(End) Choco~Mel :: together #ช็อคเมลเป็นทุกอย่าง (ช็อคเมล) ตีพิมพ์กับสนพ.sense book

ตอนที่ 1 : อินโทดักชั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123,284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,697 ครั้ง
    9 มี.ค. 61


บทนำ

แรกพบสบตา เมื่อเจอหน้าเธอ


การอกหักหรือถูกปฏิเสธความรัก มันเป็นเรื่องปกติทั่วไปของชีวิตวัยรุ่น แต่สำหรับผมการถูกปฏิเสธด้วยประโยคบางประโยคมันกลับทำร้ายจิตใจผมให้ดำดิ่งจนแทบเสียศูนย์ ซึ่งไอ้ประโยคธรรมดาๆอย่างดีเกินไปหรือเราเข้ากันไม่ได้นั้น บอกเลยว่ามันเก่าและเอาท์มาก เพราะผมได้เจอมิติใหม่แห่งวงการการปฏิเสธความรักมาแล้ว


เอาเป็นว่าผมขอยกตัวอย่างประโยคเริ่มต้นก่อนจะเข้าประโยคเด็ดหลังจากที่ผมสารภาพรักก่อนละกัน


ขอโทษนะเมล เราไม่เคยคิดแบบนั้นกับเมลเลย


เรามองเมลเป็นแค่เพื่อนมาตลอด ขอโทษจริงๆนะ


มันดูเป็นประโยคคลาสสิคที่ใครๆก็สามารถเจอได้ถูกไหมครับ แต่สำหรับผมเมื่อใดก็ตามที่ลองถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ชอบ ไม่ยอมคบ หรือทำไมถึงเป็นได้แค่เพื่อน คำตอบที่ได้ยินก็ทำเอาใจผมพังยับและแตกสลายไปกับเม็ดทรายทุกที


เราขอเหตุผลหน่อยดิ ว่าทำไมถึงไม่ยอมมาคบกับเรา เราดูแลไม่ดีเหรอ หรือเราไม่หล่อ หรืออะไร


ไม่ใช่เมล เมลดูแลเราดีมากแต่เราคงให้ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนกับเมลไม่ได้


ทำไมวะ


เมลน่ารักกว่าเรา


น่ารักกว่า?”


ใช่ทั้งนิสัยแล้วก็อะไรหลายๆอย่าง


“อะไรหลายๆอย่างนี้มันอะไรวะ”


เมลอยากฟังจริงๆเหรอ


“ใช่ดิ บอกเถอะ เพราะอะไรเหรอ ทำไมถึงไม่คบกับเรา” ตอนนั้นก็คิดไว้แล้วแหละว่าตัวเองจะต้องเจอประโยคคลาสิคอย่างดีเกินไปแน่ๆ แต่ผลปรากฏว่า...


เมลตัวเตี้ยไปในความคิดเรา


เมลตัวเตี้ยไปในความคิดเราา?


ผมตัวเตี้ยไปในความคิดเขาาาา


เฮ้ย!! ขอโทษนะ ผมสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซน อาจจะมีเกินกว่านี้สักเซนหรือสองเซนด้วยซ้ำ เพราะงั้นความสูงระดับนี้มันไม่เตี้ยไปหรอกครับ ยิ่งเวลาที่ผมยืนเทียบกับผู้หญิงเหล่านั้นมันก็ยังดูคู่คี่สูสีพอไปวัดไปวาได้ แต่เธอเหล่านั้นอคติกับผมมากเกินไป


แต่ก็ดี เพราะการโดนปฏิเสธบ่อยๆมันเลยทำให้ผมมีภูมิคุ้มกันและแรงฮึดจนสามารถสอบเข้าคณะที่มีสาวกรี๊ดสูงสุดได้ แน่นอนว่าการสอบครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ผมใช้ความเพียรพยายามทั้งหมดที่มีทุ่มเทไปกับมัน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ไปติวเข้มตามโรงเรียนกวดวิชา หรือแม้กระทั่งจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาติวตามห้างและที่บ้าน ไหนจะต้องอดหลับอดนอนอีก สุดท้ายความพยายามของผมก็ไม่สูญเปล่า ผมสามารถสอบเข้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้อย่างที่ตั้งใจจริงๆ


ผมจำได้ว่าไอ้คณะวิศวกรรมเนี่ยมันถูกตั้งเป็นเป้าหมายในชีวิตผมตั้งแต่ม.ต้น วันนั้นผมเพิ่งอกหักมาหมาดๆ แผลยังสดและใหม่มาก แต่ความเจ็บช้ำน้ำใจจากการอกหักก็ยังไม่เท่ากับเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทที่เดินอยู่ข้างๆกัน


