(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 62 : 08 : A FOX WEDDING (5/?) -狐の嫁入り-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    15 ก.ค. 62

   Title:  A fox wedding 

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe/FANTASY,Angst, Romantic

Rate: PG

Word: 6735/?????

Note: On a day when the sun shines bright and the rain falls, in daylight to late at night, groom's fox meets his bride.

Warning: Name's change

Note2: ฟิครายปีมาอัพแล้วนะคะ แนะนำให้อ่านใหม่ถ้าลืม เพราะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตอนเก่าๆพอสมควรเลยค่ะ 

Note3: ยังไม่ได้แก้คำผิด





 

 

สายลมของฤดูหนาวพัดโชยมาเร็วกว่าที่คิด


จิซึรุก้าวเท้าออกจากตึกเรียนที่ตนเองคุ้นตากว่าสามปี มองเห็นใบสีส้มเข้มพากันพลัดหล่นตามแรงลมก็แย้มยิ้ม เด็กหนุ่มที่ตอนนี้สูงขึ้นเล็กน้อยหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของตนขึ้นมามอง เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วแต่ยังไม่เห็นวี่แววของการติดต่อกลับจากคนที่รอก็ส่ายหัว สองเท้าจึงเริ่มก้าวเดินต่อ ขึ้นรถเมล์ป้ายประจำ ไม่นานก็มาถึงจุดหมายปลายทาง


            สำนึกฝึกศิลปะการต่อสู้แบบโบราณ เนื่องจากเป็นเวลาค่ำแล้วจึงไม่มีวี่แววของคนอยู่


            ใช่— เขาหมายถึงมนุษย์


            “ยูกิ คุณจิซึรุมาแหน่ะ!” เด็กหนุ่มในชุดยูกาตะสีตุ่นเป็นตนแรกที่สังเกตเห็นเขา ใบหูสามเหลี่ยมกระดิกทันทีที่เห็นจิซึรุกำลังถอดรองเท้าที่ชั้นวาง


            “สวัสดี คาโอรุ” เขายิ้มตอบ ก่อนจะทักทายเจ้าอินุกามิตัวน้อยที่ดูเหมือนจะมีร่างกายที่เจริญเติบโตเร็วกว่ามนุษย์ทั่วไป จากนั้นจึงได้ยินเสียงตึงตังเหมือนคนกำลังรีบ พอพาตัวเองเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่คนที่เขารอมาถึงที่หน้าประตูไม้พอดี


            “จิซึรุ ข้า” “ซ้อมจนลืมเวลาอีกแล้วสินะ” เด็กหนุ่มพูดสวนก่อนจะหัวเราะ ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร

 


            เผลอไผลไปชั่วครู่ เวลาก็ผ่านไปแล้วถึงสองปี ไวราวกับชั่วพริบตา


            ในช่วงเวลานี้ เพราะจิซึรุวุ่นวายกับการเรียนที่เข้มข้นขึ้นเขาจึงไม่ได้แวะเวียนกลับไปที่บ้านคุณยายอีก แต่ก็ยังคอยโทรศัพท์ไปไถ่ถาม รู้ว่าคุณยายสบายดีก็หมดห่วง วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของเขาสำหรับชั้นปีที่สาม พวกเขามีเวลาพักผ่อนอีกประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่จิซึรุจะต้องเริ่มฝึกงานที่โตเกียว


            พวกเขาตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมบ้าน


            ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนมองเจ้าของเส้นผมสีดำสนิท เพราะต้องปะปนอยู่กับมนุษย์ในเมืองหลวงยูกิถึงต้องพรางสีผมและสีดวงตาให้เหมือนมนุษย์ทั่วไป เวลาผ่านไปเพียงแค่สองปี แต่อีกฝ่ายกลับตัวสูงกว่าเขาอยู่นิดหน่อย ผิวขาวราวกับหิมะของเจ้าตัวขึ้นสีระเรื่อภายใต้ชุดฝึกซ้อมสีดำพร้อมขยับขึ้นลงตามการหายใจ เห็นดวงตาคู่นั้นมองมาอย่างสำนึกผิด— ที่บอกว่าจะไปรับเขาถึงตึกคณะก็ส่ายหัวเบาๆแล้วล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตตัวในขึ้นซับเหงื่อตรงข้างขมับ


            ยูกิก็อย่างนี้ หากเป็นเรื่องฝึกซ้อมแล้วละก็ ต่อให้เป็นจิซึรุก็ถูกลืม แต่เขากลับชินเสียแล้ว


            “ยูกิไปซ้อมต่อเถอะ เดี๋ยวฉันนั่งดูยูกิซ้อมนะ”


            “ไม่ๆ ไม่ซ้อมแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่า”


            “แต่ยูกิยังติดพันอยู่ไม่ใช่เหรอ ซ้อมให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ฉันรอได้” และเสียงหวานๆของจิซึรุทำให้ใจที่ร้อนรนของยูกิเย็นลง เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับเข้าไปในกลุ่มเพื่อนโยไค จึซึรุเห็นอย่างนั้นก็มองหามุมที่คิดว่าไม่น่าจะโดนลูกหลงแล้วนั่งลงเงียบๆ มองดูคลื่นหลากสีพุ่งเฉวียนไปวนมาอย่างตื่นตา


            การต่อสู้ของโยไคเนี่ย ให้มองกี่ครั้งก็ตื่นตาเหลือเกิน


            จิซึรุกลับมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ส่วนยูกิที่เพิ่งจะเข้าเมืองหลวงเข้าทำงานที่สำนักปราบปรามซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของท่านคาสึกิ เพื่อนสนิทของท่านเอนโด แม้ว่าโลกของเราจะหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ผ่านวิวัฒนาการมาไกลเท่าไร สิ่งที่ยังคงอยู่คู่ดินแดนอาทิตย์อุทัยนี้ก็คือโยไคทั้งหลาย หากแต่ไม่ใช่เพียงเพื่อการคุ้มครอง มีโยไคบางประเภทที่ต้องการใช้ประโยชน์จากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เข้ามาปะปนวนเวียนอยู่ในหมู่มนุษย์เพื่ออาศัยความมืดดำในจิตใจ กัดกินและสร้างความวุ่นวาย สำนักปราบปรามของยูกิมีขึ้นก็เพื่อควบคุมดูแลความเรียบร้อยของโตเกียวและป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องราวที่มีสาเหตุมาจากโยไคเหล่านั้น


            ยูกิเองก็พัฒนาฝีมือขึ้นมากจากเมื่อก่อนที่เคยได้แต่ฝึกการต่อสู้แบบจิ้งจอก โตเกียวเป็นศูนย์รวมของโยไคมากหน้าหลายตา (ที่บอกว่าหลายตานั้น จิซึรุหมายความอย่างนั้นจริงๆหลังจากที่ได้เห็นโยไคบางตนมีสี่หรือว่าห้าดวงตา)



            ท่านคาสึกิผู้เป็นเจ้าสำนึกคือร่างแปลงของการาสุเทนกุ อาศัยอยู่ในโตเกียวมานานนับแต่ที่มีสงครามการเมืองเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว ใครๆต่างก็เกรงกลัวท่านคาสึกิเพราะท่านเข้มงวดและมักจะจ้ำจี้จ้ำไชให้โยไคในสังกัดฝึกซ้อมอยู่เสมอ หากแต่ท่านคาสึกิกลับเอ็นดูจิซึรุและมักจะหาของแปลกๆมาให้เขาอยู่เสมอ ยูกิบอกว่าท่านคาสึกิยอมจากบ้านเกิดเมืองนอนมาก็เพราะชอบมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะชอบจิซึรุมากเป็นพิเศษ


            เด็กมนุษย์ที่วิวาห์กับจิ้งจอก ราวกับนิทานปรัมปราอย่างไรอย่างนั้น


            “เอ้า จิซึรุ วันนี้ลมอะไรถึงพัดเจ้ามาถึงที่นี่ละ”


            “ก็เพราะว่ามีใครบางคนลืมฉันไว้ที่มหาลัยล่ะ” ฮายาโตะ— อินุกามิซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของยูกิ เขาเป็นวิญญาณที่ถูกท่านคาสึกิช่วยเหลือและเข้าร่วมสำนักก่อนยูกิไม่นาน ทั้งคู่จึงสนิทกันราวกับพี่น้อง ฮายาโตะนิสัยร่าเริงเป็นกันเองและมักจะเข้ามาพูดคุยกับจิซึรุอย่างไม่รังเกียจเหมือนกับโยไคบางตน


            “ระวัง!


