เริ่มมาตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นใบหน้าดื้อๆ และส่งสายตาไม่พอใจตอนที่ถูกแกล้ง

 

และมันก็อาจจะลามมาจนเขาเห็นภาพที่หว่าหวายืนคุยกับติวเตอร์ใต้ตึกคณะวิศวะ ภาพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ภาพที่เขามองแล้วรู้สึกอยากเป็นเจ้าของ

 

บางทีสิ่งนั้นมันเอาจจะเป็นเพียงคำตอบเดียวในทุกร้อยคำถามที่เขาพยายามตั้งขึ้นมา

 

คำตอบที่ตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไรแค่เขาไม่เคยยอมรับมัน

 

พี่ไฟท์อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์ได้ไหมเนี่ย ติวก่อนเถอะ

 

พี่ไฟท์... มองหน้าผมทำไม อ่านไปสิหนังสือน่ะ

 

พี่ไฟท์..."


"พี่... ไฟท์... อื้อ

 

คิดถึงชะมัด คิดถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา คิดถึงแม้กระทั่งตอนที่น้องดุ ตอนที่น้องไม่พอใจ หรือแม้แต่ตอนที่จูบ


เขา... คิดถึงติวเตอร์จนปวดใจไปหมด

 

คิดถึงจนรู้สึกว่าการที่เขาเดินออกมาในวันนั้นมันเป็นเรื่องแย่ที่สุดในชีวิต

 

เขาเอาแต่คิดว่าทำไมถึงไม่บอกน้อง ทำไมถึงไม่คุยกับน้อง ทำไมถึงต้องเอาแต่สับสนแล้วเดินออกมาแบบนั้น

 

สุดท้ายแล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มยังไง ไม่รู้ว่าถ้ากลับไปน้องมันจะยังต้อนรับเขาอยู่หรือเปล่า

 

และที่สำคัญเขาไม่รู้เลยว่าน้องรู้สึกแบบเดียวกับที่เขารู้สึกไหม

 

ความสับสนที่เคยเกิดขึ้นในตอนแรกมันกำลังก่อต่อเป็นความกลัวแทน

 

กลัวว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขากับน้องรู้สึกมันจะไม่ตรงกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ้ง!!

 

Tutor :: พี่ไฟท์ ช่วงสักสามทุ่มของวันนี้พี่ว่างหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

ขอโทษที่อัพช้านะคะ มันเป็นตอนที่ออนแก้มาทั้งวัน แบบแก้แล้วแก้อีกแก้แล้วแก้อีกเพราะมันไม่ตรงใจสักที ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่าตรงใจเท่าไหร่ ในเล่มอาจจะมีปรับเปลี่ยนแหละ เพราะอยากทำให้มันออกมาดีที่สุด

 

ส่วนหลังจากนี้ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากเกียมเลือดไว้สำหรับทะเลแสนหวานนนนนนะคะ ไม่ใช่ตอนหน้าแต่เป็นตอนที่ 16 นะคะ

แต่ใครที่คิดว่าดราม่าจะจบแล้ว.... อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นนะคะยังมีอีก 1 บททดสอบใหญ่รออยู่ แต่ก็ฟินๆกันไปก่อนนน

#whyrunovel

#whyrutheseries


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.045K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,384 ความคิดเห็น

  1. #1236 thitanana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 13:41
    กรี๊ดดดดดเขารู้ความรู้สึกตัวเองกันแล้ววว
    #1,236
    1
  2. #1203 chanchanchan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 21:54
    เรื่องหวาจบไป
    #1,203
    0
  3. #922 0830006437 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:44
    รอนะชอบๆ
    #922
    0
  4. #840 nattan2112t (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 01:44

    อัพเถอะ อยากอ่านเเล้วอะ
    #840
    0
  5. #839 oolinping (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 01:06
    อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่อ่านหนังสือสอบ 55555
    #839
    0
  6. #838 AomWipa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:35
    รอๆๆค่ะ
    #838
    0
  7. #837 radachomchom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:24
    ตั้งตารอด้วยใจจดจ่อมาไวไวนะไรท์
    #837
    0
  8. #836 t0840988874 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 07:36
    เหมือนหัวใจจะขาดรอนๆ ตอนที่ไรท์ไม่อัป~ โอ้คิดถึงไม่เบา อยากดิ้นตายย~
    #836
    0
  9. #834 Noknoy2525 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 01:20
    รอค่าาาใจจิขาดดด
    #834
    0
  10. #832 0852852885y (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 19:52
    รอนะค่ะ
    #832
    0
  11. #831 wantaneetuktuk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:44
    รอคอยเธอมานานเเสนนาน...ทรมานวิญญาญหนักหนา ระทม...อยู่ในอุราาาาา.... (ตั้งวงรอล่ะคะ ได้โปรดดดดด)
    #831
    0
  12. #830 EARNKUNG070843 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 03:26
    เขารออยู่นะ
    #830
    0
  13. #828 Kwan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 20:51

    รออยู่นะค่ะ????

    #828
    0
  14. #827 _jjxxiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 20:50
    แอแงงงงงงงงงรออยู่นะคะ
    #827
    0
  15. #823 punpun3335 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:39
    น้องรอยุน่าาาาาคร่
    #823
    0
  16. #822 Brem25 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 23:05
    รอนะคะ
    #822
    0
  17. #821 Jaijay2908 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:23

    จะมีเล่มออกมาช่สงไหนคะ จะเปิดจองไหมคะ

    #821
    0
  18. #819 Nicknikkk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:35

    พี่ออนจะมีเป้นเล่มออกมาขายด้วยหรอคะ

    #819
    0
  19. #818 iemiem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:34
    ต่อๆๆ พลีสสส
    #818
    0
  20. #817 NutchanatLekkon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:50
    มาต่อเร็วๆนะคะ😀😀
    #817
    0
  21. #816 Mnooooo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:15
    มาต่อเร็วๆน่ะ พลีสสสสสสสสส😍😍😅
    #816
    0
  22. #815 oomaom504 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 08:53
    พี่ออน รีบมานะคะ รอยุ เลือด ออกซิเจน

    เกียมไว้แล้ว

    พร้อมแล้ว
    #815
    0
  23. #814 NarikaKaw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 05:02
    มาอัพเร็วๆเน้อ รักกันๆ
    #814
    0
  24. #811 eyomin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 13:18
    ฮือออร้องไห้อึดอัดไปหมด มาต่อเร็วๆน๊าา
    #811
    0
  25. #807 Pooykung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 12:05
    รอจ้า

    สู้ๆไฟท์
    #807
    0