ช็อค ธีรันต์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในตอนนั้นหัวเราะในความมั่นหน้าของผมเรื่องไปขอพี่ ม.5 เป็นแฟน จำได้ว่าแม่งหัวเราะเสียงดังมาก ดังจนเฮียชิพได้ยินและเดินลงมาถามว่าหัวเราะอะไรกัน สุดท้ายไอ้ช็อคมันเลยเล่าเรื่องที่ผมไปสารภาพรักกับรุ่นพี่ ม.5 ให้เฮียฟัง พอเล่าจบเท่านั้นแหละ มันสองคนก็ร่วมหอลงโรงหัวเราะเยาะผมจนฟันแทบร่วง คือกูแค่สารภาพรักไง ไม่ได้ไปสมัครคณะละครตลก ไม่รู้จะหัวเราะหาพระแสงของ้าวอะไรกันนักกันหนา


แต่หลังจากที่มันหัวเราะกันจบ ไอ้เฮียชิพพี่ชายสุดที่รักของผม ก็แนะนำแนวทางและชี้ทางสว่างให้ผมได้รู้ว่าสิ่งที่สามารถทำให้คนอย่างไอ้เฮียมีแฟนไม่ซ้ำหน้าซ้ำคนได้ สาเหตุมาจากคณะที่เฮียเรียนล้วนๆ


แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณไอ้ช็อคด้วย เพราะถ้าไม่มีเสียงหัวเราะของมันจนทำให้เฮียชิพได้ยินในวันนั้น ผมก็คงไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนคณะวิศวะและสามารถสอบเข้าคณะนี้ได้สำเร็จเหมือนอย่างทุกวันนี้


ถึงแม้ไอ้เพื่อนสนิทที่ชื่อช็อคมันจะหายไปจากชีวิตผมเกินสามปีแล้ว แต่มันก็ยังเข้ามาทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวความผูกพันของผมกับมันได้ตลอด ที่บอกว่ามันหายไปไม่ใช่หายตัวไปหรืออะไรหรอกนะครับ แต่เห็นป๊ากับม๊าบอกว่าครอบครัวมันย้ายไปอยู่ที่อื่น ผมไม่ได้ถามว่าไปอยู่ที่ไหน เฟซบุ๊กหรือโซเชียลต่างๆผมก็ไม่ได้ขอกับเจ้าตัวไว้ อาจเพราะมันเป็นการจากลาที่กระทันหัน แถมตอนก่อนที่ไอ้ช็อคจะย้ายไปผมกับมันมีความรู้สึกไม่เข้าใจกันนิดหน่อยด้วย


แต่ก็ช่างเถอะ เพราะตอนนี้ถ้าย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวในวันนั้น ผมมองว่ามันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้วสำหรับผม


“เชิญน้องคนต่อไปเลยค่ะ” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ผมหันไปหยิบเอกสารรายงานตัวจากแฟ้มส่งไปให้พวกรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้า เขาตรวจเอกสารอย่างละเอียด มีชวนคุยเรื่องโรงเรียนเก่าผมบ้าง พี่ๆเขาดูอัธยาศัยดีและน่ารัก ถึงบางครั้งจะดูโผลงผลางจนทำผมอึ้งไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้แย่แถมยังดูน่าสนุกกับกิจกรรมที่พี่ๆเขาเชิญชวนให้เข้าร่วม “เสร็จแล้วไปนั่งรอตรงโซนนู้นก่อนนะ”


“ครับ” รับคำพี่เขาเสร็จก็เดินไปนั่งรอตรงโซนที่พี่เขาบอก คณะวิศวกรรมศาสตร์ขึ้นชื่อว่าเป็นคณะที่มีเพศชายมากกว่าผู้หญิงเกินครึ่ง แถมผู้หญิงร้อยละแปดสิบที่ผมเจอ แม่งแมนกว่าผมเสียอีก บางคนแบกน้ำ บางคนยกโต๊ะ บางคนยืนด่าเพื่อนผู้ชายที่ทำหน้าสำนึกผิดอยู่ใกล้ๆ เอาวะผมเข้าคณะนี้ก็ไม่ได้มีเป้าหมายจะจีบคนในคณะเสียหน่อย อย่างน้อยก็มีผู้หญิงคณะอื่นอีกเป็นสิบให้ผมเลือกจีบได้เยอะแยะ


ตุบ!