            จิซึรุเหลือบดวงตา เห็นลูกไฟสีฟ้ากำลังพุ่งเข้ามายังตนเองก็รีบกระโดดหลบ ขณะที่คิดว่าจะต้องล้มหน้า

คว่ำอย่างน่าเกลียดก็สัมผัสถึงผิวเนื้อผ่านรอยแหวกของสาบเสื้อแทนที่กับพื้นไม้แข็งๆ


            “จิซึรุ ปลอดภัยมั้ย!?” ดวงตาสีดำสนิทของยูกิฉายแววร้อนรน มือข้างหนึ่งที่ประคองร่างของเขากดกลุ่มผมของจิซึรุเข้ากับแผ่นอกของตัวเอง อีกข้างหนึ่งก็ยกขึ้นกำลูกไฟ บดขยี้จนมันหายไป


            “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร”
            “เร็วขึ้นมากเลยนะเนี่ย ยูกิคุง” ฮายาโตะนั่งยองๆ มองทั้งสองคนที่นอนแผ่กับพื้นไม้


            “ทำไมนายไม่ดึงจิซึรุเล่า ไอ้บ้า”


            “ก็รู้ว่านายต้องมาทันนี่นา อีกอย่าง คนที่เป็นพระเอกของจิซึรุคุงน่ะก็คือนายนะยูกิคุง” ได้ยินอย่างนั้นยูกิก็รู้สึกว่าคนที่นอนอยู่บนตัวเขากำลังหน้าร้อน ถึงจะอยากเห็นแก้มแดงๆของจิซึรุแต่เขาก็อยากเห็นมันคนเดียวมากกว่า ไม่อยากให้ใครได้เชยชมมนุษย์คู่วิวาห์ของตน


            “ฮึ้ย ให้มันได้อย่างนี้สิ”


            “งั้นวันนี้พวกเราก็พอแค่นี้ก่อนมั้ย ท่านคาสึกิชวนพวกเธอทุกคนรับสำรับเย็น จิซึรุคุงด้วยนะ” เจ้าของเสียงนั้นคือพี่สาวยูกิอนนะ ปีศาจหิมะที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของท่านคาสึกิ หล่อนทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในสำนักปราบปรามนี้และดูแลเรื่องปากท้องของทุกคน

            


            ห้องรับประทานอาหารแบบโบราณเป็นที่ถูกใจของจิซึรุมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยได้เข้ามา บรรยากาศเก่าแก่และเครื่องใช้แบบที่แทบจะไม่หลงเหลือให้เห็นอยู่ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างก็พากันไปใช้จานชามพลาสติกแทนที่เครื่องลายครามนั้นจิซึรุไม่เห็นจะชอบ แม้กระทั่งเครื่องชามที่ห้องเล็กๆของเขากับยูกิก็ยังเป็นเครื่องใช้โบราณจากที่บ้านของยูกิ หากเป็นวันสบายๆที่ไม่ต้องออกไปไหนทั้งคู่ก็จะสวมยูกาตะ จุดเครื่องหอมในห้องแม้ว่ามันจะดูขัดกันกับแลปท็อปของเขาก็เถอะ



            “ไม่ได้มาสักพักเลยนี่นะ จิซึรุคุง” หลังจากที่ทุกคนพร้อมใจกันนั่งลงตามลำดับ ท่านคาสึกิก็เข้ามา เทนกุในชุดยูกาตะสีดำลงยาลวดลายสีทองยังคงดูน่าเกรงขามไม่เปลี่ยนแม้จะมิได้อวดปีกสีดำสนิทของตน


            “ขอรับ ท่านคาสึกิ ช่วงที่ผ่านมาผมมีสอบปลายภาค เพิ่งจะเรียบร้อยดีก็วันนี้” เขายิ้มรับ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเจ้าภูติรับใช้ที่รินเหล้าบ๊วยสำหรับมนุษย์ให้กับตนแล้วยกจอกขึ้นจรดริมฝีปาก สำนักของท่านคาสึกิใส่ใจเรื่องพวกนี้มาก อย่างสาเกและเหล้าที่จัดให้แต่ละสำรับของโยไคก็จะต้องพิจารณาก่อนว่าโยไคตนไหนไม่ถูกกับเหล้าชนิดอะไร อย่างเช่นเหล้าในกาของยูกิก็จะไม่มีวันเป็นเหล้าบ๊วยอย่างของเขาเป็นอันขาด เพราะพวกโยไคขี้โวยวายนักละเวลาที่เมา


            “เห็นพวกเจ้าจะกลับบ้านเกิดของยูกิ ข้าเองก็มีของจะฝากกลับไปให้เอนโดเหมือนกัน”


            “ช่วงนี้โยไคไม่ค่อยออกมาก่อความวุ่นวายในโตเกียวเท่าไร ถึงจะเป็นผลดีของพวกเราแต่ก็ไม่ควรประมาท” เขายกมือเป็นสัญญาณให้กับทุกตนในห้องนั้นเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มมื้ออาหาร จิซึรุชิมรสผักดองในถ้วยเล็กเป็นอย่างแรก พี่สาวยูกิอนนะถึงจะไม่เคยทำอาหารมนุษย์มาก่อนที่จะได้เจอเขาแต่เจ้าตัวก็ทำอาหารคนกินออกมาได้ดีมาก เพื่อนๆโยไคของยูกิที่จิซึรุได้เจอส่วนใหญ่ก็เป็นมิตร ส่วนน้อยนักที่จะไม่เข้ามาวุ่นวายกับเขาก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้

            


            คืนนี้พระจันทร์ถูกบดบังไปเกินกว่าครึ่งดวง เงาของขาทั้งสองคู่เดินเคียงกันไปตามเส้นทางคอนกรีต มองเห็นรองเท้าผ้าใบของตัวเองแหละผ้าใบสีขาวสะอาดของยูกิจิซึรุก็ยิ้มขำ เพราะเจ้าตัวไม่เคยชินกับรองเท้าผ้าใบของมนุษย์จึงไม่ชอบที่จะใส่มันเท่าไรนัก


            “ยิ้มอะไร” ยูกิกระชับกระเป๋าเป้ของจิซึรุที่เต็มไปด้วยหนังสือเรียนของเจ้าตัว มองเขาด้วยความสงสัย


            “แค่คิดว่ายูกิไม่ชอบใส่รองเท้าพวกนี้ ปิดเทอมนี้กลับไปน่าจะรู้สึกดีขึ้นน่ะ” 


            “อื้อ ยังไงข้าก็ชอบเวลาที่เท้าสัมผัสหญ้าตรงๆมากกว่า” ยูกิชินแล้วกับการที่เท้าของตัวเองจะต้องมีสิ่งห่อหุ้มเพื่อป้องกันความร้อนและสิ่งสกปรก คราแรกที่ได้เห็นเมืองหลวงทุกสิ่งก็ดูตื่นตาตื่นใจดี แต่เขารู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา อากาศรึก็ปะปนไปด้วยพิษที่เกิดจากเครื่องจักรของพวกมนุษย์ ต้นไม้เหี่ยวเฉาไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนที่บ้าน


            “อดทนอีกนิดนึงนะ ฉันสัญญาว่าตอนที่เรียนจบแล้วเราจะกลับไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน” จิซึรุตั้งใจว่าจะทำงานเกี่ยวกับภาษา หลังจากเรียนจบก็คิดว่าจะย้ายกลับไปที่บ้านคุณยาย รับงานอิสระหรือสอนหนังสือ เขาเองหลังจากที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาสักพักก็เข้าใจดีกว่าคนรักไม่ชอบบรรยากาศในเมืองอย่างนี้ ที่ยูกิทนอยู่ก็เพราะว่าเขา


            “ไม่เป็นไรหรอก ที่ของข้าก็คือที่ข้างๆเจ้า จริงๆนะ”


            “ยูกิปากหวานไปเรื่อย”


            “เจ้าก็กินปากข้าอยู่บ่อยๆนี่ น่าจะรู้” 


            “ไม่คุยกับยูกิแล้ว!


            จิซึรุได้ยินเสียงจิ้งจอกหนุ่มหัวเราะ พวกเขาเดินมาถึงหอพักนักศึกษาซึ่งเป็นบ้านของพวกเราในที่สุด ห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินกว่าจะอยู่สำหรับสองคน ไม่มีเตียงเพราะยูกิไม่ชินกับการนอนแบบอื่น พวกเราจึงมีฟูกนุ่มๆพับเก็บเป็นระเบียบอยู่ที่มุมห้องฝั่งหนึ่งแทนที่และมันทำให้ห้องดูกว้างกว่าที่ควรจะเป็น ถัดมาเป็นโต๊ะอ่านหนังสือของจิซึรุที่เจ้าตัวมักจะจัดเครื่องเขียนและชั้นวางหนังสือข้างๆให้เป็นระเบียบ มีโต๊ะอุ่นตัวเตี้ยให้จิ้งจอกใช้เวลาที่อากาศหนาวมาเยือน ห้องครัวและตู้เย็นซึ่งคนที่เป็นคนใช้บ่อยๆก็ไม่พ้นจิซึรุเพราะยูกิเอะอะก็ไม่ยอมเข้าครัว ถ้าไม่ทำให้ก็จะกินเนื้อดิบจนเขาอ่อนใจ


            “อากาศเริ่มเย็นแล้ว กินหม้อไฟกันเถอะ” เมื่อวันก่อนอยู่ดีๆเจ้าจิ้งจอกก็เป็นคนพูดก่อนเองว่าอากาศหนาวกำลังจะมาเยือน จิซึรุรู้ดีว่าสัญชาตญาณของพวกจิ้งจอกนั่นดีนักถึงได้แวะซื้อวัตถุดิบสำหรับทำหม้อไฟมาก่อนแล้ว ทั้งที่พวกเราก็พากันลองชิมอาหารชาติอื่นเมื่อมีเวลาแต่อย่างไรของโปรดยูกิก็คืออาหารญี่ปุ่นเท่านั้น


            “ข้าอยากกินเนื้อ”


            “แวะซื้อมาให้แล้วละ” เขามองยูกิที่ชั่วพริบตา เสื้อผ้าแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปก็เปลี่ยนเป็นยูกาตะสำหรับอยู่บ้าน หยิบเนื้อสไลด์แพคใหญ่ที่เจ้าตัวชอบมาอวด เหมือนจะได้ยินเสียงจิ้งจอกครางหงิงก็หัวเราะ หยิบหม้อใบใหญ่ เปิดเอาน้ำซุปที่เคี่ยวทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วถึงเริ่มล้างผัก


            จิซึรุรู้ดีว่าพวกจิ้งจอกอาจจะไม่ใช่สัตว์กินพืช แต่เพราะยุนกิมักจะใช้ร่างจำแลงเป็นมนุษย์ ดังนั้นเขาถึงพยายามจะให้เจ้าตัวกินผักเหมือนคนอื่นเสียบ้าง


            โต๊ะกินข้าวในครัวถูกยูกิถูจนสะอาด เจ้าตัวเริ่มจะช่วยเขาจัดโต๊ะเมื่อได้กลิ่นหอมของน้ำซุปและอาสาเป็นคนยกหม้อไปไว้บนเตาไฟฟ้าแทน จากนั้นก็เป็นเขาที่เริ่มยกผัก เนื้อ และเส้นอุด้ง


            “ยูกิจะกินโมจิมั้ย”


            “กินสิ เอามาเยอะๆเลย”


            ชีวิตของพวกเขาค่อนข้างสบายกว่าเด็กนักศึกษาในวัยเดียวกัน เพราะนอกจากเงินที่ครอบครัวของจิซึรุและยูกิแล้ว เจ้าตัวยังมีเงินที่ได้จากสำนักปราบปรามของท่านคาสึกิอีกเป็นจำนวนพอสมควร จิซึรุเคยทำงานพิเศษอยู่สองสามที่เมื่อปีที่แล้ว แต่พอยูกิจับได้ว่ามีผู้ชายมาหลงติดกับนิสัยอ่อนโยนของคนรักก็ยื่นคำขาดให้เขาลาออก จิ้งจอกขี้หวง หากจิซึรุเผลอไปใกล้ชิดกับใครจนติดกลิ่นมาก็จะโวยวาย มีแค่กับเพื่อนสมัยเด็กของจิซึรุเท่านั้นละที่เจ้าตัวไม่ได้ว่าอะไร


            เจ้าจิ้งจอกบอกว่าเมื่อจิซึรุวิวาห์เป็นเจ้าสาวของเขาแล้วก็ต้องปล่อยให้หน้าที่หัวหน้าครอบครัวเป็นของยูกิ ยูกิคิดแม้กระทั่งว่าจะไม่ให้จิซึรุทำงานแต่ถ้าเขาไม่ทำงานละก็จะต้องเป็นที่สงสัยแน่ๆ เราสองคนเคยเถียงกันอยู่แต่สุดท้ายจิซึรุก็ชนะไป


            “พรุ่งนี้ฉันจะออกไปซื้อของฝากให้คุณยายแล้วก็ครอบครัวของยูกิ ยูกิอยากจะไปด้วยกันมั้ย”


            “ไปสิ แวะเกมส์เซนเตอร์ด้วยนะ”


            “ถ้าแวะแล้วเดี๋ยวยูกิก็ติดลมอีกอ่ะ” สิ่งประดิษฐ์เดียวของชาวมนุษย์ที่จิ้งจอกชอบก็คือสิ่งที่เรียกว่าเกมส์ ยูกิชอบเวลาที่ได้ไปเล่นเกมส์แปลกๆที่เกมส์เซนเตอร์และยังมีเพื่อนที่ได้คบหากันจากที่นั่นด้วย แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นไม่รู้หรอกว่าทำไมยูกิถึงได้ชู้ตบาสเก่งนัก ก็เพราะประสาทสัมผัสที่ดีเลิศของโยไคนั่นละ


            “ไม่นานๆ สัญญา เดี๋ยวจะไม่ได้เล่นตั้งเดือนนึง”


            “ก็ได้ งั้นฉันไปเดินเล่นก่อนแล้วพอยูกิเล่นเสร็จก็โทรมา จะได้ช่วยกันถือลูกพลับแห้งนะ”


            “ได้เลย”

 

            พอพวกเขากินมื้อเย็นเสร็จก็เป็นจิซึรุที่ล้างจานเพราะยูกิไม่มีความสามารถทางด้านนี้เอาเสียเลยจนพวกเราต้องเสียถ้วยกระเบื้องสวยๆไปหลายใบ เจ้าจิ้งจอกพอกินเสร็จก็รีบเข้าไปอาบน้ำก่อนเพื่อที่จะให้เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ไม่ต้องรอ พอจิซึรุอาบน้ำเสร็จก็เห็นว่ายูกิปูฟูกนอนของพวกเราเสร็จแล้ว เจ้าจิ้งจอกเห็นแก้มของเด็กหนุ่มแดงปลั่งเพราะน้ำร้อนก็อดไม่ได้จะดึงตัวคนรักเข้ามาในอ้อมกอด


            “อ้อนเก่ง”