เฮ้ยนาย ปากกาตกว่ะเรียกก็ไม่ได้ยินจนผมต้องกระตุกเสื้อไอ้คนที่ไม่ยอมใสไทด์ให้หันมามองผม “ปากกานายตก”


“อ๋อ ขอบคุณนะ”


เชี่ย...ช็อค พอเห็นว่าไอ้คนที่ทำปากกาตกเป็นใคร ทั้งผมและมันก็ชะงักและหยุดพูดกันไปเสียดื้อๆสายตาเราสองคนจ้องมองกันอยู่พักใหญ่ จนเป็นไอ้ช็อคที่หลบตาผมแล้วหันหน้าไปทางอื่น “ช็อค”

ผมเรียกมันอีกครั้ง


“อื้อ” มันก้มลงมาสบตาผมอีก ครั้งนี้ที่สบตากันมันทำให้ผมคิดถึงจำนวนปีและจำนวนวันที่เราไม่ได้เจอหน้ากันเลย


“มองหาอะไรเหรอ”


“ที่นั่งน่ะ”


“นั่งนี่ดิ ข้างๆกูผมขยับตัวเองไปนั่งเก้าอี้อีกตัวส่วนไอ้ช็อคก็พยักหน้าแล้วนั่งลงข้างกัน


มึงตัวสูงขึ้นเปล่าวะ แต่ก่อนแม่งเตี้ยกว่ากูอีก


ใช่ กูร้อยแปดสิบกว่าแล้ว


ทำไมกูต้องมาหยุดที่ร้อยเจ็ดสิบด้วยเนี่ย เซ็งว่ะ


ก็เหมาะกับมึงดีความกวนตีนของมันไม่ได้หายไปเหมือนจำนวนปีที่ห่างกันเลย


สามปีที่ไม่เจอกัน ไม่รู้ทำไมเวลานั่งข้างกันแบบนี้ผมกลับไม่รู้สึกแปลกหน้า อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่เรารู้จักกันมันยาวนานมากกว่าช่วงเวลาที่ไอ้ช็อคหายไป


วันนี้ที่ได้กลับมาเจอกันนอกจากนิสัยของมันที่ดูจะไม่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ส่วนอื่นๆของมันกลับดูตรงข้ามกับความทรงจำในวัยเด็กของผมอย่างสิ้นเชิง ทั้งความสูงและความหล่อที่มองหน้ามันทีไรก็นึกอยากจะเอาเล็บข่วนหน้าสักทีสองที คือแม่งนอกจากจะสูงแล้วหน้ามึงยังหล่อขึ้นอีก แล้วอย่างนี้เวลาเดินด้วยกันสาวก็ต้องมองมันก่อนแน่ๆ ผมคิดผิดไหมวะที่เรียกให้มันมานั่งข้างๆ


แล้วไปไงมาไงวะมาเรียนคณะนี้ ไหนมึงอยากเรียนหมอไม่ใช่เหรอ ผมถามมัน


ก็สอบไม่ติด


ง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ


เออ กูไม่ได้อ่านหนังสือ”


“ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วสอบติดที่นี่ได้ไง”


“ก็แอดมิดชั่นปกตินั่นแหละ จิ้มมั่วๆแล้วมาตกที่นี่ผมเบ้ปากให้อดีตเพื่อนสนิท พูดมาได้จิ้มมั่วๆ มึงรู้ไหมว่ากูใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการสอบเข้าที่นี่ ไม่เห็นแก่หน้ากูก็เห็นแก่สมองและความเพียรพยายามของกูมั่งเถอะช็อค ว่าแต่มึงเถอะเมลที่เลือกคณะนี้ อย่าบอกนะว่าเป้าหมายมึงยังเหมือนเดิมอ่ะ


เป้าหมายอะไรล่ะ


มีแฟนไง


กูมีแฟนแล้วมั่นหน้ามากครับไอ้เมล รู้ตัวอีกทีก็โกหกอดีตเพื่อนสนิทไปคำโต ไอ้ช็อคมองหน้าผมอย่างไม่ค่อยเชื่อ เพราะตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา ผู้หญิงทุกคนจะลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าผมน่ารักเกินไปที่จะคบกับพวกเธอ แน่นอนว่าไอ้ช็อคเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ยืนหัวเราะและสมน้ำหน้าผมอยู่ข้างๆ ซึ่งสามปีที่ไม่มีมันชีวิตผมก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ เพราะงั้นผมจะไม่มีวันยอมเสียหน้าด้วยเรื่องบ้าๆอย่างการไม่มีแฟนเด็ดขาด