            “อ้อนเจ้าคนเดียวนั่นละ” ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างไรตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา จิซึรุคิดว่ามันเป็นไปอย่างเรียบง่ายอย่างยิ่ง ใครคนอื่นอาจจะมองว่าเขากับยูกิพบรักกันตั้งแต่อายุยังน้อยแต่ไม่ได้คาดหวังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ แต่จิซึรุรู้ดีว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทั้งคู่ไม่เคยที่จะทะเลาะกันเลยก็คือการถนอมใจของอีกฝ่าย ยูกิอายุขัยยาวนานกว่า ตัวเขาอายุขัยสั้นกว่า ชั่วชีวิตหนึ่งคนมนุษย์ธรรมดานั้นอาจเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งของคิทสึเนะ และนั่นทำให้พวกเรารู้ดีว่าสิ่งที่เรียกว่าเวลานั้นมีค่าเพียงใด อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้างตามประสาคนอยู่ด้วยกัน แต่โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ใช่พวกเอาแต่ใจ ยูกิรู้ว่าเรื่องไหนที่จะต้องยอมลงให้จิซึรุ และจิซึรุเองก็รู้ดีว่ามีเรื่องบางอย่างของยูกิที่เขาไม่ควรจะก้าวก่าย


            “อีกสองสามวันก็จะได้กลับบ้านแล้วนะ คิดถึงที่นั่นมั้ย”


            “ก็คิดถึง ไม่รู้ที่ป่าจะเป็นยังไงบ้าง”


            “ผ่านไปตั้งสองปีแล้วเนอะ”


            “แค่สองปีต่างหาก”


            ความเงียบงันเข้าปกคลุมพวกเราทั้งคู่ ก่อนที่เด็กหนุ่มชาวมนุษย์จะเอื้อมมือไปหยิบกล้องโพลารอยด์มาแล้วหันหน้ากล้องเข้าที่พวกเขาทั้งคู่


            “จะถ่ายรูปเหรอจิซึรุ”


            “อื้อ พอมาคิดดีๆแล้วก็ผ่านมาตั้งสองปีแล้ว พวกเราถ่ายรูปด้วยกันน้อยมาก ถ้าไม่รีบถ่ายตอนนี้เดี๋ยวยูกิก็จะลืมแล้วละว่าฉันหน้าตาเป็นยังไงตอนที่อายุยังน้อยอยู่”


            “นั่นสินะ อีกไม่กี่ปีเดี๋ยวจิซึรุก็จะกลายเป็นพี่ เป็นอา เป็นคุณลุง หรือคุณปู่แล้วนี่นา”


            “อื้อ ถึงตอนนั้นต่อให้ยูกิจะไปมีผู้หญิงเอ๊าะๆที่ไหนก็จะไม่ยอมหรอกนะ”


            “หึ้ย วันๆข้าไปแต่สำนักของท่านคาสึกิ จะเอาเวลาที่ไหนไปเจอสาวๆกันเล่า”


            จิซึรุแกล้งทำเป็นหน้าบึ้ง “แต่ก็เห็นมีสาวๆมากรี๊ดยูกิเป็นประจำเลยนี่นาตอนนี้ไปเล่นเกมส์น่ะ”


            “ข้าไม่รู้เรื่องนะ จิซึรุ เรื่องนี้น่ะ จะมาโทษข้าฝ่ายเดียวไม่ได้เด็ดขาด ไม่ยุติธรรมเลย” แล้วเจ้าจิ้งจอกก็เรียกร้องหาความยุติธรรมโดยการคว้าเอวของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์เข้าหาตัว คนถูกกระทำหัวเราะคิก ก่อนจะจัดตำแหน่งให้อยู่ในท่าที่พร้อมแล้วนับเลขถอยหลัง


            เสียงกดภาพครั้งที่หนึ่ง จิซึรุทำหน้ายิ้มจนตาปิด ยูกิที่ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรก็ทำได้เพียงแค่มองกล้อง


            เสียงกดภาพครั้งที่สอง เด็กหนุ่มชาวมนุษย์กลับหันหน้าไปจรดริมฝีปากที่ข้างแก้มของคนรักโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว


            ดวงตาสีดำสนิทเปล่งประกายวาววับ ไม่บ่อยครั้งนักที่จิซึรุจะเป็นคนเริ่มแสดงความรักก่อน


            “น่ารัก ข้าขอเก็บรูปนี้ไว้ได้หรือไม่” พวกเขาทั้งคู่ต่างมีสมุดเก็บสะสมภาพโพลารอยด์กันคนละเล่ม หากเป็นเด็กคนอื่นก็มักจะสะสมพวกโมเดลรถ ตุ๊กตา แสตมป์หรืออย่างอื่น แต่ว่าจิซึรุอยากจะเก็บวันเวลาระหว่างพวกเราเอาไว้ เผื่อให้ยูกิได้ระลึกถึงในระหว่างที่เขาต้องเดินทางไกลโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาพบกับอีกฝ่ายเมื่อไร ดังนั้นสมุดภาพของจิซึรุจึงมีเขียนวันที่ สถานที่ และข้อความสั้นๆถึงภาพเหล่านั้นไว้และเขาก็ได้บังคับให้อีกฝ่ายทำมันเหมือนกันด้วย


            เขาไม่ได้บอกยูกิถึงความคิดนี้ เพราะคำว่า “ลาจาก” นั้นไม่ใช่คำที่จะพูดออกมาได้โดยง่ายโดยไม่นึกถึงคนฟัง คนที่ต้องจากไปนั้นไม่เท่าไร แต่คนที่ยังอยู่ต่างหากที่จะเป็นคนต้องทุกข์ทน


            เขาเปิดดูภาพทั้งหมดที่เริ่มเก็บมาได้พอสมควร ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาถ่ายภาพด้วยกันที่ป่า ภาพยูกิและเขาบนรถไฟเข้าเมือง ตอนที่ช่วยกันจัดของเข้าห้อง ไปจ่ายตลาดด้วยกันครั้งแรกและครั้งถัดมา ตอนที่ยูกิพยายามจะเล่นกับสุนัขชิบะของคนข้างบ้านแต่มันกลับเอาแต่กลัว ภาพยูกิที่หน้าสำนักปราบปราม ฮายาโตะคุง ภาพจิซึรุกับการเปิดเทอมครั้งที่สอง ร้านอาหารที่เขาเคยทำงานพิเศษ ตอนเราสองคนมีเวลาว่างลงไปเที่ยวทะเลที่โอกินาว่าและไปตามรอยภาพยนตร์รักที่ยูกิชอบที่จังหวัดอื่น


            ล้วนแต่เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าทั้งนั้น


            กับยูกิแล้วเขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นการเปลืองฟิล์ม คิดแล้วพรุ่งนี้ก็แวะซื้อฟิล์มเพิ่มอีกสักหน่อยน่าจะดี ฤดูร้อนที่บ้านคุณยายนั้นสวยที่สุด จะต้องเผลอกดถ่ายภาพเยอะแน่เลย


            ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ หลังคอก็รู้สึกถึงสัมผัสของริมฝีปากอุ่นของคนที่ด้านหลัง อีกเรื่องหนึ่งที่จิซึรุค้นพบหลังจากการอยู่ด้วยกันก็คือยูกิเป็นพวกต้องการความรักสูงมากและก็เรียกร้องเก่งอย่าบอกใคร ธรรมชาติของโยไคจำพวกจิ้งจอกที่โหยหาความรักและสัมผัสจากคนรัก ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลหรือปฏิเสธที่จะเป็นฝ่ายอิงแอบกับแผงอกของจิ้งจอกคนรัก เมื่อสัมผัสนั้นลากลงมาตามไหล่ลาด จิซึรุก็หลับตาลง ปล่อยให้ยูกิ แสดงความรัก’ กับตนเองโดยไม่อิดออด


            “ข้าเคยบอกเจ้ารึยังว่าผิวของเจ้าน่ะ งามยิ่งกว่าแสงจันทร์อีก”


            “อื้อ แต่ฉันชอบให้ยูกิบอกนะ บอกฉัน… แบบนี้ตลอดไปเลยนะ”

 

 