หึไอ้ช็อคยิ้มมุมปากแล้วเสมองไปทางอื่น มึงคิดว่าการที่มึงหันมองไปทางนั้นแล้วกูจะไม่เห็นเหรอวะ กูเห็นนะเว้ยว่ามึงแอบขำกับคำพูดกูอ่ะ


ขำพ่องผมผลักหัวมันไปที


เด็กน้อย


น้อยอะไรล่ะ


มีแฟนใหม่นี่ลืมน้องแฮนด์แฟนเก่าไปแล้วจริงๆดิแฮนด์ไหนวะ ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าที่มันพูดถึงน้องแฮนด์คือใคร จำได้ว่าโตมาจนป่านนี้ผมยังไม่เคยมีแฟนชื่อน้องแฮนด์เลยสักคน


ไม่ดิ ต้องบอกว่าไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ


แฮนด์ไหนวะ ไม่มีนะไอ้ช็อคยิ้มอีกแล้ว การยิ้มร้ายแบบนี้ของมันทำเอาผมเสียวสันหลังวาบไปเลย


แน่ใจเหรอวะว่าจำไม่ได้


“เออ ใครวะ”


“คนนี้ไง...” ไอ้ช็อคพูดพร้อมกับเลื่อนสายตาไปที่มือตัวเองแล้วทำท่าแปลกๆ มันกำมือหลวมๆแล้วขยับขึ้นลงช้าๆ


เชี่ยช็อค มาถึงก็เล่นกูเลยนะสาดดดดด


สมองผมวาบทันทีที่นึกภาพตัวเองกับไอ้ช็อคตอนที่ยังเป็นเด็กหัวเกรียนสมัยนั้น ความคะนองของเราทั้งคู่ทำให้มีครั้งแรกด้วยมือของกันและกัน ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี เพราะหลังจากนั้นผมก็จำได้แค่มือตัวเอง


พูดอีกก็เศร้าอีก ชีวิตกูนี่มันช่างน่าสงสาร ไม่เคยมีแฟนแถมเสร็จครั้งแรกด้วยน้ำมือคนอย่างไอ้ช็อค


สามปีจากคาราเมลเป็นอื่นเหรอวะ


อื่นพ่องไรช็อค


หน้าแดงว่ะเมล


แดงอะไรเล่า พอเลยเลิกพูดเรื่องเก่าเถอะ


โอเค ไม่พูดก็ได้ ว่าแต่แฟนมึงคนไหนวะ เป็นใครเหรอฉิบหายแล้ว เอาไงดีวะเนี่ย ถ้าโมเมตอบไปมันต้องจับได้แน่ๆ


ถามเหมือนมึงจะรู้จัก


ก็ถามเฉยๆ เผื่อคนแถวนี้แม่งขี้โม้


กูจะไปโม้อะไร แฟนกูชื่อฝนตอนนี้เรียนอยู่อักษร คบกันมาตั้งแต่ม.4 แล้วโทษทีนะฝนกูขอยืมชื่อมึงมาเป็นแฟนกูสักวันละกัน เดี๋ยวไงต้องไลน์ไปบอกมันก่อนไม่งั้นแม่งมีเอ๋อแดกแน่


เหรอวะ


เออดิ ว่าแต่มึงเถอะเป็นไงมั้ง มีคนไหนที่คบจริงๆจังๆไหมวะไอ้ช็อคไม่เคยคบใครจริงจังตั้งแต่ม.ต้น ไม่รู้ว่าสามปีที่ไม่ได้เจอกันมันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน


ไม่ว่ะ ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ แต่ก็คุยเรื่อยๆนะที่พูดมาเหมือนจะกดกูกลายๆเลยนะครับ แหมมีคนคุยเรื่อยๆ ว่าแต่มึงดัดฟันด้วยเหรอ


ใช่ น่ารักป่ะผมยิงฟันให้มันดูใกล้ๆ ไอ้ช็อคยิ้มแล้วผลักหัวผมเต็มแรง


เจ็บนะ ผลักแรงไปไหมมึง


ก็มึงเอาหน้ามาใกล้กูไปอ่ะ


ทำไมวะ มึงแพ้คนดัดฟันเหรอผมยิงฟันให้มันอีกที ไอ้ช็อคส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นบีบปากผม


ไม่ได้แพ้อะไรทั้งนั้นอ่ะ กูเห็นหน้ามึงแล้วคิดถึงสก๊อยแถวบ้าน มันชอบดัดฟันสีชมพูเหมือนมึงเลย


สก๊อยบ้านมึงดิ” ผมด่าด้วยผลักหัวมันไปด้วย มาหาว่าผมเป็นสก๊อยได้ไง กูไม่ใช่คนนั่งนะเว้ยกูเป็นคนขับเพราะงั้นได้โปรดเรียกกูว่าเด็กแว๊นก็พอ แล้วนี่กูจะมาร่ำรี้ร่ำไรอะไรเนี่ย “เออว่าแต่มึงมาอยู่หอเหรอวะ


ผมเปลี่ยนเรื่องคุย สมองจะได้ไม่โฟกัสเรื่องแว๊นกับสก๊อยอีก


ใช่


ดีว่ะกูก็อยากอยู่หอบ้าง


มาอยู่กับกูดิ


ได้เหรอ


“ได้...มาไหม” น้ำเสียงที่ถามไม่เท่ากับสายตาที่ส่งมาให้ ผมรู้สึกว่ามันแปลกมากจนต้องรีบหัวเราะกลบเกลื่อน


“ฮ่า ฮ่า กูล้อเล่น”


“ก็รู้อยู่แล้ว” ไอ้ช็อคยักไหล่แล้วเอื้อมมือมาขยี้หัวผมจนยุ่ง แม่งยังเป็นคนที่ชอบวุ่นวายกับหัวผมเหมือนเดิม


หวัดดีๆเสียงทักจากด้านหลังทำให้ผมกับไอ้ช็อคหันกลับไปมอง พอไอ้ช็อคเห็นว่าใครเป็นคนเข้ามาทัก มันก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นี่แฟนมึงเหรอวะช็อค


เฮ้ยไม่ใช่ผมปฏิเสธ ส่วนไอ้ช็อคส่ายหน้าด้วยท่าทางเอือมระอาเต็มที


อ่าวเหรอคิดว่าใช่ซะอีก ฮ่า ฮ่า โทษทีว่ะ กูเห็นมึงสองคนแล้วรู้สึกถึงรังสีชมพูอมม่วงม่วงบ้านป๊ามันน่ะสิ


กูชื่อบอยนะ ไอ้นี่ชื่อไจ๋ เรียกสั้นๆว่าไจ๋รัน จั๋นรายยยยย ก็ได้


จั๋นราย พ่องมึงสิไอ้บอย ไจ๋เฉยๆก็พอเถอะไม่ต้องผวนไปผวนมาผมพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไอ้ไจ๋ต้องการจะสื่อ เพราะแค่นี้ในหัวผมก็ได้ยินชื่อจั๋นรายของไอ้ไจ๋ผวนไปผวนมาอยู่แล้ว แล้วมึงชื่ออะไรรู้จักกับเพื่อนกูได้ไงวะมันมาจากโรงเรียนเดียวกับกูไม่น่ารู้จักใครแถวนี้”


“อ๋อ” ผมกำลังจะตอบคำถามไอ้ไจ๋


“นั่นดิ หน้าตามึงอินเตอร์ขนาดนี้น้ำหน้าอย่างไอ้ช็อคไม่มีทางรู้จักแหงๆ แต่ก่อนที่ผมจะตอบ ไอ้บอยก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน


คือ...”


“แถมหน้าตาแบบนี้ นอกจากแฟนก็ไม่สามารถคิดเป็นอื่นไกลได้จริงๆ” ทั้งไอ้ไจ๋และไอ้บอยผลัดกันพูดแทรกผมไปมาจนไม่เว้นช่องว่างให้ผมได้พูดเลยสักครั้ง


“สรุปมึงสองคนอยากรู้อะไร ลิสรายการมาให้กูก็ได้นะ จะได้ตอบทีละข้อ” จะไม่ให้ผมพูดออกมาได้ไง พวกแม่งเล่นถามและพูดแทรกจนผมไม่รู้จะเริ่มตอบอันไหนก่อน


“ฮ่า ฮ่า โทษๆ งั้นเอาแค่มึงชื่ออะไรแล้วรู้จักกับไอ้ช็อคได้ไงพอ” เป็นไอ้ไจ๋ที่เปิดโอกาสให้ผมได้เป็นคนตอบคำถาม


“กูชื่อเมล”


“อ๋ออ เมลเหรอออออ” พวกมันอ๋อยาวมากจนผมทำหน้างง “ต่อเลยครับ ต่อเลย”


“ที่กูรู้จักกับไอ้ช็อคเพราะมันเป็นเพื่อนข้างบ้านตั้งแต่ประถมจนถึงม.ต้น แต่หลังจากจบ ม.3 มันก็ย้ายไปเรียนที่อื่น