            สองเท้าในรองเท้าแบบโบราณซึ่งหาใส่ได้ยากในสมัยนี้ย่ำไปตามพื้นหญ้าสีเขียวซึ่งให้ความรู้สึกเปียกชื้นอยู่หน่อยๆเพราะฝนพรำเมื่อยามสาย ไร้ซึ่งเสียงเครื่องยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่เสียงเด็กเล่นกันเพราะเป็นป่าด้านในที่ผ่านเลยจากหมู่บ้านจิ้งจอก จิซึรุไม่เคยมาเยือนป่าแถบนี้เพราะมนุษย์ทั่วไปไม่อาจเร้นรอดจากมนต์ซึ่งพรางสถานที่นี้ไว้จากโลกภายนอก


            “ข้าอยากจะพาเจ้าให้มาเห็นสิ่งนี้ด้วยกันมาโดยตลอด”


            ที่กลางป่าชั้นในกลับซุกซ่อนทุ่งดอกไม้สีฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา จิซึรุเคยเห็นภาพที่คล้ายกันอย่างนี้หากสวนดอกไม้นั้นตั้งอยู่ที่อิบารากิ ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีแผนจะไปเยือนในเร็วๆนี้ หากแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับสวยงามกว่าที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์


            “ไปที่ตรงนั้นกัน” มือขาวของจิ้งจอกจับสูงคนรักไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่สูงกว่าพวกเขาไม่รู้กี่เท่า กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นมุมโค้งทรงกระดิ่ง ใบสีเขียวเข้มและอ่อนบ่งบอกอายุที่ยาวนาน


            “ช่วงเวลาที่เจ้าไม่อยู่ ข้าชอบมาที่นี่เพราะไม่ต้องคอยรำคาญพวกอื่น เลยพอจะรู้ว่าพวกจิ้งจอกชอบมาขอลูกที่นี่กัน”


            เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ฟังแล้วก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นแสงแดดลอดผ่านใบไม้แต่ละใบ เงาของมันกระทบลงบนยูกาตะหิมะสะอาดของยูกิ ก่อให้เกิดเป็นลวดลายสวยงามอย่างหนึ่ง แพขนตาของคนตรงหน้าหรี่มองเขาราวกับว่าจะถามกันว่าจิซึรุมองอะไร


            “แล้วยูกิพาฉันมาขอลูกเหมือนกับคนอื่นหรือเปล่า”


            “แค่อยากให้เจ้ามาเห็นเจ้าดอกไม้พวกนี้เฉยๆ แต่ไหนๆเราก็มาที่ตรงนี้แล้ว เจ้าลองขอดูสิ ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” 


            “ยูกิจะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้ชายนะ ท้องได้ที่ไหนกัน”


            “ก็เผื่อได้ไง เร็วๆ นั่งลงสิเจ้า”


            เด็กหนุ่มยิ้มขำ ลดตัวลงคุกเข่าต่อป้ายที่ด้านหน้า พอคิดถึงว่าจะมีจิ้งจอกสีขาวตัวเล็กวิ่งไปมารอบๆเขากับยูกิ ต่อให้หนทางนั้นเรียกได้ว่าริบหรี่ แต่จะลองอธิษฐานดูก็ได้


            หากวันหน้าที่เขาต้องเดินทางไกลล่วงหน้าอีกฝ่ายไปก่อน หวังว่ายูกิจะได้พบใครสักคนที่สามารถมอบลูกจิ้งจอกน่ารักๆให้อีกฝ่ายก็แล้วกัน


            “ยูกิ ถ้ามีลูกจิ้งจอกจะอยากตั้งชื่อว่าอะไรเหรอ?”


            “ไหนบอกว่าเจ้ามีลูกไม่ได้ไง ข้ารู้หน่า”


            “ก็แค่ถามเฉยๆ ใครจะรู้ละ คามิซามะอาจจะเห็นใจพวกเราก็ได้นะ” จิซึรุยิ้มเมื่อเห็นยูกิทำหน้าคิดหนัก รู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับเราทั้งคู่


            “ก็คงต้องรอดูว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยจะเกิดตอนไหนก่อนละมั้ง แต่ถ้าให้คิดตอนนี้ หากเป็นลูกชายก็อยากให้ชื่อยูสึเกะ เวลาเรียกจะได้มีชื่อของข้าอยู่ด้วย แต่ถ้าเป็นลูกสาวถ้าชื่อซายูริก็คงจะดูน่ารักไม่เลว ที่สำคัญคือพวกเราจะต้องมีลูกกันหลายๆคน ลูกจะได้ไม่เหงา”


            มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เขาเห็นความอ้างว้างฉายขึ้นมาในดวงตาของคนรัก อาจเพราะสีขนที่แปลกจากจิ้งจอกตนอื่นทำให้ยูกิต้องโดดเดี่ยวอยู่เสมอก่อนที่จะมาเจอเขา ดังนั้นเจ้าตัวคงจะไม่อยากให้ลูกจิ้งจอกต้องเผชิญกับความรู้สึกเดียวกัน


            “อื้อ ถ้าพวกเรามีลูกได้ งั้นก็มีสักสามสี่คนเลยนะ”


            “เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะพวกเรา”


            พวกเขาเอนกายลงบนผืนหญ้า จิซึรุเกือบจะคล้อยหลับไปแล้วก่อนจะรู้สึกตัวตอนที่ยูกิเขยิบเข้ามาใกล้เพื่อลดระยะห่างระหว่างเรา ให้มองสบดวงตาสีดำสนิทคู่นี้อีกกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยควบคุมหัวใจตนเองให้อยู่ในสภาวะปกติได้เลย


            “จิซึรุ ต่อให้จะไม่มีลูกจิ้งจอกก็ไม่เป็นไร ขอแค่ข้ามีเจ้าก็พอ”


            “ฉันก็อยู่ตรงนี้ไง” เขารู้ดีว่าไม่อาจอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายได้ตลอดไป แต่ ณ เวลานี้ จะไม่มีวินาทีไหนที่เราสองคนต้องแยกจากกันอีก ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ


            “จริงๆแล้วที่ข้ามาที่นี่บ่อยครั้งก็เพราะเจ้า”


            “หืม?”


            “ว่ากันว่าสวนดอกไม้แห่งนี้เป็นที่โปรดปรานของอามาเทราสุ ท่านจึงชอบที่จะมาแวะมาเยี่ยมเยือนที่นี่บ่อยครั้ง ข้าจึงมาที่นี่เพื่อที่จะข้อพรกับเขาบ้าง”


            “ยูกิไม่ได้มาขอลูกจิ้งจอกเหรอ?”


            “เปล่า ที่ข้าอยากจะขอ คือขอให้เจ้าอยู่ตรงนี้ตลอดไปต่างหาก”



            แต่พวกเขารู้ดีว่าพรนั้นจะไม่สำเร็จผล

 

 





            พวกเขากำลังนั่งทานมื้อเย็นร่วมกับคุณยายของจิซึรุตอนที่เด็กหนุ่มสังเกตว่าคนรักมีท่าทีลุกลี้ลุกลนแปลกๆ


            ยูกิยังคงกินเนื้อคำโต ข้าวอีกสามถ้วยเหมือนอย่างที่เคย แต่อาจเพราะเป็นคู่ผูกสัมพันธ์ทั้งยังใช้เวลาร่วมกันมาไม่น้อย นั่นทำให้จิซึรุรู้สึกได้ว่าคนรักของเขากำลังรู้สึกวิตกกังวล


            แต่เขาก็ยังเงียบปากไว้ รอให้พวกเราช่วยกันล้างจานและส่งคุณยายเข้านอนก่อน จิซึรุถึงไปเปลี่ยนเป็นชุดที่ทะมัดทะแมง เห็นยูกิกำลังเดินไปเดินมาที่ชานบ้านก็เดินเข้าไปแตะไหล่อีกฝ่าย


            “เกิดอะไรขึ้น ยูกิ”


            ยูกิเม้มปาก ก่อนจะชี้นิ้วไปทางป่าซึ่งเป็นอาณาบริเวณของหมู่บ้านจิ้งจอก เมื่อมือของเขาวาดผ่าน ม่านที่บังตาจิซึรุพลันจางหาย กลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม


            “จิซึรุ ข้า… กลิ่นอายปีศาจมันชัดมาก ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า


            “ไปสิ พวกเราไปด้วยกัน”