ที่แท้เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้นี่เองงงงงเพื่อนไอ้ช็อคทั้งสองคนดูเป็นคนเฟรนลี่และเข้ากับคนอื่นง่าย แถมพวกมันยังมีเรื่องเล่าเผาไอ้ช็อคตอนที่อยู่เชียงใหม่ให้ผมฟังอีก ซึ่งมันก็ดีนะมันทำให้พวกเราทั้งสี่คนสนิทสนมกันมากขึ้น


น้องๆกลุ่มนี้ขอถ่ายรูปหน่อยสิมีพี่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาทักพวกเรา ผมหันไปหากล้องชูสองนิ้วแล้วยิ้มยิงฟันจนเห็นเหล็กดัด ส่วนไอ้สองคนข้างหลังทำท่าซารางเฮโยจนพี่ๆเขาขำออกมา


น้องเมลขยับให้ใกล้น้องช็อคหน่อยสิ ไม่เข้าเฟรมเลยเพราะมีป้ายชื่อที่ห้อยคอไว้เลยทำให้พี่เขาเรียกชื่อพวกเราถูก


แบบนี้ได้ไหมอ่ะครับผมเอียงคอขยับหน้าไปจนศีรษะจะวางอยู่บนไหล่ไอ้ช็อค แอบได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆจากพวกพี่เขาด้วย แต่ก็เหมือนจะไม่มีอะไรเพราะพอผมลองเลิกคิ้วถามพี่ๆพวกนั้นก็ยิ้มแล้วพูดขอบคุณเท่านั้น


เออพวกมึงเรามาแอดเฟซบุ๊กกันก่อนดีกว่าไอ้ไจ๋พูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มาแอดเฟซบุ๊กผม ไม่ต่างจากไอ้บอยที่ส่งมือถือมันมาให้ผมแอด ส่วนไอ้ช็อคมันไม่ได้หยิบมือถือออกมาให้เหตุผลว่าแบตเตอรี่หมดเดี๋ยวกลับหอไปจะไปแอดต่อจากพวกไอ้ไจ๋และไอ้บอยเอง


เดี๋ยวกูตั้งกรุ๊ปไลน์เลยละกันเวลามีอะไรจะได้คุยกันสะดวก ว่าแต่มึงเรียนสาขาไหนวะคาราเมล


คอมพิวเตอร์ แต่เดี๋ยวนะมึงรู้ได้ไงวะว่าชื่อเล่นเต็มๆกูชื่อนี้


เอ่อ...ก็ขนาดไอ้ช็อคยังชื่อช็อคโกแลตได้เลยนับภาษาอะไรกับคนอย่างมึงจะชื่อคาราเมลไม่ได้วะ ชื่อเด็กกรุงเทพฯมันก็แนวๆนี้ไหมอ่ะ ดูแบบมีตัวอักษรเยอะๆ อ่านยากๆอะไรแบบนี้ เมื่อกี้ตอนกูเดินมากูยังเห็นคนชื่อ ส---ร เลย ซึ่งตอนกูเห็นชื่อกูก็อ่านตรงตัวนะ สอนสอนรุ่นพี่เรียก แต่จริงๆแม่งชื่อ สอ-ระ-สอน พ่องตาย ตั้งชื่อลูกเอาซะกูปวดหัว”


ฮ่า ฮ่า มันก็แบบนี้แหละมึง สมัยนี้เอาให้อ่านยากและปวดหัวเข้าไว้ก่อน คนจะได้จำได้ผมพูดตอบไอ้บอยไปเออ ว่าแต่พวกมึงสามคนได้อยู่หอด้วยกันหรือเปล่าวะ


ไม่ว่ะพวกกูแยกกันอยู่ คนละหอ คนละซอย คนละที่ คนละชั้น จริงๆถ้าอยู่กันคนละโลกกับพวกมันได้กูก็อยากให้เป็นแบบนั้น” เชี่ยบอยแม่งกวนตีน


คิดว่ากูอยากอยู่โลกเดียวกับมึงงั้นเหรอบอย”


“แหม ใครจะไปรู้ล่ะไจ๋ บางทีมึงอาจจะแอบชอบกูอยู่ก็ได้” มันสองคนด่ากันไปด่ากันมาจนผมต้องรีบเข้าไปเบรค


“เดี๋ยวๆ พวกมึงใจเย็น สรุปคืออยู่กันคนละหอ”


“ถูกต้อง” ทั้งไอ้บอยและไอ้ไจ๋หันมาตอบผมพร้อมกัน


“ทำไมไม่อยู่ด้วยกันวะ จะได้หารค่าเช่าหอ ประหยัดไปตั้งหลายบาท


เฮ้ยเมล บ้านกูมีตังค์ว่ะเพื่อนเออกูรู้ดูจากหนังหน้ามึงก็เดาออก แต่ไม่ต้องใช้สายตาด่ากูขนาดนั้นก็ได้ไหม กลัวแล้ว แต่สาเหตุหลักๆที่กูไม่อยากอยู่กับพวกมัน เพราะกูคงรับไม่ได้ถ้าไอ้ไจ๋หรือไอ้ช็อคพาสาวมาซั่มที่ห้องจนกูต้องระหกระเหินไปอยู่ที่อื่น”


“อ่าฮะ” ผมพยักหน้าเข้าใจ ถึงแม้ในใจลึกๆจะอยากขำกับคำพูดและท่าทางของไอ้บอยมากแค่ไหนก็ตาม


แหมมม ทำเป็นพูดนะครับคุณบอย ทั้งๆที่มึงเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องแยกหอเพื่อพาสาวมาซั่มไม่เหรอครับ มันนั่นแหละเมลที่บอกว่าถ้ามีสาวก็อยากจะส่วนตัวนั่นนี่ผมหัวเราะกับคำพูดไอ้ไจ๋แล้วหันไปมองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ


“ว่า” มันถามหลังจากที่ผมมองมันอยู่สักพัก


นิสัยมึงกับเพื่อนเหมือนกันจังเลยนะ


“ไม่เหมือนนะ กูไม่ได้คิดจะพาใครมาทำอะไร กูแค่ต้องการความสงบ”


“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะไปอยู่วัดนะครับ”


“เออว่ะ ความคิดดี” สุดท้ายวันรายงานตัววันแรกก็จบลงด้วยการที่ผมมีเพื่อนในกลุ่มเพิ่มมาอีกสามคน คือไอ้บอย ไอ้ไจ๋และอดีตเพื่อนสนิทอย่างไอ้ช็อค


มันก็สนุกดีนะ ได้เจอเพื่อนที่เคยสนิทแถมเพื่อนใหม่ก็ดูท่าจะเข้ากันได้ง่ายๆ

 


ติ้ง...!

Choc Teeran ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนกับคุณ

 

ผมกดรับเพื่อนทันทีที่ไอ้ช็อคแอดมา ไม่ลืมที่จะเข้าไปส่องเฟซบุ๊กมันด้วย อยากรู้ว่าช่วงเวลาสามปีที่ไม่เจอหน้ากันมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า


ติ้ง

ติ้ง

ติ้ง


แต่ก่อนที่ผมจะได้ดูอะไร เสียงแจ้งเตือนจากเฟซก็ดังขึ้นถี่ๆ สาเหตุมาจากไอ้ช็อคที่กำลังไล่กดไลค์อัลบั้มรูปผมอยู่

 


Mel Worawut ปั้มไลค์ไงสัด กดไรนักหนาวะเครื่องมันเด้งเว้ยช็อค กับ Choc Teeran

 


ไม่ด่าในไลน์กลุ่มด้วยโพสต์หน้าเฟซบุ๊กแม่งเลย

 


Choc Teeran โทษๆเห็นน่ารักดีเลยไลค์

JaiJai F5 ฮิ้ววววววววววววววว กูว่ามันจะเป็นตำนาน

บอย ปะยาง เขากลับมาแล้วครับผม

Itipat Prumin คนนี้เหรอวะ

Droddeaw เฮ้ยยแจ่มแมวมากไอ้สัด

 


ไอ้บอยกับไอ้ไจ๋อ่ะผมรู้จักแต่คนอื่นๆนี่ดิ ใครวะ ทำไมจู่ๆเข้ามาแซวผมเหมือนรู้จักกันซะอย่างนั้น

 


Choc Teeran พวกมึงพอเลย เพื่อนกูไอ้สัด

Itipat Prumin อ่าวเหรอ เห็นน่ารักคิดว่าได้ทอมแถวไหนมาาาา

Choc Teeran ทอมที่มึงว่าป่านนี้คงนอนทึ้งหัวอยู่บนเตียงเพราะเห็นข้อความที่บอกว่าตัวเองเหมือนทอมเรียบร้อย 555

Mel Worawut ทอมพ่องงง

Tum korakot เกรี้ยวกราดไปอีกกกกกกก

Tonson กูชอบๆๆๆ

Choc Teeran +1 *สติ๊กเกอร์ชี้ขึ้นข้างบน*

บอย ปะยาง 5555555555555555 นี่มันช็อคคนจริง

 


ผมหัวเราะกับมุขแซวไปแซวกลับของเพื่อนๆมันในเฟซบุ๊ก ดูท่าทางแต่ละคนก็น่าจะสนิทกันดี