            “แต่มันจะเป็นอันตรายต่อเจ้า”


            “แต่ฉันรู้ว่าพวกเราไม่ควรอยู่ให้ห่างกันในสถานการณ์แบบนี้” จิซึรุเคยค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับคิทสึเนะมาบ้าง เมื่อจิ้งจอกผูกสัมพันธ์กับใครทางจิตวิญญาณ ในขณะหนึ่งที่พลังอำนาจจะแข็งแกร่งขึ้น แต่หากต้องห่างคู่วิวาห์ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้อ่อนแรงลง จิซึรุไม่ใช้พวกเห็นแก่ตัวที่จะรั้งคนรักไม่ให้ไปหาครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่เห็นและสถานที่ที่กำลังจะเหยียบย่างเข้าไปนั้นไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้ยูกิไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวตราบที่ยังรู้ว่าตนเองยังสามารถช่วยได้


            “ในนั้นมีกลิ่นโยไคเต็มไปหมด พวกมันไม่ได้มาดี”


            “ฉันสัญญาว่าจะระวังตัว อย่าลืมสิว่าฉันเองก็ฝึกต่อสู้มานิดหน่อย แถมยังมีลูกแก้ววิญญาณอสูรอีกด้วยนะ”


            ยูกิรู้ ว่าตลอดสองปีที่ผ่านมาจิซึรุไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ ท่านคาสึกิเอ็นดูอีกฝ่ายมากพอที่จะช่วยสอนการป้องกันตัวจากโยไคให้จิซึรุมาพอสมควรที่เจ้าตัวจะพอเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์อย่างนี้


            แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เจ้าตัวต้องไปเสี่ยงอันตราย และเป็นเรื่องจริงที่ว่าเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน ขุมพลังของยูกินั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหาเหตุผลได้จนถึงตอนนี้


            “ฉันสัญญาว่าจะอยู่ตัวติดกับยูกิ ไม่หนีไปไหนเด็ดขาด พวกเราไปกันเถอะนะ”


            “ข้า


            “ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจจะมีใครรอให้ยูกิไปช่วยอยู่ก็ได้ พวกเรารีบไปกันเถอะ”


            พวกเขาไม่รู้เลยว่าจิตใจที่ดีงามของจิซึรุนั่นละ ที่จะทำให้เกิดเรื่องราวนับร้อยพันหลังจากนี้

 


            หมู่บ้านจิ้งจอกพังทลายไปเกือบครึ่ง เพราะถูกโจมตีจากโยไคอีกพรรคพวกซึ่งไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มันเป็นการโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวและไม่มีการให้สัญญาณ ดังนั้นความเสียหายเกือบครึ่งนั้นถือว่าปราณีพวกเขามากแล้ว


            ท่านพ่อของเขาสูญเสียหางไปถึงสองหาง พี่ชายของเขาหากไม่พิการก็ต้องเจ็บหนัก


            ใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่ายูกิจะสามารถขับไล่พวกมันออกไปได้ อีกทั้งยังมีกลุ่มพันธมิตรจากอีกหุบเขาด้านข้างเข้ามาช่วยเหลือจึงพอจะแก้ไขเรื่องราวเฉพาะหน้าไปได้


            จิซึรุปลอดภัยดี ทั้งยังช่วยกับพวกแม่ของยูกิปฐมพยาบาลจิ้งจอกที่บาดเจ็บโดยไม่หวาดกลัว เพื่อนพ้องที่หมู่บ้านเริ่มคุ้นหน้าเขามากขึ้น และยังแสดงท่าทีนอบน้อมต่อเขาเพราะยูกิที่ห่างหายไปสองปีกว่านั่นละ ที่ช่วยกอบกู้หมู่บ้านแห่งนี้จากภัยร้าย


            “ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ จิซึรุคุง” เขาอาจจะไม่ได้พบคุณแม่ของยูกิในเหตุการณ์ที่เหมาะสม แต่คุณแม่ของยูกิดีกับเขามาก เป็นจิ้งจอกที่เพียบพร้อมอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ


            “แล้วคุณน้า— แล้วท่านแม่ดื่มแล้วยังขอรับ หน้าซีดลงรึเปล่านะ”


            “ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอกจ๊ะ จิ้งจอกน่ะฟื้นตัวเร็วจะตายไป จิซึรุคุงต่างหาก ถ้าเหนื่อยก็รีบไปพักนะ ข้าวก็ยังไม่ได้ทานเลยนี่”


            “แค่ข้าวปั้นก็พอแล้วขอรับ ยังมีพี่สาวกับพี่ชายที่ยังเจ็บอยู่”


            “ข้าวปั้นก้อนแค่นั้นจะไปพออะไร มา งั้นพาแม่ไปนั่งพักหน่อยเถอะ” มนุษย์คนเดียวท่ามกลางจิ้งจอกรู้ดีว่าท่านแม่ของยูกิเพียงต้องการจะให้เขาได้พักเท่านั้น แต่ก็ไม่อิดออดและช่วยประคองอีกฝ่ายไปที่ศาลาไม้ใกล้ๆ ในขณะที่ท่านเอนโดและลูกชายทุกคนกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียด เขารู้ดีกว่าไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากช่วยหยิบจับนู่นนี่บ้าง บดยาบ้าง ยูกิมีสีหน้าเคร่งเครียดพอสมควรหลังจากที่พวกศัตรูจากไปแล้ว ดังนั้นจิซึรุจะไม่โวยวาย ไม่เรียกร้องให้อีกฝ่ายพากลับบ้าน ยังดีที่ได้โทรศัพท์ไปบอกคุณยายแล้วว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อยที่หมู่บ้านจิ้งจอก หญิงชราจึงเข้าใจดีว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่นี่สักพักใหญ่รวมทั้งฝากความห่วงใยมาถึงท่านเอนโดด้วย


            “แม่ดีใจนะ ที่ยูกิได้เจอจิซึรุ” นางจิ้งจอกมองเด็กมนุษย์ค่อยๆละเลียดข้าวในเบนโตะอย่างเงียบงันแล้วจึงพูดขึ้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เป็นตนเองและลูกสาวกำลังจะเพลี้ยงพล้ำให้กับไอปีศาจทมิฬ และเป็นลูกชายกับคนรักของลูกชายที่เข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงที ไปเจอลูกชายคนนี้เพียงแค่ไม่นาน สองปีนั้นถือได้ว่าอาจเป็นเพียงพริบตาเดียวของนางด้วยซ้ำ แต่ยูกิกลับโตขึ้นมาก ไม่แน่เพราะได้เจอโลกกว้างและได้คนเก่งมีความสามารถจึงสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูกชายคนโตและคนอื่นๆพอจะทำให้นางพอเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้


            ก็ได้แต่หวังว่าเด็กหนุ่มจิตใจดีงามผู้นี้ จะจับมือยูกิให้มั่นคง ให้สมกับที่ลูกแก้ววิญญาณอสูร เลือกที่จะปกปักรักษาจิซึรุ


            “ผมเองก็ดีใจที่ได้เจอยูกิขอรับ โชคดีจริงๆที่พวกเรากลับมาช่วงนี้พอดี ไม่อย่างนั้นละก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


            นางจิ้งจอกยิ้มรับคำพูดนั้น นึกเวทนาโชคชะตาของเด็กหนุ่มในใจ

 

 


            จิซึรุนั่งลงในท่าเข้าพบผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ไม่มีวี่แววของยูกิในห้องนี้แสดงว่าผู้นำเผ่าจิ้งจอกต้องการที่จะพูดกับเขาแต่เพียงผู้เดียว เด็กหนุ่มในชุดยูกาตะสีเขียวอ่อนไม่ได้หวาดกลัว อีกทั้งคนตรงหน้ายังดูอ่อนแรงล้ากว่าครั้งสุดท้ายที่ได้พบจนก่อให้เกิดความเป็นห่วงขึ้นมาเสียอย่างนั้น ท่านเอนโดปล่อยควันยาสูบอย่างไม่รีบร้อน ประคองให้มันลอยออกไปผ่านรูเล็กๆโดยไม่ได้เฉียดมาโดนเขาแม้แต่เพียงนิดเดียว