จริงๆถ้านับช่วงที่หายไปสามปี ผมกับไอ้ช็อคเรารู้จักกันมาจะสิบสองปีแล้ว ช่วงเวลายาวนานขนาดนั้นผมคงปฏิเสธความจริงเรื่องที่ช็อคเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าสามปีที่เราสองคนไม่เจอกัน ต่างคนก็ต้องต่างมีเพื่อนใหม่ ไอ้ช็อคดูสนิทกับพวกเพื่อนๆ ผมเองก็มีเพื่อนใหม่ที่สนิทด้วยไม่น้อย ทั้งๆที่ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงกลับรู้สึกอิจฉาเพื่อนไอ้ช็อคอยู่นิดๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.697K ครั้ง

5,072 ความคิดเห็น

  1. #5069 iss12070 (@iss12070) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 17:54
    กลับมาอ่านอีกรอบ ตอนนี้มาร์คมีนคือเรียนจบไปแล้ว55555555 คู่เพื่อนสนิทของเค้าาา
    #5069
    0
  2. #5067 Asdryhgh (@Asdryhgh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 17:28
    อยากมีชีวิตอย่างนี้จังงง เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเนี่ยยย แต่เมียดายนิยมมองผู้ชายกับผู้ชายรักกันมากกว่า การเสียมละของสาววายข่างหน้านับถือออ *_*
    #5067
    0
  3. #5059 Eternal love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 12:05

    อ่านแล้วนึกถึง saveG

    #5059
    0
  4. #5043 lluv KAITO vull (@kakdtskaito) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 18:06

    แล่วๆๆๆ
    #5043
    0
  5. #5036 26430 (@26430) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:12
    อ่านแล้วนึกถึงมาร์คมีน555
    #5036
    0
  6. #5022 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:00
    กลับมาอ่านอีกครั้ง
    #5022
    0
  7. #5021 n.05nari (@c-chipper) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 23:33
    ขอมอบเพลง ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย~ ให้น้องเมลลลล /มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าเพื่อนเขาแอบชอบเทอ
    #5021
    0
  8. #5019 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:38
    เเงงงง น้องเมลลลบ
    #5019
    0
  9. #4993 Biekps99 (@Biekps99) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:04
    เขารู้กันหมดทุกคนเลยสงสารน้อง 55555​
    #4993
    0
  10. #4982 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 17:27

    เราจะอ่านวนไปเรื่อยๆเลย ฮ่าฮ่า
    #4982
    0
  11. #4980 eyeinkth (@whyeye) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:42
    ทุกคนรู้หมด ยกเว้นลูกชั้น
    #4980
    0
  12. #4954 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 11:02
    55555555
    #4954
    0
  13. #4924 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 14:54
    ช็อคนี่มีซัมติง55555
    #4924
    0
  14. #4893 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:51
    ฟีลมาร์คมีนมันได้ว่ะแก เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก มีนก็ดัดฟันด้วย
    #4893
    0
  15. #4881 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:18
    ทำไมเพื่อนต้องแซวอ่ะ รู้อะไรมาหรอบอกบ้างดิ55555555
    #4881
    0
  16. #4878 PaPiz (@PrimXoL) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 18:59
    มาร์คมีนว่ะ555
    #4878
    1
    • #4878-1 ___JANJAO_ (@___JANJAO_) (จากตอนที่ 1)
      13 เมษายน 2562 / 16:25
      เหมือนสุดๆๆ
      #4878-1
  17. #4861 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 17:26
    แหมมมม ช็อค
    #4861
    0
  18. #4854 สามีโยชิโกะ (@Aommy_0525) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 14:14
    นึกถึงมาร์คมีนมากเเกร เเง555 เจอตั้งเเค่เด็กยันมหาลัย
    #4854
    1
  19. #4818 Kokawlove (@Kokawlove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:16
    มาร์คมีน เป็นช็อคเมลใช่ไหมม
    #4818
    0
  20. #4804 Haiyum (@Haiyum) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:20
    น่ารักเนอะ 5555
    #4804
    0
  21. #4758 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 09:35

    บ้าาาาาเพื่อนกัล
    #4758
    0
  22. #4733 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:32

    ฮื่อออออ ฉันเขินนนน

    #4733
    0
  23. #4712 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 09:45
    น่ารักก555555
    #4712
    0
  24. #4688 Ehoy_B (@-babybabe-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 08:15
    +1 *สติ้กเกอร์รูปหัวใจ*
    #4688
    0
  25. #4635 WiparinNuamnaree (@WiparinNuamnaree) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 04:34
    กลับมาอ่านรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้สนุกมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะอุอิ
    #4635
    0