            “ได้ข่าวว่าเจ้าช่วยเหลือพวกเราไว้หลายอย่างมาก ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ”


            “ไม่เป็นไรเลยขอรับท่านเอนโด อีกอย่าง คุณย่าฝากความเป็นห่วงมาให้ หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยโดยเร็วนะขอรับ”


            คำที่ต้องการจะพูดกับเด็กมนุษย์ตรงหน้านั้นไม่ได้ชะงักหรือติดอยู่ที่คอ ทว่าเอนโดนกลับรู้สึกอยากจะรักษาประกายในดวงตาและรอยยิ้มบนใบหน้าของคนรักของลูกชายให้นานกว่านี้ แม้สักวินาทีเดียวก็ยังดี ดังนั้นระหว่างหนึ่งปีศาจจิ้งจอกและเด็กหนุ่มชาวมนุษย์จึงยังไม่มีบทสนทนาใดอยู่อีกพักใหญ่


            “สิ่งที่ข้ากำลังจะพูด เป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวมาก เพราะข้าไม่อาจให้เจ้าปฏิเสธได้”


            เมื่อคนสูงวัยกว่าเปิดปาก จิซึรุจึงขยับท่าทางและทำหลังให้ตรงขึ้น มองคนตรงหน้าอย่างเคารพ


            ก็พอจะได้ยินจิ้งจอกในหมู่บ้านพูดกันมาสักพักแล้ว


            “เจ้าคงได้ยินมาบ้างแล้ว เรื่องที่ยูกิจะต้องขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกต่อจากข้า”


            “ขอรับ”


            เพราะสภาพหลังศึกครั้งนั้นทำให้ลูกชายคนโตที่หมายมั่นปั้นมือไว้ต้องสูญเสียงหางไปถึงสี่หาง สี่หางที่ว่าใช้เวลาเยียวยาและฟื้นคืนอย่างต่ำก็ห้าร้อยปี ท่านเอนโดเองก็บาดเจ็บหนัก ทั้งยังสูญเสียการมองเห็นดวงตาข้างซ้ายไปชั่วคราวโดยไม่รู้จะได้กลับคืนเมื่อไร พี่ชายคนอื่นของยูกิต่างก็สะบักสะบอมพอกัน บ้างก็ล้มหายตายจาก


            พวกเขาไม่อาจรอได้นานกว่านี้ ไม่แม้แต่เพียงวันเดียว    


            “ยูกิไม่ได้เต็มใจเลย จิซึรุ”


            “ผมพอจะรู้ขอรับ” คนรักของเขาไม่ได้ยินยอมอยากจะรับตำแหน่งแต่แรก ด้วยเพราะปมในวัยเด็กและเพราะคนรักที่เป็นชาวมนุษย์ ยูกิไม่เคยให้ความสำคัญกับลาภยศและการสรรเสริญ เขารักชีวิตที่ไม่ต้องแบกรับความรับผิดชอบและมักจะพูดอยู่เสมอว่าเขาเองก็ยังเป็นเพียงลูกจิ้งจอก


            ก็ยังเป็นลูกจิ้งจอกจริงๆ


            ทว่าด้วยพลังอำนาจและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงยูกิเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัย


            “ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันจะบ้าคลั่งขึ้นมาอีกเมื่อไร เผ่าอื่นๆก็เริ่มตระเตรียมการแล้ว มีแต่ทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้เผ่าจิ้งจอกของเราเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว”


            สมรสสร้างสัมพันธ์


            จิซึรุยิ้มขื่น เรื่องนี้ก็ได้ยินมาเช่นกัน รอเพียงแต่ว่าอีกฝ่ายจะเริ่มพูดก่อนเมื่อไร


            “เจ้ายังคงเป็นคู่วิวาห์เอกของยูกิ มีฐานะเป็นที่หนึ่งในหมู่พวกเรา ซากุระเองก็ยอมรับสิ่งนี้ได้ เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องปกปิดตัวตนของเจ้าสักพัก จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยคลี่คลาย”


            เด็กสาวจิ้งจอกคนนั้นจากหมู่บ้านพันธมิตร ไม่เคยพบหน้าแต่ได้ยินว่างามที่สุดในหุบเขาจิ้งจอก


            “ขอเพียงแค่เจ้ายอมตกลง พวกเราเผ่าจิ้งจอกจะชดใช้ให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด”


            เด็กหนุ่มส่ายหัวไปมาเมื่อเห็นท่านเอนโดทำท่าจะโค้งคำนับ จิซึรุนอนคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่คำตอบนั้นก็ยังเป็นคำตอบเดียวกันกับคำตอบแรกที่แล่นขึ้นมาในหัวสมองตั้งแต่คราที่ได้ยินชื่อของเด็กสาวจิ้งจอกคนนั้นเป็นครั้งแรก


            เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จิซึรุได้มอบชีวิตใหม่ให้กับยูกิด้วยการถอนกับดักนายพราน


            เมื่อเกือบสิบกว่าปีที่แล้ว จิซึรุได้นำพาซึ่งแสงแดดเข้ามาสู่โลกที่เต็มไปด้วยพายุหิมะของยูกิ


            เมื่อไม่นานมานี้ จิซึรุมอบทั้งกายและใจ วิวาห์เป็นเจ้าสาวจิ้งจอกอย่างเต็มใจ


            เมื่อสองปีที่ผ่านมา ไม่มีใครคัดค้านได้ว่าเป็นเพราะยูกิไปอยู่ที่เมืองหลวงกับจิซึรุ ฝีมือและพลังอำนาจของจิ้งจอกหนุ่มจึงก้าวกระโดดจนสามารถปกป้องคุ้มครองทั้งหมู่บ้านของเราให้ปลอดภัย    


            เอนโดมองผ่านดวงตาสีน้ำตาลของจิซึรุ ล่วงรู้และนับถือน้ำใจจิตใจอันบริสุทธิ์ท่ามกลางพายุของความไม่เข้าใจ


            “ผมมีทางเลือกอื่นด้วยเหรอครับ นอกจากตกลง”


            และในวันนี้ เมื่อจิ้งจอกถามว่า ให้จิซึรุแบ่งปันเจ้าบ่าวของตนกับนางจิ้งจอก เพื่อพวกเขาได้หรือไม่


            จิซึรุตอบว่า “ได้”

 

 




            เด็กหนุ่มในชุดกิโมโนสีเขียวอ่อนยืนให้แม่ของยูกิเกาะแขนของตนในวันที่อากา

ศร้อนอบอ้าว มองเกี้ยวเจ้าสาวค่อยๆเคลื่อนขบวนเข้าสู่หมู่บ้านจิ้งจอกอย่างเชื่องช้า

 


            เดือนหก ท้องฟ้าสีครามสดใส ฝนตกแดดออก จิ้งจอกแต่งงาน

            






TO BE CON.



สวัสดีค่ะ โคเลฟเองค่ะ

ก็คือฟิครายปีที่แท้ ไม่มีอะไรจะแก้ตัวเลยค่ะ

นอกจากคำว่าใครที่กำลังคิดถึงยูกิกับจิซึรุ เรากลับมาแล้วนะคะ ฮา

จริงๆเรื่องนี้วางพล็อตเสร็จตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเขียนอีก แต่ฟิคแนวๆนี้เนี่ย

เขียนยากจัง พอลองกลับไปอ่านตอนแรกแล้วก็อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะเลย

รีไรท์เท่านั้นแหละค่ะ มาเกินครึ่งทางแล้ว

เรื่องนี้คิดว่าน่าจะ ตอนจบค่ะ เราชอบเลขเจ็ด แต่อีกสองตอนคาดว่าจะยาวมากๆ

ไม่ได้เขียนไว้เพราะกลัวแตกกิ่งก้านสาขาออกมาอีกเหมือน LYKMA

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นดีๆเสมอมาเลยนะคะJ

เจอกันตอนหน้าในเร็วๆนี้ค่ะ ชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นไว้หรือติดแท็ก

#luvstoryoonmin ทวงฟิค ด่าคนเขียน มาค่ะ ฮือ ยอมแล้ว

 

Kolevf เอง

  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2891 ybbbbj (@ybbbbj) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 01:48
    นี่คือการเม้นโดยที่ยังไม่ได้อ่านเพราะอยากขอบคุณที่กลับมาเขียนต่อและคิดถึง จริงๆเห็นตั้งแต่ไรท์มาอัพเลยแหละ มันหลังจากที่เราไปงอแงไม่นาน ดีใจมากเลย แต่เราป๊อดอะ เห็นคนเม้นว่าหน่วงก้อไม่ไหวละ ขอทำใจอีกนิดนะ ฮือ คิดถึงตัวหนังสือของไรท์นะ :)
    #2891
    0
  2. #2889 Kunnn001 (@Kunnn001) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 13:39
    หน่วงมาก....อ่านจบคือน้ำตาร่วง ชอบมากเลย สู้ๆๆนะคะ
    #2889
    0
  3. #2881 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:09
    อยากร้องไห้เลย โคตรปวดใจแทน ไม่มีทางเลือกเลย
    #2881
    0
  4. #2880 cartoon_igot7 (@cartoon_igot7) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 00:01
    เศร้าสุด
    #2880
    0
  5. #2879 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 07:18
    จิตใจจิซึรุคือดีงามมากๆ แบบที่สุด คนเราจะยอมแบ่งคนรักของตนให้คนอื่นได้ต้องเข้มแข็งแค่ไหนอ่ะ ฮือ ทำไมอ่านแล้วท้อ อายุก็ไม่ยืนยาว มีลูกก็ไม่ได้เพราะเป็นผู้ชาย ฮือๆๆๆ
    #2879
    0
  6. #2878 PEARpair (@pairpear_19644) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 20:31
    เศร้าง่าา สงสารจิซึรุ ฮือออ
    #2878
    0
  7. #2877 Dreammyypieee (@Dreammyypieee) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:35
    จิซึรุทำไม่เป็นคนดีอย่างงี้TT ตอนจบคือร้องออกมาจิงเลยค่ะฮือออ
    #2877
    0
  8. #2875 BTS (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 12:52

    หน่วงอ่ะฮือๆๆๆ ไรท์แต่งดีอ่ะ. รออ่านอยู่นะคะสู้ๆ

    #2875
    0
  9. #2873 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 08:07
    หน่วงทั้งตอนเลยแม่ ฮืออออ จิซึรุอ่า ㅠㅠ
    #2873
    0
  10. #2872 allyo_u (@allyo_u) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 00:34
    หน่วงมาก ตอนท้ายหน่วงมาก จะร้องไห้ แบบบใจหล่นเลยอ่ะ ทำไมหนูเป็นคนดีอย่างนี้ แง้
    #2872
    0
  11. #2871 Green_rigHT (@Peemai_MiNi) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 17:30

    สงสารน้องTT มีลูกก็ไม่ได้ อายุขัยก็สั้น มีสามีก็ต้องแบ่งเขา
    #2871
    0
  12. #2869 Thetingkpop2003 (@Thetingkpop2003) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 19:44
    เหมือนจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออกอะ
    #2869
    0
  13. #2868 sf59seya (@sf59seya) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:48
    คิดถึงรื่องนี้มากกกกกกกกกกกอ่านไปร้องไปเเล้วฮือออออ
    #2868
    0
  14. #2867 CypherKPark (@CypherKPark) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 09:20
    จิซึรุ คือที่สุดของการเป็นภรรยาที่ดี ส่งเสริมสามีทุกทาง น้ำใจงามมากลูกเอ๊ยยย คิดถึงนะคะ ขอบคุณที่อัพต่อ แม้จะเป็นฟิคข้ามปีหรืออะไรก็ตาม ยังรอเหมือนเดิมนะคะ
    #2867
    0
  15. #2866 ccokech (@ccokech) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 02:00
    จิซึรุคือเป็นคนดีมากๆอะรู้สึกเจ็บแทนคือหลังจากจบเรื่องนี้หมู่บ้านจิ้งจอกต้องสร้างรูปปั้นให้แล้วนะ แต่ยังแอบหวังว่าจิซึรุกับยูกิจะได้อยู่ด้วยกันไปตลอด แค่คิดว่ายูกิต้องมีลูกกับคนอื่นก็รู้สึกดาวท์แล้ว รอมุมของยูกิที่มีผลกับเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ เพราะตัวยูกิน่าจะให้คนรักเป็นที่หนึ่ง มั้งนะ...
    #2866
    0
  16. #2865 blue_skyky (@blue_skyky) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:14
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆ อินมากเลย จิซึรุเป็ยคนดีจนนับถือใจ เทพเจ้าต้องเห็นใจกันนะ
    #2865
    0
  17. #2864 need2sleep (@need2sleep) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 18:53
    สงสารจิซึรุมาก ทำยังงี้มันเหมือนฆ่าให้ตายทั้งเป็นเลย
    #2864
    0
  18. #2860 ei2ei (@ei2ei) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:11
    แงงงจิซึรุน่าสงสารรรจังฮืออออ สู้ๆนะคะคุณไรท์
    #2860
    0
  19. #2859 Pjnmtt (@janmy) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 11:21
    หน่วงมากเลยค่า น้ำตาคลอตลอดเลย ยิ่งยูกิต้องแต่งงานไหนจะเรื่องอายุขัยอีกTT
    #2859
    0
  20. #2858 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 10:32
    ดีใจมากเลยนะคะที่กลับมาต่อเรื่องนี้ แต่อยากบอกว่าจบตอนนี้ได้หนักหน่วงมากๆเลยค่ะแงTT ไม่ได้เดามาทางนี้เลยนะคะ จึซึรุทำไมเป็นคนดีแบบนี้ ขอร้องละ ยาวแค่ไหนก็จะรออ่านนะคะชอบมาก สู้ๆนะคะไรต์ เป็นกำลังใจให้ตลอดนะคะ
    #2858
    0
  21. #2854 IloveAnime90 (@IloveAnime90) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:20
    ขอบคุณที่กลับมาอัพต่อนะคะ คิดถึงมากๆเลยㅠㅠ
    #2854
    0
  22. #2853 iimpreso (@eieieiii) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:26
    ฮือ มันหน่วงไปหมดเลยค่ะ ;-: จิซึรุของชุ้นทำไมถึงเป็นคนดีขนาดนี้ แต่ใดๆพวกเราก็ยังไม่เห็นมุมมองของยูกิอยู่ดีเกี่ยวกับการแต่งงานครั้งที่สองนี้ เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่นะคะ ก้าวผ่านไปให้ได้นะ คุณไรท์เองก็เช่นกันนะคะ รักษาสุขภาพด้วยน้า เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ <3
    #2853
    0
  23. #2852 Stars_MoBile (@Stars_MoBile) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:23
    ฮื้ออออ~ หน่วงมากอ่า แต่ก็ชอยมากเช่นกัน จิซึรุคือเป็นคนดีมากจริงๆ อยากให้ตอนจบ จบแบบสวยงามค่ะ คือเป็นนิยายที่ตราตรึงใจมากอ่านมาร่วมปีแล้วกับเรื่องนี้แต่ไม่เคยลืมเลย มันดีมากจริงๆค่ะ ไรท์ &#10084;
    #2852
    0
  24. #2851 Fernattyks (@Fernattyks) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 19:11
    จิซึรุเป็นคนดีมากๆเลยอะแงงงงหน่วงมากกกสงสารน้องงงงTwT

    //สู้ๆนะคะไรท์
    #2851
    0
  25. #2850 BzPH-w (@BzPH-w) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 17:16
    สงสารจิซึรุคุงมากเลยค่ะ แงงง;-; น้องเป็นคนที่เข้มแข็งมากเลย มันแบบหน่วงของหน่วงของหน่วงของหน่วง จะร้องไห้แล้ว&#128546; //เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะค้าบบบบ สู้ๆ
    #2850
    0